Nike Hypervenom Phinish (Top Class)

   
  หลังจากที่ไนกี้ขยับเอาชื่อ Phantom ให้ขึ้นไปเป็นรองเท้าระดับโครตท็อปของเจเนอเรชั่น
Hypervenom II  ทำให้รองเท้าระดับท็อปคลาสปกติมีช่องว่างอยู่  ซึ่งไนกี้ได้นำเสนอชื่อ Phinish
เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้เป็นครั้งแรก  ทำให้ชื่อเต็มพร้อมนามสกุลขอ
งรองเท้ารุ่นนี้คือ Hypervenom Phinish  โดยรองเท้ารุ่นนี้ยังถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการ
ทำตลาดไม่แพ้ Hypervenom Phantom II ยังคงเห็นได้จากการที่มีนักฟุตบอลระดับอาชีพ
หลายคนเลือกใช้งานรองเท้ารุ่นนี้ลงสนาม  แต่รายละเอียดและอ็อฟชั่นที่ไนกี้ให้มากับรองเท้ารุ่นนี้
จะมีอะไรบ้าง  ไปดูข้อมูลกัน

  
   วัสดุหน้าผ้าและตัวรองเท้าของ Hypervenom Phinish นั้นเป็นแบบเดียวกันกับ Hypervenom
Phantom II โดยไนกี้นำเอาวัสดุหนังสังเคราะห์ (Syethetic) มาทำเป็นวัสดุชั้นล่าง  ก่อนที่จะปูชั้นบน
ซึ่งเป็นผิวหน้าสัมผัสด้วยวัสดุไนกี้สกิน (Nike SKIN) ซึ่งเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ขั้นสูงที่ไนกี้พัฒนา
ขึ้นมาและมีให้ใช้งานเฉพาะรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสเท่านั้น 

  โดยไนกี้สกินมีคุณสมบัติในเรื่องของความยืดหยุ่น  สามารถโอบรัดและให้ความกระชับกับเท้าของ
ผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี  ลักษณะหน้าสัมผัสที่บาง  ยังช่วยสร้างฟีลลิ่งการสัมผัสบอลได้เป็นธรรมชาติ
เหมือนใช้เท้าเปล่า  และอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของวัสดุชนิดนี้  ก็คือแรงเสียดทานในการดึงดูดกับผิว
ของลูกฟุตบอล  เมื่อรวมกับลักษณะหน้าสัมผัสแบบรอยบาก  จึงยิ่งช่วยทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถควบคุม
ลูกฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม

  เท่านั้นยังไม่พอ ไนกี้ยังมีการเคลือบผิวด้วยสารชนิดพิเศษ ภายใต้เทคโนโลยีที่เรียกว่า All Condition
Control (ACC)
เพื่อให้ผิวหน้าสัมผัสสามารถควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีทั้งในสภาวะที่แห้งสนิท หรือเปียกชื้น 
ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพอากาศ

  
  ด้านข้างตัวรองเท้าทั้งสองข้างมีโครงสร้างเส้นใยเหล็กกล้า หรือเทคโนโลยี “ฟลายไวร์” (Flywire)
ฝังเอาไว้เป็นโครงสร้างให้กับตัวรองเท้า  มีลักษณะเป็นเส้นยาวต่อเนื่องแบบสลับฟันปลาหรือ ซิก-แซก 
เชื่อมโยงกับบริเวณรูร้อยเชือกรองเท้าทุกรู  โดยโครงสร้างฟลายไวร์จะช่วยเพิ่มแรงดึงกระชับจาก
แนวร้อยเชือก  ทำให้ตัวรองเท้าสามารถโอบกระชับเข้ารูปกับเท้าของผู้สวมใส่ได้ดียิ่งขึ้น  เหมาะสำหรับ
ผู้เล่นแนวรุกที่ต้องการความมั่นใจในการเคลื่อนที่และการเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วตลอดเวลา 

  แต่ที่บริเวณส้นเท้าของ Hypervenom Pinish นั้น ไม่มี “หุ้มข้อ” หรือ เทคโนโลยีฟลายนิต ไดนามิก
ฟิต คอลลาร์ (Dynamic Fit Collar)  เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้เล่นที่ชอบฟีลลิ่งการสวมใส่
บริเวณข้อเท้าแบบปกติทั่วไป  ถึงแม้ว่าความกระชับบริเวณดัวกล่าวจะสู้แบบที่มีหุ้มข้อไม่ได้  แต่ผู้เล่น
จะได้ความสบายมาแทนที่  จึงไม่แปลกว่าทำไมมีนักฟุตบอลาชีพหลายคนเลือกใช้รองเท้ารุ่นนี้ในการแข่งขัน

  
  กลับมาดูบริเวณพื้นที่หลังเท้ากันบ้าง  พบว่าลิ้นของรองเท้ารุ่นนี้เป็นลักษณะเย็บติดต่อเนื่องมาจาก
ขอบแนวร้อยเชือกเลย  เหมือนกับลิ้นของรองเท้ารุ่น Mercurial Vapor X  ใช้วัสดุเป็นหนังสังเคราะห์บางๆ
ซึ่งมีความยืดขยายออกตามแนวกว้างได้ดีพอสมควร  เหตุผลของการใช้ลิ้นรองเท้าลักษณะแบบนี้ก็เพื่อ
เพิ่มความกระชับและลดปัญหาลิ้นรองเท้าขยับไปมา  ผู้เล่นจึงได้ความมั่นใจในการสวมใส่มากยิ่งขึ้น 

  เชือกรองเท้าที่ติดตัว Hypervenom Phinish มาตั้งแต่โรงงานผลิต  นั้นเป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นแบน
หน้าแคบ  เนื้อผ้าไม่นิ่มสักเท่าไหร่  เมื่อผูกเชือกแล้วจัดระเบียบดีๆ จะลดโอกาสรบกวนการสัมผัสบอล
บริเวณหลังเท้าได้  และช่วยให้ผู้เล่นได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลบริเวณหลังเท้าแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยทีเดียว

  ส่วนเกราะป้องกันเส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายของรองเท้ารุ่นนี้เป็นแบบภายใน (Internal Heel Counter)
โดยมีชิ้นพลาสติกแข็งฝังเอาไว้ที่แนวโค้งของส้นเท้า  หน้าสัมผัสด้านในเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์  มีวัสดุ
บุนุ่มบุเอาไว้พอประมาณ  เพื่อช่วยลดอาการกัดส้นเท้า  แผ่นรองพื้นด้านในทำจากโฟม EVA ทั้งชิ้น
สามารถถอดออกมาได้  เนื้อโฟมถูกออกแบบให้เป็นแผ่นบาง  เพื่อให้ฟีลลิ่งการวิ่งแบบเท้าติดพื้น  ช่วยลด
เวลาในการลงน้ำหนักตัว  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นเมื่อเปรีบเทียบกับรองเท้าที่ใช้แผ่นรองพื้น
แบบหนา

  

  ชุดพื้นและปุ่มของ Hypervenom Phinish ยังคงจัดเต็มด้วยวัสดุและเทคโนโลยี โดยชุดพื้นช่วงล่าง
ของรองเท้ารุ่นนี้  ไนกี้เลือกใช้วัสดุ TPU มาทำเป็นวัสดุหลักของชุดพื้น  และเสริมด้วยวัสดุ Pebax/
Nylon
มาเสริมแรง เพื่อให้ชุดพื้นมีน้ำหนักเบาและมีคุณสมบัติในการส่งแรงได้ดีขึ้น  ช่วงกลางของชุดพื้น
มีโครงสร้างแบบตัว X มีลักษณะแข็งและนูนขึ้นมา  ส่งผลให้ชุดพื้นสามารถสร้างแรงดีดกลับให้กับชุดพื้น 
เพื่อให้ผู้เล่นสามารถสปรินซ์ออกตัวหรือเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว  ในขณะที่ชุดพื้นด้านหน้าได้ถูกออกแบบ
ให้แบ่งส่วนนิ้วโป้งออกจากนิ้วเท้าทั้งสี่  ซึ่งไนกี้ได้ให้ข้อมูลว่าสามารถช่วยให้ผู้เล่นนั้นลงน้ำหนักเพื่อ
เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อิสระ รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

   
   Hypervenom Phinish ยังคงใช้ปุ่ม FG แบบผสมระหว่างปุ่มใบมีดกับปุ่มกลม แบบเดียวกันกับ
เจเนอเรชั่นที่แล้วทุกประการ  โดยภาพรวมเป็นปุ่มกลมทางด้านขอบรองเท้า  ทำให้ผู้เล่นสามารถ
ปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ  ในขณะที่ตรงกลางฝ่าเท้าเป็นปุ่มใบมีดตามขวาง
คอยทำหน้าที่จิกพื้นสนามและส่งแรงสปรินซ์ในการเคลื่อนที่ทางตรง ส่วนปุ่มใบมีดอีกหนึ่งปุ่มบริเวณ
หัวรองเท้าฝั่งข้างเท้าด้านนอก (ใต้นิ้วก้อย) จะช่วยจิกเกาะพื้นสนามในจังหวะการสับขาหรอก  หรือ
สปรินซ์ตัวเคลื่อนที่ออกไปทางด้านนอกได้อย่างแม่นยำ  ส่วนปุ่มหลังเป็นปุ่มกลมขนาดเท่ากันทั้งหมด

  ไนกี้ปักป้ายราคาจำหน่ายของ Hypervenom Pinish ในราคา 8,500 บาท เท่ากับเกณฑ์ของ
รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสซีรี่ย์อื่นๆ ของไนกี้เอง  โดยรองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักตัวไซด์มาตรฐาน
198.4 กรัม/ข้าง
(เบากว่ารุ่น Hypervenom Phantom II ประมาณ 10 กรัม) ภายในกล่อง
รองเท้าแบบครบเซ็ต มีถุงสะพายดีไซน์ตามแบบฉบับของรองเท้าซีรี่ย์นี้แถมมาให้เช่นเคย



   สรุปข้อมูลทั่วไป

   Hypervenom Pinish  
   ระดับ Top Class
   ราคา 8,500 บาท
   ของแถม ถุงเป้สะพาย เข้าธีมกับซีรี่ย์รองเท้า
   น้ำหนัก (ไซด์มาตรฐาน) 198.4 กรัม/ข้าง
   แนวร้อยเชือกรองเท้า เบี่ยงออกเล็กน้อย เพื่อเปิดพื้นที่สัมผัสบอลบริเวณข้างเท้าด้านใน
   เกราะป้องกันส้นเท้า เกราะภายใน (Internal Heel Counter)
   คำแนะนำการเลือกไซด์ ตรงไซด์
   ผลิตที่ประเทศ N/A
   
   Materials  
   วัสดุหลักของตัวรองเท้า หนังสังเคราะห์ เสริมด้วยไนกี้สกิน (NIKE SKIN)
   วัสดุแผ่นรองพื้น โฟม EVA
      - การถอดแผ่นรองพื้น ถอดได้
   วัสดุชุดพื้นและปุ่ม TPU + Pylon/Pebax
      - รูปแบบของชุดพื้น โครงสร้างแบบตัว X เพื่อเสริมแรงสปรินซ์
      - สีของชุดพื้น สีหลักของตัวรองเท้า ปลายปุ่มใส
      - รูปแบบปุ่ม FG/AG ปุ่มใบมีด+ปุ่มกลม
   
   Features  
  เทคโนโลยีช่วยสัมผัสบอล พื้นที่สัมผัสถูกออกแบบให้มีรอยบาก และเคลือบผิวให้มีแรงเสียดทานสูง
  NIKE SKIN มี
  Dynamic Fit Collar (หุ้มข้อ) ไม่มี
  All Condition Control (ACC) มี
  โครงสร้างเหล็กกล้า Flywire มี
   
   
Detail