"Hand On!" มิซูโน่ Rebula V1 Japan - Challenge with Innovation

  ดาบซามูไรเล่มใหม่ที่ชื่อว่า "Rebula" ได้ถูกเปิดตัวออกสู่วงการรองเท้าฟุตบอล  จนสร้างความฮือฮา
และถือเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีจากมิซูโน่  เพราะดาบซามูไรเล่มนี้จะเข้ามาสานต่อตำนาน
อันยิ่งใหญ่ภายใต้ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปสำรวจ
ทักทายและทำความรู้จักกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ใหม่รุ่นสูงสุด Rebula V1 Japan รองเท้าฟุตบอล
ที่หลายคนหมายปองที่จะได้ลองกันสักครั้ง



  มิซูโน่ แบรนด์รองเท้าฟุตบอลชื่อดังจากแดนอาทิตย์อุทัย ได้ตัดสินใจยุติการทำตลาดของรองเท้า
ฟุตบอลซีรี่ย์ Ignitus รองเท้าฟุตบอลประเภทพาวเว่อร์คอนโทรลยอดนิยม  ซึ่งทำตลาดมายาวนาน
ถึง 4 เจเนอเรชั่น  จนกลายมาเป็นหนึ่งในบทตำนานที่มิซูโน่สร้างไว้ในวงการรองเท้าฟุตบอลได้
อย่างภาคภูมิ

  แต่แล้ว..งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา  เมื่อยุคสมัยและรูปแบบการเล่นของฟุตบอลในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไป
อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  มิซูโน่ ประกาศปูพรมแดงเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ใหม่ในชื่อ Rebula
ออกมาในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรล  ที่จะมาสานต่อความสำเร็จของพี่ใหญ่
Ignitus ภายใต้การเปลี่ยนแปลงและปรับจูนให้เหมาะต่อรูปแบบการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่มากขึ้น



  หลังจากที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกสู่วงการรองเท้าฟุตบอลทั่วโลก แบรนด์ดังตรานกจากประเทศญี่ปุ่น
ก็เดินหน้าโปรโมทและจัดอีเว้นท์เปิดตัว Rebula อย่างยิ่งใหญ่  ซึ่งรวมถึงการจัดงานเปิดตัวในบ้านเรา
ที่ไม่เคยได้เห็น มิซูโน่ จะจัดงานเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่เช่นนี้มาก่อนเลย

  ในวันนี้..บทความนี้.. SiamBoots.com จะนำเอารองเท้าฟุตบอลรุ่น Rebula V1 Japan
รองเท้าฟุตบอลระดับสูงสุดในไลน์การตลาดมาเปิดฝากล่อง "Hand On!" แนะนำจุดเด่น รายละเอียด
และเทคโนโลยีส่วนต่างๆ ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ทำความรู้จักกันในเบื้องต้น  ไปดูกันว่ารองเท้าฟุตบอล
รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ดังของญี่ปุ่นนั้นจะมีดีมากน้อยแค่ไหน  หากพร้อมกันแล้ว..เราลุยไปด้วยกัน
ได้เลย !!



  มิซูโน่ Rebula V1 Japan ถูกบรรจุดมาในกล่องรองเท้าฟุตบอลดีไซน์ปกติของ มิซูโน่  ไม่ได้
มีอะไรพิเศษมาให้สำหรับรองเท้าเวอร์ชั่น Made in Japan รุ่นสูงสุดคู่นี้แต่อย่างใด  โดยรองเท้า
สีเปิดตัวที่เห็นนี้..มาในธีมสีดำดิบๆ ให้อารมณ์ดุดัน  แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นเฉดประกายสีเงิน
บนตัวรองเท้า  รวมถึงโลโก้ตรานกรันเบิร์ดก็ใช้เป็นสีเงินเช่นกัน  องค์ประกอบของสีโดยรวมที่เห็น
แอบทำให้นึกถึงเงาประกายของดาบซามูโรเหมือนกัน

  ส่วนของหุ้มส้นด้านในและปลายปุ่มเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเฉดถนัดของมิซูโน่ที่ปรากฏอยู่ในรองเท้า
หลายๆ รุ่น  สำหรับ Rebula V1 Japan สีเปิดตัวสีนี้มีรหัสเฉดสีว่า Black/Silver/Blue Atoll

  รองเท้ารุ่น Rebula V1 Japan ถูกปรับน้ำหนักตัวให้เบาลงเล็กน้อย โดยรองเท้าไซส์มาตรฐาน
มีน้ำหนักอยู่ที่ 226.8 กรัม/ข้าง ในขณะที่ Ignitus IV มีน้ำหนัก 235.3 กรัม/ข้าง  ตัวเลข
ของน้ำหนักโดยรวมต่างกันราวๆ 10 กรัม เลยทีเดียว

  แต่หากเปรียบเทียบข้อมูลกับรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่เราเคยรีวิวไป เป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม

  เมื่อเปรียบเทียบกันในหมู่ของรองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรลแล้ว  จะพบได้ว่ามิซูโน่
Rebula V1 Japan มีน้ำหนักอยู่ในระดับกลางๆ ไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป



  ครั้งแรกที่ได้ยลโฉมรองเท้าฟุตบอล Rebula V1 Japan รุ่นนี้จากไกลๆ  ทีแรกก็คิดว่าตัวรองเท้า
ทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์  เนื่องจากผิวหน้านั้นมีการเคลือบให้มีลักษณะเป็นประกายและสะท้อนแสง
คล้ายวัสดุประเภทหนังสังเคราะห์  แต่พอได้สัมผัสด้วยมือตัวเองแล้ว..พบว่าหน้าผ้าวัสดุของรองเท้ารุ่นนี้
ทำมาจากวัสดุหนังแท้ (Full-length premium leather) ที่มีความหนาและสัมผัสที่นุ่มมือ
เป็นอย่างมาก  



  โดยวัสดุหน้าผ้าส่วนหน้าที่ทำจากหนังแท้เกรดพรีเมี่ยมนี้  ถูกตัดเย็บขึ้นมาเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด
ไม่มีแนวตะเข็บมาเกะกะในส่วนของหน้าสัมผัสด้านหน้าเลย  เป็นหนึ่งในการพัฒนารองเท้าฟุตบอล
ประเภทหนังแท้สมัยใหม่  ที่ต้องการให้ผู้สวมใส่ได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่เต็มหน้าผ้า  เป็นธรรมชาติ
ไม่มีส่วนแนวตะเข็บมารบกวนฟีลลิ่ง  รวมถึงยังเป็นการป้องกันไม่ให้ความชื้นสามารถแทรกซึมเข้าไป
ทำลายชั้นหนังแท้ด้านในได้  จึงเป็นการยืดอายุการใช้งานของรองเท้าฟุตบอลประเภทหนังแท้นั่นเอง



  สำหรับไฮไลท์และเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ Rebula V1 Japan แตกต่างจาก Ignitus ไปโดย
สิ้นเชิง ก็คือการเสริมโครงสร้างชั้นกลาง ที่มิซูโน่เรียกว่า Control Frame (CT-Frame)
เป็นวัสดุเมโมนี่โฟม  เอามาทำให้ตัวรองเท้ามีพื้นผิวแบบ 3 มิติ  เพื่อให้หน้าสัมผัสมีพื้นที่ผิวในการ
ควบคุมลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี  และยังเป็นวัสดุที่เพิ่มความนุ่มให้มากขึ้นอีกด้วย



  รูปแบบของโครงสร้าง CT-Frame ที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนนั้น  จะมีลักษณะคล้ายก้างปลา
ที่วางตัวเชื่อมโยงกันตามยาว  ในฝั่งข้างเท้าด้านในและฝั่งข้างเท้าด้านนอก  ถูกปรับองศาและมุม
ให้สอดรับกับการส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกฟุตบอลในจังหวะการยิงหรือปั่นไซร้ให้มีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึ้น

  อีกหนึ่งข้อดีของการเอาวัสดุแถบยางออกไป  แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง CT-Frame ก็คือ น้ำหนัก
ของตัวรองเท้าโดยรวมของ Rebula V1 Japan ที่ลดลงไปพอสมควร  เมื่อเปรียบเทียบกับ
Ignitus นั่นเอง



  ลิ้นรองเท้าของ Rebula V1 Japan นั้นเป็นชิ้นวัสดุหนังสังเคราะห์บางๆ แบบเต็มแผ่น 
เนื่องจากต้องการให้ผู้สวมใส่ได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่เป็นธรรมชาติ  จึงไม่ได้ใช้วัสดุหนังแท้
หนาๆ เหมือนกับส่วนของตัวรองเท้า  ลักษณะแนวร้อยเชือกของรองเท้ารุ่นนี้ดีไซน์ให้เปิดพื้นที่
สันเท้าด้านในออกเล็กน้อย  เพื่อให้พื้นที่สัมผัสบอลในการยิงประตูนั้นเปิดกว้างขึ้น  ซึ่งเป็น
ดีไซน์ตามปกติที่ถูกส่งต่อมาจาก Ignitus ดั่งที่เราคุ้นตากันมานาน    

  เชือกรองเท้าที่ติดตัว Rebula V1 Japan มานั้นเป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นแบน  หน้ากว้าง 
ลักษณะเนื้อผ้าของเส้นเชือกมีความนิ่มพอสมควร  เพื่อไม่ใหมารบกวนการสัมผัสบอลบริเวณ
หลังเท้า  ซึ่งเป็นดีไซน์การออกแบบตามปกติของรองเท้าฟุตบอลแทบทุกรุ่นในปัจจุบัน



  เกราะหุ้มส้นและป้องกันแนวเอ็นร้อยหวายของ มิซูโน่ Rebula V1 Japan ก็ถูกเปลี่ยนมาใช้
เกราะแบบภายใน (Internal Heel Counter) เพื่อให้ส่วนของหุ้มส้นมีความเข้ารูปและไม่เทอะทะ
โดยใช้วัสดุพลาสติก TPU ฝังเอาไว้ในแนวส้นเท้าด้านใน  มีความสูงขึ้นมาประมาณ 60 %
ของส้นเท้า



  หน้าสัมผัสของหุ้มส้นด้านในทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์  ผิวสัมผัสมีการทำลายบุเอาไว้  และมีการ
เคลือบให้ผิวสัมผัสโดยรวมให้มีความฝืดพอสมควร  แต่ที่น่าประทับใจคือการบุวัสดุบุนุ่มเอาไว้ตลอด
แนวหุ้มส้นด้านใน  ตั้งแต่ตรงกลางส้นเท้า  ไล่มาจนถึงฝั่งข้างเท้าทั้งสองด้าน  บุเอาไว้ค่อนข้างหนา
และเต็มหน้าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง  จึงน่าจะการันตีได้ถึงฟีลลิ่งความนุ่มและความกระชับตรงบริเวณ
ข้อเท้าได้เป็นอย่างดี 



  โลโก้ที่โดนใจใครหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นข้อความ "Made in Japan" ซึ่งปรากฏอยู่คู่กับโลโก้
มิซูโน่ ที่บริเวณส้นของแผ่นรองพื้นด้านใน  สกรีนด้วยโลโก้สีทอง โดดเด่นบนพื้นสีดำ  แต่แน่นอนว่า
หากลองสวมใส่ใช้งานแล้ว..โลโก้ที่เห็นนี้น่าจะหลุดหายไปได้ไม่ยาก



  แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาได้ตามปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับนี้  โดยแผ่นรองพื้น
ชุดนี้ผลิตจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งชิ้น  ลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ไม่มีวัสดุบุนุ่มอื่นใดมาเสริมการรับ
แรงกระแทก  ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรฐานและสไตล์ของมิซูโน่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  สาเหตุที่เป็นเช่นนี้
เพราะมิซูโน่ต้องการเน้นฟิลล่งการสัมผัสระหว่างฝ่าเท้าของผู้เล่นกับพื้นสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำให้ 
เพื่อให้การตอบสนองของการส่งแรงในจังหวะการเคลื่อนที่นั้นทำได้รวดเร็ว



  แต่จุดเด่นที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับแผ่นรองพื้นด้านในของ Rebula V1 Japan รุ่นนี้  ก็คือวัสดุผิว
หน้าสัมผัสด้านบน  ซึ่งมีความหยาบ และมีความฝืดมาก ลักษณะคล้ายกระดาษทราย  ทำให้เกิดแรง
เสียดทานระหว่างฝ่าเท้าได้เป็นอย่างดี  เท่าที่ได้ลองสัมผัสดู..เชื่อได้ว่าจะช่วยทำให้ฝ่าเท้าของผู้เล่น
ไม่ลื่นไถลไปมาตลอดการใช้งานอย่างแน่นอน  และถือได้ว่าเป็นแผ่นรองพื้นที่มีพื้นผิวหน้าสัมผัสฝืด
ที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมาเลยก็ว่าได้



  เรามาปิดท้ายกับที่รายละเอียดของชุดพื้นช่วงล่างและปุ่มแบบ FG ของ มิซูโน่ Rebula V1 Japan
กันเช่นเคย  ซึ่งชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก  เพราะมิซูโน่เล่นเปลี่ยนชุดพื้น
แบบใหม่ทั้งชุดจนไม่เหลือเคล้าโครงของชุดพื้นจากรองเท้าตระกูล Ignitus ให้เห็นเลย

  เทคโนโลยีหลักบนชุดพื้นนั้นมีชื่อว่า D-Flexgroove ซึ่งเป็นโครงสร้างชุดพื้นที่มีสามารถให้ตัว
และมีความยืดหยุ่น  มีอิสระในการบิดตัวในแนวแรงตามขวางได้ดี  ถูกเอามาใช้ในรองเท้ารุ่นใหม่
นี้ด้วยเช่นกัน  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ของผู้เล่น  โดยเฉพาะจังหวะการเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่ในขณะที่มีความเร็ว ได้อย่างนุ่มนวลและมั่นคงกว่าชุดพื้นแบบเก่า 



  โดยโครงสร้างชุดพื้นช่วงกลางแบบ D-Flexgroove เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานใน รองเท้าซีรี่ย์
Basara อยู่ก่อนหน้านี้ และได้รับการยอมรับจากบรรดาแฟนคลับมิซูโน่มาแล้ว  จึงเป็นการแสดงให้
เห็นว่า Rebula V1 Japan นั้นเน้นประสิทธิภาพการเคลื่อนที่มากขึ้นกว่ารองเท้าซีรี่ย์ Ignitus



  นอกเหนือจากโครงสร้างชุดพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนแล้ว  ลักษณะปุ่มทั้งหมด..ไม่ว่าจะเป็น
ปุ่มด้านหน้าและปุ่มด้านหลังของ Rebula V1 Japan ก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน  ปุ่มใบมีดคมๆ ที่
Ignitus เคยใช้  ไม่ปรากฏในรองเท้ารองเทใหม่คู่นี้อีกต่อไป  โดยมิซูโน่เปลี่ยนมาใช้ปุ่มทรงกลม
และวงรี ที่มีพื้นที่หน้าตัดและฐานพื้นขนาดใหญ่มาแทนที่ที่ตำแหน่งของแนวขอบรองเท้าทั้งหมด 
ไม่ว่าจะเป็นขอบด้านในหรือขอบด้านนอก  โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถลงน้ำหนักตัว
ได้เต็มฝ่าเท้า  สามารถหมุนตัวหรือใช้ปุ่มเป็นจุดหมุนได้ดีขึ้น  ไม่ล็อคกับพื้นสนามแน่นหนาเกินไป
เหมือนกับปุ่มใบมีดคมๆ

  ในขณะที่ตรงบริเวณฝ่าเท้านั้นมีการเสริมปุ่มครึ่งเสี้ยว  วางตัวในแนวขวางจำนวน 2 ปุ่มใหญ่ๆ
และ 1 ปุ่มเล็กๆ ตรงหัวรองเท้า  ซึ่งเป็นลักษณะการใช้ปุ่มที่พบเจอได้ในรองเท้าฟุตบอลด้านความเร็ว
ในปัจจุบัน  เนื่องจากปุ่มในแนวขวางเช่นนี้..จะช่วยให้การส่งแรงในจังหวะการสปรินซ์ออกตัว
เพื่อการเคลื่อนที่ในทางตรงได้อย่างยอดเยี่ยมนั่นเอง



  ส่วนปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่มนั้น  ก็ใช้ปุ่มทรงกลมหนาๆ  ฐานพื้นและหน้าตัดปุ่มมีขนาดใหญ่  
รวมถึงการเสริมแนวฐานเชื่อมกันระหว่างปุ่มทั้ง 4  ทำให้ผู้สวมใส่รองเท้ารุ่นนี้สามารถลงน้ำหนักตัว
ได้เต็มส้นเท้า  และมีความมั่นคงมากเป็นพิเศษเลยทีเดียว



  ทั้งหมดนี้คือข้อมูลทางเทคนิคและเทคโนโลยีทั้งหมด ที่มิซูโน่ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาให้กับรองเท้า
ฟุตบอลซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดของตัวเอง  เพื่อให้รองเท้าฟุตบอลรุ่น Rebula V1 Japan ก้าวขึ้นมา
เป็นรองเท้าฟุตบอลระดับแนวหน้าของวงการฟุตบอล   ในฐานะรองเท้าฟุตบอลโมเดิร์นคอนโทรล
ที่ครบเครื่องทั้งวัสดุและเทคโนโลยี  ให้มีประสิทธิภาพทั้งในด้านการคอนโทรลและการเคลื่อนที่
ด้วยความเร็ว  ตามแบบฉบับของฟุตบอลสมัยใหม่ในปัจจุบัน

  แน่นอนว่าประสิทธิภาพของ มิซูโน่ Rebula V1 Japan จะยังต้องถูกพิสูจน์จากบททดสอบ
การใช้งานจริงในสนาม  ซึ่งเราจะทำการรีวิวทดสอบการใช้งานจริง พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์
ประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่นนี้  หลังจากรีวิวทดสอบการใช้งาน ไนกี้ Tiempo Legend VII
อีกในไม่ช้า   แล้วเราจะนำคำตอบมาบอกให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ทราบว่าดาบซามูไรเล่มใหม่รุ่นนี้
มีความอันตรายมากน้อยเพียงใด

  แต่สำหรับใครที่อยากจะสัมผัสหรือจับจองเป็นเจ้าของ รองเท้าฟุตบอลมิซูโน่ Rebula V1 Japan
รุ่นท็อปสุดในไลน์การผลิตแล้ว  รองเท้ารุ่นนี้ถูกวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน อาริ ฟุตบอลฯ เพียงที่เดียว
ในประเทศไทย โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 10,900 บาท สมกับการเป็นรองเท้าระดับสูงสุดที่ผลิต
จากประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่สาวกมิซูโน่พันธุ์แท้หลายคนต้องการนั่นเอง
 

ขอขอบพระคุณ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Rebula V1 Japan


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 30 สิงหาคม 2017 เวลา 14.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
จำกัด (มหาชน)
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com



"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VII



"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VI
Totti X Roma



"Hand On!" อาดิดาส
ACE 17+ Pure Control