"Hand On!" แพน Super Sonic Viper King III Pantro - อสรพิษรุ่นเล็กที่เน้น
ความเร็วในการจู่โจม

  วันนี้มีความเคลื่อนไหวของรองเท้าฟุตบอลจากแพน  ที่ SiamBoots จะเปิดฝากล่อง "Hand On!"
ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ทำความรู้จักกัน กับรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  ซีรี่ย์ที่ทำตลาดบ้านเรามา
อย่างยาวนาน  ล่าสุดแพนได้ปรับโฉมใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่คือ Super Sonic Viper King III

  ชื่อของ Super Sonic น่าจะคุ้นหูคนไทยกันเป็นอย่างดี  และเชื่อว่ามีหลายคนน่าจะมีประสบการณ์
การใช้งานรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วตระกูลนี้มาก่อน  เพราะรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  นี้เคยเป็นซีรี่ย์
หลักที่แพนใช้ทำตลาดมาโดยตลอด  ด้วยจุดเด่นในเรื่องของรูปลักษณ์ที่สื่อถึงความเร็วได้อย่างแท้จริง
รวมถึงเทคโนโลยีและการออกแบบของชุดปุ่ม  ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนที่ด้านความเร็วได้เป็นอย่างดี
รวมถึงในช่วงนั้นที่แพนเองก็มีเหล่าพรีเซนเตอร์ช่วยโปรโมทในการทำตลาด  จนส่งผลให้ Super Sonic
ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

  แต่หลังจากนั้นดูเหมือนว่าความนิยมในตัวแพน Super Sonic นั้นจะเริ่มลดลงไปเรื่อยๆ  แม้ว่าแพน
จะยังคงผลิตรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้  และมีการปรับโฉมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันก็ตาม  เหตุผลสำคัญ
คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงไปของตลาดรองเท้าฟุตบอลที่ไปไวเสียเหลือเกิน  รวมถึงการมาของรองเท้า
ฟุตบอลประเภทใหม่  เน้นประสิทธิภาพการใช้งานที่ครบเครื่อง  ส่งผลให้รองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว
แบบดั้งเดิมอย่าง Super Sonic นั้นถูกลดบทบาทในการทำตลาดลงไป  หลีกทางให้กับรองเท้าฟุตบอล
ประเภทโมเดิร์นคอนโทรลที่ค่ายใหญ่ๆ ต่างเปิดตัวออกมาประชันกันในปัจจุบัน



  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ แพน Super Sonic Viper King
III Pantro
หรือต่อจากนี้จะขอเรียกให้สั้นลงว่า Super Sonic Viper King III ก็แล้วกันครับ
รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วที่เน้นดีไซน์แบบดิบๆ และด้วยชื่อ Viper King ที่ปรากฏ
อยู่นั้น  ก็พอที่จะบอกได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้..ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากอสรพิษร้ายอย่างงูจงอาง
ตามแนวคิดที่เคยนำเสนอไปตอนที่เราได้รีวิว แพน Viper King ก่อนหน้านี้นั่นเอง



  แพน Super Sonic Viper King III บรรจุมาในกล่องรองเท้าฟุตบอลแบบธรรมดา  ใช้การเปิดฝา
แบบยกขึ้น  แตกต่างจากรองเท้ารุ่นท็อปหลายๆ รุ่นของ ที่จะบรรจุมาในกล่องรองเท้าแบบสไดล์เหมือนลิ้นชัก
ความแตกต่างตรงนี้ผมคาดว่าจะเป็นเรื่องของระดับราคารองเท้า ที่สอดคล้องกับราคาวางจำหน่ายนั่นเอง  
นอกจากนั้น..ด้านในกล่องจะมีเฉพาะตัวรองเท้ามาให้เท่านั้น  ไม่มีถุงผ้าหรือกระเป๋าใดๆ แถมมาให้เหมือนกับ
รองเท้ารุ่นท็อป  ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติของรองเท้าฟุตบอลที่มีราคาเพียง 1,990 บาท เช่นนี้

  ดีไซน์โดยภาพรวมของ Super Sonic Viper King III นั้นมีดีเอ็นเอของความปราดเปรียว  ที่เห็น
ได้ตั้งแต่ภาพนอก  แต่ลักษณะทรวดทรงของตัวรองเท้านั้นจะมีหน้ากว้างตลอดทั้งช่วง  ไม่เหมือนกับรองเท้า
ประเภทความเร็วของแบรนด์ต่างประเทศ  ที่ช่วงกลางจะดูเรียวและกระชับกว่านี้




  แพน Super Sonic Viper King III ผลิตจากวัสดุหนังสังเคราะห์ PU ที่มีลักษณะชิ้นหนัง
ที่ค่อนข้างบาง  ทำให้ตัวรองเท้ามีน้ำหนักเบา  วัสดุอัพเปอร์ขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน  ไร้รอยต่อที่เกิดจาก
แนวตะเข็บเย็บ  นอกจากจะช่วยทำให้ตัวรองเท้าดูมีทรวดทรงที่ลู่กระชับแล้วตามแบบฉบับของรองเท้า
ประเภทนี้แล้ว  ยังสามารถป้องกันไม่ให้น้ำหรือความชื้น แทรกซึมผ่านเข้าไปด้านในได้อีกด้วย  จึงพร้อม
ลงสนามในทุกสภาวะแวดล้อมอย่างแท้จริง



  หากดูไกลๆ จะเห็นว่าลักษณะอัพเปอร์ของ แพน Super Sonic Viper King III นั้นจะเป็น
อัพเปอร์แบบผิวสัมผัสเรียบทั้งหมด  แต่ในความเป็นจริงแล้ว..ผิวสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้ เรียกว่า Viper
skin 
ได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นเกร็ดคล้ายหนังงู  เป็นจุดสป็อต (Spotted) ที่มีพื้นผิวช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล  ผิวด้านบนถูกเคลือบผิวให้มีความเหนียวพอสมควร

  จากภาพด้านบนจะเห็นได้ชัดเจนว่าพื้นผิวดังกล่าว  มีอยู่ทั่วถึงทุกจุดบนพื้นที่สัมผัสบอลของรองเท้า
รุ่นนี้  ได้ลองสัมผัสดูแล้วสามารถรู้สึกถึงความเหนียว และความฝืดได้ดีเกินคาด  เชื่อว่าจะเป็นตัวช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกฟุตบอลตอนใช้งานจริงได้ดีอย่างแน่นอน



  รูปทรงของ Super Sonic Viper King III จากมุมมองทางข้างเท้าด้านนอก  ยังคงมีกลิ่นอาย
ของความเป็นรองเท้าประเภทความเร็วแบบดั้งเดิมอย่างเต็มที่  ดีไซน์เรียบแต่ดูปราดเปรียว  คือเอกลักษณ์
สำคัญของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้  ดีไซน์ของเส้นสายและแถบโลโก้แพนที่ปรากฏบนตัวรองเท้า  เป็นการ
พิมพ์ด้วยกราฟฟิกดีไซน์ลงบนผิวของสังเคราะห์ทั้งหมด  ส่งผลให้สีสันต์ดูโดดเด่นและมีเส้นสายที่คม

  อีกหนึ่งเรื่องที่สังเกตได้ก็คือรูปทรงบริเวณหลังเท้าของรองเท้ารุ่นนี้  มีลักษณะโปร่งสูงขึ้นมาอย่างชัดเจน
ก็เป็นไปตามเชฟการออกแบบของแพน  ที่จะทำรองเท้าฟุตบอลออกมาให้เหมาะกับสรีระรูปเท้าของคนไทย
เช่นนี้ ดังนั้นถ้าจะบอกว่า Super Sonic Viper King III คือรองเท้าสายความเร็วแบบดั้งเดิม
ที่มีรูปทรงเหมาะกับรูปเท้าคนไทยมากที่สุด ก็คงจะไม่ผิดอะไร



  พื้นที่หลังเท้าแบบเปิดโล่ง ดีไซน์ให้แนวร้อยเชือกเป็นแบบกึ่งกลางหลังเท้าตามปกติเลย  แต่จุดที่น่าสนใจ
คือการออกแบบคู่ระดับของรูร้อยเชือกถึง 6 ระดับ  กินพื้นที่ครอบคลุมตลอดช่วงหลังเท้าเกือบ 80%
ทำให้ผู้เล่นสามารถดึงกระชับแนวร้อยเชือกตามแน่นกระชับเป็นพิเศษได้  และครอบคลุมฟีลลิ่งบนหลังเท้า
เกือบทั้งหมด  เรียกได้ว่าถ้าใครชอบความกระชับบริเวณหลังเท้าแบบเต็มพิกัด  สามารถใช้ประโยชน์
จากตำแหน่งรูร้อยเชือกแบบนี้ได้เต็มที่ไปเลย  

  สำหรับเส้นเชือกที่ติดตัวรองเท้าคู่นี้มา เป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นแบน ขนาดค่อนข้างใหญ่และเนื้อผ้า
ของเส้นเชือกมีความหนาพอสมควร  ดังนั้นยิ่งตอบโจทย์การดึงกระชับที่แน่นหนาได้เป็นอย่างดี  แต่ก็
อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เล่นที่อยากได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลบริเวณหลังเท้าแบบเรียบๆ เคลียร์ๆ ไปบ้าง
เนื่องจากความหนาของเส้นเชือกจะมารบกวนฟีลลิ่งการสัมผัสบอลนั่นเอง

  ส่วนลิ้นรองเท้าของ Super Sonic Viper King III จะเป็นลิ้นรองเท้าแบบตัดเย็บแยกชิ้นกับ
วัสดุหลักของส่วนอัพเปอร์  ลิ้นรองเท้าผลิตจากวัสดุหนังสังเคราะห์ชิ้นเดียว  ไม่มีแนวตะเข็บเย็บบริเวณ
กึ่งกลาง  ทำให้การสวมใส่ยังคงได้ฟีลลิ่งที่ราบเรียบไร้อาการระคายเคือง



  วัสดุหุ้มส้นด้านในเป็นหนังสังเคราะห์แบบผิวเรียบ  สัมผัสไม่ค่อยรู้สึกถึงความฝืดเท่าไหร่นัก  ชั้นด้านใน
มีวัสดุบุนุ่มจำพวกฟองน้ำบรรจุเอาไว้ไม่มาก  สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความแข็งจากชิ้นส่วนของเกราะป้องกัน
ส้นเท้าที่ฝังเอาไว้ด้านในพอสมควร  ถือได้ว่าบริเวณนี้ของแพน Super Sonic Viper King III
นั้นค่อนข้างจะธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษเลย



  เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายเป็นแบบภายใน (Internal Heel Counter) โดยมีชิ้นส่วน
วัสดุพลาสติกฝังเอาไว้อยู่ด้านใน  รูปทรงของเกราะส้นเท้าค่อนข้างกว้าง  ทำให้ส้นเท้าของรองเท้ารุ่นนี้
ดูมีความอวบอ้วนเล็กน้อย  เท่าที่ลองสัมผัสดูแล้วพบว่าเกราะส้นเท้าที่ฝังอยู่ด้านใน  จะกินพื้นที่โดยรอบ
ของส้นรองเท้าได้อย่างครอบคลุม  ทั้งด้านในและด้านนอก  มีความสูงประมาณครึ่งนึงของความสูงส้นเท้า
เนื้อพลาสติกมีความหนาและแข็งแรง  น่าจะช่วยปกป้องแรงปะทะให้กับส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายของผู้เล่น
ได้ดีพอสมควร

  ดีไซน์บริเวณส้นเท้าที่เห็นจากภาพด้านบน  จะมีเส้นสายกราฟฟิกที่สอดคล้องต่อเนื่องมาจากบริเวณ
ข้างเท้าด้านนอก  มาพร้อมกับชื่อรุ่น Super Sonic Viper King III ที่พิมพ์เอาไว้อย่างชัดเจน



  น่าเสียดายที่แผ่นรองพื้นด้านใน (Insole) ของ Super Sonic Viper King III ไม่สามารถ
ดึงถอดออกมาได้อย่างอิสระ  เพราะแผ่นรองพื้นจะถูกติดกาวเอาไว้กับชุดพื้นชิ้นหลัก  จริงๆ ก็พอที่จะ
ฝืนดึงจนหลุดออกมาได้อยู่  แต่ก็อาจจะทำให้แผ่นรองพื้นฉีกขาดได้   

  โดยแผ่นรองพื้นชิ้นนี้ผลิตจากโฟม EVA ทั้งชิ้น  เนื้อโฟมมีความหนาปานกลางตามมาตรฐานทั่วไป
ลองสัมผัสดูแล้วรู้สึกถึงความนุ่มพอสมควร  แต่ฟีลลิ่งของเนื้อโฟมจะไม่เด้งรับแรงกดมากนัก  ออกแนว
เป็นความนุ่มที่เกิดจากความหนาของเนื้อโฟมโดยตรง  ส่วนพื้นผิวหน้าสัมผัสด้านบนมีลักษณะเป็นวัสดุ
หน้าผ้าไนล่อนที่มีผิวสัมผัสหยาบๆ รู้สึกถึงความฝืนได้ดี  คาดว่าจะสามารถสร้างแรงเสียดทานกับฝ่าเท้า
และลดอาการลื่นไถลในระหว่างการใช้งานได้ดีไม่แตกต่างจากแผ่นรองพื้นของรองเท้ารุ่นท็อปรุ่นอื่ๆ ของ
แพนเอง



  พลิกชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้ขึ้นมาสำรวจกันเป็นสิ่งสุดท้าย  โดยแพนตั้งชื่อชุดพื้น
ของ Super Sonic Viper King III เอาไว้ว่า "Sonic Plate" มันได้ถูกออกแบบมาเพื่อ
เน้นประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนามที่แม่นยำ  ตามแบบฉบับของ
รองเท้าประเภทความเร็วที่มีความดิบๆ ได้อย่างเต็มที่  สารภาพตามตรงว่าแค่มองดูชุดพื้นรุ่นนี้แว็บแรก
แล้วสามารถคิดถึงความเป็น Super Sonic แบบดั้งเดิมได้ในทันที

  แพนเลือกใช้วัสดุพลาสติก TPU มาผลิตเป็นชุดพื้นและปุ่ม  โดยใช้เทคนิคการฉีดขึ้นรูปให้เป็น
ชิ้นเดียวกัน  เพื่อลดจุดต่อระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ  เพื่อให้ชุดพื้นมีความแข็งแรงทนทานในการใช้งาน
ลักษณะของชิ้นส่วนพลาสติกโดยรวมแล้วมันถูกขึ้นรูปให้มีความบาง ไม่เทอะทะ ใช้ดีไซน์การออกแบบ
ที่ดูมีความปราดเปรียว เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมน้ำหนักตัวของรองเท้ารุ่นนี้ให้มีความเบา  



  โครงสร้างฐานพื้นช่วงกลางของ Super Sonic Viper King III มีความโดดเด่นในด้าน
การออกแบบให้มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นมา จำนวน 2 แนว ที่ขนานกัน  เชื่อมโยงระหว่างฐานปุ่ม
ด้านหน้า และฐานปุ่มด้านหลัง  เพื่อทำหน้าที่เสมือนกระดูกสันหลังของชุดพื้น  ให้มีความแข็งแรง
และเมื่องอตัวตามลักษณะการเคลื่อนที่ด้านปลายเท้า  จะสามารถเกิดแรงปฏิกิริยา  ช่วยดีดกลับ
ให้รู้เล่นรู้สึกถึงแรงสปรินซ์ในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้อย่างดุดันขึ้น  เท่าที่ผมลองออกแรงกระทำ
พบว่าโครงสร้างช่วงนี้ของชุดพื้นนั้นมีการตอบสนองที่ดีใช้ได้เลยล่ะ



  ปุ่มด้านหน้ามาในรูปแบบปุ่มใบมีดทรงเชฟรอน  ลักษณะคือเป็นปุ่มแนวกว้างที่มียอดแหลมออกไป
นั่นเอง  ปุ่มลักษณะนี้จะมีรูปร่างรูปทรงที่เป็นมุมแหลมอย่างชัดเจน  ปุ่มแหลมเหล่านั้นจะสามาถจิก
ลงไปยังพื้นสนามได้ลึกและแม่นยำ  จังหวะการยึดเกาะนั้นจะล็อคกับพื้นสนามได้อย่างแน่นหนา  
สามารถตอบโจทย์การเคลื่อนที่ที่รวดเร็วได้เป็นอย่างดี

  โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหน้าที่มีปุ่มจำนวน 5 ปุ่ม  วางตัวเรียงกันเป็น 2 ระดับ  ได้แก่ปุ่มคู่หน้าที่จะช่วย
สร้างแรงยึดเกาะกับพื้นสนามในจังหวะการสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้า  ส่วนอีก 3 ปุ่มที่ถัดเข้ามา
จะมีบทบาทสำคัญในจังหวะการลงน้ำหนักเต็มฝ่าเท้า  เช่นจังหวะการวางเท้าหลักเพื่อยิงประตู หรือแม้แต่
จังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบฉับพลัน  ปุ่มเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นคงและลดอาการลื่น
ได้อย่างแน่นอน

  ส่วนปุ่มกลุ่มหลัง มีจำนวน 3 ปุ่ม  จะมีหน้าที่สร้างความสมดุลในจังหวะการลงน้ำหนักให้รู้สึกเต็มฝ่าเท้า
มีความมั่นคง  โดยเฉพาะจังหวะการสเต็ปหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ออกทางด้านข้าง  ปุ่มที่เห็น
ได้ว่ามีองศาเอียงออกด้านข้าง ทั่งฝั่งข้างเท้าด้านนอกและข้างเท้าด้านใน  จะเป็นพระเอกในการส่งแรง
กระทำให้ฝ่าเท้าของผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

  ปุ่มด้านหลังทั้งหมด 4 ปุ่ม ก็มีลักษณะรูปร่างปุ่มแบบปีกกว้างรูปทรงเชฟรอน เช่นเดียวกันกับปุ่ม
ด้านหน้า  มั่นใจได้ว่าการลงน้ำหนักบริเวณส้นเท้า จะได้ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามที่ยอดเยี่ยม
ไร้อาการลื่นไถลอย่างแน่นอน  นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่าพื้นที่หน้าตัวปุ่มโดยรวมแล้วถือว่ามีพื้นที่เยอะ
พอสมควร  โดยเฉพาะคู่ปุ่มหลังสุดที่ถูกออกแบบให้ช่วงกลางมีเนื้อปุ่มเพิ่มขึ้นมา  ก็เป็นตัวช่วยทำให้
การลงน้ำหนักบริเวณส้นเท้านั้นรู้สึกได้เต็มสัมผัส และมีความมั่นคงที่ดีไม่แตกต่างจากปุ่มกลมทั่วไป

  อย่างไรก็ตาม...เรามักจะคุ้นชินกันว่าชุดพื้นของรองเท้าฟุตบอลจากแพน  จะมีการเสริมหมุดยึด
ที่บริเวณหัวและท้ายของชุดพื้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ  แต่สำหรับชุดพื้นของ
Super Sonic Viper King III คู่นี้  พบว่าไม่มีหมุดยึดดังกล่าว  คงต้องลองดูกันอีกทีหลังจาก
ผ่านการใช้งานจริงไปแล้ว  ว่าการขาดหายไปของหมุดยึดนั้นจะมีผลต่ออายุการใช้งานมากน้อยเพียงใด



  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ผมอาจจะไม่ได้ทำการรีวิวทดสอบการใช้งานเต็มรูปแบบอย่างที่เคยทำมา
แต่ด้วยข้อมูลทั้งเทคนิค ดั่งที่เราได้ทำการ Hand On! กันไปในบทความนี้  ก็น่าที่จะพอบอก
ได้ว่าแพน Super Sonic Viper King III เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ของรองเท้า
ฟุตบอลประเภทความเร็วราคาประหยัด เหมาะสำหรับผู้เล่นที่เน้นการสวมใส่ใช้งาน เน้นความ
คุ้มค่า และได้ฟีลลิ่งของการเป็นรองเท้าประเภท "ความเร็ว" แบบดั้งเดิม

  แพนวางจำหน่าย Super Sonic Viper King III ในราคาเพียง 1,990 บาท เท่านั้น
คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถเลือกซื้อเลือกหาได้จากตัวแทนจำหน่ายของแพนท และร้านอุปกรณ์กีฬา
ทั่วประเทศไทย  หรือถ้าจะเอาสะดวกและให้เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน  ก็สามารถสั่งซื้อ
ออนไลน์กันได้ที่ www.sportstown-online.com ราคานี้รวมส่งฟรีถึงหน้าบ้านท่าน
แน่นอน

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 30 เมษายน 2020 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท บางกอก แอธเลติก จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 




"Hand On!" คิปสตา Agility 700 MG


"Hand On!" อาดิดาส Predator 20.1


"Hand On!"แพน Bravo Agilis