"Hand On!" อาดิดาส Copa 19.1 - Redefine Touch

  ชั่วโมงนี้คงไม่มีรองเท้าฟุตบอลรุ่นไหนจะร้อนแรงไปกว่าอาดิาดส Copa 19 อีกแล้ว  
ต้องเรียกว่านี่คือการยกเครื่องครั้งใหญ่  ของรองเท้าตระกูลคลาสสิคคอนโทรลได้อย่าง
ลงตัว ทั้งเทคโนโลยีและการออกแบบ  รวมถึงการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนสำคัญ  จนทำให้
รองเท้าซีรี่ย์นี้ที่เคยถูกมองข้าม ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง   

  อาดิดาสมีรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรล ที่เน้นการผลิตจากวัสดุหนังแท้นุ่มๆ
ภายใต้ดีไซน์การออกแบบแบบดั้งเดิม  ที่มีกลิ่นอายของราชาแห่งความคลาสสิคตลอดกาล
อย่าง Copa Mundial เป็นรองเท้าต้นแบบ  โดยอาดิดาสเลือกทำตลาดรองเท้าซีรี่ย์ดังกล่าว
ในชื่อ Copa แล้วตามด้วยเลขปี ค.ศ. หลักที่ทำตลาด  เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 ในชื่อ
Copa 17 และปี 2018 ในชื่อ Copa 18  พร้อมใช้ระบบการเรียกชื่อรุ่นแบบเอกลักษณ์
นิยมของอาดิดาส ณ ตอนนี้ ที่เราคุ้นเคยกันดี คือ .1 .2 และ .3 ไล่ลำดับจากรองเท้ารุ่นท็อป
ลงไปยังรองเท้าระดับทั่วไป



  เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา  อาดิดาสประกาศเปิดตัวเจเนอเรชั่นใหม่ในชื่อ Copa 19
ออกสู่สังเวียนหญ้าอย่างเป็นทางการ  พร้อมท้ารบกับรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรล
อย่างเต็มภาคภูมิ แถมติดอาวุธหนักด้วยการอัพเกรดรองเท้าระดับสูงสุดที่เจเนอเรชั่นเก่าไม่มี  
ออกมาเป็นรองเท้ารุ่น Copa 19+ ที่ "ไร้เชือก" ทัดเทียมกับรองเท้าซีรี่ย์อื่นๆ ของอาดิดาส
เป็นที่เรียบร้อย

  แต่ไม่ใช่แค่ความเป็นรองเท้า "ไร้เชือก" เพียงอย่างเดียว  ที่เป็นเหตุผลให้คนทั้งโลกจับตา
จ้องมองมาที่ Copa 19  เพราะรายละเอียดของตัวรองเท้าที่อาดิดาสเผยข้อมูลออกมานั้น  
ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  ครั้งนี้อาดิดาสเอาจริงกับรองเท้าซีรี่ย์นี้ของตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องของวัสดุระดับพรีเมี่ยม ดีไซน์การออกแบบที่ดูโดดเด่น สะดุดตาและน่าสนใจ  รวมถึง
การปล่อบภาพโปรโมทชุดใหญ่ออกมาในฐานะรองเท้ารุ่นหลักของคอลเลคชั่นล่าสุด  แทนที่
Predator 19 เสียด้วยซ้ำ (ปกติอาดิดาสแทบจะไม่ได้โปรโมทภาพของ Copa 17 หรือ
Copa 18 เลย)



  หนึ่งปัจจัยที่ทำให้ Copa 17 และ Copa 18 นั้นไม่ค่อยถูกโปรโมท  หรือได้รับความนิยม
จากแฟนๆ มากนัก  เนื่องมาจากอาดิดาสไม่แต่งตั้งพรีเซนเตอร์หลักระดับซุปเปอร์สตาร์  เข้ามาเพื่อ
โปรโมทรองเท้าซีรี่ย์นี้อย่างจริงจัง  แม้ว่าอาดิดาสจะมีพรีเซนเตอร์หลักที่เป็นนักฟุตบอลระดับไอคอน
มากมาย  แต่ทั้งหมดจะไปรวมกันอยู่ที่ Predator และ X ที่อาดิดาสเน้นการโปรโมทเป็นหลัก

  แต่ล่าสุด...กับ Copa 19 อาดิดาสได้นักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์เข้ามารับบทเป็นพรีเซนเตอร์หลัก
ให้กับรองเท้ารุ่นนี้อย่างเป็นทางการ ได้แก่ เปาโล ดีบาล่า กองหน้าตัวเก่งแห่งยูเวนตุส ที่เริ่มแสดง
"คลาส" ของความเป็นนักเตะระดับโลกออกมาเรื่อยๆ  อีกหนึ่งคนคือ โทนี่ โครส กองกลางทักษะสูง
ที่ครั้งนี้ประกาศตัวมาสวมใส่ Copa 19 อย่างเป็นทางการ  ทั้งคู่จะมาร่วมมือกันเพื่อแสดงศักยภาพ
ของรองเท้ารุ่นนี้ และก็เชื่อว่าจะมีผลโดยตรงต่อกระแสความร้อนแรงและถูกอกถูกใจแฟนๆ หลายคน
อย่างแน่นอน



  นอกเหนือจาก Copa 19+ ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นสูงสุดที่อาดิดาสใช้โปรโมทแล้ว  ในซีรี่ย์นี้ยังมี
อีกหนึ่งสมาชิกที่จัดว่าเป็นรองเท้ารุ่นสำคัญ นั่นคือ Copa 19.1 รองเท้าระดับท็อปคลาสที่ถูก
อัดแน่นมาด้วยรายละเอียดการออกแบบ  วัสดุและเทคโนโลยีระดับที่ดีที่สุดของอาดิดาส  และ
ถือเป็นรองเท้ารุ่นหลักที่อาดิดาสจะเน้นการทำตลาดไปทั่วโลก  เพื่อให้มอบประสบการณ์ใหม่
ภายใต้คำว่า "Redefine Touch" หรือ "นิยามใหม่ของการสัมผัสบอล" ให้กับผู้เล่น
ที่เลือกใช้รองเท้ารุ่นนี้เป็นอาวุธ

  ในบทความนี้..SiamBoots จะนำ Copa 19.1 มาเปิดฝากล่องเพื่อรีวิว "Hand On!"
แนะนำทุกจุดทุกสัดส่วนของตัวรองเท้า  พาคุณผู้อ่านไปร่วมสัมผัสรายละเอียดทั้งหมด รวมถึง
การออกแบบที่น่าสนใจแบบจัดเต็ม  ไปดูกันว่าหนึ่งในรองเท้าฟุตบอลที่มาแรงที่สุดในตอนนี้
มีอะไรน่าสนใจบ้าง



  ครั้งนี้ทางอาดิดาสได้จัดทำกล่องแบบพิเศษ..เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของตำนาน
รองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิค  ที่มีจุดกำเนิดในปี 1982 ในชื่อ Copa Mundial ก่อนที่
จะค่อยๆ พัฒนาต่อเนื่องมาจนครองใจบรรดานักเตะทักษะสูงสายคลาสสิคมาเกือบ 40 ปี
ก่อนที่ต้นแบบดังกล่าว...จะถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและการออกแบบสมัยใหม่  จนกลาย
มาเป็น Copa 19 ในตอนนี้  รองเท้าประเภทคลาสสิค





  ต้องบอกเลยว่า..กล่องสุดพิเศษแบบนี้ อาดิดาสจัดทำขึ้นมาเพื่อการโปรโมทโดยเฉพาะ
ลักษณะหรือวัสดุ รวมถึงการออกแบบกล่องก็ทำออกมาได้ดีมาก  สมแล้วกับที่เป็นคอลเลคชั่น
ที่อาดิดาสต้องการนำเสนออย่างแท้จริง  ซึ่งกล่องแบบนี้มีทำให้เฉพาะในการโปรโมทครั้งนี้
เท่านั้นนะครับ



  แต่สำหรับรองเท้าฟุตบอล Copa 19.1 ในแบบที่ขายตามปกตินั้น  ตัวรองเท้าจะถูกบรรจุมา
ในกล่องรองเท้าสีดำ  ที่มีโลโก้แถบสามขีดแบบ Performance ที่เราเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากันดีแล้ว 



  เมื่อเปิดฝากล่องขึ้น..ก็จะได้พบกับ Copa 19.1 รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของซีรี่ย์
คลาสสิคคอนโทรล เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด  ที่จะเป็นพระเอกของเราในบทความนี้  ตัวรองเท้า
ถูกวางตะแคงสลับกันมาตามปกติ  สำหรับรองเท้ารุ่นนี้/สีนี้ ถูกผลิตจากประเทศอินโดนีเซีย
(Made in Indonesia) ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตใหญ่ที่สุดของอาดิดาส ณ ปัจจุบันนี้

  ด้านในกล่องจะมีเพียงแค่ตัวรองเท้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้า
ระดับท็อปคลาส  แต่อาดิดาสก็ไม่ได้แถมถุงใส่รองเท้ามาให้เหมือนกับซีรี่ย์อื่น  ถือเป็นเรื่อง
ที่น่าเสียดายพอสมควร  แต่ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้อาดิดาสสามารถลดค่าตัวรองเท้ารุ่นนี้
ให้ถูกกว่าทั้ง Predator 19.1, X 18.1 หรือ Nemeziz 18.1 ได้นั่นเอง

  น้ำหนักตัวโดยประมาณของรองเท้ารุ่นนี้ (ไซส์มาตรฐาน) อยู่ที่ 238 กรัม/ข้าง จัดอยู่ในพิกัด
ที่เริ่มจะมีน้ำหนัก  เพราะจากข้อมูลกับรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่เราเคยรีวิวไป เป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Predator 19.3 Laceless 249 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 18.1 210 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Vision Elite DF 215.5 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม
  - แพน Balancer Touch X 199 กรัม
  - อัมโบร Velocita IV Pro 220 กรัม



  “FusionSkin” คือชื่อเทคโนโลยีของอัพเปอร์ตัวรองเท้า Copa 19.1 ที่อาดิดาสพัฒนา
ขึ้นมาใช้กับรองเท้ารุ่นนี้โดยเฉพาะ  ด้วยการผสมผสานระหว่างวัสดุทั้ง 2 ประเภท เพื่อทำให้
ตัวรองเท้าแสดงประสิทธิภาพของการสัมผัสบอลที่ดีที่สุด  มีความกระชับและการซัพพอร์ต
ที่เป็นเลิศ



  โดยอัพเปอร์ตัวรองเท้าครึ่งหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสและควบคุมบอลนั้น  อาดิดาสเลือกใช้
วัสดุหนังจิงโจ้ (Kangaroo Leather) แท้ แบบชิ้นเดียว  ไร้รอยต่อของการตัดเย็บระหว่าง
ชิ้นส่วนที่เป็นหนังจิงโจ้ด้วยกัน  เพื่อให้อัพเปอร์สามารถเข้ารูปกระชับกับรูปเท้าได้อย่างแนบเนียน
เป็นธรรมชาติ  เข้ารูปกับสรีระเท้าได้อย่างแนบสนิท  และช่วยป้องกันความชื้นซึมผ่านเข้าไป
ที่ชั้นหนังด้านใน  ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานของตัวรองเท้าลดลง


  
  ภายใต้หน้าสัมผัสหนังจิงโจ้  ยังถูกออกแบบให้มีโครงสร้างชั้นกลางเสริมเข้ามา  เพื่อช่วยทำให้
รองเท้ารุ่นมีฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มเท้า ควบคุมน้ำหนักบอลได้หนักแน่น  และด้วยลักษณะ
เฉพาะตัวของโครงสร้างด้านในที่ไม่ได้หนามากนัก  จะยังเป็นผลดีต่อเรื่องของฟีลลิ่งการสัมผัส
ที่เป็นธรรมชาติ  สามารถควบคุมบอลได้เร็ว เล่นในจังหวะต่อเนื่องได้ทันที  ซึ่งมองรวมๆ แล้ว
ถือได้ว่าความนุ่มและความหนา ของรองเท้ารุ่นนี้ค่อนข้างที่จะมีสมดุลที่ลงตัว

  อีกหนึ่งจุดเด่นของ Copa 19.1 ก็คือการออกแบบพื้นผิวหน้าสัมผัสให้มีลักษณะเป็นเส้นสายลึก
เข้าไป  ทำให้เกิดเป็นพื้นผิวสัมผัสบอลที่เป็น 3 มิติ มีระดับที่แตกต่าง เพื่อทำให้พื้นผิวสัมผัสบอล
ที่มากขึ้น  ช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถควบคุมทิศทางของลูกบอลที่ออกไปจากเท้าได้ดั่งใจ



  เช่นเดียวกับพื้นที่ข้างเท้าด้านใน  ได้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สัมผัส ควบคุมและแปส่งบอลที่มี
ประสิทธิภาพ  โดยชิ้นส่วนของวัสดุหนังจิงโจ้จะทอดยาวต่อเนื่องมาถึงข้างเท้าด้านในตอนลึก
ส่งผลให้การเล่นบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  ยังคงได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มเท้า หนักแน่น
ประสานกับการออกแบบพื้นผิวสัมผัสบอลที่มีมิติขรุขระ จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกบอล
ที่ถูกแปส่งออกไปนั้นมีความแม่นยำอีกด้วย



  วัสดุอัพเปอร์ครึ่งหลัง  จะเป็นวัสดุสังเคราะห์คล้ายกับด้ายถัก  แต่เมื่อลองสำรวจและสัมผัสใกล้ๆ
แล้ว  ดูเหมือนว่าจะเป็นวัสดุสังเคราะห์คล้ายผ้าเมซตา  ที่ถูกขึ้นรูปให้มีช่องว่าง  สามารถให้ตัว
ได้ดีในระดับหนึ่ง  ถูกเอามาใช้เพื่อทำให้แนวหุ้มส้นและครึ่งหลังของตัวรองเท้า Copa 19.1
สามารถเข้ารูปกระชับกับข้อเท้าของผู้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม  แต่ยังคงฟีลลิ่งที่บางเป็นธรรมชาติ
จึงทำให้ผู้เล่นได้ทั้งความกระชับและความสบายไปพร้อมๆ กัน



  พื้นที่หลังเท้าของ Copa 19.1 จะยังเป็นแบบมีเชือกรองเท้าตามปกติ โดยเชือกรองเท้าที่
อาดิดาสใส่มาให้นั้นจะเป็นเชือกแบบเส้นแบน หน้ากว้าง  สามารถจัดระเบียบให้เส้นเชือก
วางตัวแบนราบได้ง่าย เพื่อไม่ให้รบกวนการสัมผัสควบคุมบอลที่บริเวณหลังเท้า  ในขณะที่
ปลายเชือกจะขยายออก  และมีเนื้อผ้าที่นิ่มกว่า ทำให้เวลาผูกมัดปมเชือกนั้นสามารถทำได้
อย่างแน่นหนาและไม่คลายตัวหลุดออกได้ง่ายๆ

  ชิ้นส่วนหลังเท้าตรงส่วนที่เป็นอัพเปอร์นั้น  จะเป็นวัสดุสังเคราะห์คล้ายผ้าเมซเป็นรูตาข่าย
แต่มีลักษณะเนื้อวัสดุที่แข็งและบาง  มันได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความกระชับกับหลังเท้า
ของผู้สวมใส่ได้อย่างกระชับแนบสนิท  ชิ้นส่วนที่บางจะทำให้ผู้เล่นยังได้ฟีลลิ่งในการสัมผัส
ควบคุมบอลที่บริเวณนี้  รูช่องว่างของวัสดุจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศที่ดี
เป็นพิเศษ



  ลักษณะการออกแบบของชิ้นส่วนหลังของ Copa 19.1 นั้น  จะเรียกว่าเป็นลิ้นรองเท้าก็ไม่เชิง  
มันเป็นลักษณะของการทบส่วนอัพเปอร์ของข้างเท้าด้านนอก  เข้าไปกับชิ้นส่วนของข้างเท้าด้านใน
ดั่งที่เห็นได้ตามภาพด้านบน แต่ที่น่าสนใจคือการออกแบบให้มีวัสดุยางยืด  ที่จะดึงรั้งเข้ากับชุดพื้น
ด้านใน  เพื่อเน้นการสร้างความกระชับเข้ารูปกับสรีระหลังเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ



  ลักษณะของเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย ได้ผสานการออกแบบที่คลาสสิค ด้วยการ
ใช้เกราะหุ้มส้นแบบภายใน (Internal Heel Counter) ทำให้ส้นเท้าดูเรียบง่ายลงตัว  
ลักษณะของส้นเท้าดูค่อนข้างกว้าง  ในขณะที่การเสริมดีไซน์กราฟฟิก ชื่อ โลโก้และเส้นสาย
สะท้อนแสง  ก็เป็นส่วนช่วยทำให้ส้นเท้าของรองเท้ารุ่นนี้ดูมีสไตล์ไม่น้อย

  กลับมาที่หุ้มส้นกันก่อน...หุ้มส้นชุดนี้ได้ถูกเสริมวัสดุพลาสติกแข็งเอาไว้ที่ชั้นด้านในของส้น
ผมได้ลองสัมผัสดูแล้ว  พบว่าชิ้นวัสดุพลาสติกแข็งนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือสูงขึ้นมาปกป้อง
ส้นเท้าในแนวดิ่งมากนัก  แต่จะเน้นการโอบไปด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งเพื่อปกป้องส้นเท้าด้านข้าง
มากกว่า  อีกสิ่งนึกที่น่าประทับใจ..ก็คือ้เมื่อออกแรงกระทำเข้าไป  พบว่าเกราะส้นเท้ามีความ
แข็งแรงเป็นอย่างมาก



  หุ้มส้นด้านในของ Copa 19.1 ก็ถูกออกแบบมาได้อย่างดี  ด้วยการเสริมแนวซัพพอร์ต
ด้วยวัสดุบุนุ่มไว้ด้านในอย่างเต็มพื้นที่ที่จะสัมผัสกับส้นเท้าของผู้เล่น  ไม่ว่าจะเป็นส่วนด้านหลัง
ของปีกด้านข้าง ทั้งฝั่งข้างส้นเท้าด้านในและส้นเท้าด้านนอก

  ทั้งยังใช้วัสดุหน้าสัมผัสลักษณะเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่  ให้สัมผัสที่มีความฝืด เกิดแรงเสียดทาน
ได้ดี  จึงมั่นใจได้ว่าส้นเท้าของรองเท้ารุ่นนี้จะสามารถจับล็อคและสร้างความกระชับกับส้นเท้า
ของผู้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้ทุกการเคลื่อนที่ทำได้อย่างมั่นใจ  แม้ว่าจะไม่ใช่
รองเท้าฟุตบอลแบบหุ้มข้อสูงก็ตาม



  แผ่นรองพื้นด้านในผลิตจากโฟม EVA ทั้งชิ้นสามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  
ตามปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคู่นี้  แผ่นรองพื้นชุดนี้มีความหนาไม่มากนัก  โดยเฉพาะ
ช่วงบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าที่ไม่หนาหรือไม่บางจนเกินไป  ได้ลองออกแรงกดด้วยนิ้วมือดูแล้ว
จะได้ฟีลลิ่งการตอบสนองของแรงที่รวดเร็วเป็นหลัก  ในขณะที่ความหนานุ่มที่จะช่วยซัพพอร์ต
แรงกระแทกนั้น  จะรู้สึกได้แค่ระดับปานกลาง



  แต่แผ่นรองพื้นชุดนี้ยังมีรายละเอียดของการออกแบบหลายๆ จุดที่น่าสนใจ  ได้แก่ ตำแหน่ง
บริเวณส้นเท้าที่ถูกเสริมให้มีความหนาและนุ่มมากเป็นพิเศษ  เป็นตัวช่วยที่ดีในการรองรับ
แรงกระแทกจากพื้นสนาม  โดยเฉพาะในจังหวะการลงน้ำหนักที่ส้นเท้า  ตรงส้นมีอักษรเฟล็ก
เป็นชื่อรุ่น Copa 19.1 เอาไว้อย่างชัดเจน  

ในขณะที่ผิวสัมผัสด้านบน..อาดิดาสยังเลือกใช้วัสดุหน้าสัมผัสเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่  มีความฝืด
ช่วยลดอาการลื่นไถลไป-มาระหว่างฝ่าเท้ากับแผ่นรองพื้นได้ดีขึ้น



  เมื่อพลิกกลับมาดูที่ใต้แผ่นรองพื้น  ก็จะพบกับลักษณะการออกแบบเป็นแนวเส้นแบบเส้นแผนที่
ความสูง (Contour Map) โดยตรงแนวเส้นนั้นจะมีลักษณะนูนขึ้นมา  สัมผัสแล้วรู้สึกถึงแรง
เสียดทานระหว่างใต้แผ่นรองพื้นกับผิวด้านบนของชุดพื้นอย่างชัดเจน  มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพ
ที่จะช่วยป้องกันอาการลื่นไถลระหว่างแผ่นรองพื้นกับชุดพื้น



  ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของอาดิดาส Copa 19.1 รุ่นใหม่ล่าสุดคู่นี้  ก็ได้รับการพัฒนา
ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ด้วยการออกแบบลักษณะปุ่มใหม่  จากที่เคยใช้
เป็นปุ่มกลมทั้งหมด  ได้ถูกเปลี่ยนมาใช้ปุ่มแบบผสม  เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการเคลื่อนที่
ที่สมบูรณ์แบบรอบด้านมากกว่าเดิม  แต่ก่อนที่จะไปลงรายละเอียดเกี่ยวกับปุ่มต่างๆ ของรองเท้า
รุ่นนี้  เราจะไปสำรวจกับที่ชุดพื้นและโครสร้างฐานพื้น (Outsole) กันก่อน 

  ชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ผลิตจากพลาสติก TPU ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง
และทนทาน  เอามาผลิตเป็นวัสดุชุดพื้นทั้งชิ้น  ที่น่าสนใจคืออาดิดาสได้ออกแบบให้เป็นชุดพื้น
แบบ 2 ชั้น
  โดยชั้นแรกเป็นฐานด้านในที่เห็นเป็นส่วนวัสดุสีขาว  เป็นชุดพื้นเต็มชิ้นชั้นตามปกติ 
แต่ยังมีชุดพื้นชั้นนอก..เป็นการเสริมชิ้นส่วนชุดพื้นและฐานปุ่มให้หนาขึ้น  ที่ตำแหน่งของปุ่ม
บางปุ่ม (ส่วนฐานปุ่มสีดำ)  จากข้อมูลทางเทคนิคได้ระบุว่า..การออกแบบเช่นนี้  จะช่วยเพิ่ม
ความมั่นคง  ผู้สวมใส่สามารถลงน้ำหนักได้อย่างเต็มสัมผัสของปุ่ม 



  โครงสร้างของฐานพื้นช่วงกลางที่เชื่อมประสานระหว่างชุดปุ่มด้านหน้าและชุดปุ่มด้านหลัง 
ได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะแนวสันขนาดใหญ่นูนขึ้นมาจำนวน 2 แนว แบบขนานกัน 
ผมได้ลองจับชุดพื้นมาลองหักงอตามลักษณะจริงเมื่อต้องการปรินซ์เคลื่อนที่ด้วยปลายเท้า 
สามารถรับรู้ถึงแรงต้านและแรงดีดกลับที่รุนแรง  รวมถึงการตอบสนองที่ว่องไวพอสมควร



  ชุดปุ่มด้านหน้าของ Copa 19.1   อาดิดาสยังยึดมั่นในการเลือกใช้แพตเทิร์นวางปุ่ม
แบบ 7 ปุ่ม  แบ่งออกเป็นปุ่มแนวขอบรองเท้าฝั่งละ 3 ปุ่ม  และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้า 1 ปุ่ม 
เหมือนกันกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว และรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ต่างๆ ในปัจจุบันนี้ทั้งหมด  เรียกได้
ว่ากลายเป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบปุ่ม FG ของรองเท้าฟุตบอลอาดิดาสไปแล้ว

  จากปุ่มกลมเพียวๆ ที่เคยใช้เมื่อเจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้  มาใน Copa 19.1 อาดิดาสได้
เปลี่ยนลักษณะปุ่มมาใช้เป็นปุ่มรูปทรงสามเหลี่ยมทรงโค้ง  โดยด้านบนที่เป็นปลายปุ่มนั้น
จะเป็นลักษณะของแนวโค้ง  ส่งผลให้ผู้เล่นสามารถหมุนตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
ได้อย่างอิสระ ราบลื่น และรวดเร็ว 

  ด้านตรงข้ามจะถูกออกแบบให้เกิดเหลี่ยม  เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล็อคกับพื้นสนาม
ได้ดีกว่าการใช้ปุ่มกลมเพียวๆ ทั้งหมด แบบตอนเจเนอเรชั่นที่แล้ว



  จำนวนปุ่มทั้งหมด 7 ปุ่ม ได้ถูกออกแบบให้เป็นปุ่มลักษณะข้างต้นทั้งสิ้น 6 ปุ่ม  แต่จะเหลืออีก
1 ปุ่ม  เป็นปุ่มแบบกลมปกติ  คือปุ่มที่อยู่ฝั่งข้างเท้าด้านในตรงกลาง  ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะต้อง
ใช้ลงน้ำหนักมากที่สุด  ในจังหวะที่ผู้เล่นต้องการเปลี่ยนทิศทางในการเคลื่อนที่  

  ดังนั้น...พอจะบอกได้แล้วว่าบุคลิกหรือจุดเด่นในการเคลื่อนที่ภายใต้การออกแบบรูปทรงปุ่ม FG
ของ Copa 19.1 นั้น อาดิดาสยังเน้นไปที่การลงน้ำหนักแบบเต็มฝ่าเท้า สมดุล และสามารถ
ปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้แบบ 360 องศาอย่างราบลื่น  แต่เพิ่มการยึดเกาะที่ดีขึ้นจาก
มุมของปุ่มที่เกิดขึ้น  เพื่อตอบโจทย์การเคลื่อนที่ที่ดุดันและรวดเร็วได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
และทันท่วงทีกับฟุตบอลสมัยใหม่


  ชุดปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม  จะเป็นปุ่มที่มีขนาดใหญ่กว่าและฐานหนากว่าปุ่มด้านหน้า
เล็กน้อย  ลักษณะปุ่มเป็นปุ่มทรง 3 เหลี่ยมแบบโค้งออกจากกันในแต่ละทิศทาง  ส่วนโค้งที่มี
จะช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถใช้ส้นเท้าเป็นจุดหมุนได้ดี  ในขณะที่มุมของด้านตรงข้าม จะช่วย
เพิ่มจังหวะการล็อคกับพื้นสนามให้มั่นคงขึ้น  ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นจะเลือกลงน้ำหนักส้นเท้า
ในลักษณะไหนมากกว่ากัน  ส่วนฐานปุ่มของปุ่มหลังทั้งหมดได้ถูกเสริมเป็น 2 ชั้น ตามที่ได้
อธิบายไปก่อนหน้านี้  โครงสร้างฐานที่หนาขึ้นแบบนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงในจังหวะการ
ลงน้ำหนักที่ส้นเท้าให้มากเป็นพิเศษ



  ครั้งนี้พูดได้เต็มปากเลยว่า Copa 19.1 สามารถกลับมาสร้างกระแสความคึกคัก  ให้กับ
รองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลของอาดิดาสได้อย่างแท้จริง  เพราะนอกเหนือ
จากการโปรโมทแบบจัดเต็มที่คนทั้งโลกน่าจะได้เห็นกันไปแล้วนั้น  ข้อมูลทางเทคนิดทั้งหมด
ของรองเท้ารุ่นนี้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ เทคโนโลยีไฮไลท์และการออกแบบ  ยังเป็นการ
ยืนยันได้อีกเสียงนึงว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มีความน่าสนใจมากกว่าเจเนอเรชั่นเก่าอย่าง
Copa 17.1 หรือ Copa 18.1 เป็นอย่างมาก

  แน่นอนว่าผมจะทดสอบการใช้งานแบบจัดเต็ม “Boots Testing!” ของ Copa 19.1 
เพื่อเขียนวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพทุกด้านของรองเท้ารุ่นนี้  ทั้งข้อดีและข้อด้อย ที่สามารถ
สัมผัสได้ทั้งหมด  เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านที่สนใจรองเท้ารุ่นนี้  ได้รู้ไปเลยว่าการกลับมา
อย่างเต็มรูปแบบของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลที่มี DNA ของตำนานอย่าง
Copa Mundial แฝงมาด้วยนั้น  จะมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมสมกับที่อาดิดาสโปรโมทออกมา
หรือไม่  รอติดตามกันได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน



  แต่สำหรับคุณผู้อ่านใดที่อยากจะสัมผัส หรือทดลองประสิทธิภาพการใช้งานของ อาดิดาส
Copa 19.1 ด้วยตัวท่านเอง  วันนี้อาดิดาสพร้อมวางจำหน่ายรองเท้ารุ่นนี้แล้ว  ในฐานะ
รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส  ที่มีราคาจำหน่ายเพียงแค่ 7,300 บาท เท่านั้น  เป็นไง
ล่ะครับ...นอกจากอ็อฟชั่นจัดเต็มแล้ว  ตัวรองเท้ายังมีราคาที่ถูกกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ อีกด้วย

  โดยผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ได้แล้วที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ และอาดิดาส
สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทุกสาขา และอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th
/th/men-football-shoes

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 3 ธันวาคม 2018 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 




"Hand On!" คัปป้า Symbolight Pure Pro


"Hand On!" อาดิดาส Predator 19.3 LL


"Hand On!" อาดิดาส Nemeziz 18.1