"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VII - "Lock in, Let loose"

  ถือเป็นซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลที่ได้รับความสนใจอย่างมากในทุกครั้งที่เปิดตัวเจเนอเรชั่นใหม่ 
สำหรับ Tiempo Legend VII รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิคระดับตำนานจากไนกี้ 
ที่เพิ่งได้ฤกษ์เปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุดไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง  ในวันนี้ SiamBoots จะนำ
รองเท้ารุ่นนี้มาเปิดฝากล่อง “Hand On!”  พาคุณผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จัก  ไปดูกันว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีรายละเอียดและเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง



  ไนกี้เริ่มเผยโฉม Tiempo Legend VII ออกมาในช่วงเวลาราวๆ 2 สัปดาห์  ก่อนที่จะถึง
กำหนดการวางจำหน่ายจริงในวันที่ 13 กรกฏาคม 2017 ที่ผ่านมา  จากข้อมูลและรายละเอียด
เบื้องต้นที่เราๆ ท่านๆ ได้รับทราบกันมาจากการเปิดเผยของไนกี้  ถือได้ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่
คู่นี้  มี “เทคโนโลยีใหม่” เพิ่มเติมจากเจเนอเรชั่นเดิมพอสมควร  หลายอย่างถูกพัฒนาให้ดีขึ้น 
และก็มีหลายอย่างที่เพิ่มเข้ามาใหม่  ยิ่งทำให้ Tiempo Legend VII กลายเป็นหนึ่งในรองเท้า
ที่ได้รับความสนใจจากบรรดาแฟนๆ ทั่วโลกทันที..แม้ว่าจะยังไม่เปิดตัววางจำหน่ายก็ตาม

  ในวันนี้..ไนกี้ Tiempo Legend VII พร้อมลงสนามฟุตบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  พร้อมจะมา
ต่อยอดความสำเร็จของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลอย่างยิ่งใหญ่  และบางที..อาจจะ
พร้อมที่จะแย่งพื้นที่ในสนามฟุตบอลของรองเท้าฟุตบอลประเภทอื่นอีกด้วย !!

  บทความนี้..เราจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปเปิดฝากล่อง “Hand On!” พร้อมสัมผัสและโฟกัส
ในทุกรายละเอียด ทุกเทคโนโลยี และทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของ Tiempo Legend VII 
ไปดูกันว่ารองเท้ารุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง  แต่ก่อนที่จะเลื่อนลงไปเพื่อเปิดฝากล่องสีส้ม อันเป็น
เอกลักษณ์ของแบรนด์ไนกี้  ทาง SiamBoots.com ต้องขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้
(ประเทศไทย) จำกัด
  ที่ได้สนับสนุนรองเท้าฟุตบอล Tiempo Legend VII มาให้เรา
ได้รีวิวกันอย่างต่อเนื่อง  และเมื่อพร้อมแล้ว..เราไปเปิดฝากล่องรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุด
รุ่นนี้กันได้เลยครับ



  Tiempo Legend VII ถูกบรรจุมาในกล่องรองเท้าแบบปกติของไนกี้ที่เราๆ ท่านๆ คุ้นหน้า
คุ้นตากันดี  เมื่อเปิดฝากล่องขึ้นมา เราจะพบกับตัวรองเท้าสีดำ-ส้ม ซึ่งมีรหัสสีระบุข้างกล่องเอาไว้ว่า
Black/White-Laser orange-Volt   หรืออาจจะเรียกว่าเป็นสีประจำคอลเลคชั่น “Lock in,
let loose”
  ก็ได้ไม่ว่ากัน 


  ของแถมด้านในกล่องยังประกอบไปด้วย ถุงใส่รองเท้าแบบเป้สะพาย  ด้านในมีช่องซิปสำหรับให้ใส่
ของจุกจิก  ตามปกติที่ไนกี้จะแถมมาให้กับรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสขึ้นไป  สำหรับถุงใส่รองเท้า
ของ Tiempo Legend VII สีเปิดตัวคู่นี้  จะเป็นถุงรองเท้าสีส้ม Solar Flare ตัดด้วยข้อความ
สีดำเข้มที่ตรงกันข้ามกับสีหลักของตัวรองเท้า  แต่ดูรวมๆ แล้วยังคงอยู่ในธีมสีเดียวกับสีรองเท้า

  สำหรับไนกี้ Tiempo Legend VII คู่นี้ ผลิตจากประเทศเวียดนาม (Made in Vietnam)
โดยรองเท้าที่เราได้รับการสนับสนุนมานั้นเป็นรองเท้าไซส์ 9.5 US, 8.5 UK, 43 Euro และ
27.5 cm
 มีน้ำหนักอยู่ที่ 205 กรัม/ข้าง เท่านั้น

  ทีนี้ลองไปดูเปรียบเทียบกับข้อมูลน้ำหนักรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เราเคยรีวิวมาก่อนหน้านี้ (ไซส์ 27.5 cm
เท่ากัน)

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม

  เริ่มน้ำหนักรองเท้า ไนกี้ Tiempo Legend VII นั้นคงต้องโฟกัสไปเปรียบเทียบกับโฉมเก่า
อย่าง Tiempo Legend VI ซึ่งมีน้ำหนักอยู่ที่ 250 กรัม  จะเห็นได้ว่าไนกี้ทำให้รองเท้ารุ่นใหม่
มีน้ำหนักลดลงจากเดิมเป็นอย่างมาก !!



  ก่อนที่จะเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่รองเท้ารุ่นนี้พกติดตัวมา
ผมอยากจะขอกล่าวถึงลักษณะรูปร่างและรูปทรงของตัวรองเท้าโดยภาพรวมเสียหน่อย  จากที่ได้
สัมผัสภายนอก..ถือได้ว่ารูปทรงตัวรองเท้า Tiempo Legend VII นั้นยังมีลักษณะทรงคล้ายๆ
กับเจเนอเรชั่นที่แล้วพอสมควร  อาจจะมีช่วงหลังเท้าที่สูงขึ้นมาหน่อย เนื่องจากลักษณะของลิ้น
ที่เปลี่ยนแปลง  รวมถึงช่วงส้นเท้าที่กว้างขึ้นอีกนิด  แต่ลักษณะบริเวณหัวรองเท้ายังดูมนๆ เหมือน
เดิม

  วัสดุหน้าผ้าและตัวรองเท้าซึ่งทำจากวัสดุหนังจิงโจ้แท้ระดับพรีเมี่ยมที่มีความหนาและนุ่มมาก
เป็นพิเศษ   ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนติดใจรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้เลยก็ว่าได้  แต่คราวนี้
ไนกี้ Tiempo Legend VII มีป้ายข้อมูลยืนยันชัดเจนถึงสรรพคุณของวัสดุหนังจิงโจ้ห้อยติดตัว
รองเท้ามาให้ด้วย 



  หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการใช้งานจริง  เพราะสุดท้าย
แล้วก็ต้องปลดป้ายห้อยออกจากตัวรองเท้าอยู่ดี  แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบรองเท้าฟุตบอลประเภท
หนังจิงโจ้นุ่มๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ถือได้ว่าเป็นของแถมที่ช่วยยกให้รองเท้ารุ่นนี้ดูมีระดับมากขึ้น
มาอีกหน่อย



  นอกเหนือจากความหนาและนุ่มของวัสดุแล้ว  ลักษณะหน้าผ้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้ยังมีความพิเศษ
ด้วยการออกแบบให้หน้าผ้าไม่มีแนวฝีเข็มของด้ายเย็บแม้แต่แนวเดียว  มีผลทำให้ตัวรองเท้าสามารถ
สร้างความกระชับกับรูปเท้าได้มากขึ้นกว่าเดิม  และอายุการใช้งานของวัสดุตัวรองเท้าจะนานขึ้น 
เนื่องจากรองเท้าประเภทหนังแท้ที่มีแนวด้ายเย็บ  มีโอกาสที่มีความชื้นจากการใช้งานสามารถเข้าไป
ทำลายสภาพของชั้นหนังได้



  ยิ่งไปกว่านั้นไนกี้ยังพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุหนังบริเวณนิ้วเท้ายืดออกจนเสียรูป
คือนวัตกรรมฟิต-เมซ (Fit-Mesh) ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก  โดยนวัตกรรมดังกล่าวเป็น
นวัตกรรมที่เกิดจากการถักเส้นใยให้เกาะกันแน่นเหมือนของเล่นโบราณอย่างปลอกนิ้วแบบจีน
กล่าวคือ นวัตกรรมนี้จะรัดตัวแน่นขึ้นตามแรงกด  เส้นใยนี้จะผสานตัวอยู่กับเส้นใยที่ประกอบเป็น
ตัวรองเท้า ซึ่งมีลักษณะนูน ไม่ใช่ที่หนัง เส้นใยนี้จะรับแรงกดและการเคลื่อนที่ของเท้า รวมทั้งช่วย
รักษารองเท้าให้คงรูปแทนที่หนังอีกด้วย

  นวัตกรรมฟิต-เมซ (Fit-Mesh) ช่วยเสริมสมดุลให้รองเท้า อีกทั้งยังเป็นนวัตกรรมที่เอื้อให้ไนกี้ 
ออกแบบรองเท้าให้มีรูปลักษณะแบบไร้รอยฝีเข็มและทำให้ผิวสัมผัสนุ่มตลอดตัวรองเท้า นอกจากนี้
ไนกี้ยังเสริมชั้นโฟมบางๆ ไว้ใต้ชั้นหนังเพื่อช่วยการจับและควบคุมลูกบอล อีกทั้งยังช่วยเสริม
การระบายอากาศอีกด้วย



  และแน่นอนว่าเทคโนโลยี All Conditions Control หรือ ACC ซึ่งจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพ
การยึดเกาะและควบคุมระหว่างหน้าสัมผัสรองเท้ากับลูกฟุตบอล  ยังคงทำได้อย่างยอดเยี่ยม  แม้ว่า
จะเจอกับความชื้น น้ำ หรือสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจในเวลาลงสนาม  โดยเทคโนโลยีชิ้นนี้ถูกจำกัด
ใช้เฉพาะรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสเช่นนี้เท่านั้น ปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเทคโนโลยี ACC ถูกนำมาใช้
เป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีแล้ว  จึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและการยอมรับจากนักฟุตบอลทั่วโลก
ว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ใช้งานได้จริง



  ขึ้นมาสำรวจกันต่อที่บริเวณหลังเท้ากันบ้าง  จะพบว่าลิ้นรองเท้าของ ไนกี้ Tiempo Legend VII
เองก็ถูกเปลี่ยนมาใช้ลิ้นรองเท้าที่ผลิตจากวัสดุฟลายนิต  ถักทอขึ้นมาอย่างเต็มแผ่น  สามารถยึดขยาย
ออกได้ในแนวยาวและแนวกว้าง  เพื่อให้ฟีลลิ่งความกระชับบริเวณหลังเท้าได้อย่างไร้รอยต่อ  และ
ยังลดปัญหาลิ้นรองเท้าแบบเก่าที่เป็นวัสดุหนังแบบเย็บติดขอบแนวร้อยเชือก  ซึ่งเคยมีปัญหาในการ
สวมใส่และสร้างความอึดอัดพอสมควรตอนเจเนอเรชั่นของ Tiempo Legend VI


  เอาล่ะครับ..มาถึงไฮไลท์สำคัญซึ่งถือได้ว่าเป็นของใหม่เต็มๆ ที่ปรากฏใน Tiempo Legend VII
เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้  นั่นคือการนำวัสดุด้ายถักฟลายนิต (Flyknit) หรือเทคโนโลยีฟลายนิต 
มาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของรองเท้ารุ่นนี้  แม้ว่าฟลายนิตจะถูกนำมาใช้กับรองเท้าฟุตบอลของไนกี้
มาหลายปีแล้ว  แต่สำหรับรองเท้าสายพันธุ์คลาสสิคที่ยังต้องเน้นการใช้วัสดุหน้าผ้าจากหนังแท้  ทำให้
ฟลายนิตถูกเปลี่ยนเอาไว้ใช้ที่บริเวณช่วงกลางเท้ามาจนถึงส้นเท้า



  ด้านในวัสดุฟลายนิตยังมีการเสริมเส้นใยฟลายไวร์ (Flywire) เอาไว้  โดยยึดผ่านไปยังหูของรู
ร้อยเชือก 3 ตำแหน่งบน  ทำให้ผู้สวมใส่สามารถควบคุมความกระชับบริเวณหลังเท้าช่วงกลางด้วยการ
ดึงกระชับแนวร้อยเชือกได้ด้วยตัวเอง  ทั้งนี้..เส้นใยฟลายไวร์ยังเป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยรักษารูปทรง
ของตัวรองเท้าอีกด้วย   



  อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าลักษณะส้นเท้าของ ไนกี้ Tiempo Legend VII นั้นดูเหมือนจะ
กว้างขึ้นกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย  จากภาพด้านบนจะเห็นได้ชัดเจน  โดบเกราะส้นเท้าของรองเท้าร
ยังคงเป็นเกราะป้องกันแบบภายใน (Internal Heel Counter)  มีชิ้นวัสดุพลาสติก TPU
ฝังตัวเอาไว้อยู่ตามแนวส้นเท้า  ในแนวตั้งมีข้อความโลโก้ Tiempo แบบใหม่พิมพ์เอาไว้ด้วย



  อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของไนกี้ Tiempo Legend VII ก็คือลักษณะของหุ้มส้นด้านในที่ถูก
ออกแบบใหม่  ด้วยการเสริมวัสดุบุนุ่มตามแนวด้านข้างของส้นเท้า ทั้งด้านในและด้านนอก  มีลักษณะ
เป็นส่วนนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน  ออกแบบมาให้เข้ารูปกับสรีระด้านข้างแนวเอ็นร้อยหวาย  

  ในขณะที่ส่วนหุ้มส้นด้านหลังนั้นก็ยังมีการบุวัสดุบุนุ่มเอาไว้อย่างหนาแน่น  และเมื่อรวมกับวัสดุ
หน้าสัมผัสส้นเท้าที่เป็นหน้าผ้ากำมะหยี่ มีความฝืดเป็นอย่างมาก  ยิ่งน่าจะการันตีได้ว่าหุ้มส้น
ของรองเท้ารุ่นนี้จะช่วยสร้างความกระชับ จับล็อคข้อเท้า และเสริมประสิทธิภาพการระบายอากาศ
ได้เป็นอย่างดี



  แผ่นรองพื้นชุดนี้สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  ที่บริเวณส้นมีข้อความเขียนระบุว่า
NikeGRIP  ซึ่งหากใครที่เคยใช้ไนกี้ Hypervenom Phantom III มาก่อน  จะคุ้นเคยกับ
เทคโนโลยี NikeGRIP กันเป็นอย่างดี  โดยเทคโนโลยีดังกล่าวก็ได้ถูกยกมาใส่ไว้ที่ Tiempo
Legend VII
ด้วยเช่นกัน 

  แต่ !! มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป  เพราะ NikeGRIP ของรองเท้ารุ่นนี้ ไม่ใช่การทำ
รอยบากที่หน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นเพื่อให้เกิดแรงเสียดทานระหว่างฝ่าเท้าของผู้สวมใส่เหมือนกับ
แผ่นรองพื้นของ Hypervenom Phantom III  โดยไนกี้เลือกที่จะเสริมแนวแถบยึดเกาะ  เพื่อให้
เกิดแรงเสียดทานระหว่างพื้นชั้นล่างกับแผ่นรองพื้น  ไม่ให้ขยับไปไหนหรือเคลื่อนไปมาได้ง่ายนัก



  แผ่นรองพื้นของไนกี้ Tiempo Legend VII ยังคงมาในรูปแบบที่ไม่แตกต่างจากเดิม  จุดเด่น
อยู่ที่การเสริมวัสดุโฟมโพรอน (Poron) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดแรงกระแทก
ได้อย่างยอดเยี่ยม  เสริมเอาไว้ที่บริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้าด้านหน้า  เป็นเทคโนโลยีที่นักฟุตบอล
ทั่วโลกให้การยอมรับมาโดยตลอด  และปัจจุบันนี้..ไนกี้ใส่ Poron มาให้เฉพาะรองเท้าฟุตบอล
ประเภทคอนโทรลในระดับท็อปคลาสเท่านั้น

  มาปิดท้ายกันที่ชุดพื้นช่วงล่างและปุ่มรองเท้าแบบ FG ของไนกี้ Tiempo Legend VII ซึ่ง
ต้องบอกเลยว่ามีการเปลี่นแปลงและเพิ่ม “ของใหม่” เข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่นนี้
ให้มากกว่าเก่าอีกด้วย

  โดยชุดพื้นแบบใหม่ของ Tiempo Legend VII ไนกี้ตั้งชื่อว่า Nike Hyperstability 
เป็นชุดพื้นที่ถูกออกแบบมารองรับรูปแบบการเคลื่อนที่แบบรอบตัว 360 องศา ให้มีประสิทธิภาพ
มากขึ้นกว่าเดิมและช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรองเท้าลงไปเกือบ 60 กรัม เลยทีเดียว

  โครงสร้างช่วงกลางของชุดพื้นชุดนี้..ยังถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นสันขนาดใหญ่  นูนขึ้นมา
อย่างเห็นได้ชัด  ทำหน้าที่เสมือนเป็นกระดูกสันหลังของชุดพื้นทั้งหมด  จุดเด่นของชุดพื้นแบบนี้
คือความแข็ง จึงสร้างแรงดีดกลับเมื่อชุดพื้นงอตัว  จากจังหวะการสปรินซ์ด้วยปลายเท้าได้
อย่างรุนแรงนั่นเอง



  รูปแบบการวางปุ่ม FG ของ Tiempo Legend VII ก็ได้ถูกพัฒนาตามนวัตกรรม FEA
(Finite Element Analysis)
ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีมาวิเคราะห์รูปแบบการวางปุ่ม  
ให้ตอบโจทย์ต่อรูปแบบการเคลื่อนที่ที่ต้องการ  แบบที่รองเท้าตระกูลอื่นๆ ของไนกี้ใช้มาก่อนหน้า
นี้ทั้งหมด

  ปุ่มรองเท้าส่วนหน้าเป็นการผสมผสานระหว่างปุ่มกลมทรงกรวยมีปลายแหลม  วางตัวอยู่ในแนวขอบ
รองเท้าทั้งสองฝั่ง  ทำหน้าที่เป็นปุ่มหลักในจังหวะการลงน้ำหนักและทรงตัวในจังหวะการเปลี่ยนทิศทาง
หรือหมุนตัวของผู้เล่น  ระหว่างฐานปุ่มมีแนวสันขึ้นมาเชื่อมโยงกัน  เพื่อช่วยเสริมแรงให้แนววางปุ่ม
มีความมั่นคงยิ่งขึ้น 

  ในขณะที่ปุ่มตรงกลางฝ่าเท้าก็ปรับเปลี่ยนนิดหน่อย  เปลี่ยนจากปุ่มแนวขวางตรงๆ มาเป็นปุ่มทรงเชฟรอน
ที่มีมุมแหลมตรงกลาง  นอกจากจะช่วยส่งแรงในจังหวะการสปรินซ์เคลื่อนที่ในแนวตรงให้ทำได้อย่าง
มีประสิทธิภาพแล้ว  มุมแหลมของกลางปุ่มจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจิกพื้นและยึดเกาะในจังหวะ
การสปรินซ์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

  เท่านั้นยังไม่พอ..ไนกี้ ยังได้เพิ่มปุ่มทรงเชฟรอนจำนวน 1 ปุ่มและปุ่มแนวขวางอีก 1 ปุ่ม บริเวณหัวรองเท้า 
เพื่อมาเติมเต็มประสิทธิภาพของการยึดเกาะ  โดยเฉพาะจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
ด้วยปลายเท้า  เรียกได้ว่าเป็นการดึงเอาจุดเด่นของรูปแบบปุ่มจากรองเท้าประเภทความเร็ว  เอามาผสาน
ใช้งานในรองเท้าประเภทคลาสสิคคอนโทรลอย่าง Tiempo Legend VII คู่นี้เลยก็ว่าได้


  ปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม แบบทรงฐานหนา ที่เคยใช้กับเจเนอเรชั่นเก่า  ก็ยังถูกเปลี่ยนมาใช้เป็นปุ่ม
ทรงเชฟรอนที่ดูเบาบางกว่าเดิมพอสมควร  การใช้ปุ่มตรงเชฟรอนที่ด้านหลังแบบนี้จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถ
หยุดหรือเบรคการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นกว่าเก่าอีกด้วย



  คงต้องยอมรับตรงๆ ว่า ไนกี้ ได้พัฒนาและอัพเกรตเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับ Tiempo Legend VII
อย่างชัดเจน  แค่เพียงได้สัมผัสและรับรู้ถึงรายละเอียดทั้งหมดของตัวรองเท้ารุ่นนี้  ก็รู้สึกได้ถึง
ประสิทธิภาพและความน่าใช้ที่มีมากกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วอย่างชัดเจน  แต่ประสิทธิภาพการใช้
งานจริงนั้นจะยอดเยี่ยมเหมือนกับที่ได้สัมผัสจากภายนอกหรือไม่นั้น  คงต้องรอติดตามกันใน
บทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริงของรองเท้ารุ่นนี้ต่อไป

  แต่สำหรับใครที่มั่นใจว่าจะใช้บริการไนกี้ Tiempo Legend VII เป็นอาวุธคู่เท้าลงสนาม
หรือต้องการไปสัมผัสตัวจริงของรองเท้ารุ่นนี้  วันนี้ท่านสามารถไปเลือกซื้อเลือกหา พร้อมทั้ง
ลองสวมใส่ได้แล้วที่ร้าน Ari Football Concept Store หรือถ้าต้องการความสะดวกสั่งซื้อ
ผ่านทางเว็บไซด์  สามารถเข้าไปใช้บริการได้ที่ www.nike.com โดยไนกี้ (ประเทศไทย)
ปักป้ายราคาจำหน่ายรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสสายพันธุ์คลาสสิคคอนโทรลรุ่นนี้เอาไว้ที่
7,900 บาท เท่านั้น


ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Legend VII


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 16 กรกฏาคม 2017 เวลา 22.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VI
Totti X Roma



"Hand On!" อาดิดาส
ACE 17+ Pure Control



"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom III
Ultraman