รายงานความเคลื่อนไหวตลาดรองเท้าฟุตบอลประจำเดือน กรกฏาคม 2017

  ความเคลื่อนไหวในวงการรองเท้าฟุตบอลประจำเดือน กรกฏาคม 2017 เดือนนี้  คงจะต้องจับตา
ไปที่แบรนด์ไนกี้  ซึ่งไม่เพียงแค่มีการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังขนขบวนคอลเลคชั่น
สีใหม่ ออกมาอัพเดตในตลาดอย่างคึกคัก เรียกได้ว่าพร้อมให้แฟนๆ ได้เตรียมเสียตังค์กันอย่างเต็มที่
เลยทีเดียว

  ไม่เพียงแค่ไนกี้แบรนด์เดียวที่น่าสนใจ  เพราะบรรดายักษ์ใหญ่แบรนด์อื่นๆ อย่าง อาดิดาส และ พูม่า
ก็มีของใหม่ออกมาให้แฟนๆ และบรรดานักฟุตบอลทั่วโลกได้ตามติดเหมือนกัน  รวมถึงการกลับมาทำ
ประเด็น "Take of the town" ของ แพน แบรนด์ดังของบ้านเรา  ออกมาให้คนทั่วประเทศได้ฮือฮา
กันด้วย  ประเด็นทั้งหมดนี้..รองเท้ารุ่นใหม่ในเดือนนี้..จะมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง เรารวมมาให้
คุณผู้อ่านทุกท่านได้ติดตามแล้วในบทความนี้บทความเดียว !!

  อาดิดาส



  เมื่อเดือนมิถุนายน ค่ายสามขีดจากเมืองเบียร์อย่าง อาดิดาส จัดใหญ่ด้วยการเปิดตัวซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอล
ใหม่อย่าง Nemeziz ไปเป็นที่เรียบร้อย  พร้อมเสียงตอบรับที่น่าประทับใจอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ว่าได้ 
มาในเดือนกรกฏาคม..อาดิดาสก็ยังมีของใหม่ออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง  เรียกได้ว่าไม่ทำให้แฟนๆ
ต้องว่างเว้นจากการเสียตังค์เลยล่ะ



  อาดิดาส เปิดตัวคอลเลคชั่นสีใหม่ในชื่อว่า “Magnetic Storm” ที่มาในอารมณ์ดุดันสุดขั้น  ด้วยการ
เอาสีดำมาเป็นสีหลักของตัวรองเท้าทุกซีรี่ย์  ตัดด้วยโลโก้ สีเงินสะท้อนแสง โดดเด่นในความมืดเมื่อมี
แสงสว่างสาดไปตกกระทบ  โดยรองเท้าสีใหม่ทั้งหมดในคอลเลคชั่นนี้ ประกอบไปด้วย Nemeziz 17,
X 17 และ Ace 17 ที่พร้อมลุยตลาดกันอย่างครบครัน



  เท่านั้นยังน้อยไป..เพราะในเดือนนี้ อาดิดาส ยังมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมด้วยการเปิดตัว “สีแรก” ของ
รองเท้าเวอร์ชั่นซิกเนเจอร์สำหรับ “ลีโอเนล เมสซี่” ในร่างรองเท้าตระกูล Nemeziz 17 อย่างเป็น
ทางการแล้ว  โดยตัวรองเท้าโดยภาพรวมนั้นยังเกาะกลุ่มกับคอลเลคชั่นหลัก Magnetic Storm
ด้วยการใช้โทนสีดำเป็นสีหลัก  แต่ตรงแนวที่มีชื่อรองเท้านั้นถูกเปลี่ยนจาก Nemeziz ไปเป็น “Messi” 
ซึ่งโดดเด่นเห็นชัดเนื่องจากใช้ชีตัวอักษรเป็นสีเขียวโทนสว่าง  ตัดกันสีหลักของตัวรองเท้าอย่างชัดเจน 



  สำหรับรองเท้าฟุตบอลคอลเลคชั่นใหม่ทั้งหมดประจำเดือนกรกฏาคมจากอาดิดาสนั้น  ได้เริ่มถูก
วางจำหน่ายผ่านทางร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  รวมถึงการทำตลาดในเมืองไทย
ก็รวดเร็วไม่แพ้กัน  เพราะตอนนี้คุณผู้อ่านสามารถไปเลือกซื้อเลือกหาได้แล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่าย
อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

  นิว บาลานซ์



  ในเดือนนี้ค่าย นิว บาลานซ์ ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวในตลาดสตั๊ดอย่างเป็นจริงเป็นจังมากนัก
แต่หันมาเน้นการโปรโมทรองเท้าฟุตซอลหรือสตรีทฟุตบอล ซีรี่ย์ Audazo ที่ออกมาเป็นคู่แฝด
ระหว่างพื้นเรียบ (IC) และพื้นหญ้าเทียมเทียม (TF)  พร้อมโปรโมทในเรื่องจุดเด่นของความเร็ว
ภายใต้นิยาม "Run The Game"

  

  

  Audazo ที่ออกมาในครั้งนี้  แบ่งออกเป็นคู่สีตรงกันข้ามระหว่างพื้นทั้งสองประเภท ได้แก่
เวอร์ชั่นพื้น IC นั้นจะสีชมพูเป็นสีหลัก ตัดด้วยสีกรมท่า  ในขณะเวอร์ชั่นพื้นหญ้าเทียม TF นั้น
จะสลับมาใช้สีหลักเป็นสีกรมท่า หรือ Midnight Blue แล้วตัดด้วยสีชมพูสว่างสดใส  ดั่งที่ได้เห็น
ตามภาพด้านบน

  อย่างไรก็ตาม..ยังไม่มีรายงานหรือข้อมูลระบุชัดเจนว่ารองเท้าฟุตซอล สตรีทฟุตบอลทั้งสอง
จาก นิว บาลานซ์ นั้นได้ถูกนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง
เนื่องจากในระยะหลังเริ่มสังเกตเห็นจังหวะการขาดช่วงของการวางจำหน่ายในบ้านเราอยู่บ้าง
งานนี้คงต้องติดตามข่าวสารกันต่อไป
  

  ไนกี้



  ไฮไลท์ประจำเดือนกรกฏาคม 2017 ของไนกี้ คงจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้เลย  นอกจากการเปิดตัว
เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของรองเท้าฟุตบอลตระกูลคลาสสิคยอดนิยม นั่นคือ “Tiempo VII” ซึ่งได้
ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ภายใต้นิยามของคำว่า "Lock in
Let Loose"




  เทคโนโลยีและจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับ Tiempo VII นั้น  ไม่ใช่เพียงแค่การอัพเดตหน้าตาให้
สดใหม่  แต่คือการนำเอาเทคโนโลยีด้ายถักฟลายนิต  เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับตัวรองเท้า  ร่วมกับ
วัสดุหนังจิงโจ้แท้ที่หนานุ่มตรึงใจแฟนๆ มาโดยตลอด  และเพิ่มเติมด้วยรายละเอียดการออกแบบ
หน้าสัมผัสตัวรองเท้าแบบใหม่อีกด้วย

  

  สีเปิดตัวของ ไนกี้ Tiempo VII มาในคอลเลคชั่นสีดำ-ส้ม ที่อาจจะทำให้ใครหลายๆ คน หวนคิดถึง
สีเปิดตัวของ Tiempo IV ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รองเท้าตระกูลนี้กลับมาดังเป็นพลุแตก
อีกครั้ง (หลังจากที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับ Tiempo III)  รวมถึงการนำ โรนัลดินโญ่ มาโผล่
ให้เห็นเป็นส่วนหนึ่งของอีเว้นท์โปรโมท  ยิ่งทำให้รองเท้ารุ่นใหม่นี้ถูกจับตามองอย่างไม่ต้องสงสัย
  

  นอกเหนือจาก Tiempo VII แล้ว  ไนกี้ยังอัพเดตคอลเลคชั่นสีใหม่ให้กับของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์อื่นๆ
ทั้งหมด  ประกอบไปด้วย Hypervenom III, Magista II และ Mercurial XI  ในธีมสีดำ-ส้ม
ด้วยเช่นกัน  พร้อมทั้งตั้งชื่อเรียกของคอลเลคชั่นสีนี้เอาไว้ว่า “Solar Flare Collection”







  และในเวลาเดียวกันนี้  ไนกี้ ยังได้อัพเดตคอลเลคชั่นสีใหม่ของฝั่ง “ผู้หญิง” ออกมาทำตลาดคู่ขนาน
ร่วมกันกับคอลเลคชั่น Solar Flare ของผู้ชายด้วย  ภายใต้แนวคิดที่แตกต่างอย่างลงตัว  เพราะรองเท้า
ฟุตบอลทั้งหมดซึ่งประกอบด้วย Tiempo VII, Hypervenom III, Magista II และ Mercurial XI
ของคุณผู้หญิงนั้น  จะมาในชื่อเซ็ตว่า “Light Aqua Collection” โดยใช้ธีมสีหลักสีดำแบบเดียวกัน 
แต่จะเปลี่ยนจากสีส้ม ร้อนๆ ของแสงอาทิตย์ (Solar) มาเป็นสีฟ้า-เขียว มรกต เย็นๆ ของน้ำทะเล 
ถือเป็นหนึ่งไอเดียที่ไนกี้สร้างความแตกต่างระหว่างธีมสีของฝั่งผู้ชาย และผู้หญิง ได้อย่างลงตัว



  แต่ก่อนหน้าที่ไนกี้จะเปิดตัว Solar Flare Collection ได้ไม่นาน  ไนกี้ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นที่ชื่อว่า
“The Pitch Dark” ออกมาทำตลาดก่อนแล้ว  ในคอลเลคชั่นนี้จะเน้นไปที่การใช้ธีมสี ดำ-ขาว
แทรกด้วยสีรองในบางส่วน  เน้นอารมณ์ความดุดัน  ซึ่งถ้าใครติดตามแผนการทำตลาดคอลเลคชั่น
รองเท้าฟุตบอลของไนกี้มาโดยตลอด  น่าจะคุ้นเคยกันดีว่าไนกี้มักจะออกคอลเลคชั่นที่เน้นธีมสีดำ  ใน
ช่วงเดือน กรกฏาคม – สิงหาคม  ซึ่งเป็นช่วงปิดฤดูกาลของฟุตบอลลีกส์ยุโรป  ออกมาทำตลาดควบคู่
กับคอลเลคชั่นสีหลัก (ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นสีเปิดตัวของรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่สักซีรี่ย์)

  โดยคอลเลคชั่น The Pitch Dark เซ็ตนี้  จะทำตลาดในฐานะคอลเลคชั่นรอง  ไม่ได้เน้นการโปรโมท
มากนัก  ซึ่งในภาพโปรโมทที่ไนกี้เผยแพร่ออกมาในตอนแรกนั้น  จะยังปรากฏแค่รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
Hypervenom III, Magista II และ Mercurial XI เท่านั้น  ซึ่งจริงๆ แล้วสมาชิกในคอลเลคชั่นนี้ยังมี
Tiempo VII ร่วมอยู่ด้วย  แต่เนื่องจาก Tiempo VII ในคอลเลคชั่นสีเปิดตัวนั้นยังไม่ได้ฤกษ์เปิดตัว
อย่างเป็นทางการ  จึงทำให้ไนกี้ยังต้องเก็บ Tiempo VII ในร่างสี The Pitch Dark เอาไว้ก่อน นั่นเอง

  แพน



  มีมาให้อัพเดตข่าวใหญ่กันบ้างกับ แพน แบรนด์ชั้นนำของคนไทยที่หลังๆ หายเงียบไปพร้อม  เพราะ
ไปเน้นการทำตลาดในรองเท้าระดับกลางลงไป  แต่ล่าสุด..เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้เอง  แพนได้สร้าง
กระแส “Talk of the town” ด้วยการเผยรองเท้ารุ่นที่มีชื่อว่า “Viper King” ออกมาเป็นรองเท้า
รุ่นพิเศษที่ปักป้ายราคาวางจำหน่ายเอาไว้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรองเท้าฟุตบอลจากแพน  ด้วย
ราคาป้ายจำหน่ายอยู่ที่ 9,990 บาท 

  จากข้อมูลเชิงเทคนิคอย่างเป็นทางการซึ่งถูกประกาศออกมานั้น  ระบุว่ารองเท้ารุ่น Viper King นั้นถูกสร้างออกมาเพื่อเป็นผลงานสุดพิเศษ  ตัวรองเท้าผลิตจากวัสดุหน้าผ้าหนังจิงโจ้ที่มีความหนานุ่ม
พิเศษ  โดยเลือกใช้ส่วนหนังที่นุ่มที่สุดของจิงโจ้  ซึ่งโดยปกติแล้วหนังบริเวณดังกล่าวจะสามารถ
ผลิตรองเท้าได้เพียง 1 คู่ เท่านั้น ต่อ จิงโจ้ 1 ตัว



  อย่างไรก็ตาม  รองเท้าฟุตบอล แพน Viper King นั้นไม่ได้ผลิตออกมาวางจำหน่ายทั่วไปแบบ
Mass Product  มีผลิตออกมาวางจำหน่ายผ่านทางช่องทางพิเศษ และส่งให้นักฟุตบอลระดับอาชีพ
ชั้นนำสวมใส่เพียงแค่ไม่กี่คู่เท่านั้น  โดยรองเท้าทุกคู่ผลิตและตัดเย็บด้วยมือ (Hand made)  ซึ่งถือ
ได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานสุดพิเศษที่ทำออกมาภายใต้แรงบันดาลใจที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก  สิ่งที่น่า
สนใจหลังจากนี้..คือแพนน่าจะต่อยอดกระแสที่ออกมา  หรืออาจจะกำลังกลับมาลุยตลาดรองเท้าฟุตบอล
ในระดับบนอีกครั้ง หรือไม่ อย่างไร  คงต้องติดตามกันให้ดี

  พูม่า



  ในเดือนนี้ พูม่า มีของใหม่ออกสู่ตลาดให้แฟนๆ ได้เสียเงินกันบ้าง  กับการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอล
สายพันธุ์ความเร็วซีรี่ย์ใหม่ ในชื่อว่า “One” ออกมาทำตลาดแทนที่รองเท้าตระกูล evoSpeed
ที่เป็นเรือธงให้กับค่ายมาหลายปี  สำหรับ พูม่า One นั้นดูจะมีดีไซน์ภายนอกในแบบที่ฉีกกฏความเร็ว
ออกไปพอสมควร  จากหน้าตาที่เคยดูโฉบเฉี่ยว  ถูกเปลี่ยนมาเน้นให้ดูเรียบง่าย  จนบางครั้งแทบจะ
คิดว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลดีไซน์คลาสสิคเลยทีเดียว

   นิยามเฉพาะตัวที่พูม่าใช้โปรโมทรองเท้าซีรี่ย์นี้คือ “Fit Fast Feel”  โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การเพิ่ม
“หุ้มข้อสูง” เข้ามาใช้กับรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ความเร็วของค่าย เป็นครั้งแรก  ในขณะที่ตัวรองเท้า
เน้นการใช้วัสดุหนังแท้ที่มีความนุ่มและให้สัมผัสเพื่อการคอนโทรลมากขึ้น  แต่ยังคุมน้ำหนักตัวโดยรวม
ให้อยู่ในพิกัดที่ไม่มากจนเกินไป  รวมถึงการออกแบบชุดพื้นและปุ่มแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ
การสปรินซ์ให้ดีกว่าเดิมอีกด้วย

  

  แต่สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับแฟนๆ พูม่า ทั่วโลก  ก็คือการปรับเปลี่ยนระบบชื่อเรียกรุ่นย่อยใหม่
ของซีรี่ย One ได้แก่ รุ่น One 17.1 รุ่น One 17.2 และรุ่น One 17.3  โดยแบ่งเป็นรุ่นท็อป
รุ่นรองท็อป และรุ่นทั่วไป ของเจเนอเรชั่นในปี 2017 ตามลำดับ  ซึ่งรูปแบบการเรียกชื่อรุ่นเช่นนี้ 
คือรูปแบบการเรียกชื่อรุ่นที่อาดิดาสใช้งานมาหลายปีแล้ว  จึงน่าแปลกใจไม่น้อยที่แบรนด์ พูม่า จะเอา
รูปแบบการเรียกชื่อรุ่นแบบนี้มาใช้ตาม  เนื่องจากประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในสายเลือดระหว่าง
แบรนด์ทั้งสอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้เรื่องราวกันดีอยู่แล้ว

    



อาดิดาสเปิดตัวชุดทีมเยือน
3 สโมสรยักษ์ใหญ่ฤดูกาล
2017/2018



ไนกี้เติมความเรียบง่ายในสุดยอด
รองเท้าฟุตบอลเทียมโป้ เลเจนด์
7



อาดิดาสเปิดตัวชุดแข่งทีมแมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2017/2018




พูม่า EvoTouch "Gravity"ที่
ผู้ชมหมุนภาพได้ 360 องศา



"Fltknit Sensory" นำเสนอ
เทคโนโลยีของ Magista 2