"Boots Review!" แพน Bravo Agilis - อาวุธหนัก "พาวเว่อร์คอนโทรล" แบบดั้งเดิม
ที่ถูกนำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง

  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Bravo จากแพน  นั้นเคยมีบทบาทสำคัญในวงการฟุตบอลบ้านเรา
และเชื่อว่าชื่อนี้น่าจะยังคงคุ้นหูแฟนๆ ชาวไทย  โดยเฉพาะชื่อ “Bravo Potenza” ในฐานะ
รองเท้าฟุตบอลประเภทพาวเว่อร์คอนโทรลที่ได้รับความนิยม จนมีการผลิตออกมาทำตลาด
อยู่หลายเจเนอเรชั่น กินระยะเวลาเกือบ 5 ปีเห็นจะได้



  ล่าสุด..แพนได้นำรองเท้าซีรี่ย์ Bravo กลับมาลุยตลาดอีกครั้ง  เจเนอเรชั่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า
Agilis ซึ่งยังคงมาในธีมของความดุดัน  สำหรับรองเท้าฟุตบอล Bravo Agilis รุ่นนี้  เป็น
โปรเจคที่ทีมพัฒนาของแพน  อยากจะทำรองเท้าฟุตบอลประเภทพาวเว่อร์คอนโทรลแบบดั้งเดิม 
ซึ่งโดดเด่นด้วยพื้นที่สัมผัสควบคุมบอลจากวัสดุ “แถบยาง” หลังจากที่ได้เห็นกระแสเรียกร้อง
ของแฟนๆ ฟุตบอลในปัจจุบัน  รวมถึงกระแสตอบรับที่ดีของรองเท้ารุ่น Patriot Remake
ที่นำเอา Patriot กลับมาผลิตใหม่

  อย่างไรก็ตาม Bravo Agilis จะถูกวางตำแหน่งเพื่อทำตลาดในระดับทั่วไปเท่านั้น  กล่าวคือ
ในซีรี่ย์นี้จะมีเพียงรองเท้ารุ่นเดียว  ไม่มีการซอยรุ่นย่อยแบ่งเป็นรองเท้ารุ่นท็อปหรือรุ่นรองท็อป
แต่อย่างใด  โดยรองเท้ารุ่นนี้วางจำหน่ายในราคาเพียง 1,990 บาท  จึงเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์
ที่กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงและเลือกซื้อเลือกหามาใช้งานได้อย่างง่ายดาย



  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไป Review รองเท้าฟุตบอลแพน Bravo Agilis
คู่นี้กัน  โดยคราวนี้จะขอเปลี่ยนรูปแบบการรีวิวเล็กน้อย  โดยจะรีวิวเปิดฝากล่อง Hand On!
เพื่อแนะนำรายละเอียดทั้งหมดของตัวรองเท้า  พร้อมทั้งทดสอบการใช้งาน Boots Testing!
ควบรวมกันไปทีเดียวเลย


  กล่องรองเท้าที่แพนบรรจุ Bravo Agilis มาให้นั้นเปลี่ยนจากกล่องกระดาษเนื้อหนา ที่มีผิวด้าน
เข้มๆ ใช้การเปิดแบบสไลด์ออกทางด้านยาว (หัวกล่อง)  มาเป็นกล่องรองเท้าแบบเปิดฝาบนปกติ 
ลักษณะเนื้อกระดาษจะบางกว่าเดิมและผิวหน้าจะเงาๆ ดูสว่างขึ้นกว่าแบบเดิม



  เปิดฝากล่องขึ้นมา..จะพบกับรองเท้าฟุตบอลแพน รุ่น Bravo Agilis วางนอนมาแบบแน่นกล่อง
กำลังดี  โดยรองเท้าคู่นี้ที่เราได้รับการสนับสนุนมานั้นจะมาในเฉดสี "ดำ-แดง" ซึ่งเป็นสีหลัก
ที่แพนเน้นการโปรโมท เพื่อสื่อถึงความดุดันได้อย่างตรงไปตรงมา

  นอกจากตัวรองเท้าแล้ว..ภายในกล่องไม่มีของแถมจำพวกถุงผ้าแถมมาให้เหมือนกับรุ่นท็อปๆ
ที่เคยรีวิวไปหลายต่อหลายรุ่นก่อนหน้านี้  ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับทั่วไป ที่มี
ค่าตัวเพียงแค่ 1,990 บาท นั่นเอง



  ดีไซน์การออกแบบและหน้าตาภายนอกของ Bravo Agilis นั้นถือได้ว่ามีดีไซน์ที่ดุดัน
แบบดั้งเดิมโดยเฉพาะรายละเอียดบนหน้าสัมผัสและตัวรองเท้า  ที่มีพื้นผิวขรุขระและวัสดุ
แถบยางเต็มไปหมดแทบจะรอบตัว

  ลักษณะหน้าเท้ามีความกว้างอย่างชัดเจน  หัวรองเท้าก็กว้างเช่นกัน  ส่วนลักษณะหลังเท้า
ก็ค่อนข้างที่จะมีความสูงโปร่ง  เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีรูปทรงรองเท้าเหมาะกับ
คนหน้าเท้ากว้างหรือหลังเท้านูนได้อย่างแน่นอน



  มาเริ่มสำรวจกันที่วัสดุอัพเปอร์และตัวรองเท้าของแพน Bravo Agilis กันก่อน  โดยอัพเปอร์
ชิ้นหลักของรองเท้ารุ่นนี้ผลิตจากวัสดุหนังสังเคราะห์ (Synthetic) แบบไร้รอยต่อหรือแนว
ตะเข็บเย็บที่บริเวณหน้าเท้า  แต่พื้นที่สัมผัสบอลจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะกว้างๆ ที่แตกต่างกัน
อย่างชัดเจน



  พื้นที่สัมผัสบอลส่วนแรกคืออัพเปอร์บริเวณหน้าเท้าและข้างเท้าด้านนอกทั้งหมด (วัสดุอัพเปอร์
สีแดง) ได้รับกาอรอกแบบให้มีลักษณะเป็นแถบตามยาว ที่นูนขึ้นมาตลอดแนว  ผมได้ลองออก
แรงกด แรงกระทำลงไปแล้ว  พบว่าหน้าสัมผัสมีความแข็ง  เนื่องจากชั้นด้านในของแถบที่นูน
ขึ้นมานั้นไม่มีวัสดุบุนุ่มบรรจุเอาไว้  ดังนั้นจึงไม่ได้ช่วยเพิ่มความหนึบในการสัมผัสบอลได้มาก
นัก  แต่น่าจะใช้ประโยชน์ในการส่งแรงยิงไปยังลูกฟุตบอลได้หนักแน่นพอสมควร



  แต่ไฮไลท์สำคัญของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้คือวัสดุแถบยางขนาดใหญ่  ชิ้นยางวางตัวเรียงกัน
ตลอดแนวที่ฝั่งข้างเท้าด้านในต่อเนื่องกินพื้นที่ลึกเข้าไปจนเกือบถึงบริเวณข้อเท้าเลยทีเดียว
เนื้อยางยังกินพื้นที่ในแนวสูงขึ้นไป  ครอบคลุมพื้นที่หลังเท้าและบริเวณสันเท้าดั่งที่เห็นตามภาพ
ด้านบน  ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการยิงประตู  เปิดบอลหรือแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในได้ทุก
รูปแบบเลยล่ะ  



  อย่างไรก็ตาม..เนื้อสัมผัสวัสดุแถบยางของ Bravo Agilis นั้นค่อนข้างแข็งพอสมควร  ผิวของ
เนื้อยางจริงๆ จะไม่เหนียวหนึบมากนัก  ดังนั้น..แพนจึงจำเป็นต้องออกแบบชิ้นยางให้เป็นแนว
เรียงกันเป็นจำนวนมาก  และใช้ชิ้นยางขนาดใหญ่ที่มีความนูนและหนาขึ้นมา  เพื่อเป็นการเพิ่ม
พื้นที่สัมผัสระหว่างผิวลูกฟุตบอลให้มากขึ้น  เพื่อยังคงประสิทธิภาพของการปั่นไซร้และควบคุม
ลูกฟุตบอลให้ยังทำได้ดั่งใจ

  ภาพด้านบนนี้แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าชิ้นยางมีลักษณะหนาและนูนขึ้นมาจากอัพเปอร์
อย่างชัดเจน  ประกอบกับจำนวนแถบยางที่เรียงตัวกันตลอดแนว  จะช่วยสร้างประสิทธิภาพ
ในการควบคุมบอลได้ดีอย่างแน่นอน 



  ข้างเท้าด้านในของ Bravo Agilis ที่เต็มไปด้วยวัสดุแถบยางตลอดแนว  ต่อเนื่องถึงไปจน
เกือบถึงช่วงส้นเท้าดั่งที่บอกไปแล้ว  อย่างไรก็ตาม...สัดส่วนข้างเท้าด้านในของรองเท้ารุ่นนี้
จะไม่ค่อยมีทรวดทรงที่โค้งเว้าเข้ามามากนัก  ค่อนข้างที่จะมีข้างเท้าด้านในที่กว้างๆ ตลอดแนว



  พื้นที่หลังเท้าของรองเท้ารุ่นนี้ค่อนข้างแปลกตาจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ ด้วยลักษณะแนวร้อยเชือก
ที่ค่อนข้างแคบ  และมีระดับหูร้อยเชือกเพียงแค่ 3 คู่ระดับเท่านั้น  แต่ด้านบนสุดจะมีรูที่เจาะผ่าน
ตัวรองเท้าเอาไว้ให้ร้อยเชือกได้อีก 2 ระดับ เพื่อช่วยเพิ่มความกระชับบริเวณข้อพับของข้อเท้า
ได้มากขึ้นได้ตามต้องการ

  ลักษณะเส้นเชือกค่อนข้างเป็นมีขนาดใหญ่ เนื้อผ้าของเส้นเชือกมีความแข็งกว่าปกติเล็กน้อย
เวลาดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นหนาแล้ว  ทำให้รู้สึกถึงแรงกดลงบนหลังเท้าได้อย่างรุนแรง
พอสมควร  นอกจากนั้นยังสังเกตได้ว่าบนเส้นเชือกมีการตกแต่งลวดลายเป็นเส้นสีเงินสะท้อนแสง
อีกด้วย

  ชิ้นส่วนหลังเท้าของ Bravo Agilis นั้นผลิตจากวัสดุผ้าถักที่มีความยืดหยุ่นมากเป็นพิเศษ  
ทำให้สรีระหลังเท้าของรองเท้ารุ่นนี้สามารถยืดขยายได้ตามลักษณะหลังเท้า  ประกอบกับการ
ขึ้นรูปแบบไร้รอยต่อ  ยังส่งผลให้วัสดุส่วนนี้สามารถกระชับเข้ากับหลังเท้าของผู้เล่นได้อย่าง
แนบสนิท



  แพน Bravo Agilis จัดอยู่ในกลุ่มรองเท้ากึ่งหุ้มข้อ (Semi-round ankle) หรือ
หุ้มข้อต่ำ (Low-round ankle) ชิ้นส่วนหุ้มข้อนั้นผลิตจากวัสดุผ้าสังเคราะห์ที่มีความ
ยืดหยุ่นสูง  ไร้แนวตะเข็บเย็บปรากฏบนหน้าสัมผัส  ทำให้ตัวหุ้มข้อสามารถรัดรูปเข้ากับ
ข้อเท้าของผู้สวมใส่ได้รอบทิศทาง

  วัสดุของหุ้มข้อนั้นเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตต่อเนื่องมาจากพื้นที่หลังเท้า  ทำให้ไม่มีลิ้นรองเท้า 
ลักษณะหุ้มข้อเช่นนี้จะทำให้ผู้เล่นได้ฟีลลิ่งความกระชับบริเวณข้อเท้าที่เป็นฟีลลิ่งสัมผัส
แบบเดียวกันทั้งหมด  แต่ด้วยลักษณะของหุ้มข้อที่ต่ำและวัสดุเนื้อผ้าที่ค่อนข้างบาง  จึงน่าจะ
ให้ความสบายในการสวมใส่ไปพร้อมๆ กัน



  บริเวณส้นรองเท้าเป็นเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายใน (Internal Heel
Counter)
ปกติทั่วไป  ด้านในจะมีชิ้นวัสดุพลาสติกฝังเอาไว้รอบแนวข้อเท้า  ช่วยโอบรับ
ซัพพอร์ตกับส้นเท้าให้มีความมั่นคงและป้องกันการปะทะ  ปลายด้านบนของหุ้มส้นนั้นจะมี
หูดึงเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสวมใส่รองเท้าคู่นี้ให้ทำได้ง่ายขึ้น

  การบุนุ่มหน้าสัมผัสของหุ้มส้นด้านใน  พบว่ามีวัสดุฟองน้ำบรรจุเอาไว้ระดับปานกลาง  ไม่บาง
และไม่หนาจนเกินไป  กินพื้นที่การสัมผัสกับส้นเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างทั่วถึง  ผิวหน้าสัมผัส
ของหุ้มส้นเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่ที่มีความฝืดจนรู้สึกได้  ไม่คิดว่ารองเท้าระดับทั่วไปราคาไม่แพง
รุ่นนี้  แพนจะใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มาให้เช่นนี้ 

  ในฐานะคนที่ไม่ค่อยชอบรองเท้าฟุตบอลที่มีส้นเท้าลื่น  จนเป็นปัญหาที่ผมเคยวิพากษ์วิจารณ์
ไปแล้วตอนที่ทดสอบรองเท้ารุ่น Viper King ทั้งเจเนอเรชั่นแรกและเจเนอเรชั่นที่สอง  พอได้เห็น
แพนจัดการหน้าสัมผัสหุ้มส้นกำมะหยี่มาให้ใน Bravo Agilis คู่นี้  ทำให้ผมมีความประทับใจ
มากเป็นพิเศษ   



  แผ่นรองพื้นด้านในของแพน Bravo Agilis ที่แม้จะเป็นรองเท้าฟุตบอลระดับทั่วไป  ก็ยัง
สามารถถอดออกมาได้เช่นเดียวกันกับแผ่นรองพื้นของรองเท้าระดับท็อปคลาส  โดยแผ่นรองพื้น
ชุดพื้นผลิตจากโฟม EVA ที่มีเนื้อโฟมแน่นละเอียด  ความหนาจะไม่มากนัก  โดยเฉพาะบริเวณ
ฝ่าเท้าที่ค่อนข้างบาง  เพื่อทำให้ผู้เล่นยังได้ฟีลลิ่งในการส่งแรงสปรินซ์เคลื่อนที่ด้วยปลายเท้า

  แต่ตรงส้นเท้าจะมีความหนามากขึ้น  และมีวัสดุโฟม Poron เป็นตัวช่วยเพิ่มความนุ่มในการ
ลงน้ำหนักและรับแรงกระแทกดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน



  ผิวหน้าสัมผัสด้านบนที่จะสัมผัสกับฝ่าเท้าของผู้เล่นนั้น เป็นวัสดุหน้าผ้าไนล่อนที่มีความฝืด
ในระดับปานกลาง  พอจะลดอาการลื่นไถลของฝ่าเท้าได้ตามมาตรฐานทั่วไป  ไม่ได้เหนียวหนึบ
แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในรูปแบบการเคลื่อนที่ปกติ  โลโก้แพนตรงส้นเท้านั้นถูกสกรีนมา
แบบเรียบๆ



  ชุดพื้นและปุ่ม FG ของ Bravo Agilis นั้นถูกยกชุดมาจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ ของแพน  ผลิตจาก
วัสดุพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด  ผิววัสดุถูกเคลือบให้มีลักษณะเงาๆ วาวๆ
ดูดีมีราคาเกินตัว  มีหมุดยึดระหว่างชุดพื้นกับตัวรองเท้า  ที่บริเวณหัวและท้าย  ช่วยเพิ่มความ
แข็งแรงทนทานและยืดอายุการใช้งาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานบนพื้นสนามที่มีความแข็ง 

  โครงสร้างชุดพื้นรองเท้าช่วงกลางก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ใช้งานได้จริง  ด้วยลักษณะโครงสร้าง
V-Shape
ที่มีความหนาและแข็งแรง  ทำหน้าที่ช่วยสร้างแรงดีดกลับให้กับฝ่าเท้า  เพื่อประสิทธิภาพ
การสปรินซ์เคลื่อนที่ไปด้านหน้าให้ทำได้อย่างดุดันและมีความมั่นคง



  จุดเด่นของปุ่ม FG ชุดนี้  คือชุดปุ่มด้านหน้า  เป็นปุ่มแบบผสมระหว่างปุ่มกลมและปุ่มทรงรี 
กระจายอยู่ตรงตำแหน่งต่างๆ บนพื้นที่ฝ่าเท้า  เพื่อให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามทำได้
อย่างสมดุล  ครอบคลุมต่อรูปแบบการเคลื่อนที่ได้อย่างทุกรูปแบบ  ไม่ว่าจะเป็นการลงน้ำหนัก
ที่กระจายตัวได้เต็มฝ่าเท้า  มั่นคง  การหลุมตัวในจังหวะเปลี่ยนทิศทางแบบ 360 องศา
ที่ทำได้อย่างรวดเร็วและราบลื่น 

  จำนวนปุ่มที่ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป ยังทำให้การยึดเกาะและจิกพื้นสนามนั้นเพียงพอ
ต่อการใช้งานจริง  โดยเฉพาะการลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียม  และลักษณะปุ่มที่ค่อนข้างสั้น
ถือได้ว่าเป็นชุดปุ่มที่เหมาะสมต่อการลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียมได้สบายๆ



  ปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม  มีขนาดใหญ่และฐานปุ่มมีความหนากว่าปุ่มด้านหน้า  เพื่อทำหน้าที่
รับน้ำหนักตัวของผู้เล่นที่กระทำลงบนส้นเท้า  การใช้ปุ่มด้านหลังเป็นปุ่มทรงกลมเช่นนี้  จะช่วยให้
ผู้เล่นสามารถใช้ส้นเท้าเป็นจุดหมุนในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น
ส่วนปุ่มทรงรีคู่ด้านในที่มีความยาว  จะช่วยล็อคและยึดเกาะพื้นสนาม  ลดโอกาสลื่นเสียจังหวะ
โดยเฉพาะในจังหวะที่ผู้เล่นต้องการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว



  ครั้งนี้เราจะไปลงสนามทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลแพน Bravo Agilis กันเลยครับ 
จัดแบบรวดเดียวให้จบไปเลย  เพียงแต่เนื้อหาการรีวิววิพากษ์วิจารณ์นั้นจะไม่ละเอียดยิบย่อย
เหมือนกับรีวิวฉบับเต็มที่ผมเคยทำมาก่อนหน้านี้  แต่จะยังพูดถึงประเด็นหลักๆ ที่มีความสำคัญ
ต่อการใช้งานจริง  แล้วจะสรุปเนื้อหาสาระอีกทีนึงตอนช่วงท้าย  แต่จะยังระบุคะแนนในหัวข้อ
ต่างๆ ทั้งหมดเหมือนเดิม  ซึ่งตัวเลขคะแนน Rating นั้น คุณผู้อ่านจะยังสามารถเอาไปเปรียบ
เทียบกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่เคยรีวิวทดสอบแบบจัดเต็มได้อยู่  เพราะผมจะยังให้คะแนนในเกณฑ์
มาตรฐานเดียวกันนั่นเอง



  คำแนะนำการเลือกไซส์



  แพน Bravo Agilis คู่นี้ที่ผมกำลังจะลองสวมใส่ลงสนามทดสอบการใช้งาน  เป็นรองเท้า
ไซส์ 27.5 เซนติเมตร  ครั้งนี้ยังคงเลือกสวมใส่แบบตรงไซส์เหมือนเคย  พบว่าพื้นที่หัวรองเท้า
เหลือพอสมควร  จนสามารถวางนิ้วโป้งทาบตามขวางลงไปได้เต็มๆ เลยทีเดียว  ประเมินจาก
ระยะที่เหลือแล้วน่าจะมี 0.4 – 0.5 เซนติเมตร  อารมณ์เหมือนใส่รองเท้าไซส์ 28.0 เซนติเมตร
แตกต่างจากรองเท้ารุ่น Viper King II หรือ Patriot Remake ซึ่งจะพอดีกว่านี้



  ส่วนระยะในแนวกว้างก็ไม่ได้รู้สึกแน่นกระชับจนอึดอัด  โดยเฉพาะโครงสร้างหลังเท้าที่รู้สึก
โปร่งโล่งสบายเป็นอย่างมาก  ถือได้ว่าตอบโจทย์ต่อคนที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างและหลังเท้านูน
ตามสรีระเท้าทั่วไปของคนไทยได้อย่างแน่นอน



  แต่สำหรับผมแล้ว..คิดว่าน่าจะสามารถ “ลดไซส์รองเท้ารุ่นนี้ลงได้ครึ่งไซส์” เพื่อให้พื้นที่
บริเวณหัวรองเท้าจะลดลงได้พอดีกว่านี้  และฟีลลิ่งความกระชับด้านข้างและหลังเท้าก็จะได้
ฟีลลิ่งที่กระชับมากขึ้น   อย่างไรก็ตาม..ในการทดสอบครั้งนี้  รองเท้า Bravo Agilis ที่ผม
สวมใส่  จะเป็นการเลือกไซส์แบบตรงไซส์นะครับ



  ฟีลลิ่งที่รู้สึกได้จากสวมใส่

  เราจะมาพูดถึงฟีลลิ่งที่รู้สึกได้จากการสวมใส่แพน Bravo Agilis ลงสนามใช้งานเป็นหัวข้อแรก
รองเท้าคู่นี้สวมใส่ง่าย  สำหรับคนเท้ากว้าง  ฝ่าเท้าแบนและมีหลังเท้านูน  นั้นถือได้ว่าเป็นรองเท้า
ที่ดีไซน์มาเพื่อคนที่มีสรีระรูปเท้าเป็นเช่นนี้เลย  สวมใส่ลงสนามครั้งแรกก็สามารถใช้งานได้เลยครับ
ไม่รู้สึกอึดอัดและไม่ต้องให้เวลาในการ Break-in แต่อย่างใด

  ฟีลลิ่งบริเวณหุ้มข้อของ Bravo Agilis ก็เป็นไปตามคาด  หุ้มข้อแบบ Round ankle ข้อสั้น
ให้ฟีลลิ่งบริเวณข้อเท้าที่มีความสบาย  ไม่รู้สึกอึดอัด  แต่ก็ยังมีฟีลลิ่งความกระชับมาให้แบบพอ
หอมปากหอมคอ  ตอบโจทย์ต่อคนที่อยากได้ฟีลลิ่งหุ้มข้อแบบไร้รอยต่อ  ที่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป



  อย่างไรก็ตาม..อัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่  เนื่องจากลักษณะวัสดุหนังสังเคราะห์
ที่ค่อนข้างแข็ง  และไม่กระชับเข้ากับรูปเท้าได้แบบแนบสนิท  เกิดช่องว่างระหว่าเท้าของผู้สวมใส่
กับวัสดุอัพเปอร์ขึ้นอย่างชัดเจน (สังเกตได้จากภาพด้านบน)  จะเห็นได้ว่ามีอยู่หลายจุดที่อัพเปอร์
นั้นป่องขึ้นมา ไม่ได้เรียบลู่ไปตามรูปเท้า  ส่งผลอัพเปอร์บางจุดที่มีความแข็งนั้นมากดทับกับลงบร
หลังเท้าจนรู้สึกติดขัด ไม่สบายเท้าเอาเสียเลย



  จากภาพด้านบนนั้นแสดงจุดที่รู้สึกถึงแรงกดที่อัพเปอร์ต้านกับรูปแบบการเคลื่อนที่มากที่สุด
ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ Bravo Agilis ที่แม้จะตอบโจทย์คนเท้ากว้าง แต่ก็ไม่ได้มีความสบายใน
การสวมใส่สักเท่าไหร่นัก

  และเมื่อด้านในมีพื้นที่ว่างระหว่างเท้าของผู้สวมใส่และอัพเปอร์ของตัวรองเท้าพอสมควร  
ก็ยิ่งเป็นผลต่อเนื่องให้ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้ลดลง
ตามไปด้วย

  ทั้งนี้ผมได้ลองขยับและปรับให้แนวร้อยเชือก  ด้วยการดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นหนา
มากเป็นพิเศษ  แต่ก็พบว่ามันไม่ได้ช่วยเพิ่มฟีลลิ่งความกระชับให้ดีขึ้นดั่งที่หวัง  อัพเปอร์รองเท้า
ยังไม่สามารถกระชับกับสรีระเท้าได้อย่างแนบสนิทกว่าเดิมสักเท่าไหร่  ผมเชื่อว่าเป็ลผลมาจาก
การออกแบบระยะห่างระหว่างแนวร้อยเชือกที่ค่อนข้างแคบเช่นนี้  ทำให้แรงดึงของเส้นเชือก
นั้นเกิดขึ้นแค่บนพื้นที่แคบๆ บนหลังเท้านั่นเอง



  ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่

  ผมค่อนข้างชอบฟีลลิ่งการลงน้ำหนักของชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของแพนมา  ตั้งแต่ไหนแต่ไร
แล้ว  การวางตัวของปุ่มต่างๆ สามารถกระจายแรงกดและน้ำหนักได้เต็มฝ่าเท้า  ค่อนข้างมีสมดุล
ที่ดี  ประกอบกับลักษณะปุ่มที่เป็นทรงกลม  ไม่มีเหลี่ยมมุมแบบปุ่มใบมีด  ทำให้การเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่แบบ 360 องศาทำได้อย่างราบลื่น คล่องตัว เหมาะกับสไตล์การเคลื่อนที่ของผู้เล่น
ตำแหน่งกองกลาง  ที่ต้องเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่อยู่บ่อยๆ    



  ในทางตรงกันข้าม...ระดับการยึดเกาะพื้นสนามแบบปุ่มจิกพื้นลึกๆ แน่นๆ เหมือนกันรองเท้า
ประเภทความเร็วนั้น  แพน Bravo Agilis ดูจะไม่ตอบโจทย์การใช้งานแบบนั้นสักเท่าไหร่ 
เพราะลักษณะปุ่มที่ไม่มีมุม  การใช้รองเท้ารุ่นนี้เพื่อสับขาโยกหลอกคู่แข่ง  แล้วสเต็ปเปลี่ยน
ทิศทางด้วยความเร็วนั้น  อาจจะเสียจังหวะได้ไม่ยาก ประกอบกับเรื่องของฟีลลิ่งความกระชับ
ที่ผมวิจารย์ไปในหัวข้อก่อนหน้านี้  จึงเป็นเรื่องที่ไม่สนุกมากนักถ้าต้องใช้รองเท้ารุ่นนี้สับขา
โยกหลอกคู่แข่งอยู่บ่อยๆ

  อย่างไรก็ตาม..จังหวะที่ต้องการแรงดีดฝ่าเท้าเพื่อสปรินซ์ออกตัวไปด้านหน้าเพื่อวัดความเร็
วกับคู่แข่งในทางตรง  พบว่าแพน Bravo Agilis ก็พร้อมส่งแรงดีดจากโครงสร้าง V-Shape
บริเวณกลางฝ่าเท้า ซึ่งมีความแข็งและตอบสนองต่อแรงกระทำได้ดี  ประเด็นนี้ยังเป็นประสิทธิภาพ
ที่เรียกหาใช้งานได้ไม่แตกต่างจากแพน Viper King II หรือ Patriot Remake ซึ่งเป็น
รองเท้ารุ่นท็อปเลยทีเดียว

  อีกหนึ่งประเด็นนี้ผมว่าแพน Bravo Agilis ทำได้ดีไม่แพ้รองเท้ารุ่นนี้ ก็คือการรองรับแรง
กระแทกในการใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียม  รองเท้าคู่นี้ยังคงตอบโจทย์ต่อการสวมใส่ใช้งาน
บนพื้นสนามหญ้าเทียม หรือแม้แต่พื้นสนามที่แข็งๆ ได้ดีเช่นเคย  จุดนี้ต้องขอชื่นชมแพนที่ใส่
วัสดุแผ่นรองพื้นแบบเดียวกันกับแผ่นรองพื้นที่อยู่ในรองเท้ารุ่นท็อปๆ ของค่ายมาแบบไม่มีกั๊ก
ด้วยแผ่นรองพื้นจากโฟม EVA ที่มีเนื้อหนาและมีส่วนที่เสริมด้วยวัสดุ Poron  ดังนั้นใครที่มี
ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวหรือแรงกระแทกไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เพียงพอ
ต่อการใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียมหรือสนามหญ้าจริงที่มีความแข็งได้อย่างแน่นอน



  ฟีลลิ่งการสัมผัสและประสิทธิภาพควบคุมบอล



  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของแพน Bravo Agilis นั้นต้องยอมรับกับตามตรงว่า "ค่อนข้างแข็ง"
ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสด้วยวัสดุอัพเปอร์หนังสังเคราะห์ซึ่งเป็นวัสดุชิ้นหลัก หรือบริเวณสัมผัสบอล
ที่มีแถบยางก็ตาม  รองเท้ารุ่นนี้จึงไม่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจับบอลแรกได้นุ่มนวลมากนัก 
ดังนั้นการดูดบอลให้นิ่งติดเท้า  จึงจำเป็นต้องอาศัยทักษะการผ่อนน้ำหนักในการจับบอลส่วนตัว
มาช่วยพอสมควร

  พื้นที่สัมผัสบอลของอัพเปอร์ชิ้นหลักที่ไม่มีวัสดุแถบยาง (พื้นที่วัสดุสีแดง)  ถึงแม้ว่าจะมีพื้นผิว
แบบ 3 มิติ นูนขึ้นมาเป็นแนวยาว  แต่ก็ไม่ได้มีความฝืดจนเกิดแรงยึดเกาะกับลูกบอลได้มากนัก  
โดยเฉพาะจังหวะการจับบอลในแนวราบที่บอลพุ่งมาด้วยความเร็ว  หน้าสัมผัสไม่สามารถช่วย
หยุดบอลได้ติดเท้ามากนัก 



  แต่ถ้าใช้พื้นที่ข้างเท้าด้านในที่มีวัสดุแถบยางมาจับบอลในแนวราบ  ก็พอที่จะรู้สึกถึงฟีลลิ่ง
ความฝืดระหว่างผิวสัมผัส  ช่วยให้ลูกบอลหยุดติดเท้าได้ง่ายขึ้น  ซึ่งก็ต้องแลกด้วยฟีลลิ่งแข็งๆ
ของวัสดุแถบยาง 

  ประสิทธิภาพการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในดูจะเป็นประเด็นที่แพน Bravo Agilis ทำได้
ดีที่สุดในหัวข้อนี้  ด้วยพื้นที่สัมผัสบอลขนาดใหญ่  ทำให้สัมผัสเข้ากับลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มใบ
การแปบอลไปในทิศทางด้านหน้าตั้งฉากกับการสัมผัสบอล  จึงควบคุมทิศทางได้ง่าย แม่นยำ
ประกอบกับวัสดุแถบยางที่มีความแข็ง  จะเป็นตัวช่วยให้การแปบอลแบบกระแทก  มีน้ำหนัก
และมีความแรงอย่างชัดเจน  ส่วนการแปบอลแบบติดไซร้โค้งนิดๆ ก็ยังเป็นอีกหนึ่งรายละเอียด
ที่รองเท้าฟุตบอลคู่นี้พอจะทำได้ดีเช่นกัน


  
  ประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  มาต่อกันที่ประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วยแพน Bravo Agilis กันต่อ  จากการ
ทดสอบเลี้ยงบอลในหลายๆ รูปแบบ  พบว่าจุดอ่อนสำคัญของการเลี้ยงบอลด้วยรองเท้ารุ่นนี้
ก็คือฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่ไม่ค่อยนิ่ง  เป็นผลมาจากลักษณะพื้นผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน  ได้แก่
บริเวณหน้าเท้าที่เป็นวัสดุหลักและส่วนข้างเท้าด้านในที่มีแถบยางสัมผัสบอล  ทำให้พื้นที่การ
แตะเลี้ยงบอลนั้นมีความหลากหลาย  

  นอกจากนั้นยังมีเรื่องของรูปทรงที่ไม่เรียบลู่เข้ารูปกับสรีระเท้าของผู้เล่น  โดยเฉพาะจังหวะ
ที่เราเคลื่อนที่ด้วยปลายเท้า  อัพเปอร์จะมีลักษณะนูนป่องขึ้นมา (ลักษณะเดียวกับที่กล่าวถึง
ในหัวข้อฟีลลิ่งการสวมใส่) เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ฟีลลิ่งการสัมผัสเลี้ยงบอลนั้นไม่เป็น
ธรรมชาติเอาเสียเลย  การกะเกณฑ์ควบคุมน้ำหนักให้เชื่องเท้าจึงทำได้ยากมาก



  การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอลด้วยความเร็ว  ถ้าใช้การสัมผัสบอลด้วยข้างเท้า
ด้านในที่มีวัสดุแถบยาง  ตรงจุดนี้ก็พอที่จะเรียกหาความแม่นยำในการควบคุมทิศทางบอลได้บ้าง
แต่ก็ต้องแลกมาด้วยหน้าสัมผัสที่แข็ง  จำเป็นต้องให้น้ำหนักในการแตะบอลให้ดี  มิฉะนั้นจะมี
โอกาสที่ลูกฟุตบอลกระเด้งหลุดออกจากการควบคุมได้

  ส่วนการเปลี่ยนทิศทางบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้าด้วยพื้นที่หลังเท้าหรือบริเวณหัวรองเท้า  พบว่าผิว
สัมผัสของอัพเปอร์นั้นมีความลื่น ไม่หนึบ  เมื่อสัมผัสเพื่อส่งแรงเฉือนให้ลูกฟุตบอลเปลี่ยนทิศทาง
แล้ว  จะมีอาการลื่นหลุดออกไปจากการควบคุมให้ได้พบเจออยู่บ่อยครั้ง  ดังนั้นการพาบอล
เลี้ยงตะลุยไปในพื้นที่แคบๆ ด้วยพื้นที่สัมผัสบอลด้านนอกของ Bravo Agilis จึงไม่ใช่งานถนัด
สักเท่าไหร่นัก



  ประสิทธิภาพการยิงประตู

  มาถึงการทดสอบสำคัญของ Bravo Agilis  นี่คือการทดสอบประสิทธิภาพการยิงประตู
ที่จะพูดถึงตั้งแต่จังหวะการวางเท้าหลัก  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลในลักษณะการหวดปะทะเข้าไป
ยังลูกฟุตบอล  และความแม่นยำในการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลที่พุ่งออกไปจากเท้า



  จังหวะการวางเท้าหลักของรองเท้ารุ่นนี้ทำได้ดี  ชุดปุ่มสามารถกระจายน้ำหนักบนฝ่าเท้า
ได้ทั่วถึง  แม้ว่าปุ่มรองเท้าจะไม่ได้ยาวหรือให้ฟีลลิ่งที่จิกพื้นสนามได้ลึกมากนัก  แต่ก็เพียงพอ
ที่จะไม่รู้สึกถึงอาการลื่นไถลในจังหวะการง้างเท้าอีกข้าง

  การส่งแรงของฝ่าเท้าก็ทำได้ดีไม่แตกต่างจากรองเท้ารุ่นท็อปๆ ของแพนเอง  เป็นปัจจัยมาจาก
วัสดุชุดพื้นและโครงสร้างแบบ V-Shape ที่ช่วยรักษาโมเมนตัมในการเหวี่ยงเท้าได้ดีเช่นเคย



  วินาทีที่หน้าสัมผัสของ Bravo Agilis ปะทะเข้ากับลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  ฟีลลิ่งที่รู้สึก
ได้ทันทีคือ "หน้าสัมผัสมีความแข็ง" ทำให้รู้สึกถึงแรงปะทะที่สะท้อนกลับเข้ามายังหน้าเท้า
ของเราพอสมควร  ดังนั้นถ้าต้องยิงลูกฟุตบอลที่มีความแข็งมากๆ อย่างต่อเนื่อง  จะรู้สึกเจ็บๆ
คันๆ หน้าเท้าอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้  

  แต่ความแรงของลูกฟุตบอลก็มีให้เห็นลักษณะการพุ่งออกไปด้วยความเร็ว  โดยเฉพาะการยิง
ด้วยพื้นที่บริเวณสันเท้า  เนื่องจากวัสดุแถบยางซึ่งมีเนื้อยางที่แข็ง  จึงเป็นตัวช่วยสร้างแรงปะทะ
(Damping) ให้ลูกฟุตบอลนั่นเอง  จุดนี้ถือได้ว่า Bravo Agilis ก็พอจะมีความอันตราย
ในด้านการเป็นรองเท้าประเภทพาวเว่อร์คอนโทรลได้อยู่เหมือนกัน



  ประสิทธิภาพการปั่นไซร้โค้งของรองเท้ารุ่นนี้สามารถทำได้ดี  แต่มีเงื่อนไขอยู่บ้าง  เนื่องจาก
คุณสมบัติของหน้าสัมผัสแถบยางที่ค่อนข้างแข็ง ผิวสัมผัสไม่เหนียวหนึบสักเท่าไหร่นัก  ดังนั้น
การปั่นไซร้ของลูกยองจะเกิดจากการที่ลูกฟุตบอลถูกส่งแรงเฉือนจากจำนวนพื้นที่สัมผัสบอล
เป็นจำนวนมาก 

  กล่าวคือ..ถ้าผู้เล่นต้องการยิงบอลให้ปั่นไซร้มากๆ  จำเป็นต้องให้ลูกบอลสัมผัสกับวัสดุแถบยาง
ตลอดทั้งแนว  ยิ่งมีการสัมผัสมากเท่าไหร่ยิงทำให้ลูกบอลปั่นไซร้โค้งได้ดีมากเท่านั้น  ทำให้ต้อง
ใช้ระยะเวลาในการสัมผัสบอลนานๆ พูดง่ายคือๆ ผู้เล่นต้องมีเวลาในการบรรจงปั่นบอล  ในทาง
ตรงกันข้าม..เป็นผลให้ Bravo Agilis ไม่เหมาะกับการฉวยโอกาสยิงปั่นไซร้แบบเร็วๆ (แตก
ต่างจากรายละเอียดของการแปส่งบอลแบบปั่นไซร้นะครับ เพราะการแปบอลนั้นส่วนใหญ่จะไม่
เน้นความแรงเท่ากันยิงประตู  ดังนั้นจึงมีระยะให้แถบยิงสัมผัสกับผิวของลูกบอลตอนส่งแรงเฉือน
ได้นานกว่า)

  การยิงลูกฟุตบอลด้วยลักษณะการแปกระแทกหรือหรือเน้นยิงด้วยสันเท้าไปในทิศทางด้านหน้า
แบบตรงๆ น่าจะเป็นจุดแข็งของรองเท้ารุ่นนี้มากที่สุด  เพราะพื้นที่สัมผัสบอลบริเวณดังกล่าวนั้น
ทำจากวัสแถบยางเหมือนกันทั้งหมด ความหนาหรือเท็กเจอร์หน้าสัมผัสที่เหมือนกัน ช่วยทำให้
การควบคุมทิศทางการยิงไปตรงๆ นั้นทำได้ง่ายขึ้น  เมื่อรวมกับหน้าสัมผัสแข็งๆ ของแถบยาง
จะช่วยทำให้ลูกยิงด้วยการยิงลักษณะนี้สามารถพุ่งออกไปได้อย่างรุนแรงและอันตรายในระดับ
ที่หวังผลได้เลยล่ะ  



  ความคุ้มค่าน่าใช้งาน

  เราจะปิดหัวข้อสรุปทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้กันที่ความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นความคุ้มค่า
และความน่าใช้งาน
ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้กันครับ



  โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าแพนทำ Bravo Agilis ออกมาได้คุ้มค่าเกินราคา  เป็นรองเท้าฟุตบอล
ราคา 1,990 บาท ที่มีแม้ว่าวัสดุบางอย่างอาจจะไม่ได้ดูหรูหราเกินราคามากนัก  แต่ก็สามารถ
ใช้งานได้จริงตามแบบที่แพนโปรโมทออกมา  

  เรื่องอายุการใช้งานแม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์  แต่ด้วยมาตรฐานและชื่อเสียงผลิตภัณฑ์ของแพนนั้น
ก็น่าจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ทนทาน ทนเท้าและสามารถใช้งานจริงๆ ได้ดี
บนพื้นสนามของเมืองไทย  ไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นสนามหญ้าเทียมเท่านั้น  แต่ยังรวมถึงพื้นสนาม
ดินแข็งๆ ได้ด้วยเช่นกัน

  ส่วนภาพลักษณ์หรือการโปรโมทคงไม่ขอพูดถึง  แน่นอนว่ารองเท้าฟุตบอลระดับนี้จะไม่ได้ถูก
โปรโมทหรือสวมใส่โดยนักเตะอาชีพชื่อดัง  แต่ถ้ามองในแง่ของการซื้อมาเพื่อใช้งานให้คุ้ม
ผมเชียร์ให้ Bravo Agilis เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจต่อโจทย์ดังกล่าว



  บทสรุปการทดสอบ



  สุดท้ายนี้ผมจะมาสรุปผลการทดสอบการใช้งานจริงภาคสนามของรองเท้าฟุตบอลประเภท
พาวเว่อร์คอนโทรลแพน Bravo Agilis เพื่อให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้เห็นภาพรวมมากขึ้นว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน และเหมาะกับใคร  ก่อนที่จะสรุปตัวเลขคะแนนรวม
ในหัวข้อต่างๆ ไว้ที่ตารางด้านล่างสุด

  จากการใช้งานแพน Bravo Agilis พบว่าเป็นรองเท้าที่มีรูปทรงกว้าง สวมใส่ง่าย โดยเฉพาะ
คนที่มีสรีระเท้าใหญ่ หน้าเท้ากว้างและฝ่าเท้าบานมากๆ  แต่ฟีลลิ่งการสวมใส่จะเกิดปัญหาจาก
ลักษณะวัสดุอัพเปอร์ที่ค่อนข้างแข็งและไม่เรียบลู่กับเท้ามากนัก  ทำให้มี room หรือช่องว่าง
เกิดขึ้นด้านในตอนใช้งาน  ซึ่งก็มีผลกระทบต่อความสบายในการสวมใส่และฟีลลิ่งความกระชับ
ในระหว่างการใช้งาน  

  ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม  คือหนึ่งในข้อดีที่พบเจอ
จากรองเท้ารุ่นนี้  ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ให้การยึดเกาะพื้นสนามได้อย่างเพียงพอต่อการใช้งาน
ปุ่ม FG ที่ทั้งหมดเป็นทรงกลม ไร้มุมแหลม  ทำให้การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ 360 องศา
รอบตัวนั้นทำได้อย่างราบลื่น  ปุ่มรองเท้ากระจายน้ำหนักกดได้เต็มฝ่าเท้า  ช่วยให้การทรงตัว
มีสมดุล  ชุดแผ่นรองพื้นก็เป็นอีกจุดที่แพนไม่กั๊ก  ให้มาแบบเดียวกับรองเท้ารุ่นท็อป  เพียงพอ
ต่อการใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียมหรือสนามหญ้าจริงที่มีความแข็ง

  เกี่ยวกับการเล่นหรือสัมผัสกับลูกฟุตบอล..พบว่าแพน Bravo Agilis นั้นมีฟีลลิ่งการสัมผัส
บอลที่ค่อนข้างแข็ง  แต่ชั้นวัสดุมีความบาง  จึงรู้สึกถึงแรงปะทะระหว่างลูกฟุตบอลที่ส่งตรงเข้าไป
ยังหน้าเท้าแบบเต็มๆ  การจะจับบอลแรกให้นุ่มนวลติดเท้านั้นจำเป็นต้องพึ่งทักษะส่วนบุคคลมาช่วย
เป็นฟีลลิ่งที่เหมาะต่อผู้เล่นที่ต้องการ Sensitive ในการเล่นบอลที่ต่อเนื่องรวดเร็วมากกว่าความ
นุ่มนวลเชื่องเท้า

  ในฐานะการเป็นรองเท้าประเภทพาวเว่อร์แบบดั้งเดิมแล้ว  ผมถือว่า Bravo Agilis ก็ยังมี
ความอันตรายในการยิงประตูติดตัวมาให้ได้เรียกใช้งาน  โดยเฉพาะการยิงด้วยสันเท้าแบบเน้นๆ
เอาส่วนที่เป็นวัสดุแถบยางปะทะเข้าไปยังผิวของลูกฟุตบอลแบบตรงๆ  พบว่าสามารถส่งโมเมนตัม
ให้ลูกฟุตบอลพุ่งออกไปด้วยความแรงและแม่นยำได้ดีเลยล่ะ  จุดนี้รวมถึงการแปบอลแบบกระแทก
ด้วยข้างเท้าด้านในก็ทำได้ดีเช่นกัน

  ประสิทธิภาพของแถบยางปั่นไซร้นั้นพอจะมีให้ใช้งานได้ดี  แต่จำเป็นต้องให้เวลาในการสัมผัส
กันระหว่างแถบยางกับผิวลูกฟุตบอลเพื่อส่งแรงเฉือนให้ได้มากที่สุด  กล่าวคือการแปบอลหรือเปิด
บอลให้ปั่นไซร้นั้นทำได้ดี  แต่ถ้าจะฉวยโอกาสยิงด้วยความเร็วแบบปั่นไซร้  ประสิทธิภาพการ
ปั่นไซร้จะลดลงไปพอสมควร

  อย่างไรก็ตาม..จุดอ่อนของแพน Bravo Agilis ก็คือการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  ด้วยลักษณะ
ของวัสดุหน้าสัมผัสที่แข็ง และมีชั้นผิวที่แตกต่างระหว่างส่วนที่มีและไม่มีแถบยาง  ทำให้การ
เลี้ยงแตะบอลแต่ละที  ต้องควบคุมน้ำหนักการเลี้ยงบอลให้ดี  และผิวสัมผัสที่ไม่ได้เหนียบหนึบ
มากนัก  เป็นผลให้ประสิทธิภาพการเปลี่ยนทิศทางลูกฟุตบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้าด้วยความเร็ว  
ทำได้ไม่แม่นยำดั่งใจสักเท่าไหร่นัก



  สำหรับท่านใดที่อยากลองสัมผัสและเป็นเจ้าของ แพน Bravo Agilis รองเท้าฟุตบอล
ประเภทพาวเว่อร์คอนโทรล  ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรองเท้าซีรี่ย์ยอดนิยม
ในอดีต  วันนี้ท่านสามารถไปเลือกซื้อเลือกหารองเท้ารุ่นนี้ด้วยตัวเอง  ได้แล้วที่ร้านตัวแทน
จำหน่ายทั่วประเทศ  หรือจะเอาสะดวกสุดๆ ก็สามารถสั่งซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์  ได้ที่ 
www.sportstown-online.com
รองเท้ารุ่นนี้ราคาไม่แพง  เพียงแค่ 1,990 บาท
เท่านั้น  ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลืกที่มีความคุ้มค่าเกินราคาเป็นอย่างมาก  

  ...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่              
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล              
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า              
ประสิทธิภาพการยิงประตู            
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"              
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

  


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 11 มกราคม 2020 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท บางกอก แอธเลติก จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 




"Hand On!" คิปสตา Agility 900


"Hand On!" ล็อตโต้ Solista 200 III
Gravity



"Hand On!"แพน Patriot Remake