"Testing!" ไนกี้ Hypervenom Phantom II - รองเท้าฟุตบอลเชิงรุก  ที่ครบเครื่อง
และอันตรายที่สุดในตอนนี้ !!







ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom II





   
   
ตอนนี้คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า Hypervenom Phantom II คือรองเท้าฟุตบอลรุ่นสำคัญที่สุดในตลาดของไนกี้
หลังจากที่แบรนด์รองเท้าฟุตบอลชั้นนำของโลกรายนี้  ได้เปิดตัวเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมนำเสนอจุดเด่น
และเทคโนโลยีมากมาย  ทำให้รองเท้าโฉมนี้มีความแตกต่างไปเจอโฉมเก่าแบบคนละขั้ว  นั่นจึงเป็นเหตุเป็นผล
ให้มีหลายคนสนใจว่า Hypervenom Phantom II จะมีประสิทธิภาพการใช้งานจริงที่ดีขึ้น และแตกต่างจากเดิม
มากน้อยเพียงใด  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปร่วมทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้กัน

   เพียงแค่ข้อความเปิดหัว...ผมเชื่อว่ามันคงจะทำให้คุณผู้อ่านอยากรับรู้รายละเอียดการทดสอบ ไนกี้ Hypervenom
Phantom II
มากขึ้นไปอีก  แต่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ข้อความจั่วหัวสำหรับเรียกแขกอย่างแน่นอน  เพราะตลอดระยะ
เวลามากกว่า 10 ครั้ง  ที่ผมได้ทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้  ทำให้ผมได้สัมผัสถึงประสิทธิภาพของรองเท้า
ฟุตบอลระดับโครตท็อปซีรี่ย์ที่ 3 ของไนกี้อย่างเต็มที่  พร้อมเก็บทุกรายละเอียดมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อดีข้อด้อย
ของรองเท้ารุ่นนี้อย่างตรงไปตรงมา  เพื่อให้คุณผู้อ่านได้รับข้อมูลสำหรับการตัดสินใจเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้ได้อย่างแม่นยำที่สุด

   
   น่าเสียดายที่ไนกี้ Hypervenom Phantom II ไม่ได้มีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเหมือนกับ
เจเนอเรชั่นแรก  ที่จัดขึ้นที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้า สยาม พารากอน  แถมมีเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ที่นำ
“เนย์มาร์ จูเนียร์” พรีเซนเตอร์เบอร์หนึ่งของรองเท้าซีรี่ย์นี้มาเป็นผู้เปิดงาน  แต่ครั้งนี้ไนกี้ได้พาสื่อมวลชน
สายกีฬา บินตรงไปร่วมงานเปิดตัวพร้อมทดสอบการใช้งานผ่านรูปแบบกิจกรรมฟุตบอลแบบเต็มสูบถึง 3 วัน 2 คืน
ที่ประเทศสิงค์โปร์  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก

   
   ในงานดังกล่าว ไนกี้ให้สื่อมวลชนที่ไปร่วมงานได้ลงสนามลองใช้งานทั้ง HypervenomX Proximo TF และ
Hypervenom Phantom II กันพอหอมปากหอมคอ  ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจกับรองเท้าทั้ง
2 รุ่นเป็นอย่างมาก  แต่สำหรับ Hypervenom Phantom II ซึ่งเป็นรองเท้าแบบปุ่มสตั๊ด FG นั้น  ไนกี้ให้เพียง
แค่ได้ลองสวมใส่ลงสนามในงานดังกล่าวเท่านั้น

   แต่ไม่ต้องกังวลไปว่าผมจะได้ลองใช้งานเพียงระยะเวลาสั้นๆ แล้วเอามาเขียนรีวิวแบบนี้  เพราะสำหรับ SiamBoots
เราได้รับการสนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom II มาจากบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ตั้งแต่แรกแล้ว  ดังนั้น..การรีวิวทดสอบการใช้งานแบบเต็มรูปแบบของรองเท้ารุ่นนี้  จะมีเพียงแค่ SiamBoots
เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้น  ที่ได้ทดสอบการใช้งานแบบเต็มที่  จนกระทั่งเขียนออกมาเป็นบทความรีวิว
“Boots Testing!” ในบทความนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา..เราไปเข้าสู่ส่วนหลักของ
บทความรีวิวทดสอบการใช้งาน ไนกี้ Hypervenom Phantom II กันได้เลยครับ

   Details

   
   ไนกี้ สร้างรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Hypervenom ขึ้นมาในฐานะรองเท้าฟุตบอลที่เน้นประสิทธิภาพในด้านการจู่โจม  
ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นแนวรุกโดยเฉพาะ  โดยเน้นคุณสมบัติที่ลงตัวระหว่างการเร็วในการเคลื่อนที่  และประสิทธิภาพ
การยิงประตูที่แม่นยำ  

   เจเนอเรชั่นแรกของ Hypervenom ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2013   ซึ่งเป็นช่วงเวลาต่อเนื่อง
ที่ไนกี้ยุติสายการผลิตรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ T90 อันโด่งดัง  รองเท้าซีรี่ย์นี้มาเติมเต็มแนวคิดการแบ่งแยกประเภท
รองเท้าฟุตบอลของไนกี้ ให้แบ่งออกเป็นประเภท คอนโทรล และ จู่โจม อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น  

      
   การเปิดตัวของ Hypervenom เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีแปลกใหม่  ไม่ว่าจะเป็นวัสดุชนิดใหม่ที่เรียกว่า
ไนกี้สกิน  แนวคิดการใช้ปุ่มกลมร่วมกับชุดพื้นซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะ  เพื่อให้ผู้เล่นมีอิสระในการเคลื่อนที่
รอบด้านและรวดเร็ว  รวมถึงหน้าสัมผัสซึ่งพื้นผิวสัมผัสมีลักษณะเป็น 3 มิติมากขึ้น  เพื่อให้ตัวรองเท้ามีประสิทธิ-
ภาพในการควบคุมลูกฟุตบอล  โดยไม่ต้องพึ่งวัสดุจำพวกแถบยางปั่นไซร้  จึงทำให้ผู้เล่นได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ที่บางติดเท้า และเป็นธรรมชาติมากขึ้น

   เจเนอเรชั่นแรกของ Hypervenom กลายเป็นซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลที่ทำตลาดยาวนานเกือบ 2 ปี  ตรงกันข้าม
กับรองเท้าฟุตบอลหลายๆ ซีรี่ย์ในปัจจุบันที่ไม่ทันครบขวบปี ก็ถึงเวลาผลัดใบเลี่ยนโฉมกันแล้วโดยรองเท้า
โฉมแรกนั้น  ไนกี้ได้ออกเฉดสีมาทำตลาดมากขึ้น 17 เฉดสี  และ 2 สีใน 17 สีเป็นเวอร์ชั่นพิเศษซิกเนอเจอร์
ของพรีเซนเตอร์หมายเลขหนึ่งอย่าง เนย์มาร์ จูเนียร์ อีกด้วย

   
   ช่วงกลางปี 2015 ที่ผ่านมา (มิถุนายน-กรกฏาคม) ก็ถึงเวลาที่ไนกี้จะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่สองให้กับ Hypervenom
เสียที  โดยรองเท้าโฉมใหม่ล่าสุดถูกพัฒนา/เปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างหน้าตาและเทคโนโลยีบนตัวรองเท้า  ไฮไลท์สำคัญ
อยู่ที่การขยับระดับรองเท้ารุ่น Hypervenom Phantom จากที่เคยเป็นรองเท้าระดับท็อปปกติ  ให้ขึ้นไปเทียบชั้น
กับรองเท้าระดับโครตท็อปอย่าง Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra   และเพิ่มรองเท้ารุ่น Hypervenom
Pinish
มาทำตลาดในฐานะรองเท้าระดับท็อปปกติแทน

   
   เทคโนโลยีชูโรงของไนกี้ Hypervenom Phantom II คงจะหนีไม่พ้น "ไดนามิก ฟิต คอลลาร์" หรือที่เราเรียก
กันให้เข้าใจง่ายว่า "หุ้มข้อ"  โดยทางทีมพัฒนารองเท้าฟุตบอลของไนกี้นั้นได้เปิดเผยข้อมูลว่า  หุ้มข้อมีส่วนช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพด้านความกระชับได้เป็นอย่างดี  ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วจาก Mercurial SuperFly IV และ
Magista Obra
 นอกจากนั้น  การออกแบบลักษณะวัสดุหน้าผ้าสัมผัสขึ้นมาใหม่  จะยิ่งช่วยให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถ
ควบคุมและสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้ดีขึ้นกว่าเดิม  ซึ่งประสิทธิภาพหลักๆ ที่เพิ่มขึ้นทั้งสองด้านนั้น  ถือเป็นสิ่งที่รองเท้า
ฟุตบอลประเภทนี้จำเป็นต้องมี

   ในสายการผลิตของไนกี้ Hypervenom II นั้น  นอกจากรองเท้ารุ่น Hypervenom Phantom II ซึ่งเป็นรองเท้า
ระดับสูงสุดในเจเนอเรชั่นนี้แล้ว  ยังมีรองเท้ารุ่น Hypervenom Pinish ซึ่งมาทำตลาดในฐานะรองเท้าระดับท็อปปกติ
ลักษณะวัสดุและเทคโนโลยีของตัวรองเท้า  ถูกอัดแน่นมาเต็มที่ไม่แพ้กัน  แต่จะไม่มีส่วนของหุ้มข้อให้ได้ใช้งาน
ทั้งนี้ยังรวมถึงการแตกย่อยรองเท้าระดับกลางอย่าง Hypervenom Phatal II ออกเป็น 2 แบบ  ได้แก่ แบบที่มี
หุ้มข้อ  เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงและสัมผัสประสบการณ์ของหุ้มข้อได้ง่ายขึ้น  และแบบที่ไม่มีหุ้มข้อ  ในขณะที่
รองเท้าระดับทั่วไปยังคงใช้ชื่อ Hypervenom Phelon II เช่นเดิม  รองเท้าทุกรุ่นทุกระดับมีรายละเอียดทางเทคนิค
ที่แตกต่างกันออกไป  ตามระดับราคาและตำแหน่งในการทำตลาด

   
   พรีเซนเตอร์เบอร์หนึ่งของ ไนกี้ Hypervenom Phantom II ยังคงดาวเตะซุปเปอร์สตาร์อย่าง เนย์มาร์ จูเนียร์
ที่ใครหลายๆ คนคงจะได้เห็นภาพโปรโมทกันจนติดตาไปแล้ว  นอกจากนั้นไนกี้ยังระดมดาวยิงระดับโลกอีก
มากมายหลายคน  มาร่วมสวมใส่ Hypervenom Phantom II เพื่อลงล่าตาข่ายของทีมคู่แข่ง  ไม่ว่าจะเป็น
เวนย์ รูนีย์, โรเบิร์ต เลวานดอฟกี้, เอดิสัน คาวานี่, แฮรี่ เคน และ กอนซาโล อิกวาอิน ทั้งหมดนี้ล้วน
แล้วแต่เป็นนักฟุตบอลแนวรุกตัวฉกาจของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน
  
   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom II

   ก่อนที่จะไปทดสอบ Hypervenom Phantom II ในสนามฟุตบอล  ผมขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จัก
เกี่ยวกับลักษณะหน้าตา วัสดุและเทคโนโลยีทั้งหมดของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้กันก่อน  โดยข้อมูลส่วนนี้จะยกมา
จากบทความ "Hand On!" เปิดฝากล่อง ที่ได้ปล่อยออกไปเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้ว  หากคุณผู้อ่านท่านใด
ได้อ่านบทความดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย  ท่านสามารถข้ามไปยังส่วนหัวข้อ Feeling & Sizing ได้เลยครั

   
   รองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Hypervenom Phantom II นั้นถูกบรรจุมาในกล่องรองเท้าสีส้ม  อันเป็นสีเอกลักษณ์
ของไนกี้ที่ใครเห็นก็ต้องรู้ในทันที  ป้ายด้านข้างที่บอกรายละเอียดรองเท้าภายในกล่อง  ระบุชื่อรุ่นเอาไว้
ว่ารองเท้ารุ่นนี้เรียกว่า "Hypervenom Phantom II"  พร้อมตัวเลขบอกไซด์รองเท้าในทุกหน่วยมาตรฐาน

   เมื่อเปิดฝากล่องขึ้น  ก็จะพบกับ Hypervenom Phantom II นอนตะแคงแน่นิ่งมาเหมือนเดิม  ที่ตัวรองเท้า
มีป้ายกระดาษสีดำห้อยติดมาด้วย  ด้านในตัวรองเท้าสีดันทรงยัดมาให้สองส่วน  ส่วนแรงเป็นดันทรงกระดาษ
แข็งสีขาวที่บริเวณหุ้มข้อ  อีกส่วนนึงเป็นก้อนกระดาษยัดมาไว้ที่ด้านในตัวรองเท้า  เห็นแบบนี้แล้วรู้ทันทีว่านี่
เป็นบอสเนียสไตล์นี่หว่า  ยืนยันว่ารองเท้าคู่นี้ "Made in Bosnia" ไม่ใช่ดันทรงกระดาษอัดสีน้ำตาลแบบที่
Made in China

   
   ครั้งแรกที่ได้เห็นว่ามีป้ายสีดำแนบติดตัวรองเท้ามาด้วย  ยอมรับเลยว่าผมแอบตื่นเต้น  คิดว่าไนกี้ได้แถม
ของแถมอะไรมาให้เพิ่มเติมรึเปล่า  แต่พอหยิบป้ายดังกล่าวขึ้นมาอ่านใกล้ๆ  แปลได้ใจความว่า "กราฟฟิก
ที่ใต้พื้นรองเท้า  สามารถหลุดลอกหรือลบเลือนได้จากการใช้งานรองเท้า  แต่มันจะไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ
การใช้งานของสินค้า"  อ่านเสร็จปุ๊บ...นึกในใจทันทีว่า "อ่านะ"

   
   ภายในกล่องยังมีถุงแบบเป้สะพาย  มีดีไซน์และลวดลายเป็นธีมเฉพาะตัวของรองเท้าซีรี่ย์นี้  ตามที่เห็นดังภาพด้านบน
ให้มาเป็นของแถมตามมาตรฐานของไนกี้  รายละเอียดของถุงเป้สะพายนั้นน่าจะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว

   
   รูปทรงของตัวรองเท้า ไนกี้ Hypervenom Phantom II มีสัดส่วนที่ดูเพรียว และเรียวพอประมาณ  สังเกตได้
จากช่วงกลางของข้างเท้าด้านในที่มีลักษณะคอดเว้าเข้าไปเล็กน้อย  เพื่อให้มีความกระชับเข้ากับข้างเท้าได้
ตามสไตล์รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้  แต่ที่แตกต่างจากเจเนอเรชั่นแรก  คือสัดส่วนความสูงของหลังเท้าซึ่งดู
เหมือนว่าจะสูงและโปร่งขึ้นกว่าเดิมพอสมควร  น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับคนที่มีโครงสร้างหลังเท้าที่นูนอูมขึ้นมา

   น้ำหนักตัวของ Hypervenom Phantom II คู่นี้  ซึ่งมีขนาดไซด์ 9.5 US, 8.5 UK, 43 Fr และ 27.5 cm
เมื่อจับขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนักแล้ว พบกว่ารองเท้าหนัง 215 กรัม/ข้าง  เป็นตัวเลขที่หนักขึ้นกว่า Hypervenom
Phantom
รุ่นแรก เพียงแค่ 15 กรัมเท่านั้น  เมื่อมองปัจจัยต่างๆ ทั้งส่วนของหุ้มข้อที่เพิ่มเข้ามา  และวัสดุของ
ตัวรองเท้าที่แตกต่างจากเดิม  ก็ถือเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผล

   เมื่อลองเปรียบเทียบกับข้อมูลน้ำหนักตัวรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เราได้เคยรีวิวไปแล้ว เป็นดังนี้

   - อาดิดาส adiZero F50 2015 198 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม 
   - ไนกี้ Mercurial Vapor V 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom 200 กรัม 
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม 
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

   
   ตัวรองเท้าของไนกี้ Hypervenom Phantom II ทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์ (Synthetic) เป็นวัสดุชั้นล่าง
และใช้วัสดุไนกี้สกิน (Nike SKIN) มาทำเป็นวัสดุชั้นบน  ซึ่งไนกี้สกินจะช่วยทำให้หน้าสัมผัสของตัวรองเท้า
มีความนุ่มกว่ากรใช้หนังสังเคราะห์เพียงอย่างเดียว  พอจากนั้นมันยังมีสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานสูง  ทำให้ดึงดูด
กับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีกว่า  นอกจากนั้นยังเป็นวัสดุที่สามารถออกแบบให้มีความบางมากๆ ได้ตามต้องการ
เป็นผลให้สามารถควบคุมน้ำหนักตัวของรองเท้าได้ง่าย

   อย่างไรก็ตาม..ต้องยอมรับว่าลักษณะหนังหน้าผ้าของตัวรองเท้า ไนกี้ Hypervenom Phantom II จะเป็น
แบบบางๆ ไม่ฟูขึ้นมาเป็นรวงผึ้งเหมือนกับหนังหน้าผ้าของเจเนอเรชั่นแรก  เมื่อลองสัมผัสเปรียบเทียบจะรู้สึก
ได้ว่าให้สัมผัสที่แข็งกว่าจนรู้สึกได้

   
   เอกลักษณ์เฉพาะตัวในเจเนอเรชั่นใหม่นี้ ไนกี้ได้นำเสนอเทคนิคการสร้างรอยบากบนหน้ารองเท้าในจุดที่สัมผัส
กับลูกฟุตบอล ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้รองเท้า Hypervenom Phantom II มีความสอดคล้องกับ
หลักกายวิภาคศาสตร์มากที่สุด และช่วยให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสบอลได้ดีกว่าเดิม

   นอกเหนือจากการออกแบบรอยบากแล้ว  ยังพบว่าหน้าสัมผัสของวัสดุหนังสังเคราะห์มีความขรุขระ  มีลักษณะ
สัมผัสคล้ายๆ เนื้อทรายละเอียด  เมื่อลองสัมผัสพบว่ามีความฝืดมากกว่าหน้าสัมผัสของ Hypervenom Phantom
พอสมควร  จึงน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีว่ารองเท้ารุ่นนี้คู่นี้จะมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการควบคุมและดึงดูดกับลูกบอล
ได้ดีกว่าเดิม

   
   Hypervenom Phantom II มีเทคโนโลยีฟลายไวร์ (แต่ Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra ไนกี้
เรียกว่า บริโอ้ เคเบิ้ล) ผสมผสานเข้ากับเส้นใยตาข่ายในอัตราส่วนที่ต่างกันตามแต่ละจุด  ฝังตัวอยู่ด้านใน
ตัวรองเท้าของทั้งฝั่งข้างเท้าด้านในและฝั่งข้างเท้าด้านนอก  เพื่อทำให้ตัวรองเท้าสามารถสร้างความกระชับ
ให้กับเท้าของผู้สวมใส่ได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นแรกอย่างแท้จริง    

   
   โดยลักษณะของแนวเส้นฟลายไวร์ของรองเท้ารุ่นนี้  จะเป็นแนวเส้นหยักแบบฟันปลา  แตกต่างจาก บริโอ้
เคเบิ้ล ของ Mercurial SuperFly IV ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นขนานหลายๆ เส้น  จากภาพกราฟฟิกโชว์เทคโนโลยี
ของ Hypervenom Phantom II แสดงให้เห็นว่าการออกแบบแนวเส้นฟลายไวร์ให้มีลักษณะแบบฟันปลา  
จะช่วยทำให้ตัวรองเท้าดึงกระชับกับหลังเท้าได้ดีกว่า  เหมาะสำหรับรองเท้าฟุตบอลที่เน้นการจู่โจมแบบนี้
เพราะช่วยเสริมทั้งการเคลื่อนที่ การเปลี่ยนทิศทาง และการยิงลูกฟุตบอล

   
   มาต่อกันที่บริเวณหลังเท้าของ Hypervenom Phantom II  พบกว่าแนวร้อยเชือกของรองเท้ารุ่นนี้  จะมี
ลักษณะเอียงออกทางข้างเท้าด้านนอก  เพื่อเปิดให้ข้างเท้าด้านในและแนวสันเท้า  มีพื้นที่สัมผัสลูกฟุตบอล
มากขึ้น  โดยการออกแบบลักษณะนี้ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรองเท้าซีรี่ย์นี้ (รวมถึงตระกูล T90)
ไปแล้ว ก็ว่าได้

   เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานของ Hypervenom Phantom II เป็นเชือกเส้นแบน แบบมากๆ  เพื่อลดโอกาส
การรบกวนจังหวะสัมผัสบอลด้วยหลังเท้า  เส้นเชือกมีหน้ากว้างพอประมาณ กลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป
วัสดุเนื้อผ้าของเส้นเชือกก็ไม่แข็งหรือไม่นิ่มจนเกินไป  นอกจากนั้นเส้นเชือกยังมีสีสันต์ได้เข้าลายกันกับ
ส่วนที่เป็นวัสดุด้ายถักที่เป็นหุ้มข้อ อีกด้วย
   
   และจะเห็นได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีลิ้นรองเท้าที่ทำจากวัสดุด้ายถัก (Flyknit)  มีลักษณะยืดขยายออกได้
ทั้งแนวกว้างและแนวยาว  แต่ไม่ได้ตัดเย็บรวมเป็นชิ้นเดียวกับตัวรองเท้าโดยตรง  เนื่องจากวัสดุตัวรองเท้า
ไม่ได้เป็นด้ายถักเหมือนกับ Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra  จึงต้องเอาส่วนที่เป็นด้ายถัก
ไปติดอยู่กับวัสดุหลักที่เป็นตัวรองเท้าอีกที

   
   ไนกี้ Hypervenom Phantom II มีเทคโนโลยี All Condition Control (ACC) ให้มาด้วยตามฐานะของรองเท้า
ฟุตบอลระดับโครตท็อปรุ่นนี้  โดยเทคโนโลยีดังกล่าว  เป็นการเอาสารชนิดพิเศษที่ไนกี้คิดค้นขึ้นมา  มาเคลือบ
ผิวหน้าผ้าของตัวรองเท้า  เมื่อตัวรองเท้าเปียกน้ำ  จะส่งผลให้หน้าสัมผัสยังคงสามารถดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอล
ได้เด่นไม่แตกต่างจากตอนแห้งเลย  เรียกได้ว่า ACC จะช่วยทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถควบคุมลูกฟุตบอลได้ดี
ทั้งสภาวะที่เปียกหรือแห้ง นั่นเอง  ประสิทธิภาพตรงนี้..ได้รับการพิสูจน์และยอมรับมาตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี
ที่ไนกี้คิดค้นขึ้นมา อย่างชัดเจนแล้ว   

   
   เกราะหุ้มส้นและป้องกันเอ็นร้อยหวายของ Hypervenom Phantom II จะเป็นแบบฝังด้านในส้นเท้า (Internal
Heel Counter)
ด้วยวัสดุพลาสติกแข็ง  มีความสูงขึ้นมาประมาณ 1 ใน 3 ของความสูงส้นรองเท้าทั้งหมด  ตาม
มาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลลักษณะนี้

   หน้าสัมผัสของหุ้มส้นด้านในเป็นวัสดุยาง (Rubber) เพื่อกันลื่นระหว่างสัมผัสของส้นเท้าของผู้สวมใส่และส้น
ของรองเท้า  ชั้นด้านในการวัสดุบุนุ่มบรรจุเอาไว้เล็กน้อย  ไม่มากนัก  ลองสัมผัสแล้วยังรู้สึกถึงความแข็งของ
เกราะหุ้มส้นชั้นใน  ซึ่งตรงนี้ต้องลองใช้งานจริงๆ ว่าจะมีผลกระทบต่ออาการรองเท้ากัดส้นมากน้อยแค่ไหน   

   
   เทคโนโลยีฟลายนิต ไดนามิก ฟิต คอลาร์ (Dynamic Fit Collar) หรือที่หลายคนเรียกเข้าใจง่ายว่า “หุ้มข้อ”
ถือเป็นลูกเล่นใหม่ล่าสุดที่ไนกี้เอามาใช้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ แต่สำหรับสาวกไนกี้หลายๆ คน  คงเคยได้สัมผัส
กับลูกเล่นชิ้นนี้พร้อมทั้งได้พิสูจน์มาแล้วว่าหุ้มข้อ  สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ให้กับผู้สวมใส่ได้
อย่างยอดเยี่ยม  หุ้มข้อจะช่วยสร้างความกระชับ  ช่วยเพิ่มความเร็วในจังหวะการสปรินซ์และการเปลี่ยนทิศทาง
ของการเคลื่อนที่ รวมถึงยังมีจุดเด่นตรงที่สามารถสร้างฟีลลิ่งให้เสมือนว่าตัวรองเท้าถูกควบรวมเป็นหนึ่งเดียว
กับเท้าของเรา

   
   ทีมดีไซน์ของไนกี้ยังออกแบบให้หุ้มข้อของ Hypervenom Phantom II มีแนวด้ายเย็บที่เอียงเข้าไปด้านใน
ตามที่เห็นดังภาพด้านบน ไม่ใช่แค่เหตุผลขอการดีไซน์ให้หุ้มส้นดูมีรายละเอียดโฉบเฉี่ยว  แต่ยังมีข้อมูลบอกว่า
แนวด้ายเย็บรูปแบบนี้จะทำให้ความกระชับกับข้อเท้าด้านในได้ดีกว่าแนวด้ายเย็บแบบตรงๆ  ซึ่งเป็นผลดีสำหรับ
รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้  ที่ต้องการประสิทธิภาพเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว  และต้องการความกระชับ
ในจังหวะการยิงลูกฟุตบอลมากเป็นพิเศษนั่นเอง

   
   แผ่นรองพื้นด้านในของรองเท้ารุ่นนี้  สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้ตามปกติมาตรฐานของรองเท้า
ฟุตบอลระดับสูง โดยแผ่นรองพื้นทั้งชิ้นผลิตจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่มีการเสริมวัสดุโฟมอื่น
มา รองรับแรงกระแทกใดๆ เป็นพิเศษ  เนื่องจากต้องการแผ่นรองพื้นที่ไม่หนาจนเกินไป  เพื่อให้ฟีลลิ่งการสัมผัส
ระหว่างพื้นสนามกับเท้าของผู้สวมใส่นั้นใกล้กัน  ส่งผลให้การส่งแรงของการเคลื่อนที่ทำได้รวดเร็ว  รู้สึกเหมือน
วิ่งด้วยเท้าเปล่า

   
   หน้าสัมผัสด้านบนของแผ่นรองพื้น ถูกดีไซน์ให้มีกราฟฟิกลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรองเท้าซีรี่ย์นี้
ดังที่เห็นตามภาพด้านบน ใช้วัสดุหน้าสัมผัสเป็นหน้าผ้าไนล่อนตามปกติ ผิวสัมผัสเรียบทั้งแผ่น ไม่มีจุดช่วยกันลื่น
เพิ่มเติมแต่อย่างใด

   
   มาปิดท้ายกันที่ชุดพื้นช่วงล่างและปุ่มแบบ FG ของไนกี้ Hypervenom Phantom II สิ่งที่สะดุดตาที่สุด  คงจะ
หนีไม่พ้นลวดลายกราฟฟิกที่เห็น  ซึ่งทีมออกแบบไนกี้ได้ให้ข้อมูลว่าลวดลายดังกล่าว  จะช่วยเสริมให้ตัวรองเท้ามี
ภาพลักษณ์ที่ดุดัน สื่อความหมายถึงถึงความเร็วและการจู่โจม แต่อย่างที่ป้ายห้อยรองเท้าได้ข้อมูลมาตั้งแต่แรก
ว่าลวดลายที่เห็นนี้มีโอกาสสึกและลบเลือนหายไปได้จากการเสียดสีกับพื้นสนาม  สำหรับลวดลายกราฟฟิก
บนชุดพื้นแบบนี้ จะมีปรากฏเฉพาะรุ่น Hypervenom Phantom II รุ่นนี้เท่านั้น  รองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่รองลงไป จะเป็นชุดพื้นแบบสีทึบตามปกติ

   
   รายละเอียดของชุดพื้นชุดนี้ ผลิตจากพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันทั้งแผง ชุดพื้นช่วงกลางเป็น
โครงสร้างแบบตัว X ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างประสานระหว่างชุดพื้นด้านหน้าและชุดพื้นด้านหลัง  ฐานของ
ชุดพื้นช่วงกลางมีความกว้าง  เพื่อให้ลงน้ำหนักได้อย่างมั่นคง  มีลักษณะเส้นสายโครงสร้างเป็นสันนูนขึ้นมา
มีความแข็ง  ออกแบบเพื่อทำให้ชุดพื้นเกิดแรงดีดกลับเมื่อเกิดการโค้งงอ  ช่วยส่งแรงดีด ถีบให้ผู้สวมใส่สามารถ
สปรินซ์เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว

   
   ทั้งนี้ทั้งนั้น..ไนกี้ยังคงใช้รูปแบบการวางปุ่มแบบ FG แบบเดียวกันกับเจเนอเรชั่นแรกทุกประการ  โดยภาพรวม
เป็นปุ่มกลมทางด้านขอบรองเท้า  ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ  ในขณะที่
ตรงกลางฝ่าเท้าเป็นปุ่มใบมีดตามขวาง คอยทำหน้าที่จิกพื้นสนามและส่งแรงสปรินซ์ในการเคลื่อนที่ทางตรง
ส่วนปุ่มใบมีดอีกหนึ่งปุ่มบริเวณหัวรองเท้าฝั่งข้างเท้าด้านนอก (ใต้นิ้วก้อย) จะช่วยจิกเกาะพื้นสนามในจังหวะ
การสับขาหรอก  หรือสปรินซ์ตัวเคลื่อนที่ออกไปทางด้านนอกได้อย่างมั่นคง และรวดเร็ว

   อีกหนึ่งการออกแบบที่ไนกี้นำเสนอให้เป็นจุดเด่นของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้มาตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก  ก็คือ
แนวบากที่ชุดพื้นบริเวณด้านหน้า ที่แบ่งแยกระหว่างนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้  ซึ่งไนกี้ได้ระบุกว่าการออกแบบ
เช่นนี้  จะทำให้ชุดพื้นมีความยืดหยุ่น  ส่งผลการลงน้ำหนักที่นิ้วหัวแม่เท้ามีอิสระมากขึ้น  เนื่องจากบริเวณ
นิ้วหัวแม่เท้าจะเป็นชุดหลักของการลงน้ำหนักในจังหวะการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว มากที่สุด

   
   ปุ่มรองเท้าด้านหลังเป็นปุ่มกลมเหมือนกันทั้งทั้งสี่ปุ่ม  มีจุดเด่นตรงที่ผู้เล่นสามารถลงน้ำหนักที่ส้นเท้าพร้อมทั้ง
หมุนตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทางได้อย่างอิสระ  ขนาดพื้นที่หน้าตัดของปุ่มไม่ได้ใหญ่โตไปกว่าปุ่มหน้าสักเท่าไหร่นัก  
แต่ได้ฐานปุ่มขนาดใหญ่ซึ่งเป็นชิ้นเดียวกันกับชุดพื้น  จึงมั่นใจได้ถึงความแข็งแรงทนทานในจังหวะที่ผู้เล่น
ต้องลงน้ำหนักตัวที่บริเวณส้นเท้า

   Feeling & Sizing

   
   
รองเท้าฟุตบอลไนกี้ Hypervenom Phantom II คู่นี้  ผมเลือกที่จะสวมใส่รองเท้าไซด์ 9.5 US , 8.5 UK , 43 FR
หรือ 27.5 cm
ในการลงสนามทดสอบ  เนื่องจากเป็นขนาดไซด์มาตรฐานของตัวผมเอง  เพื่อให้ลองวิเคราะห์
เปรียบเทียบมาตรฐานการเลือกไซด์รองเท้าที่แม่นยำให้กับคุณผู้อ่านได้  เรามาดูกันว่ารองเท้ารุ่นนี้จะมีขนาดจริง
เป็นแบบไหน  การเลือกไซด์ควรจะต้องเลือกแบบตรงไซด์เหมือนเดิมหรือไม่

   
   เริ่มต้นด้วยการสวมใส่ Hypervenom Phantom II ซึ่งค่อนข้างที่จะลำบากและต้องใช้เวลาพอสมควร  เนื่องจาก
รองเท้ารุ่นนี้มีหุ้มข้อ  ดังนั้นก่อนอื่นต้องพยายามคลายแนวร้อนเชือกออกให้หลวม  จะทำให้สวมใส่เท้าเข้าไปได้
สะดวกมากขึ้น  เมื่อเท้าเข้าไปอยู่ในตำแหน่งแล้ว  ก็ทำการดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้ตึง  แล้วทำการผูกปมเชือก
สองทบแบบหูกระต่ายตามปกติ

   
   ปรากฏว่าพื้นที่หัวรองเท้าเหลือประมาณ 0.2 - 0.3 เซนติเมตร  พอให้วางนิ้วโป้งทาบตามขวางลงไปได้แบบหมิ่นๆ
บริเวณช่วงตรงกลาง  ในขณะที่หัวรองเท้าทางด้านข้างที่ตรงกับนิ้วโป้งและนิ้วก้อยจะชนพอดี  แต่ชนแบบไม่แน่น
จนอึดอัดหรือถึงขั้นต้องเพิ่มไซด์แต่อย่างใด  ถือได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้แอบมีความยาวตรงไซด์ขึ้นกว่าเดิมก็ว่าได้

   
   ส่วนขนาดตัวรองเท้าในแนวกว้าง  พบว่าตัวรองเท้าสามารถรองรับลักษณะหน้าเท้ากว้างๆ ฝ่าเท้าแบนๆ ได้ดีขึ้น 
โดยเฉพาะฝั่งข้างเท้าด้านในที่ลดความอึดอัดและบีบลงกว่าเจเนอเรชั่นเก่า  เมื่อสวมใส่แล้วจะเห็นว่าตัวรองเท้า
ยังคงรูปทรงแบบสบายๆ  ไม่อวบปลิ้นทะลักจนหมดความสวย  ในขณะที่ฟีลลิ่งบนหลังเท้าก็กำลังดี สบายๆ ไม่กด
แน่นและไม่หลวมจนเกินไป  คงต้องยกความดีความชอบให้กับวัสดุด้ายถักชั้นในที่สามารถยืดขยายออกได้ตาม
รูปเท้าของผู้สวมใส่

   หากวิเคราะห์มิติหลักๆ ของการเลือกไซด์รองเท้า  ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านความยาวและมิติด้านความกว้าง  ผมขอ
ยืนยันว่าทุกท่านสามารถเลือกไซด์ไนกี้ Hypervenom Phantom II แบบตรงไซด์ได้เลย  เพราะตัวรองเท้า
รุ่นนี้ตรงไซด์  โดยเฉพาะคนที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างฝ่าเท้าแบน  ไม่ต้องเพิ่มไซด์แบบเจเนอเรชั่นแรกหรือแบบ
HypervenomX Proximo TF ส่วนเรื่องการสวมใส่ที่ค่อนข้างทุลักทุเล นั้นไม่เกี่ยวข้องกับขนาดตัวรองเท้าครับ 
สิ่งที่ต้องทำ..นั้นเพียงแค่คลายแนวร้อยเชือกออกให้กว้างๆ ก่อนที่จะสวมใส่เท้าเข้าไปก็พอแล้ว

   Testing  

   เมื่อทุกอย่างพร้อม  เวลาของการลงสนามทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Hypervenom Phantom II
ก็มาถึง  โดยการทดสอบจะแบ่งออกเป็นหัวข้อทดสอบด้านต่างๆ เช่นเดิม  ซึ่งผมจะขอเน้นวิพากษ์วิจารณ์
เปรียบเทียบไปยังเจเนอเรชั่นเก่า อย่าง Hypervenom Phantom เป็นหลัก  ส่วนคู่แข่งจากทางฝั่งของอาดิดาส
ในตลาดปัจจุบัน ตอนนี้คงจะต้องเป็นทั้งอาดิดาส X 15.1 และ ACE 15.1 เพียงแต่ ณ ตอนนี้ผมยังไม่ได้มีโอกาส
ได้ทดสอบรองเท้าซีรี่ย์ใหม่ทั้งสองจากอาดิดาสอย่างเต็มที่  จึงยังไม่สามารถรีวิวเชิงเปรียบเทียบกับทั้งคู่ได้  โดย
ผมจะขอกลับไปรีวิวเปรียบเทียบกับอาดิดาส Predator Instinct เนื่องจากเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เน้นการคอนโทรล
และการจู่โจม คล้ายๆ กัน  แต่อาจจะรีวิวเปรียบเทียบกันเพียงบางประเด็นเท่านั้น

   ความสบายในการสวมใส่

   
   
ความสบายในการสวมใส่ถือเป็นสิ่งแรกที่เราจะได้สัมผัสเมื่อใช้งานรองเท้าฟุตบอล  ซึ่งจากการใช้งานพบว่า
ไนกี้ สามารถทำให้ Hypervenom Phantom II มีความสบายในการสวมใส่บางประเด็นมากขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว 
และในทางตรงกันข้าม..ก็มีบางประเด็นที่ด้อยลงเช่นกัน

   ตัวรองเท้า Hypervenom Phantom II ให้ความสบายในการสวมใส่มากขึ้นกว่าเดิม  โดยเฉพาะฟีลลิ่งบริเวณ
ข้างเท้าด้านในซึ่งบีบน้อยลง  และฐานของฝ่าเท้าเหมือนจะกว้างขึ้นเล็กน้อย  ทำให้อาการเมื่อยฝ่าเท้าซึ่งผมเคย
รู้สึกว่าเป็นปัญหาสำคัญตอนใช้งานโฉมเก่า ไม่เกิดขึ้นมาให้รู้สึกในระหว่างการใช้งานอีกต่อไป
 
   เช่นเดียวกันกับฟีลลิ่งบริเวณหลังเท้าที่รู้สึกโปร่งโล่งสบายมากขึ้น  แรงกดบนหลังเท้าลดลง  คงเนื่องมาจาก
วัสดุชั้นในที่เป็นด้ายถักมาช่วยเป็นชั้นรอง  เมื่อเราดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้ตึงแล้วผูกปมเชือกให้แน่นตามปกติ
แล้วจะไม่รู้สึกเจ็บหลังเท้าเหมือนเมื่อก่อน

   
   ทั้งนี้ยังไม่พบอาการกัดส้นเท้าจากการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว  ไม่เหมือนตอนที่ผมลองใช้งาน
Mercurial SuperFly IV ที่ครั้งแรกๆ พบเจอปัญหารองเท้ากัดส้นเท้าอยู่เหมือนกัน  จากที่ลองสัมผัสดูพบว่า
หน้าสัมผัสของหุ้มส้นด้านในของ Hypervenom Phantom II นั้นมีความนุ่มมากกว่านิดหน่อย 

   อย่างไรก็ตาม..สาระสำคัญในหัวข้อนี้ของ Hypervenom Phantom II นั้นอยู่ที่ประสิทธิภาพการระบายอากาศ
ที่ด้อยลงจนรู้สึกได้  อากาศด้านในถ่ายเทออกมาด้านนอกได้น้อย  ตัวรองเท้าอมความร้อนพอสมควร  เนื่องจาก
วัสดุของตัวรองเท้าที่เป็นแบบสองชั้น  ชั้นในเป็นวัสดุด้ายถักซึ่งดูๆ ไปก็น่าจะถ่ายเทความร้อนได้ดี  แต่กลับมีวัสดุ
ชั้นนอกที่เป็นหนังสังเคราะห์ไนกี้สกิน  ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเกราะของตัวรองเท้าอีกหนึ่งชั้น  มาเป็นตัวลดการ
ถ่ายเทของอากาศเข้าไปได้ใน  แตกต่างจากตัวรองเท้า Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra เพราะวัสดุ
ตัวรองเท้าเป็นวัสดุด้ายถักเพียงชั้นเดียว  จึงระบายความร้อนได้ดีกว่านี้

   และในทางตรงกันข้าม  พบว่ากรณีที่ฝนตกสนามเปียก  วัสดุด้ายถักชั้นในของตัวรองเท้านั้นอมน้ำเอาไว้มาก 
เนื่องจากผิวของวัสดุชั้นนี้ไม่ได้เคลือบชั้นผิวช่วยกันน้ำเอาไว้เหมือนกับ Mercurial SuperFly IV และ Magista
Obra
  ส่งผลให้ตัวรองเท้ามีน้ำหนักมากขึ้น  และรู้สึกเฉอะแฉะ อึดอัดไม่สบายเท้าได้เหมือนกัน  ทั้งนี้ยังรวมถึง
กรณีที่ผู้เล่นลงเล่นเป็นเวลานานๆ จนเหงื่อออกจากเท้าเยอะมาก  ก็จะพบว่าด้านในนั้นเปียกท่วมไปด้วยเหงื่อ
จากเท้าของเรา  ซึ่งกรณีนี้ผมก็ได้เจอมาด้วยตัวเองเหมือนกัน

   แม้ว่าไนกี้ Hypervenom Phantom II จะมีทั้งข้อดีและข้อด้อยในเรื่องของความสบายในการสวมใส่  แต่
โดยภาพรวมผมรู้สึกว่ารองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพในด้านนี้ดีขึ้นกว่าเดิม  โดยเฉพาะเรื่องความบีบข้างเท้า
และหลังเท้าที่ลดลง  และหน้าสัมผัสของหุ้มส้นด้านในที่ไม่เกิดอาการรองเท้ากัดส้นเท้า  ส่วนประสิทธิภาพ
การระบายความร้อนก็คือข้อด้อยที่ต้องทำใจยอมรับ  กับการใช้งานรองเท้าที่หุ้มกระชับทุกสัดส่วนแบบนี้

   
   คะแนน
   - ความสบายในการสวมใส่ 8/10


   การรองรับแรงกระแทก

   

   ประสิทธิภาพ
การรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามในระหว่างการเคลื่อนที่  ของ Hypervenom Phantom
เจเนอเรชั่นแรก  ถือเป็นหนึ่งในข้อด้อยสำหรับผู้เล่นที่ต้องการรองเท้าที่ซับพอร์ตแรงกระแทกเลยก็ว่าได้  จึงน่า
สนใจว่าไนกี้จะเปลี่ยนแปลงหรือกลบจุดด้อยดังกล่าวออกไป  เพื่อให้รองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้รองรับผู้เล่นที่อยากได้
ความนุ่มในจังหวะการลงน้ำหนักตัว ด้วยหรือไม่  เราไปทดสอบกัน

   หลังจากที่ได้เคลื่อนที่ไปทั่วทั้งสนามด้วยไนกี้ Hypervenom Phantom II ผมรู้สึกได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพ
การรองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้นกว่าเดิม  ทุกก้าวที่ลงน้ำหนัก รู้สึกได้ว่าแผ่นรองพื้นด้านในให้ความรู้สึกที่นุ่มเท้า
กำลังดี
  แน่นอนว่าสาเหตุหลักๆ มาจากแผ่นรองพื้นด้านในซึ่งมีความหนามากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย  และเนื้อโฟม
มีความนุ่มและสามารถยืดหยุ่นได้ดีขึ้น   แม้แผ่นรองพื้นจะไม่ได้หนา หรือมีวัสดุซับแรงกระแทกชนิดพิเศษมา
ช่วยเสริม  เนื่องจากไนกี้ยังต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกเคลื่อนที่เหมือนใช้เท้าเปล่า  ฝ่าเท้าแนบลงไปกับพื้น  แต่ความนุ่ม
ของแผ่นรองพื้นชุดนี้  ก็เพียงพอที่จะทำให้การลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียมระดับมาตรฐานทั่วไปในบ้านเรา
  
ได้โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านข้อเข่าหรือข้อเท้าจนเกินไป

   โดยภาพรวมถือว่า
Hypervenom Phantom II มีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกระดับปกติทั่วไป
ไม่ได้โดดเด่น  แต่ก็ไม่ได้แย่  การใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้พอที่จะตอบโจทย์ผู้เล่นที่อยากได้เรื่องความนุ่ม
ในจังหวะลงน้ำหนักได้ดีปานกลาง  ตัวเลขคะแนน 7 เต็ม 10 คะแนน  (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 คะแนน) ดูจะเป็นตัวเลข
ที่สมเหตุสมผลแล้ว

   คะแนน
   - การรองรับแรงกระแทก 7/10

   การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม

   

   ชุดพื้นช่วงล่างและปุ่มแบบ FG ของไนกี้
Hypervenom Phantom II ถือเป็นชุดพื้นที่มีความเป็นเอกลักษณ์
มีประสิทธิภาพในด้านการยึดเกาะพื้นสนามและสปรินซ์เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญ
ลำดับต้นๆ ที่รองเท้าฟุตบอลประเภทการจู่โจมควรจะต้องมี

   ข้อความข้างต้นไม่ใช่คำโฆษณาสรรพคุณจากการ PR ของไนกี้แต่อย่างใด  แต่นั่นคือประสิทธิภาพที่ผม
สามารถสัมผัสได้จริงๆ จากการทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ขอเริ่มวิจารณ์ประสิทธิภาพการยึดเกาะ
กับพื้นสนามกันก่อนดีกว่า  ปุ่มกลมของรองเท้ารุ่นนี้หลายๆ อาจจะคิดว่าคงไม่แตกต่างจากปุ่มกลมของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นหรือยี่ห้ออื่นๆ ในท้องตลาด  แต่หากสังเกตุดีๆ จะรู้ว่าปุ่มกลมของ
Hypervenom Phantom II นั้น
จะเป็นปุ่มเล็กรัศมีแคบ  และวางตัวกันในระยะห่าง  ส่งผลให้ปุ่มสามารถที่จะจิกลงไปยังพื้นสนามได้เต็มที่
จึงให้การยึดเกาะพื้นสนามที่ยอดเยี่ยม  

   

   นอกจากนั้น ยังพบว่าชุดปุ่มของไนกี้
Hypervenom Phantom II มีประสิทธิภาพทั้งการเปลี่ยนทิศทางแบบ
รอบตัว 360 องศา ได้อย่างอิสระ  ด้วยการเน้นลงน้ำหนักไปที่ฝ่าเท้าด้านหน้า (ปุ่มกลม)  หรือจะเรียกร้องหา
ประสิทธิภาพการสปรินซ์แบบจิกพื้นสนามที่แม่นยำ  ก็สามารถทำได้โดยลงน้ำหนักการสปรินซ์ไปที่ปลายเท้า
ซึ่งมีปุ่มใบมีดขนาดเล็กอยู่ที่หัว  ที่แม้จะมีเพียงแค่ปุ่มเดียว  แต่ก็คมพอที่จะจิกลงไปยังพื้นสนามได้อย่างแม่นยำ
การทำหน้าที่ล็อกกับพื้น  ทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้อย่างแม่นยำพอสมควร


   
   การสปรินซ์เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งประสิทธิภาพที่ผู้สวมใส่สามารถเรียกใช้งานจาก
ไนกี้ Hypervenom Phantom II คู่นี้ ได้อย่างยอดเยี่ยม  ด้วยปุ่มใบมีดตามขวางตรงกลางฝ่าเท้า  ที่จะช่วย
เสริมให้การส่งแรงไปยังพื้นสนามเพื่อสปรินซ์ไปด้านหน้าทำได้ดี  แต่ปัจจัยหลักจริงๆ นั้นอยู่ที่ลักษณะของ
ชุดพื้นที่ช่วงกลางฝ่าเท้ามีความแข็งแรง  และมีโครงสร้างเชื่อมประสานระหว่างพื้นด้านหน้าและพื้นด้านหลัง
ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ส่งผลให้ชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้มีลักษณะแรงดีดที่ดุดัน รุนแรง และสมูท เป็น
อย่างมาก  ซึ่งทั้งหมดนี้คนที่เคยใช้งาน Hypervenom Phantom มาก่อน คงจะรู้ดี

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว ถือได้ว่าไนกี้ Hypervenom Phantom II เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพการ
เคลื่อนที่ที่เป็นเอกลักษณ์ กล่าวคือ มีทั้งการยึดเกาะที่ดี มีอิสระในการเปลี่ยนทิศทางจากปุ่มกลม  และมีแรงดีด
ของชุดพื้นที่จะช่วยให้ผู้เล่นสปรินซ์ออกไปด้านหน้าได้อย่างดุดัน  โดยชุดพื้นช่วงล่างของรองเท้ารุ่นนี้จะ
ตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการทั้งการยึดเกาะพื้นสนามที่ดี แต่ไม่ได้จิกล็อคเหมือนปุ่มใบมีด และก็ยังคำนึงถึง
ความอิสระในการหมุนตัวหรือเปลี่ยนทิศทางตามสไตล์ปุ่มกลม  และก็ยังอยากได้ช่วงล่างแข็งๆ ที่แรงดีดกลับ
ให้การสปรินซ์ไปด้านหน้าได้อย่างรวดเร็ว

   คะแนน
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 9/10

    ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน

   
   ประเด็นสำคัญที่ทำให้ไนกี้เปลี่ยนแปลง
Hypervenom Phantom II ให้กลายมาเป็นรองเท้าระดับโครตท็อป
ก็คือการต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในด้าน ฟีลลิ่ง ความกระชับและให้ความมั่นใจเมื่อใช้งาน ให้ดีขึ้นกว่า
เดิม  โดยมีไฮไลท์อยู่ที่หุ้มข้อและวัสดุด้ายถักชั้นด้านในตัวรองเท้า

   หุ้มข้อกลายเป็นเทคโนโลยีที่สามารถการันตีความกระชับบริเวณข้อเท้าให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี  อย่างที่
ผมเคยกล่าวไปในบทความรีวิว Mercurial SuperFly IV, MercurialX Proximo TF และ HypervenomX
Proximo TF
มาแล้ว  ว่าหุ้มข้อจะทำให้ไม่รู้สึกถึงรอยต่อระหว่างข้อเท้าของผู้สวมใส่และรองเท้า  ให้ฟีลลิ่ง
เสมือนว่าข้อเท้าและรองเท้าถูกควบรวมเป็นชิ้นเดียวกัน  เหมือนข้อเท้าถูกกลืนเข้าไปยั่งไงยั่งงั้นเลยก็ว่าได้
และอีกหนึ่งข้อดีของหุ้มข้อแบบนี้  ก็คือวัสดุด้ายถักนั้นมีความยืดหยุ่น  จึงสามารถให้ความกระชับได้รอบ
ข้อเท้าด้วยความตึงที่เท่ากันรอบด้าน  สามารถรองรับกับลักษณะข้อเท้าที่แตกต่างของแต่ละคนได้อย่าง
หลากหลาย

   นอกเหนือจากจุดเด่นของหุ้มข้อแล้ว  ไนกี้ Hypervenom Phantom II ยังมีตัวรองเท้าชั้นด้านในซึ่งเป็น
วัสดุด้ายถัก  และโครงสร้างด้านข้างที่มีเส้นใยฟลายไวร์  จึงทำให้รองเท้ารุ่นนี้ให้ความกระชับกับเท้าได้ดี
ไม่ว่าจะเป็นความกระชับในแนวข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอก หรือความกระชับบริเวณหลังเท้า 
เรียกได้ว่าตัวรองเท้าให้ความกระชับกับเท้าได้อย่างรอบด้าน ทุกๆ จุดมีแรงกดแรงดึงที่สม่ำเสมอทั่วถึง
แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะให้ฟีลลิ่งบีบน้อยลงว่าเจเนอเรชั่นเก่าก็ตาม  แต่ฟีลลิ่งความบีบกระชับที่เหลืออยู่  ผมว่า
มันกำลังดีที่จะให้ฟีลลิ่งความกระชับไปพร้อมๆ กับความมั่นใจ (สบายเท้าไม่อึดอัด) เมื่อต้องสวมใส่ลงสนาม

   โดยภาพรวมแล้วผมถือว่า ไนกี้ประสมความสำเร็จในการเพิ่มความกระชับและความมั่นใจ ให้กับผู้เล่น
ที่สวมใส่
Hypervenom Phantom II ด้วยการเสริมเอาวัสดุด้ายถักและหุ้มข้อมมาไว้ในรองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้
ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญที่รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้ต้องมี  ดังนั้นคะแนน 10 เต็ม 10 คะแนน  เช่นเดียว
กับรองเท้าฟุตบอลที่มีวัสดุด้ายถักและหุ้มข้อ รุ่นอื่นๆ ของไนกี้  คงจะต้องให้ไว้กับรองเท้ารุ่นนี้ด้วย


   - ฟีลลิ่ง ความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 10/10


   การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล

   
   มาเริ่มการทดสอบเกี่ยวกับการเล่นฟุตลูกฟุตบอล ด้วยทดสอบเรื่อง
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ของ
Hypervenom Phantom II กันต่อเลย  ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นการทดสอบที่น่าสนใจไม่น้อย  เนื่องจาก
ลักษณะวัสดุและผิวสัมผัสของตัวรองเท้าที่เปลี่ยนไปจากเจเนอเรชั่นเดิม  จึงน่าสนใจว่าทุกการสัมผัสบอลนั้น
จะมีฟีลลิ่งหรือประสิทธิภาพที่แตกต่างจากเดิมมากน้อยเพียงใด

   จากการใช้งาน..รู้สึกได้ว่าวัสดุหนังสังเคราะห์ของ Hypervenom Phantom II ให้ฟีลลิ่งการจับบอลที่หนา
และหนักแน่น  แถมด้านในยังมีวัสดุด้ายถักเป็นเสมือนตัวช่วยดูดซับแรงอีกหนึ่งชั้นด้วย  ผมกลับชอบฟีลลิ่งการ
จับบอลลงด้วยรองเท้ารุ่นนี้  หน้าสัมผัสมันไม่นุ่มจนยวบและก็ไม่แข็ง ไม่บางจนเกินไป  ยิ่งถ้าใครมีทักษะการ
ผ่อนแรงในการจับบอลแรกที่ดีอยู่แล้ว  รองเท้ารุ่นนี้จะให้ประสิทธิภาพการจับบอลที่แน่นแต่หนึบติดเท้าไป
พร้อมๆ กัน  ไม่รู้สึกโปร่งบางเหมือนกับ Hypervenom Phantom ที่บางทีเจอปัญหาจับบอลไม่ติดเท้า  มีให้
กระเด้งกระดอนออกไปให้เหนื่อยเหมือนกัน

   ทั้งนี้ยังพบว่าหน้าสัมผัสของตัวรองเท้านั้นมีความฝืดมากขึ้น  สามารถที่จะดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีขึ้น
แม้จะไม่หนึบเหมือนกับวัสดุแถบยางของ อาดิดาส Predator Instinct ก็ตาม  แต่ก็พบว่ามันสามารถดึงดูดและ
ควบคุมลูกฟุตบอลได้อย่างติดเท้า  ลดโอกาสบอลแฉล็บหรือปลิ้นหลุดหลังเท้าได้เป็นอย่างดี  และถ้าเปรียบเทียบ
กับรองเท้าประเภทที่มีหุ้มข้อเหมือนกัน  ผมกลับรู้สึกว่ารองเท้ารุ่นนี้ควบคุมลูกฟุตบอลได้ดี  ให้สัมผัสที่แน่นและ
ติดเท้ามากกว่าทั้ง Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra เสียอีก

   
   การจับบอลด้วยข้างเท้าด้านในก็เช่นกัน  ลักษณะของตัวรองเท้าด้านในมีพื้นที่สัมผัสบอลที่เปิดกว้าง  เนื่องจาก
เอียงแนวร้อยเชือกออกไปด้านนอก  ทำให้หน้าผ้าของตัวรองเท้าสามารถสัมผัสเข้ากับผิวของลูกฟุตบอลได้กว้าง
เมื่อรวมกับคุณสมบัติของวัสดุตัวรองเท้าที่มีความฝืดและดึงดูดกับลูกฟุตบอลได้ดีอยู่แล้ว  ยิ่งส่งผลให้การจับบอล
ด้วยข้างเท้าด้านในนั้นสามารถควบคุมลูกฟุตบอลไปยังตำแหน่งหรือทิศทางที่ต้องการได้ดั่งใจ  แทบจะไม่เจอ
จังหวะการแฉลบหลุดการควบคุมแต่อย่างใด  
ไม่ว่ารู้ฟุตบอลจะพุ่งมาเบาหรือแรง  จะแห้งหรือเปียกก็ตาม  ซึ่ง
ประเด็นนี้ผมกล้าพูดว่าทำได้ดีกว่า Mercurial SuperFly IV และ Hypervenom Phantom อย่างแน่นอน
  เพียงแต่
การจับบอลให้นุ่มนวลติดเท้า  ก็จำเป็นต้องพึ่งทักษะการผ่อนแรงประมาณครึ่งหนึ่ง  เช่นเดียวกันกับ

   
   การแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในของไนกี้
Hypervenom Phantom II นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่การแปบอลซึ่ง
หนักแน่น  เต็มข้างเท้าด้านในมากขึ้นกว่าเดิม  ด้วยลักษณะหนังสังเคราะห์ไนกี้สกินที่(โดยรวม)ราบเรียบ  และ
ชั้นด้านในที่เป็นวัสดุด้ายถัก  ในขณะที่น้ำหนักตัวรองเท้าที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับลูกฟุตบอล
ที่ถูกแปออกไปได้อย่างมั่นใจ  แต่ความหนักแน่นและน้ำหนักของการแปบอลด้านข้างเท้าด้านใน  นั้นยังเป็นรอง
ให้กับอาดิดาส Predator Instinct ที่เล่นเอาวัสดุแถบยางมาแปะไว้ที่ข้างเท้าด้านในอยู่ดี

   ในเรื่องการควบคุมทิศทาง  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้เหมาะต่อการเน้นแปบอลไปในทิศทางตรงหน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ  ควบคุมไม่ยากเย็นนั้น  เนื่องจากองศาของหน้าสัมผัสบอลค่อนข้างที่จะสอดรับกับลูกฟุตบอล
ในขณะที่การแปส่งบอลให้โค้งด้วยการแปบอลแบบเฉือนๆ  ก็สามารถเรียกใช้งานและควบคุมได้ไม่ยาก

   กับสไตล์การเล่นที่ถนัดการจับบอลและแปส่งบอล  ผมประทับใจกับประสิทธิภาพด้านนี้ของไนกี้
Hypervenom
Phantom II
 เป็นอย่างมาก  ตัวรองเท้ามีจุดเด่นในเรื่องของฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่หนักแน่นและติดเท้า  ไม่หนา
และไม่บางจนเกินไป  เพียงแค่ใช้ทักษะการผ่อนแรงเพียงครึ่งหนึ่ง  ก็สามารถที่จะจับบอลไปติดเท้าแล้ว  ทั้งนี้
ยังรวมถึงประสิทธิภาพแรงเสียดทานของผิวหน้าสัมผัสตัวรองเท้าที่สามารถดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้อยู่หมัด
โดยภาพรวมผมขอลงคะแนนในหัวข้อนี้ไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน  ดีขึ้นกว่า
Hypervenom Phantom แต่ยังของ
เก็บอาดิดาส Predator Instinct ไว้เป็นที่สุดของหัวข้อการทดสอบนี้

   คะแนน
   - การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล 9/10

    การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า
   
   

   ไนกี้
Hypervenom Phantom II ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า ที่
ยอดเยี่ยมรุ่นหนึ่งในตลาดปัจจุบัน  ประสิทธิภาพด้านนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญของรองเท้าฟุตบอลที่ใช้เพื่อแนวรุก
ซึ่งไม่ได้มีดีแค่การวางเท้ายิงประตูเพียงอย่างเดียว  แต่ในบางจังหวะต้องสามารถพาบอลไปกับตัวเองได้ด้วย
เพื่อความหลากหลายและการสร้างโอกาสในการยิงประตู

   

   ในเจเนอเรชั่นที่แล้ว ไนกี้
Hypervenom Phantom ทำผลงานในหัวข้อนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมในระดับเต็ม 10
และพอผมมีโอกาสได้มาทดสอบเจเนอเรชั่นใหม่
Hypervenom Phantom II ผลปรากฏว่ารองเท้าโฉมนี้
ยังคงมีประสิทธิภาพดังกล่าวที่ยอดเยี่ยม  เริ่มจากวัสดุหน้าผ้าสัมผัสที่เข้าสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มเท้า
แม้ว่าจะไม่ได้ให้ฟีลลิ่งการสัมผัสที่บางเหมือนใช้เท้าเปล่าเหมือนกับโฉมเก่า  แต่ความหนา ความแน่น และ
ความนุ่มในจังหวะการแตะเพื่อเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  ก็มีมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย  จึงส่งผลให้การควบคุม
น้ำหนักของการเลี้ยงบอลทำได้อย่างคงที่  ควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น  แม้อารมณ์เหมือนใช้เท้าเปล่าจะหายไป
ก็ตาม


   

   ในขณะที่หน้าผ้าสัมผัสของตัวรองเท้าทุกจุด  นั้นก็มีประสิทธิภาพในการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอล
ได้อย่างยอดเยี่ยม  จะแปลกไหมถ้าผมจะบอกว่า..จังหวะที่ต้องเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงลูกฟุตบอลด้วยความเร็ว
ผมรู้สึกได้ว่าตัวรองเท้าของ
Hypervenom Phantom II สามารถเปลี่ยนและควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของ
ลูกฟุตบอลได้แม่นยำกว่า Mercurial SuperFly IV เสียด้วยซ้ำ
 แต่ความว่องไวจะน้อยกว่าเล็กน้อย  เพราะ
ฟีลลิ่งการสัมผัสแบบที่หนากว่านั่นเอง

   ดังนั้นไนกี้
Hypervenom Phantom II จะเป็นอีกหนึ่งรองเท้าฟุตบอลที่ตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการเรื่อง
ประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  หน้าสัมผัสสามารถดึงดูดและควบคุมทิศทางของการเลี้ยงบอลได้
อย่างแม่นยำ  และไม่ต้องการฟีลลิ่งการแตะเลี้ยงบอลที่บางติดเท้ามากเกินไปเหมือนใช้เท้าเปล่า 

   โดยภาพรวมแล้ว ไนกี้
Hypervenom Phantom II เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีอันตรายในการเลี้ยงพาบอล
ไปกับเท้าเป็นอย่างมาก  ประสิทธิภาพในเรื่องนี้คงไม่ได้จำกัดอยู่ที่รองเท้าฟุตบอลด้านความเร็วเพียงอย่างเดียว
อีกต่อไป  ตัวเลขคะแนน 10 เต็ม 10 ในหัวข้อนี้  จึงตกอยู่ที่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เหมือนกัน


   คะแนน
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 10/10


   ความสามารถในการยิงประตู

   

   
มาถึงไฮไลท์การทดสอบสำคัญของรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Hypervenom Phantom II นั่นคือการทดสอบ
ความสามารถในการยิงประตูของรองเท้าประเภทการจู่โจมรุ่นนี้  ซึ่งผมแอบบอกก่อนเลยว่า  นี่คือจุดแข็ง
สำคัญที่สุดของรองเท้าคู่นี้เลยก็ว่าได้

เรามาเริ่มกันที่เรื่องของการวางเท้าและการส่งถ่ายแรงเหวี่ยงกันก่อน  พบว่าปุ่มรองเท้าแบบกลมซึ่งวางตัว
ห่างกัน  มีพื้นที่หน้าตัดเล็ก  เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การวางเท้าหลักในจังหวะการยิงประตูทำได้อย่างมั่นคง 
ปุ่มจิกลงไปยังพื้นสนามและยึดเกาะได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่มีอาการลื่นไถลให้รู้สึก  แม้ว่าต้องการใช้ช่วงที่
สนามเปียกชื้นก็ตาม  ในขณะที่พื้นรองเท้าซึ่งถูกออกแบบให้มีช่วงกลางที่กว้างก็ช่วยเสริมให้เราสามารถ
วางเท้าหลักได้อย่างเต็มฝ่าเท้าอีกด้วย

โครงสร้างพื้นรองเท้าช่วงกลางซึ่งถูกออกแบบให้มีความแข็งและหนา  ส่งผลให้พื้นรองเท้ามีประสิทธิภาพ
การดีดตัวกลับเมื่อเกิดการโค้งงอได้เป็นอย่างดี  ทั้งยังมีโครงสร้างเชื่อมต่อระหว่างพื้นด้านหน้าและพื้นด้านหลัง 
ยิ่งช่วยเสริมให้การส่งแรงเหวี่ยงในจังหวะการวางเท้าหลัก  นั้นทำได้อย่างดุดันและมั่นคงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ประสิทธิภาพตรงนี้ถูกพิสูจน์มาแล้วจากเจเนอเรชั่นแรก (และดีกว่าอาดิดาส Predator Instinct ด้วย)  และด้วย
น้ำหนักตัวของ Hypervenom Phantom II ที่มากขึ้นกว่าเดิม  ยังเป็นผลให้ด้านพละกำลังของลูกฟุตบอลที่ถูกยิง
ออกไปจากเท้ามีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนรู้สึกได้

   
ในเรื่องของฟีลลิ่งการสัมผัสและประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางในจังหวะการยิงประตูด้วยไนกี้ Hypervenom
Phantom II
 นั้น  ต้องบอกว่าหน้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้จะให้ฟีลลิ่งการยิงลูกฟุตบอลที่บางขึ้น  โดยจะให้ฟีลลิ่ง
หนักแน่นและเต็มเท้า รู้สึกว่าหน้าเท้าสามารถเข้าปะทะได้ถึงผิวลูกฟุตบอลได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นเก่า  ยิ่งถ้าเอาไป
เปรียบเทียบกับรองเท้าที่มีแถบยางสัมผัส อย่างอาดิดาส Predator Instinct ยิ่งต้องบอกว่าความหนาจากการ
สัมผัสบอลนั้นคนละอย่างกันเลย  ไนกี้ Hypervenom Phantom II  จะสามารถตอบโจทย์ผู้เล่นที่ชอบยิงประตู
เหมือนใช้เท้าเปล่า และไม่ชอบฟีลลิ่งการยิงประตูแบบหนาๆ ที่เหมือนมีอะไรมาคั่นกลาง ได้เป็นอย่างดี

   และหากท่านใดที่กังวลว่าหนังสังเคราะห์ไนกี้สกินของรองเท้ารุ่นนี้จะแข็งเกินไป เมื่อต้องยิงลูกฟุตบอลเต็มแรง 
จะรู้สึกถึงแรงปะทะที่สะท้อนกลับมายังเท้าของเราหรือไม่  ขอบอกเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้กลับมีคุณสมบัติการลด
แรงปะทะได้ดีขึ้น  แม้จะไม่มาก  แต่ก็ดีกว่าที่คาด (เมื่อประเมินจากหนังของตัวรองเท้าที่ดูแข็งๆ ด้านๆ)  สาเหตุ
เป็นเพราะวัสดุชั้นด้านในที่เป็นวัสดุด้ายถัก  นอกจากจะช่วยโอบกระชับกับเท้าของเราแล้ว  ยังทำหน้าที่เป็น
เสมือนชั้นวัสดุมาช่วยเพิ่มความนุ่มและช่วยปกป้องเท้าจากแรงปะทะได้อีกด้วย

   
   มาต่อกันที่ประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางของไนกี้ Hypervenom Phantom II กันเลยครับ  หน้าสัมผัส
ของรองเท้ารุ่นนี้มีลักษณะโดยรวมเป็นผิวเรียบ เข้าถึงลูกฟุตบอลได้ง่ายและเต็มเท้า  จึงไม่แปลกเลยที่รองเท้า
รุ่นนี้สามารถควบคุมทิศทางการยิงแบบตรงๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม  โดยเฉพาะการยิงประตูด้วยแนวสันเท้า  ถือ
เป็นรองเท้าฟุตบอลที่เน้นการยิงประตูในทิศทางตรงๆ ไม่เน้นปั่นไซร้ที่ใช้งานง่ายมาก

   แต่ไนกี้ Hypervenom Phantom II ยังสร้างความแปลกใจได้อีก  ด้วยประสิทธิภาพการควบคุมทิศทาง
ในการปั่นไซร้โค้ง  ผิวหน้าสัมผัสบอลที่เพียงแค่การออกแบบเส้นสายให้มีความนูนขึ้นมาเล็กน้อยตามแนวคิด
การออกแบบ ซึ่งมองโดยภาพรวมแล้วยังดูมีมิติ หรือผิวสัมผัสที่ขรุขระ น้อยกว่า Hypervenom Phantom เสียอีก  แต่กลับพบว่าผิวสัมผัสของรองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้  สามารถดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีกว่าเดิม  โดยเฉพาะ
ในเสี้ยววินาทีที่ต้องการทั้งการยิงที่รุนแรงพร้อมกับการปั่นไซร้โค้ง  พบว่า Hypervenom Phantom II สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างครบครัน 

   แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับวัสดุแถบยางของอาดิดาส Predator Instinct ก็ยังคงต้องยอมรับตรงๆ ว่าผิวสัมผัส
ของ Hypervenom Phantom II ยังหนึบและปั่นไซร้โค้งโค้งได้ไม่ดีเท่า  แต่ถ้าเปรียบเทียบเฉพาะรองเท้าฟุตบอล
ประเภทที่ไม่มีวัสดุแถบยางแล้วล่ะก็  ผมกล้ายืนยันว่ารองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการควบคุมและปั่นไซร้โค้ง
ได้ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วในตอนนี้เลยก็ว่าได้

   แน่นอนว่าคะแนนในหัวข้อการทดสอบนี้ ของไนกี้ Hypervenom Phantom II นั้น  จะต้องได้รับตัวเลข 10 คะแนน
เต็ม 10 คะแนน กันไป  ซึ่งป็นคะแนนที่สูงขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นเดิม  และเท่ากับคะแนนของ อาดิดาส Predator Instinct  ซึ่งรองเท้าทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นที่สุดของประสิทธิภาพการยิงประตูและการควบคุมทิศทาง  แต่จะมีรายละเอียดต่างๆ
ที่แตกต่างกันออกไปตามที่ผมดีกล่าวไป

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพในการยิงประตู 10/10


   การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่

   นอกจากประสิทธิภาพการใช้งานจริงด้านต่างๆ ของ Hypervenom Phantom II จะดีขึ้นจากเดิมแล้ว  ในแง่
ของการป้องกัน  ก็พบว่ารองเท้ารุ่นนี้มีดีทั้งเรื่องของการเซฟข้อเท้า  อันเนื่องมาจากหุ้มข้อที่ช่วยล็อคกระชับ
ข้อเท้าได้ดีขึ้น  ซึ่งข้อดีอันนี้เหมือนกันกับรองเท้าฟุตบอลที่มีหุ้มข้อมรุ่นอื่นๆ

   แต่คุณสมบัติเชิงป้องกันที่ Hypervenom Phantom II ทำได้ดีกว่า Mercurial SuperFly IV และ Magista
Obra
ก็คือวัสดุบนตัวรองเท้าซึ่งมีลักษณะเป็นวัสดุสองชั้น  ได้แก่ วัสดุหนังสังเคราะห์ไนกี้สกินด้านนอก  ซึ่งทำ
หน้าที่เสมือนเกราะกันนอกที่ช่วยปกป้องการปะทะจากปุ่มสตั๊ดของคู่แข่ง  แต่ว่าจะไม่มีคุณสมบัติดูซับแรงปะทะ
ได้ดีนัก  แต่มันจะช่วยปกป้องวัสดุด้ายถักชั้นด้านใน ซึ่งทำหน้าที่เป็นชั้นที่พอจะมีความยืดหยุ่นดูดซับแรงปะทะ
ได้ดีกว่า  ไม่ให้เสียหายหรือฉีกขาด  เมื่อทั้งคู่ทำงานประสานกัน  จึงสามารถช่วยลดแรงจากการถูกเข้าปะทะที่
หน้าเท้าได้ดีพอสมควร
 เพียงแต่อาจยังให้การปกป้องได้ดีไม่เท่ากับรองเท้าที่มีวัสดุแถบยาง อย่างอาดิดาส
Predator Instinct เพราะวัสดุแถบยางมีความหนาและลดความเจ็บของการปะทะได้ดีกว่า

   คะแนน
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 7/10


   Conclusion  

   

   หลังจากที่ผมได้ทดสอบการใช้งาน รองเท้าฟุตบอลไนกี้ Hypervenom Phantom II ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การรีวิวเกี่ยวกับประสิทธิภาพในหัวข้อต่างๆ ทั้งหมด  คงจะทำให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ถึงสิ่งที่ผมสัมผัสได้จากการ
ทดสอบรองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างครบถ้วน  

   อย่างไรก็ดี..ผมจะขอสรุปเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ตัวตนและคุณสมบัติของ ไนกี้ Hypervenom Phantom II
อีกครั้งนึงในส่วนสุดท้ายนี้ของบทความ  พร้อมทั้งเสนอข้อคิดเห็นส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ  รวมถึงการประเมิน
ความคุ้มค่าของรองเท้าฟุตบอลราคาค่าตัว 11,500 บาท คู่นี้ส่งท้าย  เพื่อให้คุณผู้อ่านเห็นภาพทั้งหมดของ
รีวิวบทความนี้ได้รวบรัดได้ใจความมาขึ้น

   ไนกี้ Hypervenom Phantom II

   
   ยอมรับกันตรงๆ เลยว่า  ตอนนี้ไนกี้ Hypervenom Phantom II กลายเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่ถูกอกถูกใจผม
มากที่สุด  เป็นเบอร์หนึ่งในการเลือกใช้งานลงสนามในนัดสำคัญๆ ที่จำเป็นต้องใช้รองเท้าฟุตบอลที่ดีที่สุด
จากที่เคยเป็นผู้เล่นสไตล์ Playmaker ที่เน้นใช้งานรองเท้าประเภทคอนโทรล หรือหนังจิงโจ้แท้หนานุ่ม  แต่พอ
ได้มาลองใช้งาน Hypervenom Phantom II ก็ได้พบว่ารองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพครอบคลุม ครบเครื่อง
ทั้งการคอนโทรล การยิงประตู และการเคลื่อนที่

   ไนกี้ Hypervenom Phantom II เป็นรองเท้าที่คอนโทรลควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีมาก  โดยรองเท้ารุ่นนี้
จะให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลอารมณ์หนักแน่น  ไม่หนานุ่มเหมือนกับวัสดุหนังแท้  และก็ไม่บางเกินไปจนรู้สึก
ป้อกแป้กเหมือนกับโฉมเก่า  กลายเป็นฟีลลิ่งการจับบอลที่พอดิบพอดี  ในขณะที่ผิวหน้าสัมผัสของตัวรองเท้า
ก็มีความฝืดและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีมาก  ช่วยให้การควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลเป็นไปได้
ดั่งใจมากที่สุดรุ่นหนึ่งที่ผมเคยใช้งานมา

   ซึ่งองค์ประกอบข้างต้น  เป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องมาถึงประสิทธิภาพการยิงประตูที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน  
รองเท้าโฉมใหม่คู่นี้  ให้การสัมผัสบอลในจังหวะการยิงประตูที่ดีขึ้นกว่าเก่า  หน้าสัมผัสให้อารมณ์หนักแน่น
และปกป้องแรงปะทะได้ดี  ในขณะที่น้ำหนักและชุดพื้นรองเท้า  ก็เสริมให้ตัวรองเท้ามีโมเมนตัมในการส่งแรง
ยิงลูกฟุตบอลได้อย่างรุนแรงสมน้ำสมเนื้อ  ทั้งนี้ยังรวมถึงประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้
ที่มีมาให้เรียกใช้งานได้อย่างไม่มีกั๊ก  จนผมยกให้ Hypervenom Phantom II เป็นรองเท้าฟุตบอลประเภท
ที่ไม่มีวัสดุแถบยาง  ที่สามารถดึงดูดและควบคุมทิศทางของลูกยิงได้อย่างมั่นใจ

   นอกเหนือจากประสิทธิภาพการเล่นกับลูกฟุตบอลข้างต้น  ในแง่ของการเคลื่อนที่และความกระชับ พบว่า
Hypervenom Phantom II มีประสิทธิภาพในประเด็นดังกล่าวแบบไม่มีข้อสงสัย  ชุดพื้นช่วงล่างที่ยกชุด
มาจากรุ่นเดิม  ไม่แปลกใจที่ไนกี้ไม่ได้เปลี่ยนอะไร  เพราะชุดพื้นและปุ่มชุดนี้  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีความดุดัน
การในสปรินซ์  ปุ่มยึดเกาะพื้นสนามได้ดีเพียงพอต่อทุกรูปแบบการเคลื่อนที่  และเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
ได้ตามแบบฉบับของปุ่มกลม  ดั่งที่ไนกี้โปรโมทสรรพคุณออกมา  แต่ไฮไลท์หลักคงหนีไม่พ้นความกระชับ
ด้วยเทคโนโลยีหุ้มข้อและวัสดุด้ายถักของตัวรองเท้า  ซึ่งไม่ต้องสาธยายสรรพคุณอะไรมากมายนัก  เพราะ
เป็นเรื่องที่รีวิวสรรพคุณกันมาหลายครั้งแล้ว

   อย่างไรก็ตาม...จุดด้อยใหญ่ๆ ที่พบเจอจากการใช้งานไนกี้ Hypervenom Phantom II ก็ยังมีให้พูดถึง
อยู่เหมือนกัน  นั่นคือประสิทธิภาพการระบายอากาศที่ยังทำได้ไม่ดี  ตัวรองเท้าอมความร้อนเอาไว้ด้านใน
และอากาศถ่ายเทเข้าไปไม่สะดวก  การใช้งานรองเท้ารุ่นนี้กับสนามหญ้าเทียมกลางแจ้งกลางวันแสกๆ
อาจจะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกไม่สบายเท้าเป็นอย่างมาก  ในทางตรงกันข้าม..ตัวรองเท้า(วัสดุด้ายถัก)ชั้นใน
ก็อมความชื้นหรืออมน้ำเอาไว้  ยิ่งใช้งานกลางสายฝน  จะรู้ว่าตัวรองเท้าทั้งหนักขึ้นและทั้งเฉอะแฉะ
จนรู้สึกไม่ค่อยสบายเท้าเอาเสียเลย

   หากประเมินคะแนนโดยรวมตามคุณสมบัติที่รองเท้าประเภทจู่โจม (Attack) ควรจะมี  ตัวเลขคะแนน
10 เต็ม 10 คะแนน  คงจะเป็นตัวเลขที่ไนกี้ Hypervenom Phantom II ควรจะได้รับ  เพราะรองเท้ารุ่นนี้
มีประสิทธิภาพด้านหลัก ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมทิศทางและการยิงประตู  การยึดเกาะพื้นสนามและการ
เคลื่อนที่ที่รวดเร็ว  รวมถึงความกระชับและความมั่นใจเมื่อสวมใส่  ทั้งหมดนี้ถือเป็นคุณสมบัติที่รองเท้า
ฟุตบอลประเภทนี้ต้องมี  แต่ไนกี้ Hypervenom Phantom II ก็มีทั้งหมดอยู่ในตัวของมันเอง

   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภทจู่โจม 10/10

   แล้วถ้าเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นทีเกี่ยวข้องล่ะ !?

   
   ไนกี้ Hypervenom Phantom เป็นรองเท้าสายจู่โจมที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในช่วงระยะเวลาการทำตลาด
รองเท้าโฉมนี้มีจุดเด่นในเรื่องของการเคลื่อนที่  ปุ่มรองเท้าและช่วงล่างให้การยึดเกาะกับพื้นสนามที่ดี
มีแรงสปรินซ์ที่ดุดันและเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้รอบตัว  แต่อย่างลืมว่าทั้งหมดนั้น  ไนกี้ได้ยกชุดพื้น
และปุ่มมาใช้กับ Hypervenom Phantom II อยู่ดี

   ในขณะที่ตัวรองเท้าซึ่งมีลักษณะหน้าผ้าสัมผัสเป็นพื้นผิว 3 มิติ ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการควบคุมและ
ดึงดูดกับลูกฟุตบอลได้ดีพอสมควร  แต่ฟีลลิ่งการสัมผัสจะค่อนข้างบาง รู้สึกว่าลูกฟุตบอลปะทะกับเท้า
เต็มๆ  ฟีลลิ่งการยิงประตูจะเต็มเท้า แต่ไม่หนักแน่นมากนัก  น้ำหนักของลูกยิงหรือการส่งบอล  ยังต้องพึ่ง
กำลังขาของผู้สวมใส่เป็นหลัก  และแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาจากการยิงลูกฟุตบอลสุดแรงเกิด  ก็มีให้รู้สึก
สะท้อนถึงหน้าเท้าเป็นอย่างมาก

   ส่วนประเด็นของความกระชับและความสบายในการสวมใส่นั้น  ผมจัดให้ไนกี้ Hypervenom Phantom
มีประสิทธิภาพดังกล่าวอยู่ในระดับกลางๆ  พอให้รู้สึกอึดอัด  เพราะตัวรองเท้าบีบข้างเท้าด้านในมากไป
โดยเฉพาะคนที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างฝ่าเท้าแบน  จะสวมใส่ไม่สบายเอาเสียเลย

   
   อาดิดาส Predator Instinct ยังคงเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพในด้านการคอนโทรล ควบคุม
ลูกฟุตบอลได้ดีที่สุดตลอดกาลจากการทดสอบของผม  รองเท้ารุ่นนี้มีอาวุธสำคัญคือวัสดุแถบยาง ซึ่ง
สามารถดึงดูดสร้างแรงเสียดทาน  และควบคุมการปั่นไซร้ให้กับลูกฟุตบอลได้ดีที่สุด  ทั้งนี้ยังรวมถึง
น้ำหนักตัวรองเท้าที่ส่งผลต่อพละกำลังความแรงของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปอีกด้วย  

   อย่างไรก็ตาม..ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของ อาดิดาส Predator Instinct จะไม่ได้อารมณ์เต็มสัมผัสมากนัก
เนื่องจากชั้นของวัสดุแถบยางมาทำให้ความรู้สึกของการสัมผัสบอลแบบเท้าเปล่าลดลงไป  ในขณะที่
วัสดุหนังสังเคราะห์ของตัวรองเท้าก็มีฟีลลิ่งที่แข็งกว่า ไนกี้ Hypervenom Phantom II พอประมาณ

   อีกหนึ่งสิ่งที่อาดิดาส Predator Instinct มอบให้กับผู้สวมใส่  ก็คือก็กระจายน้ำหนักของพื้นและปุ่ม
ที่ให้อารมณ์การลงน้ำหนักตัวที่เต็มฝ่าเท้าและสบายฝ่าเท้ามากกว่า  ปุ่มรองเท้าจิกพื้นสนามได้ดีเนื่องจาก
ใช้ปุ่มแบบสามเหลี่ยม  และจะล็อคกับพื้นสนามมากกว่า  มีผลให้อิสระในการหมุนตัวหรือกลับตัวลดลง
ในขณะที่พื้นรองเท้าแบบ Confortframe จะไม่แข็งและส่งแรงสปรินซ์ได้รุนแรงมากนัก  แต่ในทาง
ตรงกันข้าม  พื้นรองเท้าแบบนี้จะให้ความนุ่มนวลและมั่นคงในการเคลื่อนที่ได้เป็นอย่างดี

   ในเรื่องความสบายในความกระชับของการสวมใส่ Predator Instinct นั้น  รองเท้ารุ่นนี้ถูกประเมิน
ให้มีประสิทธิภาพด้านดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ดี  อาจจะไม่โดดเด่นจนเป็นจุดขาย  แต่ก็มีมาในระดับที่
เหมาะสม  ใช้งานได้

   
   พูม่า evoPower 1 ที่ผมไม่ได้พูดถึงหรือกล่าวเปรียบเทียบกับ ไนกี้ Hypervenom Phantom II ในส่วน
การรีวิวหลัก  มาตรงนี้ผมจะขอกล่าวถึงรองเท้ารุ่นนี้สักหน่อย

   evoPower 1 เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการรองเท้าฟุตบอลที่ใส่สบายๆ  ฐานพื้นรองเท้า
กว้าง  ทำให้การยืนพื้นสนามทำได้อย่างเต็มฝ่าเท้าและสบายฝ่าเท้าเป็นอย่างมาก  ในขณะที่การเคลื่อนที่
ปุ่มรองเท้าจะจิกพื้นสนามได้ดี มั่นคง  แต่ไม่ลึกและไม่แม่นยำเท่ากับปุ่มของ Hypervenom Phantom II
โดยชุดพื้นจะให้แรงดีดซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการสปรินซ์ออกตัวได้น้อยกว่า  แต่ถูกแทนที่ด้วยการ
ออกตัวที่นุ่มนวลและมั่นคง  เนื่องจากชุดพื้นมีความยืดหยุ่นต่อการโค้งงอได้มากกว่านั่นเอง

   แต่ถ้าวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพและฟีลลิ่งการสัมผัสควบคุมลูกฟุตบอลในจังหวะการยิงประตู  พบว่า
หน้าสัมผัสตัวรองเท้าของ พูม่า evoPower 1 จะให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มเท้ากว่า  แต่หนากว่า  เพราะ
มีวัสดุ AccuFoam ฝังอยู่ในตัวรองเท้า  จึงให้ความหนักแน่นและการส่งแรงยิงลดลงไป  แตกต่างกันเป็น
อย่างมาก  ทั้งนี้ยังรวมถึงความสามารถในการดึงดูดและปั่นไซร้ลูกฟุตบอลที่ยังต้องบอกว่ารองเท้าจู่โจม
ตราเสือกระโดด นั้นยังทำได้ไม่สมบูรณ์แบบ  ยิ่งถ้าตัวรองเท้าเปียกน้ำ  จะยิ่งเห็นความแตกต่างอย่าง
ชัดเจน

   

   ความคุ้มค่าราคา/ความน่าใช้

   ในมุมมองเกี่ยวกับความคุ้มค่าราคา/ความน่าใช้ ของไนกี้ Hypervenom Phantom II ในราคา 11,500 บาท
ส่วนตัวผมแล้ว  มีปัจจัยหลายอย่างที่อยากจะแสดงความคิดเห็นเหมือนกัน

   เรื่องแรก...คือเทคโนโลยีที่ไนกี้บรรจุมาให้ในตัวของ Hypervenom Phantom II นั้น  ถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง
ที่เทมาแบบหมดหน้าตักเลยก็ว่าได้  และเทคโนโลยีทั้งหมดสามารถใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องแคร์คำโฆษณา
เลยแม้แต่น้อย  ที่สำคัญคือความเป็นเอกลักษณ์ที่รองเท้ารุ่นนี้มีเฉพาะตัว  กล่าวคือ..รองเท้าฟุตบอลระดับ
โครตท็อปทั้ง 3 ซีรี่ย์  ไม่ว่าจะเป็น Hypervenom Phantom II , Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra
แม้ว่าทั้ง 3 รุ่น จะมีจุดขายเป็นหุ้มข้อเหมือนกัน  แต่รายละเอียด วัสดุและเทคโนโลยีบนตัวรองเท้า  แตกต่างกัน
ออกไปตามแต่ละประเภทที่ไนกี้ออกแบบมา  ยิ่งทำให้รองเท้าทั้ง 3 รุ่น  โดยเฉพาะ Hypervenom Phantom II
นั้นสามารถตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการประสิทธิภาพการจู่โจมได้แบบเต็มที่  โดยไม่ต้องกังวลว่าซื้อมาแล้วมัน
จะเหมือนๆ กันกับ Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra หรือเปล่า  นี่จึงเป็นความคุ้มค่าที่น่าลงทุน
สำหรับผู้เล่นที่อยากจะมีที่สุดของอาวุธประเภทนี้

   แต่ในแง่ของราคาค่าตัว 11,500 บาท นั้น ผมถือว่าเป็นราคาที่ดูมีความคุ้มค่าน้อยไปหน่อย  เมื่อเทียบกับ
รองเท้าระดับท็อปปกติ Hypervenom Pinish ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมีรายละเอียด วัสดุและเทคโนโลยีของตัวรองเท้า
ที่ใกล้เคียงกันมาก  จะเพิ่มมาก็แค่หุ้มข้อที่มีเฉพาะรุ่น Hypervenom Phantom II  เมื่อลองบวกลบคูณหาร
ราคาส่วนต่างแล้ว  จะอยู่ที่ 3,000 บาท เลยทีเดียว  แตกต่างจากซีรี่ย์ Mercurial และ Magista ที่พบว่า
รองเท้าระดับโครตท็อปและท็อปปกติ  ไม่ได้แตกต่างกันเพียงแค่หุ้มข้อเท่านั้น  แต่ทั้งคู่ยังมีความแตกต่าง
กันที่รายละเอียดวัสดุของตัวรองเท้าอย่างชัดเจน  มันก็พอจะช่วยเสริมความน่าใช้น่าลงทุนที่จะเป็นเจ้าของ
รองเท้าราคาหลักหมื่น เหมือนกันนะ

   เรื่องที่สอง...หลายคนยังคงติดกับภาพความคิดที่ว่า "หุ้มข้อ" ควรจะมีอยู่กับเฉพาะรองเท้าระดับโครตท็อป
เท่านั้น  แต่ในซีรี่ย์นี้ไนกี้ได้เพิ่มหุ้มข้อมาให้กับรองเท้าระดับรองท็อป  อาจจะดีสำหรับการเปิดกว้างให้ผู้สนใจ
สามารถเข้าถึงและสัมผัสกับหุ้มข้อได้ง่ายขึ้น  แต่ก็อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจต่อ Hypervenom Phantom II
อยู่บ้างก็เป็นได้  ในแง่ของความคิดหรือภาพลักษณ์ที่คิดว่า  จะเอาหุ้มข้อก็ไม่ต้องซื้อรุ่นโครตท็อปก็ได้มั้ง
หน้าตาภาพรวมก็คล้ายๆ กัน  ซึ่งมองไกลๆ จะแยกแยะโมเดลกันยากพอสมควร  

   กลับมาที่เรื่องของความแข็งแรงทนทานและอายุการใช้งาน  โดยเฉพาะหุ้มข้อที่น่าจะยังมีหลายคนกังวล
ว่ามันจะอายุการใช้งานไม่สมราคา  จะยืดจะย้วยได้ในระยะเวลาอันสั้น  ประเด็นนี้ผมกล้ายืนยันว่าท่านตัดออก
ไปได้เลย  หุ้มข้อของไนกี้ถูกพิสูจน์อายุการใช้งานมาแล้วใน Mercurial SuperFly IV และ Magista Obra
ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่เปิดตัวออกมา  ยังไม่มีปัญหาดังกล่าวโผล่ออกมาให้ได้รับรู้เลย  แต่อาจจะมีบ้าง
จากกรณีที่วัสดุด้ายถักโดนปุ่มสตั๊ดเกี่ยวจนมีรอยขาดให้ได้เห็นพอประปราย

   - ความคุ้มค่า 8/10

   
   เป็นอย่างไรกันบ้างกับการรีวิววิเคราะห์วิจารณ์ประสิทธิภาพการใช้งานจริง ของไนกี้ Hypervenom Phantom II
ไม่รู้ว่าจะตรงใจคุณผู้อ่านมากน้อยเพียงใด  หรือจะมีความคิดเห็นตรงกันกับคุณผู้อ่านที่ได้ลองใช้งานรองเท้า
รุ่นนี้แล้วหรือไม่  แต่ผมยืนยันว่าทั้งหมดทุกการวิเคราะห์วิจารณ์  ทำตามมาตรฐานการรีวิวของ SiamBoots
อย่างแน่นอน  คือพูดกันตรงๆ ดีก็ว่าดี  ด้อยก็ว่าด้อย  ใช้แล้วรู้สึกยังไงก็เขียนออกมาแบบนั้น  เพียงเพื่อต้องการ
ให้ข้อมูลถูกต้องแม่นยำมากที่สุด  เมื่อให้คุณผู้อ่านสามารถเอาไปใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหา
อาวุธคู่เท้าในยามลงสนามได้ตรงตามความต้องการ  และตอบโจทย์สไตล์การเล่นของตัวท่านเอง

   และหากใครมั่นใจว่า ไนกี้ Hypervenom Phantom II นี่แหละที่ตอบโจทย์ทุกอย่างได้ตรงใจ  วันนี้ทุกท่าน
สามารถเป็นเจ้าของรองเท้าฟุตบอลระดับโครตท็อปสายพันธุ์จู่โจมรุ่นนี้ได้แล้ว ในราคา 11,500 บาท  ได้ที่ร้าน
ไนกี้ สาขาสยามพารากอน, เทอร์มินอล   2 , ร้านซูเปอร์สปอร์ต สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าและลาดพร้าว,  ร้านนกแก้ว, 
ร้านอาริ ฟุตบอลคอนเซปต์ สโตร์ และ ร้านเอฟบีที   สามารถตามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ facebook.com\nikefootballTH
อีกด้วย

   ... แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปนะครับ ...
  
   SiamBoots Testing Point & Rating

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก              
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม            
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล          
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า          
การยิงประตู          
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่              
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าจู่โจม          
ความคุ้มค่า          

   

   Special Thanks
   - บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 28 กรกฏาคม 2015 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   




ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom II

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com