"Hand On!" ไนกี้ Phantom Venom Elite - Strike with Precision

  เปิดปฏิทินปี 2019 มาได้ไม่ทันไร  ไนกี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ใหม่ในชื่อ
Phantom Venom ออกมาสานต่อประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของอาวุธคู่เท้า  ที่ถูก
นิยามให้เป็นเครื่องจักรสังหารประตูแห่งวงการฟุตบอล  เป็นอาวุธหนักที่ดาวยิงระดับโลก
หลายคนเลือกใช้

  ย้อนกลับไปในอดีต...ไนกี้ เคยมีรองเท้าฟุตบอลประเภทพาวเว่อร์คอนโทรล ที่เน้นจุดเด่น
ด้านการจู่โจมและทำประตูเข้าใส่คู่แข่ง  จนถูกยกให้เป็นเครื่องจักรจอมถล่มประตูในชื่อ T90
และ T90 Laser ทำตลาดรวมกันมาถึง 7 เจเนอเรชั่น  จนกลายเป็นรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
สำคัญ  ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกมาตลอดอายุการทำตลาดเลยทีเดียว

  หลังจากหมดยุค T90 และ T90 Laser ไนกี้ได้เดินหน้าพัฒนารองเท้าซีรี่ย์ใหม่ในชื่อว่า
Hypervenom ในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทการจู่โจมที่เน้นความเร็วและการเคลื่อนที่
ราวอสรพิษ ทำตลาดต่อเนื่องกันมา 3 เจเนอเรชั่น โดยเฉพาะเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งได้รับความ
นิยมมากที่สุดและได้รับคะแนนรีวิวทดสอบการใช้งานมากที่สุดของ SiamBoots  ก็ถึงคราว
ต้องยุติเส้นทางการทำตลาดในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2018  หลีกทางให้กับการเปลี่ยนแปลง
ครั้งสำคัญอีกครั้ง  กับการมาของอาวุธหนักที่มีชื่อว่า Phantom Venom



  จากข้อมูลและแหล่งข่าวหลายแหล่ง  ต่างให้ข้อมูลในทำนองเดียวกันว่า Phantom Venom
นั้นได้รับการพัฒนาโดยมี T90 Laser (โดยเฉพาะ T90 Laser IV) เป็นต้นแบบหลัก  แต่ดึง
เอาดีไซน์ความดุดันและพื้นที่สัมผัสบอลที่เป็นเอกลักษณ์ของ T90 Laser  มาผสมผสานรวมกับ
เทคโนโลยีสมัยใหม่  ที่เน้นเรื่องวัสดุและการออกแบบเกี่ยวกับสรีศาสตร์มาช่วยเสริมประสิทธิภาพ
ซึ่งแน่นอนว่ามี Hypervenom III เป็นต้นแบบ  ถือเป็นการเอาจุดเด่นจากรองเท้าฟุตบอล 2 ยุค
2 สมัย  แต่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน  มาผสมรวมกันจนได้ Phantom Venom ออกมาในที่สุด  จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมรองเท้ารุ่นนี้จึงมีดีไซน์คล้ายๆ กับ T90 Laser แต่มีชื่อรุ่นที่เอนเอียง
มาทาง Hypervenom นั่นเอง (รองเท้ารุ่นท็อปสุดในซีรี่ย์ Hypervenom มีชื่อเต็มๆ ว่า
Hypervenom Phantom)



  ไนกี้เปิดผ้าคลุม Phantom Venom ออกมาให้เหล่าบรรดาดาวยิงในสังกัด  ใส่ลงสนาม
เพื่อไล่ล่าถล่มประตูคู่แข่งตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2019  ก่อนที่จะทยอยวางจำหน่ายอย่าง
เป็นทางการให้แฟนๆ ได้สัมผัสถึงอาวุธหนักรุ่นนี้ ตามหลังบรรดาพรีเซนเตอร์ขวัญใจในเวลา
ไม่กี่อึดใจให้หลัง



  ในบทความนี้ เราจะมารีวิวเปิดฝากล่อง Phantom Venom Elite เพื่อนำเสนอรายละเอียด
ที่ปรากฏบนตัวรองเท้าระดับท็อปคลาสประจำซีรี่ย์อันทรงพลังรุ่นนี้  ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้สัมผัส
ทั้งเรื่องของวัสดุ การออกแบบและเทคโนโลยีไฮไลท์ทั้งหมดของรองเท้ารุ่นนี้  โดยรองเท้าคู่นี้
เราได้รับการสนับสนุนมาจาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้นำมารีวิวให้คุณผู้อ่าน
ได้สัมผัสรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ไปพร้อมกัน



  กล่องสีเทาเงินแบบใหม่  เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ไนกี้เริ่มเอามาใช้บรรจุรองเท้าระดับท็อปคลาส
มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว กับ Phantom Vision Elite ก็ได้ถูกนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ของ 
Phantom Venom Elite คู่นี้ด้วยเช่นกัน

  ดีไซน์กล่องมีความเรียบหรู  มีข้อความระบุเอาไว้ "Delivered from the Future
in a cardboard box"
เสมือนเป็นการชักจูงให้อยากจะรีบเปิดกล่องใบนี้เสียเหลือเกิน
เพราะข้อความดังกล่าวมีความหมายประมาณว่า "กล่องใบนี้ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มาจาก
อนาคต" 



  เพื่อเปิดฝากล่องขึ้น...เราก็จะได้พบกับ ไนกี้ Phantom Vision Elite สีแดงโดดเด่นดุดัน
ภายใต้รหัสสีที่แฟนๆ ไนกี้คุ้นเคยกันดีอย่าง "Crimson Red" ซึ่งเป็นเฉดสีแดงที่ไนกี้ถนัด
และได้รับความนิยมมากที่สุดเฉดสีหนึ่งของการผลิตรองเท้าฟุตบอลของไนกี้  ถูกเลือกเอามา
ใช้เป็นเฉดสีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรองเท้ารุ่นนี้

  ทั้งนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ที่นิยมงานผลิตจากยุโรป  เพราะไนกี้ Phantom Vision Elite คู่นี้
สีนี้มีป้ายแปะมาชัดเจนเลยว่า "Made in Bosnia" ซะด้วย
  


  ด้านในกล่องยังมีถุงใส่รองเท้าดีไซน์เฉพาะของ Phantom Vision Elite  เป็นกราฟฟิก
คล้ายเป้าปืน  ซึ่งเป็นการสื่อถึงความแม่นยำในยิงประตูด้วยรองเท้าคู่นี้  ถือเป็นไอคอนที่ไนกี้
เคยใช้สมัย T90 Laser  ลักษณะถุงจะเหมือนกับถุงที่แถมมากับรองเท้าระดับท็อปซีรี่ย์อื่นๆ
ของไนกี้  โดยเนื้อผ้านั้นจะเป็นผ้าใบบางๆ ทำให้ถุงมีน้ำหนักเบา  ด้านในมีช่องซิปสำหรับเอาไว้
ใส่ของเล็กๆ น้อยๆ

  ไนกี้ Phantom Vision Elite เป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อ  เพราะเรามักคุ้นเคย
ว่ารองเท้าประเภทจู่โจม มักจะมีน้ำหนักค่อนข้างสูง  แต่จากข้อมูลระบุว่าน้ำหนักของรองเท้า
(ไซส์มาตรฐาน) อยู่ที่ 193 กรัม/ข้าง เท่านั้น !!! ซึ่งเป็นพิกัดน้ำหนักที่เบากว่ารองเท้า
สายความเร็วอย่าง Mercurial Superfly VI เสียอีก

  ลองดูข้อมูลเปรียบเทียบกับน้ำหนักของรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ที่เราเคยได้รีวิวกันมา...เป็น
ดังนี้

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส Copa 19.1 238 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Predator 19.3 Laceless 249 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - อาดิดาส Nemeziz 18.1 210 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Phantom Vision Elite DF 215.5 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม
  - แพน Balancer Touch X 199 กรัม
  - อัมโบร Velocita IV Pro 220 กรัม



  เอาล่ะครับ..ได้เวลามาเข้าสู่ส่วนเจาะลึกข้อมูลทางเทคนิค วัสดุ และเทคโนโลยีต่างๆ ของ
พระเอกคนสำคัญในวันนี้กันครับ  นี่คือไนกี้ Phantom Venom Elite

  อัพเปอร์ตัวรองเท้าของ Phantom Venom Elite นั้นผลิตจากวัสดุฟลายนิต (Flyknit)
เป็นวัสดุด้ายถักเอกสิทธิ์เฉพาะของไนกี้  ที่ถูกนำมาถักทอแบบไร้รอยต่อ  ทำให้ชิ้นส่วนวัสดุ
หน้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้ไม่มีแนวตะเข็บที่เกิดจากการเย็บ  อัพเปอร์จึงสามารถสร้างฟีลลิ่ง
ความกระชับกับสรีระรูปเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างแนบสนิท ไม่มีช่องว่าง ช่วยให้ฟีลลิ่งการ
สวมใส่ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด  ซึ่งแน่นอนว่า..ประสิทธิภาพดังกล่าว  ถูกพิสูจน์จนได้รับ
การยอมรับมาแล้วจากรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ของไนกี้ที่ใช้วัสดุประเภทนี้

  ลักษณะอัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้ จะบางลงกว่า Hypervenom III  แต่ลองสัมผัสแล้ว
ยังรู้สึกถึงความนิ่มของอัพเปอร์อยู่พอสมควร  แม้ว่าผิวอัพเปอร์ด้านนอกสุดนั้น..จะมีการนำส่วน
ของวัสดุสังเคราะห์มาปิดทับเอาไว้อีกหนึ่งชั้น  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการสัมผัสบอลก็ตาม



  แน่นอนเทคโนโลยีสำคัญและเป็นไฮไลท์เฉพาะตัวของ Phantom Venom Elite  นั้นอยู่ที่
การออกแบบผิวหน้าสัมผัส  ที่สามารถควบคุมและดึงดูดกับผิวของลูกบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ที่เราเรียกกันว่า “Strike Zone”  ซึ่งถูกแย่งออกเป็น 2 พื้นที่สำคัญ 

  พื้นที่สัมผัสบอลส่วนแรก..อยู่ที่บริเวณหัวรองเท้า  ซึ่งเห็นเป็นลักษณะแนวเส้นหกเหลี่ยมเล็กๆ
มาอยู่รวมกันจนเป็นพื้นที่สัมผัสบอลขนาดใหญ่  แม้จะไม่มีความลึกความนูน เป็น 3 มิติ
ได้เทียบเท่ากับพื้นผิวหน้าสัมผัสของ Hypervenom III  แต่จากที่ได้ลองสัมผัสด้วยมือ
สามารถตอบได้เลยว่าผิวสัมผัสบริเวณนี้ ของ Phantom Venom Elite มีผิวสัมผัสที่ฝืด
และรู้สึกถึงแรงเสียดทานได้ดีไม่แพ้  แถมยังมีชั้นผิวที่บางกว่า  จึงมั่นใจได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้
จะมีจุดเด่นในเรื่องของการควบคุมลูกฟุตบอล และปฎิกิริยาในการสัมผัสบอลที่เป็นธรรมชาติ
มากกว่าเดิม



  แต่จุดที่หลายคนให้ความสนใจ..คงจะหนีไม่พ้นพื้นที่บริเวณสันเท้าที่มีลักษณะคล้ายแถบยาง
ปั่นไซร้ ที่ไนกี้เรียกว่า Precision Power Zone ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพการยิงประตู
ขั้นสูงสุด  ด้วยลักษณะพื้นผิวสัมผัสที่มีความแข็ง มีคุณสมบัติช่วยส่งแรงปะทะ (Damping)
เพื่อทำให้ลูกฟุตบอลพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วและแรง

  แถบยางหรือครีบยางของ Precision Power Zone ทั้งสิ้น 13 ครีบ  วางตัวในองศา
ที่แตกต่างกันเล็กน้อย  และมีการไล่ระดับความสูงเพื่อช่วยการจับบอลแม้ว่าผู้สวมใส่จะเตะโดน
ลูกฟุตบอลไม่เต็มเท้าก็ตาม  แต่ครีบยางจะเป็นตัวช่วยสร้างแรงเสียดทาน  ให้การควบคุม
ทิศทางของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากพื้นที่บริเวณนี้มีความแม่นยำ



  โครงสร้างด้านข้างตัวรองเท้า..ทั้งข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอกมีเทคโนโลยีฟลายไวร์
(Dynamic Flywire)
ซึ่งเป็นวัสดุเส้นใยเหล็กกล้า  ฝังตัวอยู่ในโครงสร้างของตัวรองเท้า 
วางตัวในแนวเดียวกับตำแหน่งของรูร้อยเชือก  ทำให้เวลาที่ผู้สวมใส่ดึงกระชับแนวร้อยเชือก 
แนวแรงที่ถูกส่งต่อมายังฟลายไวร์โดยตรงจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยเพิ่มฟีลลิ่งความกระชับ
ของการสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ 

  นอกจากนั้น..โลโก้สวูทของไนกี้ ยังถูกออกแบบให้มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ  ด้วยพื้นผิว
ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมพีระมิด มีระดับที่นูนขึ้นมา  เพื่อถูกแสงจากสปอร์ตไลท์สาดส่อง
มุมตกกระทบแสงที่แตกต่างกัน  จะทำให้พื้นผิวบนโลโก้สวูทไนกี้นั้นมีความสว่างที่แตกต่างกัน
ไปด้วย



  สำหรับพื้นที่ข้างเท้าด้านในของ Phantom Venom Elite จะมีลักษณะที่โค้งเว้าเข้าไป
อย่างเห็นได้ชัด  นอกจากความกระชับบริเวณข้างเท้าด้านในที่ดีแล้ว  ยังดูสอดรับกับความกลม
ของลูกบอลได้อย่างลงตัว  การแปส่งบอลด้วยพื้นที่บริเวณนี้จึงทำได้อย่างเต็มหน้าสัมผัส  เพียงแต่
ผิวหน้าสัมผัสบริเวณข้างเท้าด้านในตอนลึกนั้น  จะเป็นหน้าสัมผัสแบบเรียบๆ  ไม่มีพื้นผิวที่จะช่วย
ทำให้การแปรบอลมีความรุนแรงมากเป็นพิเศษเหมือนกับรองเท้าประเภทคอนโทรลอย่าง Phantom
Vision Elite
แต่อย่างใด



  แนวร้อยเชือกของ Phantom Venom Elite ถูกออกแบบให้มีลักษณะเอียงออกไป
ทางข้างเท้าด้านนอก  ซึ่งเป็นการออกแบบที่เหล่าสาวกรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้น่าจะคุ้นเคย
กันดี  แต่มีจุดที่น่าสนใจ..ก็คือการเปลี่ยนลิ้นรองเท้า ให้กลับมาใช้เป็นลิ้นรองเท้าแบบแยกชิ้น 
ไม่เหมือนกับ Hypervenom III ที่ลิ้นรองเท้าเป็นชิ้นส่วนด้ายถักชิ้นเดียวกับอัพเปอร์ไปเลย

  เมื่อมีการแยกชิ้นส่วน  จึงทำให้มีความแตกต่างระหว่างลิ้นกับขอบของแนวร้อยเชือก  พื้นผิว
สัมผัสบริเวณหลังเท้าตรงนี้จึงไม่ราบเรียบ  แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการควบคุมทิศทาง
ของ การสัมผัสบอลด้วยหลังเท้า  ไนกี้จึงได้เพิ่มชิ้นส่วนของวัสดุด้ายถัก  มาปิดระหว่างขอบ
ของแนวร้อยเชือก (ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน)  แต่จะมีระยะขึ้นมาแค่ครึ่งหนึ่งของแนวร้อยเชือก
เท่านั้น  และเปิดครึ่งบนให้เห็นส่วนของเชือกรองเท้าและลิ้นรองเท้าตามปกติ  เพื่อทำให้ผู้สวมใส่
ยังมีความสะดวก  ในการปรับระดับหรือดึงกระชับแนวร้อยเชือกในระหว่างการสวมใส่ Phantom
Venom Elite 
คู่นี้ได้

  ทั้งนี้..ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไนกี้ได้ขยายระยะห่างระหว่างแนวร้อยเชือกให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
ถึง 30% เพื่อทำให้ผู้สวมใส่ได้ฟีลลิ่งความกระชับจากการดึงกระชับแนวร้อยเชือกได้ดีกว่าเก่า



  โลโก้ ACC หรือเทคโนโลยี All Conditions Control ถูกย้ายมาพิมพ์เอาไว้ที่บริเวณ
ด้านหลังของส้นรองเท้า  เป็นการยืนยันว่าเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้เล่น  ยังสามารถควบคุม
ลูกฟุตบอลได้อย่างแม่นยำและติดเท้า แม้สภาวะที่ตัวรองเท้าเปียกชื่นหรือเปียกน้ำ  จากการ
ใช้งานในยามที่ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ  นั้นยังถูกบรรจุมาบนผิวสัมผัสของ Phantom
Venom Elite 
คู่นี้ด้วยเหมือนเดิม



  มาดูบั้นท้ายของรองเท้ารุ่นนี้ให้ละเอียดมากขึ้น  จะเห็นได้ว่าไนกี้ออกแบบให้ดูเบาบาง
ขึ้นกว่าเดิมด้วยการใช้เกราะป้องกันส้นเท้าแบบภายใน (Internal Hell Counter)
มีลักษณะโค้งมน  ดูเรียบง่ายกว่าส้นเท้าของรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ เลยก็ว่าได้  โดยชิ้นส่วน
ของวัสดุพลาสติกแข็งที่ฝังตัวอยู่ด้านในส้นเท้า  จะมีความสูงขึ้นมาประมาณครึ่งหนึ่งของ
แนวส้นเท้า  เท่าที่ลองสัมผัสดู..พบว่าเกราะส้นเท้ามีความแข็งแรง  ค่อนข้างน่าพอใจว่าจะ
สามารถให้การป้องกันแรงปะทะได้ดีพอสมควร



  ส่วนของหุ้มส้นด้านในได้ถูกบุเอาไว้ด้วยวัสดุบุนุ่ม  ถึงแม้จะไม่หนานุ่มมากนัก  แต่ก็เต็มพื้นที่
ที่สัมผัสกับส้นเท้าโดยรอบ  ไม่ว่าจะเป็นด้านหลัง หรือบริเวณข้อเท้าฝั่งด้านในและฝั่งด้านนอก
เพื่อการซัพพอร์ตและกระชับกับข้อเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างไร้ช่องว่าง  บริเวณที่เห็นเป็นพื้นผิว
สีดำนั้น  ทำจากวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่  จึงเป็นตัวช่วยเพื่อความฝืด  และทำให้หุ้มส้นของไนกี้
Phantom Venom Elite เป็นหุ้มส้นที่มีความกระชับและตอบโจทย์ต่อการเคลื่อนที่ได้
อย่างมั่นใจตลอดการใช้งาน

  นอกจากนั้น..ผมยังสังเกตได้ว่า ปลายหุ้มส้นด้านบน  จะมีลักษณะ "งุ้ง" เข้ามาด้านในเล็กน้อย
เพื่อให้ส้นเท้าจับล็อคกับร่องเอ็นร้อยหวายได้แน่นหนาขึ้น  แต่จะมีผลกระทบต่อความสบาย
ในการสวมใส่ หรืออาการกัดส้นเท้ามากน้อยแค่ไหน  คงต้องเอาไว้ลงสนามทดสอบกันอีกทีนึง



  แผ่นรองพื้นด้านในผลิตจากโฟม EVA ขึ้นรูปทั้งชิ้นเหมือนเดิม  มีความหนาพอประมาณ 
ลองออกแรงกดด้วยนิ้วมือเพื่อสัมผัสความนุ่มและการรองรับแรงกระแทกดูคร่าวๆ แล้ว  พอที่
จะประเมินได้ว่าแผ่นรองพื้นชุดนี้มีความนุ่มในระดับที่กำลังดี  ไม่ได้รู้สึกบางหรือหนาจนเกินไป 



  แผ่นรองพื้นชุดนี้ยังคงมากับเทคโนโลยี Nike Grip ซึ่งเป็นการออกแบบผิวสัมผัส
ทั้งด้านบนและด้านล่าง ให้มีลักษณะเป็นลอน เป็นลูกคลื่น  เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานในการ
ยึดเกาะระหว่างฝ่าเท้ากับแผ่นรองพื้น และแผ่นรองพื้นกับชุดพื้นล่างของรองเท้า  ไม่ให้
เกิดอาการลื่นไถลไป-มา ทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมั่นใจตลอดเวลา 90 นาที
ที่อยู่ในสนาม



  Nike Grip ไม่ได้มีเฉพาะที่แผ่นรองพื้นเท่านั้น  แต่ที่บริเวณผิวของชุดรองเท้า  ก็ได้ถูก
ออกแบบให้พื้นผิวมีลักษณะเป็นลอนขรุขระ  เพื่อสอดรับเข้ากับลักษณะของแผ่นรองพื้น
ที่จะวางเข้าไป นั่นเอง



  ชุดพื้นภายใต้เทคโนโลยีและการออกแบบที่ชื่อว่า Hyper Reactive ได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติม
จากเดิม  เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนาม การเคลื่อนที่ที่แม่นยำ  และการตอบสนอง
จังหวะการยิงประตูที่สมบูรณ์แบบ ของ Phantom Venom Elite คู่นี้  จนสามารถเรียกว่า
เป็น Hyper Reactive เวอร์ชั่น 2.0 ก็คงจะไม่ผิดอะไร  

  ในเรื่องของวัสดุนั้นยังเป็นวัสดุพลาสติก TPU ซึ่งเป็นวัสดุพื้นฐาน  มีคุณสมบัติเกี่ยวกับความ
ทนทานและสามารถขึ้นรูปให้บางได้  เอามาผสมเข้ากับวัสดุพลาสติก Pebax ซึ่งถือเป็นวัสดุ
พลาสติกขั้นสูง  ช่วยทำให้ชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักที่เบายิ่งขึ้น  และสามารถตอบสนอง
ต่อการส่งแรงกระทำในระหว่างการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม



  รายละเอียดชุดพื้นของ Phantom Venom Elite ที่เรียกว่าแปลกและเตะตามากที่สุด
ก็คือการออกแบพื้นผิวของส่วนฐานพื้นให้มีลักษณะเป็นรูปร่างสามเหลี่ยมคล้ายพีระมิด หรือ
บางชิ้นก็เป็นรูปทรงไดมอน มียอดแหลมนูนขึ้นมาเล็กน้อย  วางตัวแทรกกันมาอยู่ในตำแหน่ง
ที่แตกต่างกัน  โดยเฉพาะตรงบริเวณช่วงกลางของชุดพื้น ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน

  ผมได้ลองออกแรงเพื่องอชุดพื้นตามลักษณะการสปรินซ์ด้วยปลายเท้า  รู้สึกได้ว่าชุดพื้น
สามารถโค้งงอตามแรงได้อย่างรวดเร็ว  มีรัศมีแนวโค้งที่สมูทกว่าชุดพื้นของ Hypervenom
Phantom III  
และให้แรงตอบสนองโดยการดีดกลับได้อย่างฉับไวจนรู้สึกได้

  การออกแบบลักษณะนี้ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก  ชุดพื้นบริเวณนี้..ตามปกติที่เรา
คุ้นเคยกันดีนั้นจะมีลักษณะเป็นแนวสันที่นูนขึ้นมา หรือไม่ก็เป็น V-Shape  แต่การออกแบบ
ของ Hyper Reactive 2.0 จะสังเกตได้ว่าเป็นรูปทรงแบบสามเหลี่ยมพีระมิด และบางชิ้น
ก็เป็นรูปทรงไดมอน  โดยผิวราบที่มีลักษณะนูน Slope และหนาขึ้นมา  จะทำหน้าที่เป็นตัว
ต้านแรงจากการงอ  และทำให้เกิดแรงปฏกิริยาในการดีดกลับได้ดี  ตามกลักษณะความหนา
ของมันนั่นเอง  

  เมื่อด้าน Slope ดังกล่าวมีจำนวนมากและมีองศาเอียงที่แตกต่างกัน  จึงทำให้ชุดพื้นของ
รองเท้ารุ่นนี้  สามารถตอบสนองต่อการส่งแรงสปริงได้หลายหลากทิศทาง  ไม่ใช่แค่การ
เคลื่อนที่สปรินซ์ไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียว  แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการวางเท้าหลัก
เพื่อส่งแรงในการยิงลูกฟุตบอลได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย  เรียกได้ว่าชุดพื้นแบบ Hyper
Reactive 2.0
ของ Phantom Venom Elite เป็นอีกหนึ่งการพัฒนาที่น่าสนใจ
และน่าลองสัมผัสประสิทธิภาพดังกล่าวเป็นอย่างมาก



   ปุ่มด้านหน้าแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้ก็แตกต่างจากเดิม  ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ปุ่มใบมีด
ทรงเชพรอน ตลอดแนวขอบรองเท้า  ทั้งข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอกทั้งหมด  ข้างละ
4 ปุ่ม  โดยปุ่มแต่ละปุ่มจะมีทิศทางและองศาการวางตัวที่แตกต่างกันไป  แต่เมื่อรวมกันแล้ว
จะพบว่าปุ่มทั้ง 8 ปุ่ม มีทิศทางรอบตัวเกือบ 360 องศา  พร้อมที่จะให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะ
ที่แม่นยำรอบตัว   ส่วนปุ่มแนวขวาง 2 ปุ่มขนาดเล็กตรงกลางฝ่าเท้า  จะเป็นตัวช่วยเพิ่ม
ความคล่องตัวในจังหวะการสปรินซ์ทำความเร็ว

  และหากดูในรายละเอียดการออกแบบชุดฐานพื้นบริเวณด้านหน้า  จะเห็นว่าได้ถูกแบ่ง
ด้วยแนวเส้นสีดำขนาดใหญ่และหนาขึ้นมา  แบ่งพื้นที่ออกเท่าๆ กัน 6 พื้นที่  พื้นที่แต่ละส่วน
ก็จะมีพื้นผิวเป็นรูปร่างแบบพีระมิดขนาดเล็กๆ ขึ้นมาในหลายๆ จุด  เพื่อประสิทธิภาพที่ชัดเจน
ของการส่งแรงในจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้แบบรอบตัว 360 องศา  ซึ่งถือเป็น
อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจของ Phantom Venom Elite

  เพราะจากข้อมูล..ระบุว่า ชุดปุ่มด้านหน้าและโครงสร้างของพื้นรองเท้าด้านหน้าของ
Phantom Venom Elite ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเคลื่อนที่แบบ "Cut"
หรือการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบฉับพลัน  จังหวะการโยกตัดเข้ากลางเพื่อยิงประตู  
ปุ่มและชุดพื้นแบบนี้จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผู้สวมใส่สามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้
อย่างแม่นยำ ดุดันและรวดเร็วอย่างแน่นอน    



  ปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม เป็นปุ่มรูปทรงใบมีดเชฟรอน  ลักษณะเดียวกันกับปุ่มที่อยู่ด้านหน้า
แต่ขนาดของปุ่มไม่ได้ใหญ่ไปกว่ากันเลย  มีองศาการวางตัวของปุ่มด้านหลังนั้นได้ถูกออกแบบ
มาเพื่อการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้อย่างหนักแน่นและแม่นยำ  โดยเฉพาะจังหวะการวางส้นเท้าหลัก
เพื่อง้างยิงประตูจะสามารถทำได้อย่างมั่นใจและรุนแรง  รวมถึงจังหวะการยั้งตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่ก็มีความว่องไวมากขึ้นกว่าเดิม



  เชื่อเหลือเกินว่าตอนนี้..คุณผู้อ่านทุกท่าน จะต้องมีความรู้สึกที่อยากจะลองสัมผัสและใช้งาน
ไนกี้ Phantom Venom Elite จนแทบจะอดใจไม่ไหว  ยิ่งรายละเอียดทั้งหมดที่ผมได้
Hand On! ให้ทุกท่านได้ยลโฉมไปแล้วในบทความนี้  ยิ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาและมี
จุดเด่นที่น่าสนใจ จนกล้าพูดได้เลยว่ารองเท้ารุ่นนี้..เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ร้อนแรงที่สุดในตอนนี้

  สำหรับบททดสอบการใช้งานจริงบนพื้นสนาม  แน่นอนว่าจะมีมาให้ทุกท่านได้อ่านกันอย่าง
แน่นอน  และไม่นานเกินรอด้วย  เพราะ ณ ตอนนี้ที่ท่านกำลังอ่านบทความนี้อยู่  ผมเองก็ได้
มีโอกาสสวมใส่เครื่องจักรสังหารประตูคู่นี้ลงสนามทดสอบไปบ้างแล้ว  แต่อยากขอเวลาอีก
สักหน่อย  เพื่อจะได้เก็บข้อมูลการใช้งานจริงเอามาถ่ายทอดต่อได้อย่างแม่นยำดั่งเช่นสรรพคุณ
ของรองเท้ารุ่นนี้

  แต่หากใครที่อดทนรอไม่ไหว หรืออยากไปลองสัมผัสไนกี้ Phantom Venom Elite ด้วย
ตัวท่านเอง  ไม่อยากช้ากว่าใครไปมากกว่านี้  วันนี้..ท่านสามารถจับจองเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้
ได้แล้วที่เว็บไซต์ Nike.com, ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซ็ปต์สโตร์ และร้านซูเปอร์สปอร์ต
ในราคาเพียง 8,500 บาท  และย้ำอีกครั้ง...ไนกี้ Phantom Venom Elite สีนี้
"Made in Bosnia" นะครับ

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!" แพน Viper King II


"Hand On!" อาดิดาส Copa 19.1 Exhibit


"Hand On!" อาดิดาส Copa 19.1