"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom Phantom III "Cut Strike Score"

  ความเคลื่อนไหวแรกปี 2017 ของไนกี้..นั้นเริ่มต้นด้วยการเปิดตัว Hypervenom Phantom III
เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์จู่โจมพันธุ์ดุ  ที่นักฟุตบอลทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุด
รุ่นนึงในปัจจุบันเลยก็ว่าได้  ในบทความนี้ SiamBoots จะมาเปิดฝากล่อง Hand On! รองเท้ารุ่นนี้
มาแนะนำตัวให้ทุกท่านได้สัมผัสทุกซอกทุกมุมก่อนใคร  ไปดูกันว่า Hypervenom Phantom III
ที่คนทั้งโลกให้ความสนใจนั้นมีดีมากน้อยแค่ไหน และมีความเปลี่ยนแปลงใดบ้าง  ที่จะมาทำให้รองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้มีขีดความสามารถสูงขึ้นกว่าเดิม !!

  หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา  ไนกี้ได้ทำการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ถึง 2 ซีรี่ย์  นั่นคือ
Mercurial SuperFly V และ Magista Obra II  ออกมาในระยะเวลาใกล้เคียงกันในช่วงกลางปี 
แต่ในปีนี้..เริ่มต้นปี 2017 มาได้ไม่ทันไร   ก็ถึงคิวที่ไนกี้จะสั่นสะเทือนวงการฟุตบอลอีกครั้ง  ด้วยการ
เปิดตัว Hypervenom Phantom III ที่ไม่ใช่เพียงแค่การอัดเดตหน้าตาและเพิ่มตัวเลขเจเนอเรชั่น
ให้มากกว่าเดิม  แต่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งยุคของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  ที่ไนกี้มั่นใจอย่างหนักแน่นว่าจะ
เป็นปีทองของของรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้อย่างแน่นอน



  ไนกี้ได้จัดงานเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Hypervenom ในระดับโกลบอลอย่างยิ่งใหญ่อลังการ
ภายใต้สโลแกน "Cut Strike Score" ไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ประเทศเยอรมันนี  ก่อนที่
จะจัดงานต่อเนื่องมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งครั้งนี้..มีประเทศไทยเป็นแม่งานในการจัด
งานเปิดตัว  โดยมีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้แล้ว  

  แต่ครั้งนี้ SiamBoots ได้รับเกียรติจาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้สนับสนุนรองเท้า
ฟุตบอล Hypervenom Phantom III ส่งตรงมาให้เราได้สัมผัสกันแบบ Exclusive ก่อนใคร
ในประเทศไทย  เพื่อนำมาทำการรีวิวให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ร่วมสัมผัสถึงรายละเอียด เทคโนโลยี
และการพัฒนาที่เกิดขึ้น  ไปดูกันว่าอะไรคือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ Hypervenom Phantom
III
รองเท้าฟุตบอลที่ได้รับฉายาว่าเป็นอสรพิษแห่งวงการฟุตบอล !!  

  หากพร้อมกันแล้ว...ผมจะพาทุกท่านไปร่วมไปทักทายอาวุธสุดร้ายกาจรุ่นนี้ไปพร้อมๆ กันเลย



  เมื่อเปิดฝากล่อง..เราก็จะได้ทักทายกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุดประเภทจู่โจม (Attack) ของ
ไนกี้ Hypervenom Phantom III ที่มาในสีสุดเจ็บ "เขียว-ชมพู" ที่มีรหัสสีตามข้างกล่องว่า
Electric Green/Black Vert Electriqure/Noir นอนสงบนิ่งอยู่บนแผ่นกระดาษดั่งภาพ
ด้านบน



  ก่อนอื่นเลย..ผมจะขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งชื่อรองเท้ารุ่นนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน  คือถ้าเอา
ชื่อรองเท้าที่ปรากฏที่ข้างกล่อง(แท็กบอกไซส์)  ไนกี้จะระบุชื่อรุ่นว่า Hypervenom Phantom
III
ตรงๆ ง่าย ๆ

  แต่ถ้ามาดูที่ป้ายแท็กข้อมูลสินค้าแล้ว พบว่าไนกี้พิมพ์ชื่อรุ่นว่า Hypervenom Phantom III DF
ซะอย่างนั้น  ทีนี้ผมได้ลองไปเช็คกับชื่อรุ่นที่เว็บไซด์ต่างประเทศใช้  ก็ระบุตามหลังด้วยรหัส DF เช่นกัน
และปรับเอารองเท้ารุ่นท็อปปกติ แบบไม่มีหุ้มข้อ  ที่เจเนอเรชั่นที่แล้วคือ Hypervenom Phinish
ให้กลายมาเป็น Hypervenom Phantom III  

  ทีนี้..ถ้าจะในระบบการเรียกชื่อตามนี้ก็จะสรุปได้ว่า รองเท้ารุ่นโครตท็อปแบบมีหุ้มข้อ จากชื่อ
Hypervenom Phantom II จะกลายมาเป็น Hypervenom Phantom III DF รุ่นนี้  
ส่วนรองเท้ารุ่นท็อปที่ไม่มีหุ้มข้อ ราคาราวๆ 8,000 บาทนั้น จากชื่อรุ่น Hypevenom (II) Phinish
จะกลายเป็น Hypervenom Phantom III นั่นเอง 

  ดังนั้น..ต่อจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป  ผมจะขอเปลี่ยนการเรียกชื่อมาใช้ชื่อเต็มๆ ตามระบบการ
เรียกชื่อรุ่นข้างต้นว่า Hypervenom Phantom III DF นะครับ  อ่อ..แล้วก็ลืมให้สังเกต
อีกเรื่องนึง ก็คือรองเท้าคู่นี้ "Made in Bosnia" นะครับ



  หลังจากที่หยิบเอารองเท้าขึ้นมาจากกล่อง  ด้านล่างก็จะพบถุงใส่รองเท้าที่มีดีไซน์เข้าธีมและใช้สีสัน
ในทำนองเดียวกับสีหลังของตัวรองเท้า  ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  โดยถุงใส่รองเท้าแบบนี้..ไนกี้จะแถม
มาให้เฉพาะรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสขึ้นไปเท่านั้น



  สำหรับข้อมูลเรื่องน้ำหนักตัวของ ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ที่มีขนาดไซด์เป็น
9.5 US, 8.5 UK, 43 Euro และ 27.5 cm คู่นี้  เมื่อจับขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอลแล้ว
ปรากฏตัวเลขออกมาที่ 195 กรัม/ข้าง  และเมื่อลองไปดูตัวเลขน้ำหนักเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ
ที่ผมเคยรีวิวมา  เป็นดังนี้

   - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
   - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
   - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
   - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
   - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
   - ไนกี้ Magista Obra 2 205 กรัม
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
   - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

  ปรากฏว่า Hypervenom Phantom III DF มีน้ำหนักเบากว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วพอสมควรเลยทีเดียว
และยังมีน้ำหนักสูสีกับ Mercurial SuperFly V เสียด้วย  ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากการปรับเปลี่ยนวัสดุหลัก
ของตัวรองเท้า  ที่ผมจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปรับรู้ข้อมูลกันใหัส่วนถัดไป




  การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นกับไนกี้ Hypervenom Phantom III DF คือการออกแบบ
และผสมผสานเทคโนโลยีของตัวรองเท้า (อัพเปอร์) ใหม่ทั้งหมด  เริ่มจากการเปลี่ยนมาใช้วัสดุด้ายถัก
ฟลายนิต (Flyknit) อย่างเต็มรูปแบบ  ไม่ได้ใช้วัสดุหนังสังเคราะห์เป็นส่วนหน้าสัมผัสด้านนอก
เหมือนกับ Hypervenom Phantom II ที่เปิดตัวช่วงแรกๆ  ซึ่งหลายคนให้ความคิดเห็นออกมา
ว่าหน้าสัมผัสแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ  แถมยังมีผลต่อน้ำหนักตัวโดยรวม  จนเป็นสาเหตุให้ไนกี้ต้องทำ
Minor change อัพเปอร์ในช่วงกลางอายุตลาด กลับไปใช้วัสดุอัพเปอร์แบบเจเนอเรชั่นแรกดั่งที่เรารู้กัน

  โดยวัสดุด้ายถักฟลายนิตนั้น  ถือเป็นวัสดุหลักของอัพเปอร์และเป็นส่วนวัสดุชั้นกลางของตัวรองเท้า 
ได้ถูกถักทอขึ้นมาจากเส้นด้ายอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ  เพื่อให้ตัวรองเท้าไร้แนวตะเข็บที่จะมาสร้าง
ความรำคาญต่อหน้าเท้าของผู้สวมใส่  อีกทั้งยังช่วยให้รูปทรงของตัวรองเท้าสามารถลู่เรียบเข้ากับ
รูปเท้าได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วนั่นเอง



  ส่วนผิวหน้าสัมผัสด้านนอกสุดของ Hypervenom Phantom III DF ที่จะต้องสัมผัสกับผิว
ของลูกฟุตบอล  นี้ยังคงใช้วัสดุไนกี้สกิน (Nike SKIN) มาปิดทับชั้นวัสดุด้ายถักเอาไว้  โดยวัสดุ
ไนกี้สกินนั้นจะมีลักษณะชั้นผิวซึ่งถูกรีดจนมีความบางมากเป็นพิเศษ  วัสดุมีสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน
ในการสร้างแรงเสียดทานกับผิวของลูกฟุตบอลได้มากเป็นพิเศษ  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงดูด
กับผิวของลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี  และยังเป็นทำหน้าที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้น้ำผ่านเข้าไปด้านใน
ของตัวรองเท้าได้อีกด้วย



  และแน่นอนว่า..รองเท้าฟุตบอลระดับสูงสุดคู่นี้  จะมีเทคโนโลยี All Conditions Control (ACC)
เพื่อมาช่วยเติมเต็มให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถลงสนามใช้งานได้ทุกสภาวะอากาศ  ช่วยให้ผิวหน้าสัมผัส
ของตัวรองเท้ามีความหนึบ ดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีตลอดเวลา  แม้ว่าหน้าสัมผัสจะเปียกน้ำ
หรือความชื้นก็ตาม  ซึ่งประสิทธิภาพของเทคโนโลยีชิ้นนี้ได้ถูกพิสูจน์จากผู้ใช้งานมาตลอดระยะเวลา
มากกว่า 4 ปีที่ผ่านมา  คงไม่ต้องมาพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพกันให้เสียเวลาอีกแล้ว



  รายละเอียดเกี่ยวกับอัพเปอร์ของ Hypervenom Phantom III DF ข้างต้นที่ผมได้กล่าวไป
นั้นอาจจะทำให้คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านไม่ได้รู้สึกถึงความแปลกใหม่อะไรมากนัก  เนื่องจากเทคโนโลยี
และวัสดุเหล่านั้น  ได้ถูกนำมาใช้กับรองเท้าฟุตบอลของไนกี้หลายๆ รุ่นก่อนหน้านี้  ไม่ว่าจะเป็น
Mercurial SuperFly V หรือ Magista Obra II ไปทั้งหมดแล้ว 

  แต่สิ่งต่อไปนี้ที่ผมจะพาทุกท่านไปสัมผัส  ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของไนกี้ Hypervenom Phantom
III DF
รุ่นนี้โดยเฉพาะ  เป็นอีกหนึ่งการอัพเกรดที่ทีมงานนักออกแบบของไนกี้ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง 
จริงๆ แล้วมีหลายคนที่ยังคงสงสัยว่าทำไมไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ถึงต้องถูกเปิดตัว
ด้วยสีสันแปลกๆ ในลักษณะทูโทนแบบนี้ด้วยล่ะ?  คำตอบก็คือ..ไนกี้ต้องการจะเล่นสีเพื่อไฮไลท์ถึง
พื้นที่ 2 ส่วนหลัก  ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้เป็นที่จดจำถึงเทคโนโลยีการออกแบบ
ได้ง่ายนั่นเอง (คล้ายๆ กันตอนที่ Magista Obra II ถูกเปิดตัวด้วยสี Heating map นั่นแหละครับ)



  เริ่มจากพื้นที่บริเวณสันเท้าด้านในที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “Strike zone” หรือพื้นที่หลักของการ
สัมผัสของลูกฟุตบอลโดยเฉพาะ  จะเห็นได้ว่าพื้นผิวมีลักษณะนูนขึ้นมาเป็น 3 มิติอย่างชัดเจน  เรียกว่า
“Strike Pod”  แน่นอนว่าการออกแบบลักษณะนี้เพื่อต้องการเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัส และสร้างแรงเสียดทาน
ระหว่างหน้าเท้ากับผิวของลูกฟุตบอล  แต่จากข้อมูลระบุว่า..ด้านในของส่วน Strike Pod นั้นมีวัสดุ
Poron บรรจุเอาไว้ !! อ่านไม่ผิดแน่นอนครับ  นี่เป็นครั้งแรกของรองเท้าฟุตบอลที่ไนกี้เอาวัสดุ Poron อันเลื่องชื่อมาใช้กับส่วนหน้าสัมผัสแบบนี้

  โดยทีมออกแบบของไนกี้ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  วัสดุ Poron จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสัมผัส
ลูกฟุตบอลให้ดีขึ้น  โดยเฉพาะเรื่องของความนุ่มในการสัมผัสบอลที่นุ่มเท้า  แต่ยังคงไว้ซึ่งฟีลลิ่งการ
สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ ไม่รู่สึกหนาเกินไปเหมือนกับวัสดุจำพวกยาง  ทำให้หน้าสัมผัสระหว่างพื้นผิวนั้น
มีระยะเวลาในการส่งแรงเฉือนได้มากขึ้น  เป็นประโยชน์ในเรื่องการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลได้ง่าย 
และยังต้องบอกว่าโฟม Poron มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการกระจายส่งแรงที่ยอดเยี่ยม  ทำให้การ
ส่งแรงระหว่างปะทะระหว่างลูกฟุตบอลกับหน้าเท้านั้นทำได้อย่างเต็มที่  จึงไม่ต้องแปลกใจนักที่จะเห็น
ลูกฟุตบอลพุ่งออกไปจากเท้าของผู้เล่นที่ใช้งาน Hypervenom Phantom III


  อย่างไรก็ตาม..แม้ว่า Strike Pod จะมีอยู่ทั่วบริเวณหน้าผ้าของรองเท้าเต็มไปหมด  แต่เฉพาะ Strike
Pod
บริเวณสันเท้าด้านใน  ที่อยู่เหนือโลโก้ไนกี้ขึ้นมาเท่านั้น  ที่จะมี Poron บรรจุเอาไว้ด้านในจนหนา
และพองออกมาอย่างเห็นได้ชัด  แถมยังมีการลงแต่งแต้มด้วยสีธีมสเปรย์แบบเฟดเอาท์  เพื่อเสริมให้ดูมีมิติ
และแสงเงาอย่างชัดเจน  

  ในขณะที่ Strike Pod บริเวณอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวรองเท้า  นั้นมีลักษณะบางกว่า  ไม่ได้นูนเด่นขึ้นมามากนัก 
ทั้งนี้ไม่มีข้อมูลระบุว่าด้านในมีวัสดุ Poron บรรจุเอาไว้ด้วยหรือไม่  แต่ก็เป็นส่วนที่เติมเต็มให้รองเท้ารุ่นนี้
มีประสิทธิภาพในการควบคุมลูกฟุตบอลได้รอบตัว



  นอกจากนั้นยังพบว่าไนกี้เปลี่ยนแพตเทิร์นเทคโนโลยีฟลายไวร์ (Flywire) ของ Hypervenom
Phantom III DF
ด้วยการใช้ฟลายไวร์ในแนวตั้งฉากเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน (เจเนอเรชั่นที่แล้ว
จะใช้แพตเทิร์นแบบฟันปลา) สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่ฝั่งข้างเท้าด้านนอกหรือส่วนพื้นที่สีเขียว  เพราะ
สามารถเห็นแนวเส้นฟลายไวร์ที่ฝังตัวอยู่ในโครงสร้างด้ายถักได้อย่างชัดเจน  ทั้งนี้ทั้งนั้น..ฝั่งข้างเท้า
ด้านในก็มีโครงสร้างฟลายไวร์แบบเดียวกัน  เพียงแต่มองเห็นจากระยะไกลได้ยากหน่อย  เนื่องจาก
รายละเอียดของข้างเท้าด้านในที่มี Strike Pod เต็มไปหมด



  ข้อมูลและคุณสมบัติของเทคโนโลยีชิ้นนี้น่าจะเป็นที่คุ้นเคยของสาวกไนกี้กันเป็นอย่างดีแล้ว  โดย
ฟลายไวร์ (Flywire) นั้นคือวัสดุเส้นใยเหล็กกล้า  วางตัวในแนวตั้งฉากกับตัวรองเท้า..แทรกตัว
อยู่ในวัสดุด้ายถักฟลายนิต  ปลายด้านบนจะผูกเข้ากับโครงสร้างที่จะโยงไปยังแนวผูกเชือกรองเท้า 
มีหน้าที่สร้างความกระชับให้กับข้างเท้าของผู้สวมใส่  โดยอาศัยแรงดึงซึ่งส่งผ่านมาจากหูของแนว
ร้อยเชือกรองเท้านั่นเอง



  ขออนุญาตพาวกกลับขึ้นมาที่บริเวณพื้นที่หลังเท้าของ Hypervenom Phantom III DF กันอีกที 
โดยบริเวณหลังเท้าของรองเท้ารุ่นนี้ทำจากวัสดุด้ายถักเช่นกัน  ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกถักทอต่อเนื่องมาจาก
ส่วนด้านข้างตัวรองเท้าทั้งสองฝั่ง  แต่จะมีคุณสมบัติที่สามารถยืดหยุ่นและขยายออกในแนวกว้างได้ดี 
เพื่อให้ตอบรับการสวมใส่กับรูปเท้า-หลังเท้า ของผู้เล่นได้หลากหลายลักษณะ

  เส้นเชือกของ Hypervenom Phantom III DF ยังคงเป็นลักษณะเดียวกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  โดย
มีลักษณะเนื้อผ้านิ่มและแบนราบ  เป็นเชือกเส้นแบน  ไม่ฟูขึ้นมากนักและมีหน้ากว้างพอประมาณ  ตาม
มาตรฐานของเส้นเชือกที่นิยมใช้กับรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน  เพื่อลดโอกาสรบกวนการสัมผัส
ลูกฟุตบอลของหลังเท้า



  โดยเส้นเชือกจะถูกร้อยผ่านรูร้อยเชือก ซึ่งมีลักษณะเป็น “หู” ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  หูร้อยเชือก
ดังกล่าว..จะผูกไว้กับโครงสร้างฟลายไวร์ที่ข้างเท้าทั้ง 2 ด้านอีกที  ดังนั้น..นั้น  ผู้เล่นสามารถเป็นผู้กำหนด
ความกระชับด้านข้างของรองเท้าได้ด้วยตัวเอง



  นอกจากนั้น..เรายังพบว่าหุ้มข้อ หรือ Dynamic Fit Collar ของ Hypervenom Phantom III
DF
รุ่นนี้  ได้ถูกออกแบบใหม่  ให้ส่วนหุ้มส้นฝั่งข้อเท้าด้านในสูงกว่าฝั่งข้อเท้าด้านนอกประมาณครึ่งเซนฯ
เพื่อให้สามารถซัพพอร์ตกับสรีระศาสตร์ของข้อเท้าได้ดียิ่งขึ้น  เนื่องจากเวลาที่ผู้เล่นเคลื่อนที่..จะพบว่าองศา
ของข้อเท้าจะเปิดออกเล็กน้อย  ดังนั้น..หุ้มข้อที่ไนกี้ออกแบบมาใหม่นี้  จะช่วยรองรับแรงกระทำในลักษณะ
ดังกล่าวและยังช่วยจับล็อคสร้างความกระชับที่บริเวณข้อเท้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพกว่าหุ้มส้นแบบเก่า
ที่เป็นลักษณะหน้าตัดความสูงเสมอกัน

  และหากสังเกตดีๆ จะพบว่าโดยรอบของฐานหุ้มข้อจะมีลักษณะความหนามากกว่าส่วนด้านบน 
ผมจึงได้ทดลองดูว่ามีผลดีต่อการใช้งานอย่างไร  ปรากฏว่าส่วนดึงกล่าวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น  ทำให้
หุ้มข้อสามารถดึงยืดในแนวดิ่งได้มากขึ้น  หากวิเคราะห์จากสิ่งที่ผมสัมผัสได้ด้วยตัวเองแล้ว  รายละเอียด
ตรงนี้จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถสวมใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้น  และหุ้มส้นมีความหยืดหยุ่นในการใช้งาน  ช่วย
สร้างความกระชับและรองรับแรงกระทำได้ในพิสัยที่กว้างกว่ารุ่นเดิมพอสมควร



  ภาพด้านบนคือภาพแบบซูมเข้าไปให้เห็นลักษณะการถักทอของด้ายถักในส่วนที่มีความหนา  จะเห็น
ได้ชัดเจนเลยว่ารูปแบบการถักทอของส่วนนี้  ด้ายฟลายนิตมีการถักทอที่แน่นหนาและแข็งแรง  ซึ่งน่าจะ
ช่วยเพิ่มความทดทานและยืดอายุการใช้งานในส่วนนี้ได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย



  เกราะป้องกันส้นเท้าของ Hypervenom Phantom III DF คู่นี้ ยังคงใช้เกราะแบบภายใน
(Internal Heel Counter)
ซึ่งเป็นวัสดุพลาสติกที่มีความแข็งพอประมาณ  ฝังตัวเอาไว้ด้านใน
ของแนวหุ้มส้นช่วงครึ่งล่าง  ให้การปกปก้องที่ดีในระดับที่ยอมรับได้  แต่ข้อดีคือความสวยงาม  และ
มันสามารถบีบกระชับกับแนวส้นเท้าได้ดี

  เพียงแต่ส่วนหุ้มส้นด้านนอก..ไนกี้ได้ทำดีไซน์ให้มีโครงสร้างของชุดพื้นให้โอบเป็นริ้วๆ ขึ้นมาเล็กน้อย
พร้อมพิมพ์ตัวอักษรโลโก้รุ่น Hypervenom เอาไว้ให้ดูมีสไตล์และเก๋ไก๋เอาเรื่อง

  ส่วนวัสดุหุ้มส้นด้านในนั้น..จะเป็นวัสดุหน้าสัมผัสคล้ายยางผสมกับหนังสังเคราะห์  เป็นผิวด้านและมี
ความฝืดพอสมควร เพื่อให้หุ้มส้นจับกับส้นเท้าของผู้เล่นได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ไม่ลื่นไปมา โดยด้านใน
มีวัสดุบุนุ่มบุ่มเอาไว้ตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลแบบหุ้มข้อของไนกี้  ใครคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วคงไม่มี
ปัญหาในเรื่องอาการกัดส้นเท้าอย่างแน่อน



  แม้แต่แผ่นรองพื้นด้านในของ Hypervenom Phantom III DF ก็ยังถูกอัพเกรดเพิ่มเติมด้วย
สิ่งที่เรียกว่า “Nike Grip” ที่เราเห็นเป็นข้อความสกรีนเอาไว้บนพื้นส้นเท้า  แต่ก่อนอื่นเรามาว่ากันถึง
รายละเอียดเบื้องต้นกันก่อนดีกว่า  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้สามารถถอดแยกออกมาได้ตามปกติของรองเท้า
ฟุตบอลระดับนี้  ใช้วัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งชิ้น  ลักษณะเนื้อโฟมค่อนข้างหนา  แต่ไม่มีอาการเด้ง
รับแรงกระทำได้มากเหมือนกับแผ่นรองพื้นของ Tiempo Legend VI และ Magista Obra II
และไม่มีส่วนวัสดุ Poron มาช่วยในการรองรับแรงกระแทก  เรียกได้ว่าวัสดุโดยรวมของแผ่นรองพื้น
ของรองเท้ารุ่นนี้ไม่แตกต่างจากเดิมเลย





  ในขณะที่วัสดุปูผิวหน้าสัมผัสด้านบน  ยังคงเป็นวัสดุหน้าผ้าไนล่อนตามปกติ  ให้สัมผัสในภาพรวม
ที่ไม่ลื่นและไม่ฝืดจนเกินไป  แต่สิ่งที่ไนกี้ให้ชื่อเรียกว่า “Nike Grip”  คือการทำรอยบากให้เป็นร่อง
ที่บริเวณฝ่าเท้า  ตรงกับส่วนที่ไฮไลท์ด้วยเส้นสายสีดำ (จากภาพด้านบน)  เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะ
ระหว่างฝ่าเท้าของผู้เล่นและแผ่นรองพื้น ลดอาการลื่นไถลลง  ทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมั่นใจ
มากยิ่งขึ้น



  ชุดพื้นและปุ่มของ Hypervenom Phantom III DF รุ่นใหม่ล่าสุดคู่นี้  ได้ถูกออกแบบใหม่
แบบยกแผงเลยทีเดียว  โดยไนกี้นำเอาเทคโนโลยี FEA (Finite Element Analysis) ที่เป็น
เทคโนโลยีการออกแบบยุคใหม่  โดยการวิเคราะห์รูปแบบการลงน้ำหนักและการยึดเกาะในเชิง
วิทยาศาสตร์  ก่อนที่จะนำเอาข้อมูลมาออกแบบรูปแบบแนววางปุ่มใหม่ให้กับรองเท้ารุ่นนี้  พร้อมกับ
ตั้งชื่อให้เฉพาะตัวว่า "Hyper Reactive"

  โจทย์ที่ท้าทายของการออกแบบชุดพื้นและปุ่มให้กับ Hypervenom III นั้นคือรูปแบบการเคลื่อนที่
ที่รวดเร็ว  การยึดเกาะพื้นสนามที่แม่นยำ  และยังต้องมีประสิทธิภาพในการถ่ายเทน้ำหนักที่ดี  เพื่อให้
ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้ดั่งใจ  รวมถึงการวางเท้าหลักเพื่อถ่ายเทแรงยิงได้
อย่างมั่นคง  เรียกได้ว่า..ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของรองเท้ารุ่นนี้เสมือนการรวมจุดเด่นของรองเท้า
ด้านความเร็วและรองเท้าด้านคอนโทรล  เอาทั้งหมดมาจำรวมกันไว้ให้ได้อย่างลงตัว  ซึ่งถือเป็นเรื่อง
ที่ท้าทายทีมออกแบบไปอีกขั้นเลยก็ว่าได้

   ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาพื้นชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของ Hypervenom Phantom III DF
คู่นี้  พบว่า..ไนกี้เลือกใช้วัสดุประเภทพลาสติก Pebax แบบเดียวกับชุดพื้นของ Magista Obra II
แต่ออกแบบให้มีชุดพื้นที่หนากว่าเล็กน้อย  มีโครงสร้างช่วงกลางแบบสันนูนขึ้นในที่ฝั่งข้างเท้าด้านนอก
แบบเดียวกันทุกประการ  ทั้งนี้ต้องบอกว่าฐานพื้นช่วงกลางเองก็มีความกว้างมากกว่าชุดพื้นแบบเก่า
เพื่อเน้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพการลงน้ำหนักที่ทั่วถึง สมดุลและเพื่อการทรงตัวที่ดี



  สำหรับรูปแบบปุ่ม FG นั้นก็ได้ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม เริ่มจากปุ่มด้านหน้า
ที่เป็นปุ่มแบบผสมถึง 3 รูปแบบ 

  เริ่มจากปุ่มฝั่งข้างเท้าด้านใน  ซึ่งเป็นปุ่มรูปทรง 6 เหลี่ยมที่ดูแปลกตา  เพราะเป็นครั้งแรกที่ปุ่ม
รูปทรงนี้ถูกจับเอามาใช้ในรองเท้าฟุตบอล  เหตุผลที่ไนกี้เลือกใช้ปุ่ม 6 เหลี่ยมที่ฝั่งข้างเท้าด้านใน
ก็เพราะว่าปุ่มแบบนี้จะช่วยให้การลงน้ำหนัก เพื่อใช้ใช้เป็นจุดหมุนสำหรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่  
หรือการวางเท้าหลักเพื่อยิงลูกฟุตบอล  สามารถลงน้ำหนักได้ดี หนักแน่นและมั่นคง  ปุ่มแบบนี้พอที่จะ
ทำให้ผู้เล่นหมุนตัวได้บ้าง  แต่มุมปุ่มทั้ง 6 เหลี่ยม ก็จะคอยประคองให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะกับ
พื้นสนามยังทำได้ดี



  ถัดมาเป็นปุ่มช่วงกลาง  ซึ่งเป็นปุ่มทรงยาว วางตัวในแนวขวางที่บริเวณกลางฝ่าเท้าจำนวน 2 ปุ่ม
ซึ่งจะคอยทำหน้าที่เกี่ยวกับการออกตัวเคลื่อนที่ในทางตรง  รวมถึงจังหวะการเบรค  ก็สามารถทำได้
อย่างรวดเร็ว ทันท่วงนี้

  ส่วนปุ่มในแนวข้างเท้าด้านนอกนั้น ไนกี้ได้เอาปุ่มรูปทรง "เชฟรอน" มาวางตัวในองศาที่แตกต่าง
กันเล็กน้อย  ซึ่งปุ่มรูปทรงแบบนี้..จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการยึดเกาะพื้นสนาม  รวมถึงการ
สปรินซ์เคลื่อนที่ออกต้านในทางกว้าง  ปีกทั้ง 2 ฝั่งของปุ่มทรงเชฟรอน  จะช่วยให้การส่งแรงกระทำ
ไปยังพื้นสนามสามารถทำได้อย่างเต็มที่  ในขณะที่ปุ่มของปุ่ม  จะช่วยจิกเกาะพื้นสนามได้ลึกและมั่นคง
ถือเป็นรูปแบบปุ่มที่ประสบความสำเร็จมาแล้วใน Mercurial SuperFly V  ดังนั้น..จอบสับทั้งหลาย
น่าจะอุ่นใจได้ว่า Hypervenom Phantom III DF ก็จะเป็นอาวุธคู่โปรดของผู้เล่นที่เน้น
การเคลื่อนที่ได้ดีเช่นกัน



  สำหรับปุ่มหลังของ ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF นั้นจะในคอนเซ็ปแบบเดียวกับปุ่ม
ด้านหน้า  โดยใช้ปุ่ม 6 เหลี่ยม จำนวน 2 ปุ่ม  มาทำงานร่วมกับปุ่มทรงเชฟรอนอีก 2 ปุ่ม ดั่งที่เห็น
ตามภาพด้านบนเลยครับ



  หลังจากที่ได้สัมผัสไนกี้ Hypervenom Phantom III DF รองเท้าฟุตบอลระดับสูงสุด
ของตระกูลนี้กันไปแล้ว  ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่ารองเท้ารุ่นนี้มีความน่าสนใจ  แม้จะเป็นเพียง
แค่การสัมผัสและทำความรู้จักกันเฉพาะภายนอก แต่ผมกลับรู้สึกได้ว่ามันสามารถสร้างความตื่นเต้น
ให้ผมรู้สึกได้มากเป็นพิเศษอย่างบอกไม่ถูก  จนทำให้ผมอยากที่จะพาลงสนามทดสอบประสิทธิภาพ
การใช้งานในตอนนี้เลย

  ดังนั้น..บทความรีวิวทดสอบการใช้งาน ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ในสนามจริง 
พร้อมทั้งรีวิวประสิทธิภาพการใช้งาน  ข้อดีและข้อด้อยของรองเท้ารุ่นนี้  จะมาในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน 
คุณผู้อ่านท่านใดที่ต้องการข้อมูลการรีวิวในประกอบการตัดสินใจในการเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ 
อยากให้อดใจรออีกนิด...เดี๋ยวเจอกันแน่นอนครับ

  แต่หากท่านใดที่ต้องการจะลิ้มลองประสิทธิภาพการใช้งานด้วยตัวเองก่อนใครนั้น  รองเท้าฟุตบอลไนกี้ Hypervenom Phantom III DF รุ่นนี้  จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 
ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2017 เป็นต้นไป  ที่ร้าน อาริ ฟุตบอล คอนเซ็ป สโตร์ หรือถ้าจะสั่งซื้อ
สินค้าออนไลน์ ง่าย สะดวกและรวดเร็วคุณผู้อ่านสามารถเข้าไปเลือกซื้อที่เว็บไซด์ Messisport.com 
(คลิก) ซึ่งไนกี้ตั้งราคาค่าตัวเอาไว้ 10,000 บาท เท่านั้น  เตรียมตัวอัพเกรดอาวุธคู่เท้าครั้งสำคัญ
กันได้เลย !!



ติดตามข้อมูลข่าวสารทางไลน์ของไนกี้ได้ที่
  > NIKE OFFICIAL LINE ACCOUNT: https://line.me/R/ti/p/%40nikethailand

Download Sticker ไลน์ของไนกี้ได้ที่  
  > NIKE OFFICIAL LINE STICKER: only for TH mobile numbers http://line.me/R/shop/detail/7779



ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom III DF


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 30 มกราคม 2017 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com



 
 



"Testing!" อาดิดาส ACE 16.1


"Testing!" ไนกี้ Magista Obra 2



"Hand On!"อาดิดาส Gloro 16.1
"Speed of Light" - The Classic Touch