"Hand On!" แพน Viper King II Semi Kangaroo - อรสพิษแห่งการคอนโทรล

  เดินหน้ามาถึงเจเนอเรชั่นที่สองเป็นที่เรียบร้อย  กับซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรล
“Viper King” จากแพน  ที่มีรองเท้าระดับท็อปคลาสซึ่งอัดแน่นมาการออกแบบ วัสดุ
และเทคโนโลยีที่ดีที่สุด  นี่คือ Viper King II Semi Kangaroo วันนี้ SiamBoots
จะมารีวิวเปิดฝากล่องให้ทุกท่านได้ยลโฉมไปด้วยกัน

  ชื่อ Viper King เป็นที่คุ้นหูและติดตลาดรองเท้าฟุตบอลในบ้านเรามาพอสมควรแล้ว 
หลังจากที่แพนปรับทัพไลน์การผลิตรองเท้าฟุตบอลของตัวเองใหม่  และเปิดตัว Viper King
ในเจเนอเรชั่นแรกไปเมื่อราวๆ 3 ปีที่แล้ว  ลุยทำตลาดมาอย่างต่อเนื่องในฐานะรองเท้าฟุตบอล
ประเภทคอนโทรล  ซึ่งยังแตกแขนงแบ่งแยกออกไปอีก 2 เวอร์ชั่น  คือ เวอร์ชั่นแบบหนังแท้ 
และเวอร์ชั่นแบบหนังสังเคราะห์  จึงทำให้ราชาอรสพิษแห่งผืนหญ้า Viper King ครอบครัวนี้
เป็นครอบครัวที่ใหญ่มากๆ ของวงการรองเท้าฟุตบอลเลยทีเดียว



  Viper King II แต่ละเว่อร์ชั่น ทั้งแบบหนังแท้และแบบหนังสังเคราะห์  จะมีสมาชิกแยกย่อย
ออกมาทำตลาดหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่นท็อป รุ่นรองท็อป หรือรุ่นทั่วไป  ตามปกติ
ของไลน์การผลิตรองเท้าฟุตบอล  แต่หากจะโฟกัสไปที่รองเท้ารุ่นสำคัญในตระกูลนี้  คงจะต้อง
ยกให้กับรองเท้าเวอร์ชั่นหนังแท้ ที่มีชื่อรุ่นว่า Viper King II Semi Kangaroo เป็นรองเท้า
ฟุตบอลระดับท็อปคลาส  ซึ่งถือเป็นเรือธงที่พร้อมจะต่อกรกับรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส
ของแบรนด์ดังระดับโลกได้เลยล่ะ

  ในบทความนี้  SiamBoots จะมารีวิว “Hand On!” เปิดฝากล่อง  พาคุณผู้อ่านทุกท่าน
ไปร่วมทำความรู้จักกับ Viper King II Semi Kangaroo กันอย่างละเอียดเช่นเคย  ไปดูกัน
ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีองค์ประกอบและเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง  รายละเอียดต่างๆ จะน่าใช้
สมคำร่ำลือหรือไม่  บทความนี้มีคำตอบ



  แพนยังคงเลือกใช้กล่องรองเท้าที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เอามาบรรจุอรสพิษร้ายรุ่นใหม่คู่นี้
เป็นกล่องสีดำขนาดใหญ่ ผลิตจากกระดาษลูกฝูกที่มีความหนา แข็งแรง  ทำให้กล่องมีน้ำหนัก
ค่อนข้างเยอะ  มีดีไซน์กราฟฟิกสีเทาแทรกอยู่  ดีไปดูมาก็คล้ายๆ กับลายพราง (Camo) ซึ่งสื่อ
ถึงความน่าค้นหาและความอันตรายได้อย่างตรงไปตรงมา

  บริเวณด้านข้างของกล่อง  ยังมีข้อความว่า "The Master Piece" เป็นการยืนยันว่ารองเท้าคู่นี้
ที่บรรจุอยู่ด้านใน..คือผลงานชิ้นโบว์แดงที่แพนตั้งใจทำออกมาสู่ตลาดในระดับสูงเลยก็ว่าได้



  ลักษณะการเปิดออกเป็นแบบเลื่อนสไลด์ออกตามที่เห็นดั่งภาพด้านบน  ซึ่งเป็นรูปแบบที่แพนใช้มา
ตั้งนานแล้ว  จากการใช้งานจริงๆ การเปิดแบบนี้มีข้อดีที่ดีกว่าการเปิดกล่องแบบยกฝาขึ้น  ก็คือเวลา
ที่เราเก็บรองเท้าโดยเอากล่องรองเท้ามาเรียงซ้อนๆ กันขึ้นไปเป็นชั้นๆ  การเปิดแบบนี้จะทำให้
สามารถเลื่อนออกมาเพื่อหยิบเอารองเท้าออกมาใช้ได้สะดวก  โดยไม่ต้องยกกล่องที่ซ้อนอยู่ด้านบน
ออกให้เสียเวลาเลย 
  


  ของแถมด้านใน...เป็นถุงใส่รองเท้า "แบบใหม่" เปลี่ยนจากถุงใส่รองเท้าผ้าใบแบบหนาๆ  มาเป็น
ถุงแบบตาข่าย โปร่งและเบา ขนาดพอดีตัว  เรียกได้ว่าเป็นถุงใส่รองเท้าที่พร้อมโชว์ความโดดเด่น
ของ Viper King II Semi Kangaroo สีแดงที่เรากำลังจะยลโฉมกันในบทความนี้  ได้เป็น
อย่างดี  จะสะพายรองเท้าไปเตะฟุตบอลที่ไหน ก็โดดเด่นสะดุดตามาก  โดย ตรงกลางมีแนวตะเข็บ
เย็บติดเอาไว้  เพื่อแบ่งเป็นช่องใส่รองเท้าข้างซ้ายและข้างขวา แยกออกจากกัน



  วัสดุอัพเปอร์ของ Viper King II Semi Kangaroo ผลิตจากหนังจิงโจ้แท้
(Kangaroo leather)
เกรดที่ดีที่สุดของแพน เอามาตัดเย็บเป็นวัสดุส่วนหน้า
แบบชิ้นเดียวกัน  ไม่มีรอยตะเข็บของฝีเข็มบนชิ้นส่วนหนังจิงโจ้  ข้อดีคือจะทำให้
อัพเปอร์สามารถสร้างความกระชับเข้ารูปกับสรีสระเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างแนบสนิท  
และป้องกันความชื้นเข้าไปทำลายชั้นหนังด้านใน  ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาว
นานขึ้น



  จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบโครงสร้างชั้นใน  ช่วยเพิ่มความหนานุ่มในการสัมผัสบอล
และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมบอล  ด้วยพื้นที่หน้าสัมผัสที่เกิดขึ้นจากแนวเส้น
ซึ่งมีลักษณะนูนขึ้นมาเป็น 3 มิติ  กินพื้นที่ตลอดแนวทั่วบริเวณหน้าสัมผัส  ไม่ว่าจะเป็น
ตรงกลางหน้าเท้า ฝั่งข้างเท้าด้านในและฝั่งข้างเท้าด้านนอก  จึงมั่นใจได้ว่ารองเท้า
ฟุตบอลรุ่น Viper King II Semi Kangaroo คู่นี้  จะมีประสิทธิภาพในการ
คอนโทรลได้เป็นอย่างดี



  ถัดออกไปจากชิ้นส่วนที่เป็นหนังจิงโจ้  แพนเลือกที่จะใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์
(Microfiber)
มาตัดเย็บที่บริเวณตอนกลางของช่วงเท้า  ทั้งฝั่งข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้าน
นอก  เนื่องจากคุณสมบัติของวัสดุหนังสังเคราะห์ที่บางกว่า  สามารถตอบสนองต่อแรงดึงจาก
แนวเส้นเชือกได้เป็นอย่างดี  จึงสามารถสร้างฟีลลิ่งแรงกระชับกับข้างเท้าได้ดีกว่า  เป็นตัวช่วย
ที่จะขับเคลื่อนไปให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  โลโก้สามแถบ เป็นเครื่องหมายบนตัวรองเท้าของแพนที่เราคุ้นเคยกันดี  ยังถูกเพิ่มเติมให้
มีพื้นผิวสัมผัสขรุขระ  มีลักษณะเป็นหน้าสัมผัสแข็งๆ ที่นูนขึ้นมาเป็นเส้นแนวตาราง  เพื่อช่วย
เพิ่มความสามารถในการสัมผัสและควบคุมบอลในการใช้หน้าสัมผัสบริเวณข้างเท้าด้านใน
และข้างเท้าด้านนอก



  แนวร้อยเชือกของ Viper King II Semi Kangaroo ยังเป็นใช้แนวร้อยเชือกแบบรุ่นเดิม
ด้วยความถี่ของตำแหน่งรูร้อยเชือกมากถึง 7 คู่  จึงมั่นใจได้ถึงความกระชับตลอดช่วงหลังเท้า
รวมถึงการใช้เส้นเชือกที่มีลักษณะแบน และเส้นผ้ามีความนิ่ม  เพื่อลดโอกาสในการคลายปมเชือก
ขณะสวมใส่ใช้งานได้อย่างไร้กังวง



  ในส่วนของการปกป้องบริเวณส้นเท้า  พบว่าทีมออกแบบของแพนได้มีการพัฒนาเกราะป้องกัน
ส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม  โดยจะยังใช้เกราะป้องกันแบบภายใน (Internal
Heel Counter)
ที่มีวัสดุพลาสติกแข็ง  ฝังเอาไว้ด้านในของแนวส้นเท้า  ลองสัมผัสและออก
แรงกดดู  รู้สึกได้ว่าส่วนนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นเดิมจนรู้สึกได้



  โดยชิ้นส่วนวัสดุพลาสติกที่เป็นเกราะป้องกันส้นเท้านั้น  มีพื้นที่ปริมาณกว้าง โอบกระชับล้อมรอบ
แนวส้นเท้าได้อย่างครอบคลุม  หากมองจากด้านนอก..ก็คือบริเวณที่เห็นเป็นวัสดุพลาสติกใส
ซึ่งได้ถูกออกแบบให้ดูดีกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน



  นอกจากนั้น..โลโก้แพนบริเวณส้นเท้าของ Viper King II Semi Kangaroo ที่เห็นได้
จากภาพด้านบน  ยังถูกออกแบบให้มีลักษณะพื้นผิวเป็น 3 มิติ ที่นูนหนาขึ้นมา  แสดงให้เห็น
ถึงความใส่ใจในการออกแบบของทีมพัฒนาคนไทยเป็นอย่างมาก



  อีกจุดที่รู้สึกว่าแพนทำได้ดีขึ้น  ก็คือหุ้มส้นด้านในที่มีการเสริมแนวซัพพอร์ตรอบๆ ข้อเท้า
ด้วยวัสดุบุนุ่ม  ซึ่งบุได้หนาขึ้นและโอบรอบแนวข้อเท้ามากขึ้นกว่าโฉมเดิมอย่างชัดเจน  รวมถึง
วัสดุผิวหน้าสัมผัสที่มีความฝืดมากขึ้นอีกด้วย  จากการลองสัมผัสเบื้องต้น..ค่อนข้างมั่นใจว่า
หุ้มข้อชุดนี้จะให้ฟีลลิ่งความกระชับ การซัพพอร์ตและล็อคข้อเท้าของผู้เล่นได้ดีกว่าเดิม
อย่างแน่นอน

  หากใครเคยอ่านรีวิวทดสอบการใช้งาน Viper King Semi Kangaroo ของผมมาก่อน
จะรู้ดีว่าตรงนี้เป็นจุดอ่อนและเป็นจุดที่ผมอยากให้แพนปรับปรุงเป็นอันดับแรก  แต่ตอนนี้ก็พบ
ว่าทีมพัฒนาของแพนได้แก้ไขจุดอ่อนดังกล่าวให้ Viper King II Semi Kangaroo
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



  แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาได้ตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส 
ซึ่งแผ่นรองพื้นชุดนี้ผลิตจากวัสดุโฟม EVA เป็นชิ้นส่วนหลัก  แต่ที่พิเศษกว่านั้น..ทางแพน
ได้เพิ่มชิ้นส่วนของวัสดุโฟม Poron ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยรองรับและผ่อนแรงกระแทก เอาไว้
ที่บริเวณส้นเท้า  จึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพในการรับแรงกระแทกจากพื้นสนามได้เป็นอย่างดี



  ผิวหน้าสัมผัสด้านบนที่จะสัมผัสกับฝ่าเท้า เป็นหน้าผ้าสังเคราะห์ที่มีผิวหยาบ  ลองสัมผัส
แล้วรู้สึกถึงความฝืดพอสมควร  ตรงส้นเท้าได้สกรีนโลโก้แพนเอาไว้ด้วย



  ชุดพื้นและปุ่มแบบ "Adhesion Control" ชุดเดิม ถูกยกมาจากเจเนอเรชั่นที่แล้วทั้งหมด
ผ่านการพิสูจน์จากสนามใช้งานจริงมาแล้ว  ว่าเป็นชุดพื้นที่สามารถให้ประสิทธิภาพต่อการ
เคลื่อนที่ได้ทุกรูปแบบ  พร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ในสนาม  

  ชุดพื้นชุดนี้ผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU ที่ผสมกับวัสดุพลาสติก Pebax  แค่ลำพัง TPU
อย่างเดียว ก็มีคุณสมบัติทางกายภาพที่มีความทนทาน แข็งแรง และมีน้ำหนักเบา  ซึ่งเป็นวัสดุ
ที่รองเท้าฟุตบอลแบรนด์ใหญ่ๆ ทั่วโลก  นำมาใช้ผลิตเช่นเดียวกัน แต่การผสม Pebax
เข้าไป  ยิ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติของความเหนียว น้ำหนักเบายิ่งขึ้น และการตอบสนองต่อ
แรงกระทำได้เป็นอย่างดี



  โครงสร้างแบบ V-Shape ที่เห็นจากภาพด้านบน  จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่
ให้ดุดันยิ่งขึ้น  ด้วยลักษณะของเส้นสายที่นูนขึ้นมา  มีความแข็งแรง  ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อม
ระหว่างชุดพื้นด้านหน้าและชุดพื้นด้านหลัง  ในจังหวะที่ชุดพื้นหักงอจากจังหวะการสปรินซ์
เคลื่อนที่ด้วยปลายเท้า  จะเกิดแรงต้านและเกิดแรงดีดกลับจากปลายเท้าได้อย่างรวดเร็ว  



  ลักษณะปุ่ม FG บริเวณด้านหน้าของ Viper King II Semi Kangaroo ใช้การผสมผสาน
ระหว่างปุ่มทรงกลมและปุ่มใบมีด  โดยปุ่มกลมจำนวน 4 ปุ่ม นั้นจะวางตำแหน่งหลัก ที่ต้องรับ
น้ำหนักตัวและแรงกด  พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นจุดหมุนในจังหวะการเปลี่ยนทิศทาง  ทำให้ผู้เล่น
สามารถเคลื่อนที่ได้รอบตัวแบบ 360 องศา

  ปุ่มใบมีดจำนวน 4 ปุ่ม วางตัวในตำแหน่งที่แตกต่างกัน  ซึ่งปุ่มใบมีด 2 ปุ่ม ที่อยู่ในแนวกลาง
ของฝ่าเท้า  จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นสนาม  โดยเฉพาะจังหวะการสปรินซ์
ออกตัวด้วยความเร็วไปด้านหน้า  ในขณะที่คู่ปุ่มใบมีดที่อยู่ด้านหลังถัดไปจากปุ่มกลมนั้น
จะทำหน้าที่ล็อคพื้นสนาม ไม่ให้ฝ่าเท้าเลื่อนไป-มา ในแนวข้าง  ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์
ทำให้ Viper King II Semi Kangaroo มีความมั่นคงในการเคลื่อนที่



  ปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม  ก็ใช้การผสมผสานกันระหว่างปุ่มกลมและปุ่มใบมีด  ที่น่าสนใจคือ
ปุ่มกลมคู่หลังสุด  ปุ่มจะมีขนาดใหญ่  ฐานปุ่มค่อนข้างหนา และตรงฐานปุ่มที่โครงสร้างที่เชื่อม
โยงไปยัง V-Shape  เพื่อทำให้การลงน้ำหนักด้วยส้นเท้านั้นมีความมั่นคงมากเป็นพิเศษ  ส่วน
ปุ่มใบมีดที่อยู่ถัดเข้ามานั้น  จะทำหน้าที่เหมือนกันกับปุ่มใบมีดที่อยู่กับชุดพื้นด้านหน้า คือจะช่วย
ป้องกันการสไลด์ตัวออกไปทางด้านข้างนั่นเอง

  ปุ่มทั้งหมดของ Viper King II Semi Kangaroo มีความยาวเท่าๆ กัน ซึ่งค่อนข้างสั้น  
ดังนั้นจึงพอที่จะบอกใบ้ได้ว่าปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้  สามารถใช้งานลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียม
ได้อย่างไร้กังวลแน่นอน



  จากการทำความรู้จักกับรองเท้ารุ่นนี้อย่างละเอียด  พอที่จะเรียกได้ว่า Viper King II
Semi Kangaroo
เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง  ที่ถูกอัพเกรดให้ดีกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว
ให้สอดคล้องกับนวัตกรรมการออกแบบสมัยใหม่ได้อย่างไม่แพ้แบรนด์ดังๆ ระดับโลก 



  หลังจากนี้ผมจะรีวิวทดสอบการใช้งานจริงในสนามของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิค
คอนโทรล สีเด็ดเผ็ดร้อนคู่นี้อีกครั้งนึง เพื่อจะเป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านได้รับรู้กันไปเลยว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีดีแค่ไหน หรือจุดด้อยอย่างไร ที่สำคัญคือจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการ
ให้การเลือกซื้อเลือกหารองเท้าฟุตบอลของท่านได้หรือไม่  อีกไม่นานนี้จะได้พบกันแน่นอน



  สำหรับรองเท้าฟุตบอล แพน Viper King II Semi Kangaroo รุ่นนี้  พร้อมวางจำหน่าย
ในราคา 5,290 บาท เท่านั้น  ท่านใดสนใจสามารถสั่งซื้อได้ผ่านทางร้านตัวแทนจำหน่าย
ทั่วประเทศ  หรือจะเอาสะดวกสุดๆ ก็สามารถสั่งซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ตามลิงค์
นี้ได้เลย >>> www.sportstown-online.com


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 18.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท บางกอก แอธเลติก จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!" อาดิดาส Copa 19.1 Exhibit


"Hand On!" อาดิดาส Copa 19.1


"Hand On!" คัปป้า Symbolight Pure Pro