"Hand On!"อาดิดาส Nemeziz 18.1 "Spectral Mode" - Unlock Agility

  ฟุตบอลโลก 2018 ..นอกจาก X 18 แล้ว  อาดิดาสยังได้เปิดตัว Nemeziz 18 เจเนอเรชั่น
ล่าสุด  ออกมาเอาใจบรรดานักเตะที่มีสไตล์การเล่นที่รวดเร็วความว่องไว  ทำตลาดในแบบคู่ขนาน
กันมา  ในบทความนี้ SiamBoots จะมารีวิวเปิดฝากล่อง “Hand On!” รองเท้าระดับท็อปคลาส
อย่าง Nemeziz 18.1 คอลเลคชั่นสีใหม่ “Spectral Mode” นอกจากเฉดสีที่ดู “เนี๊ยบ” แล้ว 
รายละเอียดของวัสดุ อ็อฟชั่นและเทคโนโลยีทั้งหมดของรองเท้าคู่นี้  จะถูกเปิดเผยในบทความนี้ด้วย



  อาดิดาสเริ่มต้นซีรี่ย์ Nemeziz มาตั้งแต่ปี 2017 ในชื่อ Nemeziz 17 พร้อมวางตำแหน่ง
หน้าที่การตลาดในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทความว่องไว (Agility) สำหรับผู้เล่นที่พร้อม
ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้ทุกจังหวะการจู่โจม  เป็นรองเท้าที่เน้นศักยภาพของฟีลลิ่งความกระชับ 
ที่มีผลต่อความเร็ว ความมั่นใจ การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนและการหลอกล่อคู่แข่งด้วยสเต็ปเท้า 
โดยมีนักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์อย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ เจสซี่ ลินการ์ด เป็นคู่พรีเซนเตอร์
หลัก  ในขณะที่ซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ ทางอาดิดาสก็ยังผลิตรองเท้า
คอลเลคชั่นซิกเนเจอร์ในชื่อ Nemeziz Messi ให้โดยเฉพาะอีกด้วย



  อาดิดาส Nemeziz 18 ถูกเปิดตัวลุยตลาดอย่างเป็นทางการในช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา
เรียกได้ว่าเปิดตัวพร้อมกันกับรองเท้าซีรี่ย์ X 18  แต่ในตอนนั้นดูเหมือนว่าอาดิดาสจะเอา X 18
มาเป็นพระเอกหลักในการโปรโมทอย่างชัดเจน  ในขณะที่ Nemeziz 18 นั้นจะมีทบบาท
ในการทำตลาดค่อนข้างน้อย  แต่ถ้าใครเป็นแฟนบอลที่ชอบส่องรองเท้านักฟุตบอล  ก็น่าจะพอ
สังเกตเห็นได้ว่ามีนักฟุตบอลไม่น้อยเลย  ที่เลือกใช้งานอาดิดาส Nemeziz 18 เป็นอาวุธคู่เท้า
ในการลงสนาม



  ล่าสุด...อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสีใหม่ในชื่อ “Spectral Mode” ที่มาในโทนสีอ่อนๆ
หวานๆ แนวพาสเทล  ซึ่งได้แนวคิดมาจากสีของชุดแข่งแบบทีมเยือน (รวมถึงชุดแข่งสีที่ 3) ของ
สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่อาดิดาสเป็นผู้สนับสนุน  ออกแบบมาเพื่อให้มีความกลมกลืนเข้าชุดกัน
ได้เป็นอย่างดี    



  ในบทความนี้ SiamBoots ของเรา จะมาเปิดฝากล่อง “Hand On!” Nemeziz 18.1
รองเท้าระดับท็อปคลาส คอลเลคชั่นสีใหม่ล่าสุด “Spectral Mode” เพื่อสัมผัสทุกรายละเอียด
ของตัวรองเท้ารุ่นนี้กันให้จุใจ  แน่นอนว่ารองเท้าคู่นี้เรายังคงได้รับการสนับสนันอย่างเป็นทางการ
จาก บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด เหมือนทุกครั้งทีผ่านมา  หากพร้อมกันแล้ว...
ไปยลโฉม Nemeziz 18.1 Spectral Mode ไปด้วยกันได้เลย



  อาดิดาสบรรจุ Nemeziz 18.1 มาในกล่องกระดาษสีดำด้าน  ที่มีโลโก้แถบสามขีดสไตล์
Adidas Performance สีขาวขนาดใหญ่ แปะเอาไว้ที่ด้านบน  รหัสสีอย่างเป็นทางการของ
รองเท้าคอลเลคชั่นสีนี้คือ Ash Silver/Ash Silver/White Tint  มีแหล่งผลิตจาก
ประเทศเวียดนาม (Made in Vietnam)



  เมื่อเปิดฝากล่องขึ้น..ก็จะได้พบกับ Nemeziz 18.1 ที่วางนอนมาในแนวสลับหัวท้าย  มีแผ่น
กระดาษบางๆ ที่มีรูปหน้าของนักกีฬาระดับพรีเซนเตอร์ของอาดิดาสปรากฏอยู่  เป็นแผ่นกระดาษรอง
รูปแบบใหม่ที่อาดิดาสเริ่มใช้มาได้สักระยะนึงแล้ว


 
  ด้านในมีถุงผ้าแบบผ้าเมซ เป็นรูตาข่ายสีดำแถมมาให้  พร้อมแปะโลโก้อาดิดาสคู่กับข้อความชื่อ
Nemeziz เอาไว้ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  ไม่ว่ารองเท้าจะเป็นคอลเลคชั่นสีใหม่  แต่อาดิดาส
จะให้ถุงรองเท้าสีดำลักษณะหน้าตาแบบนี้เหมือนกันหมด  จนกลายเป็นเอกลักษณ์นิยมอย่างนึง
ของอาดิดาสไปแล้ว



  ผมเองค่อนข้างชอบถุงรองเท้าสไตล์นี้ของอาดิดาส  ผ้าเมซตาข่ายที่เป็นรูๆ ช่วยให้การถ่ายเท
อากาศทำได้ดี  แถมยังเป็นการโชว์รองเท้าเวลาที่ใส่ถือไปไหนมาไหน  ขนาดถุงค่อนข้างใหญ่
ทำให้สะดวกรวดเร็วในการใส่รองเท้า  จากนั้นก็สามารถดึงกระชับสายสะพายบ่าเพื่อปิดปากถึง
ให้แน่นหนาได้ไม่ยาก   

  ข้อมูลเรื่องน้ำหนักนั้น พบว่า Nemeziz 18.1 มีน้ำหนักตามขนาดไซส์มาตรฐานอยู่ที่ประมาณ
210 กรัม/ข้าง ถือเป็นตัวเลขน้ำหนักที่ใช้งานได้ทั้งความเร็ว การเคลื่อนที่และสมดุลน้ำหนัก
ในการเล่นและควบคุมลูกฟุตบอล
 
  ข้อมูลกับรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่เราเคยรีวิวไป เป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Vision Elite DF 215.5 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม
  - แพน Balancer Touch X 199 กรัม
  - อัมโบร Velocita IV Pro 220 กรัม



  หน้าตาโดยภาพรวมของอาดิดาส Nemeziz 18.1 นั้นดูเรียบง่าย  รูปทรงไม่ได้มีความเรียวยาว
หรือหน้ากว้างมากเป็นพิเศษแต่อย่างใด หากมองแค่ลักษณะภายนอกเพียงเท่านั้น..พอจะเดาได้ว่า
ผู้เล่นที่มีลักษณะรูปเท้าเรียวยาว และกว้างปานกลาง  น่าจะสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา
(แต่ในเรื่องการเลือกไซส์นั้นคงต้องว่ากันอีกทีนะ)



  เราจะมาเริ่มกันที่วัสดุหน้าผ้าอัพเปอร์ของ อาดิดาส Nemeziz 18.1 กันก่อน  โดยรองเท้ารุ่นนี้
ผลิตจากวัสดุหนังสังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Agilityknit 2.0 ถูกปรับปรุงพื้นผิวส้มผัสบอล
ให้มีมิติมากขึ้น  ด้วยการทำแนวเส้นทะแยงสลับฟันปลาจำนวนมากให้นูนขึ้นมา ช่วยสร้างแรง
เสียดทานในการสัมผัสและควบคุมบอล  ลองสัมผัสด้วยมือเปล่าจะรู้สึกถึงฟีลลิ่งการสัมผัสที่ดีขึ้น

  ความหนาของอัพเปอร์ดูจะมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย  เพื่อมาเติมเต็มฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่หนักแน่น
และการส่งแรงให้ลูกฟุตบอลที่มีน้ำหนักมากขึ้น  รวมถึงการเสริมหน้าผ้าชั้นในเพื่อความกระชับ
ที่ดีขึ้นกว่าเก่า


  Agility Bandage คือเทคโนโลยีสำคัญที่ทำงานร่วมกับ Agilityknit 2.0 และถือเป็น
เอกลักษณ์ของรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้เท่านั้น  โดยได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าล็อค (Bandage)
ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นและสร้างแรงดึงกระชับให้กับกล้ามเนื้อของนักกีฬาได้เป็นอย่างดี  ทีมออกแบบ
ของอาดิดาสเลยนำเอาแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาวัสดุชนิดนี้  ให้เหมาะสมต่อการนำมาผลิตเป็น
รองเท้าฟุตบอลและใช้งานได้จริง

  แนววางตัวของหน้าผ้า Agility Bandage จะเฉียงเข้าหากันทำมุม 45 องศา  ทำให้สามารถ
สร้างแรงกดกระชับให้กับข้างเท้าทั้งสองฝั่งได้อย่างสมดุล  ช่วยเค้นประสิทธิภาพในจังหวะการ
เคลื่อนที่ที่รวดเร็วไม่เป็นเส้นตรง  ตามไสตล์ผู้เล่นประเภทความว่องไวได้เป็นอย่างดี



  มองจากด้านนอกจะเห็นถึงแนวตะเข็บเย็บขนาดใหญ่ที่เชื่อมประสานระหว่าง Agility Bandage
แต่ละชิ้นๆ นอกจากเรื่องของความแข็งแรงทนทานและป้องกันน้ำเข้าแล้ว  ยังเป็นพื้นผิวที่มีความขรุขระ
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและสัมผัสบอลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

  สำหรับใครที่กังวลว่าแนวตะเข็บดังกล่าวจะทำให้หน้าสัมผัสด้านในกับหน้าเท้าของผู้เล่น  เกิดการ
ติดขัดระคายเคืองหรือไม่สบายหน้าเท้าหรือไม่   ผมได้ลองสัมผัสด้านผิวสัมผัสด้านในของตัวรองเท้า
ดูแล้ว  พบว่าอาดิดาสได้เสริมวัสดุบุนุ่มบางๆ เอาไว้เพื่อปกติแนวเข็บเย็บจากอัพเปอร์ชั้นนอกเอาไว้
จึงมั่นใจได้ว่าแนวตะเข็บจะไม่เป็นปัญหาในการสวมใส่ Nemeziz 18.1 อย่างแน่นอน



  แถบสามขีด อันเป็นเครื่องหมายทางการค้าของอาดิดาส  ปรากฏอยู่บริเวณข้างเท้าด้านนอกของ
Nemeziz 18.1 มีลักษณะเป็นชิ้นวัสดุหนาที่แปะเพิ่มลงไปบนชิ้นส่วนอัพเปอร์  ทำหน้าที่เป็นกรอบ
ช่วยล็อคกระชับบริเวณข้างเท้าด้านนอกให้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  และสำหรับ Nemeziz 18.1
Spectral Mode สีนี้  อาดิดาสยังทำให้แถบสามขีดสามารถที่จะสะท้อนแสงเป็นประกาย เสริมให้
รองเท้าคอลเลคชั่นสีนี้ดูมีความโดดเด่นเป็นพิเศษมากกว่าปกติอีกด้วย


  
  แนวร้อยเชือกลักษณะกว้างบริเวณกึ่งกลางหลังเท้า  ถูกออกแบบมาเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับวัสดุ
Agility Bandage ได้อย่างลงตัว  วัสดุอัพเปอร์บริเวณช่วงกลางหลังเท้านั้นจะไม่ถูกเคลือบผิว
เหมือนส่วนอื่นๆ  เพื่อให้มันสามารถยืดขยายและดึงกระชับกับช่วงหลังเท้าของผู้สวมใส่ได้มาก
เป็นพิเศษ  ดังนั้นการดึงกระชับแนวร้อยเชือกจะมีผลต่อความกระชับช่วงหลังเท้าโดยตรง
  


  มาดูกันที่หุ้มข้อของ Nemeziz 18.1 กันบ้าง  เป็นชุดหุ้มข้อสูงที่ถูกเรียกว่า Dual Lock Collar
มีลักษณะยกสูงแนวหน้า-หลัง  หากใครสังเกตเปรียบเทียบกับ Nemeziz 18+ รองเท้าระดับสูงสุด
ของตระกูลนี้  จะเห็นความแตกต่างของการออกแบบหุ้มข้อ  โดยหุ้มข้อของ Nemeziz 18+ จะมี
แนวยกสูงไปรองรับกับช่วงตาตุ่มของข้างเท้าด้านใน ในขณะที่หุ้มข้อของ Nemeziz 18.1 คู่นี้
จะเปิดช่องว่างเอาไว้ทั้งฝั่งด้านในและด้านนอก

  จากข้อมูลทางเทคนิคจากอาดิดาสได้ระบุชัดเจนว่า  หุ้มข้อลักษณะนี้จะช่วยให้การล็อคดาวน์
บริเวณข้อเท้าของผู้เล่นได้ดีเพียงพอสำหรับผู้เล่นที่ต้องการความกระชับในการเคลื่อนที่  แต่ก็ยังคง
ได้ฟีลลิ่งความอิสระในการเคลื่อนไหวของข้อเท้าได้พร้อมๆ กัน  ในขณะที่หุ้มข้อของ Nemeziz
18+
จะให้ความกระชับในแบบที่แน่นหนากว่า 


  
  หุ้มส้นด้านในก็ถูกออกแบบมาเพื่อความกระชับสูงสุด ภายใต้ชื่อเรียก Agilityweave  ด้วย
วัสดุบุนุ่มตลอดทั้งแนวของหน้าสัมผัสหุ้มส้นด้านใน  ให้ทั้งความกระชับและความนุ่มสบาย
ในการสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ตลอดเวลา 90 นาที  หน้าสัมผัสยังเป็นวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่  
สร้างความฝืดให้กับส้นเท้าไม่เกิดอาการลื่นไถลในระหว่างการใช้งาน



  อาดิดาสเลือกใช้เกราะหุ้มส้นแบบภายใน (Internal Heel Counter) ให้กับ Nemeziz 18.1
เพื่อลดความเทอะทะ  เน้นให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ได้อิสระคล่องตัวมากกว่า  ในขณะที่แนวส้นเท้าใน
มีวัสดุพลาสติก TPU เสริมเอาไว้ตามปกติ  เพื่อช่วยปกป้องการปะทะบริเวณส้นเท้าให้เอ็นร้อยหวาย
ให้กับผู้เล่นได้ตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้

  ดีไซน์เพิ่มเติมสำหรับ Nemeziz 18.1 คอลเลคชั่น Spectral Mode สีนี้ ก็คือการทำชื่อซีรี่ย์
และโลโก้อาดิดาสในแนวส้นเท้าให้มีลักษณะเป็นพื้นผิวสะท้อนแสง  สร้างความโดดเด่นให้กับ
รองเท้ารุ่นนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว



  แผ่นรองพื้นด้านในตัวรองเท้าสามารถถอดแยกออกมาได้ตามปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับ  ผลิตจาก
โฟม EVA ทั้งชิ้น ได้ลองออกแรงกดด้วยนิ้วมือ..รู้สึกได้ว่ามีความหนากำลังดี  ไม่หนาจนเกินไป
เพื่อความว่องไวในการเคลื่อนที่  แต่ก็ไม่บางจนเกินไปเพื่อให้สามารถผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนาม
ได้ดี  มีลักษณะเดียวกันกับแผ่นรองพื้นด้านในของทั้ง Predator 18.1 และ X 18.1 ที่เคยได้รีวิว
ไปก่อนหน้านี้

  แต่มีการออกแบบที่หน้าสนใจก็คือการเจาะรูจำนวนมากเอาไว้ที่บริเวณฝ่าเท้าด้านหน้า  เพื่อทำให้
ชุดแผ่นรองพื้นมีน้ำหนักเบาที่สุด  รวมถึงการออกแบบให้มีแนวเส้นนูนขึ้นมา  เพื่อการยึดเกาะระหว่าง
แผ่นรองพื้นกับชุดฐานพื้น Middle sole ไม่ให้เกิดการขยับเขยื่อนได้ง่ายๆ ในระหว่างการใช้งาน



  ดีไซน์หน้าสัมผัสด้านบนของแผ่นรองพื้น Nemeziz 18.1 นั้นดูมีรายละเอียดที่ดีกว่า  ผิวสัมผัส
เป็นหน้าผากำมะหยี่อย่างชัดเจน  มีลักษณะเป็นขนฟูขึ้นมา  มีความหนึบและฝืดจนรู้สึกได้  จึงสร้าง
แรงเสียดทานป้องกันไปให้ฝ่าเท้าลื่นไถลได้ง่ายๆ ตอนที่ใช้งานจริงได้เป็นอย่างดี  ตรงส้นเท้ามีชื่อ
Nemeziz 18.1 สกรีนเอาไว้ด้วยสีทอง  เพิ่มความดูดีมีระดับให้กับแผ่นรองพื้นชิ้นนี้ได้เป็นเท่าตัว



  ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ถูกออกแบบภายใต้ชื่อเทคโนโลยี Torsionframe ที่ใช้ต่อเนื่องมาจาก
เจเนอเรชั่นก่อนหน้า  โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้วัสดุพลาสติก TPU ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงทนทาน 
ร่วมกับการออกแบบโครงสร้างช่วงกลางเป็นสันแข็ง นูนขึ้นมาถึง 2 แนว เป็นลักษณะคล้าย Double S



  จากข้อมูลทางเทคนิคได้ระบุว่าการออกเบบโครงสร้าง Double S เช่นนี้  ทำให้บุคลิกการสปรินซ์
และการเคลื่อนที่ของ Nemeziz 18.1 นั้นมีความครบเครื่อง  ทั้งความสมดุลของการลงน้ำหนัก
จากลักษณะของฐานพื้นที่กว้างกว่า  การสปรินซ์ทางตรงที่เสมือนว่ามีจุดส่งแรงดีดจากชุดพื้นมาก
ถึง 2 ตำแหน่ง  รวมถึงการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ในแนวทะแยงที่ดีขึ้น  เนื่องจากรูปร่างของ
แนวสันพื้น ที่ทะแยงชี้ออกไปทางข้างเท้าด้านนอก  เป็นผลให้รองเท้ารุ่นนี้มีถึง 3 บุคลิก  พร้อม
ที่จะตอบสนองต่อผู้เล่นที่ต้องการประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ด้วยความว่องไวอย่างแท้จริง



  มาดูที่รายละเอียดการออกแบบของปุ่มแบบ FG ทั้งด้านหน้าและด้านหลังกันบ้าง  เริ่มกันที่ชุดปุ่ม
ด้านหน้า
มีจำนวนปุ่มทั้งหมด 7 ปุ่ม  แบ่งเป็นปุ่มแนวขอบรองเท้าทั้งสองฝั่งจำนน 6 ปุ่ม และปุ่ม
ตรงกลางฝ่าเท้า 1 ปุ่ม แบบที่เราคุ้นตากันดี  แต่รูปลักษณ์เฉพาะตัวของปุ่ม Nemeziz 18.1
นั้นจะเป็นลักษณะปุ่มแบบครึ่งวงกลม  หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าปุ่มแนวรอบทั้ง 6 ปุ่มนั้น  จะมีทิศทาง
ส่วนโค้งครึ่งวงกลมออกไปด้านนอก กระจัดกระจายกันออกไป  แล้วหันด้านฐานเข้ามาด้านในทั้งหมด 
เพื่อประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ได้รอบตัวแบบ 360 องศา  พร้อมกับอิสระในการหมุนตัวได้ตาม
แนวโค้งของครึ่งวงกลมนั่นเอง


  ปุ่มด้านหลังก็มีลักษณะเป็นรูปทรงครึ่งวงกลม  ปุ่มคู่หลังสุดจะใหญ่กว่าและมีฐานปุ่มที่หนากว่า 
ช่วยทำให้การลงน้ำหนักที่ส้นเท้าทำได้อย่างมั่นคง  แต่ปุ่มทั้ง 4 ปุ่มจะวางทิศทางในองศาเดียวกัน 
คือหัวทางส่วนโค้งครึ่งวงกลมเอียงไปทางด้านหลัง  นอกจากจะช่วยให้การยึดเกาะพื้นสนาม
ทำได้อย่างดีแล้ว  ผู้เล่นยังสามารถใช้ส้นเท้าเป็นจุดหมุนในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่าง
ราบลื่นอีกด้วย



  ดูไปดูมาแล้วถือได้ว่า Nemeziz 18.1 จากอาดิดาส เป็นรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสที่ถูก
ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นที่เน้นประสิทธิภาพในเรื่องของความกระชับและความว่องไวในการเคลื่อนที่
ที่ไม่เป็นเส้นตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แม้ที่ผ่านมาอาดิดาสจะไม่ได้เน้นการโปรโมทเป็นหลัก 
แต่รายละเอียดที่เราได้สัมผัสกันในบทความนี้ก็พอจะบอกได้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้ารุ่นนี้
ได้เป็นอย่างดี

  สำหรับคุณผู้อ่านคนไหนที่มีสไตล์การเล่นและต้องการประสิทธิภาพความว่องไว (Agility) 
ผมขอแนะนำอาดิดาส Nemeziz 18.1 เป็นหนึ่งในตัวเลือก  โดยเฉพาะกับคอลเลคชั่นสีแนว
พาสเทลสีใหม่ “Spectral Mode” พาสเทลสีนี้  ท่านสามารถไปสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของ
ได้แล้วที่ ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์
ทุกสาขา และอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ http://shop.adidas.co.th/men/shoes/
football.html
ในราคา 8,500 บาท

  ส่วนถ้าใครอยากรู้ถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริง Boots Testing! พร้อมทั้งบทวิพากษ์วิจารณ์
ของ Nemeziz 18.1 คู่นี้ล่ะก็  เดี๋ยวมีมาให้ได้อ่านกันแน่นอนครับ  รอติดตามกันได้เลยในเร็วนี้ๆ

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 24 กันยายน 2018 เวลา 23.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!" อัมโบร Velocita IV Pro


"Hand On!" ไนกี้ Phantom VSN Elite


"Hand On!" แพน Balancer Touch X