"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VI - Dominating Touch with Metal Flash





ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Legend VI




   
   เปิดฉากต้นปี 2016 ไม่ทันไร  ไนกี้ก็ได้กระตุ้นวงการรองเท้าฟุตบอลทันที  ด้วยการเผยโฉมรองเท้าฟุตบอล
Tiempo Legend VI "สีแดง" ออกมาเรียกสายตาจากบรรดานักฟุตบอลทั่วโลก  เปลี่ยนอารมณ์จากรองเท้าสีพื้น
เมื่อครั้งตอนเปิดตัว  มาเป็นสีโดดเด่นร้อนแรง  จนสร้างสถิติยอดแชร์ในแฟนเพจของ SiamBoots อย่างล้นหลาม
ในบทความนี้..เราจะขอพาตัว ไนกี้ Tiempo Legend VI "สีแดง" มาเปิดฝากล่อง "Hand On!" ให้คุณผู้อ่าน
ทุกท่านได้สัมผัสทุกรายละเอียดอย่างใกล้ชิดกันไปเลย  จัดกันไปให้กิเลสแตกกันไปข้าง !!

   หากถามถึงซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลที่ยังคงยืนหยัดสร้างความสำเร็จและเป็นที่นิยมของนักเตะทั่วโลกมาอย่างช้านาน
คงมีชื่อของรองเท้าฟุตบอลตระกูล Tiempo จากไนกี้ เผยออกมาเป็นชื่อลำดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง  และเมื่อช่วง
ปลายปี 2015 ที่ผ่านมา ไนกี้ก็ได้เผยโฉมของ Tiempo VI เจเนอเรชั่นล่าสุดออกสู่วงการฟุตบอล  โดยสีเปิดตัวที่ไนกี้
ปล่อยออกมานั้นเป็นรองเท้าสีโทนขาว/ดำ เรียบๆ คลาสสิค ตามอารมณ์ที่รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์นี้ควรจะเป็น

   แค่เพียงสีที่ 3 อย่างเป็นทางการ  ทิ้งช่วงหลังจากสีเปิดตัวเพียงแค่ราวๆ 2 เดือนเห็นจะได้ ไนกี้ก็ได้สร้างความฮือฮา
ต่อวงการฟุตบอล  โดยเฉพาะกับคนที่ชื่นชอบรองเท้าฟุตบอล ด้วยการทะยอยปล่อยภาพเจ้า Tiempo Legend VI
ในร่าง "สีแดงเพลิง" ตามรหัสสีว่า "Total Crimson" ออกมาอย่างเป็นทางการ  เรียกได้ว่าถึงกับเป็นการหยุดกระแส
รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ของแบรนด์คู่แข่งลงไปได้อย่างคาดไม่ถึง

   
   และหลังจากที่ SiamBoots โพสภาพโปรโมทของรองเท้ารุ่นนี้ผ่านทางแฟนเพจ  ก็ปรากฏยอดแชร์ล้นหลามมากมาย
เป็นประวัติศาสตร์ของเว็บไซด์เลยทีเดียว  ทำให้เรามั่นใจว่าแฟนๆ ส่วนใหญ่ถูกอกถูกใจกับรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์
คลาสสิคในร่างสีแดงเพลิงสีนี้อย่างแน่นอน

   ในบทความนี้ SiamBoots จะขอนำเอารองเท้าฟุตบอลไนกี้ Tiempo Legend VI "สีแดง" มารีวิวแบบเปิดฝากล่อง
"Hand On!" ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ร่วมสัมผัสรายละเอียดและเทคโนโลยีของตัวรองเท้าแบบละเอียดยิบไปพร้อมๆ กับ
และเนื่องจากนับตั้งแต่ที่ไนกี้เปิดตัว Tiempo Legend VI เมื่อเดือนธันวาคม 2015 นั้น  เราเองยังไม่ได้มีโอกาสนำเอา
รองเท้ารุ่นนี้มานำเสนอ  ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้รีวิวทั้งรายละเอียดของ Tiempo Legend VI และรีวิวสีใหม่
"Total Crimson" ที่ได้มีกระแสตอบรับอย่างคาดไม่ถึง ไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว

   
   โดยรองเท้าฟุตบอล Tiempo Legend VI คู่นี้ ผมได้รับการสนับสนุนมาจากบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา  กับกล่องรองเท้าสีส้มที่วางอยู่ตรงหน้า  เพียงแค่รอให้ผมเอื้อมมือไปเปิดฝาขึ้นเพื่อจะได้
สัมผัสกับรองเท้าที่อยู่ด้านใน  ถ้าอย่างงั้นก็ไม่รู้จะรอช้าอยู่ทำไม  เราไปเปิดฝากล่องกันเลยดีกว่าครับ

   
   ทันทีที่เปิดฝากล่องขึ้นมา  เราก็จะได้ยลโฉมกับรองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Tiempo Legend VI สีแดงเพลิง มีรหัสสี
อย่างเป็นทางการว่า Lt Crimson/Metallic Silver-Total Crimson-Black ซึ่งเป็นสีประจำคอลเลคชั่น "Metal
Flash"
ที่เปิดตัววางจำหน่ายประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏตัวนอนตะแคงอยู่แบบสงบนิ่ง

   
   ด้านในมีถุงใส่รองเท้าตามสไตล์ของไนกี้แถมมาให้  โดยถุงดังกล่าวมีสายสะพายด้านข้างทั้งสองด้าน  ด้านใน
มีช่องซิปขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้เล่นสามารถใส่รองเท้าและของเล็กน้อยๆ ได้  ถึงแม้ว่าสีรองเท้าจะเป็นสีแดงแทบทั้งหมด
แต่สีหลักของถุงใส่รองเท้านั้นเป็นสีดำ  แต่ใช้สีของโลโก้ไนกี้ และชื่อซีรี่ย์เป็นสีแดงแทน

   
   เมื่อได้ลองสัมผัสกับ ไนกี้ Tiempo Legend VI เป็นครั้งแรก  รู้สึกได้ว่ารูปทรงของตัวรองเท้าแอบกว้างขึ้นกว่า
เจเนอเรชั่นเก่าเล็กน้อย  หัวรองเท้ามีลักษณะแหลมกว่านิดหน่อย  แต่ในเรื่องของน้ำหนักเมื่อลองยกเปรียบเทียบ
กันดูระหว่าง Tiempo Legend VI และ Tiempo Legend V แล้วไม่รู้สึกแตกต่างกันมากนัก  แม้ว่าสัมผัสที่ได้รับ
จาก Tiempo Legend VI จะรู้สึกโปร่งๆ กว่านิดหน่อย

   เพื่อให้รู้ข้อเท็จจริง  ผมได้ลองเอา Tiempo Legend VI สีแดงคู่นี้ มีขนาดไซด์ 9.5 US, 8.5 UK, 43 Fr และ
27.5 cm ขึ้นชั่งน้ำหนัก ปรากฏตัวเลขออกมาที่ 250 กรัม/ข้าง  หากลองเปรียบเทียบกับข้อมูลน้ำหนักตัวรองเท้า
รุ่นอื่นๆ ที่เราได้เคยรีวิวไปแล้ว เป็นดังนี้

   - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม
   - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม
   - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม
   - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม 
   - ไนกี้ Mercurial Vapor V 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม 
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม 
   - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

  ไฮไลท์นั้นอยู่ที่การเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นเก่า  ปรากฏว่า Tiempo Legend VI นั้นกลับมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม
เล็กน้อย

   
   อย่างที่บอกไปแล้วว่ารูปทรงรองเท้าของ ไนกี้ Tiempo Legend VI นั้นดุจะมีหน้าเท้าที่กว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
แต่หัวรองเท้าก็มีลักษณะแหลมขึ้น  นี่จึงอาจจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้น้ำหนักรวมของรองเท้ามากขึ้นตามข้อมูลข้างต้น

   ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Tiempo Legend VI นั้น  ทีมออกแบบไนกี้ได้ให้ข้อมูลทางเทคนิคออกมาว่า
พวกเขาต้องการจะลดรอยด้ายเย็บบนตัวรองเท้ารุ่นนี้ให้มากที่สุด  เนื่องจากการที่มีรอยด้ายเย็บบนตัวรองเท้า
แม้จะทำให้ความนุ่มและพื้นที่สัมผัสบอลเพิ่มขึ้น  แต่เมื่อใช้งานไปนานๆ แล้วด้ายเย็บมักจะขาด  รวมถึงยังเป็นจุดบอด
ที่ทำให้น้ำหรือความชื้นแทรกซึมเข้าไปด้านในชั้นหนังได้ง่าย  ส่งผลให้หนังรองเท้าแข็งกระด้างหรือเสียสภาพได้
ก่อนระยะเวลาอันควร  นั่นจึงทำให้หน้าตาของรองเท้ารุ่นนี้ที่ปรากฏออกมานั้นแทบจะไม่มีรอยด้ายเย็บนั่นเอง

   
   อย่างไรก็ตาม..การลดรอยด้ายเย็บลงไป  จะส่งผลให้หนังรองเท้ามีความเรียบหรือทำให้พื้นผิวสัมผัสบอลน้อยลง
ดังนั้น..ไนกี้ได้คิดค้นโครงสร้างแบบใหม่ให้กับตัวรองเท้า  โดยการทำให้ตัวรองเท้ามีโครงสร้างแบบร่างแห 3 มิติ
หรือเมซ (Engineered Mesh)
อยู่ที่ด้านในตัวรองเท้าไปเลย  หรือพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือรูปร่างตะปุ่มตะปั่ม
ของตัวรองเท้านั่นแหละ  โดยการใช้เทคนิคการสร้างโฟม 3 มิติขึ้นมาแล้วฝังไว้ด้านใน  เพื่อให้ลักษณะหน้าสัมผัส
หรือพื้นที่ผิวสัมผัสบอลของตัวรองเท้านั้นมีมากขึ้น  ทำให้ประสิทธิภาพการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอลยังคงอยู่ 

   
   กลับมาที่เรื่องของวัสดุหลักของ Tiempo Legend VI กันก่อน  แน่นอนว่ารองเท้ารุ่นนี้ตัดเย็บขึ้นมาจากวัสดุ
หนังจิงโจ้แท้ (Kangaroo Leather) แต่จากข้อมูลได้ระบุว่าเป็นหนังจิงโจ้แบบบางแต่นุ่ม (Thin super soft)
จากที่ลองสัมผัสด้วยมือ  รู้สึกได้ถึงความนุ่มของหนังรองเท้าเช่นเคย  แต่ฟีลลิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อเปรียบเทียบกับ
เจเนอเรชั่นเก่า  ก็คือลักษณะความหนาของหนังรองเท้าที่ลดลงไปพอประมาณ

   โดยไนกี้ Tiempo Legend VI นั้นจะชั้นหนังจิงโจ้แท้แบบครึ่งหน้าเหมือนกับโฉมเก่า  โดยส่วนครึ่งหลังนั้น
จะเป็นการผสมวัสดุหนังสังเคราะห์เข้ามา  รวมถึงการออกแบบโครงสร้างข้างเท้าด้านในแบบใหม่  ซึ่งผมจะพูดถึง
ต่อไปอีกครั้งในส่วนถัดไป  โดยจุดประสงค์ของการใช้วัสดุสังเคราะห์เข้ามาในส่วนที่ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับลูกบอล
ก็เพื่อทำให้ตัวรองเท้ามีคุณสมบัติในการสร้างความกระชับกับเท้าของผู้เล่นได้ดียิ่งขึ้น

   
   นอกเหนือจากประสิทธิภาพการควบคุมที่ได้จากโครงสร้างรองเท้าแบบใหม่แล้ว  เทคโนโลยี All Conditions Control
หรือ ACC
ที่หลายคนรู้จักและรู้ซึ้งถึงประสิทธิภาพการใช้งานมาเป็นอย่างดีแล้ว  ก็เป็นอีกหนึ่งจุดขายของรองเท้า
ระดับท็อปคลาสรุ่นนี้โดยเฉพาะ  โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้หน้าสัมผัสของตัวรองเท้ายังมีประสิทธิภาพ
ในการควบคุมและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีเหมือนเดิม  แม้ว่าหน้าสัมผัสจะเปียกน้ำก็ตาม

   ในแง่ของการดีไซน์ออกแบบ  จะเห็นได้ว่าโลโก้ไนกี้จะปรากฏอยู่ที่บริเวณช่วงครึ่งหลังของข้างเท้าทั้งสองฝั่ง  โดย
โลโก้ไนกี้ของ Tiempo Legend VI จะเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ที่มีลักษณะสะท้อนแสง  ดูมีมิติและมีราคามากยิ่งขึ้นด้วย
การทำให้พื้นผิวมีลักษณะเป็นสัดส่วนนูน-ต่ำ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโลโก้สีเงินแบบเมทัลลิค (Silver metallic) ของ
Tiempo Legend VI สีแดง ประจำคอลเลคชั่น "Metal Flash" คู่นี้

   
   หนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับไนกี้ Tiempo Legend VI ที่เห็นได้ชัดก็คือ "ลิ้นของรองเท้าเป็นแบบเย็บติดเป็น
ชิ้นเดียวกับตัวรองเท้า"
 ซึ่งใครที่เคยใช้ Mercurial Vapor X หรือ Hypervenom Pinish มาก่อนจะเข้าใจเป็นอย่างดี
โดยลิ้นรองเท้าลักษณะดังกล่าวนั้น   ไนกี้จะเย็บชิ้นส่วนครึ่งล่างของลิ้นเข้ากับแนวขอบรูร้อยเชือก  ข้อดีของการใช้ลิ้น
แบบนี้ก็เพื่อไม่ให้ลิ้นรองเท้าเคลื่อนที่ไป-มาจนเกิดความรำคาญในระหว่างการใช้งาน  ในทางตรงกันข้าม..มันยังช่วย
สร้างความกระชับกับหลังเท้าของผู้เล่นได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย  แต่ขอเสียก็คือการสวมใส่และการทำความสะอาดที่
ยากลำบากเสียหน่อย

   
   ส่วนครึ่งบนของลิ้นรองเท้านั้นจะไม่ถูกเย็บติดกับตัวรองเท้าแบบครึ่งล่าง  แต่ครึ่งบนจะมีลักษณะขยายออกดั่งที่เห็น
ตามภาพด้านบน  ซึ่งยังมีการบุวัสดุบุนุ่มเอาไว้ด้วย  เพื่อช่วยสร้างความกระชับและลดแรงปะทะในจังหวะสัมผัสบอล
ให้กับบริเวณข้อพับของข้อเท้า
   
   เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัว ไนกี้ Tiempo Legend VI มีลักษณะเป็นเชือกรองเท้าแบบปกติทั่วไป   กล่าวคือ
เป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นแบบ  เส้นเชือกมีหน้ากว้างเท่ากันตลอดทั้งเส้น   เส้นเชือกพอจะมีความนุ่มอยู่บ้าง  เพื่อให้
เวลาผูกปมเชือกแล้วจะไม่คลายออกได้ง่ายนัก   

   
   สัญลักษณ์ All Conditions Control (ACC) จากที่ปกติจะพิมพ์เอาไว้บนลิ้นรองเท้า  ได้ถูกย้ายมาไว้ที่บริเวณข้างเท้า
ด้านในดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  แต่บริเวณนี้ยังมีรายละเอียดการออกแบบที่น่าสนใจไม่น้อย  เนื่องจากไนกี้ได้ออกแบบ
ส่วนเพิ่มความกระชับที่เห็นเป็นวัสดุสีส้มชิ้นใหญ่   ให้มีลักษณะโครงสร้างแบบร่างแหหรือเมซ (Mesh) ทำจากวัสดุ
สังเคราะห์  ต่อเนื่องยาวไปเชื่อมกับตำแหน่งรูร้อยเชือก 2 ระดับบนสุด  

   เมื่อผู้เล่นดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นๆ แรงดึงของเชือกรองเท้าจะส่งผ่านมาจากโครงสร้างดังกล่าว  เพื่อทำให้
ตัวรองเท้ากระชับเข้ากับอุ้งเท้าหรือข้างเท้าด้านในได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ถือเป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่น่าสนใจ
ไม่น้อย  

   
   เปลี่ยนมาดูที่บริเวณส้นเท้าและฝั่งข้างเท้าด้านนอกกันบ้าง  เรื่องแรกที่จะพูดถึงคือรองเท้ารุ่นนี้ใช้เกราะป้องกันส้นเท้า
และเอ็นร้อยหวายแบบภายใน (Internal Heel Counter) โดยเป็นชิ้นพลาสติกแข็งฝังอยู่ด้านในของส้นเท้า  มีระดับ
ความสูงประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงส้นเท้ารองเท้า  หรือที่เห็นตามแนวของโครงสร้างเมซ (Mesh) นั่นเอง  ข้อดี
ของการใช้เกราะป้องกันส้นเท้าแบบภายในก็คือความไม่เทอะทะ  และทำให้ดีไซน์เนอร์สามารถอออกแบบดีไซน์
บริเวณส้นเท้าได้อย่างเต็มที่

   นอกจากตราไนกี้สีเงิน (Silver metalic) ขนาดใหญ่ที่ข้างเท้าด้านนอก  ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวรองเท้าดูมีความโมเดิร์น
และมีราคามากขึ้นแล้ว  ในเรื่องของวัสดุนั้นยังพบว่าไนกี้เลือกใช้หนังสังเคราะห์มาตัดเย็บเป็นชิ้นส่วนรองเท้า  ทำให้
สร้างความกระชับกับบริเวณข้อเท้าด้านนอกได้ดี

   
   บริเวณหุ้มส้นด้านในของเจ้า Tiempo Legend VI นั้น  เปลี่ยนมาใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ผิวเรียบมาเป็นวัสดุหน้าสัมผัส  
มีรอยบุเพื่อให้เป็นจุดสป็อตเล็กๆ ในระดับนึงดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  ด้านในมีการบรรจุวัสดุจำพวกโฟมหรือฟองน้ำ
เอาไว้เพื่อช่วยรองรับกับส้นเท้าของผู้สวมใส่  แต่พบว่าความนุ่มของหุ้มส้นนั้นลดลงจาก Tiempo Legend V พอสมควร
โดยส่วนที่บรรจุวัสดุบุนุ่มนั้นจะมีเฉพาะบริเวณครึ่งบนเท่านั้น  ส่วนครึ่งหลังนั้นไม่มี  จะเป็นสัมผัสแข็งๆ จากชิ้นส่วนของ
เกราะป้องกันส้นเท้าแทบทั้งหมด

   
   แผ่นรองพื้นด้านในของ Tiempo Legend VI สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้
มีลักษณะเป็นแผ่นทึบ เนื้อโฟมตันทั้งแผ่น  ไม่มีรูเหมือนกับแผ่นรองพื้นของเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ผิวหน้าสัมผัสด้านบน
เปลี่ยนจากหน้าผ้าไนล่อน  มาเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่  ทดลองสัมผัสดูแล้วมีความฝืดในระดับปานกลาง  ที่บริเวณส้น
มีสกรีนโลโก้ไนกี้และชื่อซีรี่ย์เอาไว้

   
   จุดเด่นสำคัญของแผ่นรองพื้นชุดนี้  คือการใช้วัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูป  เนื้อโฟมมีความหนาพอสมควร  และมี
ความยืดหยุ่นสูง  เด้งรับและตอบสนองต่อแรงกระทำได้เป็นอย่างดี  แต่ไฮไลท์อยู่ที่การเสริมวัสดุ PORON ซึ่งเป็น
วัสดุที่สามารถรับและผ่อนแรงกระทำได้ดีกว่า  เอามาเสริมที่บริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้าด้านหน้า  ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้เล่น
ต้องลงน้ำหนักตัวอยู่เสมอ  ไม่ว่าจะเป็นการยืนพื้นสนาม หรือการสปรินซ์ออกตัวด้วยความเร็ว  แน่นอนว่าเทคโนโลยี
ส่วนนี้  เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากบรรดาผู้ใช้งานรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของไนกี้มาอย่าง
ยาวนาน

   
   หน้าตาชุดพื้นของไนกี้ Tiempo Legend VI มีความสวยงามด้วยการออกแบบลายพิมพ์กราฟฟิกเอาไว้ที่ใต้ชุดพื้น
ซึ่งเป็นวัสดุพลาสติก TPU ใส  โดยฝั่งข้างขวาเป็นคำว่า "Tiempo" ส่วนฝั่งข้างซ้ายเป็นตรา "โลโก้ไนกี้" ซึ่ง
ลายพิมพ์ดังกล่าวจะมีเฉพาะบนชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ซึ่งเป็นรองเท้าระดับท็อปคลาสเท่านั้น

   กลับมาที่รายละเอียดของชุดพื้นกันอีกครั้ง  พบว่ารูปแบบชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของ Tiempo Legend VI นั้น
เป็นแบบเดียวกันกับชุดพื้นของเจเนอเรชั่นที่แลกทุกประการ  เรียกได้ว่ายกชุดมาใส่กันเลย  โดยจุดเด่นของชุดพื้น
ชุดพื้น  อยู่ที่ฐานพื้นช่วงกลางมีความกว้าง  สามารถรองรับการลงน้ำหนักได้เต็มเท้า  จึงให้ประสิทธิภาพในด้าน
สมดุลการทรงตัวและความสบายเท้า  ในขณะที่มีแนวสันนูนขึ้นมาเล็กน้อย  คอยเชื่อมระหว่างปุ่มรองเท้าด้านหลัง
มายังปุ่มรองเท้าด้านหน้า  จึงพอจะมีฟีลลิ่งจากแรงดีดของชุดพื้นเมื่อตอนที่มันงอตามจังหวะการเคลื่อนที่ของผู้เล่น
ให้ได้เรียกใช้งานบ้าง

   
   ปุ่มรองเท้าด้านหน้า ใช้ปุ่มแบบกลมที่บริเวณขอบรองเท้าทั้งสองฝั่ง  นับจำนวนปุ่มรวมได้ทั้งสิ้น 8 ปุ่ม แบ่งออก
เป็นฝั่งละ 4 ปุ่ม  สาเหตุที่ไนกี้ยังคงเลือกใช้ปุ่มแบบกลมให้กับ Tiempo Legend VI นั้น  เพราะไนกี้เล็งเห็นว่าปุ่มกลม
จะช่วยสร้างสมดุลในการลงน้ำหนัก  ทั้งจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ หรือการหมุนตัว  รวมถึงจังหวะการหยุด
การลื่อนที่หรือลงน้ำหนักในจังหวะการวางเท้าหลักเพื่อเตะลูกฟุตบอล  ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นของผู้เล่นประเภทจอมทัพ
โดยเฉพาะ  แตกต่างจากปุ่มใบมีดที่จะเน้นการเกาะพื้นสนามเพื่อการสปรินซ์ด้วยความเร็ว หรือการสับขาหลอกเป็นหลัก

   อย่างไรก็ตาม..บริเวณตรงกลางฝ่าเท้ายังมีปุ่มแนวยาวตามขวาง  ที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัดในการ
ส่งแรงไปยังพื้นสนามในการออกตัว  จึงช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ทางตรงได้เร็วขึ้นกว่าการใช้ปุ่มกลมทั้งหมด 

   
   ปุ่มรองเท้าด้านหลังยังคงยึดเอกลักษณ์ปุ่มใบมีดทรงสี่เหลี่ยมแบบลบมุมขนาดใหญ่  ฐานปุ่มมีความหนาและ
แข็งแรง  เพื่อให้การลงน้ำหนักบริเวณส้นเท้าทำได้อย่างเต็มที่  มีความมั่นคงแข็งแรง

   
   หลังจากที่ได้ร่วมสัมผัสรองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Tiempo Legend VI กันไปแล้ว  ไม่ใช่เพียงแค่รายละเอียดของรองเท้า
ที่น่าสนใจ  แต่ยังรวมถึงสีแดงสุดร้อนแรงที่กล้ารับประกันว่าจะเป็นรองเท้าสียอดฮิตในวงการฟุตบอลทันทีแบบนี้
แน่นอนว่ารีวิวทดสอบการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้จะตามมาในไม่ช้า  ใครที่ยังไม่รีบร้อนก็รอติดตามรีวิวทดสอบการ
ใช้งานกันได้..รับรองว่ามาเต็มแบบละเอียดยิบเช่นเคย

   แต่ถ้าใครต้องการที่จะเป็นเจ้าของ Tiempo Legend VI โดยเฉพาะสีแดง Total Crimson คู่นี้ล่ะก็  วันนี้ท่านสามารถ
เป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซ็ปต์สโตร์ทุกสาขา และร้านไนกี้ สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่ ราคา 7,500 บาท
บอกเลยครับว่าอย่าตัดสินใจกันนาน  เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า สีแดง แบบนี้...มีคนจดๆ จ้องๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว
ถ้าสินค้าหมดแล้วอย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกัน

   Special Thanks
   - บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2016 เวลา 12.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"






ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Legend VI


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com