"Hand On!" ล็อตโต้ Solista 200 III Gravity - Break the Rules

  เป็นกระแสร้อนแรงในวงการรองเท้าฟุตบอลบ้านเราอย่างไม่คาดคิด  เมื่อ "ล็อตโต็"
แบรนด์รองเท้าฟุตบอลชื่อดังจากอิตาลี  ได้มีโอกาสกลับมาทำตลาดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
หลังจากห่างหายจากการนำผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลประเภท Global Model เข้ามาขาย
ในประเทศไทย เป็นเวลามากกว่า 4 ปี



  เมื่อนานมากแล้ว..ล็อตโต้เคยเป็นแบรนด์รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปของโลก  ที่มีมาตรฐานสูง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนวัตกรรม เทคโนโลยีและการออกแบบ  โดยมีผลงานชิ้นโบว์แดงที่ฝาก
เอาไว้ให้นักบอลทั่วโลกได้จดจำ ก็คือการทำรองเท้าฟุตบอลแบบไร้เชือกเป็นแบรนด์แรกของ
โลก  และการเปิดตัวเทคโนโลยีปุ่มหมุนได้ "Twist'n Go" ออกมาสร้างความแปลกใหม่
หรือแม้แต่รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์คลาสสิคแบบดั้งเดิม  ที่มีดีตรงวัสดุหนังจิงโจ้ที่เคยได้รับการ
ยกย่องกว่าดีที่สุด น่าใช้ที่สุด และทนทานหนานุ่มที่สุดอีกด้วย



  ในด้านภาพลักษณ์การโปรโมท  ก็ยังมีเหล่าบรรดานักเตะระดับพรีเซนเตอร์ที่เรียกได้ว่า
เป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกกันทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็น อังเดร เชฟเชนโก้, มาคอส คาฟูร์,
คาเรนซ์ เซดอฟ, ลูก้า โทนี่ และ ปีเตอร์ เช็ค  
บรรดานักเตะระดับโลกเหล่านี้เคยมีช่วง
เวลาที่ดีที่สุดภายใต้การสวมใส่รองเท้าฟุตบอลของล็อตโต้ด้วยกันทั้งนั้น



  ล็อตโต้จึงเคยได้รับการยกย่องและคาดหมายว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ฟุตบอล
ที่จะมีส่วนแบ่งในตลาดกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง อาดิดาส พูม่า และไนกี้ ได้อย่างสบายๆ



  แต่พอจบศึกยูโร 2012 ซึ่งเป็นฟุตบอลรายการใหญ่รายสุดท้าย ที่ล็อตโต้ฝากผลงานบนพื้น
สนามด้วย Stadio Potenza สีธงชาติอิตาลีเอาไว้ กลายเป็นว่าอยู่ๆ แบรนด์ดังจากอิตาลีรายนี้
ก็เริ่มหายไปจากพื้นที่หน้าสื่อฯ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกมาก็ไม่ได้โดดเด่นสะดุดตา รวมถึงนักเตะ
ระดับพรีเซนเตอร์แม่เหล็กก็ไม่มีปรากฏตัวบนพื้นสนามอีกเลย

  ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการทำตลาดของล็อตโต้ในบ้านเรา ที่แม้จะยังมีสินค้าออกมาวางจำหน่าย
แต่ก็เน้นการทำตลาดในระดับทั่วไปเท่านั้น สินค้าระดับท็อปในกลุ่ม Global Product แทบไม่ถูก
นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา  ถ้าจะบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลชาวไทยลืมชื่อล็อตโต้ไปเลย
ก็คงจะไม่ผิดนัก



  เวลาผ่านไป..ใครจะเชื่อว่า ล็อตโต้ จะสามารถกลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว
รองเท้าฟุตบอลระดับเอลิท เป็น Global Product รุ่นใหม่ล่าสุด “Solista III 100 Gravity” ชูจุดขายเป็นรองเท้าฟุตบอลแบบไร้เชือก และมีดีไซน์ที่น่าดูชมเป็นอย่างมาก โดยนำชื่อ Zhero
Gravity
รองเท้าระดับตำนานกลับมาเป็นฉากหลัง

  หลายคนอาจจะมองว่าล็อตโต้ก็ทำตามกระแสนิยมในปัจจุบันนั่นแหละ แต่ในความเป็นจริงแล้ว
นี่คือ “ต้นตำรับ” ตัวจริงเสียงจริง และได้รับวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อฯ ชื่อดังของต่างประเทศ ว่าเป็น
รองเท้าฟุตบอลแบบไร้เชือกที่ดีที่สุดอีกด้วย



  ข่าวดีถูกส่งต่อเนื่องมายังเมืองไทย...เพราะล่าสุด “ล็อตโต้” กลับมาลุยตลาดบ้านเราอย่างเป็น
ทางการอีกครั้ง และครั้งนี้อยู่ในการดูแลของ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด หรือ ซุปเปอร์สปอร์ต
ซึ่งการันตีได้ถึงประสิทธิภาพในการลุยตลาด  

  วันนี้..Siamboots จะนำเอารองเท้าฟุตบอลรุ่นสำคัญ  ที่ถูกวางไว้เป็นเรือธงของการกลับมา
ทำตลาดในบ้านเราครั้งนี้  นี่คือรองเท้าฟุตบอลรุ่น Solista 200 III Gravity ที่แม้จะไม่ใช่
รองเท้ารุ่นสูงสุดแบบไร้เชือกเหมือนกับที่ทั่วโลกลุยโปรโมทกัน  แต่อยากจะบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้
ก็คู่ควรที่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มรองเท้าระดับท็อปคลาส  ที่มาเต็มทั้งเรื่องของวัสดุ เทคโนโลยีและ
รายละเอียดในการออกแบบ  แถมวางจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ อีกด้วย  มาพร้อม
กับสโลแกนสั้นๆ ว่า "Bresk the Rules" ที่จะพร้อมแหกกฏทุกอย่าง  เพื่อประสิทธิภาพ
และประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลที่แตกต่างจากเดิม

  บทความ Hand On! ล็อตโต้ Solista 200 III Gravity จะพาทุกท่านไปเปิดฝากล่อง
พร้อมชำแหละทุกรายละเอียดที่น่าสนใจของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ทั้งหมด  เพื่อไม่ให้เป็นการเสีย
เวลา เราไปทำความรู้จักกับรองเท้ารุ่นนี้ด้วยกันได้เลย..





  ล็อตโต้เลือกใช้กล่องรองเท้าสีทูโทน “แดง-เทา” ขนาดใหญ่  ที่เราไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากัน
มากนัก  มาเป็นบรรจุภัณฑ์ให้กับรองเท้าฟุตบอลรุ่น Solista 200 III Gravity คู่นี้



  เมื่อเปิดฝากล่องขึ้น..เราจะได้พบกับรองเท้าฟุตบอลรุ่น Solista 200 III Gravity
วางนอนคะแตงมาแบบหลวมๆ  มีกระดาษรองห่อหุ้มเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง  ด้านในจะมีเพียงแค่
ตัวรองเท้าเท่านั้น  ไม่มีถุงผ้าหรือของแถมอื่นใดแถมมาให้  แต่ด้วยระดับราคารองเท้าคู่นี้ที่
ขายเพียงแค่ 4,890 บาทเจึงไม่มีอะไรต้องตำหนิในจุดนี้



  รองเท้าฟุตบอล Solista 200 III Gravity สีที่เห็นนี้..คือสีเปิดตัวที่โปรโมททำตลาดทั่วโลก 
มีรหัสเฉดสีว่า "Cool grey/Orange Fluo" ที่มีสีหลักเป็นสีเทาเข้ม แต่มีลวดลายซึ่งเกิดจากการ
เหลื่อมสีของวัสดุอัพเปอร์  ทำให้ดูแปลกตา คล้ายๆ ดีไซน์ของลายพราง  และตัดด้วยโลโก้ล็อตโต้
รวมถึงชุดพื้นสีส้มเข้มๆ  ตัดอารมณ์ได้อย่างโดดเด่นสะดุดตามาก

  รองเท้าสีนี้ยังเป็นสีแรกและสีเดียวในตลาด  ตัวรองเท้าล็อตนี้ผลิตจากประเทศจีน แปะป้าย Made
in China
ซึงเป็นฐานการผลิตใหญ่สุดของล็อตโต้  เช่นเดียวกันกับแบรนด์ดังรายอื่นๆ

  สัมผัสแรกที่ประทับใจ..ในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  ก็คือน้ำหนักตัวรองเท้าที่มี
ความเบาจนรู้สึกได้  โดยรองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักประมาณ 190 กรัม/ข้าง (ไซส์มาตรฐาน) เท่านั้น 
ซึ่งถือเป็นน้ำหนักที่เบามากๆ  จนสามารถเกาะกลุ่มอยู่ในอันดับต้นๆ ของรองเท้าประเภทความเร็ว
ได้เลย

  ลองดูตัวเลขเปรียบเทียบน้ำหนักรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วซีรี่ย์หลักๆ ที่เราเคยทำรีวิวเอาไว้ 
เป็นดังนี้

  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส X 19.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 18.1 210 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 19.1 221 กรัม
  - คิปสตา CLR 900 180 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Phantom Venom Elite DF 193 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม
  - อัมโบร Velocita IV Pro 220 กรัม
  - อัมโบร UX Accuro III Pro 205 กรัม

  เมื่อดูตัวเลขแล้วต้องบอกว่าน้ำหนักรองเท้าราวๆ 190 กรัม/ข้าง นั้น เป็นอะไรที่ตอบโจทย์สำหรับ
การใช้งานประเภทความเร็วโดยตรงเลยล่ะ



  ก่อนที่จะไปลงรายละเอียดของวัสดุและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ถูกบรรจุมาในรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ 
เรามาดูกันที่รายละเอียดของการออกแบบโดยภาพรวมกันก่อนดีกว่า  สรีระทรวดทรงของ
Solista 200 III Gravity ค่อนข้างที่จะมีความเรียวยาว  หน้าเท้าค่อนข้างแคบพอสมควร 
มองด้านข้างจะเห็นถึงช่วงหลังเท้าที่ไม่สูงโปร่งมากนัก  มีลักษณะ Slope ที่เรียบลู่ขึ้นไปเบาๆ
ด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความกระชับ  จึงเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เหมาะต่อรูปเท้าแบบ
เรียวยาวอย่างแน่นอน



  วัสดุอัพเปอร์และตัวรองเท้าของ Solista 200 III Gravity นั้นผลิตจากวัสดุประเภทด้ายถัก
(Knit)
ซึ่งถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันแบบไร้แนวตะเข็บเย็บ (Seamless) เพื่อฟีลลิ่งการสวมใส่
ที่กระชับเข้ารูปเท้าได้ทุกสัดส่วน ไม่เกิดช่วงว่าด้านใน  ซึ่งปกติมักจะเกิดบริเวณที่มีแนวตะเข็บเย็บ
และมีความแข็งแรงทนทาน  ผิวด้านนอกมีการเคลือบผิวให้สามารถเป้องกันการซึมผ่านของน้ำ
จึงมั่นใจได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้พร้อมลุยไปในทุกสภาพดินฟ้าอากาศ



  เท่าที่ลองสัมผัสลักษณะอัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้  พบว่าอัพเปอร์มีความหนาและนุ่มเป็นอย่างมาก 
แตกต่างจากอัพเปอร์ด้ายถักของรองเท้าแบรนด์อื่นๆ ที่จะเน้นความโปร่งและบาง  แม้ว่ารองเท้า
ฟุตบอล Solista 200 III Gravity รุ่นนี้  จะไม่ใช่รองเท้ารุ่นสูงสุดในแบบที่ต่างประเทศ
ทำการโปรโมทกันไป  แต่จากข้อมูลทางเทคนิคของล็อตโต้  รวมถึงการสัมผัสด้วยตัวเองในบทความ
นี้  ยืนยันได้ว่าวัสดุอัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้มีรายละเอียด ความประณีตและฟีลลิ่งที่ดีมาก  สามารถ
เปรียบเทียบกับวัสดุด้ายถักของรองเท้าระดับท็อปคลาสราคา 7-8,000 บาท ของแบรนด์อื่นๆ
ได้อย่างสบายๆ



  นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นอยู่ที่พื้นผิวสัมผัสมีลักษณะเป็นลอนนูนขึ้นมา  ทำให้เกิดเป็นพื้นผิวสัมผัส
แบบ 3 มิติ
มีความขรุขระและสามารถสร้างแรงเสียดทาน  ช่วยให้การควบคุมลูกฟุตบอลทำได้
เป็นอย่างดี  ทั้งหมดวางตัวแนวเฉียงขึ้นประมาณ 30 องศาทอดยาวจากด้านหน้าต่อเนื่องไปจนถึง
ด้านหลัง  ผมได้ลองสัมผัสด้วยมือเปล่า  พบว่าพื้นผิวสัมผัสโดยรวมสามารถสร้างแรงเสียดทาน
ได้ดีมาก  น่าสนใจตอนใช้งานจริงว่าจะให้ฟีลลิ่งและประสิทธิภาพในการควบคุมหรือเปลี่ยนทิศทาง
การเลี้ยงบอลได้อย่างแม่นยำมากน้อยเพียงใด

  ผิวสัมผัสของอัพเปอร์ด้านในที่สัมผัสกับเท้าของผู้สวมใส่  ยังมีหน้าผ้ากำมะหยี่บุเอาไว้เป็นบางส่วน
แม้จะทำให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลหนาเท้าขึ้นเล็กน้อย  แต่ก็ช่วยทำให้ได้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่กระชับ
และติดแน่น  ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน Solista 200 III Gravity ได้เป็นอย่างดี
  


  พื้นที่ข้างเท้าด้านนอกและข้างเท้าด้านในจะมีลักษณะเหมือนกัน  เพียงแต่รูปทรงรองเท้าของ
ข้างเท้าด้านในนั้นจะมีลักษณะเว้ากระชับเข้าไปเล็กน้อย  เพื่อฟีลลิ่งความกระชับในการสวมใส่
ที่ดีขึ้น  ประกอบกับพื้นที่ผิวสัมผัสที่เหมือนกันทั้งแผ่น และมีความเปิดกว้าง  ทำให้การรับหรือแป
ส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในนั้นสามารถทำได้อย่างเต็มสัมผัส ควบคุมทิศทางได้แม่นยำ

  ในส่วนของโลโก้เครื่องหมายการค้าของล็อตโต้  ที่ปรากฏอยู่บริเวณข้างเท้านทั้งสองด้าน
นั้น  จะมีลักษณะเป็นกราฟฟิกสีที่มีพื้นผิวด้านๆ  พิมพ์ลงไปจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับวัสดุ
อัพเปอร์  บริเวณโลโก้จะมีผิวสัมผัสที่ฝืดๆ มากขึ้นกว่าอัพเปอร์ส่วนอื่นๆ  นอกจากความสวยงาม
แล้ว  จะสามารถใช้ประโยชน์ในการช่วยสัมผัสและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีขึ้นอีกด้วย



  พื้นที่หลังเท้าของล็อตโต้ Solista 200 III Gravity นั้นจะเป็นแบบมีแนวร้อยเชือกตามปกติ  
แต่ด้วยพื้นฐานของวัสดุชิ้นหลักแล้ว  จะเห็นได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่มีลิ้นรองเท้า  ทำให้การใช้งาน
พื้นที่หลังเท้า ทั้งจังหวะการจับบอลแรกหรือการยิงประตู  สามารถทำได้อย่างเต็มสัมผัส  ไม่มีความ
แตกต่างระหว่างพื้นผิวมารบกวนการควบคุมทิศทางแต่อย่างใด

  ด้วยลักษณะเส้นเชือกรองเท้าที่ติดตัวรองเท้าคู่นี้มา  เป็นเส้นเชือกแบบบาง  เนื้อผ้าของเส้นเชือก
ค่อนข้างนิ่มและมีความเล็ก  เมื่อร้อยผ่านรูร้อยเชือกแล้ว  แทบจะไม่มารบกวนการสัมผัสบอลเลย
ดูแล้วจึงแทบจะไม่แตกต่างจากรองเท้าฟุตบอลแบบไร้เชือกเลยด้วยซ้ำ 

  อีกหนึ่งเรื่องทั่วๆ ไปที่พบ..ก็คือปลายเชือกรองเท้าที่เหลือให้ผูกปมนั้นจะสั้นมาก  เมื่อผูกปมแล้ว
จึงไม่เหลือปลายเชือกให้สะบัดไปสะบัดมาจนมารบกวนจังหวะการเล่น



  ส่วนหุ้มข้อของล็อตโต้ Solista 200 III Gravity เป็นหุ้มข้อต่ำรอบข้อเท้าแบบไร้รอยต่อ
(Seamless Round Ankle) ทำจากวัสดุด้ายถักที่ถูกขึ้นรูปต่อเนื่องมาจากส่วนหน้าเท้า  ทำให้
การสวมใส่บริเวณข้อเท้านั้นสามารถกระชับเข้ารูปได้อย่างแนบสนิทไร้ช่องว่าง  ช่วยสร้างฟีลลิ่ง
เสมือนว่าข้อเท้าของผู้เล่นและหุ้มข้อของรองเท้านั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  

  บริเวณขอบโดยรอบจะถูกเย็บเก็บขอบ  เพื่อความแข็งแรงทนทาน และให้ระดับการบีบรัดที่มากขึ้น
อีกเล็กน้อย  ซึ่งอาจจะมีผลทำให้การสวมใส่นั้นทำได้ยากขึ้น  แต่จะมั่นใจได้ว่าหุ้มข้อของรองเท้าคู่นี้
พร้อมที่จะซัพพอร์ตและล็อคกระชับได้ดีตลอด 90 นาที บนพื้นสนาม



  เอกลักษณ์ของเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายนอก (External Heel Counter)
ยังถูกส่งต่อมายัง Solista 200 III Gravity เช่นเดิม ไม่ห่างหายไปเหมือนกับรองเท้ารุ่นใหม่
หลายๆ ซีรี่ย์นี้  โดยเกราะป้องกันส้นเท้าชุดนี้ผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน
กับชุดพื้น  ขึ้นมาโอบรับกับบริเวณส้นเท้าทั้งด้านในและด้านนอก  จะเป็นตัวช่วยซัพพอร์ตและล็อค
เพื่อสร้างความกระชับกับส้นเท้าของผู้สวมใส่ให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมั่นใจในทุกจังหวะ

  ชิ้นส่วนของเกราะป้องกันส้นเท้าที่เห็นอยู่นี้  ชิ้นวัสดุมีความหนาและแข็งแรงจนรู้สึกได้  จึงน่าจะ
เป็นผลดีต่อการปกป้องแรงปะทะที่เพร้อมจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  ที่ขอบของเกราะส้นเท้าด้านนอก
จะมีชื่อซีรี่ย์ "Solista" สกรีนเอาไว้บนชิ้นพลาสติกอีกด้วย



  นอกจากนั้นยังมีดีเทลของชื่อแบรนด์ "LOTTO" ซึ่งเป็นผิวแบบเฟล็กซ์ (Flex) ลงบนแถบผ้า
แล้วนำมาเย็บทับลงไปบนส้นเท้าอีกชั้นหนึ่ง  เป็นดีไซน์ง่ายๆ แต่ดูมีดีเทลที่เรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก



  ผิวสัมผัสหุ้มส้นด้านในเป็นวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่  ลองสัมผัสดูแล้วรู้สึกถึงแรงเสียดทานและมี
ความฝืดเป็นอย่างมาก  จัดได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลอีกหนึ่งรุ่นที่มีวัสดุหน้าสัมผัสหุ้มส้น  ที่ให้
ความรู้สึกได้ดีขนาดนี้  ชั้นด้านในมีฟองน้ำบรรจุเอาไว้เป็นบริเวณกว้าง  ให้การซัพพอร์ตได้อย่าง
ทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นส้นเท้าด้านหลัง หรือส้นเท้าด้านข้าง  เพียงแต่วัสดุฟองน้ำที่เอาบรรจุเอาไว้นั้น
จะไม่หนานุ่มมากนัก  ฟีลลิ่งระหว่างเท้าส้นและหุ้มส้นของรองเท้าจะมีความบางตามแบบฉบับของ
รองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  เพื่อฟีลลิ่งการสวมใส่บริเวณส้นเท้าที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น



  แผ่นรองพื้นด้านในผลิตจากโฟม EVA ทั้งชิ้น  ชั้นวัสดุมีความบางกว่าแผ่นรองพื้นรองเท้ารุ่นอื่นๆ
เล็กน้อย แต่เนื้อโฟมมีฟีลลิ่งตอบสนองต่อแรงกดที่ค่อนข้างแน่น  เพื่อเน้นฟีลลิ่งการส่งแรงระหว่าง
ฝ่าเท้า ชุดพื้นและพื้นสนาม  ตามสไตล์ของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วนั่นเอง  ซึ่งแผ่นรองพื้น
สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้ตามปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับนี้

  พื้นผิวใต้แผ่นรองพื้นถูกออกแบบให้มีความขรุขระ และมีแนวบากร่องลึกตามที่เห็นดั่งภาพด้านบน
ช่วยทำให้แผ่นรองพื้นไม่ลื่นไถลไปมาในระหว่างการใช้งาน  ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นใจในการเล่น
ไม่มากก็น้อย



  ผิวด้านบนที่สัมผัสกับฝ่าเท้าของผู้สวมใส่  เป็นวัสดุหน้าผ้าไนล่อน เรียบตลอดทั้งหน้าสัมผัส
ฟีลลิ่งของผิวหน้าสัมผัสจะมีความฝืดเล็กน้อยตามปกติทั่วไป บริเวณส้นเท้ามีสกรีนชื่อแบรนด์
ล็อตโต้ ที่มาพร้อมกับนิยามสั้นๆ ว่า "Professional Use"



  อีกหนึ่งชื่อเฉพาะที่แฟนๆ ล็อตโต้น่าจะคุ้นหูกันดีก็คือ “PuntoFlex” นี่คือชื่อของเทคโนโลยี
การออกแบบชุดพื้นรองเท้าฟุตบอล ที่ล็อตโต้ใช้มาตั้งแต่ยุคแรกๆ  และยังคงถูกใช้งานต่อเนื่อง
มาจนถึงรองเท้ารุ่นปัจุบันนี้  ถึงแม้จะยังใช้ชื่อ PuntoFlex เหมือนเดิม  แต่ชุดพื้นชุดนี้ก็ได้รับ
การพัฒนาประสิทธิภาพของวัสดุและการตอบสนองที่ดีขึ้น 

  เริ่มจากการโครงสร้างชุดพื้นช่วงกลางมีฐานที่ค่อนข้างกว้าง  จึงเป็นตัวช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถ
ลงน้ำหนักได้เต็มฝ่าเท้า มีสมดุลและความมั่นคง  มาพร้อมกับแนวสันรูปตัว X ที่มีความหนาและ
มีความแข็ง  ทำให้เวลาฐานพื้นงอตัวตามลักษณะการสปรินซ์ด้วยปลายเท้าจะเกิดแรงต้าน  ช่วย
สร้างแรงดีดกลับและการตอบสนอง  ทำให้ผู้เล่นสปรินซ์ออกตัวได้อย่างรวดเร็ว

  ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุชุดพื้นนั้น ผลิตจากพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูปทั้งหมด  จึงมีจุดเด่นในเรื่องของ
ความแข็งแรงทนทานและสามารถขึ้นรูปให้บาง ช่วยทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่เบาลง  



  ปุ่มด้านหน้ามีทั้งหมด 8 ปุ่มหลัก  แบ่งบอกเป็นปุ่มตามแนวขอบข้างเท้าด้านนอกจำนวน 4 ปุ่ม
ขอบข้างเท้าด้านในน้อยลง เหลือ 3 ปุ่ม  และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้าอีก 1 ปุ่ม

  ลักษณะปุ่มโดยภาพรวมจะดูเป็นปุ่มกลมแบบง่ายๆ ตามปกติ  แต่ถ้าสังเกตในรายละเอียดดีๆ
จะเห็นได้ว่าปุ่ม 4 ปุ่มที่อยู่ใกล้กับชุดพื้นช่วงกลาง  จะมีลักษณะเป็นปุ่มกลมที่แหว่งออกไป หรือ
พูดให้เห็นผ่านก็คือเป็นลักษณะปุ่มแบบ Pacman  มุมเหลี่ยมที่เกิดขึ้นนั้นมีความคมพอสมควร
ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะ ล็อคกับพื้นสนาม  โดยเฉพาะจังหวะที่ต้องการ
แรงบิดในการเคลื่อนที่มากเป็นพิเศษ


  ในขณะที่ปุ่มส่วนหน้านั้นจะเป็นปุ่มกลมแบบเต็มวง  พร้อมช่วยให้ผู้เล่นสามารถใช้เป็นจุดหมุน
เมื่อเปลี่ยนการเคลื่อนที่รอบตัวแบบ 360 องศา ได้อย่างราบลื่นและรวดเร็ว  ส่วนปุ่มตรงกลาง
ฝ่าเท้าจะเป็นปุ่มใบมีดรูปทรงมุมเมอแรง  ฐานปุ่มฉีกออกมาค่อนข้างกว้าง  พอทำหน้าที่ส่งแรง
จิกไปยังพื้นสนาม  เพื่อให้ผู้เล่นสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้า  พุ่งทะยานไปด้านหน้าได้อย่าง
รวดเร็ว

  ปุ่มด้านหลัง เป็น 4 ปุ่มกลมแบบปกติ  มีฐานพื้นเชื่อมกันเป็นรูปตัว X เพื่อยึดโยงให้ปุ่มทั้ง 4 ปุ่ม
มีความมั่นคงในจังหวะการรับน้ำหนัก และลดอาการสั่นสะเทือน (Shock load) ในจังหวะที่ต้อง
หมุนตัวด้วยส้นเท้า  จะมีคู่ปุ่มด้านหลังที่เป็นปุ่มทรงกลมแบบ Pacman พร้อมสร้างแรงยึดเกาะ
และรับมือกับแรงบิดที่เกิดขึ้นในจังหวะการกลับตัว

  ปลายปุ่มทั้งหมดของ Solista 200 III Gravity จะเป็นปลายปุ่มแบบใส  ช่วยเพิ่มมิติให้
ชุดพื้นดูสวยงามมากยิ่งขึ้น



  แม้ว่าระดับการทำตลาดของ Solista 200 III Gravity คู่นี้  จะไม่ใช่รองเท้ารุ่นสูงสุด
ในสายการผลิตเหมือนกับ Solista 100 III Gravity ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นไร้เชือก  แบบที่เรา
เห็นกันตามการโปรโมทในต่างประเทศ

  แต่จากที่ได้ลองสัมผัสในรายละเอียดทั้งหมด  ก็พอจะบอกได้ว่า..สามารถจัดรองเท้ารุ่นนี้ให้อยู่
ในกลุ่มของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส  ที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ แปะป้ายราคาที่ระดับ
7-8,000 บาทได้เลย  ในขณะที่ป้ายราคาไทยอย่างเป็นทางการของ Solista 200 III
Gravity
เพียงแค่ 4,890 บาท เท่านั้น

สำหรับคุณผู้อ่านท่านใด  ที่อยากลองสัมผัสและทดลองสวมใส่ Solista 200 III Gravity
ด้วยตัวเอง  วันนี้ล็อตโต้เปิดช็อปแบบ Stand Alone อย่างเป็นทางการแล้ว  ที่ร้านซุปเปอร์สปอร์ต
สาขาเซ็นทรัลเวิล์ดเป็นช็อปที่ใหญที่สุด และร้านซุปเปอร์สปอร์ตสาขาอื่นๆ  รวมถึงเพิ่มช่องทาง
การวางจำหน่ายแบบออนไลน์แล้วที่ www.supersports.co.th (คลิก) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สามารถสั่งซื้อพร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้านท่านได้เลย

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 09 กันยายน 2019 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ล็อตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 




"Hand On!"แพน Patriot Remake


"Hand On!" อาดิดาส X 19.1


"Hand On!" ไนกี้ Phantom Venom Elite
"Under the Radar"