"Hand On!" แพน Viper King Microfiber Map 3D - The Power of Success

  ในช่วงปีที่ผ่านมา..ดูเหมือนว่า แพน แบรนด์รองเท้าฟุตบอลชื่อดังบ้านเรา  เริ่มขยับตัวเพื่อลุยตลาด
ในระดับสูงมากขึ้นอย่างน่าสนใจ  โดยเฉพาะการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ใหม่สายพันธุ์จู่โจมในชื่อ
ว่า Viper King ออกมาเสริมทัพ  พร้อมทั้งเผยนักฟุตบอลอาชีพ เข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์หลักเพื่อโปรโมท
อย่างเป็นทางการอีกครั้ง  หลังจากที่ว่างเว้นการโปรโมทไปนานพอสมควร

  วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ SiamBoots จะขอนำรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่จากซีรี่ย์ Viper King
มาเปิดฝากล่อง "Hand On!" แนะนำรายละเอียด และเทคโนโลยีทั้งหมด  ที่แพนอัดแน่นเข้ามาไว้
ในตัวรองเท้ารุ่นนี้  ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้สัมผัสและทำความรู้จักไปพร้อมๆ กัน  ไปดูกันว่ารองเท้า
ฟุตบอลสัญชาติไทยแท้ๆ ของเรานั้น  ปัจจุบันนี้มีการพัฒนามากขึ้นเพียงใด  แล้วพร้อมจะกลับมา
เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จในสนามฟุตบอลให้กับทุกท่าน เฉกเช่นสโลแกน "The Power of
Success"
หรือไม่  ไปสัมผัสกับรองเท้ารุ่นท็อปที่มีชื่อรุ่นว่า Viper King Microfiber Map3D
ไปด้วยกันได้เลย


  ก่อนที่จะไปเปิดฝากล่องสีดำที่มีโลโก้เสือ พร้อมข้อความระบุว่าเป็นงานมาสเตอร์พีชจากแบรนด์แพน
ในบทความนี้  ผมจะขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหมวดหมู่และรุ่นของรองเท้าในซีรี่ย์นี้ก่อน 

  ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2017 แพนได้สร้างกระแสให้กับวงการรองเท้าฟุตบอลไทยครั้งใหญ่  ด้วยการ
เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลที่มีข้อความพิมพ์บนตัวรองเท้าว่า “Viper King” พร้อมข้อมูลว่าเป็นรองเท้าฟุตบอล
หนังจิงโจ้แท้ทั้งคู่  แปะป้ายราคาวางจำหน่ายถึง 9,900 บาท แถมผลิตออกมาเพียงไม่กี่สิบคู่เท่านั้น !!!
เกิดกระแสแพนฟีเว่อร์ขั้นรุนแรงกลับมาอีกครั้ง  ซึ่งในตอนนั้นทางเพจ SiamBoots ได้โพสเนื้อหา
และได้รับการตอบรับทั้งการกด Like และ Share มากที่สุดครั้งนึงแห่งปีเลยก็ว่าได้



  ที่มาที่ไปของชื่อ Viper King มีความหมายแบบตรงไปตรงมาว่าราชาแห่งงูพิษ  เพื่อสื่อความอันตราย
ความเร็วในการเคลื่อนที่ ความดุดันและความแข็งแกร่งให้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้อย่างแท้จริง  จริงๆ
แล้ว รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้คือซีรี่ย์ต่อเนื่องมาจากซีรี่ย์ Super Sonic ซึ่งเป็นซีรี่ย์แห่งความเร็ว แต่พอ
เปลี่ยนชื่อพร้อมวาดภาพลักษณ์ออกมาใหม่ในนามของ Viper King นั้นเสมือนเป็นการเปลี่ยนมาเป็น
รองเท้าประเภทความเร็วและจู่โจมควบคู่กันไป

  แต่ชื่อของ Viper King จริงๆ นั้นไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเป็นรองเท้ารุ่นสุดพิเศษรุ่นนั้น  โดยแพนได้
แบ่งการทำตลาดในชื่อ Viper King ออกเป็นรองเท้า 2 แบบ  แบบแรกคือเวอร์ชั่นหนังแท้  ซึ่งมี
รองเท้ารุ่นย่อย 3 รุ่น แบ่งแต่ปริมาณการใช้วัสดุหนังจิงโจ้บนตัวรองเท้า  แบบที่สองคือเวอร์ชั่น
หนังสังเคราะห์ 
มีรองเท้ารุ่นย่อย 2 รุ่น  โดยมี Viper King Microfiber Map3D เป็น
รองเท้ารุ่นสูงสุดในเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์  พระเอกตัวร้าย..ที่เราจะมาทำความรู้จักกันในบทความนี้



  แพน ดีไซน์กล่องบรรจุรองเท้าใหม่ได้อย่างสวยงามดูมีดีไซน์ที่ไม่ธรรมดา  ผิวของกล่องมีความมัน
และด้านไม่ใข่แค่กระดาษลังแบบหยาบๆ ทั่วไป  โลโก้ตราหัวเสือ บนหน้ากล่องสีดำถูกเติมแต่งให้มี
ลักษณะวาววับ ดูดีมีระดับ  มาพร้อมกับชื่อแบรนด์ "แพน" สีแดงตัวใหญ่ที่โดดเด่น ดุดันไม่น้อย



  กล่องรองเท้าใบนี้ถูกออกแบบให้เปิดแบบเลื่อนสไลด์ตามแนวยาวดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  เมื่อเลื่อน
ออก ก็จะพบว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่น Viper King Microfiber Map3D เฉดสีใหม่ ที่มีรหัสสีว่า
Aqua Haze มีลักษณะเป็นสีเขียว/เทา อ่อนๆ เฉดคล้ายน้ำทะเล  เป็น 1 ใน 4 เฉดสีที่แพนทำ
ออกมาจำหน่ายในปัจจุบันนี้



  นอกเหนือจากตัวรองเท้าแล้ว...ด้านในยังพบกระเป๋าใส่รองเท้าแบบผ้าใบที่มีความหนา  มีสายสะพาย
ทั้ง 2 ข้าง  มาพร้อมโลโก้ตราหัวเสือสีเงินที่สวยงามไม่น้อย  แถมมาให้ด้วย  เรียกได้ว่าแพนเองก็ได้
ยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนเองขึ้นมาอย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว

  จากข้อมูลระบุว่า แพน Viper King Microfiber Map3D มีน้ำหนักของไซส์มาตรฐาน เพียงแค่
190 กรัม/ข้าง เท่านั้น  ซึ่งถือเป็นพิกัดน้ำหนักตัวของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ความเร็วรุ่นท็อปๆ เลย
ก็ว่าได้

  ลองเปรียบเทียบข้อมูลกับรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อื่นๆ ที่เราเคยรีวิวไป เป็นดังนี้ :

  - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ 196 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17.1 220 กรัม 
  - อาดิดาส ACE 17+ Pure Control 245 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
  - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
  - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
  - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
  - อาดิดาส Predator 18.1 220 กรัม
  - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
  - มิซูโน่ Rebula V1 Japan 226.8 กรัม
  - มิซูโน่ Ignitus IV 235.3 กรัม
  - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Superfly V 188 กรัม  
  - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
  - ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Obra II 205 กรัม
  - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
  - ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 195 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
  - ไนกี้ Tiempo Legend VII 205 กรัม  
  - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
  - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
  - พูม่า King 2013 252 กรัม

  รูปทรงรองเท้าโดยภาพรวมของ แพน Viper King Microfiber Map3D นั้น  ค่อนข้างจะมี
ลักษณะหน้าเท้าที่กว้างเสมอเท่ากัน  ตั้งแต่หัวรองเท้าไล่มาจนถึงด้านท้าย  เพื่อให้รองเท้ารุ่นนี้ยังมี
ความสบายในการสวมใส่  ตามโจทย์ต่อลักษณะหน้าเท้าของคนไทยได้ดี 

  แต่หากมองในมุมมองด้านข้าง  จะเห็นลักษณะหลังเท้าที่ค่อนข้างมีทรงทรวดในแบบของรองเท้า
ประเภทความเร็ว  คือช่วงหัวรองเท้าจะต่ำ  ก่อนที่จะมีลักษณะลู่ขึ้นในช่วงกลางหลังเท้า  เพื่อให้
ตัวรองเท้าสามารถสร้างแรงกดและให้ความกระชับกับส่วนหลังเท้าได้มากขึ้นกว่าปกติ



  หนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์ (Microfiber) เกรดพรีเมี่ยม  ถูกนำมาใช้ผลิตเป็นวัสดุหน้าผ้า
และอัพเปอร์ให้กับรองเท้ารุ่นนี้  โดยใช้การตัดเย็บแบบชิ้นเดียวเท่านั้น  เพื่อให้หน้าผ้าไร้รอยต่อ ไร้แนว
ตะเข็บ และสามารถเข้ารูปสร้างความกระชับกับรูปเท้าของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี  ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญ
ของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วและการจู่โจมต้องมี  ถือเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดการออกแบบที่ทำได้ดีั
ไม่แตกต่างจากรองเท้าฟุตบอลรุ่นท็อปๆ ระดับโลกเลย

  ผมได้ลองสัมผัสรายละเอียดของวัสดุหน้าผ้าหนังสังเคราะห์ชิ้นนี้ดู  พบว่าลักษณะผิวของหนังสังเคราะห์
มีความละเอียด  จุดเด่นอยู่ที่ผิวหน้าสัมผัสมีความฝืดพอสมควร  ชั้นหนังค่อนข้างบาง..ทำให้ฟีลลิ่ง
การตอบสนองระหว่างหน้าเท้ากับลูกบอลทำได้อย่างว่องไว  ไม่เหมือนหนังสังเคราะห์สมัยก่อนของแพน
ซึ่งค่อนข้างที่จะหนากว่านี้อย่างชัดเจน   



  จุดเด่นที่ทำให้ Viper King Microfiber Map3D ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รองเท้าประเภทความเร็ว
โดยสิ้นเชิง  ก็คือการออกแบบส่วนสัมผัสบอลบริเวณหน้าผ้าและหัวรองเท้า  ให้มีลักษณะเป็นพื้นผิว
3 มิติ 
เพิ่มพื้นผิวสัมผัสแรงเสียดทาน  เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถควบคุมลูกบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
พื้นผิวบริเวณนี้ถูกเรียกว่า Map3D  เมื่อรวมกับวัสดุหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์แล้ว  จึงเป็นที่มา
ของชื่อรุ่นรองเท้าว่า Viper King Microfiber Map3D นั่นเอง



  นอกจากบริเวณหัวรองเท้าซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับสัมผัสบอลแรกและการยิงประตูแล้ว  ยังพบว่าพื้นผิวแบบ
Map 3D ก็ได้กินพื้นที่มายังบริเวณข้างเท้าด้านใน ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน ด้วยเช่นกัน  เพื่อให้
Viper King Microfiber Map3D สามารถควบคุมการส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ  เรียกได้ว่าแอบมีคุณสมบัติของรองเท้าประเภทคอนโทรลติดตัวมาให้เรียกใช้งาน
ได้อีกด้วย
  


  มาดูที่พื้นที่หลังเท้าของ Microfiber Map3D กันต่อ  รองเท้ารุ่นนี้วางแนวร้อยเชือกเป็นแบบสมมาตร
กึ่งกลางหลังเท้า  เพื่อให้การดึงกระชับแนวร้อยเชือกนั้นสามารถสร้างแรงบีบกระชับให้กับข้างเท้า
ด้านในและข้างเท้าด้านนอกได้เท่าๆ กัน  ทำให้การเคลื่อนที่ออกตัวสามารถทำได้อย่างมั่นใจในทุกๆ
ทิศทาง  โดยเฉพาะการสปรินซ์เร่งความเร็วหรือจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่อย่างฉับพลัน

  ลักษณะเชือกรองเท้าที่ติดตัว Viper King Microfiber Map3D นั้นเป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นแบน 
หน้ากว้างพอสมควร  แต่จุดเด่นคือเน้นผ้าที่มีความนุ่ม  ทำให้การผูกปมเชือกนั้นมีความแน่นหนา
ไม่คลายตัวออกได้ง่ายนัก ผู้เล่นไม่ต้องมาพะวง ก้มๆ เงยๆ ผูกเชือกรองเท้าในขณะลงเล่น  ซึ่งถือเป็น
อีกหนึ่งรายละเอียดที่สำคัญ  ในขณะที่รองเท้าฟุตบอลระดับโลกบางรุ่นยังมองข้ามจุดนี้ไปก็มีให้เห็น
กันมาแล้ว



  เกราะหุ้มส้นและป้องกันเอ็นร้อยหวายของ แพน Viper King Microfiber Map3D นั้น  
เป็นเกราะแบบภายใน (Internal Heel Counter)  ใช้เป็นวัสดุพลาสติกอยู่ด้านในของ
ส่วนส้นเท้า  มีความสูงประมาณครึ่งหนึ่งของส่วนหุ้มข้อ  ลองสัมผัสดูพบว่าส่วนของเกราะป้องกัน
ส้นเท้าชุดนนี้ ไม่แข็งมากนัก แต่ก็ไม่ได้อ่อนจนเกินไป  น่าจะสามารถให้การปกป้องได้ตามปกติ
มาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลระดับนี้



  ส่วนหุ้มส้นด้านในเป็นผิวสัมผัสแบบหนังสังเคราะห์เรียบๆ  ด้านในบุวัสดุบุนุ่มไว้ในระดับปานกลาง
ไม่ได้ออกแบบให้มีสัดส่วนเพิ่มเติมขึ้นมา  เพื่อให้สอดรับกับสรีระข้อเท้าหรือแนวร่องเอ็นร้อยหวาย
แต่อย่างใด  โดยภาพรวมถือว่าเป็นลักษณหุ้มส้นแบบปกติธรรมดาที่พบเจอได้ในรองเท้าฟุตบอลส่วนใหญ่



  มาสำรวจกันต่อที่แผ่นรองพื้นด้านในของ Viper King Microfiber Map3D กันต่อ  พบว่า
แผ่นรองพื้นของรองเท้าราคาเลข 2 นำหน้ารุ่นนี้  สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้เสียด้วย
ผิวสัมผัสด้านบนที่จะต้องสร้างแรงเสียดทานระหว่างฝ่าเท้าของผู้สวมใส่นั้น  ใช้วัสดุหน้าผ้าไนล่อน
บุเป็นวัสดุผิวหน้า  ไม่ได้มีส่วนเพิ่มแรงเสียดทานใดๆ เข้ามาเป็นพิเศษ



  แต่ไฮไลท์นั้นคือวัสดุรองรับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า  ซึ่งทางผู้ผลิตระบุว่าเป็นวัสดุโพรอน (Poron)
ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยรองรับผ่อนแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม   ได้ถูกนำมาใช้เสริมเอาไว้
กับแผ่นรองพื้นชุดหลัก ซึ่งผลิตจากโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งชิ้น  มีความหนาพอสมควร  

  ผมได้ออกแรงกระทำลงไปที่แผ่นรองพื้นชุดนี้ เพื่อลองสัมผัสถึงการรองรับแรงกระแทกโดยภาพรวม
พบว่าแผ่นรองพื้นมีความหนาและนุ่มได้เป็นอย่างดี



อย่างที่บอกไปในตอนต้นแล้วว่า แพน Viper King Microfiber Map3D ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น
รองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วและการจู่โจมในรุ่นเดียวพร้อมๆ กัน  เป็นผลให้รูปแบบของชุดพื้น
และปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ต้องถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั้งการยึดเกาะและการเปลี่ยน
ทิศทางที่ดี  ซึ่งเราจะมาดูในรายละเอียดกันเป็นส่วนสุดท้ายนี้

  จากข้อมูลระบุว่าชุดพื้ันรองเท้าชุดนี้ ผลิตจากวัสดุพลาสติก TPU ที่มีส่วนผสมของ Pebax เพิ่ม
เข้ามาเพื่อทำให้ชุดพื้นมีน้ำหนักเบา  ในขณะที่ยังคงความเหนียวและความทนทานเอาไว้เป็นอย่างดี
โครงสร้างช่วงกลาง..มีแบบ V-Shape มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นมา  ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลัก
ทำให้ชุดพื้นที่ความแข็ง สามารถสร้างแรงดีดกลับได้ดี..ในจังหวะที่ชุดพื้นงอตัวจากการสปรินซ์
ออกตัวของผู้เล่น  



  หากอ้างอิงจากรูปแบบปุ่มรองเท้าสายความเร็วซีรี่ย์ Super Sonic ของแพนเองนั้น  ต้องบอกว่า
Viper King Microfiber Map3D
ถูกเปลี่ยนปุ่มแบบ FG จากที่เคยใช้เป็นปุ่มใบมีด  เปลี่ยนมา
ใช้ปุ่มทรงกลม ร่วมกับปุ่มใบมีดแบบโค้งมน  วางตำแหน่งในแต่ละจุดที่แตกต่างกันออกไป

  ซึ่งแพนระบุว่า..ปุ่ม FG แบบใหม่ที่เห็นอยู่นี้  ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ได้แบบ
360 องศา รอบตัว  โดยปุ่มกลมจะมีบทบาทในจังหวะการหมุนตัว หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
ส่วนปุ่มทรงยาวแบบใบมีดนั้น  จะช่วยเพิ่มความมุ่นคงในยึดเกาะพื้นสนามเอาไว้  ในขณะที่ปุ่มตรง
กลางฝ่าเท้าทรงเชฟรอน  จะทำหน้าที่ส่งแรงสปรินซ์ไปด้านหน้าในจังหวะสปรินซ์ทางตรง



  ส่วนปุ่มด้านหลังจำนวน 4 ปุ่ม ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  โดยปุ่มกลม
จะทำหน้าที่เป็นจุดหมุนในจังหวะการลงน้ำหนักตรงส้นเท้า  ส่วนปุ่มด้านในนั้นจะช่วยเพิ่มความมั่นคง
รวมถึงป้องกันจังหวะการพลิกของข้อเท้าได้อีกด้วย

  ข้อสังเกตสำคัญที่พบจากลักษณะปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้  คือปุ่มทั้งหมดนั้นไม่ยาวนัก  ซึ่งน่าจะ
เป็นลักษณะปุ่มที่เหมาะต่อการลงเล่นในพื้นสนามหญ้าเทียม หรือแม้แต่สนามหญ้าจริงที่พื้นดิน
มีความแข็งพอสมควร  ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของสนามหญ้าจริงในบ้านเรานั่นเอง

  ทั้งนี้หากสังเกตกันดีๆ จะเห็นว่าที่มีหมุดยึดชุดพื้นเอาไว้ทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง  เพื่อช่วย
เพิ่มความความแข็งแรงทนทานให้มากขึ้นเป็นพิเศษอีกด้วย



เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Viper King Microfiber Map3D รองเท้าฟุตบอลประเภทหนังสังเคราะห์ 
ระดับสูงสุดในซีรี่ย์ความเร็วและการจู่โจมของแพน  โดยส่วนตัวแล้วผมถือว่ารองเท้ารุ่นนี้ดูมีรายละเอียด
การออกแบบที่ดีเอาเรื่อง  รวมถึงการใช้วัสดุที่ดูคุ้มค่าสมราคาไม่น้อย  ส่วนประสิทธิภาพการใช้งานจริง
นั้นจะเป็นอย่างไร..ผมจะทำการทดสอบรองเท้ารุ่นนี้ พร้อมทั้งรีวิวแบบเจาะลึกอีกครั้ง

แต่ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดต้องการจะร่วมทดสอบการใช้งาน Viper King Microfiber Map3D ไป
พร้อมๆ กัน  ท่านสามารถเลือกซื้อรองเท้ารุ่นนี้ได้แล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายรองเท้าฟุตบอลแพน 
หรือสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ที่ pan-sportswear.com ได้อย่างสะดวก  โดยรองเท้ารุ่นนี้
มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,990 บาท เท่านั้น  น่าจะตอบโจทย์ผู้เล่นที่มองหารองเท้าฟุตบอลระดับสูง-กลาง
ได้อย่างแน่นอน


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 12.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท บางกอก แอธเลติก จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com



"Testing!" มิซูโน่ Rebula V1 Japan


"Hand On!"ไนกี้ Flyknit Ultra



"Testing!" ไนกี้ Tiempo Legend VII