www.siamboots.com


ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Mercurial Vapor VIII


 "Testing!" Mercurial Vapor VIII : ลืมเจเนอเรชั่นที่แล้ว
ไปได้เลย !!


   
   ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2012  ไนกี้ ยักษ์ใหญ่ของวงการรองเท้าฟุตบอลได้เผยโฉมเจเนอเรชั่นที่ 8
อย่างเป็นทางการของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์สปีดในสังกัด "Mercurial VIII"  ซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอล
สายความเร็วที่มีอายุอานามยาวนานที่สุดในวงการ  มีความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในเจเนอเรชั่นนี้
จนสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ  วันนี้ SiamBoots จะขอรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  
มาดูกันซิว่ารองเท้าที่มีน้ำหนักเบาที่สุดของไนกี้  จะมีดีมากน้อยเพียงใด !?!?!?

   หากมองย้อนกลับไปในอดีต  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Mercurial นั้นได้รับความนิยมจากบรรดานักฟุตบอล
ประเภทเท้าติดจรวดมาอย่างช้านาน  และถือเป็นหนึ่งแกนนำต้นแบบของแฟชั่นรองเท้าฟุตบอลยุคใหม่
ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว  สีสันต์โดดเด่นสะดุดตา  รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จรวดทางเรียบซีรี่ย์นี้รุ่งเรืองสุดๆ
ในช่วงเจเนเรอชั่น Mercurial II - IV  หลังจากนั้นมา  แม้ว่าไนกี้จะป้อนรองเท้าฟุตบอลรุ่น SuperFly
ออกสู่ตลาด  แต่กลับดูเหมือนว่ากระแสความนิยมของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้จะค่อยๆ ลดลงจนน่าตกใจ
แม้ว่าไนกี้จะขยันทำตลาด  และมีพรีเซนเตอร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ตาม  สาเหตุที่พอจะคาด-
เดาได้  ก็คงจะเป็นเพราะการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่เหมือนจะไม่ได้โดดเด่นจนน่าดึงดูใจเท่าไหร่
รวมถึงการดีไซน์ลวดลายกราฟฟิกบนรองเท้าที่ดูเหมือนจะขัดใจบรรสาวกส่วนใหญ่  ในขณะที่คู่แข่ง
สำคัญของไนกี้เอง  ก็ได้เริ่มยกสายผลิตรองเท้าฟุตบอลสายความเร็วของตัวเองใหม่ทั้งหมด  พร้อมทั้ง
โปรโมทถึงความเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก  มีพรีเซนเตอร์ระดับแม่เหล็กมากมาย
สวมใส่ลงสนามแข่งขัน  จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมน้ำหนักความนิยมถึงพลิกไปทางอาดิดาสมากขึ้น

   
   ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ไนกี้ต้องพยายามหาทางออกและตอบโจทย์แก้ปัญหา  เพื่อพารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
Mercurial กลับมาโลดแล่นในสนาม  ด้วยฐานความนิยมสูงสุดอีกครั้ง  ทำให้คำตอบทุกอย่างของทีม
พัฒนารองเท้าฟุตบอลของไนกี้ต้องตกมาอยู่ที่เจเนอเรชั่นของ Mercurial VIII ที่มีกำหนดการเปิดตัว
สู่ตลาดโลกในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน 2012 ที่ผ่านมา  จุดเด่นและการพัฒนาหลายๆ
อย่างถูกเปิดเผยผ่านทุกช่องทางที่ไนกี้สามารถทำได้  โดยมีสาระสำคัญที่สร้างความฮือฮาให้กับบรรดา
นักฟุตบอลและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก็คือ Mercurial VIII จะเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เบาที่สุดเท่าที่ไนกี้
เคยผลิตออกมาสู่ตลาด  มีการออกแบบลักษณะของแนววางปุ่มแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อศักยภาพ
ของการเคลื่อนที่ในสนามฟุตบอล  แถมไนกี้ยังกล้าเลือกสีเปิดตัวที่แปลกตา  สร้างความโดด-
เด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย  และยังมีดีไซน์ที่เรียกว่าย้อนยุคกลับไปยังช่วงเวลาที่รองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์นี้ได้รับความนิยมสูงสุด
 นี่แหละคือคำตอบที่ทีมพัฒนาของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ได้ตอบโจทย์
ทั้งหมดออกมาอย่างท้าทาย  แต่นั่นก็ยังไม่ใช่บทสรุปทั้งหมดว่าคำตอบที่ออกมาจะสามารถตอบสนอง
ความต้องการของบรรดานักฟุตบอลได้มากน้อยเพียงใด  ดังนั้นต่อจากนี้  การรีวิวทดสอบการใช้งาน
บทความนี้  จะขอเป็นส่วนหนึ่งของเสียงตอบรับจากการทดสอบการใช้งานจริง  แล้วมาวิเคราะห์วิจารณ์
ข้อดีข้อด้อยของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ความเร็วคู่นี้ไปพร้อมๆ กัน

   
   งานนี้ SiamBoots ยังคงได้รับการสนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Mercurial VIII จากบริษัท ไนกี้
(ประเทศไทย) จำกัด
เพื่อนำมารีวิวทดสอบได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว  ผมได้รับ
การส่งมอบรองเท้ามาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน  ที่รองเท้าฟุตบอลสีส้มมะม่วงได้เข้ามาวางจำหน่าย
ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  แต่ติดช่วงที่ติดเทศกาลสงกรานต์  รวมถึงวันหยุดยาวต่างๆ พอสมควร
ช่วงแรกจึงทำได้แค่ปล่อยบทความ "Hand On!" แนะนำลักษณะและข้อมูลทางเทคนิคของรองเท้ารุ่นนี้
ให้ทุกท่านได้รับทราบกันไปก่อน  ส่วนการรีวิวทดสอบการใช้งานลงสนามจริงนั้นก็มีอันต้องเลื่อนออกมา
เพราะช่วงหยุดยาวหลายๆ วันนั้นแทบจะไม่มีโปรแกรมลงสนามเลยแม้แต่ครั้งเดียว  จึงเป็นสาเหตุหลักที่
ทำให้รีวิวการทดสอบของรองเท้ารุ่นนี้ต้องเลื่อนออกมาเช่นนี้

   อย่างไรก็ตาม...ช่วงระยะเวลานับตั้งแต่ที่ Mercurial VIII ถูกเปิดตัวสู่ตลาดทั่วโลก  จนกระทั่งถึงวันนี้
เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะได้เห็นความโดดเด่นของรองเท้าฟุตบอลคู่นี้จนแทบจะชินตา  ด้วยปริมาณของ
นักฟุตบอลระดับอาชีพที่สวมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ลงสนามแข่งขันกันมากขึ้นๆ  ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ได้รับความสนใจ  วันนี้...ผมจะขอพาทุกท่านไปร่วมทดสอบด้วยกัน  หาคำตอบไป
ด้วยกัน  ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งอย่างภาคภูมิได้หรือไม่ !?!?!?

   Details

   
   "Bright Mango" คือรหัสเฉดสีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของไนกี้ Mercurial VIII ซึ่งได้ถูกเปิดเผย
ผ่านทางสื่ออย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มีนาคม 2012   ถือเป็นการเล่นเฉดสีที่แปลกใหม่ในวงการรองเท้า
ฟุตบอล  สร้างความโดดเด่นสะดุดตาในยามที่อยู่ในสนามฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม  จริงๆ แล้ว  ความ
โดดเด่นของรองเท้าฟุตบอลจรวดทางเรียบสีเปิดตัวสีนี้  ได้ถูกพิสูจน์มาแล้วหลังจากที่รองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้ถูกเปิดตัว  บรรดานักฟุตบอลอาชีพทั่วโลกได้สวมใส่รองเท้าฟุตบอลความเร็วสูงสีโดดเด่นรุ่นนี้ลง
สนามแข่งขันทันที  ผ่านเลนส์กล้องสู่จอทีวี  เป็นที่ประจักษ์สายตาของผู้ชมฟุตบอลทั่วโลก  สร้างเสียง
ฮือฮาทั้งผู้ที่ติดตามและไม่ติดตามข่าวการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  นับตั้งแต่นั้นมา  เจเนอเรชั่นที่ 8
ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ก็ได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว  ภายใต้คำจำกัดว่า "Explosive Speed"

  
   สิ่งหนึ่งที่ไนกี้ Mercurial VIII แทบจะไม่แตกต่างจากอาดิดาส adiZero F50 ก็คือเรื่องของพรีเซนเตอร์
หมายเลขหนึ่งที่จะมาเป็นต้นแบบในการบรรยายสรรพคุณของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  ที่แทบไม่ต้องคาดเดา
กันให้ปวดหัว  เพราะชื่อของ "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" จะยังคงขึ้นแท่นเป็นพรีเซนเตอร์ตัวหลักให้กับ
รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้มาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 ติดต่อกันเข้าให้แล้ว  แล้วชื่อนี้ก็การันตีมานักต่อนักแล้วว่า
สามารถสร้างยอดขายให้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้มาตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา

   
   นอกเหนือจากซุปเปอร์สตาร์เจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกแล้ว  ไนกี้ยังมี "เนย์มาร์" ที่ก้าวขึ้นมา
เป็นพรีเซนเตอร์อันดับที่สองอย่างเป็นทางการ  เจ้าหนูมหัศจรรย์  โครตดาวรุ่งแห่งวงการฟุตบอลรายนี้
ได้พิสูจน์ศักยภาพของตนเองให้ผู้คนทั้งโลกได้ยอมรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เชื่อว่าลีลาและความสามารถ
ระดับเวิร์ดคลาสของกองหน้าทีมชาติบราซิล  จะสร้างยอดขายให้กับ Mercurial VIII อย่างถล่มทลาย
ไม่แพ้กัน

   
   แค่นั้นยังน้อยไป  ไนกี้ยังมีบรรดานักฟุตบอลตีนจรวดในสังกัดอีกมากมาย  ที่พร้อมจะลงสนามแข่งขัน
ด้วยรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในประวัติศาสตร์ของไนกี้  ไม่ว่าจะเป็น ธีโอ วัลคอตต์ , ซลาตัน
อิบราฮิโมวิช , ฟรองค์  ริเบรี่ , เมซุต โอซิล และอเล็กซิส  ซานเชส
 และอีกมากมาย  ที่พร้อมจะ
แสดงศักยภาพของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ใหม่กลับมาสู่ยุคแห่งความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

   
   นอกจากนี้  ไนกี้ยังทำเก๋ด้วยการนำสองสุดยอดนักกีฬาของโลก ปีกแข้งทอง คริสเตียโน โรนัลโด้
และราชาคอร์ทดิน ราฟาเอล นาดาล
มาพบกันในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุด   ที่จะแสดงให้
เห็นถึงความเร็วและแรงพุ่งของรองเท้า เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ 8  (Nike Mercurial Vapor VIII) ซึ่งได้
เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมานั่นเอง

   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น Mercurial Vapor VIII

   
   ก่อนที่จะไปทดสอบการใช้งานจริงในสนามฟุตบอล  เรามาทำความรู้จักข้อมูลทางเทคนิคของ Mercurial
Vapor VIII
กันก่อนดีกว่า  จริงๆ แล้วข้อมูลส่วนนี้ผมได้เคยเขียนและเผยแพร่ลงในบทความ "Hand On!"
Mercurial Vapor VIII
ไปก่อนนี้แล้ว  จึงจะขอยกข้อมูลหลักๆ เอามาลงไว้ในบทความนี้อีกทีนึง  เพราะเชื่อ
ว่าผมได้แนะนำให้ทุกท่านรู้จักข้อมูลทางเทคนิคต่างๆ ของรองเท้ารุ่นนี้ไปจนหมดจรด  ดังนั้นหากใครที่ได้
ติดตามอ่านไปแล้ว  ก็สามารถข้ามไปยังหัวข้อถัดไปได้เลยครับ

   
   รองเท้าฟุตบอลไนกี้ Mercurial Vapor VIII "คือรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ไนกี้
เคยผลิตออกมา"
 ผมกล้าพูดประโยคนี้ได้อย่างเต็มปาก  โดยไม่ต้องไปเข้ากูเกิ้ล  หาข้อมูล  หรือโทรศัพท์
สายตรงไปถามที่บริษัทไนกี้  หรือแม้แต่คลิกเข้าไปที่เว็บไซด์ของตัวเองแล้วตั้งกระทู้ถามบรรดากูรูทั้งหลาย
เพราะเพียงแค่หยิบเอารองเท้าฟุตบอลสีส้ม "มะม่วง" คู่นี้ขึ้นมาวางไว้บนมือ  ก็รู้สึกได้ทันทีถึงน้ำหนักที่เบา
มากๆ  เบากว่า Mercurial Vapor SuperFly ทั้ง 3 เจเนอเรชั่นที่ไนกี้เคยผลิตออกมาอย่างชัดเจน  โดย
พิกัดน้ำหนักมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะอยู่ที่ 187 กรัม/ข้าง  เท่านั้น

   นอกเหนือจากน้ำหนักตัวที่เบาสุดๆ  สัมผัสในเรื่องของรูปทรงรองเท้าก็แตกต่างออกไป  คร่าวๆ ก็คือ
ผมสามารถรู้สึกได้ถึงรูปทรงที่เรียวยาวกว่าเดิม  จะว่าไปแล้ว  รูปทรงแบบนี้เหมือนจะคล้ายคลึงกับไนกี้
Mercurial Vapor II และ Mercurial Vapor III     ซึ่งถือเป็นเจเนอเรชั่นที่มีรูปทรงเรียวยาวมากที่สุด
(และยังเป็นเจเนอเรชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกด้วย)  ส่วนดันทรงกระดาษอัดที่ไนกี้ใส่ไว้ด้านใน
เพื่อดันไม่ให้รองเท้าเสียทรง  นั้นเป็นดันทรงรองเท้าที่ยาวมากๆ  ยาวกว่าดันทรงกระดาษของรองเท้า
ฟุตบอลไนกี้ทุกซีรี่ย์ เมื่อเทียบกับรองเท้าที่มีขนาดไซด์เดียวกัน

   
   หนังสังเคราะห์เทจิน ไมโครไฟเบอร์ (Tejin microfiber) แทบจะเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้ไปแล้ว  เพราะหนังสังเคราะห์แบบพิเศษของไนกี้  ได้ถูกเลือกนำมาผลิตเป็นหน้าผ้าและวัสดุหลัก
ของรองเท้าฟุตบอลสีส้มมะม่วงคู่นี้เช่นเดิม  แต่สิ่งที่แตกต่างไปอย่างมากก็คือ  หนังสังเคราะห์เทจินฯ ของ
Mercurial Vapor VIII นั้นมีชั้นหนังที่บางกว่าเดิมเป็นอย่างมาก  ทำให้ลักษณะของตัวรองเท้ามีความนิ่ม
ขึ้นอย่างชัดเจน  เวลาที่สวมใส่เท้าเข้าไปในรองเท้า  หนังของรองเท้าจะเข้ารูปกับเท้าของผู้สวมใส่ได้แนบสนิท
ยิ่งขึ้น  

   ผิวสัมผัสของหนังก็แตกต่างออกไป  จากผิวสัมผัสของเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ที่จะรู้สึกเหมือนหน้าผ้าจะมี
เส้นใยลื่นๆ  หนังเงาๆ    แต่ผิวสัมผัสของ Mercurial Vapor VIII จะเป็นอารมณ์ที่แตกต่าง  ผิวสัมผัสของ
หน้าผ้าจะฝืดๆ  ไม่มีการเคลือบผิวให้เงางาม  ลักษณะจะออกแนวด้านๆ  ดิบๆ 
 

   
   ลักษณะข้างเท้าด้านในของ Mercurial Vapor VIII จะโค้งเว้าอย่างเห็นได้ชัด  โดยตราสัญลักษณ์
เครื่องหมายทางการค้าของไนกี้  ขนาดใหญ่  ถูกลากยาวตั้งแต่บริเวณเกือบจะด้านหน้าของรองเท้า
ไล่ยาวมาจนสุดส้นเท้า  ยิ่งทำให้ทรงของรองเท้าดูเรียวยาว  โดยตราไนกี้จะถูกปั๊มติดทับลงไปบนตัว
รองเท้าอีกชั้นหนึ่ง  ลักษณะของวัสดุจะฝืดๆ หนึบๆ  เพื่อที่จะใช้ประโยชน์ในการสัมผัสกับลูกฟุตบอล
ได้ไม่มากก็น้อย

   
   แนวร้อยเชือกแบบตรงกลางหลังเท้า  จะเป็นแบบไม่มีอุปกรณ์ปกปิดเชือก  และเชือกมาตรฐานที่ติดตัว
รองเท้ามาจากแหล่งผลิต  ก็จะเป็นเชือกเส้นหนาและแบน  เนื้อผ้านิ่มกว่าเชือกรองเท้าซีรี่ย์อื่นๆ ของไนกี้
พอสมควร  และจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า  ลักษณะความลาดเอียงของหลังเท้า จะลาดเอียงไม่มาก  ยิ่งเสริม
ให้รูปทรงของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้แลดูยาวขึ้น

   
   หุ้มส้นด้านในของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จรวดคู่นี้  ยังคงเป็นหน้าผ้าแบบหนังสังเคราะห์  มีฟองน้ำ
บุเอาไว้ด้านใน  หุ้มส้นจะพองตัว  จึงให้สัมผัสที่นุ่มและกระชับกับข้อเท้าของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี  แต่
หุ้มส้นส่วนล่างนั้นจะไม่มีการบุฟองน้ำไว้ด้านในเหมือนกับส่วนบน  ทำให้มีสัมผัสที่แข็งกว่า  เพราะส้นเท้า
ของผู้สวมใส่  จะไปชนกับเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายใน (Internal Heel Counter)
ที่ถูกออกแบบให้ฝังตัวเข้ารูปกับส้นของรองเท้านั่นเอง

   
   ไนกี้ยังคงเลือกใช้แผ่นรองพื้นรองเท้าแบบเดิม  ผลิตจากโฟม EVA  ที่ขึ้นรูปออกมาเป็นแผ่นบางๆ
ตามสไตล์ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้เป๊ะเลย  มีการเจาะรูทั่วทั้งแผ่นรองพื้น  มีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนัก
ของรองเท้า  ไม่มีเทคโนโลยีเสริมการรับแรงกระแทกจำพวกวัสดุ Poron แบบที่ไนกี้ใช้กับแผ่นรองพื้น
รองเท้าระดับท็อปในซีรี่ย์อื่นๆ  ผิวหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นชุดนี้  ก็เป็นผิวหน้าแบบผ้าไนล่อน  ไม่มี
การเคลือบผิวให้เหนียวหนึบ  เพื่อสร้างแรงเสียดทานกับฝ่าเท้าแต่อย่างใด

   
   อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นกับ Mercurial Vapor VIII ก็คือชุดพื้นและลักษณะแนววางปุ่ม FG
ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด  หลังจากที่แนววางปุ่มแบบเก่าถูกใช้มาตั้งแต่ Mercurial Vapor VI และเหมือนว่า
จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร  สำหรับลักษณะชุดพื้นแบบใหม่นี้  จะเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุประเภท
ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) ถูกขึ้นรูปเป็นพื้นชั้นแรกสุดที่ติดกับตัวรองเท้า  แต่ที่เพิ่มเข้ามา  ก็คือวัสดุประเภท
คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbonfiber) ที่ถูกเอาเข้ามาเสริมเป็นชุดพื้นชั้นที่สอง  ตั้งแต่บริเวณกลางฝ่าเท้าไปจนถึง
ด้านท้ายสุดของรองเท้า  จากภาพจะเห็นเป็นพื้นที่สีเทาเข้ม  ซึ่งถูกขึ้นรูปทับลงไปบนชุดพื้นชั้นแรกอีกชั้นหนึ่ง
เท่านั้นยังไม่พอ  เพราะตลอดแนวของชุดพื้นทั้งหมด  ยังมีการขึ้นรูปพลาสติก TPU เสริมทับลงไปชั้นบนสุด
ตามแนวที่ต้องรับแรงกระแทกและแรงบิดตอนที่รองเท้าถูกใช้งาน  เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความทนทานแข็งแรง

   ลักษณะแนววางปุ่มแบบ FG นั้นก็ได้ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด  จำนวนปุ่มรองเท้าที่น้อยลง  กับวัสดุที่
ยืดหยุ่นและอ่อนตัว  โอนเอนไปตามจังหวะการเคลื่อนที่
  จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการยึดเกาะที่
แม่นยำ  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเต็มสปีด  จึงสามารถทำได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ  จุดเด่นสำคัญ
อยู่ที่ปุ่มแนวขวางตรงกลางฝ่าเท้า  ที่จะช่วยสปรินซ์ถีบตัวให้พุ่งไปด้านหน้าได้ดีขึ้น  แนววางปุ่มทรงโค้ง
ตรงหัวรองเท้า  จะทำงานร่วมกับ Toe-off Traction Spikes ลักษณะชุดพื้นแบบฟันปลา  ในการยึดเกาะ
กับพื้นสนาม  ส่วนแนวปุ่มด้านข้างอีก 3 ปุ่มที่เหลือ  จะช่วยบังคับทิศทางการเคลื่อนที่ให้แม่นยำที่สุด

   
   ปุ่มด้านหลังของ Mercurial Vapor VIII เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวขาล  และเรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุด  เพราะ
รองเท้าปุ่ม FG คู่นี้  มีปุ่มคู่หลังเพียงแค่ 2 ปุ่มเท่านั้น !!  ท่านไม่ได้อ่านผิดครับ  นี่เป็นปุ่มแบบ FG จริงๆ
ไม่ใช่ SG แน่นอน  ดังนั้น  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จึงเป็นรองเท้าประเภท FG ที่มีจำนวนปุ่ม  นับรวมกันได้น้อย
ที่สุดในโลก  ถ้าผมตาไม่ฝาด หรือนับ 1 ถึง 10 ได้อย่างถูกต้อง  ก็จะนับจำนวนปุ่มรวมกันทั้งหมดได้เพียงแค่
8 ปุ่มเท่านั้น  นี่..มากกว่าจำนวนปุ่มรวมของปุ่ม SG เพียงแค่ 2 ปุ่มเท่านั้นเองนะ !!

   ประสิทธิภาพและความทนทานของปุ่ม FG แบบใหม่นี้  ไนกี้ค่อนข้างมั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถใน
การยึดเกาะกับพื้นสนามได้ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน  และการครอบชั้นพลาสติก TPU  ที่ถูกฉีดขึ้นรูปครอบปุ่ม
ทุกปุ่ม  ในแบบที่หนามาก  แต่กลับมีความยืดหยุ่นจนน่าแปลกใจ  จะช่วยการันตีได้ถึงความแข็งแรงทนทาน
ของปุ่มรองเท้าทั้ง 8 ปุ่ม ได้เป็นอย่างดี

   Feeling

   
   ขอเริ่มต้นการรีวิวแบบจริงๆ จังๆ ด้วยการแนะนำการเลือกขนาดไซด์ Mercurial Vapor VIII คู่นี้  ให้มี
ความเหมาะสมกับเท้ามากที่สุด  แน่นอนว่ารองเท้าสีส้มสุดเจ็บจากไนกี้  ที่ผมได้รับการสนับสนุนมาสำหรับ
การรีวิวทดสอบ  จะยังคงมีขนาด 9.5 US , 8.5 UK , 43 FR หรือ 27.5 cm เหมือนกับรองเท้าฟุตบอลไนกี้
รุ่นอื่นๆ ที่ผมได้เคยรีวิวทดสอบไปแล้วทุกประการ  เพื่อจะได้นำมาวิเคราะห์ในเชิงเปรียบเทียบได้ง่าย  ว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีขนาดจริงๆ เป็นอย่างไร

   ไนกี้ Mercurial Vapor VIII เป็นรองเท้าที่มีรูปทรงเรียวยาวอย่างชัดเจน  ทำให้ตอนที่จะใส่เท้าเข้าไป
ในรองเท้า  ผมจำเป็นต้องคลายแนวร้อยเชือกออกให้หลวมกว่ารองเท้ารุ่นใดๆ ที่เคยได้ใช้งานมา  เรียกได้
ว่าต้องคลายแนวร้อยเชือกออกจนเกือบจะถึงช่องล่างสุด  เวลาสวมใส่เท้าเข้าไปก็ทุลักทุเลพอสมควร  พอ
จัดการใส่เท้าเข้าไปในรองเท้าได้เรียบร้อยแล้ว  ก็จัดการดึงกระชับแนวร้อยเชือก  และผูกเชือกรองเท้า
ตามปกติ  ตรงจุดนี้  ผมสังเกตได้ว่าเชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ไนกี้ใส่มาให้กับรองเท้ารุ่นนี้  มีความนิ่ม
กว่าเชือกมาตรฐานของทั้ง CTR 360 Maestri II , T90 Laser IV และ Tiempo Legend IV (Elite)
พอสมควร  มีผลให้การผูกปมเชือกนั้นทำได้ค่อนข้างแน่นหนา  และเป็นไปได้ว่าตอนใช้งาน  โอกาสที่
ปมเชือกรองเท้าที่ผูกไว้  มีโอกาสน้อยกว่าที่จะหลุดออก

   
   อย่างที่บอกไปแล้วว่า Mercurial Vapor VIII เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีรูปทรงที่เรียวยาวพอสมควร  ถ้า
ยังจำกันได้  ตอนที่ผมได้รีวิวทั้ง CTR 360 Maestri II , T90 Laser IV และ Tiempo Legend IV ไซด์
เดียวกันนี้  รองเท้าทั้ง 3 รุ่นนั้นแทบจะไม่มีพื้นที่ด้านหน้าเหลือเลย  แต่สำหรับ Mercurial Vapor VIII
ที่ผมกำลังสวมใส่อยู่นี้  พบว่าความยาวด้านหน้าจะเหลือพอสมควร  ประมาณ 1 ปลายนิ้วหัวแม่มือกดลงไป
ได้อย่างที่เห็นในภาพด้านบน  

  
   แต่ขนาดในแนวกว้าง  จะบีบกระชับค่อนข้างมาก  โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะหน้าเท้าที่กว้างเหมือนกับเท้า
ของผม  ยิ่งเวลาผูกปมเชือกให้แน่นๆ แล้วยิ่งทำให้รู้สึกกระชับอย่างเห็นได้ชัด  และด้วยลักษณะของหน้าผ้า
และตัวรองเท้าที่บางและนิ่ม  ทำให้มันสามารถที่จะโอบรัดกระชับเข้ากับลักษณะเท้าของผู้สวมใส่ได้
ด้วยตัวของมันเอง
 รองเท้ารุ่นนี้จึงเป็นหนึ่งในรองเท้าที่มีรูปทรงในขณะสวมใส่ที่เข้ารูปสวยงาม  ทั้งนี้
การที่ตัวรองเท้าให้ความกระชับในแนวด้านกว้าง  ทำให้เท้าของผมไม่เกิดการลื่นไถลไปด้านหน้า  แม้ว่า
จะมีพื้นที่ตรงหัวรองเท้าเหลืออยู่ก็ตาม

   
   รูปทรงของบริเวณหุ้มส้นและข้อเท้า  เข้ารูปและบีบกระชับในระดับที่กำลังดี  ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกับ
Mercurial Vapor เจเนอเรชั่นเก่าๆ  บอกได้เลยว่า Mercurial Vapor VIII เป็นเจเนอเรชั่นที่ให้ความสบาย
ตรงบริเวณหุ้มส้นนี้มากที่สุด  ฟองน้ำที่บุเอาไว้ตรงส้นเท้าค่อนข้างหนาและนุ่น  แม้ว่าส้นเท้าจะชนกับแนว
ของเกราะกันกระแทกอยู่บ้าง  แต่ก็ไม่รู้สึกอะไรมากนัก  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้จะเป็น Mercurial Vapor ที่ดุ
น้อยที่สุด  มีอาการระคายเคืองบ้าง  แต่ก็ไม่กัดดุเท่ากับเจเนอเรชั่นอื่นๆ

   ดังนั้นจึงสรุปการเลือกขนาดไซด์ของไนกี้ Mercurial Vapor VIII ได้ดังนี้  ผู้ที่มีลักษณะเท้าเรียวยาว
เหมือนกับรูปทรงของตัวรองเท้า  และถ้าเคยใช้งานรองเท้าซีรี่ย์นี้ในเจเนอเรชั่นก่อนๆ มาแล้ว  โดยไม่ถูกกัด
เลย  บอกได้เลยว่าท่านสามารถลดไซด์ลงได้ครึ่งไซด์  ส่วนท่านใดที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างแบบเท้า
ของผม  ท่านควรจะเลือกซื้อแบบตรงไซด์น่าจะดีกว่า  แม้ว่าความยาวด้านหน้าจะเหลืออยู่บ้าง  แต่
ความกระชับในด้านกว้าง  จะช่วยทำให้เท้าไม่เกิดการลื่นไถลตอนใช้งาน  แต่ถ้าลดไซด์ลงไปครึ่งหนึ่ง
ด้านข้างจะแน่นมากจนเกิดอาการปวดเท้าได้  ทั้งนี้หากใครเคยใช้งานเจเนอเรชั่น Mercurial Vapor VII
มาก่อน  ก็จะง่ายต่อการเลือกไซด์รองเท้าโฉมใหม่รุ่นนี้  เพราะผมบอกได้เลยว่าลักษณะการเลือกไซด์ของ
Mercurial Vapor VIII จะเหมือนกันกับ Mercurial Vapor VII เป๊ะๆ  
   
   Testing  

   
   และแล้วก็ได้เวลาพารองเท้าฟุตบอลจรวดทางเรียบ ไนกี้ Mercurial Vapor VIII ลงสนามทดสอบการ
ใช้งานเสียที  คราวนี้ผมยังคงอยู่ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Winning 7 สนามประจำย่านปิ่นเกล้าเหมือนเดิม
เฉกเช่นเดียวกับการรีวิวรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมาแทบทั้งหมด  เพื่อเป็นการควบคุมสภาวะแวดล้อม
และสภาพสนามฟุตบอลให้เหมือนกันทุกครั้ง  จะได้เปรียบเทียมข้อดีข้อด้อยกับรุ่นอื่นๆ ได้อย่างยุติธรรม
ที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้นั่นเอง  มาดูไปพร้อมๆ กันเลยครับว่า  รองเท้าฟุตบอลตระกูลระดับตำนานจาก
ไนกี้  เจเนอเรชั่นที่ 8 โฉมล่าสุดประจำปี 2012 นี้จะมีดีแค่ไหน  ผลลัพธ์ของการพัฒนาจะลงเอยไปในทิศทาง
ใด  หลังจากที่ 2 เจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้  ดูจะซบเซาลงไปจนน่าตกใจ

   
   หลังจากที่ผมสวมใส่ Mercurial Vapor VIII สีส้ม "Bright Mango" ซึ่งเป็นเฉดสีเปิดตัวของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้เรียบร้อย  ก็ได้ลองลงมาเหยียบบนพื้นสนาม  ลองเดินและสัมผัสเกี่ยวกับการรองรับน้ำหนัก
ของรองเท้าฟุตบอลปุ่มน้อยคู่นี้  แน่นอนว่าประเด็นที่หลายคนสนใจก็คือ  ปุ่ม FG 8 จำนวนปุ่ม  และมีปุ่ม
หลังเพียงแค่ 2 ปุ่ม  เรียกได้ว่าเป็นน้องๆ ของปุ่ม SG เลยก็คงจะไม่ผิดนัก  นั้นจะให้ความรู้สึกในการยืน
พื้นสนามอย่างไร  จากที่ผมได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง  รู้สึกได้ยัดเจนเลยว่าปุ่มรองเท้าที่จิกลงไปยังพื้นสนาม
หลักๆ จะมีด้วยกันเพียงแค่ 4 ปุ่มเท่านั้น  คือคู่ปุ่มหลัง 2 ปุ่ม  และคู่ปุ่มกลาง 2 ปุ่ม  ฟีลลิ่งการยืนพื้นสนาม
จึงออกแนวแข็งๆ จนรู้สึกได้
โดยเฉพาะคู่ปุ่มกลาง 2 ปุ่ม ที่อยู่บริเวณกลางลำเท้า  ค่อนข้างจะทิ่มขึ้นมา
จนรู้สึกสะเทือนถึงเท้าของผมเหมือนกัน  อารมณ์ตรงนี้จะคล้ายๆ กับการสวมใส่อาดิดาส adiZero F50
2012
แบบหนังสังเคราะห์ที่ใส่แผ่นรองพื้นแบบ Light weight  เลยทีเดียว

   เมื่อผมได้ลองเคลื่อนตัวออกวิ่งช้าๆ  เพื่อสัมผัสเกี่ยวกับระบบรองรับแรงกระแทกของชุดพื้นรองด้านใน
ที่ไนกี้ยังคงยกแผ่นรองพื้นชุดเดิมมาใช้งาน  คือเป็นแผ่นโฟม EVA ไม่หนาเท่าไหร่นัก  ไม่มีการเสริมวัสดุ
ประเภท Poron ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการช่วยรองรับแรงกระแทกและมีอยู่ในรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปของ
ไนกี้ซีรี่ย์อื่นๆ  จึงทำให้ผมรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าไนกี้ Mercurial Vapor VIII ยังคงรองรับแรงกระแทก
ในระดับกลางๆ เท่านั้น  แรงสะเทือนจากพื้นสนามยังคงรู้สึกได้  ทั้งนี้ทั้งนั้น  รองเท้ารุ่นนี้ยังสามารถช่วย
รองรับแรงกระแทกจากการเคลื่อนที่ได้ดีกว่าอาดิดาส adiZero F50 2012 แบบหนังสังเคราะห์ที่ใส่แผ่น
รองพื้นแบบ Light weight อยู่เล็กน้อย  และดีกว่ามิซุโน่ Morelia Neo ด้วย  เพราะลักษณะทางกายภาพ
ของปุ่ม FG ของจรวดทางเรียบสีส้มคู่นี้  มีความยืดหยุ่นและอ่อนตัวมากกว่า ชุดพื้นและปุ่มของคู่แข่งทั้ง
2 อย่างชัดเจน  เพียงแต่จะยังสู้แผ่นรองพื้นแบบ Comfort ของอาดิดาส adiZero F50 2012 ไม่ได้
เพราะแผ่นรองพื้นของรายนั้น  มีชั้นโฟมที่หนา  และมีการเสริมวัสดุรองรับแรงกระแทกเอาไว้ที่ด้านใต้
อีกด้วย 

   
   ส่วนความสบายเท้าในการสวมใส่  ผมยังยืนยันว่ารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ไม่ได้ให้
ความสบายในการสวมใส่มากนัก  โดยเฉพาะกับผมซึ่งเป็นคนที่มีลักษณะหน้าเท้าที่ค่อนข้างกว้าง  แต่
จะได้ในเรื่องของความกระชับตอนกลางลำเท้าที่ดี (ซึ่งประเด็นนี้จะขอกล่าวเพิ่มเติมในช่วงถัดไป)
ทั้งนี้  เรื่องหุ้มส้นเท้าด้านใน  ที่ในอดีตเคยกัดดุ  ผู้ใช้งานหลายคนโดนกัดเหมือนๆ กันโดยมิได้นัดหมาย
ในเจเนอเรชั่น Mercurial Vapor VIII นี้ (หลังจากที่ผมได้ลองใช้งานลงสนามไปแล้ว) บอกได้เลยว่า
หุ้มส้นเท้านั้นกัดเบากว่าเดิมเยอะ  เต็มที่ก็แค่ระคายเคืองนิดๆ เหมือนมดกัด  ไม่ถึงกับเหวอะหวะแบบ
เมื่อก่อน   ฟันธงเลยว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มีหุ้มส้นที่ใส่สบายกว่า ไนกี้ Mercurial Vapor VII และ
Mercurial Vapor SuperFly III อย่างแน่นอน
เพียงแต่ยังให้ความสบายในการสวมใส่สู้กับอาดิดาส
adiZero F50 2012 หนังวัวแท้ ไม่ได้

   คะแนน
   - การรองรับแรงกระแทก 6/10
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10


   
   ขั้นต่อมาจะเป็นการทดสอบเกี่ยวกับการยึดเกาะพื้นสนาม  ด้วยการสปรินซ์ออกตัววิ่งอย่างเต็มความเร็ว
ในการใช้งานจริง  ลักษณะการวิ่งเต็มสปีดนั้นจะต้องใช้ปลายเท้าวิ่ง  และจะมีเพียงแค่ปุ่มส่วนหน้าเท่านั้น
ที่จะสัมผัสและจิกลงไปยังพื้นสนาม  ส่วนปุ่มคู่หลังนั้นแทบจะไม่สัมผัสกับพื้นสนามเลย  นี่คือเหตุผลที่
ทำให้ไนกี้กล้าตัดปุ่มหลังให้เหลือเพียงแค่ 2 ปุ่ม  ในทางตรงข้าม  การที่รองเท้ามีลักษณะปุ่มคู่หลังแบบนี้
เหมือนจะเป็นการบังคับให้ผมเน้นการยืนพื้นและเคลื่อนที่ด้วยปลายเท้าอย่างไม่รู้สึกตัวแทบจะตลอดเวลา
ซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างยิ่งสำหรับการเคลื่อนที่อย่างเต็มความเร็ว ผนวกกับน้ำหนักรองเท้า 187 กรัม/ข้าง
ที่แม้ว่าหนักว่าคู่ต่อกรจากอาดิดาสอยู่บ้าง  แต่เวลาใช้งานจริง  แทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างอะไร
ชัดเจนมากนัก  

   
   การทำงานของปุ่ม FG แบบใหม่ที่ไนกี้ออกแบบมาให้กับ Mercurial Vapor VIII คู่นี้  โดยเฉพาะปุ่ม
ส่วนหน้าที่ทำหน้าที่สำคัญในการยึดเกาะกับพื้นสนามตอนที่วิ่งเต็มสปีด  ปุ่มแนวขวางตรงกลางฝ่าเท้า
ที่มีรูปร่างคล้ายลูกศรชี้ไปด้านหน้า  จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยดีดให้ผู้ใช้งานพุ่งตัวออกไปด้านหน้า
ได้อย่างรวดเร็ว
  หน้าที่จะเหมือนกับปุ่มคู่หน้าของรองเท้าฟุตบอลสายสปีดจากอาดิดาส  แต่ที่ทำให้
ชุดปุ่มของไนกี้ Mercurial Vapor VIII นั้นเหนือกว่า  ก็คือความสามารถในการยึดเกาะกับพื้นสนามที่
ยอดเยี่ยมสุดๆ  โดยเฉพาะคู่ปุ่ม 2 ปุ่ม บนแนวขอบรองเท้าตอนกลาง  ปุ่มทั้ง 2 นี้จะมีบทบาทสำคัญ
ที่จะสัมผัสกับพื้นสนามเป็นอันดับแรกก่อนปุ่มอื่นๆ  น้ำหนักตัวทั้งหมดจะตกลงไปยังพื้นสนามเต็มๆ   ให้
การยึดเกาะที่สุดยอด 
 และด้วยลักษณะปุ่มที่ยืดหยุ่นอ่อนตัว  ทำให้รูปแบบการยึดเกาะลงไปยังพื้นสนาม
ของปุ่มคู่นี้ปรับเปลี่ยนแปรผันได้แทบจะทุกองศาการลงน้ำหนัก  ส่วนปุ่ม 2 ปุ่มแนวโค้งด้านหน้า  
จะช่วยทำหน้าที่ในการควบคุมการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่  และเพิ่มประสิทธิภาพการสับขาหลอกล่อ
คู่แข่งที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

   ในภาพรวมแล้ว  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่ได้จริง  ไม่ใช่แค่การ
เคลื่อนที่ไปด้านหน้าด้วยความเร็วเหมือนกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ  แต่ไนกี้ยังสามารถสร้าง
ประสิทธิภาพของการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ซ้าย-ขวา  การสับขาหลอกได้ดีมาก
  ดีกว่า
ชุดปุ่มแบบเก่าและคู่ปรับรายสำคัญอย่างอาดิดาส adiZero F50 2012 เสียด้วยซ้ำ  สิ่งที่ผมสามารถรู้สึกได้  
และอยากเน้นยำให้หลายๆ ท่านได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง  ก็คือโครงสร้างทางกายภาพของรองเท้าคู่นี้
ที่ทำให้ผมต้องยืนและทรงตัวด้วยปลายเท้าแทบจะตลอดเวลา  แตกต่างจากการใช้งานรองเท้ารุ่นอื่นๆ
ที่ส่วนใหญ่ผมจะลงน้ำหนักเต็มฝ่าเท้าแทบจะตลอด  ทำให้ผมสามารถสปรินซ์ออกตัววิ่งได้อย่างรวดเร็ว
ประเด็นนี้คงจะไม่ขอเอามาวิเคราะห์วิจารณ์  หรือเพิ่มคะแนนการทดสอบให้กับรองเท้ารุ่นนี้แต่อย่างใด
เพียงแต่อยากลองให้ผู้อ่านทุกท่านได้พิสูจน์ดูว่าเป็นจริงอย่างที่ผมรู้สึกหรือไม่

   
   ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  และความมั่นใจเมื่อใช้งานถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของรองเท้ารุ่นนี้โดยเฉพาะ
หนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์ที่ถูกรีดจนบาง  และนิ่ม  จะสามารถปรับลักษณะให้เข้ากับรูปเท้า
ของผู้สวมใส่ได้ด้วยตัวของมันเอง
  ส่วนใครที่หน้าเท้าค่อนข้างกว้างแบบผม  และผมได้เน้นย้ำไป
ตอนเลือกขนาดไซด์รองเท้าแล้วว่าพื้นที่ตรงหัวรองเท้าจะยังเหลืออยู่ประมาณ 1 ปลายนิ้วโป้งกดลงไป
แต่ตอนที่ใช้งานจริงในสนาม  มีการวิ่งเต็มความเร็ว  พื้นที่ที่เหลือตรงหัวรองเท้าแทบจะไม่เป็นปัญหาเลย
เพราะตัวรองเท้าตอนกลาง  จะทำการบีบโอบกระชับเท้าเอาไว้อย่างแน่นหนา  ทำให้ไม่เกิดการลื่นไถล
ไปด้านหน้าแม้แต่นิดเดียว  ส่วนใครที่มีลักษณะเท้าที่เรียวยาว  ก็ยิ่งจะไม่มีปัญหาตรงจุดนี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ยังรวมถึงความโอบกระชับของหุ้มส้นและข้อเท้า  ที่หนาแน่นให้ความกระชับเป็นอย่างดี  ก็ยิ่งช่วย
เสริมสร้างความมั่นใจในทุกการเคลื่อนที่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

   คะแนน
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 10/10

   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 9/10

   
   การสัมผัสและการควบคุมลูกฟุตบอลของรองเท้าฟุตบอลเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ  เป็นจังหวะแรกของ
การเริ่มต้นในการเล่นกับลูกฟุตบอล  สำหรับไนกี้ Mercurial Vapor VIII ซึ่งมีหน้าผ้าหนังสังเคราะห์เทจิน
ไมโครไฟเบอร์ที่บางมาก  จึงส่งผลให้เท้าของผมรู้สึกและสัมผัสถึงลูกฟุตบอลได้เต็มๆ เหมือนใช้เท้าเปล่า
ยั่งไงยั่งงั้น  แต่เอาจริงๆ แล้ว  ความนุ่มของหน้าผ้า  รวมถึงอุปกรณ์พิเศษที่จะช่วยในการรับ-ส่งบอลของ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้นั้นไม่มีเลย  ทำให้การรับ-ส่งบอลยังต้องพึ่งทักษะของผู้ใช้งานเป็นหลัก  ที่พอจะให้
ได้ชื่นใจอยู่บ้างก็คือลักษณะรูปทรงข้างเท้าด้านในและรูปทรงหลังเท้า  ที่มีความโค้งเว้าสอดรับกับความ
กลมของลูกฟุตบอล  ยังพอจะช่วยให้การจับบอลในจังหวะแรกนั้นทำได้ดีพอสมควร  

   
   โดยรวมแล้ว  จุดเด่นในเรื่องการสัมผัสและการควบคุมลูกฟุตบอลของไนกี้ Mercurial Vapor VIII
จะอยู่ในระดับกลางๆ  ฟีลลิ่งดี  แต่ไม่มีอุปกรณ์หรือความนุ่มจากตัวรองเท้ามาช่วยการสัมผัสบอล  หลาย
จังหวะยังต้องพึ่งทักษะส่วนตัวของผู้ใช้  ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับรองเท้าฟุตบอลสายความเร็วรุ่นอื่นๆ ที่
ทำตลาดอยู่ในปัจจุบันนี้  แน่นอนว่ารองเท้ารุ่นนี้ยังสู้การสัมผัสบอลของอาดิดาส adiZero F50 2012
หนังวัวแท้
ไม่ได้  รวมถึงมิซูโน่ Morelia Neo ด้วย  แต่ก็ยังดีกว่า อาดิดาส adiZero F50 2012 หนัง-
สังเคราะห์
ซึ่งมีหน้าผ้าและตัวรองเท้าที่แข็งกระด้างและมีผิวสัมผัสที่ลื่นกว่ามาก

   คะแนน
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 7/10


      
   นอกเหนือจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม  ซึ่งไนกี้ Mercurial Vapor VIII
นั้นให้การตอบสนองในระดับสุดยอดแล้ว  อีกหนึ่งความสามารถสำคัญที่รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้
ต้องมี  ก็คือการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  มาดูกันซิว่าเจ้าจรวดทางเรียบคู่นี้จะให้ผลการทดสอบ
ดีมากน้อยแค่ไหน

   ก่อนอื่นจะขอพูดถึง ลักษณะหน้าผ้าหนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์ของ Mercurial Vapor VIII
ซึ่งมีผิวหน้าแบบสากและฝืด  หน้าผ้าประเภทนี้สามารถช่วยสร้างแรงเสียดทานระหว่างรองเท้า
กับลูกฟุตบอลได้จริง
  ไม่ว่าจะใช้ส่วนไหนของรองเท้าสัมผัสและเลี้ยงบอล  ลูกฟุตบอลค่อนข้างที่จะ
ติดกับหน้าผ้าของรองเท้า  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถเลี้ยงบอลได้อย่างเชื่องเท้ามากๆ  นี่ยังไม่รวมถึง
ลักษณะรูปทรงของรองเท้าที่เข้ารูปกับเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างมิดชิด  ทำให้จังหวะการเคลื่อนที่ทุก
จังหวะ  หน้าผ้าและตัวรองเท้าจะเรียบเข้ารูป  มีความโค้งเว้าสอดรับกับลูกฟุตบอล  ตัวรองเท้าจะไม่มี
รอยยับที่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมลูกฟุตบอลเลย  

  
   ย้อนกลับไปถึงความสามารถในการยึดเกาะพื้นสนามของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ซึ่งผมได้ทดสอบไปแล้ว
และลงความเห็นว่าไนกี้ Mercurial Vapor VIII มีชุดพื้นและปุ่มที่สามารถตอบสนองการเคลื่อนที่ได้ใน
ทุกๆ ทิศทาง  เมื่อผสานรวมกับจุดเด่นของการควบคุมลูกฟุตบอลให้เลี้ยงติดเชื่องเท้าได้แล้ว  บอกได้เลย
ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้มันส์มากๆ  อารมณ์อาจจะ
ไม่วิ่งตัวเบา  ติดสปีดหนีคู่แข่งในทางตรงอย่างอาดิดาส adiZero F50 2012   แต่รองเท้าที่ผมกำลังทดสอบ
อยู่นี้  จะมีศักยภาพในแบบที่ค่อยๆ เลี้ยงพาบอลไปเรื่อยๆ หลบคู่แข่งทีละคนๆ  ซ้ายทีขวาทีมากกว่า  หรือ
จะสับขาหลอกล่อด้วยก็ยังได้  แต่ในจังหวะที่ต้องการความเร็ว  แตะบอลไปด้านหน้าแล้ววิ่งตามในทาง
ยาวทิ้งหนีคู่แข่ง  รองเท้ารุ่นนี้ก็พอที่จะช่วยให้ผมสามารถ "ระเบิดความเร็ว" ในช่วงเวลาที่ต้องการได้

   สรุปได้เลยว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มีความโดดเด่นในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้อย่างเชื่องติดเท้า  
และมีอิสระในการเคลื่อนที่ที่สูงมาก  รวมถึงความกระชับเท้าก็จะช่วยสร้างความมั่นใจอีกด้วย  ถือเป็นหนึ่ง
ในรองเท้าฟุตบอลที่ผมสามารถเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้อย่างมั่นใจมากที่สุดเท่าที่เคยได้ลอง
ใช้งานรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้มา
   

   คะแนน
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 10/10


   
   ต่อมาจะเป็นการทดสอบการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง  ของรองเท้าฟุตบอลสายสปีดล่าสุด
จากไนกี้คู่นี้  หลังจากที่ผมได้ลองซัลโวเต็มๆ เท้าอยู่สักพัก  สิ่งที่สัมผัสได้ก็คือแนววางปุ่มแบบใหม่ของ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ช่วยทำให้ผมสามารถวางเท้าหลักได้อย่างมั่นคง  โดยเฉพาะปุ่มแนวขวางที่มีความ
ยืดหยุ่นพอสมควร  จะทำหน้าที่คล้ายๆ สปริงที่จะโยกและส่งแรงเหวี่ยงของลำตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในขณะที่ปุ่มหลัง2 ปุ่ม ก็ยิ่งให้การยึดเกาะกับพื้นสนามได้ดีมากขึ้น  แต่สิ่งพอจะเอามาให้ตำหนิได้บ้าง
ก็คือการกระจายแรงของปุ่มแต่ละปุ่มจะไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก  แรงกดส่วนใหญ่จะลงกับปุ่มเพียงแค่ไม่กี่ปุ่ม
อาจจะดีในเรื่องของการยึดเกาะที่มั่นคง  แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการรักษาสุขภาพเท้าและข้อเข่า  ที่จะ
ต้องเกร็งเพื่อส่งและรับแรงกระแทกที่อาจสะท้อนขึ้นมาได้

   ส่วนประเด็นการยิงเต็มแรงด้วยหลังเท้า  ตรงจุดนี้บอกได้เลยว่าไนกี้ Mercurial Vapor VIII ยิงได้
อย่างเมามันส์พอสมควร  หนังรองเท้าที่บางและกระชับเข้ารูป  จะช่วยทำให้การยิงประตูนั้นยิงได้อย่าง
เต็มหลังเท้า  หรือจะยิงด้วยบริเวณสันเท้าหรือโคนนิ้วหัวแม่มือก็ทำได้อย่างเต็มแรง  ที่ว่าเต็มแรงก็เนื่อง
จากว่าหนังรองเท้าที่บาง  เวลาสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้  จะเห็นได้ชัดเจนเลยกว่าส่วนหนาของเท้าทั้ง 2 ส่วน
จะโผล่ออกมา  ดังนั้นการยิงเต็มแรงด้วยส่วนหนาของเท้าดังกล่าว  ก็จะโดนและส่งผ่านแรงไปยังลูกบอล
ได้อย่างเต็มๆ  โดยเฉพาะคนที่มีหน้าเท้ากว้างพอสมควรแบบเท้าของผมด้วย  กล้าบอกเลยว่ายิงเต็มสัน
เท้ากว่ารองเท้าฟุตบอลประเภทพละกำลังหลายๆ รุ่นเสียอีก
  และเมื่อสามารถใช้ส่วนหนาของเท้า
ยิงลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มแรงเช่นนี้  พละกำลังของลูกฟุตบอลที่พุ่งออกไปจะพุ่งและแรงพอสมควร  ถือ
ว่าแรงยิงทำได้ในระดับที่สวนทางกับน้ำหนักตัวรองเท้าที่เบาเพียง 187 กรัมเช่นนี้   อาจจะไม่แรงเท้า
กับรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักมาก  แต่ก็ถือว่าแรงที่สุดในรองเท้าฟุตบอลประเภทเดียวกันคลาสเดียวกัน
เพียงแต่จะมีข้อเสียตรงที่หนังรองเท้า  นั้นบางมากจนไม่อาจช่วยรองรับแรงปะทะที่จะสะท้อนกลับมายัง
เท้าได้  ประสิทธิภาพการรักษาสุขภาพ เท้าจึงน้อยกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ พอสมควร  หากได้ยิงเต็มแรงติดๆ
ต่อเนื่องกันได้ไม่เกิน 10 ครั้ง  ก็จะรู้สึกระบมเท้าได้เหมือนกัน   

   
   ในเรื่องความแม่นยำของลูกฟุตบอลที่ถูกเตะออกไปจากเท้าด้วยไนกี้ Mercurial Vapor VIII คู่นี้
จะไม่มีเทคโนโลยีพิเศษอะไรมากมายที่จะช่วยในการบังคับทิศทางของลูกบอลที่ออกไปจากเท้า  จะยังคง
ต้องอาศัยการสร้างความคุ้นเคยของการใช้งาน  การแปรส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในนั้นอาจจะ
ควบคุมทิศทางได้ไม่ยากเย็นนัก  แต่การเตะด้วยส้นเท้าหรือหลังเท้า  ทั้งการยิงประตูและเปิดบอลโด่ง  
ยิ่งเน้นเตะแรงเท่าไหร่  ก็ยิ่งจะควบคุมทิศทางยากขึ้นเท่านั้น  

   สรุปการทดสอบในด้านนี้อีกที  ไนกี้ Mercurial Vapor VIII เป็นรองเท้าฟุตบอลสายสปีดที่ยิงประตู
ได้อย่างเต็มเท้าที่สุดในคลาส  แต่ไม่ช่วยป้องกันแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาได้มากนัก  ส่วนการควบคุม
ทิศทางของลูกฟุตบอลก็ยังคงต้องอาศัยการสร้างความคุ้นเคยสักหน่อยก็เพียงพอแล้ว  คะแนนในภาพ
รวม  ผมขอลงคะแนนให้สูสีกับ adiZero F50 2012 หนังวัวแท้ อาจจะมีดีมีเด่นแตกต่างกันออกไปบ้าง
แต่ฟันธงได้เลยว่าถ้าเทียบเฉพาะรองเท้าที่เป็นหนังสังเคราะห์ ไนกี้ Mercurial Vapor VIII ให้การยิง
ประตู ส่งบอลและเปิดบอลโด่ง ได้ดีกว่าอาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ และพูม่า  V1.11
microfiber


   คะแนน
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 8/10


   
   ปิดท้ายส่วนการทดสอบด้วยเรื่องของการป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ของรองเท้าฟุตบอลสีมะม่วงคู่นี้
ประเด็นนี้คงไม่ต้องสาธยายอะไรกันมากมาย  บอกได้สั้นๆ เลยว่าหน้าผ้าที่บางมาก  เวลาโดนการปะทะ
จากคู่แข่ง  โดยเฉพาะการโดนปุ่มสตั๊ดของคู่แข่งล่ะก็...ได้สะดุ้งร้องซี๊ดกันเลยทีเดียว  ส่วนเกราะป้องกัน
เอ็นร้อยหวายแบบภายใน (Internal Heel Counter) ที่เข้ารูปสวยงามกับตัวรองเท้าตามสไตล์รองเท้า
ฟุตบอลตระกูลนี้  ก็ไม่ได้ช่วยป้องกันการปะทะบริเวณส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายสักเท่าไหร่  คงต้องอาศัย
ความไวในการใช้เอาตัวรอดจากการปะทะที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเกมการแข่งขัน
  

   คะแนน
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 5/10

   Conclusion  

   
   มาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของบทความรีวิวการทดสอบรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Mercurial Vapor VIII  ซึ่งจะ
เป็นช่วงสรุปสุดท้ายถึงตัวตนของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จรวดรุ่นใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ว่าเป็นอย่างไร  

   ก่อนอื่นขออ้างอิงจะคะแนนการทดสอบเชิงประสิทธิภาพที่ปรากฏออกมา  หลังจากที่ผมได้ควบจรวด
สีส้มมะม่วงสุกลำนี้ลงลุยในสนามฟุตบอลในชั่วโมงบินที่ถือว่ามากพอสมควร  ภาพรวมของคะแนนที่
ออกมา  จะเห็นได้ชัดเจนว่า Mercurial Vapor VIII มีความสามารถในด้านของการเคลื่อนที่และการ
ยึดเกาะกับพื้นสนามที่สูงสุดเลยก็ว่าได้  รวมถึงความสามารถในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าที่สมราคากับ
การเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้  ส่วนคะแนนการทดสอบด้านอื่นๆ จะอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น  
ผลพัลธ์ที่ออกมาก็พอจะสรุปได้ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ให้ประสิทธิภาพในด้านความเร็วอย่างแท้จริง

   
   ไนกี้ Mercurial Vapor VIII ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  
ให้กลับมาสู่สนามแข่งขันกับคู่แข่งแบรนด์อื่นๆ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะน้ำหนักตัวที่เบาขึ้น
เป็นอย่างมาก  แม้ในทางข้อมูลตัวเลขแล้วจะไม่ใช่รองเท้าฟุตบอลที่เบาที่สุดในโลก  แต่ตอน
ที่ลงสนามใช้งานจริง  จะรู้สึกว่ามันไม่แตกต่างกันเลย  ส่วนชุดพื้นและแนววางปุ่มแบบใหม่
ก็ให้การยึดเกาะกับพื้นสนามได้อย่างยอดเยี่ยม  แนวคิดการออกแบบหน้าที่ต่างๆ ของปุ่มแต่
ละปุ่ม  สามารถให้การตอบสนองและใช้งานได้จริง  ส่วนปุ่มคู่หลังที่มาแค่ 2 ปุ่ม  บอกได้เลย
ว่าไม่มีปัญหาต่อการใช้งานในสนามหญ้าเทียม  รวมถึงวัสดุหน้าผ้าที่ถูกรีดจนบาง  ทำให้
การสวมใส่มีความเข้ารูปกับรูปเท้า  สร้างความกระชับเท้า  เพิ่มความมั่นใจเป็นอย่างมาก
จากการเก็บประสบกาณ์การใช้งานมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือน  ผมกล้าบอกได้เลยว่า
ไนกี้ Mercurial Vapor VIII เป็นรองเท้าฟุตบอลที่วิ่งและเลี้ยงบอลได้มันส์มากๆ  เป็นรองเท้า
ฟุตบอลสายสปีดที่มีคุณสมบัติเด่นทางด้านความเร็วแบบครบถ้วน  แม้ในด้านอื่นจะยังไม่มี
จุดเด่นในแบบที่ต้องยกนิ้วให้ก็ตาม  และผมขอฟันธง กล้าพูดได้เลยว่า... "ลืมเจเนอเรชั่น
เดิมๆ ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ไปได้เลย"  เพราะไนกี้ Mercurial Vapor VIII จะกลับมา
โลดแล่นในสนามฟุตบอลอย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้ง


   ทั้งหมดนี้คือความคิดเห็นจากการทดสอบการใช้งานของผม  และเชื่อว่าจะตรงกับความคิดเห็นของใคร
หลายๆ คนที่ได้ลองใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ไปแล้ว    

   
   นอกเหนือจากความสามารถในเชิงความเร็วของไนกี้ Mercurial Vapor VIII แล้ว  อีกสิ่งหนึ่งที่ยังมี
หลายคนถามถึง  ก็คือเรื่องของความทนทานแข็งแรงและอายุการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้  เรื่องนี้ผม
เองคงยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้   เพราะรองเท้าสีส้มจี๊ดคู่นี้ยังมีสภาพคงทนสมบูรณ์ดีทุกอย่าง
จริงๆ แล้วคำตอบทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน สไตล์การเล่น  หรือแม้แต่สภาพสนามฟุตบอล
ด้วย  อย่างไรก็ตาม...ที่ผมบอกไปว่ารองเท้าฟุตบอลคู่นี้สามารถลงใช้งานในสนามหญ้าเทียมได้  แต่ก็
อยากให้คำนึงถึงลักษณะสนามหญ้าเทียมที่มีคุณภาพ  พื้นสนามมีความนุ่ม  ไม่ใช่แค่สนามบ้านๆ ที่พื้น
แข็งโป๊ก  เทปูนรองเอาไว้แล้วปูพรมหญ้าเทียมราคาถูกๆ  แล้วเปิดให้เราๆ ท่านๆ มาเช่าลงไปเตะ   ถ้า
เป็นอย่างนั้น  ไม่ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นไหนๆ ก็คงจะพังกันง่ายๆ ไปก่อนระยะเวลาอันสมควรแน่นอน

   เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นด้วยกับหลายความคิดเห็นก่อนหน้านี้ก็คือ  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เป็นรองเท้าที่
ทำความสะอาดยากที่สุดเท่าที่ผมเคยใช้งานมา  แต่ถ้าใจรักซะอย่าง  เรื่องนี้ก็คงต้องเมินที่จะเอามาเป็น
ปัจจัยในการเลือกคบหารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เป็นอาวุธคู่เท้าในการลงสนาม  แม้ว่า 2 ประเด็นหลังนี้
จะส่งผลต่อคะแนนความคุ้มค่าอยู่บ้างก็ตาม     

   แม้ว่าในช่วงของเจเนอเรชั่นนี้  ไนกี้จะได้ยกเลิกสายการผลิตรองเท้าฟุตบอลระดับโครตท็อปอย่าง
Mercurial Vapor SuperFly (IV) ไปแล้วก็ตาม  อาจจะขัดใจคนกระเป๋าหนักไปบ้างพอสมควร  แต่ก็
จะเป็นผลดีต่อการทำตลาดรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปอย่าง Mercurial Vapor VIII  เพราะคนส่วนใหญ่
ก็พอจะมีโอกาสจับจองเป็นเจ้าของได้  และยังมีภาพลักษณ์ของตัวนักฟุตบอลอาชีพชื่อดัง  ที่จะถูกจำกัด
ให้ใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ลงสนามแข่งขันเท่านั้น  ในแง่ของประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอล  บอกได้
เลยว่า Mercurial Vapor VIII คู่นี้ก็เพียงพอแล้ว  แล้วเชื่อว่า...ถึงมี SuperFly ก็ยากที่ไนกี้จะทำให้
น้ำหนักตัวลดน้อยลงไปมากกว่านี้แล้ว ส่วนในอนาคตจะเป็นอย่างไร  ก็คงต้องติดตามกันต่อไปอย่าง
ใกล้ชิด

   ไนกี้ได้จัดการวางจำหน่าย Mercurial Vapor VIII อย่างเป็นทางการ  พร้อมที่จะให้ทุกท่านได้ไป
จับจองเป็นเจ้าของ  และสัมผัสประสบการณ์การระเบิดความเร็วได้แล้วในราคา 7,600 บาท ที่ ร้านไนกี้  
ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์, ไนกี้ คอร์เนอร์  ชั้น 3 สยาม พารากอน , ชั้น 3 ซูเปอร์สปอร์ต เซ็นทรัลเวิลด์,  
เอฟ.บี.ที. สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ,ร้าน อาริ คอนเซปสโตร์  และร้านนกแก้ว  โดยท่านสามารถหา
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ nikefootball.in.th หรือfacebook.com/nikefootballth


   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าสปีด 10/10
   - ความคุ้มค่า 7/10

   ข้อเสนอแนะเพื่อเติม

   
   เอาล่ะครับ  มาถึงส่วนสุดท้ายท้ายสุดจริงๆ  ที่ผมจะขอลงความคิดเห็นข้อแนะนำ  เพื่อที่หวังว่ามันอาจจะ
มีโอกาสไปถึงหูของทีมพัฒนารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ต่อๆไป  ในเรื่องของประสิทธิภาพและความสามารถ
การใช้งาน  ยอมรับเลยว่าไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น  ในเรื่องของน้ำหนักตัวที่เหลือเพียง 187 กรัม/ข้าง  ทำ
ให้รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบามากที่สุดในโลก  แต่..สิ่งที่
อาจจะสวนทางกัน  และไนกี้ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ก็คือเรื่องของ "ความทนทาน" และอายุการใช้งาน  ที่จำเป็น
ต้องมากตามราคาค่าตัวด้วย  ความบางของตัวรองเท้าอาจจะเกิดปัญหา  รวมถึงลักษณะของปุ่มบางปุ่ม
ที่ต้องทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและแรงบิดอย่างมหาศาล  เรื่องนี้ไนกี้ต้องเตรียมแผนรับมือให้ดี  เพราะ
ผมเชื่อว่า  หากเกิดมีข่าวหรือภาพที่แสดงความเสียหายของรองเท้าหลุดออกมา  อาจจะมีผลอย่างใหญ่หลวง
ต่อยอดขาย  

   ทั้งนี้ยังรวมถึงการทำความสะอาดที่ยากเย็นแสนเข็ญ  แม้ว่าหลายคนจะสนใจแต่การใช้งานก็ตาม  แต่ก็มี
หลายคนที่อยากจะสวมใส่รองเท้าที่ดูใหม่สะอาดลงสนามเสมอ  ทางออกไม่ใช่แค่การออกรองเท้าสีดำมาให้
คนซื้อใส่  ไนกี้อาจจะเป็นต้องรีบหาวิธีทำความสะอาดรองเท้ารุ่นนี้และตีพิมพ์นำเสนอออกมาอย่างเป็นทาง-
การ  หรืออาจจะหาอุปกรณ์ทำความสะอาดแบบพิเศษที่เหมาะสมกับวัสดุหน้าผ้าลักษณะนี้  แล้วแถมมันมา
กับเซ็ตรองเท้าให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย...

   
   SiamBoots Testing Point & Rating

   - การรองรับแรงกระแทก 6/10
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 10/10
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 7/10
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 10/10
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 8/10
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 9/10
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 5/10
   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "สปีด" 10/10
   - ความคุ้มค่า 7/10

การรองรับแรงกระแทก              
ความสบายในการสวมใส่              
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม          
การสัมผัสบอลและควบคุมลูกฟุตบอล              
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า          
ความแม่นยำในการส่ง/ยิง/เปิดโด่ง            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ            
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่                
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าสปีด          
ความคุ้มค่า              

   
   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ข้อมูลรองเท้ารุ่น Mercurial Vapor VIII
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
   - พี่อู๊ด , doraemyung
   - สนามฟุตบอล Winning 7

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 15 พฤษภาคม 2012 เวลา 15.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต" 

   

ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Mercurial Vapor VIII

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com