"Hand On!" อาดิดาส Gloro 16.1 "Speed of Light" - The Classic Touch

  อาดิดาส "Gloro" ซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลแนวโมเดิร์นคลาสสิค  ที่ชื่อนี้พอจะเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ
ในตลาดรองเท้าฟุตบอล  เพียงแต่ยังมีน้อยคนที่จะเลือกใช้บริเวณของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ในบทความนี้
SiamBoots จะมาทุกท่านไปร่วมสัมผัสกับเจ้า Gloro 16.1 สีแดงสดคอลเลคชั่น Speed of Light
เพื่อไปดูกันว่ารองเท้ารุ่นนี้มีเทคโนโลยี วัสดุและรายละเอียดน่าใช้มากแค่ไหน

  รองเท้าฟุตบอลตระกูล Gloro นั้นถูกเปิดตัวออกสู่วงการฟุตบอลครั้งแรกเมื่อปี 2015 ซึ่งมีรหัสชื่อ
เรียกแบบเดียวกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์หลักของอาดิดาส  นั่นคือ Gloro 15 ซึ่งหมายถึงโฉมที่ได้
เปิดตัวทำตลาดในปี 2015 นั่นเอง  จนมาถึงปี 2016 ในปัจจุบัน..อาดิดาสได้เผยโฉม Gloro 16
ออกมาทำตลาดในเจเนอเรชั่นที่สองอย่างเป็นทางการ  ภายใต้สโลแกน "The Classic Touch"


ภาพจาก www.soccer.com

  ไลน์การผลิตของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้..มีสมาชิกเพียงแค่รองเท้ารุ่น Gloro 16.1 เพียงรุ่นเดียว
เท่านั้น  ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อทำตลาดในระดับบน-กลาง  ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ต้องการความคลาสสิค
แบบเพียวๆ เน้นวัสดุหนังแท้นุ่มๆ  แต่สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาประหยัดเพียงแค่ 4,290 บาท
เท่านั้น  ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อาดิดาสออกมาตอบรับกับเสียงเรียกร้อยของผู้เล่นจอมเก๋าทั้งหลาย
ที่ไม่ได้ต้องการตามกระแสตลาดรองเท้าฟุตบอลในปัจจุบันอย่างแท้จริง

  อาดิดาสได้เริ่มปล่อย Gloro 16.1 ออกมาทำตลาดตั้งแต่ต้นปี 2016  พร้อมกับอัพเดตตลาดด้วย
การทยอยปล่อยสีใหม่ออกมาเรื่อยๆ  เริ่มตั้งแต่โทนสีคลาสสิคอย่าง ขาว-ดำ และ ดำ-ขาว  ก่อนที่จะ
มาเปิดตัวคอลเลคชั่นสีใหม่ในธีม "Speed of Light" เช่นเดียวกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์หลัก  แต่ที่
พิเศษไปกว่านั้นคือ..อาดิดาสนำเอาเฉดสีโทน แดง, เหลือง, น้ำเงิน รวมถึงรองเท้าสีขาวที่มีแถบสามขีด
คาดด้วยสีทั้ง 3 เฉด  ที่วันนี้ผมจะหยิบเอา Gloro 16.1 สีแดง SOLAR RED ประจำคอลเลคชั่นนี้
มาเปิดฝากล่องรีวิว "Hand On!" ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ร่วมสัมผัสรายละเอียดไปพร้อมๆ กัน

  หากพร้อมแล้ว..ก็ไปลุยกันเลยครับ





  รองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Gloro 16.1 ถูกใส่มาในกล่องรองเท้าสีดำที่แตกต่างไปจากกล่องรองเท้า
ที่อาดิดาสใช้บรรจุรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์อื่นๆ อย่างชัดเจน  ด้วยกล่องรองเท้าแบบนี้ใช้เป็นกระดาษอัด
สีดำด้านๆ โลโก้บนหน้ากล่องเป็นโลโก้อาดิดาสตัวโตๆ  ไม่ใช่แถบสามขีดคาดมาแต่อย่างใด

  และเพื่อพลิกใต้กล่องขึ้น..จะพบข้อความที่พิมพ์มาว่า "Only the Best for the Athlete"
ดังที่เห็นตามภาพด้านบน



  ภายในกล่องมีเพียงแค่ตัวรองเท้า Gloro 16.1 บรรจุมาให้  ไม่มีของแถมหรือถุงผ้าแถมมาให้เป็น
พิเศษ  โดยรองเท้าคู่สีแดงนี้มีรหัสสีว่า SOLAR RED/SOLAR RED/SOLAR RED หรือพูด
ง่ายๆ ก็คือรองเท้าคู่นี้..สีแดงล้วน  สำหรับแหล่งผลิตของรองเท้ารุ่นนี้เป็น "Made in Vietnam"

  ประเด็นแรกที่น่าสนใจก็คือน้ำหนักรองเท้า  พบว่าอาดิดาส Gloro 16.1 ซึ่งมีขนาดไซด์ 9.5 US,
9 UK, 43 Fr และ 275 JP
มีน้ำหนักประมาณ 253 กรัม/ข้าง  และเมื่อลองเปรียบเทียบกับ
น้ำหนักของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์/รุ่นอื่นๆ ที่ผมเคยรีวิวมา..จะเป็นดังนี้

   - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
   - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
   - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
   - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
   - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
   - ไนกี้ Magista Obra 2 205 กรัม
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
   - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
   - พูม่า King 2013 252 กรัม



  จากตัวเลขที่ปรากฏออกมา..จะเห็นได้ว่า อาดิดาส Gloro 16.1 มีพิกัดน้ำหนักอยู่ในระดับที่สูง
สีบเนื่องมาจากการที่อาดิดาสนั้นต้องการออกแบบให้รองเท้ารุ่นนี้ยังมีกลิ่นอายของรองเท้าฟุตบอล
สมัยเก่าที่ส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวราวๆ 250 - 300 กรัม/ข้าง  รวมถึงลักษณะวัสดุหน้าผ้าที่มีผล
ต่อน้ำหนักตัวของรองเท้ารุ่นนี้โดยตรง  นั่นเอง



  รองเท้าฟุตบอล Gloro 16.1 รุ่นนี้  ใช้วัสดุหน้าผ้าที่ทำจากหนังจิงโจ้ (Kangaroo Leather)
ซึ่งมีลักษณะที่หนาและนุ่มพอสมควร  มาตัดเย็บเป็นส่วนหน้าสัมผัสของตัวรองเท้า  กินพื้นที่ประมาณ
40%  เมื่ออ้างอิงจากความยาวทั้งหมด  ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ผู้เล่นจะได้รับจากการเลือกใช้บริการ
ของอาดิดาส Gloro 16.1  



  ลักษณะพื้นผิวหน้าสัมผัส..จะเป็นหน้าสัมผัสแบบผิวเรียบที่มีแนวด้ายเย็บ  ตามแนวขอบรองเท้าเท่านั้น
เพื่อให้อารมณ์การออกแบบที่คลาสสิคมากๆ  ผสามกับฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่เป็นธรรมชาติและเต็มพื้นที่
ซึ่งอาดิดาสยังได้ออกแบบให้มีการเคลือบสารไว้ที่ผิวหน้าของหนังจิงโจ้ เพื่อความสวยงาม เงางาม คงทน
และช่วยกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง



  ในขณะที่ตัวรองเท้าส่วนที่เหลือทั้งหมด..ตั้งแต่บริเวณกึ่งกลางที่มีแถบสามขีด  ไล่ไปจนถึงหุ้มส้น
ด้านหลัง  อาดิดาสเลือกใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ (Synthetic) เพื่อให้ตัวรองเท้ามีประสิทธิภาพ
ในเรื่องความกระชับ  ความทนทานและความมั่นคงในการสวมใส่  ทั้งนี้น่าจะรวมถึงเรื่องของการ
ควบคุมน้ำหนักตัวรองเท้าไม่ให้หนักเกินความจำเป็นนั่นเอง



  พื้นที่สัมผัสบอลฝั่งข้างเท้าด้านในก็ไม่ได้มีข้อยกเว้น  เพราะอาดิดาสใช้วัสดุหนังสังเคราะห์เช่นเดียว
กัน  ไม่ให้ได้วัสดุหนังแท้มาเพื่อการสัมผัสบอลหรือแปบอลที่นุ่มเท้าแต่อย่างใด  ส่วนเรื่องดีไซน์การ
ออกแบบของ Gloro 16.1 นั้นถือได้ว่าเป็นแบบสมมาตรทั้ง 2 ฝั่ง  เน้นการดีไซน์เรียบๆ ตามสไตล์
รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้



  มุมมองด้านหน้าของอาดิดาส Gloro 16.1 นั้นสามารถบ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่ารองเท้ารุ่นนี้มีรูปทรง
รองเท้าแบบหน้ากว้างเท่ากันตลอดทั้งหมด  เน้นความสบายในการสวมใส่และน่าจะเหมาะกับผู้เล่นที่มี
รูปเท้าแบนได้ดี  ไม่ได้มีสัดส่วนโค้งเว้าเพือช่วยเรื่องความกระชับเหมือนกับ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
ที่ผมเพิ่งรีวิว Hand On! ไปเมื่อวันก่อนหน้านี้



  พื้นที่หลังเท้าของอาดิดาส Gloro 16.1 นั้นเป็นแบบเปิดกว้าง  แนวร้อยเชือกทั้งสองฝั่งมีระยะห่าง
มากพอสมควร  เปิดพื้นที่ให้มีลิ้นรองเท้าขนาดใหญ่ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  โดยลิ้นรองเท้าที่อาดิดาส
ออกแบบมาให้นั้นทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์ที่ค่อนข้างหนา  ด้านบนมีดีไซน์ของแนวบากให้เป็นร่อง
ทรงสามเหลี่ยม  ส่วนลิ้นด้านบนจะมีโลโก้อาดิดาสขนาดใหญ่ปั๊มเอาไว้  โดยลิ้นของรองเท้ารุ่นนี้
ไม่ได้ยาวอะไรมากมายนัก

  เชือกรองเท้าสีแดงสดเป็นเฉดเดียวกันกับตัวรองเท้า  เป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นหนา  หน้ากว้างเท่ากัน
ตลอดทั้งเส้น  เนื้อผ้าไม่นิ่มและไม่แข็งจนเกินไป  ไม่เหมือนกับเส้นเชือกแบบมาตรฐารของซีรี่ย์หลัก
ที่เป็นเชือกแบบเส้นแข็งในช่วงกลาง ก่อนที่ปลายจะนิ่มเพื่อให้การผู้ปมเชือกทำได้แน่นหนา  ทีนี้จึงต้อง
ดูกันอีกทีว่าเชือกของ Gloro 16.1 ที่ให้มานี่..จะผูกปมได้แน่นหนาไม่คลายตัวออกได้ง่ายๆ หรือไม่
ยังไม่สามารถการันตีได้ในตอนนี้



  ดีไซน์บริเวณส้นเท้าของรองเท้ารุ่นนี้  อาดิดาสเลือกใช้เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบ
ภายใน (Internal Heel Counter)  โดยใช้ชิ้นวัสดุพลาสติกฝังเอาไว้ที่แนวส้นเท้าชั้นใน  เพื่อ
ช่วยปกป้องแรงปะทะบริเวณส้นเท้าให้กับผู้เล่น  เพียงแต่จะมีความสูงประมาณครึ่งหนึ่งของแนวส้นเท้า
เท่านั้น  การปกป้องอาจจะไม่ได้แข็งแรงมากนัก  แต่การใช้เกราะส้นเท้าแบบนี้ช่วยทำให้ Gloro 16.1
ดูมีดีไซน์เรียบๆ ดั่งที่อาดิดาสต้องการ

  และจากภาพด้านบนก็แสดงให้เห็นโลโก้ Gloro ที่ถูกพิมพ์ปั๊มแบบนูน 3 มิติ เอาไว้  ซึ่งค่อนข้าง
จะเป็นดีไซน์ที่เรียบง่าย  แต่ดูมีความคลาสสิคเบาๆ  ในขณะที่สัญลักษณ์แสดงว่ารองเท้ารุ่นนี้ใช้ส่วน
ประกอบจากหนังแท้  ก็ได้ถูกพิมพ์ปั๊มเอาไว้ที่ปลายด้านบนของหุ้มส้นดั่งที่เห็นนั่นเอง



  อาดิดาส Gloro 16.1 มีวัสดุหน้าผ้าของส่วนหุ้มส้นด้านในซึ่งทำจากหนังสังเคราะห์เจาะรูผิวละเอียด
ซึ่งช่วยเสริมให้รองเท้ารุ่นนี้ดูมีความคลาสสิคยิ่งขึ้นไปอีก  โดยผิวสัมผัสของหุ้มส้นนั้นค่อนข้างที่จะมี
ความฝืดพอประมาณ  ชั้นด้านในมีวัสดุบุนุ่มบุเอาไว้ปริมาณปานกลาง  ไม่นุ่มและก็ไม่แข็งเป็นพิเศษ
โดยรวมแล้วน่าจะให้ฟีลลิ่งการล็อคข้อเท้าได้ดีพอๆ กับความสบายในการสวมใส่เลยทีเดียว



  อย่างไรก็ตาม..แผ่นรองพื้นด้านในที่มีหน้าที่ช่วยรองรับและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนาม  ของเจ้า
Gloro 16.1 นั้นจะไม่สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  ซึ่งแผ่นรองพื้นชุดนี้ทำมาจากโฟม
EVA
เหมือนกันกับแผ่นรองพื้นของอาดิดาสในรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ  วัสดุผิวหน้าสัมผัสฝ่าเท้าเป็น
วัสดุหน้าผ้าไนล่อนแบบทั่วๆ ไปที่อาดิดาสใช้



  ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของอาดิดาส Gloro 16.1 ก็มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่น้อย  โดยทีมออกแบบ
ของอาดิดาสต้องการให้บุคลิกการเคลื่อนที่และการลงน้ำหนักของรองเท้ารุ่นนี้..เน้นไปที่ความสบายและ
สมดุลของการลงน้ำหนัก  ตามสไตล์ชุดพื้นหน้ากว้างๆ ของรองเท้าฟุตบอลสุดเก๋าอย่าง Copa Mundial

  เพียงแต่อาดิดาสเสริมความทันสมัยด้วยการใช้วัสดุพลาสติก TPU แบบใส มาฉีดขึ้นรูปเป็นพื้น
ทั้งชิ้น  และบากแนวเส้นสายให้ดูเสมือนมีการเคลื่อนไหว  เพียงแต่ช่วงกลางของชุดพื้นจะราบเรียบ
และมีหน้ากว้าง  จึงคาดการณ์ได้ไม่ยากว่าชุดพื้นแบบนี้จะให้บุคลิกการลงน้ำหนักที่สบาย เต็มฝ่าเท้า
ไม่ได้เน้นการสปริงในการเคลื่อนที่แต่อย่างใด


  ปุ่ม FG ด้านหน้าใช้ปุ่มกลมจำนวน 7 ปุ่ม  แบ่งออกเป็นปุ่มแนวข้างฝั่งละ 3 ปุ่ม  และปุ่มตรงกลาง
ฝ่าเท้า  เพื่อทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของการลงน้ำหนักและการกระจายแรงเพียงแค่ 1 ปุ่ม  รูปแบบ
การวางปุ่มแบบนี้เป็นเหมือนกับรองเท้ารุ่น ACE 16.1 ทุกประการ  ซึ่งจะเน้นรูปแบบการยึดเกาะพื้น
ที่สมดุล  ปุ่มไม่จิกล็อคพื้นสนามมากนัก  ผู้เล่นจะสามารถหมุนตัวหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้
อยากราบรื่นและอิสระ



  ปุ่มด้านหลังก็ไม่มีอะไรมาก..เพราะอาดิดาสเลือกใช้ปุ่มกลมจำนวน 4 ปุ่ม  ลักษณะปุ่มคล้ายๆ กับ
ปุ่มด้านหน้า  แต่ฐานปุ่มจะกว้างและมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย  เพื่อรองรับกับการทิ้งน้ำหนักตัวลง
ที่บริเวณส้นเท้าของผู้เล่น  ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ของปุ่มกลมด้านหลัง..คงจะอยู่ที่ความมั่นคงและการใช้
ส้นเท้าเป็นจุดหมุนในจังหวะการเปลี่ยนทิศทางนั่นเอง



  หลังจากที่เราได้สัมผัสกับอาดิดาส Gloro 16.1 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  รายละเอียดและเทคโนโลยี
รวมถึงดีไซน์ทั้งหมด  คงจะเป็นการบอกเป็นนัยๆ แล้วว่าอาดิดาสได้สร้างสรรค์รองเท้ารุ่นนี้ออกมาเพื่อ
ตอบโจทย์ผู้เล่นที่ยังคงถวิลหาความคลาสสิคที่มีกลิ่นอายของความโมเดิร์นไปพร้อมๆ กัน  ให้น้ำหนัก
กับวัสดุหนังจิงโจ้ที่มีความหนานุ่มเป็นหลัก  ภายใต้เงื่อนไขของราคาค่าตัวที่ถูกแสนถูก  เมื่อเปรียบเทียบ
กับรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสซีรี่ย์อื่นๆ ในปัจจุบัน



  แต่น่าเสียดายไม่น้อย  ที่ผมคงต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า..จะไม่มีการรีวิวทดสอบการใช้งานจริงของ
อาดิดาส Gloro 16.1 คู่นี้แต่อย่างใด  เอาเป็นว่า..ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดสนใจจะลองสัมผัสการใช้งาน
ของรองเท้าโมเดิร์นคลาสสิครุ่นนี้  วันนี้ท่านสามารถเป็นเจ้าของ Gloro 16.1 ในสีคอลเลคชั่น
"Speed of Light" ได้แล้วที่ร้านอาดิดาสและร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ  หรือถ้าจะให้สะดวก
ผมขอแนะนำการสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตกับพาร์ทเนอร์ของเรา  ที่ www.messisport.com (คลิก)
โดยรองเท้ารุ่นนี้มีราคาจำหน่ายเพียง 4,290 บาท เท่านั้น  คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้มีเฉดสีให้เลือก
โดดเด่นได้ถึง 4 เฉดสีเลยทีเดียว  ใครได้ลองใช้งานแล้วก็อย่าลืมมารีวิวกันที่หน้าเพจ Facebook
ของเรานะครับ

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 26 สิงหาคม 2016 เวลา 22.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 



"Hand On!"อาดิดาส ACE 16.1
หนังสังเคราะห์ "Speed of Light"



"Hand On!" ไนกี้ Magista Obra 2



"Testing!" ไนกี้ Mercurial SuperFly V