"Hand On!" คิปสตา Kipsta CLR 900 - รองเท้าสายสปีดที่มีน้ำหนักเบามาก !!

  ในวันนี้ SiamBoots จะมาเปิดฝากล่อง "Hand On!" คิปสตา CLR 900 รองเท้าฟุตบอล
ประเภทความเร็วที่มีความเบา  ถึงขนาดที่เบากว่ารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์สปีดรุ่นท็อปของแบรนด์ดัง
เสียอีก  รวมถึงวัสดุและรายละเอียดการออกแบบที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าเกินราคามากๆ  ถือเป็นรองเท้า
ฟุตบอลนอกกระแสที่มีความน่าสนใจมากที่สุดรุ่นนึงในบ้านเราเลยล่ะ



  แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับรองเท้าฟุตบอลรุ่น CLR 900 นั้น  ผมอยากจะขอบรรยายถึง
ยี่ห้อ คิปสตา หรือที่ภาษาอังกฤษเขียนว่า Kipsta เพื่อให้คุณผู้อ่านได้รู้จักข้อมูลของยี่ห้อนี้กัน
เสียก่อน



  คิปสตาคือแบรนด์รองเท้าฟุตบอลสัญชาติฝรั่งเศส  มีบทบาทพอสมควรกับวงการฟุตบอลฝรั่งเศส
มีแผนการทำตลาดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มทั่วไปเป็นหลัก  เพื่อเป็นการควบคุมต้นทุน  จึงไม่ได้โปรโมท
แบรนด์หรือเซ็นสัญญากับพรีเซ็นเตอร์ชื่อดังอะไรเลย  ทำให้คิปสตานั้นจะคลุกคลีอยู่กับทีมสโมสร
ทีมเล็กๆ และนักฟุตบอลภายในประเทศที่ไม่ได้โด่งดังมากนัก



  อย่างไรก็ตาม..การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จากฝรั่งเศสรายนี้  ก็ยังคงมีมาตรฐานไม่แตกต่าง
จากแบรนด์ดังๆ ทั่วไป  เพราะทางคิปสตาก็ทำ R&D และพัฒนารองเท้าฟุตบอลร่วมกับนักเตะอาชีพ
ที่ค้าแข้งอยู่ในเวทีลีกส์ เอิง ในระดับลีกส์ 1 และลีกส์ 2  ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมานั้นมีคุณภาพ
และตอบสนองต่อความต้องการในระดับอาชีพได้ด้วย

  จริงๆ แล้วแบรนด์นี้ก็เคยมีนักฟุตบอลชื่อดัง เลือกสวมใส่ลงสนามด้วยเช่นกัน  ต้องย้อนกลับไป
ในช่วง 2013-14 ซึ่งเป็นปีที่คิปสตาทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกสู่วงการฟุตบอลอย่างเป็นทางการ
โดยมี "มาติเยอ เดบูชี่" แบคขวาตัวเก่งทีมชาติฝรั่งเศส ณ ขณะนั้น  สวมใส่รองเท้าแบรนด์นี้
ลงสนามแข่งขันอย่างเป็นทางการ  นอกจากนั้นยังมี "บรูโน่" นักเตะของสโมสรลีลส์ แห่งลีกเอิง
สวมใส่รองเท้าฟุตบอลแบรนด์นี้ด้วยเช่นกัน

  อ้างอิงจาก : https://www.soccerbible.com (คลิก)
  


  และเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมานี้  มีการแข่งขันฟุตบอลนัดการกุศลที่ฝรั่งเศส
สิ่งที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก  คือการลงสนามของกุนซือระดับตำนาน "อาแซน เวนเกอร์"
ในวัย 70 ปี  นั่นคือความน่าตื่นตาของแฟนฟุตบอลทั่วโลก  แต่สำหรับคนที่สนใจในรองเท้า
ฟุตบอลด้วยแล้ว  น่าจะเพ่งเล็งไปที่รองเท้าฟุตบอลที่อดีตกุนซืออาร์เซน่อลสวมใส่วาดลวดลาย
ในสนาม  ซึ่งนั่นคือรองเท้าฟุตบอล "คิปสตา" ในรุ่นที่มีชื่อว่า Agility900 Pro

  ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าคิปสตามีตัวตนในวงการฟุตบอลระดับโลก  มีมาตรฐานในระดับยุโรป
ไม่ใช่แบรนด์โนเนมแต่อย่างใด  เพียงแต่ด้วยแผนการตลาดที่ต้องการเน้นทำตลาดในระดับทั่วไป  
ที่ใครก็สามารถเข้าถึงและเลือกซื้อหามาใช้กันได้ง่ายๆ ด้วยปัจจัยของราคา  ดังนั้นการโปรโมท
หรือการเซ็นต์สัญญาพรีเซนเตอร์ในระดับดาวดัง..จึงไม่มี



  ปัจจุบันรองเท้าฟุตบอลคิปสตา  มีเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  ภายใต้
การจัดจำหน่ายของร้าน "ดีแคทลอน" (Decathlon) ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าและเครื่องกีฬา
ทุกชนิด  มีสามารถกระจายตัวอยู่ตามมุมเมืองของกรุงเทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต
เชียงใหม่ และเขตปกครองพิเศษพัทยา (สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่)

  ดีแคทลอนนั้นมีอุปกรณ์กีฬาทุกประเภท  รวมถึงรองเท้าฟุตบอล  โดยทางร้านเลือกนำผลิตภัณฑ์
ของแบรนด์คิปสตาเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  ซึ่งมีทั้งรองเท้าฟุตบอลแบบสตั๊ดปุ่ม FG
รองเท้าฟุตซอล ลูกฟุตบอล และอุปกรณ์ฝึกซ้อม ซึ่งเป็นแบรนด์คิปสตาทั้งหมด  แต่พระเอกของเรา
ในบทความนี้คือรองเท้าฟุตบอลรุ่น CLR 900 รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาออกมาเพื่อจุดเด่น
ของความเร็วและมีน้ำหนักเบา

  หากพร้อมกันแล้ว..เราไปทำความรู้จักกับ คิปสตา CLR 900 โดยละเอียดได้เลย  อ่อ..อีกหนึ่งเรื่อง
ที่อยากจะแจ้งให้ทราบก็คือการซื้อรองเท้าฟุตบอลจากที่นี่  จะไม่มีกล่องบรรจุมาให้นะครับ  ซึ่งเป็น
เหตุผลขอการควบคุมต้นทุนล้วนๆ  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถขายได้ในราคา 1,400 บาท เท่านั้น !!



  คุณสมบัติสำคัญที่ทางผู้ผลิตเอามาโปรโมทให้กับรองเท้ารุ่น CLR 900 คือ “ความเบา” 
เพราะรองเท้ารุ่นนี้ไซส์มาตรฐาน (27.0 cm) นั้นมีน้ำหนักตัวเพียงแค่ 180 กรัม/ข้าง
เท่านั้น  ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวเลขน้ำหนักในระดับเดียวกันกับรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว
รุ่นท็อปๆ ที่นิยมกันทั่วโลก

  ลองดูข้อมูลเปรียบเทียบน้ำหนักรองเท้ารุ่นที่เราเคยรีวิวไปแล้ว ดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส Copa 19.1 238 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Predator 19.3 Laceless 249 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 18.1 210 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 19.1 221 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula 3 Japan 215 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Venom Elite DF 193 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Vision Elite DF 215.5 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม
  - แพน Balancer Touch X 199 กรัม
  - อัมโบร Velocita IV Pro 220 กรัม

  เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ทีเดียว  เพราะตัวเลข 180 กรัม คือตัวเลขที่น้อยที่สุดของรองเท้าฟุตบอล
ที่เราเคยรีวิวมา  เห็นแบบนี้แล้วนักเตะสายสปีดที่เน้นความเบาของรองเท้าเป็นหลัก  คงต้องมาลอง
สนในข้อมูลและรายละเอียดของตัวรองเท้ารุ่นนี้บ้างแล้ว  ขอบอกเลยว่าไม่ธรรมดา



  ดีไซน์การออกแบบภายนอกของรองเท้ารุ่นนี้  เน้นการดีไซน์ให้มีความโฉบเฉี่ยวตามสไตล์
ของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  รวมถึงลักษณะรูปทรง (Shape) ที่เห็นชัดเจนว่าเป็น
รองเท้าที่มีรูปทรงเรียวยาว  หัวรองเท้าค่อนข้างแหลมและหน้าเท้าค่อนข้างแคบ 

  ผมได้ทดลองสวมใส่ CLR 900 คู่นี้  ซึ่งมีขนาดไซส์ 27.5 cm  พบว่าในขั้นตอนการสวมใส่
นั้นจำเป็นต้องคลายแนวร้อยเชือกให้หลวมที่สุด  เพื่อขยายตัวรองเท้าให้กว้างมากที่สุดเท่าที่
จะทำได้  มิฉะนั้นจะสวมเท้าผ่านเข้าไปได้ยากมาก  ระยะบริเวณหัวรองเท้าจะเหลือประมาณ
0.5 – 0.7 cm  ในขณะที่ฟีลลิ่งด้านข้างเท้าและหลังเท้านั้นมีความแน่นกระชับเป็นอย่างมาก 

  จากข้อมูลข้างต้นพอจะบอกได้ว่า CLR 900 โอเวอร์ไซส์ด้านความยาวอยู่ครึ่งไซส์  แต่สำหรับ
คนที่มีรูปเท้ากว้าง ฝ่าเท้าบาน  จะไม่สามารถปรับลดไซส์ได้  เนื่องจากรูปทรงตัวรองเท้ามีลักษณะ
หน้าแคบ  ดังนั้นในการเลือกไซส์จริงๆ จึงจำเป็นต้องไปทดลองสวมใส่กันก่อนที่ร้านจะดีที่สุด



  มาดูกันที่รายละเอียดและข้อมูลทางเทคนิคของตัวรองเท้ากันต่อ  วัสดุอัพเปอร์ตัวรองเท้าของ
CLR 900
ผลิตจากหนังสังเคราะห์ประเภทโพลียูรีเทน (PU) ที่มีความบางเป็นพิเศษ 
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักเบามาก 

  เท่าที่ได้ลองสัมผัสรายละเอียดของวัสดุหนังสังเคราะห์ชิ้นนี้  แม้จะเป็นวัสดุที่มีความบางมาก 
แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเหนียว  ประกอบกับการตัดเย็บขึ้นรูปจากชิ้นวัสดุขนาดใหญ่เพียง 2 ชิ้น 
โดยจะมีแนวตะเข็บเย็บที่บริเวณข้างเท้าด้านในตอนลึก  ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสัมผัสบอล 
จึงค่อนข้างมั่นใจได้ถึงความทนทานของการใช้งาน  ถือได้ว่าวัสดุของ CLR 900 นั้นทำออกมา
ได้ดีเกินราคา  เป็นความประทับใจแรกที่สัมผัสได้กับรองเท้ารุ่นนี้



  พื้นผิวหน้าสัมผัสของวัสดุอัพเปอร์ก็ทำออกมาได้ดี  ไม่ใช่แค่วัสดุหนังสังเคราะห์ผิวเรียบๆ
ธรรมดาที่พบเจอทั่วไป  เพราะพื้นผิวหน้าสัมผัสของ CLR 900 นั้นมีลักษณะเป็น 3 มิติ
นูนต่ำ  ตามดีไซน์ของกราฟฟิกบนหน้าผ้าดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  รวมถึงผิวสัมผัสเองก็มี
ความฝืดในระดับที่รู้สึกได้อย่างชัดเจน  เมื่อสององค์ประกอบนี้รวมกัน..จึงทำให้คิปสตาคู่นี้ 
มีประสิทธิภาพในการควบคุมและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีเกินคาด 



  พื้นที่ข้างเท้าด้านในมีรูปทรงที่โค้งเว้าเข้าไปเล็กน้อย  ทำให้การใช้งานพื้นที่ข้างเท้าด้านใน 
ทั้งจังหวะการจับบอลหรือการแปส่งบอลนั้น  ข้างเท้าด้านในจะสัมผัสเข้ากับลูกฟุตบอลได้อย่าง
เต็มใบและเป็นธรรมชาติ  นอกจากนั้นยังช่วยรักษารูปทรงของรองเท้าให้ดูเรียวกระชับอีกด้วย

  ทั้งนี้..ผิวสัมผัสบริเวณข้างเท้าด้านในก็เป็นผิวสัมผัสแบบขรุขระ  มีสัมผัสที่ฝืด  ไม่แตกต่าง
ไปจากผิวสัมผัสบริเวณหน้าเท้า  จึงน่าสนใจว่าจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแปส่งบอล
ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย



  แนวร้อยเชือกของ CLR 900 เป็นแบบกึ่งกลางหลังเท้า  เปิดโล่ง  มีตำแหน่งรูร้อยเชือก
มากถึง 6 คู่ระดับ  ระยะห่างระหว่างรูร้อยเชือกทั้งสองฝั่งนั้นถือได้ว่าใกล้กันมาก  เป็นไป
ตามลักษณะรูปทรงของตัวรองเท้านั่นเอง  เมื่อดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นๆ  จะเป็นผล
ทำให้ความเข้มข้นของแรงดึงกระชับ  นั้นตกอยู่ที่บริเวณหลังเท้ามากเป็นพิเศษ 

  สำหรับเส้นเชือกแบบมาตรฐานที่ติดตัว CLR 900 มานั้นจะเป็นเส้นเชือกแบบเส้นแบน 
หน้ากว้างปานกลาง  เส้นเชือกมีความนิ่มในระดับปกติเช่นกัน



  นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดการออกแบบบริเวณหุ้มส้น  โดยจะมีชื่อรุ่น CLR 900 เป็นสกีน
พิมพ์เอาไว้ที่บริเวณตอนท้ายของส้นเท้าด้านใน  (จากภาพด้านบน) ส่วนที่เห็นเป็นแนวเส้นสีดำ
แนวทะแยงนั้น  ไม่ใช่แค่การสกรีนกราฟฟิกสีลงไปบนพื้นเรียบ  แต่บริเวณดังกล่าวยังถูกทำให้
มีลักษณะลอนลูกคลื่น  ช่วยเพิ่มมิติและรายละเอียดที่บริเวณนี้ให้ดูมีอะไรมากขึ้น



  มาสำรวจกันต่อที่เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย  ทางคิปสตาออกแบบมาให้เป็นเกราะ
แบบภายใน (Internal Heel Counter)
 ดีไซน์แบบเรียบๆ ไม่หวือหวา  มีชื่อแบรนด์
พิมพ์เอาไว้ในแนวตั้งดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน

  ในส่วนของเกราะป้องกันส้นเท้านั้น  ด้านในจะมีชิ้นพลาสติกฝังเอาไว้รอบส้นเท้า  มีความสูง
ประมาณครึ่งนึงของหุ้มส้น  เท่าที่ลองสำหรับดูพบว่าชิ้นวัสดุพลาสติกที่ฝังอยู่นั้น  มีความแข็ง
เป็นอย่างมาก  มากกว่าเกราะหุ้มส้นภายในของรองเท้าฟุตบอลรุ่นท็อปในท้องตลาดบางรุ่นเสียอีก
ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่า CLR 900 จะช่วยปกป้องส้นเท้าของผู้สวมใส่ได้ดีไม่แพ้รองเท้าฟุตบอล
รุ่นแพงๆ



  อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจ  ก็คือวัสดุบุหุ้มส้นด้านในที่เลือกใช้เป็นวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่  มีผิวสัมผัส
ที่ฝืด  ชั้นในบุนุ่มด้วยฟองน้ำค่อนข้างหนา  ล้อมรอบทั้งส่วนหลังและด้านข้างทั้งสองฝั่ง  เป็นผลทำให้
ฟีลลิ่งบริเวณหุ้มส้นของรองเท้ารุ่นนี้สามารถซัพพอร์ตและช่วยล็อคกระชับกับส้นเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่าง
ยอดเยี่ยม เพียงแต่จะมีวัสดุบุนุ่มเฉพาะครึ่งบนเท่านั้น  ครึ่งล่างของหน้าสัมผัสจะเป็นผิวแข็งๆ ที่ชนกับ
ชิ้นส่วนพลาสติกของเพราะป้องกันส้นเท้านั่นเอง  หุ้มส้นชุดนี้จะใส่สบาย หรือกัดส้นเท้าหรือไม่  คงต้อง
รอติดตามกันตอนทดสอบการใช้งานอีกที



  แผ่นรองพื้นด้านใน (Insole) ยังสามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้ด้วย  ถือเป็นเรื่อง
ผิดปกติของรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่มีราคาจำหน่ายในระดับเดียวกัน  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้
ผลิตจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งชิ้น  เนื้อโฟมมีความหนาในระดับปานกลาง  ทดสอบออกแรงกด
ดูแล้วพบว่าเนื้อโฟมมีความนุ่มและตอบสนองต่อแรงกดได้ดีในแบบที่ควรจะเป็น  บริเวณส้นเท้าและ
ฝ่าเท้า  จะถูกเสริมด้วยวัสดุโฟมช่วยรับแรงกระแทกที่มีความหนานุ่มมากเป็นพิเศษอีกด้วย (แต่ไม่ได้
ระบุว่าเป็นวัสดุชนิดใด)



  ผิวสัมผัสด้านบนเป็นวัสดุหน้าผ้าสังเคราะห์แบบปกติที่พบเจอได้ในรองเท้าฟุตบอลทั่วไป  ผิวสัมผัส
มีความฝืดประมาณนึง  เพียงพอที่จะช่วยลดการลื่นไถลของฝ่าเท้าในระหว่างการใช้งาน  ทั้งนี้ยังเห็น
ได้ว่าชุดพื้นได้ถูกเจาะรูระบายอาการเอาไว้ตรงปลายเท้าอีกด้วย



  เช่นเคย..เราจะมาปิดท้ายกันที่ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG  โดยชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ผลิตจาก
วัสดุพลาสติก TPU ผสมกับพลาสติก Pebax  ชุดพื้นชิ้นนี้จึงสามารถขึ้นรูปได้บาง มีน้ำหนักเบา  
ถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันทั้งแผง  และมีฐานปุ่มทุกปุ่มที่ค่อนข้างกว้าง  ช่วยรองรับและกระจาย
น้ำหนักกดจากปลายปุ่มได้ดีขึ้น

  ถึงแม้ว่าชุดพื้นตอนกลางของ CLR 900  จะไม่ได้มีโครงสร้างในลักษณะที่เป็นสันแข็ง หรือนูน
ขึ้นมามากนัก  แต่ด้วยคุณสมบัติของวัสดุที่เอามาทำ  ผมได้ลองหักงอชุดพื้นตามลักษณะการสปรินซ์
ด้วยปลายเท้า  พบว่าชุดพื้นสามารถส่งแรงดีดกลับให้ได้รู้สึกอยู่เหมือนกัน  รับรู้ถึงสัญญาณที่ดี
ในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  





  รายละเอียดของปุ่มแบบ FG นั้นผมจะพูดรวมกันทั้งชุดปุ่มด้านหน้าและปุ่มด้านหลัง  โดยปุ่ม
ทั้งหมดเป็นปุ่มใบมีดรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า  แต่ละปุ่มจะมีลักษณะองศาทิศทางของการวางปุ่ม
ที่แตกต่างกันออกไปตามหน้าที่ของการรับน้ำหนักและการยึดเกาะพื้นสนาม  ปุ่มไม่ยาวมากนัก
โดยแบ่งปุ่มด้านหน้าออกเป็น 7 ปุ่ม วางปุ่มตามขอบฝั่งละ 3 และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้า 1 ปุ่ม  ซึ่ง
ตรงนี้..ผมสารภาพเลยว่าแอบรู้สึกว่าปุ่มของ CLR 900 คล้ายๆ กับลักษณะปุ่มของอาดิดาส
อยู่เหมือนกัน  ส่วนปุ่มด้านหลังใช้ปุ่ม 4 ปุ่มตามมาตรฐาน  รูปทรงและขนาดปุ่มแทบจะไม่แตกต่าง
จากปุ่มด้านหน้าเลย

  ทั้งหมดนี้คือข้อมูลทางเทคนิค รายละเอียดทางวัสดุและดีไซน์การออกแบบของ CLR 900
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ความเร็วจากคิปสตา  แบรนด์รองเท้าสัญชาติฝรั่งเศส  ถึงแม้ว่าชื่อชั้น
ของแบรนด์อาจจะดูเป็นแบรนด์รองในตลาดรองเท้าฟุตบอล  แต่ถ้าโฟกัสเฉพาะรายละเอียด
ของตัวรองเท้าจริงๆ  จะรู้ว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่ธรรมดาเลย  หากเอามาเปรียบเทียบกับราคาค่าตัว
ที่วางขายเพียงแค่ 1,400 บาท เท่านั้น  เอาจริงๆ ผมเองก็มองว่ารองเท้ารุ่นนี้เป็นตัวเลือก
ที่ดีมาก  สำหรับใครที่มองหารองเท้าฟุตบอลราคาประหยัด ไม่เน้นชื่อชั้น  แต่มากไปด้วย
ความคุ้มค่าสุดๆ  

  ในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งานจริง  จะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน  จะสร้างเซอร์ไพรส์
ได้เหมือนกับรายละเอียดที่เราได้สัมผัสกันไปจากบทความนี้หรือไม่  คงต้องรอคำตอบกัน
จากบทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริงในสนาม  แต่อาจจะใช้เวลานานสักหน่อย เพราะ
ณ วันที่เขียนบทความนี้อยู่  ผมยังมีรองเท้าที่ต้องทำทดสอบอยู่ก่อนแล้วถึง 2 รุ่น  จึงต้อง
ใช้เวลาต่อคิวกันสักหน่อย

  ดังนั้น..ผมอยากให้คุณผู้อ่านที่สนใจในคิปสตา CLR 900 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ
การรีวิวรองเท้ารุ่นนี้ด้วยกันดีกว่า  โดยท่านที่สนใจสามารถไปซื้อรองเท้ารุ่นนี้กันได้ที่
ร้านดีแคทลอน หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซ์ www.decathlon.co.th (คลิก)  แล้ว
มารีวิวประสบการณ์ที่ท่านได้รับจากการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้  ส่งมาให้เราได้อ่านกันทาง
แฟนเพจ Facebook ได้เลย 

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 14 กรกฏาคม 2019 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ดีแคทลอน (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!" ไนกี้ Phantom Vision Elite
"Victory Pack"



"Hand On!" มิซูโน่ Rebula 3 Japan


"Hand On!"แพน Balancer Touch X