"น่าเสียดาย" รวม 5 อันดับ แบรนด์รองเท้าฟุตบอล
ที่หายไปจากโลกลูกหนัง


  ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพัฒนารองเท้าฟุตบอลแบบก้าวกระโดดและเปลี่ยนแปลง
ของแฟชั่นที่รวดเร็วดั่งสายลม  คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้แบรนด์รองเท้าฟุตบอล
หลายแบรนด์  ต่างต้องล้มหายตายจากออกไปจากสังเวียนหญ้า  อันเนื่อง
จากปัจจัยของเม็ดเงินที่ต้องใช้สูงขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนารองเท้า
รุ่นใหม่รวมถึงการโปรโมทที่ต้องจ่ายค่าจ้างแสนแพงให้เหล่าพรีเซนเตอร์ก็ตาม

  วันนี้ผมจะมาย้อนความหลัง รำลึกความทรงจำกันหน่อย กับ "5 อันดับแบรนด์
รองเท้าฟุตบอลที่หายไปจากโลกลูกหนัง" โดยจะขอเรียงลำดับความน่าเสียดาย
ที่แบรนด์เหล่านี้หายไป ด้วยความคิดเห็นส่วนตัว  ไปดูกันว่าจะตรงกับความคิด
ของคุณผู้อ่านมากน้อยเพียงใด



  อันดับที่ 5 : วอร์ริเออร์ (Warrior)

  วอร์ริเออร์โด่งดังกับการเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับ "ลิเวอร์พูล" และสโมสร
ชั้นนำในยุโรปอีกหลายทีม เช่น "เอฟซี ปอร์โต้" และ "เซบีญ่า"  แต่แบรนด์
กีฬาจากสหรัฐอเมริกาก็มีบทบาทในวงการฟุตบอลได้ไม่นานนัก  เพียงแค่ช่วงปี
2012 - 2015 เท่านั้น หลังจากนั้นก็หายไปจากวงการฟุตบอลทันที  หลังจากนั้น
ถูกควบรวมกิจการเข้ากับ นิว บาลานซ์ ที่ยังเดินหน้าสนับสนุนลิเวอร์พูลต่อจนถึง
ปี 2020



  ช่วงที่วอร์ริเออร์โลดแล่นในวงการฟุตบอล  ยังได้ผลิตรองเท้าฟุตบอลออกมา
สู้กับแบรนด์ใหญ่อื่นๆ อย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด  รวมถึงจ่ายเม็ดเงินจำนวนมาก
เพื่อเซ็นสัญญากับพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง อาทิ มารูยาน เฟลไรนี่ และ แวงซอง
กองปานี เป็นต้น



  รองเท้าฟุตบอลที่วอร์ริเออร์ทำออกมา  ถือว่ามีรูปลักษณ์ เทคโนโลยีและ
ลูกเล่นที่น่าสนใจไม่น้อย  ว่ากันตรงๆ แล้วมันสามารถสู้กับรองเท้ารุ่นดัง
ในท้องตลาดได้เลย  เรียกได้ว่าจัดอยู่ในขั้น "ดี" เลยก็ได้

  ไลน์ของโปรดักซ์ก็มีครบทั้ง 3 ประเภทหลัก  ได้แก่ ซีรี่ย์ Skreamer
ที่เป็นรองเท้าประเภทพาวเว่อร์  ซีรี่ย์ Gambler เป็นรองเท้าประเภท
คอนโทรล และ ซีรี่ย์ Superheat เป็นรองเท้าประเภทความเร็ว





  สำหรับผมแล้ว...ซีรี่ย์ที่ดูจะโดดเด่นและน่าสนใจที่สุด ขอยกให้กับ Skreamer
ที่ตอบโจทย์ได้ดีทั้งรูปร่างหน้าตาที่ดุดัน  จุดเด่นเรื่องน้ำหนัก และความแรง
ในการยิง  รวมถึงการทำออกมาให้เลือก 2 เวอร์ชั่น  คือเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์
ที่มีวัสดุแถบยางบนหน้าสัมผัส  และเวอร์ชั่นหนังแท้ ที่หน้าตาของหนังก็บ่งบอก
ถึงความนุ่มและหนักแน่นในการสัมผัสบอลได้อย่างเต็มที่  จนทำให้รองเท้าซีรี่ย์นี้
ถูกยกไปเปรียบกับอาดิดาส Predator เลยทีเดียว

  ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว วอร์ริเออร์ จะถูกนำไปรวมกิจการกับแบรนด์แม่
อย่าง นิว บาลานซ์ และยังทำตลาดอย่างต่อเนื่อง  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีเอ็นเอ
ที่วอร์ริเออร์ทำรองเท้าฟุตบอลออกมานั้นมีความแตกต่างกับรองเท้าฟุตบอลที่
นิว บาลานซ์ ทำออกมาอย่างสิ้นเชิง  ความดุดันและเสนห์ของความเป็นนักรบ
มันไม่ได้ถูกถ่ายทอดมายังรองเท้าฟุตบอลของ นิว บาลานซ์ มากนัก 





  อันดับที่ 4 : อูล์สปอร์ต

  มาดูกันที่อันดับ 4 กับ อูล์สปอร์ต (Ulhsport) แบรนด์จากประเทศ
เยอรมันนี  แบรนด์นี้มีความโด่งดังในด้านการผลิตถุงมือผู้รักษาประตู
ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นยักษ์ใหญ่ในด้านนี้อยู่

  แต่ครั้งหนึ่ง อูล์สปอร์ต ก็เคยผลิตรองเท้าฟุตบอลออกมาทำตลาด
แข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ๆ ในระดับโลกด้วยเช่นกัน  ซึ่งรองเท้าฟุตบอล
ที่ทำออกมานั้นก็ถือว่าไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เลย  ตรงกันข้าม..ดีไซน์ที่ทำออกมา
กลับผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและความร่วมสมัยเอาไว้ด้วยกัน
จนหน้าตาของรองเท้าแบรนด์นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  
  แฟนบอลจะติดตากับรองเท้าฟุตบอล อูล์สปอร์ต ที่ถูกโชว์ด้วยฝีเท้า
ของ พาเวล เนดเวด จนมิดฟิลด์พลังม้ารายนี้ถูกยกให้เป็นไอคอน
เบอร์หนึ่งของ อูล์สปอร์ต ในช่วงนี้ทำตลาดรองเท้าฟุตบอล

  ในเวลานั้นแฟนบอลชาวไทยหลายคน  พยายามที่จะไปตามหารองเท้า
ฟุตบอลยี่ห้อนี้มาลองใส่ตาม พาเวล เนดเวด ให้ได้  แต่นับว่าเป็นเรื่อง
ที่ค่อนข้างยากมาก  เพราะแบรนด์ อูล์สปอร์ต ที่แม้จะทำตลาดถุงมือ
ผู้รักษาประตูในบ้านเรา  แต่ก็ไม่ได้นำรองเท้าฟุตบอลรุ่นท็อปๆ เข้ามา
วางจำหน่ายด้วย

  หลังจากหมดสัญญากับ พาเวล เนดเวด  อูล์สปอร์ตก็ยุติเส้นทางการ
ทำผลิตรองเท้าฟุตบอลลงไปในที่สุด  


  

  อันดับที่ 3 : กิก้า

  กิก้าเป็นแบรนด์รองเท้าฟุตบอลสัญชาติเกาหลีใต้  ที่เคยได้รับความนิยม
ไม่น้อยเลยในบ้านเรา  รองเท้าฟุตบอลของกิก้านั้นขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของ
ความทนทาน และอายุการใช้งานที่อึดและถึกกว่าแบรนด์ยุโรป

  มีคำบอกเล่าจากปากของนักบอลรุ่นเก๋าว่าในบ้านเรานั้น  เมื่อสมัยก่อน
กิก้า ได้รับความนิยมมากกว่า อาดิดาส Copa Mundial เสียอีก  เรียกได้ว่า
ไปที่ไหนก็เจอแต่คนใส่รองเท้ายี่ห้อนี้



  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ดังของค่ายนี้คือ ซีรี่ย์ K777 ซึ่งเป็นรองเท้าประเภท
คลาสสิคหนังแท้  มีดีไซน์แบบเรียบๆ ตามสไตล์รองเท้าฟุตบอลยุคเก่า
โดยเฉพาะรองเท้ารุ่นท็อปที่ตัวรองเท้าผลิตจากวัสดุหนังจิงโจ้ที่มีความนุ่ม
กำลังดี  มาพร้อมกับชุดพื้นและปุ่มกลมเพื่อให้การสวมใส่ที่สบาย

  SiamBoots เองก็เคยได้รีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้ายี่ห้อนี้  ตอนนั้น
แบรนด์ กิก้า ถูกนำกลับเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราอีกครั้งภายใต้การนำเข้า
และทำตลาดของบริษัท แกรนด์ สปอร์ต จำกัด



  แต่ดูเหมือนว่าการนำ กิก้า กลับมาครั้งนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
เนื่องจากความนิยมของนักบอลที่เริ่มหันไปหาแฟชั่น  การนำรองเท้ายุคเก่า
ที่เน้นแพชชั่นอย่างเดียวนั้นดูจะเป็นเรื่องที่ยากเกินไป  สุดท้ายแล้วแบรนด์เก๋า
จากเกาหลีใต้ก็หายออกไปจากวงการฟุตบอลในที่สุด




  

  อันดับที่ 2 : รีบอค

  รีบอค คือแบรนด์รองเท้าฟุตบอลที่ชาวไทยคุ้นเคยกันมานาน  แม้ว่าทุกวันนี้
รีบอค จะยังทำตลาดผลิตภัณฑ์กีฬาในบ้านเราและในระดับโลกอย่างปกติทุกอย่าง
เพียงแต่เส้นทางของรองเท้าฟุตบอลที่เคยรุ่งเรืองในช่วงยุค 90 นั้นได้จบสิ้นไป
ตั้งแต่ปี 2010 แล้ว



  รีบอคมีชื่อเสียงในการผลิตรองเท้าฟุตบอลตั้งแต่ยุด 90  โดยเฉพาะช่วง
ปลายของยุค  ที่มีนักฟุตบอลดังๆ หลายคนสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงแข่งขัน
รีบอคเน้นการออกแบบรองเท้าที่เรียบง่าย เน้นวัสดุหนังจิงโจ้แท้ที่หนานุ่ม
รูปทรงรองเท้าไม่หวืดหวา เน้นความสบายในการสวมใส่



  สำหรับแฟนบอล แมนฯ ยูฯ ก็จะคุ้นเคยกับภาพของ ไรอัน กิ๊กส์ ที่กระชาก
ลากเลื้อยด้วยรองเท้ายี่ห้อนี้มาตลอดอาชีพการค้าแข้ง  



  ส่วนแฟนบอล อาร์เซน่อล ก็จะมี เดนนิส เบิร์กแคมป์ เป็นไอคอนสำคัญ
ที่ลงโชว์ทักษะบอลด้วยรองเท้าฟุตบอลยี่ห้อรีบอค



  ก่อนที่ช่วงท้ายๆ บนเส้นทางลูกหนักงของรีบอค  นั้นดูเหมือนว่าจะพยายาม
ฮึดขึ้นมาสู้อีกครั้ง  ด้วยการอัพเกรดไลน์รองเท้าฟุตบอลใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น
เพิ่มเติมดีไซน์และแฟชั่นเข้าไปบ้าง  แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิมอยู่พอประปลาย
ไฮไลท์สุดท้ายน่าจะเป็นการเซ็นสัญญา เธียร์รี่ อองรี เข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์หลัก
ร่วมกับ อิเคร์ กาซิยาส และ ไรอั้น กิ๊กส์



  ข่าวที่แฟนบอลทั่วโลกน่าจะรับรู้ก่อนที่รีบอคจะหายไปจากวงการฟุตบอล
ก็คือการถูกเทคโอเวอร์โดยอาดิดาสนั่นเอง

  โดยส่วนตัวของผมแล้ว..รีบอค ถือเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับฟุตบอลลีกส์ของ
อังกฤษมาตั้งแต่ช่วง 90  รองเท้าฟุตบอลที่ทำตลาดอาจจะไม่ได้โดดเด่น
หรือโด่งดังเหมือนกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อื่นๆ ที่ทะยอยปรับตัวกันในช่วงต้น
ยุค 2000  แต่สำหรับภาพจำของแฟนบอลหลายๆ คนแล้ว  รีบอคคือ
แบรนด์เก่าแก่ที่อยู่คู่กับแฟนบอลยุค 90 มานาน  ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย
มากที่รองเท้าฟุตบอลยี่ห้อนี้หายไปจากวงการฟุตบอล




    

  อันดับที่ 1 : นอมิส (Nomis)

  นอมิส คือแบรนด์ที่ผมรู้สึกเสียดายมากที่สุด  ที่หายไปจากวงการฟุตบอล
นอมิสเป็นแบรนด์สัญชาติออสเตรเลีย  และอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงในวงกว้าง
เหมือนกับแบรนด์อื่นๆ ที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้  แต่ขอบอกเลยว่ารองเท้า
ฟุตบอลของนอมิสสร้างความประทับใจให้กับคนที่เคยใช้มาทั้งนั้น



  นอมิสเป็นผู้ริเริ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการสัมผัสบอลของ
พื้นผิวที่หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวเแห้งแบบปกติ ที่มีชื่อเทคโนโลยีว่า
"Dry Control" หรือพื้นผิวเปียกน้ำ ที่มีชื่อเทคโนโลยีว่า "Wet Control" 
ปรากฏอยู่บนตัวรองเท้าแต่ละรุ่น  จนสุดท้ายสามารถพัฒนาออกมาเป็น
เทคโนโลยี "Duel Control" ที่จะทำให้พื้นผิวสัมผัสของตัวรองเท้า  นั้นยังมี
ประสิทธิภาพในการดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอลได้ดี ทั้งสภาวะแห้งสนิท
หรือเปียกน้ำก็ตาม

  และอีกหนึ่งจุดเด่นที่ นอมิส ทำออกมาได้ดีมากคือคุณภาพของวัสดุหนังแท้
โดยเฉพาะหนังจิงโจ้ในรองเท้ารุ่นท็อป  ที่มีทั้งความนุ่ม ความกระชับและ
ความทนทาน  จากปากคำของผู้ที่เคยผ่านการใช้งานนอมิส  ต่างบอกเป็น
เสียงเดียวกันว่าแบรนด์นี้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผลิตรองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้
ที่ดีที่สุดแบรนด์นึงในโลกลูกหนังเลยทีเดียว



  หลังจากที่นอมิสยุติการลุยตลาดรองเท้าฟุตบอล  เรายังมีโอกาสได้เห็น
ความเป็นนอมิสในตัวของรองเท้าฟุตบอลแบรนด์ เปเล่ สปอร์ต  แน่นอน
ว่าที่เห็นหน้าตาคล้ายกันนั้น  มันคือการควบรวมแบรนด์ใหม่  แต่สุดท้าย
แล้ว เปเล่ สปอรต์ เองก็ไม่ได้สร้างผลงานในวงการฟุตบอลมากนัก  ออก
รองเท้าฟุตบอลมาได้ไม่นาน  แบรนด์ที่มีชื่อของราชาลูกหนังโลกแบรนด์นี้
ก็ล้มเลิกไปในที่สุด



  การจัดอันดับทั้งหมดในบทความนี้..ไม่รู้ว่ามีความคิดเห็นตรงใจกับทุกท่าน
มากน้อยแค่ไหน  หรือใครมีแบรนด์ไหนที่ผมอาจจะหลงลืมกันไป  ก็ลองมา
โพสแสดงความคิดเห็นบอกกล่าวกันหน่อยนะครับ  ที่แฟนเพจ Siamboots
ที่นี่ได้เลย >>> facebook.com/siamboots/

  สำหรับบทความ Boots Story วันนี้ ต้องขอลาไปก่อน  แล้วครั้งหน้า
เราจะมีเรื่องอะไรมาเล่าสู่กันฟัง  ไว้รอติดตามกันนะครับ

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด
ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"