"Hand On!" แพน Balancer Touch X - The Expansion of Performance

  แพน แบรนด์รองเท้าฟุตบอลชื่อดังของบ้านเรา ยังคงเดินหน้าเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ
ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง  ล่าสุดได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นโปรโมทที่มีชื่อว่า Balancer Touch X
ออกมาเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นแรกของค่ายที่มี "หุ้มข้อสูง" พร้อมทำตลาดในฐานะรองเท้า
ประเภทโมเดิร์นคอนโทรลอย่างเต็มรูปแบบ



  กาลครั้งหนึ่งในปี 2013  แพนเคยทำรองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรลออกสู่ตลาด
รองเท้าฟุตบอลเมืองไทย ในชื่อว่า Balancer ออกมาแล้ว  แต่ในช่วงนั้นรองเท้าซีรี่ย์ดังกล่าว
ยังเน้นการลุยตลาดในระดับเริ่มต้นเป็นหลัก  และอาจจะไม่ได้เน้นการโปรโมทในระดับสูง
มากเท่าที่ควร

  แต่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่แพนเริ่มเดินหน้าสร้างสรรค์รองเท้าฟุตบอลระดับสูงออก
มาท้ารบในวงการฟุตบอลอีกครั้ง  หลังจากที่เดินหน้าพัฒนารองเท้าในซีรี่ย์ Viper King ให้
ออกมาวาดลวดลายในสนามฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง  ล่าสุด..แพนได้นำชื่อ Balancer  กลับมา
ผนวกรวมกับเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน  จนได้ออกมาเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นสำคัญที่มีชื่อเต็มๆ ว่า
Balancer Touch X ออกมาทำตลาดในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรล
อย่างเต็มรูปแบบ  พร้อมมาเติมเต็มไลน์การผลิตและประเภทรองเท้าฟุตบอลของแพนเอง ให้มีความ
ครบถ้วนสมบูรณ์แบบเทียบเท่ากับแบรนด์ดังๆ ระดับโลก

  ในบทความนี้... SiamBoots จะขอนำเอา แพน Balancer Touch X มาแนะนำตัว
ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ทำความรู้จัก  ไปดูกันว่ารองเท้ารุ่นใหม่จากแพน แบรนด์ไทยรุ่นนี้
มีนวัตกรรม เทคโนโลยีและจุดเด่นจุดไฮไลท์ตรงไหนที่น่าสนใจบ้าง  รับรองเท้าว่ารองเท้ารุ่นนี้
จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยอย่างแน่นอน

  หากพร้อมกันแล้ว...เราไปเปิดฝากล่อง ร่วมสัมผัสตัวเป็นๆ ของแพน Balancer Touch X
ไปด้วยกันได้เลยครับ...



  กล่องรองเท้าที่แพนเลือกบรรจุ Balancer Touch X มานั้น เป็นรองเท้ารองเท้าซึ่งมีดีไซน์
ที่ดูมีความพรีเมี่ยมพอสมควร  ด้านข้างของกล่องระบุคำว่า "The Master Piece" ช่วยยืนยัน
ถึงการเป็นสินค้าระดับท็อปไลน์ที่ลุยโปรโมทในตลาดอย่างจริงจัง  



  นอกจากกราฟฟิกบนหน้ากล่องที่ดูหวือหวา  มาพร้อมกับโลโก้หัวเสือและชื่อยี่ห้อแพน สีแดงสด
โดดเด่นเห็นได้ชัดแล้ว  ลักษณะของกล่องชิ้นนี้ยังเป็นกล่องที่มีความหนา มีรูปทรงที่ดูแข็งแรง
กว่ารองเท้าจากแบรนด์ดังๆ ทั้งหลายอีกด้วย


  
  การเปิดกล่องใช้เป็นการสไลด์ออกในแนวยาว ช่วยเสริมความดูดีให้กับแพคเก็จของรองเท้ารุ่นนี้
มากยิ่งขึ้น  เมื่อสไลด์ตัวออกมาเราก็จะได้พบว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่น Balancer Touch X สีม่วง
อ่อนๆ มีรหัสสีอย่างเป็นทางการว่า "Amethyst" เป็นชื่ออัญมณีประเภทพลอย ที่มีเฉดสีม่วง
ในลักษณะนี้  

  หากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของรองเท้าฟุตบอลจากแพนมาโดยตลอด  จะพบว่าแพนออก
เฉดสีนี้มาให้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Viper King ทั้งแบบหนังสังเคราะห์ และแบบหนังแท้
มาก่อนหน้านี้แล้ว  เรียกได้ว่า Balancer Touch X สีนี้ก็ถูกเลือกมาเป็นรวมเป็นคอลเลคชั่นสี
เดียวกันไปเลย



  ภายในกล่องรองเท้านั้นยังมีถุงเป้สะพาย มีลักษณะเป็นผ้าใบหนาๆ สีดำ  ถูกสกรีนด้วยโลโก้แพน
และลวดลายกราฟฟิกสีเงิน ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  เหมือนกันกับถุงใส่รองเท้าที่แถมมาให้กับ
Viper King ที่เราเคย Hand On! ไปก่อนหน้านี้ทุกอย่าง 



  แต่สำหรับ Balancer Touch X นั้นมีของแถมเพิ่มมาอีก 1 ชิ้น  นั่นคือเชือกรองเท้าอีก 1 คู่
เป็นเชือกสีดำ ถูกห่อมาในถุงพลาสติกใสเห็นได้ชัดเจน  เอามาเป็นอ็อปชั่นให้ผู้ใช้งานได้เลือกเปลี่ยน
ตามความชอบส่วนตัวได้เลย



  ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากแพน ระบุว่า Balancer Touch X นั้นจะมีน้ำหนัก 199 กรัม/ข้าง
จากที่ผมได้ลองสัมผัสจับยกด้วยมือตัวเอง ก็รู้สึกได้ถึงความเบา  โดยตัวรองเท้ามีจุดศูนย์ถ่วง
ของน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างสมดุล ไม่รู้สึกว่าน้ำหนักส่วยใหญ่ไปตกอยู่ ณ ตำแหน่งใดมากเป็นพิเศษ
ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์ถ่วงของรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรล ที่ต้องตอบโจทย์ได้ดีทั้งการเคลื่อนที่
และการเล่นกับลูกบอล ได้เป็นอย่างดี
 
  ข้อมูลกับรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่เราเคยรีวิวไป เป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส X 17.1 215.5 กรัม
  - อาดิดาส X 18.1 192.8 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly VI 198.4 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม
  - แพน Viper King Semi Kangaroo 210 กรัม

  จากข้อมูลตัวเลขน้ำหนักตัวเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ  พบว่า แพน Balancer Touch X
มีพิกัดน้ำหนักรองเท้าอยู่ในเกณฑ์ที่เบามาก  ถ้ามองจากตัวเลข..ดั่งที่เห็นคือสามารถสู้ความเบา
กับรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วรุ่นดังๆ รุ่นท็อปๆ ของแบรนด์ดังต่างๆ ได้เลยที่เดียว



  ก่อนที่จะไปลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับวัสดุและเทคโนโลยี ที่ทางผู้ผลิตเลือกเอามาใช้ประกอบ
ร่างเป็นรองเท้าระดับท็อปในกลุ่มของรองเท้าประเภทโมเดิร์คอนโทรลอย่าง Balancer Touch X
รุ่นนี้  เราจะมาวิเคราะห์ลักษณะรูปร่างรูปทรงของรองเท้ารุ่นนี้กันก่อน

  ลักษณะความกว้างหน้าเท้าของ Balancer Touch X นั้นมีลักษณะหน้ากว้าง อย่างชัดเจน
รูปทรงของรองเท้าเช่นนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองและรองรับกับรูปทรงของคนไทย  ซึ่ง
ส่วนใหญ่มีรูปเท้าที่ค่อนข้างกว้าง ฝ่าเท้าแบน และมีช่วงหลังเท้าที่นูนพอสมควร  จึงค่อนข้างมั่นใจ
เป็นอย่างมากว่ารองเท้ารุ่นนี้จะให้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่สบายเท้าอย่างแน่นอน



  แพน Balancer Touch X ใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์ (Microfiber) มาตัดเย็บ
ขึ้นรูปเป็นหน้าผ้าอัพเปอร์และตัวรองเท้าทั้งชิ้นเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด  ไม่มีแนวฝีเข็มหรือส่วนของ
รอยต่อใดๆ  ตัวรองเท้ารุ่นนี้จึงให้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ราบลื่น ไม่มีช่วงว่างที่เกิดระหว่างแนวฝีเข็ม
ให้ความกระชับทุกส่วนของหน้าเท้าได้ในระดับที่เท่าๆ กัน ส่งผลให้ผู้สวมใส่มีความมั่นใจใน
ระหว่างการใช้งานได้ตลอด 90 นาที



  ลักษณะผิวหน้าสัมผัส  โดยเฉพาะส่วนที่สังเกตเห็นเป็นลวดลายเส้นสายของกราฟฟิกรูปทรง
หกเหลี่ยม  ซึ่งแพนเรียกว่า "Dynamic Skin" มีส่วนช่วยให้ผิวหน้าสัมผัสมีความเหนียว
และฝืดมากเป็นพิเศษ  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่รองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลต้องมีและใช้งาน
ได้จริง แม้ว่าลักษณะพื้นผิวโดยรวมจะเป็นแบบพื้นเรียบๆ ไม่ได้มีความเป็น 3 มิติ นูน-ต่ำ
แต่อย่างใด  



  นอกจากนั้น..ลายแถบบริเวณข้างตัวรองเท้าทั้งสองฝั่ง  ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของโลโก้แพน
ที่เราๆ ท่านๆ ต่างก็คุ้นตากันดี  ได้ลองสำรวจดูแล้วพบว่าแถบดังกล่าว..ไม่ใช่แค่การสกรีน
กราฟฟิกแถบสีลงไปบนตัวรองเท้าแบบธรรมดาๆ เท่านั้น  แต่เป็นการเสริมวัสดุคล้ายพลาสติก
ผสมกับเนื้อยาง  มีผิวสัมผัสที่แน่นและมีความฝืด  เสริมเข้ามาเพื่อเป็นพื้นหน้าสัมผัสในการใช้
พื้นที่ข้างเท้าเพิ่มสัมผัสบอล  โดยเฉพาะการแปรส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  

  รวมถึงยังได้ทำพื้นผิวในบางตำแหน่งให้มีมิตินูนต่ำที่แตกต่างกันอีกด้วย  เพื่อมาเติมเต็มให้
Balancer Touch X
มีความเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ที่สุดเท่าที่จะทำได้



  เอาล่ะครับ..มาถึงจุดขายสำคัญ ที่แพนใช้โปรโมท Balancer Touch X รุ่นนี้  ด้วยการนำ
หุ้มข้อแบบสูงมาใช้เป็นครั้งแรก  โดยลักษณะส่วนของหุ้มข้อที่เห็นนั้นทำจากวัสดุผ้าที่มีความยืดหยุ่น 
ลักษณะค่อนข้างหนา  ผสมผสานด้วยวัสดุฟิล์มชนิดพิเศษและผ้าทอ  โดยแพนเรียกชิ้นส่วนนี้ว่า
“Compression Knit Fit Collar”



  ออกแบบการตัดเย็บให้เป็นชิ้นส่วนเดียวกันขึ้นมาจากบริเวณพื้นที่หลังเท้า  ขึ้นมาจนเป็นชิ้นส่วน
ของหุ้มข้อแบบรอบ (Round Collar) ทำให้ไม่มีช่วงว่างหรือแนวตะเข็บที่บริเวณชิ้นส่วนดังกล่าว 
เพื่อให้สามารถสร้างความกระชับและช่วยซัพพอร์ตการเคลื่อนไหวของข้อเท้าได้เป็นอย่างดี 
สร้างฟีลลิ่งให้ผู้สวมใส่รู้สึกได้ว่าส่วนของข้อเท้าและหุ้มข้อนั้น  ถูกควบรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 
ทำให้ทุกการเคลื่อนที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

  ในขณะที่การออกแบบส่วนหุ้มข้อที่ไม่ให้สูงมากจนเกินไป  จะช่วยทำให้ผู้สวมใส่ยังได้ฟีลลิ่ง
ความสบายและอิสระในทุกรูปแบบการเคลื่อนที่



  แพน Balancer Touch X ใช้เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายใน (Internal Heel
Counter)
  โดยการฝังชิ้นพลาสติกเอาไว้ที่ส่วนชั้นในของแนวส้นเท้า  มีความสูงขึ้นมาประมาณ
ครึ่งหนึ่ง ลองสัมผัสดูแล้วพบว่าเกราะชิ้นมีความแข็งในระดับปานกลาง  พอที่จะให้การปกป้อง
แนวส้นเท้าได้ตามมาตรฐานทั่วไป  แต่ทที่สะดุดตาก็คือลักษณะของส้นเท้าที่อวบอ้วน  มีความกว้าง
พอสมควร  จึงให้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่สบายส้นเท้า  นอกจากนั้น..ยังพบว่าแพนได้นำเอาชิ้นส่วน
ของหนัง  มาตัดเย็บเอาไว้ที่ปลายด้านบนสุดของแนวส้น  เพื่อใช้เป็นจุดดึงในจังหวะการสวมใส่
ให้ทำได้ง่ายขึ้น

  รายละเอียดของส่วนหุ้มส้นด้านในของ Balancer Touch X นั้น แพนเลือกใช้วัสดุผ้าเมซ
ไม่ใช่หนังสังเคราะห์เรียบๆ แบบหุ้มส้นด้านในของ Viper King  จึงให้สัมผัสที่รู้สึกได้ถึง
แรงเสียดทานและความฝืดที่ดีกว่า  ชั้นด้านในมีการบุวัสดุบุนุ่มเสริมเอาไว้ค่อนข้างจะทั่วบริเวณ 
แต่ไม่หนามากนัก  แต่โดยรวมแล้วดูจะเป็นหุ้มส้นที่ให้ความกระชับและยึดจับกับแนวส้นเท้า
ได้ดีขึ้นกว่าซีรี่ย์อื่นๆ ของแพนเอง



  แผ่นรองพื้นด้านในของ Balancer Touch X  ก็ยังสามารถถอดออกมาจากด้านในได้
เหมือนกันกับรองเท้าระดับท็อปทั่วไปในตลาด  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้ทำจากวัสดุโฟม EVA
ที่มีความหนาพอประมาณ  โดยเฉพาะบริเวณช่วงปลายเท้าที่ไม่หนามากนัก  ลองออกแรงกด
กระทำดูแล้วรู้สึกถึงความนุ่มในระดับปกติทั่วไป  ลักษณะของเนื้อโฟมนั้นค่อนข้างแน่นพอสมควร 
ทำให้การลงน้ำหนักที่บริเวณปลายเท้า  โดยเฉพาะการสปรินซ์ออกตัวนั้นได้ฟีลลิ่งการส่งแรง
ได้รวดเร็วฉับไว

  แต่ที่บริเวณส้นเท้านั้นมีการเสริมวัสดุโฟมโพรอน (Poron) เป็นชิ้นวงกลมขนาดใหญ่ 
ช่วยให้การลงน้ำหนักที่บริเวณส้นเท้านั้นได้ฟีลลิ่งการซัพพอร์ตที่หนาและนุ่มเป็นพิเศษ  มากกว่า
การลงน้ำหนักของส่วนปลายเท้า  ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีทางวัสดุที่แพนก็จัดมาให้ได้
น่าประทับใจเหมือนเดิม



  ผิวสัมผัสของแผ่นรองพื้นด้านบนนั้น  ทำจากวัสดุหน้าผ้าสังเคราะห์เหมือนปกติทั่วไป  แต่ลองสัมผัส
ดูแล้วรู้สึกได้ว่าผิวหน้าสัมผัสค่อนข้างมีลักษณะสากๆ  มีความฝืดและมีแรงเสียดทานพอสมควร 
จึงน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะระหว่างฝ่าเท้าและลดอาการลื่นไถลในจังหวะการเคลื่อนที่
ได้เป็นอย่างดี



  ชุดพื้นและปุ่ม FG แบบเดียวกันกับที่ใช้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Viper King ก็ถูกยกมาใช้
กับรองเท้ารุ่น Balancer Touch X คู่นี้ทั้งหมด  ซึ่งแพนตั้งชื่อเรียกชุดพื้นแบบนี้ของตัวเองว่า
“Adhesion Control”  ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกับรูปแบบการเคลื่อนที่ที่หลากหลาย 
การยึดเกาะที่ดีและการกระจายแรงที่ค่อนข้างสมดุล  รวมถึงการเสริมแนวโครงสร้างช่วงกลาง
แบบ V-Shape  มีความหนา  เพื่อช่วยตอบสนองการส่งแรงในจังหวะการสปรินซ์ออกตัวได้
อย่างรวดเร็ว



  จากข้อมูลทางเทคนิค..ระบุว่าชุดพื้นชุดนี้ผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU  ที่ถูกผสมด้วยพลาสติก
Pebax 
ทำให้คุณสมบัติโดยรวมวัสดุนั้นมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ  แต่ยังสามารถหยืดหยุ่น
และมีความแข็งแรงทนทานได้ในระดับเดียวกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นดังๆ ของแบรนด์ระดับโลก
แบรนด์อื่นๆ

  ในขณะที่ปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้  ก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ของการเล่นฟุตบอลในบ้านเรา
อย่างแท้จริง  ปุ่มที่ไม่ได้ยาวจนเกินไป  กับลักษณะของพื้นที่หน้าตัดที่ค่อนข้างกว้าง  และฐานปุ่ม
ที่มีความหนาพอสมควร  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถสวมใส่ลงเล่นในพื้นสนามหญ้าจริงและ
หญ้าเทียมได้ทั้งคู่



  ปุ่ม FG ด้านหน้า ใช้เอาปุ่มกลมและปุ่มทรงยาวมาใช้งานร่วมกัน  โดยปุ่มกลมจำนวน 4 ปุ่ม
วางอยู่ใน 4 ตำแหน่งหลัก  ทำหน้าที่เป็นจุดลงน้ำหนักตัว  และเป็นจุดหมุนในจังหวะการเปลี่ยน
ทิศทางหรือกลับตัวของการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ 360 องศา  โดยจะทำหน้าที่ร่วมกับปุ่มทรงยาว
ในแนวขอบรองเท้าที่อยู่ถัดมา  ช่วยเสริมให้การลงน้ำหนักตัวและการยึดเกาะได้อย่างมั่นคง

  ในขณะที่ปุ่มทรงยาวตรงบริเวณหัวรองเท้าและกลางฝ่าเท้านั้น  พื้นที่หน้าตัดในแนวขวาง
จะทำหน้าที่ให้การส่งแรงสปรินซ์ไปยังพื้นสนามทำได้อย่างเต็มหน้าสัมผัส  ช่วยให้ผู้เล่นสามารถ
เคลื่อนที่ในทางตรงได้อย่างรวดเร็ว



  ปุ่ม FG ด้านหลัง 4 ปุ่ม  ก็ใช้ปุ่มผสมระหว่างปุ่มกลมกับปุ่มทรงยาว  โดยคู่ปุ่มหลังสุดเป็นปุ่มกลม
ที่มีพื้นที่หน้าตัดขนาดใหญ่  เพราะต้องการพื้นที่หน้าตัดในการลงน้ำหนักบริเวณส้นเท้า  ให้ลงได้
อย่างเต็มพื้นที่  ทำให้การลงน้ำหนักได้อย่างมั่นคง  ในขณะที่คู่ปุ่มถัดมาซึ่งเป็นปุ่มทรงยาวในแนว
ตรงนั้น จะรับบทบาทช่วยล็อคพื้นสนาม ให้ความมั่นคงในจังหวะการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว

  อีกหนึ่งรายละเอียดที่แพนออกแบบมาเพื่อทำให้ Balancer Touch X นั้นเหมาะกับคนไทย
และการใช้งานในบ้านเรามาโดยตลอด  ก็คือการเสริมหมุดยึดที่บริเวณชุดพื้นทั้งด้านหน้าและ
ด้านหลัง  เพื่อเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของชุดพื้นรองเท้า  แม้ว่าจะถูกสวมใส่
ใช้งานในพื้นสนามหญ้าจริงที่ดินแข็งๆ หรือแม้แต่การใช้งานในสนามหญ้าเทียมก็ตาม



  แพนวางจำหน่าย Balancer Touch X  ในราคา 3,990 บาท แบบของครบเต็มเซ็ตดั่งที่ได้
นำเสนอไปทั้งหมด  โดยรองเท้ารุ่นนี้จะเน้นลุยตลาดในระดับกลางเป็นหลัก  แต่ถือเป็นรองเท้ารุ่น
โปรโมทสำคัญที่แพนเน้นทำตลาดเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะการเซ็นสัญญานักฟุตบอลอาชีพในไทยลีกส์
หลายๆ คน มาเป็นพรีเซนเตอร์หลักอย่างเป็นทางการ  ยิ่งเข้ามาเติมเต็มการทำตลาดที่เคยหายไป
ของแพน  ให้กลับมาที่มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

  จากข้อมูล วัสดุ เทคโนโลยีและการออกแบบของ Balancer Touch X ที่เราได้สัมผัสรับชม
กันไปในทุกๆ จุดแล้ว  ก็ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าตัวรองเท้ารุ่นนี้ดูมีความน่าสนใจไม่น้อย  โดยเฉพาะ
เรื่องของการนำเอาหุ้มข้อสูงมาใช้ในรองเท้าฟุตบอลของแพนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก 
ในขณะที่เรื่องของวัสดุต่างๆ ก็ดูดีสมราคาค่าตัว 

  ดังนั้น..หากคุณผู้อ่านท่านใดสนใจเลือกใช้ Balancer Touch X เป็นอาวุธในยามลงสนาม 
วันนี้ท่านสามารถไปลองสัมผัส ทดลองสวมใส่ หรือเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ได้แล้วที่ ที่ร้าน
ตัวแทนจำหน่ายรองเท้าฟุตบอลแพน  หรือสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ที่ pan-sportswear.com
 ได้อย่างสะดวก


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 17 มิถุนายน 2018 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท บางกอก แอธเลติก จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!" อาดิดาส X 18.1


"Hand On!" เดียดอร์ร่า RB10


"Hand On!" ไนกี้ Mercurial SuperFly VI