"Hand On!" ไนกี้ Mercurial SuperFly V - The Science of Speed

  บทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านมาร่วมสัมผัสถึงรายละเอียด จุดเด่น เทคโนโลยีและการ
เปลี่ยนแปลงของไนกี้ Mercurial SuperFly V รองเท้าฟุตบอลเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของซีรี่ย์
รองเท้าสายความเร็วฮิต  ที่มีกำหนดเปิดตัวจำหน่ายพร้อมกันกับที่บทความนี้เผยแพร่  เรียกได้ว่า
นี่เป็นบทความแรกในประเทศไทยที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับรองเท้ารุ่นนี้



  "The Science of Speed" คือนิยามสั้นๆ ที่ไนกี้นิยามให้กับ Mercurial SuperFly V
นับตั้งแต่ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมา  ภายใต้ภาพลักษณ์
ของการเป็นรองเท้าสายความเร็วที่ครบเครื่องยิ่งกว่าเก่า  โดยนำเอารถสูตร 1 หรือฟอร์มาล่าวัน
ซึ่งถือเป็นรถยนต์ที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดในโลก  มาใช้เป็นไอคอนในการนำเสนอให้กับ
รองเท้ารุ่นนี้



  จริงๆ แล้ว ไนกี้ได้นำเสนอ Mercurial SuperFly V ออกมาครั้งแรกตั้งแต่งานแสดงเทคโนโลยี
ประจำปี 2016 เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา  แต่รายละเอียดทั้งหมดของตัวรองเท้ายังไม่ถูก
เปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ  เนื่องจากไนกี้มีแผนที่จะเปิดตัวรองเท้ารุ่นนี้เพื่อใช้สำหรับทัวร์นาเมนท์
ยูโร 2016 ที่จะมีการแข่งขันในช่วงปลายเดือนมิถุนายน เป็นครั้งแรก



  สำหรับบทความนี้..ผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จัก และสัมผัสรายละเอียดต่างๆ ของรองเท้าฟุตบอล
Mercurial SuperFly V ซึ่งเป็นรองเท้าระดับสูงสุดของซีรี่ย์ Mercurial XI ไปดูกันว่าภายใต้
กล่องรองเท้าสีส้ม ด้านในนั้นจะมีอะไรมาให้  และรองเท้ารุ่นนี้มีอ็อฟชั่นหรือจุดเด่นตรงไหน  ได้รับ
การพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากโฉมเก่าบ้าง  

  โดยรองเท้าฟุตบอลคู่ที่จะนำมารีวิว "Hand On!" ในบทความนี้  SiamBoots ได้รับการสนับสนุน
มาจาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการเช่นเคย  แต่คราวนี้..พิเศษสุดๆ ตรงที่
เราได้รับมาเพื่อนทำข้อมูลนำเสนอได้พร้อมกับวันวางจำหน่ายในวันนี้ วันที่ 2 มิถุนายน 2016
เลยทีเดียว  เรียกได้ว่าบทความนี้จะเป็นบทความรีวิวฉบับเต็มบทความแรกในประเทศไทย !!

  หากพร้อมกันแล้ว..เราไปเปิดฝากล่องเพื่อทำความรู้จักกับเจ้า Mercurial SuperFly V กัน
ได้เลยครับ...



  Mercurial SuperFly V ถูกบรรจุมาในกล่องรองเท้าสีส้มแบบมาตรฐานของไนกี้เช่นเคย 
ภายในกล่องจะประกอบไปด้วยตัวรองเท้าซึ่งวางนอนตะแคงมาให้ตามปกติ  ด้านในตัวรองเท้า
มีดันทรงใส่เอาไว้ที่บริเวณตัวรองเท้าและบริเวณหุ้มข้อ  เพื่อรักษารูปทรงของตัวรองเท้าเอาไว้



  ด้านล่างยังมีถุงใส่รองเท้าแบบดีไซน์เป็นธีมของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้โดยเฉพาะ  แต่คราวนี้
ถุงรองเท้าใช้สีพื้นเป็นสีเขียวสะท้อนแสง  ไม่ได้อิงกับสีหลักของตัวรองเท้าเหมือนเจเนอเรชั่นที่แล้ว  
มีกราฟฟิกพิมพ์เอาไว้แค่ด้านเดียวอย่างที่เห็นตามภาพด้านบน  โดยมีสายสะพายด้านข้างและช่องซิป
ขนาดเล็กด้านในสำหรับใส่ของเล็กๆ น้อยๆ เวลาพกติดตัวไปเตะฟุตบอล  ซึ่งถุงใส่รองเท้าแบบนี้
แน่นอนว่าแฟนๆ ไนกี้น่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว



  หลังจากนั้น..ผมได้สัมผัสแรกกับรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Mercurial SuperFly V ทันที  เบื้องต้น
พบว่ารูปทรงของตัวรองเท้านั้นไม่แตกต่างจากเจเนอเรชั่นเก่ามากนัก  อาจจะดูมีรูปทรงที่ลู่เรียวกว่า
นิดหน่อย  มีลักษณะหลังเท้าที่เรียบกว่าบ้างเล็กน้อย  สังเกตด้วยตาอาจจะไม่เห็นความแตกต่าง
มากนัก

  ส่วนเรื่องของน้ำหนักตัวพบว่า Mercurial SuperFly V มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 188 กรัม/ข้าง
(ไซด์ 9.5 US, 8.5 UK, 43 Fr และ 27.5 cm) เท่านั้น  ถ้าดูจากตัวเลขน้ำหนักของรองเท้า
รุ่นนี้เพียงรุ่นเดียวแบบโดดๆ อาจจะไม่เห็นความแตกต่างมากนัก  เพราะปกติแล้วไนกี้ก็ทำให้รองเท้า
ซีรี่ย์นี้มีน้ำหนักราวๆ 100 ปลายๆ ได้อยู่เสมอๆ

   หากมองเปรียบเทียบน้ำหนักตัวกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ผมเคยรีวิวมาก่อน  จะเป็นดังนี้...

   - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
   - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
   - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
   - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
   - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

  ทีนี้พอเอาข้อมูลเก่ามาเปรียบเทียบ  จะเห็นได้ว่า ไนกี้ Mercurial SuperFly V มีน้ำหนักเบา
กว่า Mercurial SuperFly IV ถึง 11 กรัม/ข้าง เลยทีเดียว !!



  สำหรับไนกี้ Mercurial SuperFly V คู่นี้  ถือเป็นสีเปิดตัวของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์สปีด
ในเจเนอเรชั่นใหม่นี้  มีรหัสเฉดสีว่า "Total Crimson/VLT-BLK-PNK BLST" ซึ่งมีดีไซน์
ที่เตะตาด้วยการลงสีแบบทูโทน  ครึ่งนึงเป็นสีแสดและครึ่งนึงเป็นสีชมพูเข้ม  ก่อนที่ส่วนหลัง
เฉดออกไปเป็นสีดำ  จากการเปรียบเทียบพบว่ามีเพียง Mercurial SuperFly V ซึ่งเป็นรองเท้า
ระดับสูงสุดในซีรี่ย์นี้เท่านั้นที่มีการลงสีตัวรองเท้าเป็นแบบทูโทนเช่นนี้  ช่วยให้ตัวรองเท้าดูมีความ
แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจนเลยดีเดียว

  ส่วนสีของโลโก้ไนกี้และตัวอักษรต่างๆ บนตัวรองเท้านั้น  ไนกี้เลือกใช้สีเขียวสะท้อนแสง (Volt)
มาสร้างความโดดเด่นท่ามกลางสีหลักของตัวรองเท้าซึ่งมีความโดดเด่นมากๆ อยู่แล้ว  เอาจริงๆ แล้ว
การเลือกใช้โทนสีเช่นนี้..คงจะทำให้หลายคนนึกถึงสีเปิดตัวของ Mercurial Vapor IX เลยล่ะ



  วัสดุหลักที่ไนกี้ใช้ผลิตเป็นหน้าผ้าและตัวของรองเท้าให้กับ Mercurial SuperFly V นั้นยังเป็น
วัสดุด้ายถักฟลายนิต (Flyknit) เป็นวัสดุชั้นหลัก  แต่ถูกออกแบบให้มีความบางกว่าเดิมเล็กน้อย
เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลเหมือนใช้เท้าเปล่ามากยิ่งขึ้น  โดยข้อดีของการใช้วัสดุชิ้นนี้
ก็คือการขึ้นรูปตัวรองเท้าได้เป็นชิ้นเดียวกัน  โดยไม่มีรอยต่อเลยแม้แต่รอยเดียว  ส่งผลให้ตัวรองเท้า
สามารถสร้างความกระชับและเข้ารูปตามรูปเท้าของผู้เล่นได้ดี  ไม่เกิดช่วงว่างหรือเกิดอาการระคาย
เคืองเท้าตรวบริเวณตะเข็บรอยต่อ(ถ้ามี)

  ก่อนที่ผิวหน้าสัมผัสด้านบนจะใช้วัสดุไนกี้สกิน (Nike SKIN) ปูทับเอาไว้ด้านบน  เพื่อช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพในการสัมผัสกับผิวลูกฟุตบอล และป้องกันน้ำซึมเข้าด้านใน

  ส่วนชั้นในที่จะสัมผัสโดนกับเท้าของผู้เล่นนั้น  จะมีวัสดุประเภทยางบุเอาไว้  ซึ่งมีผิวสัมผัสที่ฝืดมาก
ช่วยทำหน้าที่ลดการเคลื่อนตัวระหว่างตัวรองเท้ากับเท้าของผู้เล่น  มีผลในเรื่องของความกระชับและ
ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ทำให้ผู้เล่นมีความมั่นใจในทุกการเคลื่อนที่



  นอกจากนั้น ไนกี้ยังได้นำเสนอการพัฒนาเรื่องของการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอลให้กับ Mercurial
SuperFly V
 ด้วยการออกแบบให้ตัวรองเท้ามีมิติความนูน-ลึกมากขึ้น  จะเห็นได้จากส่วนที่เป็นเส้น
แนวขวางสีดำ  แนวเส้นดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นลอนนูนขึ้นมา  ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบเช่นนี้จะ
ทำให้ตัวรองเท้ากับลูกฟุตบอลสามารถเกิดแรงเสียดทานระหว่างกันและกันได้ดียิ่งขึ้น  ถือเป็นการเพิ่ม
ประสิทธิภาพให้กับการควบคุมการเลี้ยงบอลและการยิงประตูได้พร้อมๆ กัน  โดยไนกี้ได้เรียกพื้นผิว
ลักษณะเช่นนี้ว่า "Speedribs"



  และแม้ว่ารองเท้า Mercurial SuperFly V นั้นจะไม่เห็นเส้นใยเหล็กกล้าฟลายไวร์ (Flywire)
บนตัวรองเท้าได้ชัดเจนเหมือนกับ Mercurial SuperFly IV  แต่จากข้อมูล(และชื่อรุ่น) นั้นได้ระบุ
ว่าภายในตัวรองเท้ายังคงมีเทคโนโลยีฟลายไวร์  ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างให้ตัวรองเท้ามีรูปทรง  โดย
เส้นฟลายไวร์จะเชื่อมโยงไปยังตำแหน่งของรูร้อยเชือกรองเท้า  เมื่อผู้เล่นดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่น
จะส่งผลให้แรงดึงถูกส่งผ่านฟลายไวร์  และสร้างความกระชับให้ทั้งข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอก
ของผู้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม  และเป็นที่ยอมรับกันมาตลอดระยะเวลาทำตลาดของรองเท้าระดับสูงสุดรุ่นนี้
ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกแล้ว



  เทคโนโลยี All Conditions Control หรือ ACC ยังคงเป็นอีกหนึ่งอ็อฟชั่นสำคัญที่มีมาให้กับ
รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสขึ้นไป  โดยสัญลักษณ์ดังกล่าวจะถูกประทับเอาไว้ที่บริเวณข้างเท้า
ด้านในใกล้กับข้อเท้าดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  

  ณ ตอนนี้คงไม่มีใครสงสัยถึงประสิทธิภาพการใช้งานของเทคโนโลยีชิ้นนี้อีกต่อไป  ตลอดระยะเวลา
เกือบ 4 ปีถูกพิสูจน์โดยผู้ใช้งานทั่วโลกมาแล้ว  ว่า ACC มีประสิทธิภาพช่วยให้ผิวสัมผัสของตัวรองเท้า
ยังคงประสิทธิภาพในการควบคุมและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้อย่างเหนียวหนึบ  แม้ว่าผิวสัมผัส
ระหว่างหน้าผ้าและลูกฟุตบอลจะเปียกน้ำก็ตาม  ส่งผลให้ผู้เล่นที่ใช้งาน Mercurial SuperFly V
คู่นี้  จะยังควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีไม่ว่าสภาวะอากาศจะเป็นเช่นไร



  ส่วนหน้าผ้าบริเวณหลังเท้าก็จะเป็นวัสดุด้ายถักฟลายนิตเช่นเดียวกัน  เพียงแต่จะมีลักษณะนุ่มและ
สามารถดึงยืดขยายในทิศทางขวางได้มากกว่า  เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องขยายออกเมื่อผู้เล่นสวมใส่
รองเท้า  และต้องสร้างความกระชับตามแรงดึงของแนวร้อยเชือกนั่นเอง

  โดยส่วนดังกล่าวจะเป็นการถักทอด้ายฟลายนิตต่อเนื่องขึ้นมาเป็นชิ้นเดียวกับส่วนหน้าสัมผัสบอล
ของตัวรองเท้าเลย  ก่อนที่จะถักต่อเนื่องไปเป็นส่วนของหุ้มข้อ

  สำหรับเชือกรองเท้าแบบมาตรฐานของไนกี้ Mercurial SuperFly V นั้นยังคงเป็นเชือกรองเท้า
แบบหน้าเชือกไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป  เนื้อผ้ามีความนุ่มพอสมควร  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถดึง
กระชับได้แน่นอนและผูกปมเชือกได้อยู่ตัว



  อีกหนึ่งอ็อฟชั่นที่ไนกี้ใส่มาให้กับ Mercurial SuperFly V นั่นก็คือหุ้มข้อแบบสูง หรือที่เรียกว่า
ฟลายนิต ไดนามิก ฟิต คอลลาร์ (Flyknit dynamic fit collar) หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า
"หุ้มข้อ" นั่นเอง  โดยหุ้มข้อดังกล่าวทำจากวัสดุด้ายถักฟลายนิตที่มีความหนา  สามารถยืดหยุ่นได้ดี

  ซึ่งหุ้มข้อแบบนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการความกระชับบริเวณข้อเท้า  รู้สึกได้ว่าข้อเท้านั้น
ถูกจับล็อคไว้เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับหุ้มส้นรองเท้าตลอดเวลา  ข้อดีก็คือ..จะทำให้ทุกการเคลื่อนที่
ทำได้อย่างมั่นใจ  รวดเร็วและกระฉับกระเฉง  การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่สามารถทำได้อย่าง
คล่องตัว



  ส่วนการดีไซน์บริเวฯหุ้มส้นและเกราะป้องกันส้นเท้าของรองเท้ารุ่นนี้ยังเป็นแบบเกราะภายใน
(Internal Heel Counter) โดยการฝังวัสดุพลาสติกเอาไว้ด้านในของแนวส้นรองเท้า  ช่วย
ทำให้ดีไซน์ของส้นรองเท้าไม่ดูเทอะทะจนเกินไป  แต่การป้องกันจะทำได้ไม่แข็งแกร่งเหมือนกับ
หุ้มส้นแบบเกราะภายนอก

  ในขณะที่หุ้มส้นด้านในของไนกี้ Mercurial SuperFly V นั้นจะเป็นวัสดุหน้าสัมผัสบาง
เช่นเคย  ผิวสัมผัสมีความฝืดพอประมาณ  เพื่อให้เกิดการยึดเกาะระหว่างส้นเท้าของผู้เล่นกับด้านใน
ของส้นรองเท้าได้ดี  แต่ด้านในจะไม่มีการบุวัสดุบุนุ่มไว้มากนัก  ทำให้ผู้เล่นจะได้ฟีลลิ่งส้นเท้าแบบ
ดิบๆ อาจจะไม่นุ่มนวล  แต่จะได้การตอบสนองของการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วกว่าหุ้มส้นแบบหนานุ่ม



  แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาได้ตามปกติ  โดยแผ่นรองพื้นของ Mercurial
SuperFly V
นั้นทำจากวัสดุโฟม EVA  เป็นเนื้อโฟมแบบทึบเต็มแผ่นทั้งหมด  ไม่มีการเจาะรู
เอาไว้  และดูเหมือนจะมีความหนามากกว่าแผ่นรองพื้นของเจเนอเรชั่นที่แล้วเล็กน้อย  แต่จากที่
ได้ลองสัมผัสออกแล้วกดดู  รู้สึกได้ว่าเนื้อโฟมจะมีลักษณะนุ่มและกดลงได้ลึกกว่า (รู้สึกกดแล้ว
ยวบลงไปได้มากกว่า)  ซึ่งเนื้อโฟมจะไม่แน่นและไม่เด้งกลับรับแรงกระทำได้มากเหมือนกับรุ่นเก่า 

  ส่วนพื้นผิวหน้าสัมผัสด้านบนที่จะสัมผัสกับฝ่าเท้าของผู้เล่นนั้นจะเป็นพื้นผิวเรียบ  มีสีพื้นเป็นสีเขียว
สะท้อนแสง (อีกแล้ว) ใช้วัสดุหน้าผ้าไนล่อนมาปูเป็นวัสดุผิวหน้าและสกรีนคำว่า Mercurial เอาไว้
ที่บริเวณส้นเท้าเหมือนเดิม 



  แต่ลักษณะของพื้นผิวใต้แผ่นรองพื้นนั้นได้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกลับลักษณะของชุดพื้นด้านนอก
โดยมีเส้นสายเป็นริ้วๆ นูนขึ้นมาดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  ดูแล้วนอกจากเรื่องของดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย 
น่าจะเอาไว้ช่วยป้องกันการลื่นระหว่างพื้นรองเท้าและแผ่นรองพื้นได้ดีอีกด้วย



  อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นกับ ไนกี้ Mercurial SuperFly V ในครั้งนี้  ก็คือการ
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชุดพื้นและปุ่มทั้งหมด  โดยไนกี้ได้เผยข้อมูลภายใต้การศึกษาค้นคว้าทาง
วิทยาศาสตร์ด้วยการทดสอบที่เรียกว่า Finite Element Analysis (FEA) ได้รับผลการผลลัพธ์
ออกมาว่า  รูปแบบแพ็ทเทิร์นการวางปุ่มรูปแบบใหม่นี้ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับผู้เล่น
ที่ต้องการความเร็ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการสปรินซ์ทางตรง  ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาลงรายละเอียด
ส่วนต่างๆ ของชุดพื้นและปุ่มแบบ FG กันต่อไป



  ชุดพื้นของไนกี้ Mercurial SuperFly V นั้นจะไม่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber)
เหมือนกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  แต่เปลี่ยนมาใช้วัสดุประเภทพลาสติกขั้นสูง (Engineering Plastic)
ถึงแม้จะยังไม่มีข้อมูลจากไนกี้บอกออกมาตรงๆ ว่าเป็นพลาสติกชนิดใด  แต่คาดว่าจะเป็นวัสดุพลาสติก
ชนิด Pebax ที่ถูกเสริมแรงด้วยเส้นใย Nylon แบบที่ใช้กับรองเท้ารุ่น Magista Obra

  ซึ่งทางไนกี้ได้ยืนยันว่าวัสดุชนิดนี้มีน้ำหนักเบาลงถึง 40%  แต่มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น 
และมีความไวในการตอบสนองต่อแรงกระทำได้ดีกว่าวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อีกด้วย

  ทั้งนี้ยังพบว่าชุดพื้นนี้ได้ถูกออกแบบใหม่..ให้สามารถซัพพอร์ตกับรูปเท้าตามธรรมชาติของผู้เล่น
(ส่วนใหญ่) และลดระยะห่างระหว่างฝ่าเท้ากับพื้นรองเท้าให้น้อยลง  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่
ได้อย่างเต็มสปีด  ไนกี้จึงกล้าการันตีว่าชุดพื้นของ Mercurial SuperFly V นั้นจะช่วยให้ผู้เล่น
ทำความเร็วในการเคลื่อนที่ได้ดีกว่า Mercurial SuperFly IV อย่างแน่นอน



  ปุ่ม FG แบบใหม่มีลักษณะรูปร่างที่เรียกว่า “Chevron Blade” ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  วางตัว
ตามทิศทางและองศาที่แตกต่างกันบ้าง  โดยเฉพาะปุ่มคู่หลังสุดของชุดปุ่มส่วนหน้านั้นจะค่อนข้างจะมี
ทิศทางตรงกันข้ามกับปุ่มด้านหน้าพอสมควร  ซึ่งปุ่มคู่นี้จะเป็นคู่ปุ่มที่ลงสัมผัสกับพื้นสนามในจังหวะ
การลงน้ำหนักด้วยฝ่าเท้า  ซึ่งไนกี้ได้ยืนยันว่ามันสามารถช่วยสร้างแรงยึดเกาะและล็อคพื้นสนามได้ดี
กว่าเดิม 



  ส่วนไฮไลท์ของปุ่มส่วนหน้าจำนวน 5 ปุ่มนั้น  จะเห็นได้ว่าปุ่มทั้ง 5 มีทิศทางการวางปุ่มชี้ไป
ด้านหน้าในทิศทางเดียวกันทั้งหมด  ซึ่งปุ่มเหล่านี้จะช่วยกันส่งแรงกระทำกับพื้นสนามได้มากขึ้น  จึงช่วยสร้างแรงสปรินซ์ให้กับการเคลื่อนที่ทางตรงไปด้านหน้าได้ดีขึ้นกว่ารูปแบบปุ่มของเจเนอเรชั่น
ที่แล้ว  และหากผู้เล่นต้องการการยึดเกาะที่ดีในจังหวะสับขาหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่  จะเห็น
ได้ว่ามุมด้านข้างของปุ่มแต่ละปุ่มที่มีลักษณะเป็นปีกทางซ้ายและทางขวา  จะทำหน้าที่จิกพื้นสนาม
ให้ทุกการยึดเกาะทำได้อย่างมั่นใจ



  ปุ่มด้านหลังใช้เป็นปุ่มใบมีดแบบเดียวกัน  แต่จะวางตัวต่างกันระยะละ 90 องศา  เมื่อรวมกันแล้ว
จะได้ทิศทางการวางตัวครบ 360 องศาแบบรอบทิศ  ซึ่งเห็นได้จากภาพด้านบน  การวางปุ่มเช่นนี้
ช่วยรองรับกับการลงน้ำหนักที่บริเวณส้นเท้าในทุกทิศทาง  จึงหมดห่วงในเรื่องของการทรงตัวหรือ
จังหวะการยั้งตัวเพื่อเบรคการเคลื่อนที่  

  และหากเปรียบเทียบความยาวของปุ่มด้านหลัง ระหว่างรุ่น Mercurial SuperFly V กับรุ่นเก่า
อย่าง Mercurial SuperFly IV จะพบว่าปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้สั้นกว่า  จึงน่าจะให้ฟีลลิ่งการลง
น้ำหนักตัวที่กระจายได้ทั่วถึงและเต็มส้นเท้ามากกว่า ไม่มากก็น้อย



  เป็นอย่างไรกันบ้างครับ..หลังจากที่ได้รู้จักและสัมผัสกับรายละเอียดทุกจุดของ ไนกี้ Mercurial
SuperFly V
รองเท้าฟุตบอลรุ่นสูงสุดของซีรี่ย์แห่งความเร็วรุ่นนี้ไปแล้ว  รายละเอียดหลายอย่าง
ได้ถูกออกแบบและพัฒนาใหม่  เพื่อให้ตัวรองเท้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วพอสมควร

  แค่เพียงได้สัมผัสกันแต่ภายนอก..เชื่อว่าคงทำให้คุณผู้อ่านหลายต่อหลายท่านอยากจะสัมผัสกับ
ประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนามแล้วว่า Mercurial SuperFly V จะเหนือว่า Mercurial
SuperFly IV
ในด้านไหนบ้าง  ผมเองก็คิดเช่นนั้น..และตอนนี้ก็ได้มีโอกาสที่จะลงสนามทดสอบ
การใช้งานไปบ้างแล้ว  อีกไม่นานเกินรอผมจะมารีวิวถึงจุดเด่นจุดด้อยกันแบบจับเต็มแน่นอน

  แต่หากคุณผู้อ่านท่านใดที่อยากจะลองสัมผัสประสิทธิภาพการใช้งานของ ไนกี้ Mercurial
SuperFly V
ไปพร้อมๆ กัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเตะที่เป็นสาวกซีรี่ย์นี้อยู่แล้ว  วันนี้ท่าน
สามารถไปจับจองเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้  ซึ่งจะมีวางจำหน่ายที่ร้านซุปเปอร์สปอร์ตสาขา
เซ็นทรัลลาดพร้าว สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
และร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซ็ป สโตร์ ในราคา
จำหน่ายเพียง 10,000 บาท  หรือถ้าจะสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ง่าย สะดวกและรวดเร็ว  คุณผู้อ่าน
สามารถเข้าไปเลือกซื้อที่เว็บไซด์ Messisport.com (คลิก) ได้เลยครับ

ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Mercurial SuperFly V


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 2 มิถุนายน 2016 เวลา 06.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 



"Boots Testing!" อาดิดาส Messi 15.1


"Equipment Review" ไนกี้ Strike 16


"Hand On!" ไนกี้ Free RN Flyknit