"Hand On!" มิซูโน่ Rebula 3 Japan - Strike with Control

  มิซูโน่แบรนด์รองเท้าฟุตบอลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น  เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ "Rebula 3"
ออกสู่วงการฟุตบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  นับได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีกระแสตอบรับ และได้
รับความสนใจมากที่สุดรุ่นหนึ่งในตอนนี้เลยก็ว่าได้  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่าน
ไปสมผัสกับรองเท้าฟุตบอลเจ้าของฉายา "ดาบซามูไร" ไปดูกันว่าดาบซามูไรเล่มใหม่ด้ามนี้
จะพร้อมจู่โจมคู่แข่งได้เฉียบคมแค่ไหน



  Rebula เป็นซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลที่รับไม้ต่อมาจากซีรี่ย์ดังอย่าง Ignitus อาวุธทำลายล้างสูง
ที่ทำให้มิซูโน่เป็นที่รู้จักในวงการรองเท้าฟุตบอลในระดับโลกมาจนถึงทุกวันนี้  แต่เมื่อราวๆ 2 ปี
ที่แล้ว (2017) มิซูโน่ได้ประกาศเปิดตัว Rebula ออกมาสานต่อความสำเร็จ  ภายใต้เงื่อนไข
ของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของฟุตบอลสมัยใหม่  จนทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเปลี่ยน
จากอาวุธหนักที่มีพลังทำลายล้างสูง  มาเป็นดาบซามูไรที่เน้นความคล่องตัว รวดเร็ว  แต่ยังมี
ความเฉียบคม  พร้อมจะทำลายคู่ต่อสู้ได้ในพริบตา



  มิซูโน่ทำการอัพเกรดและปรับปรุงรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ต่อเนื่อง จน 2 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมา มิซูโน่ (ประเทศไทย) ได้ประกาศเปิดตัว Rebula 3
ออกสู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการ  ภายใต้คอนเซ็ป "Strike with Control" ที่บรรยาย
สรรพคุณว่ารองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดรุ่นนี้  ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อความสมดุล  เติมเต็มประสิทธิภาพ
ของการจู่โจม การคอนโทรลและการเคลื่อนที่ได้ดีทั้งหมด  เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ถูกออกแบบมา
เพื่อนักฟุตบอลกองกลาง "เพลย์เมกเกอร์" อย่างแท้จริง



  โดยเปิดตัวสีแรกภายใต้คอลเลคชั่นที่มีชื่อว่า "Inazuma Pack" ซึ่งได้แนวคิดมาจากความ
รวดเร็วและทรงพลังดั่งสายฟ้า  คู่กับรองเท้าซีรี่ย์ Morelia Neo 2 สีฟ้าอ่อน พร้อมกราฟฟิก
ประกายจากสายฟ้า  ถือได้ว่าทำภาพโปรโมท และธีมสีที่สื่อออกมาได้ตรงประเด็นเลยทีเดียว

  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปสัมผัสกับ มิซูโน่ Rebula 3 Japan รองเท้า
รุ่นท็อปสูงสุดของค่าย  ถือเป็นเวอร์ชั่นที่มีความพรีเมี่ยมทั้งเรื่องของวัสดุและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด
ที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างปรารถนา  ไปดูกันว่ารายละเอียดทั้งหมดของรองเท้าราคา 9,500 บาท
รุ่นนี้ ทั้งเรื่องของวัสดุ การออกแบบ และเทคโนโลยีหลักจะมีอะไรบ้าง  แล้วถ้าหากท่านซื้อ
รองเท้าจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  ที่จะมาพร้อมกล่องและแพคเก็จแบบฉบับเต็ม
ภายในกล่องด้านในจะมีของแถมพิเศษอะไรมาให้ด้วยหรือไม่  เราไปสัมผัสพร้อมๆ กัน
ได้เลยครับ



  ความเป็น "Made in Japan" พิเศษตั้งแต่กล่องบรรจุภัณฑ์  ที่มีข้อความ "Made in Japan"
และโลโก้นกรันเบิร์ด  ผิวสีทองเงาสะท้อนแสง  ปรากฏอยู่บนฝากล่องกระดาษสีดำขนาดกำลังดี
การันตีถึงความพรีเมี่ยม ที่โดนใจเหล่าสาวกมิซูโน่มาโดยตลอด





  เมื่อเปิดฝากล่องขึ้น จะได้พบกับรองเท้าฟุตบอล Rebula 3 Japan ในคู่สี "เขียวมะนาว/น้ำเงิน"
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเฉดสีที่มิซูโน่ผลิตออกมาวางจำหน่ายพร้อมๆ กันกับสี "ขาว/น้ำเงิน" เพียงแต่จะไม่ได้
ปรากฏอยู่บนภาพโปรโมทของ Inazuma Pack แต่อย่างใด  เนื่องจาธีมสีนี้ที่ค่อนข้างฉีกออกมา
จากแนวคิดของคอลเลคชั่นดังกล่าวนั่นเอง





  ภายในกล่องมีถุงใส่รองเท้าที่มีโลโก้สกรีนสีทองว่า Made in Japan บนหน้าถุง  แถมมาให้ด้วย  
ซึ่งจะแถมมาให้เฉพาะ Rebula 3 Japan เท่านั้น  ขนาดถุงค่อนข้างพอดีตัวกับการใส่รองเท้า
เข้าไป  ไม่เหลือพื้นที่ว่างมากนัก  ซึ่งจริงๆ ก็เป็นสไตล์ที่มิซูโน่ทำออกมาแถมให้ตั้งแต่รองเท้า
เจเนอเรชั่นก่อนๆ แล้ว



  มิซูโน่ Rebula 3 Japan ไซส์มาตรฐาน (270 cm) จะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 215 กรัม/ข้าง
เท่านั้น  ซึ่งถือได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลที่มีชิ้นส่วนหนังจิงโจ้เป็นวัสดุหลัก
ที่มีน้ำหนักเบามากๆ เลยก็ว่าได้  เพราะถ้าจะให้มองไปที่คู่เปรียบเทียบในกลุ่มเดียวกัน  ดูจะ
มีแค่ไนกี้ Tiempo Legend VII เท่านั้นที่เบากว่าในระยะตัวเลขที่เห็นความแตกต่าง

  ส่วนน้ำหนักรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เราเคยรีวิวเอาไว้ จะแสดงข้อมูลด้านล่างดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส Copa 19.1 238 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Predator 19.3 Laceless 249 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 18.1 210 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 19.1 221 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Venom Elite DF 193 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Vision Elite DF 215.5 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม
  - แพน Balancer Touch X 199 กรัม
  - อัมโบร Velocita IV Pro 220 กรัม



  จุดเด่นของ Rebula 3 Japan คือวัสดุอัพเปอร์หน้าสัมผัสที่ถูกออกแบบมาเพื่อการสัมผัส
และควบคุมภายใต้คอนเซ็ป "Strike with Control" ซึ่งอัพเปอร์ผลิตจากวัสดุหนังจิงโจ้
(Kangaroo Leather)
เกรดพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดของมิซูโน่  มีลักษณะเนื้อละเอียด  ให้สัมผัส
ที่มีความหนาและนุ่มเป็นอย่างมาก

  อัพเปอร์ครึ่งหน้าจะเป็นหนังจิงโจ้ชิ้นเดียวกันทั้งหมด  ไร้รอยต่อจากแนวตะเข็บเย็บ  ช่วยทำ
ให้หนังจิงโจ้มีอายุการใช้งานนานขึ้น  ความชื้นไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปทำลายคุณสมบัติ
ทางกายภาพของชั้นหนังด้านในได้  ซึ่งเป็นการออกแบบที่มิซูโน่มีความชำนาญและใช้มาตั้งแต่
เจเนอเรชั่นแรกของ Rebula แล้ว



  เทคโนโลยีสำคัญของรองเท้ารุ่นนี้ คือโครงสร้างด้านในของชั้นหนังจิงโจ้  มีชื่อเรียกว่า
"CT Frame"
เป็นโฟมชนิดพิเศษ  มาช่วยเสริมให้อัพเปอร์มีผิวหน้าสัมผัสแบบ 3 มิติ  
เพิ่มพื้นผิวในการสัมผัสกับลูกฟุตบอล  

  โดย CT Frame ของ Rebula 3 Japan ได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาจากเจเนอเรชั่นก่อน  
ด้วยลักษณะการวางตัวที่ครอบคลุมกับพื้นที่การสัมผัสบอลได้เต็มพื้นที่  ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ
หัวรองเท้า หน้าเท้า ข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอกที่เพิ่มขึ้น  พร้อมรับมือกับการสัมผัส
ลูกบอล  บนทุกตารางนิ้วเลยทีเดียว



  บริเวณที่ CT Frame มีปริมาณหนาแน่นมากกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ก็คือบริเวณข้างเท้าด้านใน  
ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  จะเห็นได้ชัดเจนถึงความเป็นมิติที่นูนขึ้นมาเป็น 3 มิติ มีความหนา  และ
เต็มพื้นที่ข้างเท้าด้านใน  เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจบรรดาผู้เล่นประเภทตัวทำเกมส์  ที่นิยมใช้พื้นที่
ข้างเท้าด้านในการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีม  พื้นที่ข้างเท้าด้านในของ Rebula 3 Japan คู่นี้
จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำได้อย่างแน่นอน



  จากข้อมูลการวิจัยของมิซูโน่ ระบุว่า CT Frame แบบใหม่นี้  จะให้ความนุ่มเมื่อลูกบอล
มากระทบกับรองเท้าสามารถนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นและจับบอลได้ดีกว่ารุ่นก่อนถึง 9% เลย
ทีเดียว



  แนวร้อยเชือกเป็นแบบกึ่งกลางหลังเท้า  ระยะห่างระหว่างแนวร้อยเชือกทั้งสองฝั่งกำลังดี
และมีความแตกต่างจากแนวร้อยเชือกของ Rebula 2  ถูกออกแบบให้มีการสลับตำแหน่ง
รูเชือกแต่ละขั้นแบบสลับฟันปลา  เหมือนกับรูร้อยเชือกของ Morelia Neo 2  ซึ่งมีข้อดี
ในเรื่องของกระจายแรงกดที่เกิดจากการดึงกระชับแนวร้อยเชือก  ให้กระจายทั่วถึงทั้งหลังเท้า
เพิ่มความกระชับและความมั่นใจในระหว่างการใช้งาน Rebula 3 Japan คู่นี้

  เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัวรองเท้าออกมาจากโรงงาน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ
รองเท้าฟุตบอลจากมิซูโน่มาโดยตลอด  ด้วยลักษณะของเส้นเชือกที่มีลักษณะแบนและกว้าง
จึงทำให้สามารถจัดระเบียบให้เส้นเชือกวางตัวในแนวราบได้ง่ายและสวยงาม  

  แต่จุดขายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือเนื้อผ้าของเส้นเชือกที่มีความนิ่ม  เมื่อผูกปมเชือก
แล้วเส้นเชือกจะสามารถเข้าปมได้แน่นหนา  ยึดเกาะกันได้ดี  แทบจะไม่คลายตัวออกเอง
ในระหว่างการใช้งานเลย  ผู้เล่นจึงไม่ต้องมาพะวงกับเชือกรองเท้าอีกต่อไป



  ลิ้นของ Rebula 3 Japan ยังได้ถูกปรับปรุงใหม่ ทั้งเรื่องวัสดุและการออกแบบ  โดยใช้
วัสดุหนังสังเคราะห์ที่มีความบางเป็นอย่างมาก  เพื่อให้การสัมผัสบอลบริเวณหลังเท้ายังได้ฟีลลิ่ง
ที่บางเป็นธรรมชาติ  ผิวหน้าวัสดุด้านบนได้ถูกเคลือบผิวเพื่อช่วยป้องกันน้ำและมีสัมผัสที่ฝืด
พอสมควรในขณะที่ผิวใต้ลิ้นรองเท้าจะบุด้วยวัสดุกำมะหยี่ มีความฝืดมาเป็นพิเศษ  เพิ่มการ
ยึดเกาะกับหลังเท้าและลดอาการลิ้นรองเท้าขยับออกทางด้านข้างในระหว่างการใช้งาน

  ในด้านการออกแบบ  ลิ้นของรองเท้ารุ่นนี้ได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นปีกที่ขยายออก
ทางด้านข้าง  จนสามารถครอบคลุมหลังเท้าของผู้สวมใส่ได้แทบจะทั้งหมด  เมื่อดึงกระชับ
แนวร้อยเชือกแรงกดจะกระจายผ่านลิ้นรองเท้าลงไปกระทำกับบริเวณหลังเท้าได้อย่างทั่วถึง
นั่นเอง  



  ครึ่งหลังของรองเท้ารุ่นนี้ ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ที่ได้ถูกออกแบบโครงสร้างใหม่  จากภาพ
จะเห็นว่ามีเส้นสายตามแนวยาวต่อเนื่องไปยังบริเวณส้นเท้า  ซึ่งทางมิซูโน่ได้ให้ข้อมูลออกมา
ว่าเป็นโครงสร้างที่สามารถช่วยเพิ่มฟีลลิ่งความกระชับให้กับข้างเท้าได้ตลอดช่วง  โดยโครงสร้าง
ดังกล่าวจะได้รับแรงดึงกระชับต่อเนื่องมาจากแนวร้อยเชือกรองเท้าอีกที  เรียกได้ว่าผู้เล่นสามารถ
กำหนดฟีลลิ่งความกระชับในระดับที่ตัวเองต้องการ  ได้อย่างครอบคลุมทุกจุดบนตัวรองเท้าเลย
ทีเดียว



  เกราะป้องกันส้นเท้าของ Rebula 3 Japan เป็นแบบภายใน (Internal Heel Counter)
มีวัสดุพลาสติกแข็ง  ฝังเอาไว้ที่รอบแนวส้นเท้าเพื่อปกป้องแรงกระแทกจากการปะทะให้ได้มากที่สุด
โดยชิ้นพลาสติกมีความสูงประมาณครึ่งนึง  ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกับเกราะป้องกันส้นเท้าของ
รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปๆ ของโลกในปัจจุบัน

  ด้านหลังมีสกรีนชื่อรุ่นพอโลโก้ในแนวตั้งเอาไว้ด้วย  โดยส่วนตัวของผมแล้ว..ยอมรับเลยว่า
บั้นท้ายของรองเท้ารุ่นนี้มีความสวยงาม และความลงตัวในการออกแบบมากที่สุดรุ่นหนึ่งเท่าที่
เคยได้สัมผัสมา  ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของวัสดุ  และการออกแบบเส้นสายโครงสร้างที่ดู
ลงตัวเป็นอย่างมาก



  หุ้มส้นของมิซูโน่ Rebula 3 Japan ก็ได้ถูกปรับแต่งให้ยกตัวสูงขึ้นจนสามารถซัพพอร์ตกับ
เอ็นร้อยหวายของผู้สวมใส่ได้เกือบทั้งหมด  ซึ่งถือได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลแบบหุ้มข้อปกติที่มี
ส่วนซัพพอร์ตด้านหลังที่สูงที่สุดเลยก็ว่าได้

  นอกจากนั้นยังสังเกตได้ว่ารูปทรงของปลายหุ้มส้นนั้น  จะมีลักษณะที่บีบแนบเข้ามาพอสมควร
ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อให้หุ้มส้นสามารถบับกระชับกับบริเวณร่องของเอ็นร้อยหวายได้มาก
เป็นพิเศษ  เพื่อช่วยสร้างความกระชับในระหว่างการสวมใส่ให้ได้มากที่สุด  แต่ปัญหาในเรื่อง
ของอาการกัดส้นนั้นจะยังมีอยู่หรือไม่  คงต้องหาคำตอบอีกครั้งในการทดสอบการใช้งาน



  อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือการเลือกใช้วัสดุกำมะหยี่  มาเป็นวัสดุหน้าสัมผัสของหุ้มส้น
ด้านใน  ลองสัมผัสดูแล้วสามารถรับรู้ถึงแรงเสียดทานและความฝืดได้เป็นมากพอสมควร  ขณะที่
ชั้นด้านในของหุ้มส้นยังมีวัสดุบุนุ่มบรรจุเอาไว้  มีความหนาและความนุ่มกำลังดี  ไม่มากไม่น้อย
จนเกินไป  จึงได้ทั้งความกระชับ การซัพพอร์ตและฟีลลิ่ง ที่เป็นผลดีต่อความมั่นใจในจังหวะ
การเคลื่อนที่ที่รวดเร็วไปพร้อมๆ กัน



  ลองมองภาพจาก Top view ลงไปตามภาพด้านบน  จะเห็นได้ว่ารูปทรงของหุ้มส้นและข้อเท้า
ของ Rebula 3 Japan นั้นมีลักษณะที่เรียวกระชับเป็นรูปทรง V-Shape จึงสามารถคาดเดา
ได้ไม่ยากว่าจะเป็นหุ้มข้อที่เน้นความกระชับในการสวมใส่ได้เป็นอย่างดี  



  โดยแผ่นรองพื้นด้านใน (Insole) ตัวช่วยในการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม  สามารถ
ถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  แผ่นรองพื้นชุดนี้ผลิตจาก EVA โฟมทั้งชิ้น  เนื้อโฟมมีสัมผัส
ต่อแรงกดได้ค่อนข้างแน่น  แต่มีความหนาไม่มากนัก  เพื่อเน้นฟีลลิ่งและความรวดเร็วในจังหวะ
การเคลื่อนที่  ซึ่งถือเป็นแผ่นรองพื้นแบบเดิมที่มิซูโน่ใช้มาโดยตลอด



  ผิวสัมผัสด้านบนของแผ่นรองพื้นนั้นเป็นวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่  ให้สัมผัสที่รู้สึกถึงความฝืด
และแรงเสียดทานเป็นอย่างมาก  สำหรับคนที่คุ้นเคยกับรองเท้าฟุตบอลจากมิซูโน่มาโดยตลอด
จะรู้ดีถึงประสิทธิภาพหน้าสัมผัสแผ่นรองพื้น  ซึ่งสามารถสร้างแรงยึดเกาะและป้องกันการลื่น
ไถลของฝ่าเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม

  ตำแหน่งส้นเท้ายังมีโลโก้นกรันเบิร์ด พร้อมข้อความ Made in Japan สกรีนด้วยสีทอง
เสริมความพรีเมี่ยมให้กับ Rebula 3 Japan ไม่มากก็น้อย



  ชุดพื้นรูปแบบใหม่ ที่จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของ Rebula 3 Japan ให้
สมบูรณ์แบบมากขึ้น  ตามแนวคิดของรองเท้าฟุตบอลที่ออกแบบมาเพื่อเพลย์เมกเกอร์  ซึ่งต้องมี
รูปแบบในการเคลื่อนที่ไปทั่วทั้งสนาม

  จากข้อมูลทางเทคนิคระบุว่ามิซูโน่ทำชุดพื้นให้มีความบางและเบาลงกว่าชุดพื้นของรุ่นที่แล้ว
เล็กน้อย  เพื่อช่วยลดน้ำหนักตัวโดยรวมของรองเท้าลงไป  โดยผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU
ซึ่งมีคุณสมบัติทางกายภาพที่มีความแข็งแรง เหนียวและทนทาน  



  โครงสร้างช่วงกลางนับได้ว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของ Rebula 3 Japan เลยก็ว่าได้
เพราะบริเวณนี้มีรายละเอียดการออกแบบและเทคโนโลยีที่สำคัญอยู่ด้วยกันถึง 2 ชิ้น

  ชิ้นแรกคือโครงสร้าง "Stability Spine" ที่มีลักษณะเป็นแนวสันนูนขึ้นมาที่อยู่ฝั่ง
ข้างเท้าด้านนอก  ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างแข็งที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงมากขึ้น  ช่วยทำให้
การลงน้ำหนักในจังหวะการออกตัว หรือการหยุดการเคลื่อนที่สามารถทำได้อย่างเต็ม
ฝ่าเท้า  และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะส่งแรงดีดไปยังฝ่าเท้า  ช่วยส่งแรงให้ผู้เล่น
สามารถสปรินซ์ออกตัวได้อย่างรวดเร็ว

  อีกหนึ่งชิ้นคือเทคโนโลยี "D-Flex Groove" ที่มิซูโน่บรรจุในรองเท้าฟุตบอลระดับท็อป
ของตัวเองมาอย่างยาวนาน และแฟนๆ มิซูโน่ต่างคุ้นเคยและให้การยอมรับในประสิทธิภาพ
มาโดยตลอด  เป็นชิ้นส่วนบริเวณใต้ข้างเท้าด้านในที่เห็นเป็นชิ้นส่วนสีน้ำเงิน  มีคุณสมบัติ
ที่จะช่วยทำให้ชุดพื้นมีความยืดหยุ่น  สามารถบิดตัวได้อย่างอิสระ  พร้อมที่จะช่วยทำให้
การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบ 360 องศา ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ



  มาดูกันต่อที่ชุดปุ่มด้านหน้าของ Rebula 3 Japan กันบ้าง  ลักษณะของปุ่มชุดนี้จะเน้น
ไปที่ปุ่มทรงกลม  แตกต่างจากเจเนอเรชั่นที่แล้วที่เน้นการใช้ปุ่มทรงรีทั้งหมด  การใช้ปุ่มกลม
เป็นหลัก  ก็เพื่อเน้นรูปแบบการเคลื่อนที่แบบรอบด้าน และการหมุนตัว 360 องศา ได้อย่าง
ราบลื่นและรวดเร็ว  เพื่อให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับเกมส์การแข่งขันได้ตลอด 90 นาที และสามารถ
ชิงความได้เปรียบในการกลับตัวได้เหนือคู่แข่ง

  แต่จะยังหลงเหลือปุ่มทรงรีเอาไว้ที่บริเวณคู่หลังของฝั่งข้างเท้าด้านนอก  ซึ่งจะทำหน้าที่ล็อค
พื้นสนาม  ช่วยลดอาการลื่นไถล  ทั้งในจังหวะการสปรินซ์กระชากออกตัวไปด้านนอก  รวมถึง
เพื่มความมั่นคงในจังหวะการลงน้ำหนักเพื่อยั้งตัวเบรคการเคลื่อนที่นั่นเอง 



  นอกจากนั้น..มิซูโน่ยังนำเสนอเทคโนโลยีการออกแบบที่เรียกว่า "Rotation Rib" ด้วยการ
เปลี่ยนปุ่มตรงกลางฝ่าเท้ามาเป็นปุ่มกลมเพียง 1 ปุ่ม  ไม่ใช้ปุ่มใบมีดแนวขวางเหมือนโฉมเก่าๆ
จึงเกิดการเรียงตัวแนววงกลม เป็นปุ่มกลมสามจุด  บริเวณช่วงใต้ของอุ้งเท้า ซึ่งเป็นพื้นที่จุดตก
กระทบที่ผู้เล่นจะใช้ในการหมุนตัว  เปรียบเทียบกับพื้นรองเท้าทั่วไปจะเพิ่มการยึดเกาะได้ 9%
และช่วยให้หมุนตัวไปกับบอลได้ดีขึ้น 10% (ผลจากการทำวิจัยของมิซูโน่)


  ชุดปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม ขนาดปุ่มไม่ได้ใหญ่ไปกว่าปุ่มด้านหน้า  แต่ใช้ปุ่มรูปทรงวงรี
ทั้งหมด  เพื่อเพิ่มระดับการยึดเกาะและล็อคพื้นสนามได้ดีกว่าปุ่มกลมแบบเพียวๆ  แต่ก็ยังใช้เป็น
จุดหมุนในจังหวะกลับตัวได้ดีไม่น้อยไปกว่ากันมากนัก

  แกนกลางปุ่มมีชิ้นส่วนที่ขึ้นรูปมาจากวัสดุฐานพื้น  ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับปุ่ม  ที่จะต้อง
รับหน้าที่รับน้ำหนักตัวและแรงกดที่จะกดลงบริเวณส้นเท้าในจังหวะการหมุนตัว หรือยั้งตัวเพื่อ
หยุดการเคลื่อนที่  บริเวณฐานปุ่มยังมีลักษณะกว้าง  และมีชิ้นเส้นที่ยื่นออกมาบนฐานพื้น
เพื่อสร้างความมั่นคงและลดแรงสะเทือน (Shock load) ให้เหลือน้อยที่สุด



  หลังจากที่ได้สัมผัสทุกรายละเอียดของ Rebula 3 Japan อย่างใกล้ชิด  ต้องยอมรับ
เลยว่าถ้าจะเล่นรองเท้าฟุตบอลมิซูโน่มันต้องเวอร์ชั่น "Made in Japan" จริงๆ  รายละเอียด
ทุกจุด ทั้งเรื่องของวัสดุและความปราณีตในการผลิตนั้นสมกับเป็นรองเท้าที่ผลิตจากแดน
อาทิตย์อุทัย

  ในเรื่องของเทคโนโลยีที่เป็นจุดขายก็เช่นกัน  แม้ว่ารองเท้าซีรี่ย์นี้จะเดินทางมาถึงโฉม
ที่ 3 เข้าให้แล้ว  แต่ตัวรองเท้ายังมีอะไรใหม่ๆ ออกมานำเสนออย่างต่อเนื่อง  ถือได้ว่าเป็น
รองเท้าฟุตบอลอีกหนึ่งซีรี่ย์ที่เดินหน้าพัฒนาตัวเอาได้อย่างไม่มีหยุดจริงๆ



  บททดสอบที่จะรีวิว วิพากษ์วิจารณ์ ถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริงของ Rebula 3 Japan
คู่นี้  จะมีมาให้ทุกท่านได้ติดตามกันอีกครั้งในภายหลัง  แต่ถ้าท่านใดสนใจที่จะลองสัมผัส
กับรองเท้ารุ่นนี้ด้วยตัวเอง

  วันนี้ท่านสามารถไปเลือกซื้อ Rebula 3 Japan ได้แล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ
ทั่วประเทศ  หรือถ้าจะเอาสะดวก ยุคนี้สมัยนี้ก็คงต้องช็อปปิ้งออนไลน์  ได้ที่เว็บไซด์อย่าง
เป็นทางการของมิซูโน่ www.mizuno.com (คลิกลิงค์)  โดยรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้
วางจำหน่ายในราคา 9,500 บาท เรียกได้ว่าแปะตรา Made in Japan ในราคานี้
ถือว่าคุ้มค่ามากเลยล่ะ

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 6 มิถุนายน 2019 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท มิซูโน่ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 




"Hand On!"คัปป้า Camento Pro Curve


"Hand On!" ไนกี้ Phantom Venom Elite


"Hand On!" แพน Viper King II