"Hand On!" แพน Viper King Semi Kangaroo - The Power of Success

  จัดมาให้ตามคำเรียกร้อง..สำหรับรองเท้าซีรี่ย์ Viper King จาก "แพน" แบรนด์ของคนไทย  หลังจาก
เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน SiamBoots ได้นำเอา Viper King เวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์ มาให้ยลโฉม
กันไปแล้ว  ทีนี้ถึงคราว Viper King เวอร์ชั่นหนังแท้ กันบ้าง มาดูกันเลยว่ารองเท้าที่ยืนเพดานราคา
ค่าตัวสูงสุดในค่ายแพน ณ ตอนนี้ จะมีรายละเอียดเป็นอย่างไร

  ย้อนกลับไปช่วงเดือนกันของปี 2017  แพนเคยหยุดความเคลื่อนไหวในวงการรองเท้าฟุตบอลบ้านเรา
ด้วยการเผยโฉมรองเท้าต้นแบบ Viper King (ตอนนั้นระบุชื่อแค่นี้) ที่มีราคาเผยให้เห็นอยู่ที่ราวๆ
9,900 บาท ซึ่งมีข้อมูลเผยว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ผลิตจากหนังจิงโจ้เกรดพรีเมี่ยมทั้งคู่  มาเป็นจุดขาย
สำคัญ



  แต่สุดท้ายจนถึงตอนนี้..รองเท้าฟุตบอลรุ่นสูงสุดในประวัติศาสตร์ของแพนรุ่นนั้น  ก็ยังไม่ได้ถูกผลิต
ออกมาทำตลาดในระดับทั่วไปแต่อย่างใด  เพียงแต่ชื่อ Viper King นั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น  เพราะแพน
นำชื่อที่แสดงถึงความเป็นอสรพิษร้าย  มาใช้ลุยตลาดรองเท้าฟุตบอลต่อทันที  พร้อมนำทัพเป็นซีรี่ย์
รองเท้าฟุตบอลที่ดีที่สุดในตอนนี้ของแพน

  อย่างที่เคยได้ให้ข้อมูลไปแล้วในคราว Hand On! รองเท้ารุ่น Viper King Microfiber Map 3D
ว่ารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้มีชื่อว่า Viper King ได้ถูกออกแบบตามแนวคิดของการเป็นอสรพิษร้ายในสนาม
ฟุตบอล  แต่รองเท้ารุ่นย่อยในตระกูลนี้ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 เวอร์ชั่น คือแบบหนังสังเคราะห์ และแบบ
หนังแท้  ซึ่งแบบเวอร์ชั่นหนังแท้นั้นถือเป็นรองเท้าระดับพรีเมี่ยมสูงสุดที่แพนผลิตป้อนสู่ตลาดรองเท้า
ในตอนนี้เลยก็ว่าได้

  วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับรองเท้าฟุตบอลรุ่น Viper King Semi Kangaroo
รองเท้ารุ่นสูงสุดของเวอร์ชั่นหนังแท้ ที่ตอนนี้ผลิตออกมาจำหน่ายเป็น Mass Product ให้ทุกท่าน
สามารถสั่งซื้อเป็นเจ้าของได้ทันที  โดยรองเท้ารุ่นนี้จะมาทำตลาดในฐานะรองเท้าประเภทคอนโทรล
ที่ยังคงมีกลิ่นอายของความคลาสสิค แต่ผสานเทคโนโลยีการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การเล่นฟุตบอล
ที่ดุดันและมีอันตรายรอบด้าน สมกับชื่อ Viper King ที่สื่อความหมายถึงอสรพิษร้าย

  หากพร้อมกันแล้ว..เราไปเปิดฝากล่อง ทำความรู้จักกับรองเท้าฟุตบอลรุ่น Viper King Semi
Kangaroo
จากแพน ไปพร้อมๆ กันเลยครับ



  กล่องสีดำดีไซน์ทันสมัยด้วยลวดลายกราฟฟิกที่ดูดุดัน  กลายมาเป็นกล่องรองเท้าระดับพรีเมี่ยม
ที่แพนเลือกใช้บรรจุรองเท้าฟุตบอลระดับสูงไปแล้ว  ด้านหน้ามีโลโก้ชื่อ "แพน" สีแดง เข้ามาเสริม
ความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์  ข้อความสโลแกนคำว่า "The Power of Success" กลายมาเป็น
นิยามหลักจากแบรนด์นี้ไปแล้ว

  บริเวณด้านข้างของกล่อง  ยังมีข้อความว่า "The Master Piece" เป็นการยืนยันว่ารองเท้าคู่นี้
ที่บรรจุอยู่ด้านใน..คือผลงานชิ้นโบว์แดงที่แพนตั้งใจทำออกมาสู่ตลาดในระดับสูงเลยก็ว่าได้


  
  นอกจากลวดลายบนหน้ากล่องที่ดู "มีอะไร" แล้ว  กล่องรองเท้าใบนี้ยังถูกดีไซน์ให้เปิดแบบสไลด์
ออกในแนวยาว  ไม่ใช่การเปิดฝากล่องยกขึ้นแบบธรรมดาๆ ทั่วไป  ถือเป็นรายละเอียดที่ใส่ใจและ
สร้างความประทับใจได้ไม่น้อย



  เมื่อสไลด์เลื่อนออกมา..เราจะได้พบกับรองเท้าฟุตบอลรุ่น Viper King Semi Kangaroo
เจ้าอสรพิษร้ายที่นอนมาอย่างสงบนิ่ง ด้านล่างมีถุงใส่รองเท้าแบบสะพาย มีเนื้อผ้าค่อนข้างหน้า
ถูกดีไซน์ให้มีโลโก้แพนและกราฟฟิกคล้ายกับลวดลายที่อยู่บนฝากล่องแถมมาให้ด้วย  เรียกได้ว่า
เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ขึ้นมาได้เหมือนกับรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสแบรนด์ดังๆ เลยทีเดียว



  น้ำหนักตัวตามไซส์มาตรฐานของ Viper King Semi Kangaroo คู่นี้ อยู่ที่ 210 กรัม/ข้าง
เท่านั้น  ซึ่งถือได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีอัพเปอร์จากวัสดุหนังจิงโจ้แท้ ที่มีความเบาเป็นอย่างมาก
หากลองเปรียบเทียบข้อมูลกับรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่เราเคยรีวิวไป เป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม
  - แพน Viper King Microfiber Map3D 190 กรัม



  รองเท้าฟุตบอลรุ่น Viper King Semi Kangaroo คู่นี้  นำเอาวัสดุหนังจิงโจ้แท้ (Kangaroo)
มาผลิตเป็นอัพเปอร์แบบครึ่งหน้า (สมชื่อรุ่นรองเท้า) ถูกออกแบบให้มีพื้นที่สัมผัสบอลที่เปิดกว้าง  ด้วย
ลักษณะหัวรองเท้าช่วงยาว  และย่นระยะจุดเริ่มต้นของแนวร้อยเชือกให้สูงขึ้นมาอีกหน่อย  ส่งผลให้
พื้นที่สัมผัสบอลของรองเท้ารุ่นนี้มีมาให้ใช้งานอย่างเต็มพื้นที่



  บนชิ้นส่วนของหนังแท้ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบนนั้น  มีแนวด้ายเย็บทะแยงซ้าย-ขวา แบบเส้นคู่สลับกับ
เส้นเดี่ยว  นอกจากจะช่วยเสริมให้ตัวรองเท้าดูดุดันตามสไลต์คลาสสิคแล้ว  ลักษณะแนวด้ายเย็บเช่นนี้
จะช่วยให้หน้าผ้าสามารถยืดขยายออกได้เล็กน้อย  ในทางกลับกัน..จะช่วยรักษาสภาพความกระชับ
เมื่อตัวรองเท้าถูกใช้งานผ่านไประยะเวลานานๆ อีกด้วย   



  ฟีลลิ่งสัมผัสของส่วนหนังจิงโจ้แท้ของรองเท้ารุ่นนี้ จะเน้นให้ฟีลลิ่งที่เน้นความนุ่มพร้อมความแน่น
กล่าวคือ...ลักษณะชั้นหนังจะไม่ฟูขึ้นมามากเหมือนกับรองเท้าประเภทหนังจิงโจ้แท้ของแบรนด์ดังๆ
รายอื่นๆ  เนื่องจากแพนออกแบบให้ชั้นหนังตรงกลางของ Viper King Semi Kangaroo นั้น
เป็นชั้นหนังจิงโจ้แบบเต็มแผ่น  ไม่มีโครงสร้างชั้นกลางเพิ่มเข้ามาเหมือนกับรองเท้าฟุตบอลประเภท
เดียวกันซีรี่ย์อื่นๆ  ทำให้ผู้สวมใส่รองเท้ารุ่นนี้จะได้ฟีลลิ่งหนังแท้แบบดิบๆ แน่นๆ มาแทนที่  รวมถึง
ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่รองเท้าฟุตบอลวัสดุหนังจิงโจ้จะให้ได้



  ตามสไตล์ของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคของ Viper King Semi Kangaroo นั้น  ทำให้
พื้นที่สัมผัสบอลทั้งหมดบนอัพเปอร์นั้น  เป็นพื้นผิวสัมผัสแบบเรียบๆ  ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ต้องการ
พื้นที่สัมผัสบอลแบบเต็มหน้าสัมผัสโดยแท้จริง  โดยเฉพาะพื้นที่สัมผัสบอลตามแนวสันเท้า และข้างเท้า
ด้านใน  ที่ถูกออกแบบให้เปิดกว้าง  เปิดพื้นที่รับกับการสัมผัสลูกบอลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย



  วัสดุครึ่งหลังของ Viper King Semi Kangaroo ทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์
(Microfiber)
ที่มีความนุ่มมากเป็นพิเศษ  หากมองด้วยตานั้นแทบจะแยกจากวัสดุหนังแท้ส่วนหน้า
ไม่ออกเลยทีเดียว  หรือแม้แต่ลองสัมผัสดูแล้ว..ก็พบว่าวัสดุหนังสังเคราะห์ครึ่งหลังนั้นมีความนุ่ม
เป็นอย่างมาก  ลองสัมผัสเปรียบเทียบกับวัสดุหนังแท้ส่วนหน้า  แทบจะได้ฟีลลิ่งที่ใกล้เคียงกันเลยทีเดียว 
จนผมถึงกับต้องถามกลับไปยังทีมงานของแพน เพื่อยืนยันว่าวัสดุครึ่งหลังของรองเท้ารุ่นนี้..เป็นหนัง
สังเคราะห์ จริงๆ เหรอ !?
  


  แพนออกแบบให้จุดเริ่มต้นแนวร้อยเชือกของ Viper King Semi Kangaroo ให้อยู่สูงขึ้น
อีกเล็กน้อย  ทำให้พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณหัวรองเท้านั้นมีเหลือเฟือ  โดยลักษณะแนวร้อยเชือก
ของรองเท้ารุ่นนี้เป็นแบบกึ่งกลางหลังเท้าปกติทั่วไปที่เราพบเจอกันได้ในรองเท้าฟุตบอลประเภท
คลาสสิคแบบดั้งเดิม  



  แต่หากสังเกตดีๆ จะพบว่า..แนวขอบรูร้อยเชือกทั้ง 2 ข้าง  จะอยู่ใกล้กันเป็นอย่างมาก  ซึ่งการ
ออกแบบลักษณะแนวร้อยเชือกเช่นนี้..จะส่งผลให้ผู้เล่นสามารถใช้พื้นที่ข้างเท้าด้านในและข้างเท้า
ด้านนอกได้มากขึ้น  แต่พื้นที่ใช้สอยบริเวณหลังเท้าจะแคบลง  การดึงกระชับแนวร้อยเชือกนั้น
แรงดึงกระชับส่วนใหญ่จะตกลงที่บริเวณหลังเท้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย



  ส่วนบั้นท้ายของ Viper King Semi Kangaroo นั้นใช้การออกแบบให้มีความเรียบง่ายเช่นกัน
เป็นชุดเกราะป้องกันส้นเท้าแบบภายใน (Internal Heel Counter) โดยฝังชิ้นวัสดุพลาสติก
เอาไว้ในแนวส้นเท้า  มีความสูงขึ้นมาประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงทั้งหมด  มีความแข็งแรงในระดับ
ปานกลาง  อาจจะไม่สามารถปกป้องแรงปะทะที่หนักหน่วงรุนแรงได้  แต่ด้วยลักษณะส้นเท้าที่ค่อนข้าง
กว้าง  จึงเน้นฟีลลิ่งความสบายในระหว่างการใช้งานให้กับผู้สวมใส่



  อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจของ Viper King Semi Kangaroo ก็คือส่วนหุ้มส้นด้านใน  ซึ่งถือว่า
ทำได้ดี มีความประณีตมากกว่าหุ้มส้นด้านในของ Viper King Microfiber Map 3D จนรู้สึกได้
วัสดุหน้าสัมผัสนั้นทำจากหนังสังเคราะห์  แต่ถูกบุให้ผิวหน้ามีลักษณะเป็นจุดๆ ซึ่งช่วยให้มีความดูดี
พอสมควร

  แต่ด้านในของส่วนหุ้มส้นในมีวัสดุบุนุ่มบรรจุเอาไว้ค่อนข้างน้อยเหมือนกัน  จะมีเฉพาะส่วนปลายบน
ของแนวหุ้มส้นที่ใกล้กับเอ็นร้อยหวายเท่านั้น  ส่วนครึ่งล่างลงไปประมาณ 2 ใน 3  แทบจะไม่มีวัสดุ
บุนุ่มบรรจุเอาไว้เลย  ลองสัมผัสดูแล้วจะรู้สึกถึงชิ้นส่วนพลาสติกที่เป็นแนวป้องกันของส้นเท้าเต็มๆ
คงต้องไปดูกันในส่วนทดสอบการใช้งานจริงว่าจะให้ฟีลลิ่งความกระชับ หรือความสบายบริเวณส้นเท้า
ได้มากน้อยแค่ไหน



  แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาได้ตามปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสเช่นนี้
โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้ผลิตจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งแผ่น  ลักษณะของแผ่นรองพื้นจะไม่หนามากนัก
โดยเฉพาะส่วนกลางฝ่าเท้าไปจนถึงปลายเท้าด้านหน้านั้น  ฟีลลิ่งที่รู้สึกได้จากการลองออกแรงกด
ด้วยนิ้วมือ  ค่อนข้างที่จะแน่น..ไม่นุ่มมากนัก



  แต่ไฮไลท์ของแผ่นรองพื้นชุดนี้ อยู่ที่การเสริมชิ้นส่วนวัสดุโฟมโพรอน (Poron) ที่บริเวณส้นเท้า
แม้จะเป็นชิ้นที่ไม่ใหญ่นัก  แต่ลองออกแรงกดแล้วสามารถรู้สึกถึงความนุ่ม และประสิทธิภาพในการ
ช่วยผ่อนแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม  ซึ่งคุณสมบัติการผ่อนแรงของวัสดุชนิดนี้..ถือเป็นที่ยอมรับ
กันอย่างแพร่หลายในวงการรองเท้าฟุตบอล


 
  ชุดพื้นและปุ่มของรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้ ถูกออกแบบขึ้นมาในชื่อเรียกว่า "Adhesion Control"
เน้นประสิทธิภาพการยึดเกาะและการเคลื่อนที่ที่ตอบสนองต่อทุกรูปแบบการเคลื่อนที่  พร้อมเผชิญ
กับทุกสถานการณ์ในสนาม  

  ก่อนที่จะไปลงรายละเอียดลักษณะของปุ่มแบบ FG นั้น  เรามาดูกันที่ข้อมูลของโครงสร้างและฐาน
ชุดพื้นกันก่อน  จากข้อมูลระบุไว้ว่าชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU ที่ถูกมีส่วน
ผสมของวัสดุพลาสติก Pebax มาเสริมทำให้คุณสมบัติของวัสดุโดยรวมนั้นมีความเบายิ่งขึ้น แต่ก็
ยังคงไว้ซึ่งความเหนียว และความแข็งแรงทนทาน



  โครงสร้างชุดพื้นช่วงกลางแบบ V-Shape มีลักษณะเป็นสันแข็งรูปตัว V  เมื่อผู้เล่นสปรินซ์
ออกตัวด้วยปลายเท้า  โครงสร้างช่วงนี้จะเกิดการงอตัวและส่งแรงดีดกลับที่รุนแรง  พร้อมส่งแรงกลับ
ทำให้ผู้เล่นสามารถเรียกหาความเร็วในจังหวะการสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้าได้เป็นอย่างดี  แค่
รายละเอียดส่วนชุดพื้นและฐานโครงสร้าง  ก็พอจะบอกได้แล้วว่า Viper King Semi Kangaroo
ถูกออกแบบให้เน้นการเคลื่อนที่แบบดุดันมากกว่ารองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลทั่วๆ ไป



  ปุ่มส่วนหน้าของ Viper King Semi Kangaroo นั้นถูกออกแบบมาเพื่อเป็นการผสมผสาน
ระหว่างความมั่นคงในจังหวะการลงน้ำหนัก  และการยึดเกาะเพื่อเปลี่ยนทิศทางในการเคลื่อนที่
ให้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

  โดยมีปุ่มกลมจำนวน 4 ปุ่ม วางตัวอยู่ในตำแหน่งหลักที่จะรับภาระในการลงน้ำหนัก  พื้นที่หน้าตัด
ที่ค่อนข้างใหญ่  จะช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถลงน้ำหนักตัวได้เต็มฝ่าเท้า  เพิ่มความมั่นคงและสามารถ
ใช้เป็นจุดหมุนตัวได้แบบ 360 องศา รอบตัว  ตามสไตล์ของรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรล

  ในขณะที่ปุ่มทรงยาวแบบวงรี  จะช่วยประสิทธิภาพให้การยึดเกาะพื้นสนามของรองเท้ารุ่นนี้ทำได้ดีขึ้น 
เนื่องจากพื้นที่ตามยาวของปุ่มดังกล่าว  จะล็อคกับพื้นสนาม ลดโอกาสการลื่นไถลไปในทิศทางด้านข้าง 
ช่วยเข้ามาเติมเต็มจังหวะการเคลื่อนที่ที่ต้องการความรวดเร็ว ความแม่นยำ รวมถึงการหลอกล่อคู่แข่ง
ให้ทำได้ดั่งใจมากยิ่งขึ้น 

  ส่วนปุ่มลักษณะทรงเชฟรอนตรงกลางฝ่าเท้า และปุ่มแนวขวางตรงหัวรองเท้า  จะมีบทบาทสำคัญ
ในจังหวะที่ผู้เล่นต้องการความเร็วในการสปรินซ์ไปด้านหน้า  ซึ่งเป็นรูปแบบการวางปุ่มที่รองเท้า
ประเภทความเร็วนิยมทำกัน



  ปุ่มส่วนหลังมีจำนวน 4 ปุ่มตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลแบบปุ่ม FG แต่สำหรับแพน Viper King
Semi Kangaroo
คู่นี้  จะใช้ปุ่มกลมเป็นคู่ปุ่มด้านหลัง  ทำหน้าที่เป็นคู่ปุ่มหลักในการลงน้ำหนัก
บริเวณส้นเท้า  หรือจะเลือกใช้เป็นจุดหมุนในการเปลี่ยนทิศทางก็ทำได้อย่างราบลื่นไม่ติดขัด  เนื่องจาก
พื้นที่หน้าตัดของปุ่มมีขนาดใหญ่ 

  ส่วนคู่ปุ่มที่ถัดเข้ามาทางด้านใน  เป็นปุ่มยาวแบบวงรีลักษณะเดียวกับที่อยู่บริเวณด้านหน้า  ทำหน้าที่
เดียวกัน..คือจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล็อคกับพื้นสนาม  ทำให้จังหวะการเคลื่อนที่ที่ผู้เล่นต้องใช้
ความเร็ว  สามารถทำได้อย่างมั่นคงสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น



  อีกหนึ่งรายละเอียดของชุดปุ่ม ซึ่งเราได้เห็นมาตั้งแต่รุ่น Viper King Microfiber Map 3D เมื่อ
รีวิวครั้งก่อน  ก็คือการที่แพนออกแบบปุ่มให้ไม่ยาวมากนัก  หรือจะเรียกว่าปุ่มค่อนข้างสั้นก็คงจะไม่ผิด 
ทำให้การใช้งานรองเท้ารุ่นนี้เหมาะต่อการลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าจริงในบ้านเรา (ซึ่งหญ้าค่อนข้างสั้น
และพื้นแข็ง) หรือแม้แต่สนามหญ้าเทียมซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน  ก็สามารถทำได้อย่างลงตัว  นอกจากนี้
จะเห็นได้ว่าบริเวณชุดพื้นตรงหัวรองเท้าและส้นรองเท้า  ยังมีการยึดหมุนเอาไว้เพื่อเพิ่มความทนทาน
อีกด้วย



  จากรายละเอียดทั้งหมดของแพน Viper King Semi Kangaroo ที่ผมสัมผัสได้ด้วยตัวเอง 
ต้องขอบอกกันตามตรงเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้ารุ่นที่แพนจัดเต็มจริงๆ  ถือเป็นรองเท้ารุ่นสูงๆ
ในรอบหลายปีที่แพนผลิตและปล่อยออกสู่ตลาดรองเท้าฟุตบอลเลยทีเดียว 

  จุดเด่นที่ถือว่าเป็นไฮไลท์จุดขายของรองเท้ารุ่นนี้คงจะหนีไม่พ้นวัสดุหนังจิงโจ้แท้ตามสไลต์รองเท้า
ฟุตบอลประเภทคลาสสิคอนโทรลที่สามารถวัดมือกับรองเท้าซีรี่ย์ดังๆ ได้สบาย แถมวาจำหน่าย
ในราคาที่ใครๆ ก็สามารถหยิบจับได้ไม่ยาก ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลระดับพรีเมี่ยมที่แพนทำออกมา
ได้อย่างน่าใช้ ดูมีระดับเสียเหลือเกิน

  สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่อยากจะลองสัมผัสประสิทธิภาพการใช้งานแบบคลาสสิค ดุดัน ในราคา
เพียงแค่ 5,990 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ไม่แพงเลยสำหรับรองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้แท้  ที่ถูกจัดอยู่
ในกลุ่มรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของค่าย เช่นนี้  วันนี้..ท่านสามารถเป็นเจ้าของ แพน
Viper King Semi Kangaroo ได้แล้ว  ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายรองเท้าฟุตบอลแพน  หรือสั่งซื้อ
ผ่านทางออนไลน์ที่ pan-sportswear.com ได้อย่างสะดวก ได้ข่าวว่ามีโปรโมชั่นฯ ลดราคา
พิเศษอยู่ด้วย  ลองคลิกเข้าไปดูได้เลยครับ

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 13 มีนาคม 2018 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท บางกอก แอธเลติก จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com



"Hand On!"แพน Viper King Microfiber


"Testing!" มิซูโน่ Rebula V1 Japan


"Hand On!"ไนกี้ Flyknit Ultra