"Hand On!" ไนกี้ Magista Obra - The Radiant Reveal Pack

  แม้ว่าไนกี้จะเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Magista เจเนอเรชั่นแรกมาเกือบ 2 ปีแล้ว  แต่รองเท้าฟุตบอล
สายพันธุ์คอนโทรลซีรี่ย์นี้ก็ยังคงได้รับความนิยมไม่แพ้รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์อื่นๆ เลยทีเดียว  ล่าสุด
ไนกี้ได้อัพเดตคอลเลคชั่นสีใหม่ประจำซัมเมอร์  ในชื่อ The Radiant Reveal Pack ออกสู่ตลาด 
โดยมีรุ่น Magista Obra รองเท้าระดับโครตท็อปที่ดูแล้วจะเด่นกว่ารุ่นอื่นในซีรี่ย์  ด้วยดีไซน์การเล่น
เฉดสีแบบ 4 โทน  วันนี้ SiamBoots จะมารีวิวแนะนำรองเท้ารุ่นนี้ให้ได้รู้จักกัน



  รองเท้าฟุตบอลรุ่น Magista Obra ถือเป็นก้าวสำคัญของไนกี้ที่เขย่าวงการรองเท้าฟุตบอลตั้งแต่
ที่เปิดตัวรองเท้าสายพันธุ์คอนโทรลด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีวัสดุด้ายถักและเทคโนโลยีหุ้มข้อเป็น
ครั้งแรก  ตลอดระยะเวลาที่รองเท้าซีรี่ย์นี้ทำตลาดมานั้น  ไนกี้ได้ออกคอลเลคชั่นและดีไซน์สีสันต์
ให้กับรองเท้าซีรี่ย์นี้มาอย่างมากมาย  และล่าสุด..กับคอลเลคชั่นรับฤดูร้อนที่มีชื่อว่า The Radiant
Reveal Pack ที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นานนี้  ก็ยิ่งทำให้ Magista Obra กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง



  ในบทความนี้ผมจะนำ Magista Obra สีใหม่ล่าสุด The Radiant Reveal Pack มารีวิวแบบ
เปิดฝากล่อง “Hand On!” ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ร่วมสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด  เพื่อที่จะนำเสนอเทค-
โนโลยี รายละเอียดจุดต่างๆ และอ็อฟชั่นที่ไนกี้บรรจุมาในรองเท้ารุ่นนี้  เป็นข้อมูลเชิงลึกให้คุณผู้อ่าน
ทุกท่านที่ยังไม่รู้จักเจ้า Magista Obra มากนัก  ได้ทำความรู้จักกันให้ละเอียดไปเลย  งานนี้ถือ
เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมได้รีวิวรองเท้ารุ่นนี้อย่างเต็มที่  ขอเกริ่นกันล่วงหน้าก่อนเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้แม้จะ
มีอายุการตลาดมานาน  แต่อยากจะบอกว่ารายละเอียดของตัวรองเท้านั้นมีความน่าสนใจมากที่สุด
รุ่นนึงเท่าที่ผมเคยสัมผัสมาเลยก็ว่าได้  เราไปทำความรู้จักกับต้นตำรับของเทคโนโลยี “ด้ายถัก” และ
“หุ้มข้อ” ไปพร้อมๆ กันได้เลย

  ไนกี้ Magista Obra ถูกบรรจุดมาในกล่องรองเท้าฟุตบอลสีส้มของไนกี้ตามปกติเหมือนกับ
รองเท้ารุ่น/ซีรี่ย์อื่นๆ  เพื่อเปิดฝากล่องขึ้น..เราจะได้พบหน้ากับรองเท้าฟุตบอลสีสันต์สดใสที่มีเฉด
การไล่สีแบบ 4 โทน สุดแปลกตา  กับเจ้า Magista Obra - The Radiant Reveal Pack 
ด้านในตัวรองเท้ามีดันทรงใส่มาให้อย่างเป็นรูปเป็นร่าง  ทั้งบริเวณหุ้มข้อและตัวรองเท้าด้านใน



  ลองสำรวจรายละเอียดต่างๆ ที่พบเห็นได้เบื้องต้น  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้/สีนี้ ผลิตจากประเทศ
เวียดนาม (Made in Vietnam) 
ไม่เหมือนกับบางสีที่ประทับตรา Made in Bosnia  ด้านล่าง
มีถุงเป้สะพายสำหรับใส่รองเท้าแถมมาให้ตามมาตรฐานของไนกี้  โดยถุงเป้สะพายที่ให้มากับ
Magista Obra จะเป็นสีดำ มีโลโก้ไนกี้สีขาว ดีไซน์แบบเรียบๆ ตรงกันข้ามกับตัวรองเท้าพอสมควร

  จากนั้นจับเอา Magista Obra (ไซด์ 9.5 US, 8.5 UK, 43 Fr และ 27.5 cm) ขึ้นเครื่อง
ชั่งน้ำหนัก  ปรากฏน้ำหนักตัวรองเท้าอยู่ที่ 208 กรัม/ข้าง  ถือเป็นตัวเลขน้ำหนักที่เบามาก  เมื่อเปรียบ
เทียบกับรองเท้าฟุตบอลสายคอนโทรล  เนื่องจากรองเท้ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความคล่องตัว
และการเคลื่อนที่มากพอสมควร  ตามจุดขายที่บอกว่า Magista Obra เกิดมาเพื่อเป็นรองเท้าของ
กองกลางตัวสร้างสรรค์เกม  ที่พร้อมจะเคลื่อนที่ไปรอบสนามเพื่อมีส่วนร่วมและคอนโทรลทุกสภานะการณ์
ได้ดั่งใจ

   หากมองเปรียบเทียบน้ำหนักตัวกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ผมเคยรีวิวมาก่อน  จะเป็นดังนี้...

   - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
   - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
   - ไนกี้ Mercurial Vapor V 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
   - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

  ไม่น่าเชื่อว่า Magista Obra กลายเป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบากว่า อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์
ซึ่งดูมีความเป็นรองเท้าประเภทสปีด เสียอีก  ทั้งนี้ยังรวมถึงรองเท้าประเภทคอนโทรลแบรนด์คู่แข่งโดยตรง
อย่าง อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์  ลองดูตัวเลขแล้วจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน



  ที่ผมได้เกริ่นไปว่า Magista Obra มีความโดดเด่นกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ในตระกูลเดียวกันของ
คอลเลคชั่นนี้  ก็เพราะว่ารองเท้าระดับโครตท็อปรุ่นนี้เป็นรองเท้ารุ่นเดียวที่ถูกออกแบบให้มีการเล่น
เฉดสีแบบ 4 โทน  ซึ่งทำออกมาได้แปลกใหม่และแปลกตาเป็นอย่างมาก  นั่นก็คือสีหลักของตัวรองเท้า
ครึ่งบนเป็นสีดำ  แต่ครึ่งล่างของตัวรองเท้ามาจนถึงชุดพื้นรองเท้าและปุ่มจะมีแถบสีขาวคาดกลาง 
อารมณ์เหมือนมีใครเอาสีสเปรย์มาพ่นเล่นอะไรอย่างนั้นเลย  ถือเป็นการเล่นเฉดสีแบบูโทน 1 คู่
ที่แปลกตาพอสมควร

  ในขณะที่คู่สีแบบทูโทนอีกหนึ่งคู่  ก็คือการเล่นแถบสีของตัวรองเท้าเพื่อไฮไลท์ส่วนที่เป็นพื้นผิว 3 มิติ
สำหรับการคอนโทรลบอล  จะเห็นได้ว่าฝั่งข้างเท้าด้านนอกนั้นจะเป็นแถบสีชมพูหวานๆ  ในขณะที่ฝั่ง
ข้างเท้าด้านในจะไฮไลท์ด้วยสีเขียวที่ดูสดใสและโดดเด่น  เมื่อรวมกันทั้งหมดจึงทำให้รองเท้าคู่นี้มีการ
เล่นดีไซน์เฉดสีแบบ 4 โทนนั่นเอง

  ทั้งนี้แอบมีข้อสังเกตนิดนึงเกี่ยวกับสีของชุดพื้นรองเท้า เพราะหากใครได้คลิกเข้าไปดูรองเท้า Magista
Obra
สีนี้ตามเว็บไซด์ตัวแทนจำหน่ายชื่อดังของต่างประเทศจะเห็นว่าตัวรองเท้าครึ่งล่าง ไปจนถึงชุดพื้น
และปุ่มทั้งหมดนั้นจะเป็นสีขาวไปเลย  ในขณะที่เวอร์ชั่นจำหน่ายจริงทั่วโลกกลับทำชุดพื้นออกมาเป็นสีดำ 
ส่วนตัวผมแล้วแอบเสียดายเล็กน้อย..เพราะเมื่อลองเปรียบเทียบกันแล้ว  ผมคิดว่าแบบชุดพื้นสีขาวทำให้
รองเท้ารุ่นนี้ดูสวยกว่านะ


  พักเรื่องหน้าตาและดีไซน์ของตัวรองเท้าเอาไว้เพียงเท่านี้  ขอเปลี่ยนมาเข้าสู่โหมดการแนะนำเกี่ยวกับ
เทคโนโลยีบนตัวรองเท้ากันบ้าง  โดยไนกี้ Magista Obra คือต้นตำรับของรองเท้าฟุตบอลที่ใช้วัสดุ
ด้ายถัก (Flyknit)
มาถักทอเป็นตัวรองเท้าขึ้นมา  แล้วผลิตออกมาจำหน่ายในรูปแบบ Mass Product
ไม่ได้เป็นเพียงรองเท้าลองเชิงตลาดอีกต่อไป

  การนำวัสดุด้ายถักมาผลิตเป็นรองเท้าฟุตบอลในครั้งนี้  ทางทีมพัฒนาของไนกี้ได้ให้ข้อมูลว่าวัสดุด้ายถัก
ที่นำมาทำ Magista Obra นั้นทำออกมาจากด้ายเพียงเส้นเดียว  ทำให้บนตัวรองเท้านั้นไร้แนวเย็บ  ให้
การสวมใส่ที่สบายไร้การระคายเคือง  รวมถึงความกระชับที่สมบูรณ์แบบอันเนื่องมาจากตัวรองเท้าที่สามารถ
ปรับเข้ารูปกับเท้าของผู้เล่นได้อย่างเต็มที่  ไม่เกิดช่องว่างระหว่างแนวด้ายเย็บแต่ละแนว

  ในขณะที่วัสดุด้ายถักนั้นมีความบางและนุ่มอยู่ในวัสดุเดียวกัน  ส่งผลให้ผู้เล่นจะได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ที่บางติดเท้าเป็นธรรมชาติ  และไม่รู้สึกแข็งกระด้างเมื่อเปรียบเทียบกับรองเท้าหนังสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ
ซึ่งถือเป็นฟีลลิ่งสำคัญที่นักเตะประเภทคอนโทรลหลายคนชื่นชอบ



  นอกเหนือจากวัสดุชั้นล่างซึ่งส่งผลต่อฟีลลิ่งกับเท้าของผู้เล่นโดยตรงแล้ว  วัสดุชั้นบนของตัวรองเท้าที่จะ
ต้องสัมผัสกับลูกฟุตบอลนั้น  ยังได้ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพการควบคุมที่ยอดเยี่ยม  ด้วยการนำวัสดุ
ที่เรียกว่าไนกี้สกิน (Nike SKIN) ที่มีความหนาเพียง 1 มิลลิเมตร  มาทำเป็นวัสดุผิวหน้าสัมผัส
ของตัวรองเท้า  ซึ่งวัสดุชนิดนี้จะช่วยทำให้ผิวสัมผัสของตัวรองเท้าสามารถดึงดูดควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีขึ้น  
มีน้ำหนักเบาเนื่องจากเป็นวัสดุที่มีความบาง ไม่ทำให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของวัสดุชั้นในเปลี่ยนไปมากนัก  
และเป็นวัสดุที่ป้องกันการผ่านของน้ำเข้าไปยังส่วนที่เป็นวัสดุชั้นในอีกด้วย



  แต่ถ้าจะให้เป็นตัวโครตท็อปของรองเท้าประเภทคอนโทรลแล้วล่ะก็  แค่ลำพังเรื่องของวัสดุเพียงอย่างเดียว
นั้นคงจะน้อยไปสำหรับ Magista Obra  ดังนั้น..ไนกี้ยังได้ออกแบบให้พื้นผิวหน้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้
มีลักษณะเป็นพื้นผิวแบบ 3 มิติ ที่มีความลึกนูน-ต่ำแตกต่างกันอย่างชัดเจน  เพื่อให้ตัวรองเท้ามีพื้นผิวสัมผัส
กับลูกฟุตบอล ช่วยสร้างแรงเสียดทานได้มากยิ่งขึ้น  ทำให้การควบคุมลูกฟุตบอลนั้นทำได้อย่างมีประสิทธิ-
ภาพ

  โดยพื้นผิวสัมผัสแบบ 3 มิติดังกล่าว  ได้ถูกออกแบบผ่านรูปทรงเลขาคณิตหกเหลี่ยมทั่วไปหมดบนตัว
รองเท้า ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าเท้า หัวรองเท้า ข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอก  ผู้เล่นจึงสามารถใช้
ทุกบริเวณของตัวรองเท้าสัมผัสและควบคุมบอลได้ทั้งหมด  ด้วยลักษณะหน้าตาที่คล้ายกับในแมงมุม
จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมไนกี้จึงเอาแมงมุม มาใช้เป็นมัสคอตเพื่อโปรโมท Magista Obra




  นอกจากนั้นบนตัวรองเท้าของ ไนกี้ Magista Obra คู่นี้  ยังมีเทคโนโลยี All Conditions Control
หรือ ACC
ที่ ณ ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้จริงเช่นนี้  โดย
เทคโนโลยีชิ้นนี้คือการนำสารพิเศษบางอย่างที่ไนกี้คิดค้นขึ้นมา  เอามาเคลือบผิวบนตัวรองเท้า  จะแสดงผล
เมื่อตัวรองเท้าเปียกน้ำ ไม่ว่าจะจากความชื้นของสนามหรือฝนตก  เจ้า ACC จะช่วยทำให้ผิวหน้าสัมผัส
ของตัวรองเท้า  ยังคงมีประสิทธิภาพในการสัมผัสควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีเช่นเดียวกับในสภาวะแห้ง  ถือเป็น
เทคโนโลยีระดับสูงที่ยังคงสงวนสิทธิ์เฉพาะรองเท้าระดับท็อปคลาสขึ้นมาเท่านั้น



  ในเรื่องวัสดุโครงสร้างของตัวรองเท้า  ยังพบว่าไนกี้ได้เสริมสิ่งที่เรียกว่า บริโอ เคเบิ้ล (Brio Cables)
ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยเหล็กขนาดเล็ก (เข้าใจว่าเล็กกว่า ฟลายไวร์)  เอาไว้เป็นโครงสร้างด้านข้าง
ตัวรองเท้า  เพื่อให้ตัวรองเท้ามีความคงรูป  และให้แรงดึงกระชับเข้ารูปกับข้างเท้าของผู้เล่นได้ดียิ่งขึ้น
ไปกว่าการใช้วัสดุด้านถักเพียงอย่างเดียว 



  มาต่อกันที่อ็อฟชั่นพระเอกสำคัญของรองเท้าไนกี้ รุ่น Magista Obra นั่นคือไดนามิค ฟิต คอลลาร์
(Dynamic Fit Collar)
หรือที่เราเรียกกันว่า "หุ้มข้อ" ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ฟีลลิ่ง เสมือนรองเท้า
รุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับร่างกาย  ทำให้ผู้เล่นไม่รู้สึกถึงรอยต่อระหว่างหุ้มข้อของรองเท้ากับข้อเท้า

  จากสรรพคุณที่ไนกี้โปรโมทออกมานั้น ระบุว่า..ฟีลลิ่งความกระชับและการถูกโอบรัดเป็นหนึ่งเดียวกัน
ระหว่างข้อเท้ากับตัวรองเท้าบริเวณนี้  จะช่วยทำให้ผู้เล่นเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะจังหวะการเปลี่ยน
ทิศทางในการวิ่งหรือการหมุนตัวที่เป็นสิ่งที่นักเตะกองกลางต้องทำอยู่บ่อยๆ  ทั้งนี้ยังรวมถึงช่วยป้องกัน
อาการบาดเจ็บให้กับบริเวณข้อเท้าได้ดด้วย



  กลับมาที่บริเวณพื้นที่หลังเท้า  จะพบว่าไนกี้ Magista Obra นั้นไม่มีลิ้นรองเท้า  แต่ที่เห็นนั้นจะเป็น
วัสดุด้ายถักแบบยืดขยายออกได้ในแนวกว้าง  เพื่อให้ตัวรองเท้าสามารถขยายออกเมื่อรองรับตอนสวมใส่
ได้ง่ายขึ้น  การใช้วัสดุด้ายถักบริเวณลิ้นรองเท้ายังส่งผลให้พื้นที่หลังเท้านั้นสามารถสัมผัสลูกฟุตบอลได้
อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เพราะไม่มีรอยต่อระหว่างลิ้นรองเท้ากับตัวรองเท้ามาคอยรบกวนการสัมผัส
รวมถึงยังเป็นส่วนที่ถักทอต่อเนื่องขึ้นไปยังหุ้มข้ออีกด้วย

  เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานของ Magista Obra นั้นเป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นแบน  หน้ากว้างพอ
ประมาณ  ลักษณะเส้นเชือกมีความหนาเล็กน้อย  แต่เนื้อผ้านิ่ม  เพื่อทำให้การผูกปมเชือกนั้นทำได้อย่าง
แน่นหนา  ไม่คลายตัวหลุดออกง่ายๆ เวลาใช้งาน



  กลับมาดูกันที่ปั้นท้ายของรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลระดับโครตท็อป ไนกี้ Magista Obra
สีรับซัมเมอร์คู่นี้กันต่อ  จะเห็นว่ารองเท้ารุ่นนี้มีเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายนอก
(External Heel Counter) ทำจากวัสดุพลาสติก Pebax เป็นชิ้นเดียวกับชุดพื้นและปุ่มรองเท้า
โดยเกราะป้องกันส้นเท้าแบบภายนอกชิ้นนี้  มีข้อดีคือ..ให้การปกป้องแรงปะทะได้ดีกว่าเกราะแบบภายใน



  และลักษณะการออกแบบให้เสมือนมีปีกโอบขึ้นมาทั้งฝั่งส้นเท้าด้านนอกและด้านใน  จะคอยช่วนทำให้
เกิดความกระชับและการจับล็อคกับส้นเท้าได้อย่างแน่นอน  ให้ทั้งความมั่นใจและการปกป้องที่ดีที่สุด จึง
ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ดูจะเหมาะกับผู้เล่นกองกลางจอมขยันที่ต้องคอยปะทะกับคู่แข่งบ่อยกว่าใคร  ไม่ว่าจะ
เป็นการเข้าแย่งบอล หรือการพาบอลหนีการประกบก็ตาม

  นอกจากการล็อกดาวน์ส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายจากด้านนอกแล้ว  ผิวสัมผัสด้านในของหุ้มส้นนั้นจะมี
วัสดุบุนุ่มบุเอาไว้ค่อยข้างจะเต็มหน้าสัมผัส  แต่อาจจะไม่ได้นุ่มมากมากนัก  เพียงแต่ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่
วัสดุผิวหน้าของหุ้มส้นด้านนั้นทำจากวัสดุประเภทยาง  ผิวสัมผัสมีความฝืดเป็นอย่างมาก  เรียกได้ว่า
ไม่ต้องกังวลว่าส้นเท้าจะขยับลื่นจากหุ้มส้นด้านง่ายๆ เลย





  แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้ตามปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับนี้  โดย
แผ่นรองพื้นชุดนี้ทำจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว เพียวๆ  หน้าสัมผัสด้านบนเป็นหน้าผ้าไนล่อน 
ที่มีความฝืดจากพื้นผิวพอสมควร  และแผ่นรองพื้นถูกออกแบบให้มีรูขนาดเล็กเจาะไปทั่วทั้งแผ่น  เพื่อช่วย
ลดน้ำหนักรองเท้า และช่วยเป็นจุดสร้างแรงเสียดทานกับฝ่าเท้าของผู้สวมใส่



  เรามาปิดท้ายกันที่ชุดพื้นช่วงล่างและปุ่มรองเท้าแบบ FG ของเจ้า Magista Obra สีคอลเลคชั่น
The Radiant Reveal Pack กันครับ  อย่างที่บอกว่าชุดพื้นจะเป็นสีดำ  ไม่ใช่สีขาวแบบที่เว็บไซด์
ขายรองเท้าชื่งดังนำภาพมาลงประกอบการขาย  

  สำหรับชุดพื้นชุดนี้มีจุดเด่นตรงที่ทำจากวัสดุคอมโพสิท เป็นการผสมระหว่างพลาสติก Pebax กับ
เส้นใยไนล่อน (Nylon)
โดนจุดเด่นของพลาสติก Pebax คือเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา  สามารถขึ้นรูป
ให้มีความบางได้  ส่วนการเสริมเส้นใยไนล่อนลงไปนั้น  จะไปช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับ
Pebax อีกที  ส่งผลให้ชุดพื้นชุดนี้มีความเบา แต่แข็งแรงทนทาน

  นอกจากเรื่องของวัสดุแล้ว  ชุดพื้นของ Magista Obra ยังถูกออกแบบให้มีโครงสร้างจากแนวปุ่ม
ด้านหน้า  ลากยาวต่อเรื่องไปยังฐานปุ่มด้านหลัง  มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นมาไขว้กันเป็นตัว X  ฐานของ
ชุดพื้นช่วงกลางมีลักษณะกว้างปานกลาง  โดยโครงสร้างแบบนี้จะทำให้ชุดพื้นช่วงกลางมีความแข็งตัว
ซึ่งเมื่อมันถูกทำให้งอตามลักษณะการสปรินซ์ของฝ่าเท้าแล้ว  ชุดพื้นจะสร้างแรงดีดกลับและช่วยส่งแรง
ให้ผู้เล่นสามารถสปรินซ์เคลื่อนที่ได้อย่างกระฉับกระเฉงนั่นเอง





  ปุ่มรองเท้าแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้  ทำจากวัสดุ Pebax ที่ถูกฉีดขึ้นรูปมาเป็นชิ้นเดียวกับชุดพื้น  จึง
มั่นใจได้ถึงความแข็งแรงทนทานที่อาจจะดูสวนทางกับลักษณะปุ่มกลมขนาดเล็กดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน
โดยปุ่มรองเท้าส่วนหน้าจะใช้ปุ่มกลมตามแนวข้างทั้งหมด  เพื่อให้ผู้เล่นมีความสมดุลในการเคลื่อนที่และ
การเปลี่ยนทิศทาง  ด้วยการยึดเกาะพื้นสนามที่ยืดหยุ่น  

  แต่ถ้าต้องการจะสปรินซ์ออกตัวทำความเร็วในทางตรง  ก็ดูเหมือนว่า Magista Obra ก็สามารถทำได้
ด้วยแนวปุ่มใบมีดตามขวางตรงกลางฝ่าเท้าซึ่งเรียงตัวกันถึง 3 ปุ่ม  ปุ่มทั้ง 3 จะทำหน้าที่ส่งแรงในแรงตรง
เนื่องจากมีพื้นที่หน้าตัดที่เหมาะสมต่อการสปรินซ์ออกตัวนั่นเอง

  ส่วนปุ่มด้านหลังของไนกี้ Magista Obra นั้นก็ใช้ปุ่มกลมขนาดเล็ก จำนวน 4 ปุ่ม  มีลักษณะฐานปุ่ม
แบบโคน  ปุ่มลักษณะแบบนี้จะเน้นการยึดเกาะที่ดี  มีความคล่องแคล่วในเคลื่อนที่ แต่จะไม่เน้นไปที่การ
รองรับน้ำหนักตัวแบบเต็มส้นเท้ามากนัก



  เห็นไหมครับว่าไนกี้ Magista Obra เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีเทคโนโลยีและรายละเอียดต่างๆ บรรจุ
มาให้มากมายเสียเหลือเกิน  ไล่มาตั้งแต่ด้านลงมาลงด้านล่าง  แต่ละจุดล้วนแต่มีเรื่องให้ต้องโฟกัสตลอด
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงกล่าวไว้ตั้งแต่ที่เปิดหัวบทความนี้ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีความน่าใจมากที่สุดรุ่นหนึ่ง
เท่าที่ผมเคยรีวิวมาเลย

  สำหรับไนกี้ Magista Obra สีใหม่ในคอลเลคชั่น The Radiant Reveal Pack สีนี้  ตอนนี้
มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว  ที่ร้าน อาริ ฟุตบอลคอนเซ็ปต์สโตร์ หรือท่าน
สามารถสั่งซื้อออนไลน์ที่แสนจะสะดวกสบายได้ทาง www.messisport.com (คลิก)  โดยมีข่าวดี
ก็คือในคอลเลคชั่นนี้  ทางไนกี้ (ประเทศไทย) ได้ปรับราคาจำหน่ายลงมาเหลือเพียง 9,300 บาท เท่า-
นั้นคุณผู้อ่านท่านใดสนใจจะเป็นเจ้าของสามารถรีบจัดหามาเป็นอาวุธคู่กายได้เลยครับ  ส่วนถ้าจะรอรีวิว
ทดสอบการใช้งานล่ะก็  คงต้องขอให้รออีกสักระยะ  ขอเคลียร์รองเท้ารุ่นอื่นที่ยังติดค้างกันไว้ก่อน  เพราะ
ผมเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมาเตะฟุตบอลได้ไม่นานมานี้  แล้วกำลังอยู่ในช่วงเขียนรีวิวทดสอบที่ติดไว้ แต่จะ
เป็นรุ่นไหนมาก่อนนั้น..เดี๋ยวรู้กัน

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 25 เมษายน 2016 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 



รองเท้าวิ่ง อาดิดาส PureBOOST ZG


ถุงเท้ากันลื่น Iwin Sport


เสื้อทีม "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี
ฤดูกาล 2016/17