"Hand On!" อาดิดาส Predator 18.1 - Master Control, It's Back

  ในที่สุด..อาดิดาสก็เลือกที่จะเอาชื่อ Predator กลับมาสลักไว้บนตัวรองเท้าฟุตบอลอีกครั้ง หลังจาก
ที่ชื่อของรองเท้าฟุตบอลตระกูลยอดฮิตตลอดกาล  ถูกเว้นวรรคไปนานกว่า 3 ปี  การกลับมาในครั้งนี้
จึงเต็มไปด้วยความคาดหวังของบรรดานักฟุตบอลทั่วโลกอย่างแท้จริง  และหนึ่งในรองเท้ารุ่นสำคัญ
ที่เป็นตัวหลักในการทำตลาดครั้งนี้ ก็คือรุ่น Predator 18.1 รองเท้าระดับท็อปคลาส  ที่ในบทความนี้
SiamBoots จะพาทุกท่านไปร่วมสัมผัสและทำความรู้จักกับรองเท้ารุ่นนี้พร้อมๆ กัน !!!



  อาดิดาส ประกาศยุติเส้นทางของรองเท้าซีรี่ย์ Predator อย่างเป็นทางการ หลังจากหมดช่วงการ
ทำตลาดของเจเนอเรชั่น Predator Instinct เมื่อปี 2014 แล้วเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ACE ลุยตลาด
ในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลอย่างเต็มตัว  ถือเป็นการยุติเส้นทางของรองเท้าฟุตบอล
ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 20 ปี  ท่ามกลางความไม่เข้าใจของแฟนบอลทั่วโลก

  ถึงแม้ว่าในช่วงที่ซีรี่ย์ ACE ทำตลาดรองเท้าฟุตบอลมากว่า 3 ปี  อาดิดาสจะทะยอยทำรองเท้าพิเศษ
ในเว่อร์ชั่นของ Predator Remake ออกมาวางจำหน่ายในแบบที่ต้องไปแย่งกันซื้อ  แต่ก็ดูเหมือน
ว่ากระแสการเรียกร้องจากแฟนๆ ให้นำเอา Predator กลับมาทำตลาดแบบจริงจังอีกครั้ง  ก็ยังมี
ออกมาอย่างต่อเนื่อง

  จนในที่สุด..เชื่อว่า อาดิดาส คงเข้าใจถึงความต้องการของแฟนบอล  ในขณะที่กระแสของรองเท้า
ซีรี่ย์ ACE ก็ดูจะไม่ได้สวยหรูอะไรมากนัก  ถึงแม้ว่าเป็นช่วงที่อาดิดาสเผยเทคโนโลยีใหม่ๆ และมี
ตัวเลือกให้ใช้งานมากมายหลากหลายรุ่น  จนได้ชื่อว่าเป็นซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลที่มีรุ่นย่อยมากที่สุด
เลยก็ว่าได้  


    
  อาดิดาสจึงตัดสินใจประกาศเปิดตัว Predator 18 อย่างเป็นทางการ  พร้อมให้นักฟุตบอลระดับโลก
สวมใส่ลงสนามแข่งขันกันเกมส์การแข่งขัน  หลังจากนั้นก็เริ่มทะยอยวางขายผ่านร้านตัวแทนจำหน่าย
ทั่วโลก  จนมาถึงเวลาของประเทศไทย  ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวอย่างจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่
26 พฤศจิกายน 2017 ที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์ ก่อนใครในประเทศไทย  

  ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่ SiamBoots จะนำเอารองเท้าฟุตบอลรุ่น Predator 18.1 รองเท้า
ฟุตบอลระดับท็อปคลาสของซีรี่ย์นี้  มาเปิดฝากล่อง "Hand On!" พาไปร่วมสัมผัสทุกรายละเอียด
เทคโนโลยี และ "เขี้ยวเล็บ" ของรองเท้าฟุตบอลที่ชื่อว่าดุดันมากที่สุดในวงการฟุตบอล  เพื่อไม่ให้
เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้...เราไปเปิดฝากล่อง และสัมผัสพลังของนักล่าแห่งวงการฟุตบอล
ไปพร้อมๆ กันได้เลย



  หลายคนน่าจะเริ่มคุ้นเคยกับหน้าตาของกล่องรองเท้าสีดำที่มีที่โลโก้อาดิดาสตัวใหญ่พิมพ์เอาไว้  แบบที่
เห็นตามภาพด้านบนกันพอสมควรแล้ว  กล่องรองเท้าดีไซน์แบบนี้ได้ถูกนำมาบรรจุผลิตภัณฑ์รองเท้า
ประเภทต่างๆ มาได้สักระยะนึงแล้ว  ซึ่งก็รวมถึง Predator 18.1 รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส
ที่เรากำลังจะได้สัมผัสและยลโฉมด้วย

  ภายในกล่องรองเท้าแบบฉบับเต็ม..ในกรณีที่ซื้อรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มาจากร้านตัวแทนจำหน่ายอย่าง
เป็นทางการ  ด้านในจะพบกับ Predator 18.1 มาพร้อมกับแผ่นกระดาษที่ให้ข้อมูลทั่วไปแบบที่
เคยคุ้นเคยกันดี  จากป้ายข้อมูลระบุว่ารองเท้าคู่นี้ผลิตจากประเทศอินโดนีเซีย (Made in Indonesia)
ฐานผลิตที่สำคัญของอาดิดาส  ที่ระยะหลังๆ อาดิดาสเน้นการผลิตรองเท้าระดับท็อปคลาสจากเมืองอิเหนา
มาโดยตลอด



  ทั้งนี้ยังพบว่า..อาดิดาสแถมถุงใส่รองเท้าแบบใหม่ทำจากวัสดุประเภทด้ายเมซ  มีลักษณะเป็นเนื้อผ้าแข็งๆ
ถักทอมาให้มีความโปร่งอย่างชัดเจน  ด้านในไม่มีช่องใส่ของเล็กๆ หรือแนวซิปสำหรับการปิดปากถุง
มาให้  เรียกได้ว่าเป็นถุงใส่รองเท้าที่เอาไว้ใส่รองเท้าเพียงอย่างเดียวจริงๆ  แต่ที่น่าสนใจก็คือลายพิมพ์
โลโก้ข้อความ Predator ที่กลับมาปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของอาดิดาสอย่างเป็นทางการ
อีกครั้งนึง   

  สำหรับรองเท้าสีเปิดตัวของ Predator 18 ที่เห็นกันอยู่นี้  ตามองด้วยปลาเปล่าก็ควรจะเรียกว่าเป็น
สีดำ/ขาว/ทอง แต่จากข้อมูลกลับพบว่าอาดิดาสได้ตั้งรหัสสีไว้ว่า Black/White/Solar Red
ถ้าแปลมาเป็นภาษาไทยแล้วก็คือ สีดำ/ขาว/แดง ซึ่งก็คือ 3 สีที่เป็นสีตำนานของรองเท้าตระกูลนักล่า
หรือที่หลายคนเรียกว่าสี ออริจินัล  ก็เพราะว่าสีแดงที่เปรียบเสมือนเขี้ยวเล็บของรองเท้าซีรี่ย์นี้นั้น  ถูก
ซ่อนเอาไว้ด้านใน  และจะแสดงออกมาเมื่ออาวุธรุ่นนี้ถูกสวมใส่ลงสนาม

  น้ำหนักตัวของ Predator 18.1 ไซส์ 9.5 US, 9 UK, 43 1/3 Euro และ 27.5 cm
จะอยู่ที่ 220 กรัม/ข้าง เท่านั้น  ถือเป็นพิกัดน้ำหนักที่กำลังพอดีๆ ไม่หนักและไม่เบาจนเกินไป  ซึ่งเป็น
คุณสมบัติของรองเท้าประเภทคอนโทรล ก้ำกึ่งไปด้านพาวเว่อร์คอนโทรลก็ได้

  เปรียบเทียบข้อมูลกับรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่เราเคยรีวิวไป เป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม

  หากมองไปยังรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันแล้ว  จะพบว่า อาดิดาส Predator 18.1 มีน้ำหนัก
ไม่ต่างจาก ACE 17.1 เลย  แต่ถ้ามองย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับ Predator® Instinct จะพบว่า
รองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้มีน้ำหนักเบากว่ากันเยอะเลยทีเดียว



  ก่อนที่จะไปลงรายละเอียดเที่ยวกับวัสดุและเทคโนโลยี  เรามาดูดีไซน์การออกแบบและหน้าตา
โดยภาพรวมของ อาดิดาส Predator 18.1 คู่นี้กันก่อน  สิ่งที่คู่กับรองเท้าตระกูลนี้มายาวนาน
ก็คือลักษณะการออกแบบที่เน้นเส้นสาย  ให้อารมณ์ถึงความดุดัน แข็งแกร่ง รวมถึงเส้นสายที่เสริม
ความโดดเด่นให้กับตัวรองเท้าและโลโก้แถบสามขีดของอาดิดาส  

  นอกจากอาวุธที่ใช้จู่โจมคู่แข่งแล้ว  การปกป้องที่แข็งแรง  โดยเฉพาะส่วนด้านหลังที่หลายคน
ติดตากับเกราะหุ้มส้นขนาดใหญ่  ครั้งนี้..เราได้เห็นดีไซน์เกราะส้นเท้าที่โดดเด่นด้วยสีที่แตกต่าง
จึงถือได้ว่า..อาดิดาสตอบโจทย์การดีไซน์ในแบบฉบับของตระกูล Predator ได้อย่างลงตัว
ถึงแม้ว่ารูปทรงโดยรวมของตัวรองเท้าจะยังมีกลิ่นอายของ ACE ติดตัวมาบ้าง  ก็คงต้องยอมรับ
ว่าเป็นไปตามยุคสมัยที่จะต้องเน้นประสิทธิภาพของรูปแบบการเล่นที่ครบเครื่อง



  หน้าผ้าและตัวรองเท้าของ อาดิดาส Predator 18.1 นั้นผลิตจากวัสดุไพร์มนิต (Primeknit)
ซึ่งเป็นวัสดุด้ายถักเฉพาะตัวของอาดิดาส  ขึ้นรูปจากเส้นด้ายที่ไร้รอยต่อ ไร้แนวตะเข็บ  เพื่อให้ฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลนั้นเป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  และตัวรองเท้ายังสามารถสร้างความกระชับ
ที่ยอดเยี่ยมให้กับรูปเท้าของผู้สวมใส่  เนื่องจากวัสดุด้ายถักที่ไม่มีรอยต่อเช่นนี้  จะสามารถขยายได้
ตามลักษณะรูปเท้าและไม่เกิดช่องว่างระหว่างเท้า  ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นกับการใช้งานรองเท้าที่มีแนวเย็บ
นั่นเอง



  ไฮไลท์สำคัญที่สุดสำหรับรองเท้าฟุตบอลที่ชื่อ Predator ก็คือส่วนสัมผัสบอลหรือที่เรียกทั่วๆ ไป
ว่า Predator Control Element ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเขี้ยวเล็บของนักล่า  หากนึกย้อนไปยัง
เจเนอเรชั่นเก่าๆ วัสดุแถบยางสัมผัสคือสิ่งที่หลายคนนึกถึง

  แต่สำหรับพื้นที่สัมผัสบอลของเจเนอเรชั่นล่าสุด โดยเฉพาะรองเท้ารุ่น Predator 18.1 คู่นี้  พบว่า
อาดิดาสได้ออกแบบขึ้นมาจากโครงสร้างวัสดุแบบเดียวกับตัวรองเท้าเลย  มีลักษณะเป็นเส้นสายไล่ระดับ
กันขึ้นไป  โดยสันของแต่ชั้นที่เกิดขึ้นจะทำหน้าที่สร้างแรงเสียดทานระหว่างลูกฟุตบอล  ทำให้การ
ควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลนั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  



  ลักษณะหน้าสัมผัสวัสดุที่ไม่ใช่แถบยางนิ่มๆ ของรองเท้ารุ่นนี้  จะมีข้อได้เปรียบมากกว่าวัสดุแถบยาง
แบบเจเนอเรชั่นเก่าๆ อยู่หลายประการ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งแรงไปยังลูกฟุตบอลได้หนักแน่น
เต็มสัมผัส  และความว่องไวของฟีลลิ่งการสัมผัสบอล (Sensitive) ทำให้ผู้เล่นสามารถขับเคลื่อน
ลูกฟุตบอลได้รวดเร็วขึ้น  รวมถึงอายุการใช้งานของวัสดุที่เรียกได้ว่าไม่จำกัดเลยก็ว่าได้  ปัญหา
แถบยางเสียสภาพหรือแข็งตัว  จะไม่เกิดขึ้นกับ Predator 18.1 อย่างแน่นอน



  Control Skin คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อาดิดาสใส่มาให้กับ Predator 18.1  โดยเป็นเทคโนโลยี
ของการเคลือบผิว  เพื่อเพิ่มความสามารถในการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล ให้กับหน้าสัมผัสและ
ตัวรองเท้า  โดยเฉพาะในสภาวะที่หน้าผ้าเปียกน้ำหรือความชื้น  รวมถึงยังช่วยป้องกันน้ำหรือความชื้น
ไม่ให้ซึมเข้าไปด้านในตัวรองเท้าได้อีกด้วย  จึงมั่นใจได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งาน
ได้ทุกในสภาวพฝนฟ้าอากาศ



  นอกเหนือจากส่วนสัมผัสบอลด้านหน้าแล้ว..พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณข้างเท้าด้านใน ก็เป็นอีกหนึ่ง
จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้เช่นกัน  อาดิดาสได้ออกแบบพื้นที่ข้างเท้าด้านในให้มี Control Element
ที่มีความเว้าสอดรับกับลูกฟุตบอลได้ดี  รวมถึงมิติที่สามารถสร้างแรงเสียดทานกับผิวลูกฟุตบอล
เพื่อให้ผู้เล่นสามารถควบคุมการส่งบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ



  อาดิดาส Predator 18.1 นั้นเป็นรองเท้ารุ่นที่ยังคงมีเชือกรองเท้าตามปกติทั่วไป  โดยแนวร้อยเชือก
ถูกออกแบบมาแบบสมดุลกึ่งกลาง  ซึ่งอาดิดาสได้เปลี่ยนแนวคิดจากที่เคยเอียงองศาของแนวร้อยเชือก
ของรองเท้าซีรี่ย์ Predator รุ่นหลังๆ  กลับมาใช้แนวร้อยเชือกแบบตรงกลาง  ก็เพราะว่าแนวร้อยเชือก
แบบสมดุลกึ่งกล่างเช่นนี้  จะสามารถสร้างความกระชับได้ทั่วถึงและสม่ำเสมอได้ดีกว่า

  วัสดุบริเวณหลังเท้าที่เปรียบเสมือนลิ้นรองเท้านั้น  เป็นวัสดุด้ายถักไพร์มนิตเช่นกัน  แต่ส่วนบริเวณนี้
จะไม่มีการเคลือบผิวด้วย Control Skin  เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต้องยืดขยายและกระชับเข้ารูปได้ดีกับ
ลักษณะหลังเท้าของผู้สวมใส่  



  แต่ไฮไลท์ในการออกแบบจุดนี้..ก็คือตอนที่ผู้เล่นสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้  ส่วนหลังเท้าจะขยายออก
แล้วจะเผยให้เห็นถึงเส้นสายสีแดงของชั้นด้ายถัก  เปรียบเสมือนเป็นเขี้ยวเล็บ ที่แสดงออกถึงความ
ดุดันของรองเท้ารุ่นนี้อย่างแท้จริง นี่แหละคือเหตุผลที่บอกว่าทำไมรองเท้าสีนี้จึงเป็นสี "ออริจินัล"   



  ส่วนหุ้มส้นด้านนอกของอาดิดาส Predator 18.1 ได้ถูกพัฒนาให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น  แม้ว่า
รองเท้าสายพันธุ์นักล่ารุ่นนี้..จะไม่ได้กลับมาใช้เกราะหุ้มส้นแบบภายนอก ที่หนาๆ ใหญ่ๆ เทอะทะ  
ให้การปกป้องสูงแบบดั้งเดิมแต่อย่างใด  

  แต่อาดิดาสได้ทำหุ้มส้นภายนอกแบบครึ่งท่อนเพิ่มเติมเข้ามา  หากสังเกตกันดีๆ ในส่วนที่เป็นวัสดุสีทอง
นั้นคือชิ้นส่วนวัสดุแข็ง (ประเภทเดียวกับวัสดุชุดพื้น...ซึ่งจะกล่าวถึงในภายหลัง) ได้ถูกเพิ่มเติมเข้ามา
(หากเปรียบเทียบกับลักษณะส่วนเกราะหุ้มส้นรองเท้าของอาดิดาสรุ่นอื่นๆ ในระยะเวลา 3-4 ปี ให้หลัง)
มีลักษณะชิ้นส่วนที่โอบรับกับสรีระด้านข้างของส้นเท้า  ทั้งด้านในและด้านนอก  ก่อนที่จะลดระดับ
เป็นส่วนเว้าที่ด้านหลังส้นเท้า  ทำหน้าที่ช่วยจับล็อคและสร้างความกระชับให้บริเวณส้นเท้าของผู้สวมใส่
ได้ดีกว่าเกราะหุ้มส้นแบบเดิมๆ  รวมถึงยังเพิ่มความแข็งแรงในช่วยการปกป้องแรงปะทะได้มากขึ้น
อีกด้วย



  ดังนั้นผมจึงขอเรียกเกราะหุ้มส้นของรองเท้ารุ่นนี้ว่า เป็นเกราะหุ้นส้นภายนอกแบบครึ่งท่อน (Semi
External Heel Counter)
ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่น่าสนใจต่อการใช้งานจริงไม่น้อย
เลยทีเดียว

  นอกจากส่วนเกราะหุ้มส้นที่กล่าวถึงไปแล้ว  ยังพบมีส่วนที่ช่วยซัพพอร์ตแนวเอ็นร้อยหวายอีกด้วย
ด้วยการเพิ่มส่วนที่เป็นแถบคล้ายพลาสติกเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง  มีคุณสมบัติทั้งสามารถยืดหยุ่นได้ และมี
ความแน่นหนาเพื่อช่วยจับล็อคสร้างความกระชับให้กับแนวเอ็นร้อยหวายของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี



  ส่วนของชุดเกราะและซัพพอร์ตทั้งหมดนั้น  จะมาช่วยเสริมประสิทธิภาพให้หุ้มข้อของ อาดิดาส
Predator 18.1 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของรองเท้ารุ่นนี้เลยทีเดียว  เพราะอาดิาสได้
ออกแบบส่วนหุ้มข้อให้กับรองเท้ารุ่นนี้แบบยกเครื่องใหม่ แตกต่างจากรุ่น Ace 17.1 อย่างชัดเจน  



  โดยหุ้มข้อของรองเท้ารุ่นนี้ทำจากวัสดุด้ายถัก Primeknit แบบเดิม  แต่ที่เพิ่มเติมคือความหนาแน่น
ที่จะมาช่วยเพิ่มความกระชับให้กับส่วนข้อเท้าของผู้สวมใส่ได้ดียิ่งขึ้น  หุ้มข้อชุดนี้ยังถูกออกแบบให้มี
ความสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย  โดยเฉพาะส่วนท้ายที่สูงกว่า  มีจุดประสงค์เพื่อช่วยซัพพอร์ตบริเวณของ
แนวเอ็นร้อยหวายได้เต็มที่ยิ่งขึ้น  และยังใช้เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการสวมใส่อีกด้วย

  ลองสำรวจส่วนหุ้มส้นด้านใน..พบว่าอาดิดาสได้บรรจุวัสดุบุนุ่มค่อยข้างหนา  และเต็มพื้นที่ที่สัมผัสกับ
แนวส้นเท้าของผู้สวมใส่  ลักษณะหน้าสัมผัสเป็นวัสดุคล้ายผ้ากำมะหยี่ มีความฝืด  เพื่อให้ฟีลลิ่งของ
การสวมใส่ที่นุ่มและกระชับอย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง



  แผ่นรองพื้นด้านในของรองเท้ารุ่นนี้  สามารถถอดแยกออกมาได้ตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอล
ระดับสูง  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้ผลิตจากวัสดุโฟม EVA ทั้งชิ้นแบบที่คนใช้งานรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส
คุ้นเคยกันดี  ความหนาของแผ่นรองพื้นดูจะมีมากกว่าเดิมเล็กน้อย (เปรียบเทียบกับ Ace 17.1)
ลองออกแรงกดกระทำลงไปแล้วรู้สึกถึงความหนาและแน่น  มีความนุ่มพอสมควร



  วัสดุหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นนั้นเป็นวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่แบบเต็มพื้นที่  เพื่อให้สัมผัสระหว่าง
ฝ่าเท้าของผู้สวมใส่นั้นมีแรงเสียดทาน  มีความมั่นคง  เป็นวัสดุกันลื่น  ทำให้ทุกจังหวะการเคลื่อนที่
นั้นสามารถทำได้อย่างไม่เสียจังหวะ



  นอกจากส่วนบนแล้ว..ชุดพื้นของอาดิดาส Predator 18.1 ยังถูกออกแบบใหม่  เพื่อเพิ่มเติม
ประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่ การยึดเกาะและความมั่นคงให้ดียิ่งขึ้น  โดยการเพิ่มวัสดุพลาสติก
ประเภทโพลีเอไมด์ (Polyamide) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นได้ดี  เป็นส่วนที่เป็น
พื้นที่สีทอง มาใช้เป็นส่วนหลักของชุดพื้นชั้นกลาง พร้อมเรียกชุดพื้นชุดนี้ว่า ControlFrame
(จริงๆ ชุดพื้นของเจเนอเรชั่น Ace 17 ก็เรียกว่า ControlFrame เหมือนกัน  แต่เหมือนว่าครั้งนี้
อาดิดาสได้พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม)



  ในขณะที่ลักษณะโครงสร้างช่วงกลางของชุดพื้น ก็ยังถูกออกแบบใหม่ให้มีความหนา แข็งแรงขึ้น
เพื่อให้ประสิทธิภาพการส่งแรงในจังหวะชุดพื้นโค้งงอจากการสปรินซ์เคลื่อนที่ นั้นเกิดแรงดีดกลับ
ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม  รวมถึงการออกแบบให้ฐานพื้นนั้นกว้างขึ้น  และแนวเส้นสายสันนูนที่เชื่อมระหว่าง
ชุดพื้นส่วนหน้าและชุดพื้นส่วนหลังได้อย่างชัดเจน  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความสมดุลของการเคลื่อนที่
โดยรวมให้ดียิ่งขึ้น



  อย่างไรก็ตาม..โครงสร้างชุดพื้นของ อาดิดาส Predator 18.1 นั้นไม่มีส่วนของวัสดุบูสท์
(Boost) ซึ่งเป็นวัสดุช่วยรองรับแรงกระแทก  เหมือนกับชุดพื้นของรองเท้ารุ่น Predator 18+
แต่อย่างใด



  ทีนี้เรามาดูรายละเอียดของลักษณะชุดปุ่มแบบ FG แบบใหม่ของ Predator 18.1 กันอย่างต่อเนื่อง
เลยแล้วกัน  ตำแหน่งและจำนวนของปุ่ม FG ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นส่วนด้านหน้าหรือด้านหลังของรองเท้า
รุ่นนี้ยังคงเหมือนเดิม  โดยมีปุ่มทั้งหมด 11 ปุ่ม   แบ่งออกเป็นปุ่มด้านหน้า 7 ปุ่ม และ ปุ่มด้านหลัง 4 ปุ่ม

  ปุ่มด้านหน้าวางตัวในแนวขอบด้านข้าง ข้างละ 3 ปุ่ม ตามปกติของรองเท้าฟุตบอลทั่วไป และมี 1 ปุ่ม
ที่บริเวณกลางฝ่าเท้า  ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งปุ่มแบบ FG ที่อาดิดาสนิยมใช้กับรองเท้าฟุตบอลทุกรุ่น
ของตนเองในปัจจุบันนี้



  แต่ที่อาดิดาส Predator 18.1 แตกต่างออกไป  ก็คือการออกแบบลักษณะปุ่มแบบใหม่ เฉพาะตัว
ซึ่งปุ่มแต่ละปุ่มจะมีลักษณะรูปทรงที่แตกต่างกัน  ไม่ใช่ปุ่มรูปแบบรูปทรงเรขาคณิตอีกต่อไป  โดยปุ่ม
ทั้งหมดมีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมที่แปลกตา  แต่ละปุ่มมีมุมที่ชัดเจน  วางตัวในองศาที่ไม่เหมือนกัน
เพื่อให้ตอบสนองการยึดเกาะพื้นสนามได้ในทุกรูปแบบการเคลื่อนที่

  ถ้าหากสังเกตให้ดีๆ ยังพบอีกว่า..ฐานปุ่มของปุ่มที่เป็นวัสดุโพลีเอไมด์ (ปุ่มสีทอง) ที่มีทั้งหมด 3 ปุ่ม
จะมีลักษณะบิดเกลียวขึ้นมาเล็กน้อย  เพื่อเพิ่มองศาในการหมุนตัวหรือบิดตัว ในจังหวะที่ผู้เล่น
ลงน้ำหนัก  เพราะปุ่มทั้ง 3 ปุ่มนั้น  ถือเป็นตำแหน่งสำคัญในการลงน้ำหนักเพื่อเปลี่ยนทิศทางการ
เคลื่อนที่นั่นเอง



  ส่วนปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม ก็มีลักษณะเป็นปุ่มสี่เหลียมด้านไม่เท่าเช่นกัน  ฐานปุ่มมีความหนากว่า
ปุ่มด้านหน้าเล็กน้อย  และมีส่วนของฐานปุ่มที่เชื่อมถึงกัน  เพื่อให้ทั้ง 4 ปุ่มด้านหลัง  มีฐานที่มั่นคง
และพร้อมที่จะรับมือกับการลงน้ำหนักบริเวณส้นเท้าได้อย่างมั่นคง



  จากข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดของอาดิดาส Predator 18.1  น่าจะยืนยันได้ถึงการเดิมพันครั้งสำคัญ
ที่จะนำชื่อซีรี่ย์อันเป็นตำนานกลับมาใช้ในครั้งนี้  เพราะอาดิดาสได้นำเอาเทคโนโลยี วัสดุ รวมถึงแนวคิด
ของการออกแบบเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้รองเท้าสายเลือดนักล่ารุ่นใหม่คู่นี้  ดูมีอะไรมากกว่าการเป็นรองเท้า
ประเภทคอนโทรลในชื่อ ACE

  แน่นอนว่ารองเท้าฟุตบอลคู่นี้..จะพร้อมลงสนามทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานตามแบบฉบับของ
SiamBoots หลังจากนี้  แล้วจะกลับมาพร้อมบทสรุปถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริง เพื่อให้คำตอบ
กับคุณผู้อ่านทุกท่านว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ แต่ชื่อเก่า Predator 18.1 จากอาดิดาสคู่นี้มีจุดเด่น
จุดด้อย ตรงไหน  ข้อมูลทั้งหมดจากการรีวิวจะมาให้คำตอบเพื่อบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้จะมีเขี้ยวเล็บ
มากน้อยแค่ไหน  รอติดตามกันได้ในเร็วๆ นี้

  แต่ !! ผมเชื่อเหลือเกินว่า..มีคุณผู้อ่านหลายท่าน  ที่ต้องการจะสัมผัสถึงประสิทธิภาพจาการใช้
ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ด้วยตัวเอง  โดยเฉพาะใครที่อยาก "ลองก่อนคนอื่น" สำหรับรองเท้ารุ่น
Predator 18.1 ระดับท็อปคลาสรุ่นนี้  วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน อาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์
ในราคา 7,800 บาท ก่อนใครในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน เป็นต้นไป  
(กำหนดการวางจำหน่ายทั่วไป คือ 29 พฤศจิกายน)

  หรือถ้าใครบอกว่า..อยากจะสัมผัสที่สุดของราชานักล่า อย่างรุ่น Predator 18+ ซึ่งมีจุดเด่น
ตรงที่ไม่มีเชือก  รองเท้ารุ่นสูงสุดรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในราคา 10,500 บาท เฉพาะที่ร้าน
อาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์ เท่านั้น  ทั้งนี้ท่านสามารถสั่งซื้อออนไลน์โดยตรงได้ที่
www.arifootballstore.com เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และบริการจัดส่งฟรีอีกด้วย

 

ขอขอบพระคุณ ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส รุ่น Predator 18.1


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 26 พฤศจิกายน 2017 เวลา 11.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com



"Testing!" ไนกี้ Tiempo Legend VII


"Hand On!" มิซูโน่ Rebula V1 Japan



"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VII