
adiPOWER Predator®: กลายพันธุ์เป็นรองเท้าฟุตบอล
ที่ครบถ้วนทุกด้าน...ไปเสียแล้ว

เชื่อว่านี่จะเป็นการสิ้นสุดการรอคอยสำหรับใครหลายๆ คนเสียที กับการรีวิวทดสอบการใช้งาน
ของหนึ่งในรองเท้าฟุตบอลที่เป็นไฮไลท์แห่งปี 2011 นี้ นั่นคือ อาดิดาส "adiPOWER Predator®"
เจเนอเรชั่นที่ 11 ของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ระดับตำนาน ที่ในเจเนอเรชั่นนี้มีการเปลี่ยนแปลง
มากมายหลายต่อหลายอย่างจนทำให้บรรดาเหล่าสาวกของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ตกใจจนแทบ
ช็อกตาตั้งไปตามๆ กัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าคุณ "ไม่ควรพลาดการรีวิวทดสอบของรองเท้า
รุ่นนี้ด้วยประการทั้งปวง"
ไม่งั้นก็คงจะคุยกับคนอื่นเค้า...ไม่รู้เรื่อง !!!

สำหรับข้อมูลเบื้องต้น รวมถึงการสัมผัสเซย์ไฮทักทายกับ adiPOWER Predator® UCL 2011/12
คู่ที่ผมจะทำการทดสอบคู่นี้ ต้องขอให้คุณนั้นกลับไปอ่านในบทความ "Hand On!" adiPOWER
Predator® UCL 2011/2012 เสียก่อน เพราะในบทความนั้นผมได้พาเจ้า adiPOWER Predator®
คู่ที่ได้มาอย่างเป็นทางการจาก บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด มาอวดรูปร่างหน้าตาและ
สำรวจทุกซอกทุกมุมกันไปแล้ว ในกล่องมีอะไร มีของแถมหรือเปล่า ตัวรองเท้ามีรูปร่างเส้นสาย
ลายเย็บเป็นอย่างไร รวมถึงลูกเล่นใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเจเนอเรชั่นนี้ ทั้งหมดนั้นอยู่ในบทความ
ดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในบทความนี้จะขอพูดถึงการใช้งาน วิเคราะห์วิจาณ์ข้อดีข้อเสีย
และแสดงความคิดเห็น เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกคนซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็คงกำลังหา
ข้อมูลเพื่อตัดสินใจซื้อรองเท้าฟุตบอลที่ให้เหมาะสมและคุ้มค่าต่อการใช้งานของตัวเองสักคู่หนึ่ง
ก่อนหน้านี้ผมได้แจ้งไปแล้วว่าจะขอใช้เวลาอยู่กินกับรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์พละกำลังที่ได้ถูก
แปลงสัญชาติคู่นี้เป็นระยะเวลาสักสองสัปดาห์ก่อน เพื่อจะได้เก็บข้อมูลจากการทดสอบการใช้งาน
แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์วิจารณ์ต่างๆ นานา ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ว่าไม่ดี หาจุดอ่อนจุดแข็งมาแนะนำกัน
ไป และเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปนับตั้งแต่การเขียนบทความ "Hand On!" ก็ตามที่สัญญากันไว้นั่น
แหละครับ ต่อจากสามบรรทัดนี้ไปจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน และ
รีวิวทดสอบการใช้งาน adiPOWER Predator® UCL 2011/12 เปลี่ยนจากรองเท้าที่อยู่ในมือ
เอาลงไปสวมใส่ไว้ที่เท้า แล้วลงสนาม "จัดหนัก" กันเลย !!!!
Details

adiPOWER Predator® ได้ถูกอาดิดาสออกแบบและพัฒนาในฐานะเจเนอเรชั่นที่ 11 ของรองเท้า
ฟุตบอลสายพันธุ์พละกำลังที่มีบรรดาสาวกแฟนพันธุ์มากที่สุดซีรี่ย์หนึ่งของวงการรองเท้าฟุตบอล
แต่เมื่อข้อมูลทางเทคนิคของ
adiPOWER Predator® ได้ถูกเปิดเผยออกมา ก็ถึงกับสร้างความ
ตกตะลึงให้กับบรรดานักฟุตบอลทั่วทั้งโลกที่กำลังเฝ้ารอคอยยลโฉมอย่างใจจดใจจ่อ เพราะข้อมูล
จากข้อมูลระบุว่า adiPOWER Predator® ซึ่งเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นท็อปในการทำตลาดนั้นจะ
ถูกลดน้ำหนักตัวจากพิกัดเดิมที่อยู่ราวๆ 330 กรัม ให้ลดลงมาเหลือเพียง 220 กรัม โอว้ !! นี่มัน
พิกัดน้ำหนักเดียวกับรองเท้าฟุตบอลสายความเร็วเลยนะเนี่ย เท่านั้นยังไม่พอ อาดิดาสยังกล้า
ฉีกแนวคิดด้วยการตัดสินใจออกสีเปิดตัวในเฉดสี "สีฟ้า-เขียว" แล้วเลื่อนเอาสีออริจินัส
"ดำ-แดง-ขาว" ให้ออกสู่ตลาดเป็นเฉดสีที่สองอย่างเป็นทางการ
สำหรับเรื่องของตัว "พรีเซนเตอร์หลัก" นั้นอาดิดาสได้เลือกเซ็นสัญญามากถึง 3 คน พร้อม
ด้วยการสร้างความงุนงงพอสมควรในแว้บแลกที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็นโฉมหน้าของ 3 ซุปเปอร์สตาร์
อย่าง ริคาร์โด้ กาก้า , หลุยส์ นานี่ และโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เพราะทั้ง 3 ยอดนักเตะนั้นต่าง
มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่พอได้คิดไปคิดมา วิเคราะห์รวมกับข้อมูลทางเทคนิค
ของราชานักล่าเจเนอเรชั่นที่ 11 ก็พอจะสรุปรวบยอดได้ว่า "อาดิดาสต้องการสร้าง adiPOWER
Predator® ให้มีความสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน และต้องการสื่อสารเรื่องดังกล่าวออกสู่
สาธารณะชนผ่านทางพรีเซนเตอร์หลักทั้ง 3 คน"

"ริคาร์โด้ กาก้า" ยอดเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติบราซิล จากสโมสรเรอัล มาดริด ที่ครั้งหนึ่ง
เคยเป็นพรีเซนเตอร์กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้มาก่อน ในคราวเจเนอเรชั่น Predator Power Pulse
ก่อนที่จะถูกโยกย้ายไปเป็นพรีเซนเตอร์หลักของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิคของอาดิดาสเอง
อย่าง adiPURE นับตั้งแต่เจเนอเรชั่นที่ 1 ถึง 3 แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนทั้งโลกรู้กันดีเกี่ยวกับศักยภาพ
ในสนามฟุตบอลของมิดฟิลด์รูปหล่อรักครอบครัวรายนี้ก็คือ เขาเป็นผู้เล่นที่มีทักษะระดับที่สูงมาก
การเล่นฟุตบอลที่ตื่นตาตื่นใจ การควบคุมที่แม่นยำ และการอ่านเกมในสนามที่ยอดเยี่ยม รวมถึง
บุคลิกที่สุขุมเยือกเย็น
"หลุยส์ นานี่" ยอดมิดฟิลด์ความเร็วสูงของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่เขาได้
เซ็นสัญญาเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับอาดิดาส ก็ได้มีบทบาทในการเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์ให้
กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ F50 adiZero มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่หลังจากนั้นอาดิดาสก็จัดการ
โยกย้าย หลุยส์ นาน เข้ามารับบทบาทพรีเซนเตอร์หลักให้กับ
adiPOWER Predator® ในช่วง
ที่เขามีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดนั้น เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงประจักษ์ต่อสายตาถึงความสามารถ
ในการพาบอลทะลุทะลวงคู่แข่งด้วยความเร็ว การสับขาที่ว่องไว และปิดท้ายด้วยการทำประตู
ที่ยอดเยี่ยมเฉียบคม
"โรบิน ฟาน เพอร์ซี่" เชื่อว่าภาพลักษณ์ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ราชานักล่าในช่วง 1-2 ปี
หลังมานี้ หลายๆ คนจะต้องนึกถึงยอดกองหน้าทีมรองแชมป์โลก 2010 ของสโมสรอาร์เซน่อล
เป็นแน่แท้ ด้วยพละกำลังในการยิงประตูที่ทรงพลังรุนแรง รวมถึงทักษะการเคลื่อนที่ในการ
พาบอลไปกับเท้าได้เป็นอย่างดี
จึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่ดาวยิงชาวดัชต์จะเบียดแย่งพื้นที่
การเป็นพรีเซนเตอร์ในด้านพละกำลังจาก "สตีเว่น เจอราร์ด" ที่ช่วงหลังๆ มานี้สภาพร่างกาย
ไม่ค่อยสมบูรณ์จนหายหน้าหายตาไปจากสนามฟุตบอลไปนานพอสมควร
จากบทบาทของพรีเซนเตอร์ตัวหลักทั้ง 3 ที่ได้กล่าวเล่าขาลไปนั้น พอจะบอกได้อย่างชัดเจน
ว่าอาดิดาสต้องการจะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับ adiPOWER Predator® จากการที่เคยเป็น
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ดุดัน มีพละกำลังความแข็งแกร่งและการป้องกันที่ยอดเยี่ยม ให้กลาย
มาเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีความสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านของพละกำลังที่รุนแรงและแม่นยำในการ
ทะลวงประตูคู่แข่ง ทักษะการเล่นฟุตบอลขั้นสูงที่จะควบคุมทุกสถานการณ์ และความรวดเร็ว
คล่องแคล่วที่จะพาบอลฉีกหนีการประกบติดจากคู่แข่ง
รวมถึงการออกแบบดีไซน์ที่ลงตัวมากขึ้น
กว่าเดิม

และเช่นเคย..เมื่อมี Predator® เวอร์ชั่นปกติ ก็ย่อมต้องมีเวอร์ชั่นเฉพาะตัวภายใต้สัญลักษณ์
ของ "เดวิด เบ็คแฮม" เจ้าพ่อลูกนิ่งที่ยังคงมีอิทธิพลต่อความนิยมของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้
อย่างไม่มีวันตกหาย จากเมื่อก่อนที่ยอดมิดฟิลด์เท้าชั่งทองเคยประกาศกร้าวเอาไว้ว่าจะขอร่วม
ต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ด้วยการเลือกใช้และผลิต
Predator® DB ด้วยหนังสังเคราะห์ไม-
โครไฟเบอร์เท่านั้น จนมาถึงเจเนอเรชั่นที่แล้วอย่าง Predator X ที่ซุปเปอร์สตาร์รูปหล่อลูกดก
รายนี้ใช้รองเท้าฟุตบอลหนังวัวกระทิง แต่สำหรับอาดิดาส adiPOWER Predator® DB นั้นจะ
กลับมาผลิตหน้าผ้าและตัวรองเท้าด้วยหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์อีกครั้ง ภายใต้เฉดสีของ
ตัวรองเท้าที่แปลกกว่าชาวบ้าน พร้อมตราสัญลักษณ์ท่าทางในการปั่นฟรีคิกที่เป็นเอกลักษณ์
ของอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษที่เห็นกันจนชินตาไปแล้ว
แนวคิดในการออกแบบประกอบไปด้วย
1. adiPOWER Predator® จะยังคงเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีจุดเด่นในเรื่องของพละกำลังและ
ความแม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำประตูคู่แข่ง ถึงแม้ว่าน้ำหนักตัวรองเท้าจะเบาลงเป็น
อย่างมาก แต่การออกแบบทางด้านดีไซน์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะ "แถบยางปั่นโค้ง"
หรือที่เรียกว่า Predator® Element จะถูกออกแบบเพื่อศักยภาพทางด้านพละกำลังและความ
แม่นยำที่จะมาทดแทนน้ำหนักตัวที่ลดลงไป
2. adiPOWER Predator® จะต้องมีศักยภาพทางด้านอื่นๆ มากขึ้นกว่าเดิม และเหมาะสม
ต่อทุกลักษณะการเล่น โดยเฉพาะรูปแบบเกมการแข่งขันในปัจจุบันที่รวดเร็วฉับไว ดังนั้น
รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่นี้จะถูกลดน้ำหนักตัวลงจากเดิม โดยการหยิบยืมชุดพื้นมาจากซีรี่ย์
F50 adiZero เพื่อเอามาปรับปรุงให้เหมาะสม เพิ่มความแข็งแกร่ง และรูปแบบของปุ่ม FG
ที่ดูแข็งแรงมั่นคง
3. adiPOWER Predator® จะต้องเป็นทั้งรองเท้าฟุตบอลที่มีความสบายในการสวมใส่
และความกระชับเท้าในเวลาเดียวกัน เพื่อความมั่นใจในทุกสภาวะการใช้งาน
4. adiPOWER Predator® จะยังต้องคงรูปแบบการผลิตหน้าผ้าและตัวรองเท้าจากหนัง
สัตว์แท้ เพื่อให้สัมผัสที่นุ่มเท้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเล่นฟุตบอลด้วยทักษะสวยงาม ให้
สมกับการเป็นหนึ่งในรองเท้าฟุตบอลระดับตำนานที่มีอายุมากว่า 11 รุ่น
โจทย์ทั้งหมดที่เป็นแนวคิดในการออกแบบ adiPOWER Predator® เมื่อได้คิดไปๆ มาๆ
ช่างรู้สึกว่าเป็นโจทย์ที่ยากมาก จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะหยิบเอารองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนัก
เบา มาปรับแต่งให้มีศักยภาพในการยิงประตูที่รุนแรงและแม่นยำ รวมถึงการออกแบบที่ให้
ความสบายเท้าในการสวมใส่ แต่กลับต้องรวมความกระชับเท้าในระดับที่ยอดเยี่ยม รวมถึง
ชุดพื้นที่เอาของ
F50 adiZero มาใช้งานเป็นพื้นฐาน แต่ยังต้องประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความ
แข็งแกร่งทนทานและมั่นคง
คิดไปคิดมา...บอกได้เลยครับว่าผมมึน !!! พอสมควร แนวคิดทั้งหมดที่ออกมานั้นมัน
ช่างเป็นโจทย์ที่ท้าทายการออกแบบของอาดิดาสเสียเหลือเกิน แต่ต้องยอมรับที่อาดิดาส
กล้าคิดที่จะเปลี่ยนแปลงรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
Predator® ใหม่ทั้งหมดเช่นนี้ เพราะสุดท้าย
ถ้าผลงานออกมาไม่ดี เชื่อว่าคงต้องทนเสียงบ่นด่าจากบรรดาสาวกแฟนพันธุ์แท้ของซีรี่ย์
นักล่าอย่างแน่นอน แต่ถ้าทุกอย่างลงตัว และสามารถเปลี่ยนความคิดบรรดาสาวกเหล่านั้น
ให้เห็นคล้อยและยอมรับได้ว่าสไตล์การเล่นฟุตบอลในปัจจุบันนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
รองเท้าซีรี่ย์นี้ก็จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคกับสมัยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
นั่นหมายความว่าอาดิดาสจะสามารถเรียกความนิยมให้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
Predator®
ให้กลับมาได้อีกครั้ง
หลังจากที่หมดยุคสมัยของ ซีเนอดีน ซีดาน ภาพลักษณ์เก่าๆ ที่เคย
ติดตราตรึงอยู่ในหัวใจของใครหลายๆ คนก็เริ่มลดหายลงไป เพราะนับตั้งแต่นั้นมาอาดิดาส
ก็ไม่รู้จะไปหาตัวพรีเซนเตอร์รายใดมาทดแทนสุดยอดเพลย์เพกเกอร์ระดับตำนานรายนี้ได้
และยังต้องยอมรับว่าเจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้อย่าง Predator X ก็แทบจะไม่ประสบความสำเร็จ
อย่างในครั้นอดีตเลย ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกเดียวที่อาดิดาสต้องแบกความกดดันทั้งหมดมา
ลงไว้ที่ adiPOWER Predator® นั่นเอง
ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น adiPOWER Predator®
adiPOWER Predator® คือรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปในสายการผลิตของอาดิดาส ถึงแม้
ว่าในเจเนอเรชั่นนี้อาดิดาสจะมีการผลิต
adiPOWER Predator® SL เพิ่มเข้ามาเป็นรองเท้า
ระดับเวิร์ดคลาสตามกระแสที่เป็นไปอยู่ต่อนี้
แต่เชื่อว่าบรรดาแฟนคลับของ Predator®
หลายๆ คนยังคงยกให้
adiPOWER Predator® เข้าใกล้กับคำว่า "ราชานักล่า" และเป็นรุ่น
ที่อาดิดาสเองต้องการทำตลาดในกลุ่มที่กว้างขวางมากกว่า

adiPOWER Predator คู่นี้มีจุดเด่นสำคัญที่สร้างความตกตะลึงให้กับสาวกของซีรี่ย์นักล่า
จากอาดิดาสคือน้ำหนักตัวที่ถูกลดลงเหลือเพียง 222.0 กรัม ทั้งๆ ที่รองเท้าระดับท็อป
ในเจเนอเรชั่นก่อนๆ นั้นมีน้ำหนักสูงถึง 330.0 กรัม วัสดุหลักที่นำมาผลิตเป็นหน้าผ้าและตัว
รองเท้าคือหนังลูกวัวกระทิง (Calf-skin leather) ซึ่งเป็นหนังแท้ที่มีทั้งความหนานุ่มและ
ความทนทาน ในโฉมนี้ บริเวณหัวรองเท้าจะมีรอยด้ายเย็บที่ถี่มากขึ้น จนมีลักษณะเป็น
ลอนๆ นูนขึ้นมา เป็นพื้นที่ที่มีความหนานุ่มของหน้าผ้าเป็นอย่างมาก แต่สำหรับหน้าผ้า
ของตัวรองเท้าตอนกลางนั้นดูจะมีความนุ่มของหน้าผ้าน้อยกว่า เป็นเพราะอาดิดาสต้องการ
จะลดน้ำหนักตัวของรองเท้าลง

สำหรับจุดขายของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ "แถบยางปั่นโค้ง" หรือที่เรียกว่า PREDATOR®
Element Technology นั้นจะยังคงอยู่ที่บริเวณสันเท้าของข้างเท้าด้านใน ถึงแม้จะใช้วัสดุ
แบบเจเนอเรชั่นเดิม แต่รูปแบบของแถบยางปั่นโค้งนั้นจะมีมิติมากขึ้น มีสันและความนูน
ในขณะที่แถบยาง มีความนิ่มขึ้นเล็กน้อย และแนวร้อยเชือกของ adiPOWER Predator
ได้เอียงออกไปทางข้างเท้าด้านนอก และมีการเพิ่มลิ้นรองเท้าด้านในเข้ามาเหมือนเดิม
เพราะในเจเนอเรชั่นที่แล้ว Predator X นั้นจะเป็นการใช้หน้าผ้าของตัวรองเท้าสองข้างมา
ทับกันและตัดลิ้นรองเท้าออกไป เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัวมานั้นจะเป็นเชือกแบน
เหมือนเดิม

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ก็คือชุดพื้นและปุ่มที่เปลี่ยน
มาใช้วัสดุแบบเดียวกับ adiZero พร้อมเทคโนโลยี Sprint Frame แต่จะยังมีหุ้มส้น
และเกาะกันกระแทกส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายนอก (Enternal Heel Counter)
ป้องกันอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ปุ่ม FG ยังคงใช้แนววางปุ่มและลักษณะปุ่มใบมีดแนวยาว
แบบเดียวกับ Predator X และบริเวณชุดพื้นตอนหน้าจะมีการใช้ปุ่มแบบใหม่แปลกตา
ตรงกลางฝ่าเท้า เป็นปุ่มสี่เหลี่ยม คอยทำหน้าที่ช่วยกระจายแรงและรักษาสมดุลของการ
เคลื่อนไหวรวมถึงยังมีเทคโนโลยี PowerSpine ฝังอยู่กับชุดพื้นเพื่อทำหน้าที่ถ่วงน้ำหนัก
เป็นจุดศูนย์ถ่วงเพื่อเพิ่มพละกำลังให้กับลูกฟุตบอลที่ออกไปจากเท้า

สำหรับหุ้มส้นและแผ่นรองพื้นด้านในนั้นได้เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่มีผิวหน้าแบบกำหมะหยี่
ทั้งหมด โดยผู้ใส่จะได้ประโยชน์จากแรงเสียดทาน ความกระชับและป้องกันอาการถูกกัด
โดยรองเท้ารุ่นนี้สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 7,690 บาท ซึ่งน่าเสียดายตรงที่ของที่ให้มาในกล่อง
นั้นมีเพียงแค่รองเท้าอย่างเดียว ไม่มีถุงและการ์ดแถมมาให้แบบเมื่อก่อน...
Feeling
เอาล่ะ !! หลังจากที่ผมสาธยายข้อมูลของ adiPOWER Predator® UCL 2011/12 สีขาว-ม่วง
สุดงามคู่นี้ไปพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาที่จะลองสวมใส่เข้าไปที่เท้าและเตรียมพร้อมที่จะลงสนาม
เพื่อซึบซับความสามารถที่แท้จริงของราชานักล่ารุ่นใหม่ล่าสุดคู่นี้ ก่อนอื่นจะขอพูดถึงการเลือก
ไซด์และขนาดของรองเท้ากันก่อน adiPOWER Predator® เวอร์ชั่น UCL 2011/12 ที่ผมได้
มาจากบริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด คู่นี้เป็นเวอร์ชั่นหนังวัวกระทิง ความกว้างของ
ลักษณะลำตัวรองเท้าเวอร์ชั่นที่เป็นหนังแท้นั้นจะมีความกว้างกว่าเวอร์ชั่น DB พอสมควร โดย
คู่ที่เห็นอยู่นี้เป็นไซด์ 9.5 US , 9.0 UK , 43 1/3 Fr และ 27.5 cm พอว่ารองเท้าคู่นี้ค่อนข้าง
จะยาวกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ผมได้เคยสัมผัส เรียกได้ว่า Oversize ในด้านยาวประมาณ 0.4 cm
แต่ในทางกว้างด้านข้างนั้นบอกได้เลยว่ากระชับเท้าพอสมควร แต่เมื่อยิ่งผูกมัดเชือกรองเท้าให้
แน่นๆ ก็จะสามารถรู้สึกถึงความกระชับเป็นอย่างมาก

ขอเพิ่มเติมฟีลลิ่งค์ทางด้านกว้างของรองเท้ารุ่นนี้อีกสักหน่อย จากข้อมูลพอจะทราบมาว่า
อาดิดาสได้ เอาเทคโนโลยี OPTIFIT® ออกไปแล้ว หากยังจำกันได้ เทคโนโลยีเสริม
ความกระชับให้กับเท้าในบริเวณตอนกลางนั้นได้ถูกพัฒนาแล้วเอามาใช้กับ
Predator X
เพื่อนให้ความกระชับเท้าในระดับที่สุดยอด แต่สุดท้ายกลับถูกผู้ใช้งานบ่นถึงประสิทธิภาพ
อันยอดเยี่ยม ไม่ใช่แค่กระชับเท้า แต่เรียกได้ว่า "บีบ" กันจนหน้าปูดหน้าเขียว ดังนั้นทาง
อาดิดาสจึงไม่รีรอที่จะเอาเทคโนโลยีดังกล่าวออกไปจาก
adiPOWER Predator®
ส่วนตัวผมเองนั้นมี Predator X รุ่นท็อปอยู่ในมือและวางโชว์เอาไว้ที่บ้าน ก็เลยได้โอกาส
หยิบมาลองสวมใส่เปรียบเทียบกับ
adiPOWER Predator® บอกได้เลยว่าความกระชับของ
adiPOWER Predator® นั้นมีน้อยกว่าแน่นอน แต่ถึงแม้จะน้อยกว่า แต่ก็กระชับในระดับที่
กำลังพอดี อึดอัดบ้าง แต่ก็เข้าใจว่าจะมีประโยชน์ในการใช้งานจริงๆ ใครที่เคยหน้าเขียว
กับการใส่ราชานักล่าในเจเนอเรชั่นที่แล้ว ผมขอยืนยันเลยว่าอาการเหล่านั้นจะไม่กลับมา
ตามหลอกหลอนคุณอีกในเจเนอเรชั่นของ
adiPOWER Predator® อย่างแน่นอน

ความรู้สึกตรงบริเวณหุ้มส้นด้านในที่เป็นกำมะหยี่ พอจะให้ความสบายในการสวมใส่
และมั่นใจได้เลยว่าจะไม่ถูกรองเท้ารุ่นนี้กัดที่ส้นเท้าอย่างแน่นอน แต่ความสามารถในการ
โอบรัดกระชับส้นเท้าของเรานั้นเหมือนว่าจะด้อยกว่าเดิม พูดง่ายๆ หากใครได้เคยลองจับ
สัมผัสกับรองเท้ารุ่นนี้ด้วยมือของคุณเอง คุณจะรู้เลยว่าลักษณะของหน้าผ้ากำมะหยี่บริเวณ
ตรงนี้จะมีผิวลื่นๆ มันๆ และไม่นุ่มตัวหรือยุบตัวมากเท่าใดนัก ถ้าจะให้เทียบกันตรงๆ ก็คง
ต้องไปลองจับหุ้มส้นของรองเท้าฟุตบอลอีกยี่ห้อหนึ่งที่เป็นคู่แข่งกันโดยตรง เพราะทางนั้น
จะมีลักษณะหน้าผ้าของผ้ากำมะหยี่ที่นุ่มและเหนียบหนึบมากกว่านี้ ในส่วนของแผ่นรองพื้น
รองเท้าที่เป็นผิวหน้ากำมะหยี่ของ adiPOWER Predator® ก็เช่นกัน พื้นหน้าจะลื่นๆ มันๆ
หากรองเท้ามีความยาวมากกว่าเท้าของคุณมากพอสมควร ก็จะเกิดอาการลื่นไถลในจังหวะ
การเคลื่อนที่อย่างชัดเจนจนรู้สึกได้ ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือ...เลือกซื้อ
adiPOWER Predator® ให้ตรงกับความยาวของเท้าคุณให้พอดีเด๊ะ !! ไม่ต้องกังวลเรื่อง
การบีบรัด เพราะมันไม่มีเทคโนโลยี OPTIFIT แล้ว


สุดท้ายก่อนที่จะลงสนามแข่งขันจริงๆ จังๆ ก็ขอลองจังหวะการลงน้ำหนักออกตัววิ่งเหยาะๆ
ดูเสียหน่อย สนามที่ผมทดสอบอยู่นี้เป็นสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ที่มีหญ้าเทียมสีเขียวๆ เต็ม
ไปหมด ไม่ค่อยจะมีเม็ดยางคาร์บอนให้ได้เห็นสักเท่าไหร่ พื้นหญ้าเทียมไม่แข็งไม่นุ่มมาก
การลงน้ำหนักและทดลองสปรินซ์ตัวออกวิ่งด้วยชุดปุ่ม FG ของ adiPOWER Predator®
นั้นให้การยึดเกาะที่ดี ด้วยปุ่มใบมีดขนาดยาวและมีลักษณะแคบ ปลายปุ่ม 2 ปุ่มด้านหน้า
จึงจิกลงไปที่พื้นได้เป็นอย่างดี ส่วนปุ่มกลางสี่เหลี่ยมที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการรับและ
กระจายน้ำหนักนั้นก็สามารถใช้งานได้จริง สามารถรู้สึกได้เลยว่าการเคลื่อนที่แต่ละครั้ง
ปุ่มดังกล่าวตรงกลางฝ่าเท้าจะมีบทบาทเป็นอย่างมาก และการออกแบบแนวด้ายเย็บให้มี
รูปแบบเป็นแนวขวาง และถี่มากขึ้น ทำให้ตัวรองเท้ามีการโค้งงอเข้ารูปกับเท้าที่ยกตัวขึ้น
เมื่อเราต้องสปินซ์ตัว ดังในภาพด้านบน
Testing
ก่อนอื่นเลยจะขอตอบคำถามที่เชื่อว่ายังค้างขาใจใครหลายๆ คนเสียก่อน ในเรื่องของ
หน้าผ้าและตัวรองเท้าที่ผลิตจาก หนังลูกวัวกระทิง (Calf-skin Leather) ที่อาดิดาส
ได้เพิ่มความถี่ของแนวด้ายเย็บให้มากขึ้นกว่าเดิม
เพราะมีแต่คนถามถึงความนุ่มหน้าผ้า
ของรองเท้ารุ่นนี้ว่าเป็นอย่างไร เรียนตามตรงครับว่า หากคุณได้ลองสัมผัสรองเท้าเปล่าๆ
ที่วางโชว์ตัวอยู่บนชั้นวางในช็อปฯ ชั้นนำ ลองกดๆ หน้าผ้าดูจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มได้บ้าง
แต่เมื่อผมได้ลองสวมใส่เข้าไปที่เท้า และลองกดๆ ลงไปตรงบริเวณหน้าผ้า บอกได้เลยว่า
ถึงแม้จะเพิ่มความถี่ของแนวด้ายเย็บ แต่หน้าผ้าก็ไม่ได้หนานุ่มมากกว่า Predator X เลย
แต่สิ่งที่รู้สึกได้ก็คือความหนักแน่นของหน้าผ้าที่มีติดตัวมามากพอสมควร จึงช่วยทำให้
สามารถส่งแรงผ่านไปยังลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ด้วยผิวหนังที่ค่อนข้างเรียบ
จึงช่วยให้ลูกฟุตบอลที่ออกไปจากเท้านั่นพุ่งในทิศทางตรงๆ ได้อย่างแม่นยำ ในจังหวะที่
ใช้บริเวณหน้าเท้าในการเตะบอล

ต่อมาจะทดลองการเตะลูกฟุตบอลด้วยบริเวณสันเท้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ของอุปกรณ์
ทีเด็ด "แถบยางปั่นโค้ง" หรือ "Predator® Element" ที่แถบยางได้ถูกออกแบบใหม่
ให้มีลักษณะรายละเอียด มีความนูนความเว้า มีมิติมากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการสัมผัส
กับลูกฟุตบอล เมื่อได้ลองเตะลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรงด้วยบริเวณสันเท้า พื้นที่ข้างเท้า
ด้านในจะมีการออกแบบให้ตำแหน่งของแถบยางปั่นโค้งโผล่ออกมาสัมผัสกับ
ลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มพื้นที่
ด้วยลักษณะของเนื้อยางที่แข็งและแน่น รวมถึงยังมี
ความหนึบ ทำให้สามารถส่งถ่ายแรงไปยังลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มพลัง รวมทั้งยังใช้
ประโยชน์จากแรงเสียดทานในการควบคุมทิศทาง และปั่นโค้งลูกฟุตบอลออกไปได้
อย่างมั่นใจ
แต่ด้วยตำแหน่งของ "Predator® Element" ที่อยู่สูงถัดขึ้นมาจากตรง
หัวรองเท้าพอสมควร ดังนั้นในจังหวะยิงประตู ก็จำเป็นต้องเอียงเท้าและเน้นเข้าไปที่
ใต้ลูกฟุตบอลให้ได้องศาที่เหมาะสม


นอกจากการยิงเต็มข้อที่แม่นยำแล้ว การส่งบอลใกล้ๆ ด้วยข้างเท้าด้านในก็เป็น
สิ่งสำคัญในการนำพาชัยชนะมาสู่ทีม อ้อ !! ลืมพูดถึงเรื่องจังหวะการวางเท้าหลักไป
ทั้งการยิงประตูแบบเต็มข้อและการวางเท้าแปรบอลธรรมดานั้น เท้าหลักซึ่งเป็นเท้าที่
ต้องยันทรงตัวไว้กับพื้น พร้อมทิ้งน้ำหนักลงไปที่บริเวณส้นเท้าที่มีปุ่ม FG วางเรียงกัน
อยู่เป็นจำนวนทั้งสิ้น 4 ปุ่ม ปุ่มทั้ง 4 มีการยึดเกาะกับพื้นได้อย่างมั่นคง ทำให้เท้าอีก
ข้างที่เหวี่ยงสามารถส่งถ่ายแรงได้อย่างมั่นใจ แต่ปัญหาที่พบคร่าวๆ ก็คือการรองรับ
แรงกระแทกจากพื้นนั้นยังอยู่ในระดับกลางๆ ยิ่งถ้าเรายิ่งเน้นลงน้ำหนักตัวไปที่เท้าหลัก
มากเท่าไหร่ แรงสะเทือนก็จะยิ่งสะท้อนกลับมามากจนรู้สึกได้
สำหรับจังหวะการแปรบอลด้วยข้างเท้าด้านใน สิ่งที่แตกต่างจากการยิงเต็มข้อก็คือ
ตำแหน่งเท้าที่สัมผัสกับลูก การแปรบอลจะพบว่าตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างหน้าผ้าหนัง
วัวกระทิง กับแถบยางปั่น Predator® Element จะเป็นพื้นที่ที่สัมผัสกับลูกฟุตบอล
ทำให้บางทีก็โดนลูกบอลเต็มบ้างไม่เต็มบ้าง เพราะตรงนั้นจะเป็นสันรอยต่อที่ไม่เรียบ
ดังนั้นต้องอาศัยการปรับตัวทำความคุ้นเคยเสียก่อน เมื่อทำความคุ้นเคยได้แล้วก็จะ
ไม่มีปัญหาในการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลที่แปรออกไปจากเท้าอีกต่อไป

อีกจุดเด่นหนึ่งที่น่าสนใจในตัวของ adiPOWER Predator® ก็คือการเคลื่อนที่ที่ว่องไว
ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 222 กรัม ทำงานประสานกับชุดพื้นและปุ่มแบบ FG เฉพาะตัว
ของ Predator® ทำให้การยึดเกาะกับพื้นสนามนั้นทำได้อย่างน่าประทับใจ แต่ด้วยชุดพื้น
ที่ค่อนข้างบาง เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อน บางครั้งก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่สะท้อน
มายังฝ่าเท้า อย่างว่าแหละครับ..ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง แต่ยอมรับเลยว่ารองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ผมขอลงความเห็นว่า "วิ่งมันส์" เป็นอย่างมาก

การควบคุมทิศทางลูกฟุตบอลด้วยหลังเท้าในจังหวะพาบอลไปกับเท้านั้นสามารถ
ทำได้ดีพอสมควร ด้วยพื้นที่หลังเท้าที่ได้รับการออกแบบให้สามารถโค้งเว้ารับกับความกลม
ของลูกฟุตบอล ผิวสัมผัสทั้งสองสามารถสัมผัสกันได้อย่างเต็มพื้นที่ การเลี้ยงพาบอล
ไปด้วยความแม่นยำจึงเป็นอะไรที่สนุกไม่ใช่น้อย แน่นอนว่าผมไม่เคยใช้ Predator®
รุ่นใดๆ เจเนอเรชั่นใดๆ เลี้ยงบอลได้ดีเท่ากับ
adiPOWER Predator® มาก่อนเลย
Conclusion

มาถึงคราวสรุปการรีวิวทดสอบ adiPOWER Predator® รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ดุ ซีรี่ย์
ดังจากระดับตำนานของอาดิดาส หลังจากที่ผมมีโอกาสได้นำลงสนามใช้งานมาเป็นเวลา
มากพอที่จะวิเคราะห์วิจารณ์หาข้อดีข้อด้อยของรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ งานนี้มาครบทั้งการใช้
งานกับพื้นสนามหญ้าจริงและพื้นสนามหญ้าเทียม เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกท่านได้ใช้เป็นข้อมูล
ในการตัดสินใจเลือกหาอาวุธคู่กายที่โดนใจที่สุดเวลาลงสนามฟุตบอล
การใช้งานกับพื้นหญ้าจริง

เอาล่ะ !! ได้ฤกษ์แถลงการทดสอบใช้งาน adiPOWER Predator® กับพื้นสนามหญ้าจริง
เสียที สำหรับสนามหญ้าจริงที่ผมได้มีโอกาสใช้งานกับรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ สนามจะมีสภาพ
ที่ค่อนข้างดีพอสมควร พื้นดินไม่แข็งมาก มีหญ้าขึ้นสูงในระดับที่กำลังดี และมีปริมาณหญ้า
หนาแน่น สิ่งที่แตกต่างจากการใช้งานกับพื้นสนามหญ้าเทียม แบบเห็นได้ชัดเลย ก็คือความ
แข็งของชุดพื้นและปุ่มที่น้อยว่าอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าถ้าเอา adiPOWER Predator®
มาใช้งานกับสนามหญ้าจริง แทบจะไม่รู้สึกถึงแรงสะเทือนสักเท่าไหร่เลย ในขณะที่แนววาง
ปุ่มแบบ FG ก็ยังสามารถฝ่าความสูงของต้นหญ้า ลงไปจิกยังพื้นดินได้ ทำให้ความมั่นคง
ในการเคลื่อนที่นั่นทำได้เป็นอย่างดี หากพูดถึงความสามารถที่เกี่ยวกับการเตะหรือยิงลูกบอล
พบว่า
Predator® Element นั้นสามารถใช้งานได้งานขึ้นเยอะ เพราะลูกบอลนั้นลอยสูงจาก
พื้น เวลาเตะหรือยิงเต็มแรงด้วยสันเท้า แถบยางปั่นโค้งนั้นจะพุ่งไปสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้
แบบเต็มๆ กันเลยทีเดียว
การใช้งานกับพื้นหญ้าเทียม

การใช้งานในสนามฟุตบอลหญ้าเทียมพอจะจับความรู้สึกได้ว่า adiPOWER Predator®
สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ชุดปุ่มแบบ FG มีการตอบสนองต่อพื้นหญ้าเทียม
ได้ดี ยึดเกาะกับพื้นสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ประสานงานกับน้ำหนักตัวที่เบา
เป็นอย่างมาก ทำให้เจเนอเรชั่นที่ 11 ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้กลายเป็นหนึ่งในรองเท้าฟุตบอล
ที่ "วิ่งมันส์" มากที่สุดรุ่นหนึ่งไปแล้ว ปุ่ม "สี่เหลี่ยม" ตรงกลางฝ่าเท้าทำหน้าที่ในการกระจายแรง
ได้อย่างยอดเยี่ยม และยังมีชุดปุ่มดูทนทานแข็งแรงมากกว่า F50 adiZero อยู่พอสมควร แต่ด้วย
ชุดพื้นเพลทที่บอบบาง แม้ว่าจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปมาก แต่ข้อเสียก็คือแรงสะเทือนที่ได้
สะท้อนกลับมายังเท้าของเราโดยตรง

ความสามารถในการยิงประตูซึ่งเป็นจุดขายของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ โดยปกติแล้ว
สนามหญ้าเทียมส่วนใหญ่จะมีพื้นหญ้าที่ไม่ยาวมาก ดังนั้นหากต้องการจะยิงประตูด้วยแถบยาง
Predator® Element ซึ่งวางตัวอยู่ตรงตำแหน่งสันเท้าที่อยู่สูงพอสมควร ทำให้การยิงต้อง
เอียงตะแคงเท้า แล้วเน้นสัมผัสเข้าไปที่ใต้ลูกฟุตบอล หากใครไม่เคยชินกับการวางเท้ายิง
ในลักษณะนี้ อาจจะต้องปรับตัวเสียหน่อย อย่างไรก็ตาม..บอกได้เลยว่าถ้ายิงเข้าข้อเต็มๆ
ลูกฟุตบอลจะพุ่งออกไปด้วยความแรงและความแม่นยำเป็นอย่างมาก
ในเรื่องของการระบายความร้อนซึ่งเป็นปัญหาของการใช้งานในสนามฟุตบอลหญ้าเทียม
ของรองเท้าฟุตบอลหลายๆ รุ่น สิ่งที่ผมพบ กลับรู้สึกได้ว่า adiPOWER Predator® นั้นมี
ความสามารถในการระบายความร้อนในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเปรียบเทียบกับความกระชับ
เท้าที่มีประสิทธิภาพ แม้บางทีอาจจะรู้สึกอึดอัดบ้างเมื่อใส่ครั้งแรกๆ แต่เมื่อใช้ไปไม่นาน
ก็จะรู้สึกได้เลยว่าความกระชับเหล่านั้นจะช่วยสร้างความมั่นใจในการเคลื่อนที่

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
ผมได้มีเวลารีวิวทดสอบการใช้งานจริง adiPOWER Predator® เป็นเวลาพอสมควร
ยอมรับว่านี่คือ Predator® ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเจเนอเรชั่นที่แล้วเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะเรื่องของน้ำหนักตัวที่เบากว่าเดิม จนบางครั้งความรู้สึกมันพาไป คิดว่า
รองเท้าฟุตบอลที่ใส่อยู่ที่เท้านั้นเป็นรองเท้าฟุตบอลสายสปีด
บางทีถ้าอาดิดาสลอง
เพิ่มน้ำหนักตัวจาก 222.0 กรัม ให้ขึ้นไปอยู่ในพิกัดระดับ 240 - 250 กรัม น่าจะ
ทำให้
adiPOWER Predator® มีความเป็นรองเท้าสายพละกำลังมากกว่านี้ เรียนตาม
ตรงเลยครับว่า ถ้าน้ำหนักตัวที่เบาเช่นนี้ อาจจะทำให้หลายคนมองว่าหันหน้าไปหา
รองเท้าฟุตบอลสายสปีดจริงๆ ไปเลยดีกว่า และอีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าขาดหายไป ก็คือ
ระบบรองรับแรงกระแทกที่ดีกว่านี้ ถึงแม้ว่าแผ่นโฟมรองพื้นจะมีการเสริมชั้นพอลิเมอร์
adiPrene ไว้ที่ใต้แผ่น แต่กลับรู้สึกว่ามันบางจนเกินไป ในขณะที่ผิวหน้ากำมะหยี่ก็
ให้แรงเสียดทานในการยึดเกาะกับฝ่าเท้าที่ไม่ดีนัก สรุปแล้วอยากจะเสนอแนะเพิ่มเติม
ไปยังอาดิดาส ในฐานะคนที่ได้ทดลองใช้งาน adiPOWER Predator® ว่า "อยาก
ให้เอาชุดแผ่นรองพื้นด้านใน แบบเดียวกับ Predator® X กลับมา..ได้โปรด"
เพราะชุดแผ่นรองพื้นด้านในของ Predator® X มีชั้นโฟมที่หนามาก และมีผิวหน้า
ที่เคลือบเป็นยาง ให้แรงเสียดทานแบบติดหนึบ ในขณะที่ปูพื้นด้านล่างสุดที่ติดกับ
ตัวรองเท้า ก็ยังเป็นโฟมที่มีความนุ่ม ทั้งหมดนี้น่าจะเพิ่มน้ำหนักตัวให้ adiPOWER
Predator® ขึ้นได้อีกราวๆ 20 กรัม ซึ่งผมมองว่าน่าจะเป็นระดับพิกัดน้ำหนักที่พอดี
สำหรับรองเท้าฟุตบอลสไตล์ "ครบเครื่องทุกด้าน เล่นได้ทุกสไตล์" ตามแนวคิด
ที่อาดิดาสได้สร้างภาพลักษณ์ให้กับรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เอาไว้

สำหรับผมเองยอมรับว่าหลังจากที่ได้รับทราบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของ adiPOWER
Predator® ไม่คิดว่าอาดิดาสจะกล้าสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับรองเท้าฟุตบอลระดับ
ตำนานของตัวเองได้เช่นนี้ ก็เคยคิดว่า..เหล่าบรรดาสาวก Predator® รุ่นเก๋าๆ เขาจะ
ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้หรือไม่ !?!?!?
อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าปัจจุบัน สไตล์การเล่นและรูปแบบของเกมการแข่งขันในสนาม
ฟุตบอลนั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ก็คงจะไม่แปลกอะไรที่รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์หนึ่งที่มี
อายุอานามมากกว่า 20 ปี จะเปลี่ยนแปลงสไตล์ของตัวเอง เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของ
วงการฟุตบอล เกมการแข่งขันที่รวดเร็วและหนักหน่วง การยิงประตูที่รุนแรงและ
แม่นยำ ไม่เพียงจะเป็นสิ่งสำคัญในการคว้าชัยชนะ แต่ยังเป็นไฮไลท์ที่ช่วยสร้างความตา
ตื่นใจให้กับผู้ชมอีกด้วย ดังนั้นถ้าเราจะให้โอกาสและเปิดใจยอมรับในการเปลี่ยนแปลง
ดูสักครั้งจะเป็นไรไป

จนในที่สุด..เมื่อผมได้ลองสัมผัสและใช้งาน adiPOWER Predator® ในสนามแข่งขัน
ด้วยตัวเองจริงๆ แล้ว ขอบอกเลยว่า "ราชานักล่าพันธุ์ดุ ได้กลายพันธุ์ไปเป็นรองเท้า
ฟุตบอลที่ครบเครื่อง เหมาะต่อทุกสไตล์การเล่นมากที่สุด รุ่นหนึ่งไปแล้ว" โดย
เฉพาะการยิงประตูที่ยังคงมีพละกำลังและความแม่นยำในการถล่มประตูคู่แข่ง ความสามารถ
ในการพาบอลไปกับเท้า ความรวดเร็ว ว่องไว ที่จะพาคุณฉีกหนีการประกบจากคู่แข่งได้
อย่างไม่ยากเย็น ในขณะที่ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ก็มีความแข็งแรงทนทานในระดับที่น่า
พอใจ และให้การยึดเกาะพื้นสนามที่ยอดเยี่ยม แต่ทั้งหมดนี้จะต้องแลกมาด้วยการดูดซับ
แรงกระแทกที่แย่ลงกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว และแรงเสียดทานของแผ่นรองพื้นด้านในที่ยัง
ไม่ประทับใจเท่าใดนัก หากลองบวกลบคูณหารข้อดีข้อด้อยทั้งหมดแล้ว รองเท้าฟุตบอล
adiPOWER Predator® ก็ยังถือเป็นอาวุธในสนามฟุตบอลที่อันตรายมากที่สุด และดูเหมือน
ว่าความอันตรายจะมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยความสามารถและจุดเด่นที่ครบถ้วนรอบด้านเช่นนี้
แล้วอย่างนี้ท่านทั้งหลายจะไม่ลองเปิดใจยอมรับกับการกลายพันธุ์ครั้งนี้ ด้วยการจัดหา
adiPOWER Predator® มาเป็นอาวุธข้างกายดูสักครั้งหรืออย่างไร !!
ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- Hand On! adiPOWER Predator UCL 2011/2012
- ข้อมูลรองเท้ารุ่น adiPOWER Predator
- ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก
- อาดิดาสเปิดตัว "อาดิพาวเวอร์ พรีเดเตอร์" ที่สุดของรองเท้าในปี 2011
SiamBoots Testing Point & Rating
- การรองรับแรงกระแทก 7/10
- ความสบายในการสวมใส่ 7/10
- การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 8/10
- การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 8/10
- การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 8/10
- ความแม่นยำในการส่งบอล ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 8/10
- ฟีลลิ่ง ความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 8/10
- การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 8/10
- คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "พาวเวอร์" 7/10
- ความคุ้มค่า 8/10
| การรองรับแรงกระแทก | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ความสบายในการสวมใส่ | |||||||
| การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม | |||||||
| การสัมผัสบอลและควบคุมลูกฟุตบอล | |||||||
| การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า | |||||||
| ความแม่นยำในการส่ง/ยิง/เปิดโด่ง | |||||||
| ฟีลลิ่ง ความกระชับ ความมั่นใจ | |||||||
| การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ | |||||||
| คุณสมบัติการเป็นรองเท้าพาวเวอร์ | |||||||
| ความคุ้มค่า | |||||||

Special Thanks
- คุณ กมลพัชร ยะรังษี (พี่อ้อม) แห่ง Weber Shandwick ที่ดำเนินการนำรองเท้าฟุตบอล
รุ่น adiPOWER Predator® UCL 2011/12 จากบริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด มาส่งให้
ถึงมือผมเองเลย
- อุปกรณ์ประกอบโดย เจ๊ต้น ณ สยามบูท
- สนามฟุตบอล Winning 7

ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น adiPOWER Predator UCL 2011/2012
*** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า สามารถติดต่อมาได้ที่
e-mail : siamboots@hotmail.com