"Hand On!" อาดิดาส ACE 17+ Pure Control - "Master Control"

  หากถามว่ามีรองเท้ารุ่นไหนที่ถือเป็นรุ่นเด่นรุ่นดังในวงการรองเท้าฟุตบอล ณ ตอนนี้บ้าง  เชื่อว่า
จะต้องมีชื่อของรองเท้ารุ่น ACE 17+ Pure Control จากอาดิดาสโผล่ขึ้นมาเป็นลำดับต้นๆ อย่าง
แน่นอน  ซึ่งวันนี้ SiamBoots เรามีโอกาสอันดีที่จะนำรองเท้ารุ่นดังกล่าว..มารีวิวให้ทุกท่านได้
ร่วมสัมผัสไปด้วยกัน

  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ ACE 17 ซึ่งมีรองเท้ารุ่นสูงสุดในชื่อว่า ACE 17+ Pure Control คือ
รองเท้ารุ่นเรือธงที่ดีที่สุดของอาดิดาสในตอนนี้เลยก็ว่าได้  จริงๆ หากย้อนกลับไปดูตั้งแต่ครั้งที่
ค่ายสามแถบนั้นเริ่มปฏิวัติวงการรองเท้าฟุตบอล ด้วยการเปิดตัวรองเท้าตระกูล ACE และ X
ออกสู่ตลาดในช่วงกลางปี 2015  ใครที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของอาดิดาสตั้งแต่ช่วงนั้นมา
จะรับรู้ได้ทันทีว่ารองเท้าซีรี่ย์ ACE ซึ่งเป็นรองเท้าประเภทคอนโทรล  คือรองเท้าตระกูลหลักของ
อาดิดาสนับตั้งแต่นั้นมา  โดยเฉพาะในแง่ของการพัฒนา ออกแบบและโปรโมท



  เริ่มตั้งแต่ ACE 15 ที่ดูจะไม่มีอะไรหวือหวามากนัก  แต่พอเข้าสู่ต้นปี 2016 ไม่ทันไร อาดิดาส
ถึงกันสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวเจเนอเรชั่นใหม่อย่าง ACE 16  พร้อมนำเสนอรองเท้ารุ่นสูงสุด
ในชื่อว่า ACE 16+ Pure Control  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นรองเท้าฟุตบอลไร้เชือกที่อาดิดาสภาคภูมิ
นำเสนอเป็นอย่างยิ่ง

  และเมื่อครบกำหนด 1 ปีเต็ม  ก็ถึงคิวที่อาดิดาสจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นแห่งปี 2017 ที่ยังคงมาในชื่อ
ACE 17  โดยมีรองเท้าระดับสูงสุดในตระกูลคือ ACE 17+ Pure Control ที่ใช้ชื่อรุ่นตาม
ระบบเรียกชื่อแบบเจเนอเรชั่นที่แล้วทุกประการ  



  แต่สิ่งที่อาดิดาสพร้อมนำเสนอในครั้งนี้...ไม่ใช่เพียงแค่การอัพเดตหน้าตา และปรับโฉมนิดหน่อย
แล้วนำออกมาวางจำหน่ายเรียกเงินในกระเป๋าของลูกค้าแต่อย่างใด  แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาในตัว
ของ ACE 17+ Pure Control ก็คือการอัพเกรดเทคโนโลยี ลูกเล่นและรายละเอียดของการ
ออกแบบใหม่ในหลายๆ จุด  รวมถึงการผสานเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดแต่ละด้าน  มาใช้กับรองเท้า
รุ่นนี้อย่างเต็มพิกัดเลยก็ว่าใด

  จากข้อมูลที่อาดิดาสเผยออกมาในเบื้องต้น ก็ถือได้ว่าสามารถเรียกความสนใจให้กับรองเท้า
ฟุตบอลรุ่น ACE 17+ Pure Control คู่นี้ได้ไม่น้อยแล้ว  แต่ในรายละเอียดเชิงลึกทั้งหมด
ในวันนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปร่วมเปิดฝากล่อง "Hand On!" พร้อมสัมผัสตัวตน
และรายละเอียดของรองเท้ารุ่นนี้ในทุกรายละเอียด  ไปดูกันว่ารองเท้าฟุตบอลที่ดีที่สุดของอาดิดาส
นั้นมีอะไรใส่มาให้บ้าง... !!!

  หากพร้อมกันแล้ว...ผมจะพาทุกท่านไปร่วมไปทักทายอาวุธสุดร้ายกาจรุ่นนี้ไปพร้อมๆ กันเลย


  สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่อาดิดาสเลือกใช้บรรจุ ACE 17+ Pure Control นั้นจะแตกต่างจาก
รองเท้ารุ่นอื่นๆ  เพื่อให้เหมาะสมกับระดับราคาของรองเท้ารุ่นนี้  โดยอาดิดาสเลือกใช้กล่องสีดำเงา
ไม่มีแถบสามขีดเหมือนปกติ  แต่จะมีโลโก้อาดิดาสที่มีสีเงินสะท้อนแสง  ปรากฏอยู่ที่บริเวณด้านหน้า
ของกล่อง  ซึ่งลักษณะกล่องก็จะเป็นแบบกล่องแนวตั้ง  เปิดออกด้วยการสไลด์ตามยามได้เลย  ไม่ใช่
แบบเปิดฝายกขึ้นเหมือนปกติทั่วไป

  เมื่อสไลด์กล่องรองเท้าจนเปิดออก  เราจะพบกับกระดาษรองชั้นในที่มีลายพิมพ์โฉมหน้าของนักกีฬา
ชื่อดังในทุกวงการที่อาดิดาสให้การสนับสนุน มาพร้อมโลโก้อาดิดาสสีแดงเด่นชัดดั่งที่เห็นตามภาพ
ด้านบน  แตกต่างจากรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ที่จะใช้กระดาษรองชั้นในเป็นกระดาษสีเทาด้านๆ และ
ไม่มีลวดลายดูดีแบบนี้


  เมื่อคลี่เอากระดาษรองชั้นในออก  ก็จะได้ยลโฉมกับเจ้า ACE 17+ Pure Control ซึ่งในรีวิว
ครั้งนี้  ผมได้รับรองเท้ามาเป็นสีพิเศษด้วย นั่นคือสี "Camouflage" ซึ่งจะมีวางจำหน่ายเฉพาะที่
และผลิตออกมาในปริมาณไม่มากเหมือนกับสีคอลเลคชั่นหลัก  โดดเด่นด้วยลวดลายพรางในธีมสี
ขาว-เทา ซึ่งตรงบริเวณสีขาวบนตัวรองเท้านั้นจะสามารถสะท้อนแสงได้ด้วย


  ทีนี้เรามาสำรวจสิ่งของด้านในกล่องกันต่อ..แน่นอนว่ารองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของอาดิดาส
จะได้รับกระเป๋าสำหรับใส่รองเท้าแถมมาให้ด้านในด้วย  เป็นถุงใส่รองเท้าแบบสีดำ มีโลโก้ ACE
และโลโก้อาดิดาสสีขาว สกรีนเอาไว้ตามภาพด้านบน  ลักษณะเป็นแบบผ้าเมซ คือเป็นตาข่ายรูๆ
มองเห็นโปร่งทะลุผ่านได้ชัดเจน  ด้านในมีการเย็บแนวตะเข็บยึดตามแนวกลางของกระเป๋า  แบ่งไว้
เป็นช่องให้ใส่รองเท้าด้านข้างละฝั่งเท่านั้น  นอกจากนี้จะไม่มีช่องซิปสำหรับใส่สัมภาระเล็กๆ ได้เลย



  และอุปกรณ์สำคัญที่ขาดเสียไม่ได้เลยสำหรับรองเท้าฟุตบอลแบบไร้เชือก ดั่งเช่น ACE 17+
Pure Control
  นั้นก็คือ "ช้อน" ที่เอาไว้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสวมใส่รองเท้าได้อย่างง่ายดาย
และเพื่อรักษาสภาพรองเท้าไม่ให้ถูกยืดออกมากจนเกินไปในระหว่างการสวมใส่


  นอกจากนั้นยังพบว่า อาดิดาส ให้ชุดแผ่นรองพื้นด้านในของตัวรองเท้ามาทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน
แบบแรกแบบมาตรฐานที่ติดตัวรองเท้ามาตั้งแต่แรกจะเป็นคู่ทางซ้าย  และคู่ทางด้านขวา  คือชุดพื้น
แบบที่แถมมาเพิ่มเติมให้  สำหรับผู้เล่นที่ต้องการฟีลลิ่งและประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทก
ที่แตกต่างกัน  ซึ่งรายละเอียดของชุดพื้นทั้ง 2 แบบนั้น  เราจะเจาะลึกกันอีกครั้งในส่วนเนื้อหา
ช่วงท้าย


  จากป้ายข้อมูลอย่างเป็นทางการ ระบุให้เห็นว่ารองเท้ารุ่นนี้คือ ACE 17+ Pure Control
มีรหัสสีอย่างเป็นทางการว่า CLEGRE/FTWWHT/CBLACK ที่อ่านแล้วเข้าใจยากนิดนึง
แต่หลายคนก็นิยามรองเท้าสีนี้ในชื่อว่า "Camouflage" หรือสีลายพรางนั่นเอง  โดยอาดิดาส
ผลิตรองเท้าคู่นี้มาจากประเทศอินโดนีเซีย

  สำหรับข้อมูลเรื่องน้ำหนักตัวของ ACE 17+ Pure Control ซึ่งมีขนาดไซส์ตามป้ายอยู่ที่
9.5 US, 9 UK, 43 1/3 Euro และ 27.5 cm จะอยู่ที่ 245 กรัม/ข้าง ทีนี้ลองไปดูเปรียบ
เทียบกับข้อมูลน้ำหนักรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เราเคยรีวิวมาก่อนหน้านี้ (ไซส์ 27.5 cm เท่ากัน)

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
 
  กลายเป็นว่า อาดิดาส ACE 17+ Pure Control มีน้ำหนักรองเท้าอยู่ในพิกัดที่หนักพอสมควร
โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่รองเท้าคู่แข่งโดยตรงในตลาดอย่าง Magista Obra II และ Hypervenom
Phantom III DF ซึ่งมีน้ำหนักราวๆ 200 กรัม/ข้าง เท่านั้นเอง ดังนั้นใครที่คาดหวังเอาไว้ว่า
รองเท้าที่ทำจากวัสดุด้ายถักไพรม์นิตรุ่นนี้จะมีน้ำหนักเบาเว่อร์ ก็คงจะต้องผิดหวังไปบ้าง

  เอาล่ะครับ...ข้อมูลเบื้องต้นแบบตื้นๆ ของ ACE 17+ Pure Control คงจะมีเพียงเท่านั้น
ทีนี้ผมจะพาทุกท่านไปดูข้อมูลเชิงลึกในเรื่องของวัสดุ เทคโนโลยี และจุดไฮไลท์ต่างๆ ที่มีอยู่ในตัว
ของรองเท้ารุ่นนี้กันต่อ


  วัสดุหลักของตัวรองเท้าที่อาดิดาสเลือกเอามาใช้ผลิต ACE 17+ Pure Control นั้นเป็นวัสดุ
ด้ายถักไพรม์นิต (Primeknit) ซึ่งเป็นวัสดุขั้นสูงที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน  วัสดุชนิดนี้
เป็นการนำเอาเส้นด้ายมาถักทอขึ้นอยู่เป็นหน้าผ้าและตัวรองเท้า  มีจุดเด่นในเรื่องของความยืดหยุ่น
ที่สามารถรองรับกับรูปเท้าของผู้เล่นได้หลากหลายรูปแบบ  ไม่มีรอยต่อของการตัดเย็บ  จึงไม่มีส่วน
ของแนวตะเข็บด้ายเย็บที่อาจจะมาสร้างความระคายเคืองหรือเป็นจุดบอดของความกระชับให้กับ
การสวมใส่  โดยลักษณะชั้นวัสดุของตัวรองเท้านั้นยังคงถูกควบคุมให้มีความบางมากเป็นพิเศษ 
เพื่อให้ผู้เล่นยังคงได้ฟีลลิ่งการตอบสนองที่รวดเร็วและสัมผัสเป็นธรรมชาติ 



  ในส่วนพื้นผิวสัมผัสด้านนอกที่ ACE 17+ Pure Control จะต้องสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล
นั้น  พบว่าอาดิดาสได้ออกแบบรายละเอียดใหม่ให้มีมิติมากขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการควบคุมลูกฟุตบอลให้ดีขึ้น  ออกแบบให้แต่ละโซนมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน
ตามลักษณะของการใช้งาน



   เช่น พื้นที่บริเวณหัวรองเท้าทั้งฝั่งข้างเท้าด้านในและด้านนอก  ออกแบบให้มีลักษณะเป็นลอนคลื่น
แบบ 45 องศา  เพื่อให้การส่งแรงเฉือนสำหรับปั่นไซร้ลูกฟุตบอลนั้นทำได้ดีขึ้น  ในขณะที่หัวรองเท้า
ตรงกลางนั้นจะเป็นพื้นผิว 3 มิตินูน-ต่ำแบบสมดุลกัน  เพื่อเน้นการควบคุมจังหวะการจับบอลแรกได้ง่าย
ไม่ว่าจะสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้ทิศทางใดก็ตาม  โดยอาดิดาสตั้งลักษณะพื้นผิวสัมผัสรูปแบบดังกล่าวว่า
“Control Skin”


  มาดูกันที่มุมมองฝั่งข้างเท้าด้านนอกของ ACE 17+ Pure Control จะเห็นแถบสามขีดขนาดใหญ่
ซึ่งเป็นเครื่องหมายทางการค้าของอาดิดาสที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาในเจเนอเรชั่นใหม่รุ่นนี้
ก็คือการเอาวัสดุพลาสติกขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิม  มาช่วยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างให้กับตัวรองเท้า
และช่วยสร้างความกระชับให้กับส่วนข้างเท้าด้านนอกในการสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ได้ดีขึ้น

  และสิ่งที่พิเศษโดยเฉพาะสำหรับ ACE 17+ Pure Control สี Camouflage คู่นี้ก็คือแถบสามขีด
สีขาวซึ่งสามารถสะท้อนแสงได้ในที่มืด


  พลิกมาดูฝั่งตรงกันข้ามซึ่งเป็นฝั่งข้างเท้าด้านใน จะเห็นได้ว่าไม่มีส่วนโครงสร้างของแถสสามขีด
เหมือนกับอีกฝั่งนึง  ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่สัมผัสบอลขนาดกว้างขวาง  ใช้พื้นผิสวัสดุตัวรองเท้า
แบบ Control Skin เช่นเดียวกันกับส่วนสัมผัสด้านหน้า  จะมีลักษณะพื้นผิวโดยรวมที่เรียบกว่า
เพื่อให้ผู้เล่นสามารถใช้ข้างเท้าด้านในในการสัมผัสและแปส่งบอลได้อย่างเป็นธรรมชาติ


  ทั้งนี้ผมยังพบว่าด้านในของ ACE 17+ Pure Control  ยังมีโครงสร้างอีกหนึ่งชั้น  ซึ่งมี
ลักษณะเป็นวัสดุหนังกลับที่มีความเหนียวและหนาพอสมควร   แต่จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถ
ในแน่นหนา  สามารถยืดขยายออกได้บ้าง..แต่ไม่มากนัก  ชิ้นส่วนชิ้นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น
โครงสร้างชั้นในที่จะช่วยเพิ่มความกระชับให้กับรูปเท้าของผู้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม  โดยเฉพาะ
บริเวณหลังเท้าด้านบนและข้างเท้าช่วงกลางทั้งสองฝั่ง  



  แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนพูดถึงรองเท้ารุ่นนี้  คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง “รองเท้าไร้เชือก” ซึ่งเกิดขึ้น
มาตั้งแต่เจเนอเรชั่นก่อนในรุ่น ACE 16+ Pure Control แล้ว  แต่พอมาในรุ่นปัจจุบันอย่าง
ACE 17+ Pure Control ล่าสุดรุ่นนี้  จะเห็นได้ว่าอาดิดาสได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดของ
บริเวณดังกล่าวใหม่ไปพอสมควรเลยทีเดียว


  โดยเอาวัสดุเส้นใยสังเคราะห์ชนิดพิเศษจากบริษัท Paiho ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับอาดิดาสตั้งแต่
ปี 2012 มาใช้ขึ้นรูปเป็นส่วนพื้นที่หลังเท้าที่ไร้เชือก  ซึ่งวัสดุดังกล่าวมีจุดเด่นในเรื่องของยืดหยุ่น
และช่วยสร้างความกระชับได้อย่างยอดเยี่ยม  มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล็อคดาวน์ให้กับหลังเท้า
ของผู้สวมใส่ได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม 

  หากเปรียบเทียบส่วนพื้นที่หลังเท้าไร้เชือกระหว่าง ACE 17+ Pure Control และ ACE 16+
Pure Control
  จะพบว่าบริเวณหลังเท้าของ ACE 17+ Pure Control มีลักษณะชั้นผิวที่บางกว่า
อย่างเห็นได้ชัด  ในขณะที่ส่วนหลังเท้าของ ACE 16+ Pure Control ซึ่งใช้วัสดุไพรม์นิตล้วนๆ
นั้นจะมีความหนามากกว่า

  นอกจากนั้น..อาดิดาสยังเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและสัมผัสบริเวณหลังเท้า  ด้วยการทำแถบ
พื้นผิว 3 มิติ Control Skin ลากยาวขึ้นไปในแนวกลางหลังเท้า  ดังที่เห็นตามภาพด้านบน  เพื่อ
ให้ ACE 17+ Pure Control ถูกเติมเต็มให้มีพื้นที่การสัมผัสบอลที่ได้ครบถ้วนกว่าเดิม  รวมถึง
ช่วยทำให้ส่วนหุ้มข้อด้านหน้ามีความตึงกระชับกับหลังเท้าได้ดีขึ้นอีกระดับ


  ส่วนของหุ้มข้อสูงของรองเท้ารุ่นนี้ก็ใช้วัสดุ Paiho ที่ถักทอต่อเนื่องมาจากส่วนหลังเท้า  มีแนวเย็บ
ให้เห็นบ้างเพียงเล็กน้อยที่บริเวณรอยต่อกับวัสดุหลักของตัวรองเท้า  จากทีได้ลองดึงยืดขยายหุ้มข้อ
ในทิศทางต่างๆ  พบว่าวัสดุหุ้มข้อชิ้นนี้มีความสบายในการยืดขยายได้ในระดับนึง  แต่จะต้านแรงดึง
และคืนตัวกลับได้ในทันที  แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคงรูปและสร้างความกระชับได้
อย่างยอดเยี่ยม

   รอบขอบหุ้มข้อด้านบนมีการใช้แนวด้ายเย็บแบบฟันปลาพร้อมวัสดุหนังมาช่วยเก็บขอบ  มาพร้อมกับ
หูดึงส่วนหุ้มข้อทั้งด้านหน้าและด้านหลังจำนวน 2 ตำแหน่ง  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถดึงขยายเส้นหุ้มข้อ
ในตอนที่สวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ได้ง่ายขึ้น  โดยหุ้มส้นสูงของ ACE 17+ Pure Control ที่เห็นอยู่นี้
อาดิดาสตั้งชื่อเรียกว่า "PrimeCut Collar"   



  มายลโฉมบั้นท้ายของ อาดิดาส ACE 17+ Pure Control กันต่อ  จะเห็นได้ว่ารองเท้าคู่นี้มีแถบ
ป้ายชื่อในแนวตั้งระบุว่า Pure Control เอาไว้อย่างเห็นเด่นเป็นสง่า  โดยแถบดังกล่าวเป็นพื้นสีเงิน
ที่สามารถสะท้อนแสงได้  มาพร้อมกับลวดลายกราฟฟิกเส้นสายบนพื้นที่ดูโฉบเฉี่ยว  สื่อได้ถึงอารมณ์
ของความดุดันและมีระดับ

  เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายเป็นเกราะภายนอก (External Heel Counter) ซึ่งเป็น
ชิ้นส่วนเดียวกับชุดพื้นรองเท้าน  ลักษณะของเกราะป้องกันส้นเท้าจะเน้นรองรับบริเวณส้นเท้าด้านใน
และด้านนอกเป็นหลัก เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างประคองและจับล็อคให้ส้นเท้าของผู้เล่นเป็นหนึ่งเดียว
กับส่วนของส้นรองเท้า  ทำให้ผู้เล่นมีความมั่นใจในการเคลื่อนที่ได้ในทุกวินาทีที่สวมใส่



  หุ้มส้นด้านในของรองเท้ารุ่นนี้ก็ไม่ธรรมดา  เพราะอาดิดาสเลือกใช้วัสดุหนังกำมะหยี่ซึ่งหน้าสัมผัส
มีความฝืด ไม่ลื่น ช่วยให้การยึดเกาะที่มั่นใจ  ในขณะที่ชั้นด้านในบุด้วยวัสดุบุนุ่มค่อนข้างหนาและนุ่ม  
มาเป็นพิเศษ  เพื่อลดอาการกัดส้นและเพิ่มความสบายในการสวมใส่  ไปพร้อมๆ กับความกระชับ
ที่ยอดเยี่ยม  ผมได้ลองสัมผัสเปรียบเทียบกับหุ้มส้นของ Ace 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ ซึ่งถือเป็น
หุ้มส้นที่ใส่สบายและนุ่มกระชับเป็นอย่างมากแล้ว  แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่าหุ้มส้นของ ACE 17+
Pure Control
จะทำได้ดีกว่านั้น..


  แผ่นรองพื้นด้านในของรองเท้ารุ่นนี้..มีความพิเศษตรงที่อาดิดาสได้ให้มาทั้งหมด 2 แบบที่แตกต่าง
กัน  แบบมาตรฐานที่ติดตัวรองเท้ามาตั้งแต่แรกเลย  ถือเป็นไฮไลท์ที่อาดิดาสอยากนำเสนอมากที่สุด 
นั่นคือแผ่นรองพื้นที่ทำจากวัสดุบูสท์ (Boost) ซึ่งเป็นวัสดุรองรับแรงกระแทกที่ดีที่สุดของอาดิดาส
ในปัจจุบันนี้  ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วจากรองเท้าวิ่งรุ่นยอดนิยมในตอนนี้  (ซ้าย)  ส่วน
แผ่นรองพื้นอีกชุดนึง (ขวา) คือแผ่นรองพื้นแบบมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส  เผื่อมาให้ใคร
ที่ยังชื่นชอบแบบเดิมอยู่



  เรามาดูกันที่แผ่นรองพื้นชุดใหม่ที่เป็นไฮไลท์กันก่อนดีกว่า  แผ่นรองพื้นชุดนี้ผลิตด้วยวัสดุบูสท์
(Boost)
ซึ่งเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกและสามารถส่งพลังงานกลับมา
ได้ดีที่สุดของอาดิดาส  ช่วยให้ผู้สวมใส่ได้ทั้งความสบายในเรื่องแรงกระแทกและใช้พลังงาน
ในการเคลื่อนที่ที่น้อยลง 

  ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม..อาดิดาสจึงสามารถลดความหนาของแผ่นรองพื้นลงเหลือเพียง
6 มิลลิเมตร
(ลดลงเกือบ 2 เท่าของแผ่นรองพื้นแบบปกติ)  จึงมีเรื่องของฟีลลิ่งการสัมผัสระหว่าง
ฝ่าเท้ากับพื้นสนาม  ให้ผู้เล่นได้รู้สึกเหมือนการเคลื่อนที่ด้วยเท้าเปล่ายิ่งขึ้นเพิ่มเข้ามาอีกด้วย


  ลักษณะแผ่นรองพื้นชุดนี้จะแบนเรียบทั้งหมด  ตรงส้นเท้าไม่มีขอบยกขึ้นมาเหมือนกับแผ่นรองพื้น
อีกชุดนึง  ผิวสัมผัสด้านบนถูกปูด้วยวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่เพื่อการยึดเกาะกับฝ่าเท้าที่ดี  แต่ตรงส่วน
ของส้นเท้านั้นจะถูกไดคัทออกไปบางส่วนจนเห็นเนื้อวัสดุบูสท์ได้อย่างชัดเจน  เมื่อวัสดุหน้าสัมผัส
2 ชนิดที่แตกต่างกันมาอยู่ด้วยกัน  จึงทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างหน้าสัมผัส  ช่วยเพิ่มพื้นผิว
สัมผัสและให้การยึดเกาะบริเวณส้นเท้าที่ดีขึ้น



  ในขณะที่แผ่นรองพื้นอีกหนึ่งชุดที่บอกว่าเป็นแผ่นรองพื้นแบบมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลจาก
อาดิดาสนั้น  ผลิตจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งหมด  มีความหนามากกว่าแผ่นแบบบูสท์ประมาณ
2 เท่า  เนื้อโฟมค่อนข้างหนาและยุบตัวตามแรงกดได้ลึกพอสมควร  ที่บริเวณขอบส้นเท้านั้นจะมี
การยกขอบขึ้นมาตามปกติ  โดยปกติแล้วอาดิดาสจะเรียกแผ่นรองพื้นลักษณะนี้ว่า แผ่นรองพื้นแบบ
Comfort



  ผิวหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นชุดนี้บุด้วยวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่เช่นกัน  แต่จะไม่มีส่วนไดคัทเหมือนกับ
แผ่นรองพื้นแบบบูสท์  ความฝืดของผิวหน้าสัมผัสโดยรวมถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน  ให้การยึดเกาะ
ระหว่างฝ่าเท้าได้ดีไม่น้อยไปกว่าแผ่นรองพื้นแบบบูสท์สักเท่าไหร่นัก

  ผมได้ลองเปรียบเทียบความนุ่มระหว่างแผ่นรองพื้นแบบบูสท์และแบบมาตรฐาน  ด้วยการออกแรงกด
ด้วยนิ้วมือลงไปตรงๆ  พบว่าความนุ่มที่รู้สึกได้นั้นไม่แตกต่างกันเลย  แต่ต้องไม่ลืมว่าแผ่นรองพื้น
แบบบูทส์นั้นมีความบางมากกว่าถึง 2 เท่า  จึงจะตอบโจทย์ผู้เล่นที่ชอบฟีลลิ่งการเคลื่อนที่แบบบางๆ
มากกว่า  ในขณะที่แผ่นรองพื้นแบบมาตรฐานจะรู้สึกถึงความหนาและมั่นคงในการลงน้ำหนักมากกว่า
เล็กน้อย  ถือเป็นตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือกใช้ได้ตามความถนัดส่วนบุคคลได้เลย


  ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกของอาดิดาส ACE 17+ Pure Control นั้นยังไม่หมด
เพียงเท่านั้น  ภายใต้แผ่นรองพื้นที่สามารถถอดเข้าถอดออกหรือเปลี่ยนแบบได้ตามต้องการของผู้เล่น 
ยังมีส่วนชุดพื้นชั้นกลาง (Midsole) ซึ่งมีวัสดุบูสท์รองเท้าไว้อีกหนึ่งชั้น  เป็นส่วนประกอบหลัก
ของตัวรองเท้าไปเลย  ไม่สามารถถอดแยกออกมาได้เหมือนกับแผ่นรองพื้น  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการรองรับแรงกระแทกให้กับผู้สวมใส่ไปอีกขั้น  ซึ่งถือเป็นของใหม่ที่อาดิดาสเอามาใช้งาน
กับรองเท้ารุ่นนี้โดยเฉพาะ



  อาดิดาสยังคงเลือกใช้ชุดพื้นแบบ Sprintframe มาใช้เป็นช่วงล่างให้กับ ACE 17+ Pure
Control
เหมือนกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ซึ่งชุดพื้นชุดนี้ผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูป
เป็นชิ้นเดียวกันทั้งชุด  ถูกออกแบบให้มีความบางเพื่อควบคุมน้ำหนักของรองเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่
จะทำได้  จุดเด่นอยู่ที่ฐานพื้นช่วงกลางซึ่งมีลักษณะเป็นโครงสร้างเส้นสาย 3 แนว  มีความแข็งแรง 
และสามารถส่งแรงดีดกลับได้ดีเมื่อผู้เล่นถอยเท้าขึ้นจากพื้นสนาม  จึงช่วยส่งแรงสปรินซ์ในจังหวะ
การเคลื่อนที่ของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี 


  และเพื่อให้สมราคาในฐานะรองเท้ารุ่นสูงสูดของตระกูล  อาดิดาสได้เพิ่มการทำสีแบบเคลือบ
โครเมี่ยม
ในส่วนที่เป็นสีทึบของชุดพื้นทั้งหมด  เพื่อให้ชุดพื้นดูดีมีมิติเหมาะสมกับระดับที่ควรจะเป็น 
เพียงแต่จะมีข้อมูลกำกับเอาไว้ว่า..ลวดลายเฉดโครเมี่ยมทั้งหมดนั้นอาจจะหายไปในระหว่างการ
ใช้งานได้  โดยเฉพาะการใช้ลงเล่นในพื้นสนามหญ้าเทียม  ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องยอมรับให้ได้
เพราะมันเป็นเรื่องปกติ !!  ส่วนพื้นที่ตรงกลางของชุดพื้นนั้นจะใช้เป็นสีขาวโปร่ง  พอจะมองเห็น
ชั้นกลางของชุดพื้นที่เป็นวัสดุบูสท์ได้  การออกแบบเช่นนี้ก็เพื่อต้องการจะโชว์การเอาวัสดุบูทส์
มาใช้ใน ACE 17+ Pure Control นั่นเอง


มาดูกันที่ปุ่มรองเท้าแบบ FG  กันบ้าง  ซึ่งจริงๆ แล้วคงไม่มีอะไรต้องอธิบายกันมากมายนัก  เพราะ
อาดิดาสได้ยกชุดปุ่มกลมทั้งหมดจากรุ่นเดิมมาใช้กับ ACE 17+ Pure Control แบบไม่มีดัดแปลง
แก้ไขอะไรเพิ่มเติมเลย  ปุ่มด้านหน้าทั้งหมด 7 ปุ่ม  ข้างเท้าด้านนอกและข้างเท้าด้านในฝั่งละ 3 ปุ่ม
และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้า 1 ปุ่ม  วางตัวในแบบสมมาตรทั้งหมด  ในขณะที่ปุ่มด้านหลังก็เช่นกัน..เป็นปุ่ม
กลมทั้งหมด 4 ปุ่ม  ขนาดปุ่มไม่แตกต่างกันเลย  โดยชุดพื้นและรูปแบบการวางปุ่มเช่นนี้  อาดิดาสตั้งชื่อ
ไว้ว่า “Ground Control 3.0”



  สาเหตุที่อาดิดาสยังคงยึดรูปแบบการวางปุ่มและลักษณะปุ่มกลมทั้งหมดแบบเดิม  เอามาใช้กับ
ACE 17+ Pure Control นั้น  คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชุดพื้นและปุ่มแบบนี้มีจุดเด่นในเรื่องของ
การลงน้ำหนักที่สมดุล  การยึดเกาะและรูปแบบการเคลื่อนที่ที่ตอบโจทย์สไตล์การเล่นของผู้เล่น
ส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก  จะสปรินซ์ จะหยุด หรือจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ก็สามารถทำได้
ครบถ้วนทุกรูปแบบ  ซึ่งใครที่เคยใช้งาน ACE 16 มาก่อน  จะรู้ถึงประสิทธิภาพของชุดพื้นแบบง่ายๆ
แต่ใช้งานได้จริง ชุดนี้ ได้เป็นอย่างดี


  ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านหลายๆ ท่านจะมีความรู้สึกเหมือนกันกับผมหรือไม่  ว่ารองเท้าฟุตบอลอาดิดาส
ACE 17+ Pure Control คู่นี้  มีรายละเอียด วัสดุ เทคโนโลยีและการออกแบบที่น่าสนใจ
เป็นอย่างมาก  จนไม่อาจปฏิเสธได้ว่า "อยากลองและสัมผัสการใช้งานจริง" ของรองเท้าฟุตบอล
สายพันธุ์คอนโทรลระดับโครตท็อปรุ่นนี้ในทันทีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

  ดังนั้น..ใครที่รอติดตามการรีวิวทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนามของอาดิดาส
ACE 17+ Pure Control พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบกันแบบตรงไปตรงมา ตามสไตล์
SiamBoots ของเรา  ขอให้อดใจรออีกนิด..พร้อมในขณะที่ทุกท่านได้อ่านบทความ Hand On!
นี้อยู่ ผมได้มีโอกาสพาเจ้ารองเท้าลายพรางคู่นี้ลงสนามทดสอบไปบ้างแล้ว  ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอน
ของการเก็บข้อมูลเพื่อที่จะถ่ายทอดออกมาในเร็วๆ นี้

  แต่สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่มั่นใจว่าจะเป็นเจ้าของ ACE 17+ Pure Control แล้วมาร่วม
ทดสอบการใช้งาน พร้อมทั้งสัมผัสประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กัน  วันนี้รองเท้าฟุตบอลไร้เชือกระดับ
สูงสุดรุ่นนี้  มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเฉพาะร้าน อาริ ฟุตบอล คอนเซ็ปสไตร์
ในราคา 11,900 บาท

  ทั้งนี้..หากคุณผู้อ่านท่านใดที่อยากได้รับบริการที่ยอดเยี่ยม  สะดวกและรวดเร็ว  ท่านสามารถ
เข้าไปช็อปสินค้าออนไลน์ได้ที่เว็บไซด์ Messisport.com (คลิก) ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ
SiamBoots มาอย่างยาวนาน  จึงมั่นใจได้ในบริการที่เต็มระดับ

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 3 เมษายน 2017 เวลา 22.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom III
Ultraman


"Testing!" ไนกี้ Hypervenom
Phantom III DF



"Testing!" อาดิดาส ACE 16.1