"Hand On!" อาดิดาส Nemeziz 19.1 - The new "360 Agility"

  มาแล้วๆ อาดิดาส Nemeziz 19 รองเท้าฟุตบอลที่ถูกออกแบบมา  เพื่อนักเตะที่ต้องการ
เพิ่มศักยภาพการเคลื่อนที่และความว่องไว  โดยอาศัยฟีลลิ่งความกระชับแบบขั้นสุด  มาเป็น
ตัวช่วยขับเคลื่อนการเคลื่อนที่ในแบบที่หาตัวจับยาก  บทความนี้ SiamBoots จะมารีวิว
แบบเปิดฝากล่อง Hand On! ให้ทุกท่านได้สัมผัสในทุกรายละเอียด  ไปดูกันเลยว่ารองเท้า
รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง



  ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา..เราน่าจะได้เห็นรองเท้าฟุตบอลสีแดงสด  ปรากฏให้เห็นอยู่ในแมตช์
การแข่งขันฟุตบอลทั่วโลก  ด้วยความโดดเด่นของเฉดสีและสไตล์การเล่นของนักเตะหลายคน
ที่มีเอกลักษณ์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ด้วยความว่องไว คล่องตัว  จึงไม่แปลกเลยว่ารองเท้าคู่นี้
จะเตะตาทั้งบรรดาสื่อฯ ในวงการนี้ รวมถึงเหล่าแฟนบอลทั้งหลายที่มีความสนใจในรองเท้า
ฟุตบอล  และนั่นคือ Nemeziz 19 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2019  



  ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 อาดิดาสปรับทัพอาวุธสำหรับนักเตะครั้งใหญ่  โดยมีรองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์ใหม่ออกมาในชื่อ Nemeziz พร้อมสลักด้านหลังชื่อด้วยตัวเลข 17  รวมกันมีชื่อเต็มๆ ว่า
Nemeziz 17  ออกมาทำตลาดในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทความว่องไว (Agility) เพื่อ
นักเตะที่มีรูปแบบการเคลื่อนที่ที่จับทางได้ยาก คาดเดาได้ยาก พร้อมหลอกล่อคู่แข่งด้วยสเต็ป
การเคลื่อนที่แบบไร้ทิศทาง  ซึ่งคงจะไม่มีนักเตะคนใดที่บรรยายภาพดังกล่าวได้ดีเท่ากับ
“ลีโอเนล เมสซี่”  นั่นแหละครับ..คือสไตล์การเคลื่อนที่ในแบบที่ Nemeziz ต้องการจะเป็น
โดยเอาเรื่องความกระชับจากวัสดุประเภทใหม่เข้ามาเป็นเทคโนโลยีชูโรง 



  ผ่านมา 3 เจเนอเรชั่น...อาดิดาสยังคงเดินหน้าพัฒนา Nemeziz อย่างต่อเนื่อง  จนมาถึง
Nemeziz 19 ล่าสุดที่เรากำลังจะมาสัมผัสกันในบทความนี้  อย่างที่รู้กันว่าไลน์การผลิต
ของอาดิดาสจะมีรองเท้ารุ่นท็อปสูงสุดแบบไร้เชือก  จะมีรหัส + ต่อท้ายชื่อซีรี่ย์  แต่พระเอก
ของเราในวันนี้จะเป็นรองเท้ารุ่นท็อปปกติ Nemeziz 19.1 ซึ่งก็มาแบบจัดเต็ม  ทั้งเรื่อง
ของวัสดุ การออกแบบและเทคโนโลยีขั้นสูงไม่แพ้กัน 

  รวมถึงนักเตะระดับโลกหลายคนก็เลือกใช้รองเท้าระดับนี้ลงแข่งขัน  จึงมั่นใจได้เลยว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีดีแน่นอน  แต่รายละเอียดทั้งหมดของรองเท้ารุ่นนี้จะเป็นอย่างไร  คำตอบรออยู่
แล้วในบทความนี้ เราไปเปิดฝากล่องอาดิดาส Nemeziz 19.1 ไปพร้อมกันได้เลยครับ



  กล่องกระดาษสีดำผิวด้าน ที่มีโลโก้อาดิดาสขนาดใหญ่บนฝากล่องแบบที่เราคุ้นตากันดี 
เป็นบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุ Nemeziz 19.1 รองเท้าฟุตบอลประเภทความคล่องตัวระดับท็อป



  เมื่อเปิดฝากล่องขึ้นเราก็จะได้พบกันตัวรองเท้าสีแดงสด  เพิ่มเติมความโมเดิร์นด้วยแถบสามขีด
สีเงินสะท้อนแสง มีเส้นสายลายกราฟฟิกแบบเท่ๆ ตรงส้นเท้าและชุดพื้นสีขาว  มีรหัสสีอย่างเป็น
ทางการว่า Active Red/Metallic Silver/Solar Red เป็นสีเปิดตัวประจำเจเนอเรชั่นใหม่ 
ถือเป็นคู่สีที่มีความลงตัวที่เน้นสื่อถึงความร้อนแรงและความโฉบเฉี่ยวได้เป็นอย่างดี 

  แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้อาดิดาสไม่มีถุงใส่รองเท้า ที่เป็นผ้าตาข่ายแถมมาให้อีกแล้ว  ทั้งๆ ที่ตอน
Nemeziz 18.1 ยังมีแถมมาให้อยู่เลย  ตรงนี้ผมไม่มีข้อมูลหรือเหตุผลว่าทำไมอาดิดาสจึง
ตัดสินใจยกเลิกไป  โดย Nemeziz 19.1 คู่นี้ผลิตจากประเทศเวียดนาม (Made in Vietnam)
ฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของอาดิดาส



  น้ำหนักของรองเท้ารุ่นนี้อยู่ที่ 221 กรัม/ข้าง (ไซส์มาตรฐาน) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มส่วนใหญ่
ของรองเท้าฟุตบอลในปัจจุบัน แต่จะหนักกว่ารองเท้าประเภทความเร็วแท้ๆ พอสมควร  เมื่อลอง
เปรียบเทียบน้ำหนักกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ โดยอ้างอิงเฉพาะรองเท้าฟุตบอลทั้งหมด ที่เราเคยรีวิวมา
จะเป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส Copa 19.1 238 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Predator 19.3 Laceless 249 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 18.1 210 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Venom Elite DF 193 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Vision Elite DF 215.5 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม
  - แพน Balancer Touch X 199 กรัม
  - อัมโบร Velocita IV Pro 220 กรัม

  ถึงแม้ว่าตัวเลขน้ำหนักของ Nemeziz 19.1 จะไม่ได้เบาสะใจเหมือนกับรองเท้าประเภท
ความเร็วหลายๆ รุ่น แต่อยากให้เข้าใจว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความเร็วที่ต้องเน้น
ความเบา  แต่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความว่องไว โดยอาศัยฟีลลิ่งความกระชับนั่นเอง  

  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว..ตัวเลขน้ำหนักระดับนี้ จะมีข้อดีในเรื่องของความสมดุลการเคลื่อนที่
การลงน้ำหนักฝ่าเท้า  และยังสามารถสร้างพละกำลังในการยิงประตูได้ดีอีกด้วย  



  ฟันเฟืองสำคัญของ Nemeziz 19.1 ในการสร้างฟีลลิ่งความกระชับ  ก็คือวัสดุอัพเปอร์
และตัวรองเท้า เรียกว่า Tension Tape (เจเนอเรชั่นเก่า จะเรียกวัสดุอัพเปอร์ว่า Agility
Bandage) เป็นวัสดุประเภทสังเคราะห์ที่สามารถยืดกระชับกับสรีระรูปเท้าได้อย่าง
ยอดเยี่ยม  โดยได้ไอเดียการออกแบบมาจากผ้าล็อคกล้ามเนื้อ 
แต่เอามาผสมผสาน
นวัตกรรมเพื่อให้เหมาะต่อการผลิตเป็นวัสดุอัพเปอร์ของรองเท้าฟุตบอล  ถือเป็นคุณลักษณะ
ทางกายภาพแบบเฉพาะตัวที่อาดิดาสใช้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้เท่านั้น 



  ผมมีความสนใจเกี่ยวกับชื่อวัสดุและเทคโนโลยีที่เรียกว่า Tension Tape โดยมีคำถาม
ในใจ  ว่าทำไมอาดิดาสถึงเปลี่ยนชื่อจาก Agility Bandage  ทั้งๆ ที่ดูลักษณะทางกายภาพ
ของวัสดุแล้วมันก็คล้ายๆ เดิม  คือมีลักษณะเป็นหน้าผ้าสังเคราะห์ที่มีความยืดกระชับมากเป็น
พิเศษ

  แต่เมื่อได้ลองสัมผัสด้วยมือตัวเองแล้ว..ก็เริ่มจะเข้าใจที่มาที่ไปของชื่อ Tension Tape ทันที
เพราะลักษณะชิ้นผ้าสังเคราะห์นั้นมีความบางลงกว่าอย่างชัดเจน  เสมือนเป็นการเปรียบเทียบ
หมายความของคำระหว่าง เทป (Tape) กับผ้าพันแผล (Bandage) ให้เห็นภาพของความ
แตกต่างในเรื่องความบางได้ทันที

  โดยวัสดุ Tension Tape ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเพิ่มฟีลลิ่งการสวมใส่ที่บางยิ่งขึ้นไปอีก  
เพิ่มความเร็วในการตอบสนองระหว่างหน้าสัมผัส  ช่วยทำให้การควบคุมและส่งแรงจากหน้าเท้า
ไปยังลูกฟุตบอลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  ซึ่งเป็นจุดเด่นของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้ที่จะใช้ช่วงชิง
ความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในจังหวะ 50-50 ได้อย่างแน่นอน



  เจเนอเรชั่นนี้อาดิดาสปรับปรุง Pattern และ Alignment ของชิ้นส่วน Tension Tape ใหม่
เอาวัสดุดังกล่าวมาตัดเย็บและทบต่อเนื่องกันเป็นรูปแบบ V-Shape  ทำให้เกิดแรงดึงกระชับ
ที่ประมาณ 45-50 องศาโดยอ้างอิงกับรูปเท้า  ซึ่งเป็นองศาที่จะช่วยเค้นประสิทธิภาพการเปลี่ยน
ทิศทางการเคลื่อนที่ในแนวทะแยงซ้าย-ขวา ได้อย่างเต็มพิกัด  โดยชิ้นส่วนของ Tension Tape
จะมีลักษณะเป็นแนวยาวโอบกระชับที่ส่วนหลังเท้า พาดผ่านลงไปทั้งฝั่งข้างเท้าด้านในและข้างเท้า
ด้านนอกตลอดช่วง  จึงมั่นใจถึงฟีลลิ่งความกระชับที่จะมีมาให้ผู้เล่นอย่างเต็มเปี่ยม

  สำหรับ Nemeziz 19.1 นั้นจะมี Tension Tape ซ้อนทับกันฝั่งละ 3 ชั้น (ดังที่เห็นดั่งภาพ
ด้านบน) แต่ถ้าเป็นรุ่น Nemeziz 19+ จะมีจำนวนซ้อนทับกันฝั่งละ 4 ชั้น  แตกต่างกันด้วย
จำนวนชิ้นของวัสดุ  เนื่องจากรองเท้ารุ่นโคตรท็อปนั้นจะมีช่วงหุ้มข้อที่สูงกว่า  จึงจำเป็นต้องเพิ่ม
ชิ้นส่วนอัพเปอร์เข้าไปอีกชั้นนั่นเอง



  ทั้งนี้..มีจุดที่อยากให้โฟกัสไปที่รายละเอียดการตัดเย็บอัพเปอร์ของ Nemeziz 19.1 อีกครั้ง
เนื่องจากรองเท้ารุ่นนี้มี Pattern การตัดเย็บของ Tension Tape แบบทบกันสลับไปมาฝั่งละ 3 ชั้น
ส่งผลให้จำนวนของแนวตะเข็บเย็บบนหน้าผ้านั้นลดลงจากเจเนอเรชั่นที่แล้ว  หากยังจำกันได้
พบว่า Pattern การตัดเย็บของ Nemeziz 18.1 นั้นจะมีชิ้นส่วนที่ต้องยึดติดกับด้วยแนวตะเข็บ
เป็นจำนวนมาก  ส่งผลให้อัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนั้นมีความแข็งกระด้าง และฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ขัดๆ
กับรูปเท้า  ซึ่งเกิดจากความแข็งของแนวตะเข็บบนหน้าผ้า

  จากนั้นผมได้ลองสำรวจไปที่หน้าสัมผัสด้านในที่จะสัมผัสกับหลังเท้า  พบว่าอาดิดาสได้บุวัสดุ
หน้าสัมผัสเสริมเอาไว้อีก 1 ชั้น  มีความหนาเพียงพอที่จะช่วยปิดแนวตะเข็บเย็บระหว่าง Tension
Tape แต่จะชิ้น  ไม่ให้มาสร้างความระคายเคืองกับหลังเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างหมดจด  แถมผิว
หน้าสัมผัสของวัสดุด้านในยังเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่  จึงช่วยเพิ่มการยึดเกาะไม่เข้าเกิดอาการเท้าสลิป
ด้านได้อีกด้วย

  เมื่อเอาองค์ประกอบข้างต้นทั้ง 2 องค์ประกอบมารวมกัน  ตอนนี้พอจะเดาได้ว่า Nemeziz 19.1
น่าจะให้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่สบายเท้ามากขึ้นและมีฟีลลิ่งการสวมใส่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นว่าเดิม 
ถือเป็นอีกหนึ่งความน่าจะเป็นที่จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรองเท้ารุ่นนี้  ซึ่งคำตอบเหล่านั้น
ผมจะหามาให้คุณผู้อ่านอีกครั้ง  จากบทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริงในอนาคตอันใกล้นี้



  ลักษณะผิวหน้าสัมผัสบอลของ Nemeziz 19.1 จะเป็นพื้นผิวเรียบเหมือนกันทั้งหมด  
มีความฝืดที่จะมาช่วยควบคุมหรือดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลไม่มากเท่าไหร่นัก  จึงถือเป็น
รองเท้าฟุตบอลที่ต้องอาศัยทักษะการควบคุมบอลส่วนบุคคลพอสมควร  

  ในทางกลับกันพื้นผิวสัมผัสลักษณะนี้แหละที่จะให้อารมณ์การควบคุมบอลแบบดิบๆ สัมผัส
เหมือนใช้เท้าเปล่ามากที่สุด  ไม่ต้องมีวัสดุหรือตัวช่วยมาดึงดูดหรือควบคุมบอลมากนัก  ทำให้
การไปกับบอลนั้นทำได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใครเป็นผู้เล่นที่มีทักษะการควบคุม
และเลี้ยงบอลระดับสูงอยู่แล้วอาดิดาส Nemeziz 19.1 จะเป็นรองเท้าฟุตบอลที่จะสร้าง
ประสบการณ์และประสิทธิภาพการเลี้ยงบอลได้อย่างอิสระและไร้ข้อจำกัดโดยแท้จริง



  พื้นที่หลังเท้าของ Nemeziz 19.1 จะมีเส้นเชือกตามปกติ  เส้นเชือกมีลักษณะหน้าแคบและแบน 
แต่เนื้อผ้าจะมีความแข็งและแน่นพอสมควร  ก่อนที่ช่วงปลายเชือกจะขยายออกและนิ่มขึ้น  เพื่อช่วย
ให้การผูกปมเชือกสามารถทำได้อย่างแน่นหนา  ไม่คลายตัวออกได้ง่ายในเวลาใช้งาน

  นอกจากนั้น..ยังรายละเอียดที่อยากให้สังเกตกันเพิ่มเติม  ก็คือลักษณะโดยรวมพื้นที่หลังเท้าของ
Nemeziz 19.1 ที่มีระนาบราบเรียบ  เนื่องจากรองเท้าคู่นี้ไม่มีลิ้นรองเท้า  และลักษณะของวัสดุ
อัพเปอร์ก็มีผิวเรียบและบาง  มีแนวตะเข็บเย็บปรากฏบนพื้นที่สัมผัสบอลที่น้อยลงกว่าเดิม  รวมถึง
เส้นเชือกที่ไม่ได้หนามากนัก  ดังนั้น..ถ้าจะบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้  เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีระนาบสัมผัส
ของพื้นที่หลังเท้าที่ราบเรียบที่สุดในกลุ่มของรองเท้าฟุตบอลที่มีเส้นเชือกก็คงจะไม่ผิดนัก



  ยังข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการออกแบบ Tension Tape ให้เป็นแบบ V-Shape ก็คือจะช่วยให้
ผู้เล่นสามารถสวมใส่ Nemeziz 19.1 ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม  จะสังเกตเห็นได้จากบริเวณปลาย
ด้านบนสุดของหลังเท้าจะมีช่องว่างมากกว่าเดิม  ทำให้สามารถสอดเท้าเข้าไปในตัวรองเท้าได้
ง่ายขึ้นนั่นเอง



  อาดิดาสยังเลือกใช้หุ้มข้อต่ำ (Low-cut collar) ให้กับ Nemeziz 19.1 เหมือนกันกับ
โฉมที่แล้ว  หุ้มข้อชุดนี้ถือได้ว่าเป็นหุ้มข้อที่เน้นฟีลลิ่งความกระชับอย่างแท้จริง  ด้วยคุณสมบัติ
ของวัสดุ Tension Tape แบบเดียวกับอัพเปอร์ด้านหน้า  จึงการันตีได้ถึงความกระชับที่จะ
เกิดขึ้นกับข้อเท้าของผู้เล่น  รวมถึงการตัดเย็บรูปทรงให้เป็นแบบรอบข้อเท้า (Round ankle)
จะช่วยลดฟีลลิ่งติดขัดที่เกิดจากรอยต่อของวัสดุให้หมดไปได้

  นอกจากนั้น..ที่บริเวณตาตุ่มทั่งฝั่งข้างเท้าด้านนอกและข้างเท้าด้านใน  ได้ถูกออกแบบขอบ
เป็นรูปทรง V-Shape เพื่อให้ง่ายต่อการสวมใส่  ยิ่งรวมกับลักษณะ V-Shape บริเวณข้อพับ
ด้านบนของข้อเท้าเข้าไปด้วย  จะยิ่งทำให้การสวมใส่อาดิดาส Nemeziz 19.1 นั้นทำได้
ง่ายขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน



  มาดูกันต่อที่วัสดุบุหน้าสัมผัสด้านในหุ้มส้นของ Nemeziz 19.1 จะเป็นวัดสุหน้าผ้ากำมะหยี่
มีผิวสัมผัสที่มีความฝืด   ชั้นหุ้มส้นด้านในมีวัสดุบุนุ่มบุเอาไว้ในปริมาณที่หนากำลังดี  คือไม่หนา
มากเกินไป  เพราะยังต้องการให้มีฟีลลิ่งระหว่างส้นเท้า  แต่ก็ไม่บางจนเกินไป  เพราะยังต้องการ
การซัพพอร์ตและการจับล็อคข้อเท้าที่กระชับไร้อาการกัดส้น  



  เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายของ Nemeziz 19.1 เป็นเกราะป้องกันแบบภายใน
(Internal Heel Counter) โดยมีชิ้นส่วนวัสดุพลาสติกฝังเอาไว้ตามแนวของส้นเท้ารอบด้าน 
ผมได้ลองออกแรงกดลงไปที่รอบๆ ส้นเท้า  รู้สึกได้ถึงความแข็งแรง  เหมือนจะรู้สึได้ว่าแข็งแรง
กว่าหุ้มส้นของ Nemeziz 18.1 อยู่พอสมควร

  นอกจากนั้น..ฐานชุดพื้นด้านหลังที่เป็นพลาสติก TPU สีขาว  ก็จะมีรูปทรงที่โอบขึ้นมารับกับ
บริเวณส้นเท้าเล็กน้อย ช่วยเสริมให้ส้นเท้าของรองเท้ารุ่นนี้ดูมีความแข็งแรงมากขึ้นไปอีกด้วย



  แผ่นรองพื้นด้านในผลิตจากโฟม EVA ทั้งชิ้น มีความหนาในระดับปานกลาง  แต่เมื่อลอง
ออกแรงกดลงไปแล้วสามารถรู้สึกถึงฟีลลิ่งแรงกดที่กำลังดี  เพราะชิ้นโฟมมีความแน่น  แรง
ปฏิกิริยาที่ส่งผ่านไปยังพื้นสนามจึงรู้สึกได้อย่างเต็มสัมผัส  ซึ่งเป็นฟีลลิ่งที่เหมาะสมของ
รองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วแบบนี้อย่างแท้จริง



  ผิวหน้าสัมผัสด้านบนของแผ่นรองพื้นเป็นวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่ที่มีความฝืดและแรงเสียดทาน
ได้ดีพอสมควร  จึงมั่นใจได้ว่าฝ่าเท้าจะไม่ลื่นไถลในระหว่างการใช้งานจริง  ตามมาตรฐาน
ที่รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้จำเป็นต้องมี  ทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ไปบนพื้นสนามได้อย่างมั่นใจ



  ในเมื่อดึงแผ่นรองพื้นออกมาสำรวจกันแล้ว  อย่าเพิ่งใส่กลับเข้าไป !!  เพราะที่ชั้นด้านใน
แผ่นรองพื้น (Middle sole) จะเป็นชิ้นวัสดุพลาสติกสีดำ มีความหนาและแข็งมาก  ทำหน้าที่
เป็นโครงสร้างหลักให้กับช่วงล่างของ Nemeziz 19.1 ถูกเรียกรวมๆ ว่าเป็น "Torsion
System" 
ซึ่งได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างแรงดีดกลับและความมั่นคงในจังหวะการเคลื่อนที่ให้มี
ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม

  หลายคนอาจจะนึกภาพความแตกต่างระหว่าง Middle Sole ของ Nemeziz 19.1 กับ
ของรองเท้ารุ่นอื่นไม่ออก  ขอยกเอา Middle sole ของ Nemeziz 18.1 มาเปรียบเทียบ 
จะพบว่าชั้นพื้นใต้แผ่นรองจะมีลักษณะเป็นวัสดุพลาสติกทั่วๆ ไป  แต่ไม่ได้มีความหนาและ
มีความแข็งขนาดนี้  แต่ Torsion System ของ Nemeziz 19.1 นั้นมีความแข็งสุดๆ 



  ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้ได้ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด  อัพเกรดประสิทธิภาพ
ด้านการเคลื่อนที่ที่สอดคล้องกับรูปแบบและสไตล์การเล่นของนักเตะที่ชื่นชอบการเคลื่อนที่
เพื่อปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งเป็นชีวิตจิตใจ  โดยเฉพาะการออกแบบชุดปุ่มแบบแยกชิ้นระหว่าง
ฐานปุ่มด้านหน้าและฐานปุ่มด้านหลัง  ซึ่งถือว่านานมากแล้วที่เราไม่ได้เห็นชุดพื้นแบบนี้
ในรองเท้าฟุตบอลของอาดิดาส  ถ้าจำไม่ผิด..ครั้งล่าสุดน่าจะต้องย้อนกลับไปกว่า 10 ปี 
นั่นคือ Predator Power Swerve ซีรี่ย์(เก่า)ล่าสุดใช้ชุดพื้นแบบแยกชิ้นเช่นนี้

  ชุดพื้นแบบแยกชิ้นผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU ที่มีความแข็งแรง  การแยกชิ้นระหว่าง
ชุดพื้นด้านหน้าและด้านหลัง  จะมีข้อได้เปรียบเกี่ยวกับความอิสระต่อการเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่เปิดกว้างกว่า  เนื่องจากชุดพื้นมีความยืดหยุ่นและสามารถบิดตัวได้ดีกว่า  
ช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถพลิกแพลงการเคลื่อนที่ได้อย่างหลากหลายทิศทาง  ยากต่อการ
คาดเดาและจับทางซึ่งเป็นสิ่งที่ Nemeziz 19.1 ต้องการแสดงออกมา



  โครงสร้าง Torsion System เป็นโครงสร้างแข็งตลอดแนว  ซึ่งผมกล่าวถึงไปแล้ว
ก่อนหน้านี้  จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนที่  ซึ่งผมได้ลองเอามือออกแรงเพื่องอ
ชุดพื้นตามลักษณะสปรินซ์ด้วยปลายเท้า  จะรู้สึกถึงแรงต้านที่แข็งมาก  และด้วยความแข็ง
ขนาดนั้น  ชุดพื้นจึงตอบสนองต่อแรงกระทำและสามารถส่งแรงดีดกลับได้อย่างรุนแรง 

  ผมกล้าฟันธงเลยว่า Torsion System ของรองเท้ารุ่นนี้  มีความแข็งและมีแรงดีดกลับ
ที่รุนแรง ดุดัน มากกว่าชุดพื้นแบบ Sprintframe ของอาดิดาสจนรู้สึกได้  และด้วยโครงสร้าง
ที่มีความแข็งแรง  จะยังมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยลดแรงสะเทือน (Shock) และเพิ่มความมั่นคง
(Stable) ให้จังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบฉับพลันได้ด้วย



  ปุ่มด้านหน้ายังคงมีจำนวนปุ่มแค่ 7 ปุ่ม วางในตำแหน่งหลักๆ ได้แก่ที่แนวขอบรองเท้า
ทั้งด้านในและด้านนอก ฝั่งละ 3 ปุ่ม  และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้าจำนวน 1 ปุ่ม  ซึ่งเป็นรูปแบบ
การวางปุ่มที่ดูเหมือนจะลงตัวมากๆ  เพราะอาดิดาสเลือกใช้แบบนี้กับรองเท้าฟุตบอลปุ่ม FG
ทุกซีรี่ย์ (แต่ลักษณะปุ่มจะแตกต่างกันไป) ซึ่งจากการใช้งานรองเท้ารุ่นเก่าๆ ของอาดิดาส
ที่มีปุ่ม FG แค่ 7 ปุ่มเช่นนี้  ก็ยืนยันได้ถึงประสิทธิภาพในการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม และการ
กระจายน้ำหนักที่ทั่วฝ่าเท้า  ทั้งยังใช้งานได้ทั้งพื้นสนามหญ้าจริงแบบ Firm ground แท้ๆ
หรือสนามหญ้าเทียมก็ได้

  เพียงแต่รูปทรงของปุ่มแต่ละปุ่มนั้น  ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปจากเดิม  ที่เคยเป็นรูป
ครึ่งเสี้ยวพระจันทร์  ได้ถูกเปลี่ยนมาใช้เป็นปุ่มทรงกลมแบบดั้งเดิม  โดยปุ่มคู่กลางจะมีลักษณะ
กลมแบบปกติเลย  ทำหน้าที่รับน้ำหนักและแรงกด  รวมถึงเป็นจุดหมุนในจังหวะการเปลี่ยน
ทิศทางการเคลื่อนที่ให้สามารถทำได้อย่างราบลื่น



  อีก 4 ปุ่มที่เหลือตามแนวขอบรองเท้า จะมีลักษณะเป็นปุ่มกลม ที่มีความเป็นวงรีเล็กน้อย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการล็อคกับพื้นสนามให้แน่นขึ้น ลดอาการหมุนฟรีจากแรงบิด  
ทำให้จังหวะที่ต้องเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วสามารถทำได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
พอสมควร  

  ตรงกลางฝ่าเท้าอีก 1 ปุ่ม  เป็นปุ่มแบบสามเหลี่ยมมุมแหลม  จะเป็นพระเอกในจังหวะสปรินซ์
ด้วยความเร็วไปในทิศทางตรงหน้า  มุมสามเหลี่ยมจะเป็นตัวส่งแรงจิกไปยังพื้นสนามได้ลึก
และแน่นกว่าปุ่มอื่นๆ  เพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามในจังหวะที่ต้องการความ
แม่นยำในการยึดเกาะ


  ชุดปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม ขนาดไม่ได้ใหญ่ไปกว่าปุ่มด้านหน้า  แต่ปุ่มคู่หลังสุดจะยาวกว่า
เล็กน้อย  มีลักษณะเป็นปุ่มกลม  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถใช้ส้นเท้าเป็นจุดหมุนในการเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่ได้อย่างมั่นคงไร้การสะดุด  ในขณะที่คู่ปุ่มถัดเข้ามานั้น จะมีลักษณะเป็นปุ่มวงรี
จะเสริมความมั่นคงเมื่อผู้เล่นลงน้ำหนักเต็มส้นเท้า  ซึ่งจะมีบทบาทในจังหวะการวางเท้าหลัก
เพื่อยิงลูกฟุตบอลนั่นเอง  



  นับได้ว่า Nemeziz 19.1 เป็นอีกหนึ่งอาวุธรุน่ใหม่ที่มีความน่าสนใจมากที่สุด ณ ตอนนี้ 
จากข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดพอจะบอกได้ถึงประสิทธิภาพของตัวรองเท้าที่ถูกอัพเกรดขึ้นใหม่
พอสมควร  จนสามารถเรียกได้เต็มปากได้เลยว่านี่คือ "All new Nemeziz" พร้อมที่จะ
ตอบสนองความต้องการให้กับบรรดานักเตะที่มีสไตล์การเล่นด้วยความเร็ว และต้องการฟีลลิ่ง
ความกระชับมาช่วยเค้นศักยภาพในการเคลื่อนที่อย่างแท้จริง

  สำหรับการรีวิวทดสอบการใช้งานจริงภาคพื้นสนาม  จะมีมาให้ได้ติดตามอีกครั้งในอนาคต
ซึ่งบทความนั้นผมจะนำอาดิดาส Nemeziz 19.1 คู่นี้นี่แหละ  ไปลงสนามทดสอบการใช้งาน
และวิพากษ์วิจารณ์จุดดีจุดด้อยต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกท่านนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ
ในการเลือกอาวุธรุ่นนี้



  แต่สำหรับใครที่สนใจอยากสัมผัส อาดิดาส Nemeziz 19.1 ด้วยตัวท่านเอง  วันนี้ท่าน
สามารถไปสัมผัสรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสรุ่นนี้ รวมถึงรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ของ
อาดิดาส ได้ด้วยตัวเองที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ และอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์
ทุกสาขา หรือจะเอาสะดวก..กดสั่งซื้อ ส่งฟรีถึงบ้านท่านเลย ก็เข้าไปที่ อาดิดาส ออนไลน์
สโตร์ https://www.adidas.co.th/th/men-football-shoes  โดยรองเท้า
ฟุตบอลอาดิดาส Nemeziz 19.1 นั้นมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7,800 บาท เหมือนเดิม

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 




"Hand On!"คัปป้า Camento Pro Curve


"Hand On!" ไนกี้ Phantom Venom Elite


"Hand On!" แพน Viper King II