"Hand On!" ไนกี้ Flyknit Ultra - Ultimate fit for explosive speed

    เชื่อเหลือเกินว่าตอนนี้คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักรองเท้าฟุตบอลรุ่น Flyknit Ultra จากไนกี้  รองเท้า
รุ่นพิเศษที่มีราคาค่าตัวไม่แพง  แต่เนื่องจากผลิตออกสู่ตลาดแบบจำนวนจำกัดเพียงสีละ 1,500 คู่ 
พร้อมโปรโมทผ่านพรีเซนเตอร์ระดับโลก  จึงไม่แปลกเลยที่รองเท้ารุ่นพิเศษรุ่นนี้จะถูกวางจำหน่ายหมด
ในเวลาอันรวดเร็ว  แต่วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ SiamBoots ได้รับรองเท้ามา เพื่อนำมา “Hand On!”
ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้สัมผัสรายละเอียดและความสวยงามของรองเท้ารุ่นนี้ไปด้วยกัน



  ไนกี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการรองเท้าฟุตบอลอีกครั้ง  เพราะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทำ
รองเท้าคอลเลคชั่นสีใหม่หรือสีพิเศษ  แต่ยังได้ปรับปรุงรายละเอียดของตัวรองเท้าให้แตกต่างไป
จากรุ่นปกติในตลาดปัจจุบันนี้ พร้อมประกาศกร้าวเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นพิเศษแบบ Limited
Edition
ที่ผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณที่ไม่มาก  โดยตั้งชื่อรองเท้ารุ่นนี้เอาไว้ว่า Flyknit Ultra

  ชื่อ Flyknit Ultra น่าจะทำให้หลายๆ คนคาดเดาจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้ได้ไม่ยาก  ซึ่งรายละเอียด
ดังกล่าวนั้น.. SiamBoots เราจะเปิดเผยและพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปร่วมสัมผัสไปพร้อมๆ กัน ไปดูกัน
ว่ารองเท้ารุ่นพิเศษที่ถูกกล่าวถึงมาตั้งแต่การเปิดตัวสีแรก  ที่ไนกี้ใช้ เอเดน อาซาร์ มารับบทเป็น
พรีเซนเตอร์หลักอย่างเป็นทางการรุ่นนี้  มีรายละเอียดจุดไหนที่น่าสนใจบ้าง 

  ฝากพร้อมแล้ว..เราไปเปิดฝากล่องเพื่อยลโฉมรองเท้าฟุตบอลรุ่น Flyknit Ultra ไปพร้อมๆ กันได้เลย



  รองเท้ารุ่นนี้ถูกบรรจุมาในกล่องรองเท้าฟุตบอลดีไซน์พิเศษสีดำแบบผิวมันเงา  ด้านหน้ากล่องมีคำว่า
Flyknit Ultra พิมพ์ไว้เป็นการเฉพาะตัว  ถือเป็นความพิเศษเฉพาะตัวเรื่องแรกที่น่าประทับใจ  เป็น
อย่างยิ่ง  เพราะหากเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นสูงสุดในปัจจุบันนี้  ไม่ว่าจะเป็น Mercuial SuperFly V
หรือ Hypervernom Phantom III DF ซึ่งมีราคาระดับ 10,000 บาท  ต่างก็ใส่มาในกล่อง
สีส้มแบบปกติของไนกี้กันหมดแล้ว



  เมื่อเปิดฝากล่องขึ้นมา..ถึงเวลาที่จะได้ยลโฉมหน้าของ ไนกี้ Flyknit Ultra กันเสียที  โดยรองเท้าคู่นี้
เป็นรองเท้าในคอลเลคชั่นสี “Play Ice” ซึ่งเน้นการใช้สีฟ้า ให้อารมณ์ถึงความเยือกเย็น  ตามคอนเซ็ป
คอลเลคชั่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นที่มีสไตล์การเล่นแบบมีชั้นเชิง  ตรงกันข้ามกับคอนเซ็ป “Play Fire”
ซึ่งโชว์การเล่นสีแดงเป็นสีหลัก  ที่ออกแบบมาเพื่อสื่อถึงผู้เล่นสไตล์ร้อนแรง  โดยทั้ง 2 คอลเลคชั่นสีนี้
ทำตลาดในเวลาเดียวกัน...เพื่อให้ผู้เล่นมีโอกาสได้เลือกให้เหมาะต่อรูปแบบการเล่นของตัวเอง

  นอกจากตัวรองเท้าที่บรรจุมาภายในกล่องดีไซน์เรียบหรูแล้ว  ด้านในยังมีถุงใส่รองเท้าตามมาตรฐาน
ของไนกี้  แถมมาให้ด้วย  โดยเป็นถุงรองเท้าสีดำที่มีข้อความชื่อ Flyknit Ultra พิมพ์เป็นกราฟฟิก
เอาไว้เต็มพื้นที่ตรงกลางหน้าถุงให้เห็นเด่นชัดเลยทีเดียว


  ก่อนที่จะไปลงในรายละเอียดของตัวรองเท้านั้น ผมอยากให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับรองเท้า Flyknit
Ultra
รุ่นนี้อีกสักหน่อย    ในแง่ของการเรียกชื่อ..ไนกี้ เลือกใช้ชื่ออย่างเป็นทางการให้กับรองเท้ารุ่นนี้
ว่า Flyknit Ultra เท่านั้น ไม่มีคำว่า Mercurial เผยอยู่บนป้ายข้อมูลรองเท้าข้างกล่อง หรือแม้แต่
ชื่อรุ่นในเว็บไซด์หลักที่เปิดวางจำหน่ายรองเท้าเองก็ตาม  แต่ที่บริเวณส้นเท้าด้านหลังนั้น..กลับมีชื่อ
Mercurial ปรากฏเอาไว้อย่างชัดเจน  ดังนั้นใครจะเรียกว่ารองเท้ารุ่นนี้ว่า Flyknit Ultra หรือ
Mercurial Flyknit Ultra ก็ได้..ไม่ผิดอะไร

  สำหรับรองเท้ารุ่นนี้..จะเรียกว่าเป็นรองเท้ารุ่นรวมร่างระหว่าง Mercurial Vapor XI กับ
Mercurial SuperFly V
ก็คงจะไม่ผิดนัก  เพราะเป็นการควบรวมกันระหว่างรูปร่างหน้าตา
และวัสดุที่มาจากรองเท้าคนละรุ่นกันนั่นเอง  เพื่อเอาข้อดีมารวมกันไว้ในรองเท้ารุ่นนี้ตามแบบ
ที่แฟนๆ รองเท้าซีรี่ย์ความเร็วยอดนิยมซีรี่ย์นี้ต้องการ



  ดีไซน์โดยรวมของไนกี้ Flyknit Ultra ก็คือลักษณะหน้าตาและรูปทรงที่เสมือนเป็นฝาแฝดกับ
Mercurial Vapor XI
  แต่แตกต่างตรงที่รองเท้ารุ่นพิเศษคู่นี้..ใช้วัสดุด้ายถักฟลายนิต (Flyknit)
มาถักทอขึ้นรูปเป็นตัวรองเท้าและพื้นที่หน้าสัมผัสหลักทั้งหมด  เพื่อให้ผู้เล่นได้จุดเด่นของวัสดุ
ฟลายนิต  ซึ่งสามารถให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่บางเป็นธรรมชาติ มีความกระชับเข้ารูปกับรูปเท้า
ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี



  พื้นที่หน้าสัมผัสของตัวรองเท้า  ยังได้ถูกเคลือบด้วยวัสดุพิเศษเพื่อช่วยป้องกันการซึมผ่านของน้ำ
หรือความชื้น  ซึ่งเป็นปัจจัยปกติที่เราต้องพบเจอในสนามฟุตบอล  อย่างไรก็ตาม..กลับไม่มีสัญลักษณ์
ของเทคโนโลยี All Conditions Control (ACC)
ปรากฏให้เห็นบนตัวรองเท้ารุ่นนี้  จึงเป็น
การยืนยันได้ว่ารองเท้ารุ่นพิเศษที่มีระดับเทียบเท่ารองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสรุ่นนี้ ไม่มีเทคโนโลยี
ของสารเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะเมื่อหน้าสัมผัสเปียกน้ำ

  อย่างไรก็ตาม..ดูเหมือนว่า Flyknit Ultra คงไม่ได้ต้องการเทคโนโลยี ACC  เนื่องจากไนกี้ได้
ออกแบบพื้นที่หน้าสัมผัสบอลทั้งหมด  ให้มีลักษณะเป็นพื้นผิวแบบ 3 มิติแบบใหม่ ที่มีความแตกต่าง
ระหว่างพื้นผิวอย่างชัดเจน  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญเรื่องนึงของรองเท้ารุ่นนี้เลยก็ว่าได้  โดยเฉพาะ
ประสิทธิภาพการปั่นไซร้โค้ง  หรือแม้แต่การขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า
ที่ดีขึ้นกว่ารองเท้ารุ่นฝาแฝด



  ลักษณะพื้นผิวสัมผัสที่เห็นตามภาพด้านบนนั้น..ไม่ได้มีเพียงแค่มิติหน้าสัมผัสที่ลึก-ตื้นเท่านั้น  แต่
พื้นผิวของส่วนหน้าสัมผัสนั้นยังมีลักษณะสากและหยาบ คล้ายกับพื้นผิวของกระดาษทราย มีความฝืด
และเกิดแรงเสียดทานที่สูงมาก  มั่นใจได้ว่าไนกี้ Flyknit Ultra จะมีประสิทธิภาพในการควบคุม
ลูกบอลได้อย่างยอดเยี่ม  ไม่เกี่ยงแม้ในสภาวะแห้งหรือเปียก  จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไนกี้ไม่ใส่
เทคโนโลยี ACC มาในรองเท้ารุ่นนี้

  อีกหนึ่งข้อดีของส่วนหน้าสัมผัสบอลที่เป็นเส้นนูนขึ้นมานั้น  ก็คือลักษณะของพื้นผิวที่มีความแข็งกว่า
ปกติ (เมื่อเปรียบเทียบกับหน้าสัมผัสบอลของ Mercurial Vapor XI และ Mercurial SuperFly V)
จึงพอจะคาดการณ์ได้ถึงประสิทธิภาพการส่งแรงไปยังลูกบอล  ที่น่าจะรุนแรงและมีพละกำลังมากกว่า
ไม่มากก็น้อย



  นอกจากพื้นที่ด้านหน้าที่จะเป็นบริเวณหลักที่จะใช้สัมผัสบอล ทั้งการยิงประตูหรือเลี้ยงพาบอลแล้ว
ยังพบว่า..ลักษณะพื้นผิวหน้าสัมผัสที่เป็นเส้นแบบ 3 มิติ ยังกินพื้นที่ต่อเนื่องมายังข้างเท้าทั้ง 2 ฝั่ง
ไปจนถึงบริเวณส้นเท้าด้านหลัง  โดยไม่มีการลดระดับหรือลดมิติของความลึกของเส้นลงเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น..จึงการันตีได้ถึงประสิทธิภาพการสัมผัสบอลที่มีบริเวณให้ใช้งานได้อย่างทั่วถึง

  ลักษณะรูปทรงโดยรวมของ Flyknit Ultra นั้นก็เป็นไปตามแบบฉบับของรองเท้าซีรี่ย์ความเร็ว
ยอดฮิตซีรี่ย์นี้  คือเป็นรองเท้าที่มีรูปทรงเรียวยาว มีลักษณะหลังเท้าที่ไม่สูงมากนัก  แต่ด้วยวัสดุ
ฟลายนิตที่สามารถยืดขยายได้มากขึ้น  จึงน่าจะทำให้ผู้เล่นที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้าง  จะสามารถ
สวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ได้สบายยิ่งขึ้น (คำแนะนำการเลือกไซส์ -> เลือกตรงไซส์ อิงตาม Mercurial
Vapor XI ได้เลยครับ
)  
  


  บริเวณพื้นที่หลังเท้าของ Flyknit Ultra นั้นเป็นส่วนของวัสดุฟลายนิต ที่ถูกถักทอต่อเนื่องขึ้นมา
เป็นชิ้นเดียวกับตัวรองเท้าทั้งหมด  แต่วัสดุบริเวณนี้จะมีความหนาและนุ่มกว่าส่วนหน้าสัมผัสบอล  
สามารถขยายออกได้กว้างตามลักษณะหลังเท้าของผู้สวมใส่  ช่วยสร้างความกระชับบริเวณหลังเท้า
ได้อย่างยอดเยี่ยม  

  ซึ่งโดยปกติแล้ว..หลังเท้าแบบฟลายนิตทั้งชิ้นเช่นนี้  จะถูกใส่มาให้กับเฉพาะรองเท้าระดับสูงสุด
อย่าง Mercurial SuperFly V เท่านั้น  แต่ครั้งนี้เอามาใส่ให้กับ Flyknit Ultra ด้วย !!



  เรื่องสำคัญที่ผมลืมให้ข้อมูลไปในตอนแรก  ก็คือธงชาติอิตาลีที่ปรากฏบริเวณปลายส้นเท้าด้านหลัง
ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  เป็นการยืนยันชัดเจนแล้วว่า Flyknit Ultra นั้นถูกผลิตจากประเทศ
อิตาลี (Made in Italy) เท่านั้น  ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตระดับที่แฟนๆ หลายคน  ให้นิยามเอาไว้
ว่าเป็นแหล่งผลิตที่ดีมีระดับที่สุดแล้วของไนกี้  และโดยปกติแล้ว การ Made in Italy ได้นั้นจะ
จำกัดเอาไว้เฉพาะรุ่นพิเศษสุดจริงๆ หรือไม่ก็จะเป็นรองเท้าที่ทำให้นักกีฬาอาชีพระดับพรีเซนเตอร์
สวมใส่  จึงเป็นแหล่งผลิตที่แฟนๆ ไนกี้หลายคนปรารถนา

  ดีไซน์บริเวณส้นเท้าของ Flyknit Ultra นั้นมีลักษณะค่อนข้างอวบอ้วน โดยเฉพาะส่วนเกราะ
ป้องกันส้นเท้าแบบภายใน (Internal Heel Counter) ซึ่งดูกว้างกว่าปกติ  ขัดกับรูปทรงของ
ตัวรองเท้าที่เรียวยาว  ดูแล้วน่าจะเป็นลักษณะหุ้มส้นที่สวมใส่แล้วได้ฟีลลิ่ง กว้าง สบาย มากกว่า
ปกติอย่างแน่นอน



  หุ้มข้อแบบใหม่แบบเฉพาะตัวของ Flyknit Ultra เป็นหุ้มข้อที่ทำจากวัสดุด้ายถักฟลายนิต
ดีไซน์ให้เป็นหุ้มข้อแบบไดนามิก ฟิต คอลลาร์ (Dynamic Fit Collar) เพื่อให้หุ้มข้อ
สามารถสร้างความกระชับเป็นให้ฟีลลิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับข้อเท้าของผู้เล่น  ไม่มีช่องว่าง
เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและมีความมั่นใจมากที่สุด

  แต่หุ้มข้อที่เห็นของ Flyknit Ultra นั้นจะเป็นหุ้มข้อแบบต่ำ  ไม่เหมือนหุ้มข้อสูงแบบหุ้มข้อของ
Mercurial SuperFly V  ซึ่งหลายคนระบุว่ามีปัญหาในเรื่องของความอึดอัด  การใช้หุ้มข้อต่ำ
เช่นนี้  จะสามารถช่วยเพิ่มมิติหรือเพิ่มองศาในการเคลื่อนที่ของข้อเท้าได้อิสระมากยิ่งขึ้น  เรียกได้
ว่าเป็นหุ้มข้อที่น่าจะให้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่อยู่กึ่งกลาง ระหว่างหุ้มข้อสูงและหุ้มข้อปกตินั่นเอง 


  
  วัสดุด้านในของส่วนหน้าสัมผัสหุ้มส้น..เป็นวัสดุหน้าสัมผัสแบบหนังสังเคราะห์ผิวเรียบ  มีลักษณะฝืด
เล็กน้อย  ด้านใดบรรจุวัสดุบุนุ่มเอาไว้ปริมาณกลางๆ  ไม่หนาจนนุ่มและไม่บางจนเกินไป  แต่บรรจุ
วัสดุบุนุ่มเอาไว้ค่อนข้างทั่วถึงสม่ำเสมอ  ให้ฟีลลิ่งการสวมใส่บริเวณส้นเท้าที่ครอบคลุมการสวมใส่
ได้อย่างหลายหลากรูปแบบ  เน้นฟีลลิ่งที่สบายๆ เป็นหลัก



  แผ่นรองพื้นซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดแรงกระแทกจากพื้นสนาม ของไนกี้ Flyknit Ultra นั้นใช้วัสดุชนิด
โฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งชิ้น เหมือนกับแผ่นรองพื้นของ Mercurial Vapor XI  ลักษณะวัสดุนั้น
มีความหนาในระดับกลางๆ  และหนาเท่ากันตลอดทั้งชิ้น  ไม่ว่าจะเป็นส่วนหน้าเท้าและส้นเท้า  

  ผมได้ลองออกแรงกดเพิ่มสังเกตลักษณะการให้ตัวและความนุ่มของแผ่นรองพื้นชุดนี้  พบว่าวัสดุ
นั้นค่อนข้างที่จะนุ่มและกดลงได้ลึก  แต่จะคืนตัวกลับช้าหน่อย  ซึ่งเป็นลักษณะวัสดุที่เหมาะต่อ
การรองรับแรงกระแทกที่ดี นุ่มนวล  แต่ต้องแลกมาด้วยฟีลลิ่งระหว่างฝ่าเท้าและพื้นสนาม..ที่อาจจะ
หายไปบ้าง



  ลวดลายบนพื้นด้านบนนั้น..มีชื่อรุ่น Flyknit Ultra สกรีนเอาไว้เป็นเนื้อเดียวกับวัสดุหน้าผ้า
ซึ่งเป็นผ้าไนล่อน  การสกรีนเช่นนี้จะไม่หลุดลอกเมื่อผ่านการใช้งาน เหมือนกับลักษณะการเฟล็ก
(เช่นแผ่นรองพื้นของ Tiempo Legend VII) อย่างไรก็ตาม..วัสดุหน้าผ้าสัมผัสซึ่งเป็นผ้าไนล่อน
เช่นนี้จะไม่หนึบเหมือนเหมือนกับวัสดุหน้าผ้าแบบกำมะหยี่ของรองเท้าแบรนด์อื่นๆ  แต่ก็ถือได้ว่า
เป็นมาตรฐานทางวัสดุที่ไนกี้เลือกใช้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว



  ไฮไลท์สุดท้ายซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่รองเท้ารุ่นนี้ถูกพูดถึงไม่น้อย  ก็คือส่วนของชุดพื้นและปุ่ม  ทั้งหมด
ได้ถูกยกชุดมาจากชุดพื้นของรองเท้ารุ่น Mercurial Vapor XI และ Mercurial SuperFly V
ทั้งหมด  เริ่มจากวัสดุชนิดที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ  ออกแบบโครงสร้างช่วงกลางให้มีลักษณะเป็นสัน
มีความแข็ง  ทอดตัวยาวจากชุดพื้นส่วนหน้าต่อเนื่องไปจนถึงชุดพื้นด้านหลัง  จะสร้างแรงดีดกลับ
ในจังหวะที่ชุดพื้นโค้งงอ  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในจังหวะการสปรินซ์ออกตัวได้เป็นอย่างดี

  ลักษณะปุ่มทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  เป็นปุ่ม FG รูปทรงเชฟรอน  ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นปุ่ม
ที่สามารถยึดเกาะและจิกพื้นสนามได้เป็นอย่างดี  ในขณะที่ปีก 2 ข้างของปุ่มแต่ละปุ่ม  จะช่วยกัน
กระจายแรงในจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้ดีพอๆ กับการส่งแรงขับเคลื่อนผู้เล่นไป
ด้านหน้า  ซึ่งประสิทธิภาพดังกล่าวนั้น..ได้รับการพิสูจน์มาแล้วตลอดอายุการตลาดของซีรี่ย์
Mercurial XI นั่นเอง

  แต่ไฮไลท์ของชุดพื้นที่พูดถึงในตอนแรกของไนกี้ Flyknit Ultra ก็คือชุดพื้นเคลือบโครเมี่ยม
(Chrome) ที่เห็นเป็นเงาวาววับ ออกประกายสีโลหะๆ อาจจะมีประกายเฉดที่แตกต่างกันออกไป
ในแต่ละสีของรองเท้า  อย่างไรก็ตาม..ไนกี้ระบุเอาไว้ว่า พื้นผิวโครเมี่ยมที่ถูกเคลือบนั้น  จะลอกหลุด
ออกไปจากการใช้งานจริง




  เป็นอย่างไรก็บ้าง..สำหรับรายละเอียดเชิงลึก วัสดุ เทคโนโลยีและส่วนไฮไลท์ของ Flyknit Ultra
รองเท้ารุ่นพิเศษ Limited Edition ซึ่งมีราคาค่าตัวตามมาตรฐานเพียงแค่ 8,500 บาท เท่านั้น
ซึ่งถือเป็นรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปรุ่นพิเศษที่มีค่าตัวถูกที่สุดเลยก็ว่าได้  

  แต่ด้วยความต้องการที่มาก..และจำนวนการผลิตเพียงแค่ 1,500 คู่/สี จึงไม่แปลกเลยที่รองเท้ารุ่นนี้
เป็นที่ต้องการของแฟนๆ อย่างล้มหลาม  เพราะไนกี้เปิดขายรองเท้ารุ่นนี้ผ่านทางเว็บไซด์ nike.com
เป็นหลัก  และจำเป็นที่จะต้องเข้าไปแย่งกันเป็นเจ้าของ  ทำให้ตอนนี้  ไนกี้ Flyknit Ultra ทุกสี
ถูกวางจำหน่ายหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  สำหรับท่านใดที่อยากจะเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นพิเศษรุ่นนี้..คงต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวต่อไป
ว่าไนกี้ จะออก Flyknit Ultra คอลเลคชั่นสีใหม่เมื่อใด  เพราะหากดูจากกระแสความต้องการ
ที่มากมายขนาดนี้..เชื่อเหลือเกินว่า ไนกี้ จะต้องทะยอยปล่อยสีใหม่ๆ ของรองเท้าลูกผสมระหว่าง
Mercurial Vapor XI และ Mercurial SuperFly V ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องแน่ๆ  แต่จะ
เป็นเมื่อไหร่ และสีไหน คงต้องตามข่าวกันต่อไป...

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 09 ธันวาคม 2017 เวลา 22.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com เท่านั้น

 "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com



"Testing!" ไนกี้ Tiempo Legend VII


"Hand On!" มิซูโน่ Rebula V1 Japan



"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VII