"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom Phantom II - Ousadia Alegria ซิกเนเจอร์สุดอาร์ตของ เนย์มาร์

  เมื่อไม่นานมานี้..ไนกี้ แบรนด์รองเท้าฟุตบอลระดับโลก ได้เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของรองเท้ารุ่น
Hypervenom Phantom II ในชื่อ Ousadia Alegria เป็นเวอร์ชั่นซิกเนเจอร์ของพรีเซนเตอร์
ตัวหลักอย่าง "เนย์มาร์"  วันนี้..SiamBoots จะนำรองเท้ารุ่นดังกล่าวมาเปิดฝากล่องแนะนำให้ทุกท่าน
ได้ยลโฉมกันทุกรายละเอียด



  รองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom II Ousadia Alegria ของเนย์มาร์ จูเนียร์ พรีเซนเตอร์เบอร์หนึ่ง
ของรองเท้าฟุตบอลตระกูลอสรพิษจากไนกี้  เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ผสานทั้งจิตวิญญาณและเต็มเปี่ยมไปด้วย
เอกลักษณ์ที่สำคัญบนร่างกาย โดยเฉพาะรอยสักที่น่องของดาวยิงรายนี้  โดยชื่อรองเท้าฟุตบอลรุ่น “อูซาเดีย
 อัลเลเกรีย” มาจากภาษาโปรตุกีสที่แปลว่า “กล้าหาญ” และ “สนุกสนาน” ซึ่งทั้ง 2 คำ ล้วนสะท้อนถึงสไตล์
การเล่นและบุคลิกส่วนตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของเนย์มาร์ 



  การออกแบบลวดลายบนตัวรองเท้านั้นได้พลังความคิดสร้างสรรค์มาจาก บรูโน่ กาเน่โร่ มอสซิเอโร่
นักออกแบบและศิลปินชาวบราซิลเลียนที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “บรูโน่บิ๊ก” โดยที่ภาพของบรูโน่บิ๊กจะ
ปรากฏอยู่บนตัวรองเท้าทั้ง 2 ข้าง ที่ซึ่งมีลวดลายที่แตกต่างกันในแต่ละข้าง ซึ่งภาพหนึ่ง คือภาพ “รูป
นิ้วมือกุมหัวใจ”
 และอีกภาพหนึ่งคือ “ภาพมือกำหมัด” 



  ในบทความนี้ SiamBoots จะนำรองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Hypervenom Phantom II "Ousadia
Alegria"
มารีวิวแบบ "Hand On!" เปิดฝากล่องพร้อมแนะนำรายละเอียดต่างๆ ของตัวรองเท้ารุ่นนี้ให้
คุณผู้อ่านทุกท่านได้ยลโฉมแบบละเอียดยิบ  โดยรองเท้าคู่นี้ผมได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการมาจาก
บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย



  อย่างไรก็ตาม..หากใครที่ได้ติดตามการโปรโมทตอนช่วงแรกๆ หรือได้ชมคลิปวีดีโอจากเปิดตัว  จะได้เห็น
ว่า บรูโน่บิ๊ก ทำการพ่นสีลงบนกล่องรองเท้าสีขาว ด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่กล่องเดียว  เพียงแต่
กล่องรองเท้าลวดลายสุดพิเศษแบบนั้น  ไนกี้ทำออกมาจำหน่ายเพียงแค่ 1,000 คู่แรก ทั่วโลก เท่านั้น  และ
1 ในนั้น ก็อยู่กับ เนย์มาร์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  แต่สำหรับเวอร์ชั่นวางจำหน่ายตามปกติทั่วไป (ไม่เป็น Limited Edition) ตัวรองเท้าจะถูกบรรจุใส่มาใน
กล่องรองเท้าสีส้มตามปกติของไนกี้  ดั่งเช่นคู่ที่ผมได้รับการเพื่อทำการรีวิวในครั้งนี้ โดยไนกี้ได้ระบุรหัส
เรียกรุ่นอย่างเป็นทางการบริเวณข้างกล่องเอาไว้ว่า Hypervenom Phantom II NJR



  ภายในกล่องประกอบไปด้วยตัวรองเท้ารุ่น Hypervenom Phantom II "Ousadia Alegria"
พร้อมกับของแถมเป็นถุงเป้สะพายสำหรับใส่รองเท้า  ดีไซน์ตามธีมของรองเท้าเวอร์ชั่นนี้  โดยมีสีพื้นเป็น
สีดำ  ตกแต่งด้วยลวดลายกราฟฟิกตามคอนเซ็ปของตัวรองเท้าด้วยสีเทา  พร้อมกับประทับตราไนกี้สีแดง
เอาไว้ตรงกลาง  ภายในถุงรองเท้ามีช่องซิปขนาดเล็กเอาไว้ใส่ของเล็กๆ น้อยๆ ตามปกติของถุงใส่รองเท้า
ที่ไนกี้แถมมาให้กับรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส แบบที่หลายๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกันดี



  มององค์ประกอบภายนอกของรองเท้ารุ่นนี้  คงจะมีเพียงแค่ลวดลายบนตัวรองเท้าเท่านั้นที่แตกต่างจาก
รองเท้า Hypervenom Phantom II คอลเลคชั่นอื่น  รายละเอียดอื่นๆ ทั้งหมดนั้นไม่มีความแตกต่าง
อะไรเป็นพิเศษ  โดยรองเท้ารุ่นนี้ มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 215 กรัม/ข้าง (ไซด์ 9.5 US, 8.5 UK, 43 Fr และ
27.5 cm)  ทีนี้เราไปดูรายละเอียดเชิงลึก อ็อฟชั่น และเทคโนโลยีในจุดต่างๆ กันดีกว่า



  สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงก็คือ..ลวดลายบนตัวรองเท้าที่เห็นเป็นสีพื้น "ขาว-ดำ" ของรองเท้าคอลเลคชั่นนี้นั้น
จะมีลวดลายไม่เหมือนกัน  สามารถพิสูจน์ได้จากภาพด้านบน  ดูแล้วสร้างความแปลกตาไม่น้อย  เหมาะ
สำหรับผู้ที่มีอารมณ์ศิลปินในตัวเป็นอย่างยิ่ง



  แต่ในเรื่องรายละเอียดเชิงเทคนิคนั้น  รองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom II "Ousadia
Alegria"
ซึ่งเป็นรุ่นโครตท็อปของตระกูลนี้  ใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ (Synthetic Leather) มาทำ
เป็นวัสดุชั้นในของตัวรองเท้า  ก่อนที่ผิวหน้าบนหน้าสัมผัสนั้นจะใช้วัสดุไนกี้สกิน (Nik SKIN) มาทำ
เป็นวัสดุหน้าสัมผัสอีกหนึ่งชั้น  เพื่อให้ผิวหน้าสัมผัสมีแรงเสียดทานในการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอลได้ดี

  นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยี All Conditions Control หรือ ACC ซึ่งเป็นการเคลือบตัวรองเท้าด้วย
สารชนิดพิเศษ  จะเห็นผลเมื่อหน้าสัมผัสของตัวรองเท้าเปียกน้ำ  ไม่ว่าจะเป็นความชื้นจากพื้นสนาม หรือ
เมื่อต้องลงเล่นท่ามกลางเม็ดฝน  สารดังกล่าวจะทำให้หน้าสัมผัสของตัวรองเท้ายังคงดึงดูดและควบคุม
ลูกฟุตบอลได้ดีไม่ต่างกับตอนสภาวะแห้งสนิทเลย  เจ้าเทคโนโลยี ACC นี้มีให้เฉพาะรองเท้าระดับท็อป
คลาสเท่านั้น  และถือเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพมาหลายปีแล้ว



  ในเจเนอเรชั่น Hypervenom II นี้ ไนกี้ได้นำเสนอเทคนิคการออกแบบลักษณะหน้าสัมผัส "รอยบาก"
ซึ่งเป็นเทคนิคการออกแบบให้อัพเปอร์ของตัวรองเท้ามีพื้นผิวการสัมผัสควบคุมลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี
และยังสามารถออกแบบให้ตัวรองเท้ามีความเรียบและบางได้มากขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ซึ่งออกแบบให้
พื้นผิวสัมผัสมีลักษณะนูนสูง-ต่ำ แบบ 3 มิติ มากกว่า  ดังนั้นในเจเนอเรชั่นที่สองของรองเท้าสายจู่โจ่มนี้
จะให้ฟีลลิ่งการสัมผัสที่บางติดเท้าเป็นธรรมชาติมากกว่า  ไนกี้จึงใช้สโลแกน "Deceptive by Nature"
นั่นเอง
  
  นอกจากนั้น..ไนกี้ยังได้เผยข้อมูลมาเสริมด้วยว่า  รอยบากที่เขาได้ออกแบบมานั้น  ยังได้คำนึงถึงหลัก
สรีระศาสตร์ตามการเคลื่อนไหวของรูปเท้า  เพื่อผู้เล่นต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  ส่งผลให้ตัวรองเท้าซึ่ง
มีรอยบาก  สามารถส่งแรงกดและสร้างความกระชับไปยังจุดที่ต้องการบนเท้าของผู้เล่นได้ดีขึ้นอีกด้วย



  เทคโนโลยีฟลายไวร์ (FlyWire) ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยเหล็กกล้า  ฝังตัวอยู่บริเวณด้านข้าง
ของตัวรองเท้าทั้งสองฝั่งตามแนวแบบฟันปลา  ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตัวรองเท้าสามารถโอบกระชับเข้ากัน
ข้างเท้าของผู้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตามแรงดึงของแนวร้อยเชือก  พอนำมาใช้กับเจ้า Hypervenom
Phantom II "Ousadia Alegria"
คู่นี้  ปรากฏว่าโดยลวดลายของตัวรองเท้ากลบซะจนแทบจะ
มองไม่เห็นเลย  แตกต่างจากรองเท้าสีล้วนแบบปกติที่เห็นแนวเส้นฟลายไวร์ได้อย่างชัดเจน



  การออกแบบพื้นที่หลังเท้าของ ไนกี้ Hypervenom Phantom II "Ousadia Alegria" นั้น
ถูกออกแบบให้แนวเชือกรองเท้าเอียงออกไปทางด้านนอก  เพื่อเปิดพื้นที่สัมผัสบอลฝั่งข้างเท้าด้านในและ
บริเวณแนวสันเท้าให้มากขึ้น

  เชือกรองเท้าที่ติดตัวมานั้นเป็นเชือกรองเท้าเส้นสีดำทั้งเส้น  ลักษณะของเส้นเชือกเป็นเชือกเส้นแบน
เนื้อผ้าของเส้นเชือกมีความนิ่มปานกลาง  ที่บริเวณปลายของเส้นเชือกจะมีสกีนข้อความสโลแกนของ
รองเท้าเวอร์ชั่นนี้เอาไว้  โดยเชือกรองเท้าที่มากับรองเท้าข้างซ้ายจะพิมพ์คำว่า Ousadia  ส่วนเชือก
รองเท้าที่มากับรองเท้าข้างขวาจะพิมพ์คำว่า Alegria ตามโลโก้ซึ่งอยู่ที่แผ่นรองพื้นของรองเท้าแต่ละข้าง

  ส่วนลิ้นของรองเท้ารุ่นนี้นั้นเป็นวัสดุด้ายถักฟลายนิต ซึ่งเป็นส่วนที่ถักทอต่อเนื่องขึ้นไปถึงส่วนที่เรียกว่า
หุ้มข้อ  ที่ผมจะกล่าวถึงในส่วนถัดไป



  เมื่อมองถัดเข้าไปที่ช่วงส้นเท้าของฝั่งข้างเท้าด้านใน  จะเห็นคำว่า "Neymar" เขียนเอาไว้แบบอาร์ตๆ
ซึ่งเป็นโลโก้ประจำตัวของเนย์มาร์ที่ไนกี้นำเอามาใช้ประทับไว้บนสินค้าซิกเนเจอร์ของดาวยิงทีมชาติบราซิล
นั่นเอง  



  จุดขายสำคัญของรองเท้าระดับโครตท็อปรุ่นนี้  คือสิ่งที่ไนกี้เรียกว่าเทคโนโลยี ฟลายนิต ไดนามิก
ฟิตคอลลาร์ (Flyknit dynamic Fit collar)
หรือที่หลายคนเรียกว่า "หุ้มข้อ" ด้วยการนำวัสดุ
ด้ายถักมาถักทอขึ้นรูปเป็นหุ้มข้อมีความสูงเหนือตาตุ่ม  ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างความกระชับบริเวณ
ข้อเท้า  สร้างฟีลลิ่งเสมือนว่าตัวรองเท้าถูกควบรวมเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับข้อเท้าของผู้เล่น  


  ตามข้อมูลจากไนกี้ได้บอกไว้ว่า หุ้มข้อจะช่วยล็อคดาวน์กับข้อเท้าของผู้เล่น  ทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่
ได้รวดเร็วขึ้นกว่ารองเท้าที่เป็นข้อต่ำ  ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการหมุนตัว หรือการสปรินซ์ออกตัวเคลื่อนที่  ทั้งนี้
ยังเชื่อว่าความกระชับบริเวณข้อเท้าที่เกิดขึ้น  จะให้ผลดีในเชิงรับด้วย ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากแรงปะทะ
ให้กับผู้เล่นได้ไม่มากก็น้อย

  เมื่อสำรวจลงไปที่บริเวณหน้าสัมผัสข้องหุ้มส้นด้านใน  พบว่าไนกี้ Hypervenom Phantom II
"Ousadia Alegria"
ใช้วัสดุหนังสังเคราะห์คล้ายผิวยาง  มาบุเอาไว้เป็นวัสดุด้านในหุ้มส้นส่วนที่จะ
ต้องสัมผัสกับส้นเท้าของเรา  ผิวสัมผัสโดยรวมเป็นแบบผิวเรียบ  แต่มีความฝืดพอประมาณ  และยังพบว่า
ด้านในมีวัสดุบุนุ่มบุเอาไว้พอสมควร  เพื่อลดอาการกัดส้นเท้าและสร้างความกระชับเข้ารูปได้ดี





  แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้ (แต่ตอนใส่กลับเข้าไปจะจัดรูปลำบากหน่อย)
โดยแผ่นรองพื้นชุดพื้นทำจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งแผ่น  มีความหนาพอประมาณตามปกติทั่วไป  เพราะ
ทีมออกแบบของไนกี้นั้นต้องการเน้นฟีลลิ่งให้ฝ่าเท้าใกล้กับพื้นสนามมากที่สุด  เพื่อให้การเคลื่อนที่ทำได้
อย่างรวดเร็วแต่วิสัยที่รองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจมควรจะเป็น

  สำหรับแผ่นรองพื้นของ Hypervenom Phantom II "Ousadia Alegria" คู่นี้  จะมีโลโก้เฉพาะ
คือภาพ “รูปนิ้วมือกุมหัวใจ” และ “ภาพมือกำหมัด” สกรีนเอาไว้คนละข้าง  โดยพื้นผิวหน้าสัมผัสของ
แผ่นรองพื้นนั้นจะเป็นหน้าผ้าไนล่อนเรียบๆ ผิวสัมผัสมีความลื่นพอประมาณ



  มาปิดท้ายกันที่รายละเอียดชุดพื้นช่วงล่างแบบ FG ของไนกี้ Hypervenom Phantom II
"Ousadia Alegria"
กันบ้าง  จะเห็นได้ว่าชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้จะไม่มีลวดลายพิมพ์กราฟฟิก
แบบที่เราเห็นได้จากรองเท้าสีปกติในหลายๆ คอลเลคชั่น  ซึ่งมีฟีดแบคด้านลบกลับมาพอสมควรว่า
ลวดลายมันหลุดลอกออกไปทำให้ความสวยงามลดลง  ดังนั้น..สำหรับรองเท้าเวอร์ชั่นนี้  ผู้ใช้จะไม่ต้อง
มากังวลถึงปัญหาดังกล่าวเลย

  สำหรับชุดพื้นนั้นทำจากวัสดุพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูปทั้งชิ้น  จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบโครงสร้างของ
ชุดพื้นให้รองรับการสรีระศาสตร์ของการเคลื่อนไหว  โดยเฉพาะโครงสร้างช่วงกลางที่มีลักษณะแบบ
ตัว X
ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างประสานระหว่างชุดพื้นด้านหน้าและชุดพื้นด้านหลัง  ฐานของชุดพื้น
ช่วงกลางมีความกว้าง  เพื่อให้ลงน้ำหนักได้อย่างมั่นคง  มีลักษณะเส้นสายโครงสร้างเป็นสันนูนขึ้นมา
มีความแข็ง  ออกแบบเพื่อทำให้ชุดพื้นเกิดแรงดีดกลับเมื่อเกิดการโค้งงอ  ช่วยส่งแรงดีด ถีบให้ผู้เล่น
สามารถสปรินซ์เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว



  ยังรวมถึงชุดพื้นช่วงหน้าที่ออกแบบให้มีการแยกส่วนที่รองรับนิ้วโป้งออกจากนิ้วอื่นๆ  เนื่องจากในจังหวะ
การเคลื่อนที่หรือการเปลี่ยนทิศทางส่วนใหญ่นั้น ผู้เล่นจะเน้นการลงน้ำหนักด้วยนิ้วโป้ง  เมื่อทำการแยกส่วน
ชุดพื้นให้ชัดเจน  จะช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถลงน้ำหนักที่นิ้วโป้งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้มากขึ้น

  ส่วนการออกแบบปุ่มรองเท้าแบบ FG ในส่วนหน้านั้น  จะเน้นการใช้ปุ่มกลมตามแนวขอบ  เพื่อให้มีความ
ยืดหยุ่นในการเปลี่ยนทิศทาง  ส่วนการสปรินซ์ออกตัวหรือการยึดเกาะด้วยความเร็วสูงนั้นจะเรียกใช้งาน
ได้จากปุ่มใบมีดขนาดเล็กที่บริเวณหัวรองเท้า และตรงกลางฝ่าเท้า

  
  ปุ่มรองเท้าด้านหลังเป็นปุ่มกลมเหมือนกันทั้งทั้งสี่ปุ่ม  มีจุดเด่นตรงที่ผู้เล่นสามารถลงน้ำหนักที่ส้นเท้า
พร้อมทั้งหมุนตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทางได้อย่างอิสระ  ขนาดพื้นที่หน้าตัดของปุ่มไม่ได้ใหญ่โตไปกว่าปุ่มหน้า
สักเท่าไหร่นัก  แต่ได้ฐานปุ่มขนาดใหญ่ซึ่งเป็นชิ้นเดียวกันกับชุดพื้น  จึงมั่นใจได้ถึงความแข็งแรงทนทาน
ในจังหวะที่ผู้เล่น ต้องลงน้ำหนักตัวที่บริเวณส้นเท้า



  ทั้งหมดนี้คือ ไนกี้ Hypervenom Phantom II "Ousadia Alegria" รองเท้าฟุตบอลเวอร์ชั่น
ซิกเนเจอร์ของดาวยิงตัวเก่ง "เนย์มาร์" ที่ถูกออกแบบมาได้อย่างมีความเป็นเอกลักษณ์และมีเรื่องราวให้
พูดถึงพอสมควร

  อย่างไรก็ตาม..รีวิวทดสอบการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้นั้น ผมขออนุญาตไม่ทำเพิ่มเติม  เนื่องจากเคย
รีวิวทดสอบสีเปิดตัวของ Hypervenom Phantom II ไปแล้ว  ซึ่งรองเท้าทั้งสองรุ่นไม่ได้มีความ
แตกต่างในเรื่องของเทคโนโลยี หรืออ็อฟชั่นอะไร  ดังนั้นถ้าคุณผู้อ่านท่านใดต้องการที่จะอ่านรีวิวทดสอบ
การใช้งานรองเท้ารุ่นนี้  ผมขอฝากลิงค์ไปที่บทความอันเก่านะครับ (คลิกที่นี่)



  สำหรับรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Hypervenom Phantom II "Ousadia Alegria" รุ่นนี้  ตอนนี้
มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านอาริฟุตบอลคอนเซ็ปต์สโตร์ ในราคา 11,500 บาท


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 18 เมษายน 2016 เวลา 18.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"



ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้า Hypervenom Phantom II "Ousadia Alegria"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 



รองเท้าวิ่ง อาดิดาส PureBOOST ZG


ถุงเท้ากันลื่น Iwin Sport


เสื้อทีม "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี
ฤดูกาล 2016/17