"Testing!" พูม่า evoSpeed 1.4 - อาวุธประเภทความเร็ว..ที่มีความครบเครื่อง
ไม่น้อยหน้าใคร







ขอขอบพระคุณบริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น evoSpeed 1.4





   
   หลังจากที่ SiamBoots ได้พาตัว evoSpeed 1.4 รองเท้าฟุตบอลสายความเร็วรุ่นท็อปจากพูม่า  มาแนะนำตัว
ให้คุณผู้อ่านได้ทำความรู้จักไปเมื่อเร็วๆ นี้  ในบทความนี้ผมจะมา
Boots Testing!ทดสอบประสิทธิภาพ
การใช้งานในสนามจริง  เพื่อหาคำตอบว่ารองเท้ารุ่นนี้มีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหนบ้าง  ท่านใดที่กำลังจดๆจ้องๆ
รองเท้ารุ่นนี้อยู่ต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง  แล้วจะรู้ว่า พูม่า 
evoSpeed 1.4 นั้นตรงใจท่านมากน้อยแค่ไหน

   ตอนนี้..คงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ารองเท้าฟุตบอลสายความเร็วเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด จากพูม่าอย่างรุ่น evoSpeed
1.4
 นั้นกลายเป็นหนึ่งในพระเอกของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน  ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นหลักที่นำธงทำตลาด
รองเท้าฟุตบอลให้กับแบรนด์เสือกระโดดอย่างแท้จริง  แม้ว่าใครจะเถียงว่าจริงๆ แล้วในไลน์การผลิต พูม่ามี
รองเท้ารุ่น 
evoSpeed 1.4 SL เป็นรุ่นโครตท็อปและปล่อยภาพโปรโมทอย่างต่อเนื่อง  แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น
กลับพบว่า  มีบรรดานักฟุตบอลระดับพรีเซนเตอร์และนักฟุตบอลชื่อดัง ไม่น้อย  ที่เลือกสวมใส่ 
evoSpeed 1.4
เป็นอาวุธคู่เท้าในการลงสนามแข่งขัน  และมากกว่าครึ่งก็เป็นเวอร์ชั่น หนังสังเคราะห์ เสียด้วย 


   
   ดังนั้น..ในบทความนี้  ผมจะขออาสาเป็นผู้ทดสอบการใช้งานจริงในสนามของเจ้า พูม่า evoSpeed 1.4 แบบ
หนังสังเคราะห์
(ต่อไปนี้จะขอเรียกชื่อแค่ว่า evoSpeed 1.4) เพื่อสัมผัสถึงตัวตน บุคลิก และประสิทธิภาพ
ของรองเท้าสายความเร็วรุ่นท็อปคลาส  ซึ่งถือเป็นรุ่นหลักที่ถูกนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดย บริษัท 
เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด
  ตามมาตรฐานการทดสอบของ SiamBoots  พร้อมทั้งวิพากษ์
วิจารณ์ ถึงข้อดีข้อด้อยอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม  ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้คุณผู้อ่านทุกท่าน
ได้เอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ว่ารองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์ตรงตามความ
ต้องการหรือรูปแบบการเล่นฟุตบอลของท่านหรือไม่ อย่างไร

   เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา  ผมจะขอพาทุกท่านไปเข้าสู่ส่วนแรกของบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้า
ฟุตบอลพูม่า evoSpeed 1.4 กันได้เลยครับ

   Details

   ก่อนอื่นเรามาพูดถึงประวัติความเป็นมาและข้อมูลเกี่ยวกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ evoSpeed กันก่อนดีกว่า
สำหรับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ได้ถูกสร้างออกมาภายใต้นิยามของคำว่า "ปฏิวัติความเร็ว" ดั่งเช่นชื่อที่พูม่า
ตั้งออกมา  ซึ่งหลายคนได้เปรียบเสมือนว่า evoSpeed เป็นซีรี่ย์ลูกหลานต่อเนื่องมาจากซีรี่ย์ V ที่เป็นรองเท้า
สายพันธุ์ความเร็วชื่อดังของแบรนด์เสือกระโดดมาตั้งแต่ช่วงฟุตบอลโลก 2006 จนถึงฟุตบอลโลก 2010

   
   หลังจากหมดยุคของ V พูม่าได้คลอดแนวคิดของคำว่า "ปฏิวัติความเร็ว" ออกมาเพื่อสร้างสรรค์รองเท้าฟุตบอล
สายพันธุ์ความเร็วยุคใหม่ของตนเอง  ภายใต้ชื่อที่สุดแสนจะตรงตัวว่า evoSpeed  ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลง
รูปร่างหน้าตาให้แตกต่างจากเดิม  แต่ยังเน้นประสิทธิภาพการใช้งานในด้านการควบคุมและการจู่โจมที่ดีขึ้น
ไม่ได้แค่ประสิทธิภาพด้านความเร็วหรือน้ำหนักเบาเพียงอย่าวเดียว อีกต่อไป

   
   เจเนอเรชั่นแรกของ evoSpeed เริ่มต้นในชื่ออย่างเป็นทางการว่า evoSpeed 1.1 ตัวรองเท้าโฉมนี้เน้นหน้าตา
ที่เรียบง่ายไม่หวือหวา  จนหลายคนบอกว่าเป็นรองเท้าประเภทความเร็วที่มีดีไซน์นิ่งๆ ที่สุดในยุคนั้นเลยทีเดียว
โดยจุดเด่นของ evoSpeed 1.1 จะอยู่ที่พื้นผิวสัมผัสตัวรองเท้าแบบเรียบสนิท  มีให้เลือกทั้งแบบหนังสังเคราะห์
ที่เน้นฟีลลิ่งบางติดเท้า และแบบหนังแท้ที่มีความหนาเน้นความนุ่ม  นอกจากนั้นพูม่ายังนำเสนอชุดปุ่ม FG ใหม่
แบบปุ่มกลม  ที่บอกว่ามีสรรพคุณในแง่ของการเปลี่ยนทิศทางและความยืดหยุ่นในการเคลื่อนที่  สำหรับเจเนอเรชั่น
evoSpeed 1.1 นั้นเริ่มเปิดตัวและวางจำหน่ายช่วงปี 2012 หลังจากจบเจเนอเรชั่นของ V 1.11
   
   
   1 ปีให้หลังของการเปิดตัว evoSpeed 1.1 พูม่าได้ฤกษ์เปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ของซีรี่ย์นี้  ด้วยชื่อซีรี่ย์
ซึ่งอ้างอิงจากรองเท้าระดับท็อปคลาสเหมือนเดิมว่า evoSpeed 1.2  โดยรองเท้าโฉมนี้จะเน้นการปรับปรุง
พื้นผิวหน้าสัมผัสของตัวรองเท้าให้สามารถดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีขึ้น  ด้วยการเพิ่มจุดสป็อตบน
หน้าสัมผัสตัวรองเท้า  นอกจากนั้นได้มีการปรับแต่งลวดลายและหน้าตาของตัวรองเท้าพอสมควร  โดยเฉพาะ
การพิมพ์ลายกราฟฟิกตัวอักษรคำว่า PUMA เอาไว้ที่ข้างเท้าด้านใน

   
  พอครบกำหนดขวบปีของการออกเจเนอเรชั่นใหม่  พูม่าจึงได้เปิดผาคลุมของเจเนอเรชั่นที่ 3 ในชื่อ evoSpeed 1.3
โดยในตอนที่เปิดตัวนั้นพูม่าเล่นเปิดตัวแบบเงียบๆ ปล่อยสินค้าวางตลาดแบบไม่ให้ตั้งตัว  แถมรูปร่างหน้าตาของ
evoSpeed 1.3 นั้นเป็นดั่งเช่นฝาแฝดกับ evoSpeed 1.2 เป็นอย่างมาก  จนหลายคนสับสนเกี่ยวกับรองเท้าทั้ง 2 โฉมนี้
ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน (ลองเปรียบเทียบดูครับ)  อย่างไรก็ตาม  นอกจากลวดลายที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแล้ว
หากสังเกตกันดีๆ จะพบว่า evoSpeed 1.3 มีรูปแบบและลักษณะของการวางปุ่ม FG ที่เปลี่ยนไปด้วย เช่นกัน

   
   และแล้วก็มาถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วของพูม่าที่เรา
จะรีวิวทดสอบการใช้งานในวันนี้ กับ evoSpeed 1.4 ซึ่งได้ถูกเผยโฉม เปิดตัวและโปรโมทอย่างเป็นทางการ
ในช่วงกลางปี 2015 นี้นี่เอง

   เจเนอเรชั่นล่าสุด evoSpeed 1.4 ถือเป็นโฉมที่มีดีไซน์ทั้งโฉบเฉี่ยวและดุดันมากที่สุดในบรรดารองเท้าซีรี่ย์นี้
ซึ่งได้อิทธิพลมาจากการออกแบบลักษณะพื้นที่หน้าสัมผัสบนตัวรองเท้าใหม่แบบพลิกโฉม  ด้วยการพัฒนา
พื้นที่สัมผัสบอลแบบใหม่  ให้หน้าสัมผัสมีมิติมากขึ้น  มีพื้นที่สัมผัสบอลมากขึ้น  เพื่อการควบคุมที่ดีขึ้นทั้งการ
จับบอลและการยิงประตู  ในขณะที่ตัวรองเท้าเองก็ยังมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่รองเท้าด้านความเร็วควรจะเป็น

   แถมพูม่ายังสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรองเท้ารุ่น evoSpeed 1.4 SL ที่มีน้ำหนักเพียงแค่ 103 กรัม/ข้าง  
ออกมาในฐานะรองเท้าระดับโครตท็อปที่สร้างมาเพื่อความเร็วอย่างขั้นสุด  แตกต่างจากเจเนอเรชั่นก่อนๆ ที่แม้
จะมีรองเท้าระดับ SL ทำตลาดควบคู่กันไปกับรองเท้ารุ่นท็อปคลาสปกติ  แต่การโปรโมทหรือคุณสมบัติตัวรองเท้า
นั้นยังไม่สร้างความฮือฮาได้มากมาย เฉกเช่น evoSpeed 1.4 SL ขนาดนี้

      
   รายชื่อพรีเซนเตอร์หลักของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ evoSpeed 1.4 นั้น  พูม่ายังคงมีบรรดานักฟุตบอลระดับโลก
ชื่อดัง  ยกโขยงกันมาเป็นพรีเซนเตอร์รองเท้าซีรี่ย์นี้อย่างมากมาย  แถมยังคงมีสัญญากับพรีเซเตอร์หลักชุดเดิม
อย่างแน่นแฟ้น  

   นำทัพมาด้วย เซอร์คิโอ กุน อเกวโร่ ผู้ที่หลายคนยกย่องให้เป็นพรีเซนเตอร์เบอร์ 1 ของพูม่าในขณะนี้  
ถือเป็นผู้เล่นที่โชว์ประสิทธิภาพของ evoSpeed 1.4 ได้มากที่สุด  ด้วยผลงานการลงเล่นที่มีทั้งความเร็วและ
ความคม  อีกหนึ่งพรีเซนเตอร์หลักที่สร้างผลงานให้กับรองเท้าตระกูลนี้มาอย่างต่อเนื่อง  ก็คือ มาโค ร็อยส์ 
จอมทัพตัวเก่งของทีมเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุน และทีมชาติเยอรมัน ในปัจจุบัน

   
   อีกหนึ่งดาวดังที่ยังเป็นพรีเซนเตอร์หลักให้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้มาอย่างยาวนาน  ก็คือ รามาดัล ฟัลเกา
ที่แม้ผลงานในสนามจะยังไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อก่อนก็ตาม  แต่ด้วยชื่อชั้นและผลงานที่เคยทำเอาไว้  ก็ทำให้
เขายังคงได้รับการโปรโมทอย่างต่อเนื่อง  

   
   แต่เท่านั้นยังไม่พอ  พูม่ายังได้เซ็นสัญญากับนักเตะทีมอาร์เซน่อล  ให้ลงสนามแข่งขันด้วยรองเท้าฟุตบอล
evoSpeed 1.4 อย่างมากมาย  นำทัพมาด้วย ซานติ การ์ซอล่า จอมทัพตัวหลักของทีมที่โดดเด่นทั้งการ
เลี้ยงบอล การส่งบอลและการยิงประตู  แถมยังมีผู้เล่นวิงค์แบคตัวจริงทั้ง 2 ฝั่ง อย่าง นาโช มอนเรอัล
และ เฮคตอร์ เบอร์เยลิน  และกองกลางเชิงสูงอย่าง มิเกล อาร์เตต้า ที่พร้อมลงสนามด้วยรองเท้ารุ่นนี้

   
   สมาชิกของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ evoSpeed 1.4 ที่พูม่าผลิตออกมาทำตลาดนั้นมีมากมายหลายรุ่น  โดยเฉพาะ
รองเท้าระดับโครตท็อปที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก  ที่มีชื่อรุ่นว่า evoSpeed 1.4 SL (Super Light) ซึ่งเป็นรุ่นที่
พูม่าเน้นการโปรโมท  เพื่อโชว์ศักยภาพของรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบาเพียงข้างละ 103 กรัม  แต่ต้องยอม
แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่การันตีได้เพียงแค่ 10 นัดเป็นอย่างน้อย  แม้รองเท้ารุ่นนี้จะใช้เพื่อโปรโมท  แต่ใน
การลงสนามแข่งขันจริง พบว่ามีนักฟุตบอลไม่น้อยที่ไม่เลือกใช้รองเท้ารุ่นนี้  และรองเท้ารุ่นนี้ไม่มีเข้ามาจำหน่าย
ในประเทศไทยอีกด้วย

   รองเท้าระดับท็อปคลาส  ซึ่งถือเป็นรองเท้าที่เน้นการทำตลาดทั่วโลก  คือรองเท้ารุ่น evoSpeed 1.4  โดยมี
ให้เลือกซื้อทั้ง 2 แบบ คือ แบบหนังสังเคราะห์ และแบบหนังแท้ โดยในบทความนี้เราจะมารีวิวทดสอบ
การใช้งาน evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์  ซึ่งเป็นแบบที่มีเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่าง
เป็นทางการ  และถือเป็นรองเท้ารุ่นนำทัพในการทำตลาดอย่างเต็มตัว

   ส่วนรองเท้าระดับรองลงไป  พบว่ามีรองเท้ารุ่น evoSpeed 3.4 เป็นรุ่นรองท็อป  โดยพบว่ามีทั้ง แบบหนัง
สังเคราะห์ และแบบหนังแท้
ด้วยเช่นกัน(ไม่ปรากฏรองเท้ารุ่น evoSpeed2.4)  ถัดลงไปเป็นรองเท้ารุ่น
evoSpeed 4.4 และ evoSpeed 5.4 ตามลำดับ  โดยรองเท้าแต่ละรุ่นมีอ็อฟชั่นและราคาที่แตกต่างกันออกไป  
ตามตำแหน่งในการทำตลาดนั่นเอง
  
   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น evoSpeed 1.4

   ต่อจากนี้ผมจะมาตัว พูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ ซึ่งเป็นพระเอกของบทความนี้  มาแนะนำตัว
ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกันก่อนที่จะไปลงสนาม  ไปยลโฉมพร้อมกับสัมผัสทำความรู้สึกเทคโนโลยีต่างๆ ของ
ตัวรองเท้า  และดูว่าภายในกล่องสีแดงเพลิงตราเสือกระโดดยี่ห้อพูม่านั้น  มีอะไรบรรจุใส่มาให้บ้าง

   สำหรับเนื้อความส่วนนี้ ผมได้ยกเอามาจากบทความ "Hand On!" ที่ได้เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้  หากคุณผู้อ่าน
ท่านใดติดตามอ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ผมขอแนะนำให้ข้ามไปยังหัวข้อถัดไป  เป็นหัวข้อเลือกไซด์รองเท้า
Feeling & Sizing ได้เลยครับ

   
   พูม่าได้บรรจุรองเท้าฟุตบอล evoSpeed 1.4 มาในกล่องกระดาษสีแดง ที่มีตราเสือกระโดดสีขาวอยู่ด้านบน
อันเป็นแบบที่เราๆ ท่านๆ ต่างก็คุ้นหน้าคร่าตากันเป็นอย่างดี  เมื่อเปิดฝากล่องแบบยกขึ้น  ก็จะได้ปะหน้ากัน
ครั้งแรกกันเจ้า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ สีแดงลาวา (Lava Blast) ซึ่งเป็นสีเปิดตัวของเจเนอเรชั่นนี้
นั่นเอง  โดยตัวรองเท้าถูกจับวางนอนตะแคงสลับหัวท้ายมาแบบเบียดๆ ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน

   นอกเหนือจากกระดาษรองพื้นสีขาวและก้อนกระดาษดันทรงตัวรองเท้า  พบว่าภายในกล่องไม่มีของแถมอื่มใด
เพิ่มเติมให้มาเป็นพิเศษ  ก็เป็นไปตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของพูม่า  ที่สาวกค่ายนี้
น่าจะยอมรับกันได้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว

   
   สัมผัสแรงที่ได้หยิบเอาเจ้า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ ขึ้นมาบนมือ  พบว่าตัวรองเท้ามีรูปทรง
เรียวยาวพอประมาณ  วัสดุของตัวรองเท้าจากที่จับครั้งแรกรู้สึกได้ว่าบางและอ่อนตัว  ไม่ได้เป็นทรงแข็งนัก

   เมื่อจับเอาขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนักเครื่องประจำ  ปรากฏตัวเลขน้ำหนักของรองเท้าไซด์ 9.5 US, 8.5 UK, 42.5 EU
และ 27.5 cm
คือ 205 กรัม/ข้าง  โดยฟีลลิ่งน้ำหนักค่อนข้างจะเฉลี่ยเท่ากันทุกช่วง  ไม่มีช่วงไหนเป็นจุด
ศูนย์ถ่วงน้ำหนักมากเป็นพิเศษ  และเมื่อลองเปรียบเทียบน้ำหนักกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ แล้ว เป็นดังนี้

   - อาดิดาส adiZero X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม
   - อาดิดาส adiZero ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IX 199 กรัม 
   - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม 
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม 
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

   จากตัวเลขจะเห็นได้ว่า  พูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ ยังไม่ใช่รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส
ที่เบาที่สุดในตลาด  เพราะไนกี้ Mercurial Vapor X หนักเพียง 180 กรัมเท่านั้น  ในขณะที่ Magista Opus
มีน้ำหนัก 204 กรัม  แต่ปรากฏว่ารองเท้ารุ่นนี้เบากว่า adiZero X 15.1 หนังสังเคราะห์ ซึ่งมีน้ำหนักอยู่ที่
215.1 กรัม  โดยภาพรวมแล้วถือว่าน้ำหนักของ evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ เกาะอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเบา

   
   ตัวรองเท้าและหน้าผ้าของ พูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ ทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์
แบบบางพิเศษ (
Ultra Thin Microfiber) เพื่อให้ตัวรองเท้ามีน้ำหนักเบา  และให้การสัมผัสบอลที่บางติดเท้า
เป็นธรรมชาติ  ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วเช่นนี้  เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถ
รู้สึกตอบสนองต่อการสัมผัสบอลได้รวดเร็วกว่าวัสดุหน้าสัมผัสแบบหนา

   นอกจากนั้นยังพบว่าหน้าสัมผัสตัวรองเท้าของพูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ มีการออกแบบและ
เทคโนโลยีที่เรียกว่า "GripTex" ซึ่งเห็นเป็นส่วนที่นูนขึ้นมา  มีลักษณะโครงสร้างแบบใยแมงมุมหรือแบบร่างแห
เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสบอลได้มากขึ้น  ถือเป็นรูปแบบใหม่ที่เจเนอเรชั่นที่แล้วไม่มี  ทั้งนี้ยังพบว่าผิวสัมผัส
บริเวณดังกล่าวแม้จะถูกเคลือบผิวด้วยสารบางอย่างจนมีลักษณะเงา  แต่เมื่อลองสัมผัสดูแล้วจะรู้สึกถึงแรงเสียดทาน
มีความฝืดเป็นอย่างมาก  จากข้อมูลระบุว่าทั้งหน้าสัมผัสแบบใหม่นี้จะช่วยให้การควบคุมลูกฟุตบอลทำได้ง่ายขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นสภาวะที่เปียกหรือแห้งสนิท  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่รองเท้าแบรนด์ชั้นนำทั้งหลายนำมาใช้เป็นจุดขาย
อย่างครึกครื้นในปัจจุบัน

   
   พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณหัวรองเท้าและหน้าเท้าค่อนข้างจะลึกพอสมควร  แต่จุดเด่นอยู่นี้พื้นที่สัมผัสบริเวณ
ฝั่งด้านในตรงสันนิ้วหัวแม่เท้า  ซึ่งพูม่าใช้การดีไซน์ตัวอักษรพิมพ์ชื่อยี่ห้อ "PUMA" เอาไว้อย่างเด่นชัด  
มีลักษณะเป็นผิวสัมผัสแบบ GripTex กล่าวคือผิวสัมผัสมีความหนึบและฝืด  ให้แรงเสียดทานมาก  ถือเป็น
การเพิ่มประสิทธิภาพในการคอนโทรลการยิงประตูหรือเปิดบอลแบบปั่นไซร้  ให้มีความแม่นยำและง่ายดาย
มากยิ่งขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว

   
   แนวร้อยเชือกบริเวณหลังเท้าของ พูม่า evoSpeed 1.4 มีลักษณะหน้ากว้างปานกลาง  เป็นแนวร้อยเชือกกึ่งกลาง
ซึ่งเชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัวมาตั้งแต่แรก  เป็นเชือกรองเท้าเส้นแบน หน้ากว้างเท่ากันตลอดทั้งเส้น
เนื้อผ้าของเส้นเชือกมีความนิ่มในระดับปกติทั่วไป

   
   ลิ้นรองเท้าทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์แผ่นบางจนถึงขั้นบางมาก  ที่ปลายลิ้นรองเท้าด้านบนจะปะด้วยวัสดุ
สังเคราะห์ที่หน้าสัมผัสมีความฝืดกว่าปกติ  พร้อมแปะตราโลโก้เสือกระโดดและชื่อซีรี่ย์ evoSpeed เอาไว้
แถมด้วยช่องร้อยเชือกตรงกลางอีก 1 ช่อง  เพื่อให้เชือกรองเท้าคอยรั้งลิ้นรองเท้าให้แน่นกระชับกับหลังเท้า
ของผู้สวมใส่นั่นเอง
   
   
   ลองหันมาดูพูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ ในมุมมองข้างเท้าด้านนอกดูบ้าง  จะเห็นได้ว่ายังมี
แถบสัญลักษณ์อันถือเป็นหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของพูม่าที่บริเวณตามยาวของข้างเท้าด้านนอกเหมือนเคย
และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าที่ข้างเท้าด้านนอกจะมีแนวเย็บแบบแนวด้าย  เนื่องจากรองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้ใช้วัสดุ
แบบชิ้นเดียวในรอยต่อมาตัดเย็บเป็นรองเท้าทั้งข้างนั่นเอง  

   โดยวัสดุส่วนกลางที่เห็นว่าแตกต่างจากวัสดุด้านหน้านั้น  จะมีลักษณะหนาและนุ่มมากกว่า  เพื่อเวลาที่ผู้สวมใส่
ดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้ตึงแล้ว  วัสดุส่วนนี้จะสามารถถูกรั้งให้บีบกระชับกับข้างเท้าด้านนอกได้มากกว่า
เพื่อช่วยสร้างฟีลลิ่งและความมั่นใจในการสวมใส่ตามที่รองเท้าประเภทความเร็วควรจะมี

   
   พลิกกลับมาดูรูปทรงของฝั่งข้างเท้าด้านในกันบ้าง  ฝั่งข้างเท้าด้านในจะเป็นวัสดุส่วนเดียวกับบริเวณหน้าเท้า
เพื่อเน้นประสิทธิภาพในการสัมผัสของข้างเท้าด้านใน  ทั้งจังหวะการจับบอลแรกและการแปส่งบอล  ทั้งนี้จะเห็น
ได้ว่ารูปทรงบริเวณนี้ได้ถูกตัดเย็บให้มีลักษณะโค้งเว้าเข้าไปพอสมควร  เพื่อรองเท้ากับอุ้งเท้าและฝ่าเท้าของ
ผู้สวมใส่  เพื่อสร้างความกระชับและความมั่นใจนั่นเอง

   
   อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่พูม่ายังคงเลือกใช้ให้กับ evoSpeed 1.4 ก็คือชุดเกราะหุ้มส้นและป้องกันเอ็นร้อยหวายแบบ
ภายนอก (External Heel Counter) ช่วยโอบกระชับกับด้านข้างของส้นเท้า  เพื่อให้ส้นรองเท้าล็อคกับข้อเท้า
ได้อย่างแน่นหนา  ส่งผลให้ผู้สวมใส่สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้อย่างมั่นใจ  ซึ่งตรงจุดนี้พูม่าได้ตั้งชื่อ
เรียกเอาไว้ว่า "Speedframe" นอกจากนั้นยังเป็นตัวช่วยให้การป้องกันและลดแรงปะทะได้ขึ้นอีกด้วย
โดยชุดเกราะส้นเท้าชิ้นนี้ทำจากวัสดุพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันกับพื้นรองเท้า

   จากที่ลองสัมผัสดูพบว่าวัสดุของชุดเกราะหุ้มส้นของรองเท้ารุ่นนี้  มีความยืดหยุ่นพอสมควร  ไม่แข็งและ
ไม่หนามากจนเกินไป  ทั้งนี้ยังเห็นได้ว่าชุดเกราะจะเป็นแบบไม่เต็มข้างเท้า  จะมีช่องว่างบริเวณด้านข้าง
อยู่บ้างดังที่เห็นตามภาพด้านบน  เพื่อเป็นการควบคุมน้ำหนักตัวรองเท้าให้ไม่หนักมากเกินไป  เรียกได้ว่า
เป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่คำนึงถึงความกระชับด้านข้างส้นเท้า การป้องกันที่กำลังพอ  แต่การควบคุมน้ำหนัก
ให้ไม่มากเกินไป  เป็นไปตามคุณสมบัติของรองเท้าประเภทความเร็วเช่นนี้

   
   นอกจากนี้ยังพบว่ารองเท้าฟุตบอลพูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ รุ่นนี้  ใช้วัสดุหน้าสัมผัสหุ้มส้น
ด้านในแบบหนังสังเคราะห์ที่มีผิวสัมผัสที่สร้างแรงเสียดทานได้ดีมาก  จากที่ลองสัมผัสด้วยมือ  จะรู้สึกถึงความฝืด
และการยึดเกาะได้ดีมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้  

   นอกจากนั้นยังพบวัสดุบุนุ่มบรรจุเอาไว้ด้านในของหุ้มส้น  ให้สัมผัสที่มีความหนาและนุ่มเป็นอย่างมาก  โดย
วัสดุบุนุ่มจะบรรจุในแนวครึ่งบน  แถมยังมีลักษณะพองออกมาพอสมควร  ทำให้ผมเชื่อว่าเวลาสวมใส่ใช้งานจริง
จะทำให้ พูม่า evoSpeed 1.4 รุ่นนี้  เป็นรองเท้าด้านความเร็วที่หุ้มส้นมีสัมผัสที่นุ่ม  กระชับและยึดเกาะกับส้นเท้า
ได้เป็นอย่างดี

   
   แผ่นรองพื้นด้านในของ evoSpeed 1.4 สามารถถอดแยกออกมาได้จากตัวรองเท้าตามปกติของรองเท้าฟุตบอล
ระดับท็อปคลาสเช่นนี้  โดยแผ่นรองพื้นทำจากวัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งแผ่น  แต่จุดเด่นสำคัญนั้นอยู่ที่ชุดโฟม
ที่เอามาเสริมเอาไว้ที่ใต้แผ่นรองพื้นอีกหนึ่งชั้น  เพื่อประสิทธิภาพในการรองรับและผ่อนแรงกกระแทกที่ดี

  
   
   จากที่เห็นตามภาพด้านบน  จะพบว่าแผ่นรองพื้นชั้นหลักที่เป็นส่วนสีดำนั้นจะค่อนข้างบาง  แต่จะถูกเสริมด้วย
โฟมสีเหลืองอีกหนึ่งชั้น  ที่บริเวณฝ่าเท้าและส้นเท้า  ลักษณะของโฟมชิ้นนี้มีความหนาเป็นอย่างมาก  เนื้อโฟม
มีความยืดหยุ่น  ตอบสนองต่อแรงกดได้ดี  แค่ลองสัมผัสออกแรงกดด้วยนิ้วมือ  ก็รู้สึกถึงความนุ่มเป็นอย่างมาก

   
   กลับมาที่ผิวหน้าสัมผัสด้านบนของแผ่นรองพื้นกันอีกครั้ง  พบว่าผิวหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นเป็นวัสดุ
หน้าผ้าไน่ล่อน  ผิวของวัสดุเองนั้นถือว่าไม่มีแรงเสียดทานจนก่อนให้เกิดความฝืดสักเท่าไหร่นัก  แต่พูม่า
อาศัยการออกแบบการถักทอให้มีลักษณะเป็นลอนตามขวาง  เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการสัมผัสกับฝ่าเท้าให้มีมิติ
นูนขึ้นมาเล็กน้อย  เพื่อช่วยให้ฝ่าเท้าสัมผัสกับแผ่นรองพื้นได้ดีขึ้น

   
   มาปิดท้ายการสำรวจครั้งนี้กันที่ชุดพื้นช่วงล่างและปุ่มรองเท้าแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้กันครับ  จากที่เห็น
ตามภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าพูม่ายังคงเลือกใช้ชุดพื้นและปุ่ม 
FG แบบปุ่มกลม  ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับเจเนอเรชั่น
ที่แล้วทั้งหมด  การที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแบบนี้  อาจจะทำให้บางท่านที่คิดว่าไม่น่าสนใจแต่นั่นถือเป็นคำตอบ
ที่พูม่าแสดงให้เห็นแล้วว่านี่แหละคือแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรองเท้าสายพันธุ์ความเร็วตระกูลนี้
 

   โดยชุดพื้นของพูม่า evoSpeed 1.4 ผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวระหว่างชุดพื้น ฐานปุ่ม
และปลายปุ่ม  ลักษณะของฐานปุ่มจะกว้างกว่าปลายปุ่ม  เพื่อให้ฐานปุ่มมีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน
นั่นเอง

   
   ปุ่มด้านหน้าเป็นปุ่มกลม ขนาดพื้นที่หน้าตัดปุ่มเล็กเท่ากันทั้งหมด  วางตัวกันตามแนวของรองเท้าฝั่งละ 3 ปุ่ม
และตรงกลางฝ่าเท้าอีก 1 ปุ่ม  ลักษณะการวางปุ่มจะเน้นให้สามารถลงน้ำหนักได้เต็มฝ่าเท้าและสบายเท้า  ในขณะที่
ขนาดพื้นที่หน้าตัดปุ่มเล็กเช่นนี้  จะช่วยให้ปุ่มทุกปุ่มสามารถจิกลงไปยังพื้นสนามได้ลึก  ให้การยึดเกาะที่มั่นคง

   นอกจากนี้ยังพบว่าชุดพื้นด้านหน้ามีลักษณะเป็นแนวบากลึกลงไป  เป็นเทคโนโลยีที่พูม่าเรียกว่า DuoFlex เพื่อ
เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับชุดพื้น  เป็นการบังคับจุดงอของชุดพื้นให้สอดคล้องกับรูปแบบการเคลื่อนที่หรือ
สปรินซ์ออกตัวของผู้เล่นได้อย่างหลากหลายรูปแบบ  ข้อดีคือสมดุลในจังหวะสปรินซ์ออกตัวที่นุ่มนวล  ลดแรง
สะเทือนไปยังฝ่าเท้าส่วนอื่นๆ ซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องกับจังหวะการสปรินซ์

   
   ช่วงกลางของชุดพื้นที่เห็นเป็นสีกรมท่า  เรียกว่าเทคโนโลยี Speedtrack ทำจากวัสดุ Pebax ซึ่งเป็นวัสดุ
พลาสติกทางวิศวกรรมขั้นสูง  มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องน้ำหนักเบา แข็งแรง มีความยืดหยุ่นสูงและทนทาน  
โดยเจ้า Speedtrack นั้นทำหน้าที่เสมือนเป็นกระดูกสันหลังของชุดพื้น  คอยเชื่อมสร้างความแข็งแรงให้กับ
ชุดพื้นด้านหน้าต่อเนื่องไปจนถึงด้านหลัง  เมื่อเวลาที่ผู้สวมใส่สปรินซ์ทำความเร็ว  จะเกิดแรงดีดกลับของ
ชุดพื้นมากเป็นพิเศษ  ทำให้ผู้สวมใสาสามารถสปรินซ์ออกตัวได้ด้วยความเร็ว
  
   
   ปุ่มด้านหลังเป็นปุ่มกลมเช่นเดียวกับปุ่มด้านหน้า  และมีขนาดหน้าตัดปุ่มค่อนข้างเล็กเช่นกัน  แต่จะเห็นได้ว่า
ฐานปุ่มถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าปลายปุ่ม  เพื่อความทนทาน  สามารถรับแรงกระแทกจากการลงน้ำหนักตัว
ของผู้สวมใส่ได้อย่างไม่ต้องกังวล

   Feeling & Sizing

   
   รองเท้าฟุตบอลจากพูม่าถือเป็นหนึ่งในยี่ห้อที่เลือกไซด์รองเท้าให้เหมาะกับสมเท้าได้ยากพอสมควร  มีบางรุ่น
บางซีรี่ย์สามารถเลือกตรงไซด์ได้  และก็มีบางรุ่นบางซีรี่ย์ที่ต้องเพิ่มไซด์ขึ้นไป  เพื่อเป็นข้อมูลให้การตัดสินใจ
เลือกไซด์รองเท้าของ evoSpeed 1.4 ที่เรากำลังจะสวมใส่ลงสนามทดสอบในอีกไม่กี่อึดใจนี้  เป็นไปได้อย่าง
เหมาะสม  ผมจึงขอมาวิเคราะห์การเลือกไซด์รองเท้ารุ่นนี้ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบกันก่อนดีกว่า

   สำหรับรองเท้า evoSpeed 1.4 คู่นี้ผมเลือกไซด์ 27.5 cm (9.5 US, 8.5 UK, 42.5 EU) เป็นไซด์มาตรฐานของ
ตัวเองเหมือนกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ผมเลือกมารีวิวทดสอบการใช้งานโดยตลอด  ปรากฏว่าตอนสวมใส่เท้าเข้าไป
ในตัวรองเท้านั้นค่อนข้างจะลำบากเลยทีเดียว  จำเป็นต้องคลายและขยายแนวเชือกรองเท้าออกให้มากที่สุด 
ก่อนที่จะบรรจงยัดเท้าของตัวเองที่สวมใส่ถุงเท้าฟุตบอลของพูม่าแบบพื้นหนา เข้าไปด้านในตัวรองเท้า  แล้ว
ทำการดึงกระชับแนวร้อยเชือกอีกเล็กน้อย  ก่อนที่จะผูกปมเชือกรองเท้าแบบปกติ  ซึ่งพบว่าปลายเชือกรองเท้า
จะเหลือไม่มากนัก

   
    สิ่งแรกที่จะวิเคราะห์ก็คือพื้นที่หัวรองเท้าซึ่งเหลือน้อยมาก  วัดเฉพาะตรงกลางของหัวรองเท้าพบว่าเหลือ
ประมาณ 0.2 เซนติเมตร เท่านั้น  ในขณะที่บริเวณปลายนิ้วหัวแม่เท้าและปลายนิ้วก้อย นั้นเกือบจะชนพอดีเลย
ก็ว่าได้  ถามว่าเลือกไซด์นี้เหมาะสมไหม ? ผมขอตอบว่าเหมาะสมครับ  ถือได้ว่าพูม่า evoSpeed 1.4 เป็นรองเท้า
ฟุตบอลที่มีความยาวตรงไซด์เป็นอย่างมาก  สำหรับคนไหนที่มีรูปเท้าเรียวยาว  สามารถเลือกไซด์รองเท้ารุ่นนี้
ได้ตามไซด์ของตัวรองเท้าได้เลยครับ 

   
   
    แต่สำหรับคนไหนที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างหรือฝ่าเท้าบาน อาจจะต้องมาวิเคราะห์เรื่องของขนาดตามแนวกว้าง
เพิ่มเติมกันอีกหน่อย  เพราะจากที่ผมได้ลองสวมใส่ไปแล้ว  พบว่าลริเวณด้านข้างนิ้วก้อย(ข้างเท้าด้านนอก) จะถูกบีบ
พอสมควร  ถ้าเป็นคนที่มองหาฟีลลิ่งการสวมใส่แบบฟิตๆ แน่นๆ และกระชับๆ ถือว่าการเลือก evoSpeed 1.4 ตรงไซด์
คือตัวเลือกที่ดีไม่น้อย 

   แต่ถ้าใครชอบฟีลลิ่งด้านกว้างแบบสบายพอสมควรไม่บีบมากนัก  บางทีการเพิ่มไซด์อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า 
ซึ่งถ้าเป็นตัวเลือกนี้ผมอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านไปลองไซด์เองก่อน เพื่อความชัวร์มากที่สุด

   
   สรุปโดยภาพรวม ผมขอแนะนำสำหรับการเลือกไซด์รองเท้าฟุตบอล evoSpeed 1.4 รุ่นนี้  ว่ารองเท้ารุ่นนี้
มีขนาดตามยาวที่ตรงไซด์เป็นอย่างมาก  ดังนั้นท่านใดที่มีลักษณะรูปเท้าเรียวยาว  สามารถเลือกซื้อตรงไซด์
ได้เลย  แต่สำหรับท่านใดที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างและแบนตามปกติคนไทย  ยังพอที่จะสามารถเลือกตรงไซด์
ได้เช่นกัน  แต่จะได้ฟีลลิ่งแน่นๆ บีบๆ พอหอมปากหอมคอ และหากถ้าท่านใดมีลักษณะหน้าเท้ากว้างมากๆ เกิน
ปกติ  คงต้องเพิ่มไซด์ขึ้นไปครึ่งไซด์  ซึ่งจำเป็นต้องลองไซด์ด้วยตัวเอง

   ทั้งนี้ผมขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มไซด์รองเท้าพูม่า evoSpeed 1.4 อีกสักนิด  ผมมีโอกาสได้ไปลองรองเท้ารุ่นนี้
แบบเพิ่มครึ่งไซด์ (28.0 cm) มาแล้ว  พบว่าฟีลลิ่งด้านข้างนั้นสบายเท้าขึ้นเล็กน้อย  แม้จะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับ
ท่านที่มีลักษณะรูปเท้ากว้างและฝ่าเท้าบาน  แต่ปรากฏว่าพื้นที่หัวรองเท้านั้นเหลือว่างมากเกินไป  ดังนั้นการเลือกไซด์
แบบเพิ่มครึ่งไซด์  จำเป็นต้องใช้การลองด้วยตัวท่านเอง  แล้วตัดสินใจเองถึงจะดีที่สุด

   Testing  

   
   เมื่อเราสามารถเลือกไซด์ของรองเท้าฟุตบอลพูม่า evoSpeed 1.4 ที่เหมาะสมกับขนาดเท้าได้แล้ว  ก็ได้เวลา
ไปลงสนามทดสอบการใช้งานตามหัวข้อทดสอบต่างๆ ของ SiamBoots กันเสียที  เพื่อมาพิสูจน์กันให้เห็นไปเลย
ว่ารองเท้าสายสปีดระดับท็อปคลาสที่กำลังมาแรงรุ่นนี้  จะมีจุดเด่นจุดด้อย หรือมีประสิทธิภาพด้านต่างๆ เป็น
อย่างไรบ้าง  ผมจะมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเช่นเคย

   และแน่นอนว่าคู่เปรียบเทียบในตลาดปัจจุบันของ evoSpeed 1.4 นั้น  คงจะหนีไม่พ้นรองเท้าประเภทความเร็ว
จากแบรนด์หลักอย่าง อาดิดาส ซึ่งมี X 15.1 แบบหนังสังเคราะห์ ที่เพิ่งเปิดตัวทำตลาดไปไม่นาน  และไนกี้
Mercurial Vapor X ที่แม้จะเปิดตัวมานานแล้ว  แต่ก็ยังทำตลาดอย่างดุดันและยังเป็นรองเท้ารุ่นยอดฮิตติดอันดับ
อย่างไม่มีใครสามารถฉุดลงมาได้

   ความสบายในการสวมใส่

   
   ด่านแรกที่พูม่า evoSpeed 1.4 จะต้องเผชิญก็คือเรื่องความสบายในการสวมใส่  ซึ่งต้องบอกว่าเป็นหัวข้อ
ที่รองเท้าสายความเร็วหลายรุ่นนั้นไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่  และก็รวมถึงรองเท้าสายความเร็วรุ่นนี้ด้วย

   สัญญาณความไม่สบายเท้าของพูม่า evoSpeed 1.4 นั้นเริ่มปรากฏณ์ขึ้นตั้งแต่ตอนที่สวมใส่รองเท้าแล้ว  เนื่องจาก
ด้านข้างให้ความรู้สึกบีบแน่นพอสมควร  ทั้งข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอก  ครั้งแรกที่ใส่ลงสนามจำเป็นต้อง
กลั้นใจใช้งานไปสักระยะ  ตัวรองเท้าถึงพอจะเริ่มขยายออกให้พอหายอกหายใจได้เล็กน้อย  แต่ไม่ได้ขยายมาก
แต่อย่างใด 

   อย่างไรก็ตาม...ฟีลลิ่งบริเวณหลังเท้านั้นไม่ได้มีแรงกดกระทำบนหลังเท้าสักเท่าไหร่  จัดอยู่ในระดับปานกลาง
ตามประสาของรองเท้าฟุตบอลหนังสังเคราะห์ที่ต้องเน้นความกระชับในการสวมใส่เช่นนี้  หากเปรียบเทียบเรื่องนี้
กับคู่เปรียบเทียบในตลาด  พบว่า evoSpeed 1.4 กับ Mercurial Vapor X นั้นมีลักษณะบับข้างเท้าในระดับเดียวกัน
แตกต่างจาก X 15.1 หนังสังเคราะห์ ที่มีหน้าเท้ากว้างและบีบข้างเท้าน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

   
   ถัดมาที่บริเวณหุ้มส้นและข้อเท้า  พบว่า evoSpeed 1.4 ให้สัมผัสบริเวณหุ้มส้นที่แน่นหนาและแอบอึดอัดเล็กน้อย
ตอนใส่ครั้งแรก จนแอบคิดว่าส้นเท้าน่าจะโดนกัดเอาง่ายๆ  แต่ที่ไหนได้..ส้นเท้าของผมไม่ถูกหุ้มส้นของรองเท้ารุ่นนี้
กัดเลยแม้แต่น้อย  บุหุ้มส้นด้านในมีความนุ่มจนช่วยป้องกันอาการกัดส้นเท้าได้อย่าไรที่ติ  ทำให้พูม่า evoSpeed 1.4
กลายเป็นรองเท้าที่ทั้งกระชับส้นเท้าและไร้อาการกัดส้นที่สมบูรณ์ที่สุดรุ่นนึงเลยก็ว่าได้  เรื่องนี้ผมให้เป็นจุดเด่น
ที่เหนือกว่า Mercurial Vapor X เลยทีเดียว

   มาปิดท้ายกันที่ประสิทธิภาพการระบายความร้อนของตัวรองเท้า  เรื่องนี้พบว่า evoSpeed 1.4 ทำได้ดีในระดับ
ปานกลาง  กล่าวคือวัสดุหนังสังเคราะห์ที่แม้จะมีความบาง  แต่ตัวรองเท้าค่อนข้างกระชับแน่นกับเท้าเป็นอย่างมาก 
ทำให้อากาศสามารถถ่ายเทเพื่อระบายความร้อนได้ในระดับปานกลาง  ตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ
ทั่วๆ ไป

   หากมองภาพรวมเกี่ยวกับความสบายในการสวมใส่ของ พูม่า evoSpeed 1.4 คู่นี้  ต้องบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้อาจจะ
ไม่ถูกใจคนที่ชอบฟีลลิ่งด้านข้างแบบหน้าเท้ากว้าง ใส่สบายๆ อย่างแน่นอน  เพราะตัวรองเท้าบีบพอสมควร 
แต่ที่ผมชอบมากก็คือหุ้มส้นซึ่งแม้จะแน่น  แต่กลับมีความนุ่มและไม่เกิดอาการกัดส้นเท้าเลยแม้แต่น้อย  ส่วนเรื่อง
ประสิทธิภาพการระบายความร้อนของตัวรองเท้านั้น  ไม่ได้มีจุดเด่นหรือจุดด้อยอะไรให้ต้องพูดถึงมากนัก  จึงขอ
ลงคะแนนในหัวข้อนี้เป็น 7 คะแนน เต็ม 10 คะแนน
   
   คะแนน
   - ความสบายในการสวมใส่ 7/10


   การรองรับแรงกระแทก

   
   มาต่อกันที่บททดสอบประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม ของพูม่า evoSpeed 1.4 คู่นี้กันครับ 
จากที่เราได้ Hand On! กันไปแล้วพบว่าแผ่นรองพื้นที่พูม่าออกแบบมาให้นั้น  เป็นแผ่นรองพื้นที่มีความหนาและ
ชั้นโฟมถึง 2 ชั้น  จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยว่าจะช่วยให้การลงน้ำหนักของรองเท้ารุ่นนี้มีความนุ่มนวล
มากน้อยแค่ไหน

   
   แน่นอนว่าปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลโดยตรงก็คือชุดโฟมชิ้นสีเหลืองที่เสริมเอาไว้ตามที่เห็นดังภาพด้านบน  โฟมชิ้นนี้
แม้ว่าจะใช่ชิ้นใหญ่ไม่เต็มฝ่าเท้า  แต่ก็ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับในจุดที่ต้องลงน้ำหนักได้อย่างครบถ้วน  จากการ
ทดสอบพบว่า ชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้มีความนุ่มและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนามได้ดีมาก  โดยเฉพาะเมื่อมอง
เปรียบเทียบกันในหมู่ของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  เรียกได้ว่าแผ่นรองพื้นของพูม่า evoSpeed 1.4 สามารถ
ช่วยผ่อนแรงกระแทกได้นุ่มเท้า  ได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนกันกับแผ่นรองพื้นแบบหนานุ่มของ อาดิดาส X 15.1 เลย
ทีเดียว
  
   ส่วนเรื่องของปุ่ม FG ที่หลายคนมองว่าปุ่มยาว เล็กและมีจำนวนปุ่มไม่เยอะ  อาจจะส่งผลให้รู้สึกถึงอาการปุ่มทิ่ม
ฝ่าเท้า  พบว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาดังกล่าวให้รู้สึกขัดใจ  หรือรู้สึกรบกวนจังหวะการลงน้ำหนักของฝ่าเท้าแต่อย่างใด

   ณ จุดนี้ผมยืนยันได้ว่า พูม่า evoSpeed 1.4 เป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นนึงที่มีชุดแผ่นรองพื้นหนาและนุ่ม ช่วยรองรับ
และผ่อนแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี  แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้าประเภทความเร็วก็ตาม  ถือเป็นรองเท้าที่เป็นมิตร
ต่อผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี  ทั้งนี้ยังรวมถึงการใช้งานในพื้นสนามหญ้าเทียมแทบทุกเกรด
ทุกมาตรฐาน ได้อย่างไม่มีปัญหาแรงกระแทกมาก่อนกวนใจอีกด้วย

   คะแนน
   - การรองรับแรงกระแทก 9/10


   การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม

   
   การที่พูม่าเลือกใช้ปุ่มกลมกับรองเท้าสายสปีดอาจจะเป็นเรื่องแปลกสำหรับใครหลายๆ คน ที่เคยชินกับภาพ
ที่ว่ารองเท้าสายสปีดสมัยนี้จะต้องมาคู่กับปุ่มใบมีดเท่านั้น  ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว
และการยึดเกาะพื้นสนามให้สูงสุด  ดังนั้นการทดสอบในหัวข้อนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ พูม่า evoSpeed 1.4
อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้

   ผมเริ่มทดสอบการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของ evoSpeed 1.4 ด้วยการสปรินซ์ออกตัววิ่งทำความเร็วในทางตรง 
จึงได้พบจุดเด่นสำคัญของชุดพื้นช่วงล่างที่พูม่าเรียกว่า SpeedTrack ซึ่งเป็นส่วนที่หนาและแข็งตรงบริเวณ
กลางฝ่าเท้านั้น  สามารถช่วยทำให้ชุดพื้นเกิดแรงต้านในจังหวะที่ชุดพื้นงอ  จนเปลี่ยนเป็นแรงดีดกลับในจังหวะ
ต่อเนื่อง  ทำให้ผู้สวมใส่สามารถสปรินซ์ออกตัวในทางตรงได้อย่างรวดเร็วจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน

   ประเด็นนี้ผมกล้าฟันธงว่าชุดพื้นของ evoSpeed 1.4 ทำได้ดีกว่าทั้ง X 15.1 และ Mercurial Vapor X อย่าง
แน่นอน  ถือเป็นจุดเด่นแรกที่น่าจะตอบโทย์ผู้เล่นที่ต้องการเป็นจรวดทางเรียบทางตรงได้เป็นอย่างดี

   
   ประเด็นต่อมาที่ต้องพูดถึงก็คือประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามของชุดปุ่ม FG แบบกลม  จากการใช้งาน
พบว่าปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ไม่ถึงกับล็อคพื้นสนามได้แน่นเหมือนกับปุ่มใบมีดของ Mercurial Vapor X  ลอง
วางเท้าลงที่พื้นสนามแล้วลองบิดขยับข้อเท้าซ้ายขวา  ยังรู้สึกได้ว่าเท้าสามารถหมุนหรือขยับได้บ้างเล็กน้อย 
ซึ่งถ้ามองในแง่ดีก็คือปุ่มจะช่วยเพิ่มอิสระในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นกว่าปุ่มใบมีดที่ล็อคกับ
พื้นสนามแบบสุดๆ  แต่ปุ่มสามารถจิกลงพื้นสนามได้ดีมาก  เนื่องจากปุ่มมีพื้นที่หน้าตัดเล็ก ปุ่มยาว และวางตัว
ห่างกันพอสมควร 

   ดังนั้นบุคลิกของ พูม่า evoSpeed 1.4 ในด้านการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  จะเหมาะต่อผู้เล่นต้องการเน้น
ประสิทธิภาพการสปรินซ์ออกตัวด้วยความเร็วในทางตรง  ปุ่มรองเท้าสามารถจิกพื้นสนามได้ดี ลึก และมั่นคง 
สามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้ค่อนข้างจะแม่นยำและมั่นใจ  ตามคุณสมบัติที่รอเท้าด้านความเร็วควรจะมี 
สิ่งที่แตกต่างออกไปคือฟีลลิ่งของชุดพื้นจะไม่ล็อคกับพื้นสนามเฉกเช่นปุ่มใบมีด  แต่จะถูกแทนที่ด้วยความสมูท
ในการหมุนตัวได้มากขึ้นเล็กน้อย  ซึ่งเอื้อต่ออิสระในการเคลื่อนที่ที่รอบตัวมากขึ้น  นั่นเอง
 
   คะแนนโดยภาพรวมผมจึงขอลงให้ในระดับ 10 เต็ม 10 คะแนน  ถ้าวิเคราะห์กับคู่เปรียบเทียบกันแบบตรงๆ แล้ว  ถือว่าทำได้ดีกว่า อาดิดาส X 15.1 แต่ยังเป็นรอง ไนกี้ Mercurial Vapor X อยู่เล็กน้อย  ตามรายละเอียดที่ผม
ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

   คะแนน
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 10/10


   ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน

   
   ในระหว่างที่ผมทดสอบการใช้งาน พูม่า evoSpeed 1.4 อย่างต่อเนื่อง  ก็ยังได้สัมผัสถึงฟีลลิ่ง ความกระชับ
และความมั่นใจเมื่อใช้งาน
ของรองเท้าสายความเร็วตราเสือกระโดดรุ่นนี้ไปด้วย  พบว่าส่วนที่ส่งผลต่อความ
กระชับมากที่สุด  ซึ่งทำให้ผมเกิดความประทับใจเป็นอย่างมาก  ก็คือฟีลลิ่งบริเวณหุ้มส้นและข้อเท้า  เนื่องจาก
สามารถโอบกระชับกับข้อเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม  หน้าสัมผัสของหุ้มส้นนั้นยึดเกาะกับข้อเท้าได้แน่นสนิทดีมาก
ไม่มีขยับเลื่อนให้รู้สึกเสียความมั่นใจเหมือนกับหุ้มส้นของ X 15.1 แบบหนังสังเคราะห์   แม้ว่าหุ้มส้นของรองเท้า
รุ่นนี้จะไม่มีส่วนที่เรียกว่าหุ้มข้อก็ตาม 

   
   ส่วนฟีลลิ่งความกระชับของตัวรองเท้า  ตามที่ได้เกริ่นไปตอนแนะนำการเลือกไซด์รองเท้าแล้วว่า  ตัวรองเท้า
ค่อนข้างะบีบกระชับบริเวณด้านข้างพอสมควร  ฟีลลิ่งความกระชับจะคล้ายๆ กับไนกี้ Mercurial Vapor X ไม่น้อย 
สำหรับพื้นที่หัวรองเท้าที่เรียกได้ว่าเหลือพอดีนิดหน่อย  ก็ถือเป็นอีกหนึ่งข้อดีสำหรับการสวมใส่ใช้งานได้อย่างมั่นใจ
ว่าเท้าจะไม่ลื่นไถลไปด้านหน้าอย่างแน่นอน  แม้ว่าพื้นผิวหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นจะเป็นแบบหน้าผ้าไนล่อนลื่นๆ
ก็ตาม  ประเด็นนี้ถือว่าใกล้เคียงกับไนกี้ Mercurial Vapor X เลยก็ว่าได้

   ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจโดยภาพรวมเมื่อใช้งานเจ้า พูม่า evoSpeed 1.4 คู่นี้   ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
สมกับการเป็นรองเท้าฟุตบอลด้านความเร็วระดับท็อป  ตัวเลขคะแนนผมขอลงไว้ให้ที่ระดับ 9 เต็ม 10 คะแนน เท่ากัน
กับทั้ง X 15.1 หนังสังเคราะห์ และ Mercurial Vapor X คู่ปรับรายสำคัญ  แต่ถ้ามองในรายละเอียดเชิงลึก 
ผมชอบฟีลลิ่งความกระชับบริเวณหุ้มส้นด้านในของ evoSpeed 1.4 มากที่สุดในพวกแล้ว 
 
   คะแนน
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 9/10

   การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล

  
   ผมมีโอกาสได้ใช้งาน evoSpeed 1.4 ตามสไตล์การเล่นแบบกองกลาง ที่เน้นการจับบอลและส่งบอลให้เพื่อน
ร่วมทีมมากพอสมควร  ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นที่ผมถนัด  เพื่อทดสอบกันว่ารองเท้าสายความเร็วรุ่นนี้จะมีประสิทธิภาพ
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ทำได้ดีเหมือนกับคู่ปรับในตลาดหรือไม่  ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

   สัมผัสแรกที่รู้สึกได้ก็คือฟีลลิ่งการจับบอลของหนังสังเคราะห์ที่ให้ความรู้สึกทั้งบางติดเท้ามากกว่า Mercurial
Vapor X
และนิ่มกว่าหนังสังเคราะห์ของ X 15.1 แบบหนังสังเคราะห์ เล็กน้อย  ฟีลลิ่งหน้าสัมผัสบอลจัดว่า
เป็นธรรมชาติเหมือนใช้เท้าเปล่า  การจับบอลแรกจึงได้ฟีลลิ่งแบบดิบๆ รู้สึกได้ทันที  แต่ถ้าต้องการจับบอลลง
ในแนวดิ่งแบบอยู่เท้า  จำเป็นต้องอาศัยทักษะการผ่อนแรงส่วนตัวพอสมควร  ตามประสารองเท้าหนังสังเคราะห์
บางๆ เช่นนี้  และฟีลลิ่งการสัมผัสบอลจะไม่บางเรียบสม่ำเสมอทั้งหน้าสัมผัสเหมือนกับคู่เปรียบเทียบในตลาด
ทั้งสอง 

   
   นอกจากนั้นยังพบว่าหน้าสัมผัสบอลของ evoSpeed 1.4 ดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ในระดับปานกลาง 
ไม่ถึงกับเหนียวหนึบเหมือนกับหนังสังเคราะห์ของ Mercurial Vapor X แต่ก็แอบดีกว่า X 15.1 หนังสังเคราะห์
เล็กน้อย  ทั้งการลงเล่นสภาวะที่แห้งและเปียกน้ำด้วย  ดังนั้นในการจับบอลแรกในแนวราบที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว
จำเป็นต้องพิถีพิถันในการควบคุมให้ดี  มิฉะนั้นจะแฉลบหลุดออกการควบคุมเอาง่ายๆ  ประเด็นนี้ต้องยอมรับ
ตามตรงว่าสู้ไนกี้ Mercurial Vapor X ไม่ได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง  แต่ก็ทำได้ดีกว่า X 15.1 หนังสังเคราะห์
พอประมาณ

   
   แต่การจับบอลแรกและการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  กลับเป็นจุดที่พูม่า evoSpeed 1.4 ทำได้ดีที่สุด
ในกลุ่ม  สิ่งที่ผมสัมผัสได้ก็คือสัมผัสที่ทั้งบางติดเท้ากำลังดี และนุ่มข้างเท้าด้านในพอประมาณ ไปพร้อมๆ กัน 
ทำให้การจับบอลแรกด้วยข้างเท้าด้านในนั้นค่อนข้างจะเป็นธรรมชาติ  ลงตัวและควบคุมง่าย 

   
   การแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในก็พบว่ารองเท้ารุ่นนี้ทำได้ดีในระดับที่น่าประทับใจ  พื้นที่ข้างเท้าด้านใน
เปิดกว้างและเข้าปะทะกับความกลมของลูกฟุตบอลได้ดี  เป็นผลให้การแปส่งบอลทำได้อย่างเต็มเท้า แน่น
และควบคุมทิศทางได้ง่าย  เพียงแต่น้ำหนักการแปบอลนั้นจำเป็นต้องเน้นการออกแรงแปบอลหรือการกระแทก
บอลมาช่วย  เนื่องจากวัสดุหนังสังเคราะห์ของข้างเท้าด้านในบางและตัวรองเท้าก็มีน้ำหนักเบาพอประมาณ

   การทดสอบหัวข้อแรกที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกับลูกฟุตบอลนั้น  ถือได้ว่า พูม่า evoSpeed 1.4 มีคุณสมบัติที่ดี
ตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้  สรุปโดยภาพรวมแล้วต้องบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้จะตอบโจทย์คนที่
ต้องการฟีลลิ่งสัมผัสและควบคุมบอลที่เบาบาง และยังแอบมีความนุ่มของวัสดุมาเพิ่มเติมเล็กน้อย  หน้าสัมผัส
ของตัวรองเท้ายังไม่มีจุดเด่นในการช่วยดึงดูดบอล  ผู้สวมใส่ควรต้องมีทักษะการผ่อนแรกและการควบคุม
จับบอลแรกพอตัว  แต่ที่ตอบโจทย์ได้มากที่สุดก็คือการจับบอลแรกและการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน 
ที่ทำได้อย่างลงตัวและใช้งานได้ง่ายที่สุดในกลุ่ม

   คะแนน
   - การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล 8/10


    การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า
   
   
   ประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของเจ้าเสือแห่งความเร็ว พูม่า evoSpeed 1.4 ถือเป็นคุณสมบัติเด่น
ของรองเท้ารุ่นนี้สมกับที่เป็นรองเท้าด้านความเร็ว  จากการทดสอบในหัวข้อนี้พบว่ารองเท้ารุ่นนี้ให้ฟีลลิ่งและ
การควบคุมเลี้ยงบอลได้อย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยทีเดียว

   ฟีลลิ่งที่สัมผัสได้จากการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วยรองเท้ารุ่นนี้  พบว่าผิวหน้าสัมผัสของตัวรองเท้าให้ฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลที่ทั้งบางติดเท้า และมีสัมผัสที่นิ่มเท้ามากกว่ารองเท้าคู่แข่ง  โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับอาดิดาส
X 15.1 แบบหนังสังเคราะห์ จะรู้สึกถึงความแตกต่าง   การแตะบอลไปด้านหน้าแต่ละทีถือได้ว่าเป็นธรรมชาติ
การควบคุมน้ำหนักบอลนั้น  ใช้ฟีลลิ่งเหมือนใช้เท้าเปล่าได้มากที่สุดในบรรดารองเท้าสายสปีดคู่เปรียบเทียบ
   
   
   นอกจากนั้นยังพบว่าพื้นผิวหน้าสัมผัสหนังสังเคราะห์ของ evoSpeed 1.4 ที่มีลักษณะเป็น 3 มิติ ใช้งานได้จริง
สามารถช่วยสร้างแรงเสียดทาน หน้าสัมผัสมีความหนึบและควบคุมการเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอลได้ดีไม่แพ้
หน้าสัมผัสของ ไนกี้ Mercurial Vapor X เลยแม้แต่น้อย  อาจจะด้อยกว่าบ้างในตอนที่หน้าสัมผัสเปียกน้ำ  แต่
ถ้าสภาวะที่ผิวสัมผัสแห้งสนิท  เมื่อรวมกับชั้นหนังสังเคราะห์ที่บางและนิ่ม  จะทำให้พูม่า evoSpeed 1.4 เป็นรองเท้า
ที่เปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้อย่างฉับไวรวดเร็วและแม่นยำ ยิ่งกว่า Mercurial Vapor X เสียอีก

   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น..ต้องยอมรับว่าพื้นที่สัมผัสบอล และหน้าเท้า ที่จะใช้เพื่อการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของเจ้าพูม่า
evoSpeed 1.4 คู่นี้  ส่วนใหญ่จะเน้นที่บริเวณหัวรองเท้าด้านในเป็นหลัก  พื้นที่การสัมผัสบอลทางฝั่งข้างเท้าด้านนอก
จะมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่สอดรับกับความกลมของลูกฟุตบอลได้น้อยกว่าทั้ง X 15.1 และ Mercurial Vapor X  จึงอาจ
ส่งผลให้การสัมผัสบอลบริเวณข้างเท้าด้านนอกนั้นยังรู้สึกได้ไม่เนียนเต็มสัมผัสมากนัก

   
   ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่พูม่าทำให้ evoSpeed 1.4 มีประสิทธิภาพในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้สมกับการเป็น
รองเท้าด้านความเร็ว  ซึ่งเมื่อสรุปโดยภาพรวมแล้วจะพบว่ารองเท้ารุ่นนี้ให้ฟีลลิ่งในการสัมผัสและเลี้ยงพาบอล
ไปกับเท้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ  แถมยังมีหน้าสัมผัสหนังที่นิ่มและนุ่มกว่าคู่แข๋งเล็กน้อย  ในขณะที่ผิวสัมผัสนั้น
ยังสามารถควบคุมและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีกว่าทาง อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ อย่างชัดเจน
และทำได้ดีไม่แพ้หนังสังเคราะห์ของไนกี้ Mercurial Vapor X  ซึ่งผมถือว่าเป็นหนังสังเคราะห์ที่ดึงดูดและควบคุม
ลูกฟุตบอลได้เวลาที่ต้องเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้ดีที่สุดในกลุ่มเลยทีเดียว

   บุคลิกในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของพูม่า evoSpeed 1.4 จึงเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ตอบโจทย์รูปแบบการ
เลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้อย่างหลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงพาบอลด้วยความเร็ว การเปลี่ยนทิศทางการ
เลี้ยงบอลที่รวดเร็วและแม่นยำ  หรือจะเน้นการแตะบอลไปเรื่อยๆ แบบนุ่มนวม เชื่องเท้าและเป็นธรรมชาติ
ทั้งหมดนี้มีรวมอยู่ในรองเท้ารุ่นนี้ในแบบที่พอๆ ดี ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป

   คะแนน
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 9/10


   ความสามารถในการยิงประตู

   
   มาถึงการทดสอบการจบสกอร์ในหัวข้อความสามารถในการยิงประตูของพูม่า evoSpeed 1.4 ซึ่งแม้จะเป็น
รองเท้าประเภทความเร็ว  แต่จากชื่อของพรีเซนเตอร์ที่ปรากฏออกมานั้น จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นดาวยิงตัวฉกาจ
ทั้งนั้นเลยก็ว่าได้  จึงน่าสนใจไม่น้อยว่าตัวรองเท้าจะให้ฟีลลิ่งหรือประสิทธิภาพการยิงประตูได้ดีแค่ไหน

   เริ่มจากจังหวะการวางเท้าหลักเพื่อปักฐานก่อนยิงเต็มแรง  พบว่าปุ่มกลมของรองเท้ารุ่นนี้แอบยาวไปเล็กน้อย
การวางเท้าจะรู้สึกลอยมากกว่าทั้ง X 15.1 และ Mercurial Vapor X อยู่หน่อยๆ  แต่ข้อดีคือปุ่มสามารถจิกพื้นสนาม
ได้ลึกและมั่นคงเป็นอย่างมาก  ยิ่งเมื่อประสานกับแรงกดจากน้ำหนักตัว  จะพบว่าชุดปุ่มสามารถเกาะพื้นสนามได้
อย่างไม่มีอาการลื่นไถลเลยแม้แต่น้อย  แม้ตอนที่พื้นสนามเปียกน้ำก็ตาม

   ต่อเนื่องมายังจังหวะการถ่ายแรงเหวี่ยง  พบว่าชุดพื้นช่วงกลางที่เรียกว่า Speedtrack นั้น  ยังมีบทบาทสำคัญ
ที่ช่วยสร้างแรงสปริงให้กับฝ่าเท้าของเท้าหลัก  เสมือนเป็นไม้กระดกที่ช่วยเสริมให้การเอี้ยงตัวและส่งแรงเหวี่ยง
ของเท้าอีกข้างนึงทำได้อย่างดุดันและรุนแรงกว่าเพื่อนร่วมคลาสทั้งสอง  แม้ว่าน้ำหนักตัวรองเท้าจะไม่หนักมากนัก
แต่การทดแทนด้วยการส่งแรงเหวี่ยงจากเท้าหลักที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้  ก็พอจะช่วยให้การยิงทำได้อย่างเต็มแรง
ลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากเท้าพอที่จะมีพละกำลังพุ่งไปยังเป้าหมายได้อย่างเต็มเหนี่ยว

   
   ในวินาทีที่หน้าสัมผัสปะทะกับลูกฟุตบอล  พบว่าฟีลลิ่งของการยิงประตูนั้นเป็นฟีลลิ่งที่บางเหมือนใช้เท้าเปล่า
มากๆ  แรงปะทะและความแข็งของลูกฟุตบอลนั้นถูกส่งให้รู้สึกมาถึงหน้าเท้าอย่างเต็มที่  แต่ฟีลลิ่งการยิงประตู
จะไม่หนักแน่นหรือเต็มแรงเท่ากับ ไนกี้ Mercurial Vapor X  ดังนั้นพูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์
รุ่นนี้จะไม่ตอบโจทย์ผู้เล่นอยากได้ฟีลลิ่งการยิงลูกฟุตบอลแบบเต็มเท้าสักเท่าไหร่นัก

   ส่วนเรื่องการควบคุมทิศทางหรือการปั่นไซร์โค้ง  พบว่าหน้าสัมผัสของตัวรองเท้าพอที่จะสร้างแรงเสียดทาน
และดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้บ้างตามสมควร  ลักษณะของพื้นผิวที่นูนขึ้นมาเป็น 3 มิติแบบร่ายแห  พอจะ
ช่วยสร้างแรงเฉือนในการปั่นไซร้โค้งให้กับลูกฟุตบอลได้จริง  โดยเฉพาะการปั่นไซร้ด้วยพื้นผิวสัมผัสตรงคำว่า
PUMA ซึ่งมีการเคลือบผิวเอาไว้  หากเปรียบเทียบจะอยู่ในระดับตรงกลาง คือดีกว่า X 15.1 แบบหนังสังเคราะห์  
แต่ยังเป็นรอง Mercurial Vapor X อยู่บ้างพอประมาณ  เรียกได้ว่าการควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้งของ
พูม่า evoSpeed 1.4 รุ่นนี้  ก็พอมีดีมาให้เรียกใช้งานบ้างเมื่อจำเป็น

   สำหรับการยิงในทิศทางตรงหน้า หรือการยิงแบบเปิดหน้าเท้าตรงๆ  พบว่าหน้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้
ช่วยให้การควบคุมทิศทางทำได้ง่าย  ใช้งานง่าย  เนื่องจากหน้าสัมผัสของตัวรองเท้าบริเวณข้างเท้าด้านใน
และบริเวณหัวรองเท้านั้นค่อนข้างที่จะเปิดกว้าง

   สรุปโดยภาพรวมในหัวข้อการทดสอบการยิงประตูด้วย พูม่า evoSpeed 1.4 แล้ว  ถือได้ว่ารองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้  มีจุดเด่นที่ฟีลลิ่งการยิงแบบบางๆ เหมือนใช้เท้าเปล่า  แต่ฟีลลิ่งของหน้าสัมผัสยังไม่หนักหน่วงมากนัก
ทั้งยังรู้สึกถึงแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาค่อนข้างเยอะ  ปุ่มรองเท้ายึดเกาะพื้นสนามและส่งแรงเหวี่ยงได้
อย่างยอดเยี่ยม  หน้าสัมผัสพอจะดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้บ้างหากต้องการปั่นไซร้โค้ง  ตัวเลขคะแนน
ผมขอลงไว้ให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน  น่าจะเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลแล้ว

   คะแนน
   - ความสามารถในการยิงประตู 8/10


   การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่

   หัวข้อทดสอบสุดท้ายของการรีวิวพูม่า evoSpeed 1.4 นั้นคือการป้องกันเท้าให้กับผุ้สวมใส่  จากการใช้งาน
มีมีจังหวะที่โดยคุณแข่งเปิดปุ่มเหยียบเข้าใส่บริเวณหลังเท้าค่อนไปทางหัวรองเท้าอยู่ครั้งนึง  ปรากฏว่า "เจ็บ"
เต็มๆ เลยทีเดียว  หน้าผ้าและวัสดุหนังสังเคราะห์ของตัวรองเท้ารุ่นนี้ค่อนข้างบาง  และไม่ช่วยผ่อนแรงปะทะ
ได้ดีสักเท่าไหร่  จะเรียกว่าเป็นไปตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลหนังสังเคราะห์บางๆ แบบนี้ ก็คงจะไม่ผิดนัก

   แต่จุดที่ผมประทับใจและถือว่า evoSpeed 1.4 ทำได้ดีพอสมควร  ก็คือการป้องกันบริเวณหุ้มส้นและเอ็นร้อยหวาย
พบว่าเพราะป้องกันส้นเท้าแบบภายนอกสามารถช่วยล็อคกระชับกับร่องเอ็นร้อยหวาย ช่วยลดโอกาสข้อเท้าพลิก
ได้ดี  ในขณะที่ความนุ่มของบุส้นด้านในก็มีมากพอที่จะช่วยลดแรงปะทะในกรณีที่โดนเข้าปะทะจากด้านหลัง
ได้อย่างน่าประทับใจ

   คะแนน
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 7/10

   Conclusion  

   
   เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับประสิทธิภาพการใช้งานจริง  ตามการทดสอบในหัวข้อการทดสอบต่างๆ ของ พูม่า
evoSpeed 1.4 ที่เพิ่งจบไป  บทวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดน่าจะสามารถยืนยันได้ดีว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ ก็มีดีไม่แพ้
บรรดาคู่แข่งในตลาดเลยแม้แต่น้อย  และยังมีบางจุดเด่นที่ทำได้ดีกว่าเสียด้วยซ้ำ  แยกย่อยกันออกไปตามหัวข้อ
ของการทดสอบ

   โดยในส่วนสุดท้ายนี้ผมจะขอสรุปถึงประสิทธิภาพ จุดเด่นและจุดด้อย รวมถึงคุณสมบัติและบุคลิกการใช้งานของ
พูม่า evoSpeed 1.4 อีกครั้งนึง  เพื่อให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้จับใจความและเห็นภาพง่ายยิ่งขึ้น  ก่อนที่จะเปรียบเทียบ
กับรองเท้าคู่แข่งทั้ง อาดิดาส X 15.1 แบบหนังสังเคราะห์ และ ไนกี้ Mercurial Vapor X ว่ารองเท้าทั้ง 2 รุ่น
มีดีหรือมีด้อยกว่าตรงไหนอย่างไรบ้าง  ก่อนที่ช่วงท้ายสุดผมจะขอออกความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับภาพลักษณ์
ความคุ้มค่าและความน่าใช้งาน  เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านได้ใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรองเท้า
ฟุตบอล evoSpeed 1.4 จากพูม่ารุ่นนี้

   พูม่า evoSpeed 1.4 หนังสังเคราะห์

   
   จากการทดสอบการใช้งานพูม่า evoSpeed 1.4 หนังสังเคราะห์ ผมยอมรับว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มีดีในแบบ
ที่แตกต่างออกไปจากรองเท้าสายสปีดคู่แข่งรุ่นอื่นๆ  รองเท้ารุ่นนี้มีคุณสมบัติในด้านการเคลื่อนที่และความเร็ว
ที่ไม่เด่นที่สุดและก็ไม่ด้อยที่สุดเช่นกัน  แต่ถูกแทนที่ด้วยคุณสมบัติด้านอื่นๆ มาเสริม  จนทำให้รองเท้ารุ่นนี้เป็น
รองเท้าฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมค่อนข้างที่จะสมดุลพอสมควร

   ในแง่ของความเร็ว  รองเท้าฟุตบอล พูม่า evoSpeed 1.4 รุ่นนี้  มีประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่และยึดเกาะสนาม
ที่ดี  ปุ่มรองเท้ากลมอาจจะยาวไปบ้าง  แต่กระจายแรงและยึดเกาะพื้นสนามได้อย่างสมบูรณ์  ปุ่มแบบกลมพอจะ
ช่วยเพิ่มอิสระในการหมุนตัวหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ให้รอบตัวมากขึ้น เล็กน้อย  เมื่อเปรียบเทียบกับปุ่ม
แบบใบมีด  แต่จุดเด่นที่สร้างความประทับใจให้ผมเต็มๆ ก็คือโครงสร้างของชุดพื้นช่วงกลาง  ที่สามารถช่วยส่ง
แรงสปริงและแรงดีดได้อย่างดุดันและรุนแรง  ช่วยให้การสปรินซ์ออกตัวในทางตรงมีความเร็วมากขึ้นจนรู้สึกได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมมองว่ารองเท้ารุ่นนี้ยังถือว่ามีคุณสมบัติด้านสปีดอย่างเต็มเปี่ยม

   นอกจากนั้น..รองเท้ารุ่นนี้ยังมีชุดแผ่นรองพื้นที่มีความหนาและนุ่ม  ช่วยให้การลงน้ำหนักตัวและการรองรับ
แรงกระแทกจากพื้นสนามถูกผ่อนลงไป  ถือเป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์กับผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องการลงน้ำหนักตัว
อย่างแท้จริง  เพียงแต่ evoSpeed 1.4 คู่นี้ อาจจะไม่ใช่รองเท้าที่ให้การสวมใส่ที่สบายมากนัก  ตัวรองเท้าบีบ
พอสมควร  แต่แลกมาด้วยความกระชับที่ดี  ทั้งนี้ยังพบจุดที่น่าประทับใจก็คือส่วนหุ้มส้นที่มีทั้งความแน่นกระชับ
สร้างความมั่นใจ  และความนุ่มของวัสดุบุหุ้มส้น  รวมถึงผิวหน้าสัมผัสหุ้มส้นที่เหนียวหนึบ  ให้ทั้งความกระชับ
และไม่กัดส้นเท้าแม้แต่น้อย

   ส่วนฟีลลิ่งการจับสัมผัสบอล  พบว่าหน้าสัมผัสหนังสังเคราะห์ของรองเท้ารุ่นนี้มีลักษณะบาง(มาก)  จึงให้ฟีลลิ่ง
แบบติดเท้า รู้สึกเหมือนใช้เท้าเปล่า  เพียงแต่ลักษณะของหนังนั้นเป็นหนังสังเคราะห์ที่ค่อนข้างนิ่ม  ประกอบกับ
มีส่วนที่เป็นร่างแห 3 มิติ นูนขึ้นมา  จึงพอจะให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นิ่มเท้า เพิ่มเติมเสริมเข้ามาอีกเล็กน้อย

   และยังพบว่า หน้าสัมผัสของ พุม่า evoSpeed 1.4 มีดีพอที่จะสร้างแรงเสียดทาน และดึงดูดกับผิวของลูกบอล
ได้ดีพอสมควร  แม้จะไม่เด่นมากนัก  แต่ก็ถือว่ามีมาให้เมื่อต้องการเรียกใช้งาน  โดยเฉพาะการยิงหรือการสัมผัส
บอล  ด้วยบริเวณข้างเท้าด้านในที่มีคำว่า PUMA เป็นบริเวณสัมผัสบอล

   ในเรื่องของการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  ต้องบอกว่าวัสดุหนังสังเคราะห์ของ evoSpeed 1.4 ให้ฟีลลิ่งการ
สัมผัสบอลที่บางและนิ่มกว่าคู่แข่งทั้งหลาย  ในการควบน้ำหนักในการแตะเลี้ยงบอลทำได้ง่ายและเชื่องเท้า
หน้าสัมผัสควบคุมและเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอลได้ดี รวดเร็วและค่อนข้างแม่นยำ ในระดับที่น่าพอใจ

   อย่างไรก็ตาม..พูม่า evoSpeed 1.4 รุ่นนี้  ยังคงมีจุดด้อยที่ปรากฏออกมาให้พบเจอ  หลักๆ เลย ก็คือเรื่อง
ความสบายในการสวมใส่ที่อยู่ในระดับปานกลาง  เนื่องจากตัวรองเท้าบีบเท้าและบริเวณข้างนิ้วก้อย  รวมถึง
การปกป้องบริเวณหน้าเท้าและหลังเท้าทั้งการถูกเข้าปะทะ และการยิงลูกฟุตบอลแบบเต็มแรงที่รู้สึกถึงแรง
ปะทะซึ่งสะท้อนมาที่เท้าของเราเต็มๆ  

   คะแนนรวมของประสิทธิภาพตัวรองเท้า evoSpeed 1.4 ในแง่คุณสมบัติที่รองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว
ควรจะมี  ผมขอลงให้ไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน  บางท่านอาจจะมองว่ามากไปหน่อย  แต่ผมจับประเด็นสำคัญ
ที่ถือเป็นจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้  ได้แก่  ชุดพื้นช่วงล่างที่แข็งและส่งแรงสปรินซ์ได้ดีเหลือเกิน  และปุ่มกลม
ที่ยึดเกาะพื้นสนามได้ดี  รวมกับความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งานที่ยอดเยี่ยม  และฟีลลิ่งการสัมผัสเลี้ยง
พาบอล ที่บางติดเท้า รวดเร็วฉับไว้  นี่เองคือสิ่งที่ผมให้น้ำหนักกับของรองเท้าฟุตบอลสีแดงลาวารุ่นนี้

   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภทความเร็ว 9/10

   แล้วถ้าเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นทีเกี่ยวข้องล่ะ !?

   
   อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์  อาวุธด้านความเร็วที่ถือว่าใหม่สดไม่แพ้กันนั้น  มีจุดเด่นในเรื่องของ
ความสบายในการสวมใส่ที่มีมากกว่า  แต่ขาดในเรื่องของความกระชับบริเวณส้นเท้าที่หลายคนบ่นว่าส้นเท้าลื่น
ทั้งๆ ที่มีหุ้มข้อก็ตาม  อย่างไรก็ตาม..รองเท้าตัวรุกจากอาดิดาส ทำได้ดีในเรื่องของชุดปุ่มที่ยึดเกาะพื้นสนาม
ปุ่มไม่สั้น ไม่ยาวจนเกินไป  และตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการการเคลื่อนที่แบบจิกพื้นสนามและเปลี่ยนทิศทางได้
อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่เน้นการเคลื่อนที่เป็นหลัก

   อีกหนึ่งจุดเด่นที่ อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์  ทำได้ดีไม่ต่างกับพูม่า evoSpeed 1.4 ก็คือเรื่องของ
แผ่นรองพื้นที่หนา  จึงให้ความนุ่มในการลงน้ำหนักตัว และช่วยลดแรงกระแทกจากพื้นสนามได้ดี  ถือเป็น
รองเท้าฟุตบอลสายสปีดที่ตอบโจทย์ผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องการลงน้ำหนักตัว

   ในเรื่องของการสัมผัสและเล่นกับลูกฟุตบอล หนังสังเคราะห์ของอาดิดาส X 15.1 มีลักษณะเรียบและแข็งกว่า
จึงให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่ไม่นุ่มมากนัก  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลยังไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับทางพูม่า  เพียงแต่
พื้นที่สัมผัสบอลของตัวรองเท้าค่อนข้างที่จะเรียบ เปิดกว้างและเข้าถึงได้ง่าย  เน้นการจับบอลหรือการออกบอล
ในทิศทางตรง  เนื่องจากผิวสัมผัสไม่ค่อยดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลมากนัก  จึงยังมีจุดด้อยในเรื่องการปั่นไซร้โค้ง
และการควบคุมทิศทางให้ต้องพูดถึงอยู่บ้าง

   
   ไนกี้ Mercurial Vapor X คือรองเท้าฟุตบอลที่ออกแบบมาเพื่อคำว่า "สปีด" โดยแท้จริง  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้
มีจุดเด่นได้ด้านการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว  ชุดพื้นและปุ่มที่มีประสิทธิภาพในการจิกพื้นสนาม  ช่วยให้ทุกการเคลื่อนที่
มีความรวดเร็วและแม่นยำมากที่สุดในบรรดาคู่แข่งทั้งหมด  ในขณะที่น้ำหนักตัวรองเท้าที่เบาพอที่จะช่วยให้ผู้เล่น
วิ่งเป็นจรวดได้ไม่ยาก

   นอกจากการเคลื่อนที่แล้ว  วัสดุหนังสังเคราะห์ของไนกี้ Mercurial Vapor X ยังมีประสิทธิภาพในการสร้าง
แรงเสียดทานและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีที่สุด  ตอบโจทย์การควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้งได้ทุก
สภาวะแวดล้อม  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลให้อารมณ์บางๆ เหมือนใช้เท้าเปล่า  แต่แอบหนากว่า พูม่า evoSpeed 1.4
เล็กน้อย  สเต็ปการวางเท้าหลักและการส่งแรงเหวี่ยงทำได้ดี มั่นคง  ในขณะที่การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าก็เป็น
จุดเด่นที่ยากจะหาใครเทียบเคียบ  ทั้งในเรื่องของฟีลลิ่ง บาง ติดเท้า และการควบคุมหรือการเปลี่ยนทิศทางบอล
ที่รวดเร็ว แม่นยำ และใช้ทุกส่วนในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนๆ กัน

   อย่างไรก็ตาม  ไนกี้ Mercurial Vapor X ถูกจำกัดด้วยรูปทรงตัวรองเท้าที่เรียวยาว  จึงเป็นรองเท้าที่ไม่ถูกโฉลก
กับคนที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้าง ฝ่าเท้าแบนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ความสบายในการสวมใส่จึงน้อยที่สุดในกลุ่ม
ทั้งนี้ยังรวมถึงเรื่องของแผ่นรองพื้น และประสิทธิภาพในด้านการลงน้ำหนักตัวและการลดแรงกระแทกจากพื้นสนาม
ที่ด้อยที่สุดแล้วในกลุ่ม

   

   ความคุ้มค่าราคาและภาพลักษณ์

   มาปิดท้ายกันที่การวิเคราะห์วิจารณ์ความคุ้มค่าและความน่าใช้งานของ พูม่า evoSpeed 1.4 คู่นี้  ที่มีราคา
ค่าตัว 6,999 บาท  ซึ่งถือเป็นราคารองเท้าฟุตอลระดับท็อปคลาสที่ถูกที่สุดในตอนนี้ไปแล้ว  เมื่อเปรียบเทียบ
ในหมวดหมู่ของรองเท้าแบรนด์ชั้นนำด้วยกัน  แม้ว่าพูม่ายังคงไม่ให้ของแถมใดๆ มาให้  แต่ด้วยราคารองเท้า
ที่ถูกกว่าบรรดาคู่แข่ง  จึงถือเป็นเหตุเป็นผลที่หลายคนยอมรับได้  ซึ่งผมก็เชื่อว่ามีไม่น้อยคนที่ไม่ได้อยากได้
ถุงใส่รองเท้าอยู่แล้ว  ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ในแง่ของราคาค่าตัวที่ประหยัดลงไป  เมื่อเทียบกับยี่ห้อคู่แข่ง
ทั้งไนกี้และอาดิดาสได้โดยตรง

   แต่หากมองในแง่ภาพลักษณ์ในวงการฟุตบอลของ พูม่า evoSpeed 1.4 ณ ปัจจุบันแล้ว  โดยส่วนตัวของผม
นั้นยอมรับว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นต้นๆ ที่มีภาพลักษณ์ดีมากในทุกด้าน  ไม่ว่าจะเป็นด้านของการโปรโมท
ที่พูม่าออกแคมเปญและปล่อยภาพโปรโมทจนเสริมภาพลักษณ์ให้ตัวรองเท้าดูโดดเด่นและเป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่อง 
และการออกสีใหม่ๆ ที่ค่อยๆ ทยอยออกมาเรื่อยๆ  ไม่เร่งรีบ  ทำให้ไม่ตกรุ่น/ตกสีเร็วเกินไป  ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกใจ
คนที่ให้ความสำคัญอยากใส่รองเท้าสีใหม่ สีเดียวกับนักเตะได้นานๆ เช่นนี้ 

   ส่วนผลงานในสนามฟุตบอล  ยังต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า พูม่า evoSpeed 1.4 (ซึ่งอาจจะรวมถึง evoSpeed 1.4
SL
ด้วย) นั้นไม่ใช่รองเท้าฟุตบอลที่เกลื่อนสนามเหมือนกับรองเท้ารุ่นคู่แข่ง  แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาคือบรรดา
พรีเซนเตอร์หลักของรองเท้ารุ่นนี้ ต่างกำลังโชว์ฟอร์มและสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น ยอดเยี่ยม และเป็น
นักเตะระดับโลกทั้งนั้น  ในความคิดเห็นส่วนตัวของผมนั้นถือว่าเป็นผลบวกต่อภาพลักษณ์และความน่าใช้ของ
รองเท้ารุ่นนี้ได้ไม่น้อย

   แต่สำหรับท่านใดที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในประเด็นของประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของตัว
รองเท้า  เรื่องแรก..วัสดุและเทคโนโลยีที่พูม่าให้มา  โดยภาพรวมยังถือว่าทำได้ดี  แต่ยังเหมือนจะไม่สุด  วัสดุ
บางจุดดูเหมือนจะถูกใช้กับรองเท้ารุ่นรองลงไปที่มีค่าตัวถูกกว่า  ส่วนอายุการใช้งานและความแข็งแรงทนทาน 
ในตอนนี้ผมยังไม่สามารถให้คำตอบได้จำเป็นต้องใช้ชั่วโมงการใช้งานมาช่วยพิสูจน์  แต่จากการประเมิน
ส่วนตัวแล้ว..ผมรู้สึกว่าตัวรองเท้ามีความแข็งแรวทนทานในระดับปานกลาง

   ความคิดเห็นโดยส่วนตัวของผมนั้น  ผมมองว่าพูม่า evoSpeed 1.4 เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีภาพลักษณ์
และความน่าใช้มากที่สุดรุ่นนึงในตลาดตอนนี้เลยก็ว่าได้  ทั้งความใหม่ ความสด หน้าตาและพรีเซนเตอร์ 
ผนวกกับราคาค่าตัวที่ถูกกว่าคู่แข่งเล็กน้อย  แต่อาจจะยังติดในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน  ที่จำเป็นต้อง
ใช้ชั่วโมงการใช้งานมาพิสูจน์ต่อไป

   - ความคุ้มค่าราคาและภาพลักษณ์ 8/10

  
   ข้อความรีวิวทั้งหมดที่ปรากฏออกมา  น่าจะเป็นข้อมูลที่จะช่วยให้คุณผู้อ่านทุกท่านสามารถตัดสินใจได้แล้วว่า
รองเท้าฟุตบอล พูม่า evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ รุ่นนี้  สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงตามความ
ต้องการของท่านได้มากน้อยแค่ไหน  สำหรับตัวผมเองแล้ว..ถือได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าฟุตบอลด้านความเร็ว
อีกหนึ่งรุ่นในตลาดปัจจุบัน  ที่มีประสิทธิภาพสูงสมกับที่เป็นรองเท้ารุ่นนำธงในการทำตลาดของพูม่าอย่างเต็มตัว
ในปี 2015 นี้

   ดังนั้น..หากคุณผู้อ่านท่านใดต้องการที่จะสัมผัสกับประสบการณ์และประสิทธิภาพการใช้งานของ evoSpeed 1.4
จากพูม่า   วันนี้ท่านสามารถไปสัมผัส ลองใส่ และเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ได้แล้วที่ บูทของพูม่าตามห้างฯ ชั้นนำ  
หลักๆ เลยจะเป็นที่ ซุปเปอร์ สปอร์ต ที่ห้างฯ เซนทรัล ทุกสาขา  โดย evoSpeed 1.4 แบบหนังสังเคราะห์ รุ่นนี้
มีราคา 6,999 บาท เท่านั้น

   ... แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปนะครับ ...
   
   SiamBoots Testing Point & Rating

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล          
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
การยิงประตู            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ            
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่              
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าสปีด            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            


   

   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟสไตล์ จำกัด จำกัด

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 12 ตุลาคม 2015 เวลา 18.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   




ขอขอบพระคุณบริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น evoSpeed 1.4


   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com