ไนกี้ เผยโฉม ไนกี้ เมอร์คิวเรียล คอลเลคชั่นพิเศษ เพื่อร่วมย้อนตำนาน 15 ปี และสดุดี
นักเตะฝีเท้าตำนานระดับโลก

   

ไนกี้ เผยโฉม ไนกี้ เมอร์คิวเรียล คอลเลคชั่นพิเศษ
เพื่อร่วมย้อนตำนาน 15 ปี และสดุดีนักเตะฝีเท้าตำนานระดับโลก

   (กรุงเทพฯ – 27 มีนาคม 2557) ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก เผยโฉม เมอร์คิวเรียล
เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2010  อิดิชั่น, เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2006  อิดิชั่น และ
เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2002  อิดิชั่น เพื่อตอกย้ำตำนาน 15 ปี ของ ไนกี้ เมอร์คิวเรียล
และระลึกถึงฝีเท้าอันโดดเด่นของสองนักเตะซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ โรนัลโด้
ดาวยิงอันตรายชาวบราซิลเลี่ยน


   เมื่อฤดูร้อนปี 2010 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้สวมรองเท้ารุ่นเมอร์คิวเรียล ซุเปอร์ฟลาย II ลงแข่งขันฟุตบอลโลก
ที่ประเทศแอฟริกาใต้ โดยรองเท้ารุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ก้าวล้ำที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว จากการ
ออกแบบที่ใช้สีสันอันเป็นสะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์ ที่ทำให้รองเท้าฟุตบอลเมอร์คิวเรียล ซุเปอร์ฟลาย มีคุณสมบัติที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น

   
   
   เมอร์คิวเรียล ซุเปอร์ฟลาย II เป็นรองเท้าที่เพรียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมใหม่ๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
เทคโนโลยีไนกี้ฟลายนิต ที่ช่วยให้โครงสร้างรองเท้ามีน้ำหนักเบาแต่ให้การปกป้องเท้ามากยิ่งขึ้น และแผ่น
รองปุ่มสตั๊ดแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยให้ตัวรองเท้ามีน้ำหนักเบากว่ารองเท้าฟุตบอลในอดีตถึงร้อยละ 5
โดยมีสีส้มโทนโทเทิลออเรนจ์ (Total Orange) และมัคเพอร์เพิล (Mach Purple) ช่วยผสมกลมกลืนตัดกัน
อย่างแนบเนียน เพื่อสร้างการมองเห็นให้ในการรับส่งบอลกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเพื่อ
เป็นการย้อนรำลึกถึงนวัตกรรมต่างๆในรองเท้ารุ่นเมอร์คิวเรียล ซุเปอร์ฟลาย II  ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์
กีฬาระดับโลกจึงได้ทำการเผยโฉมรองเท้าฟุตบอลรุ่น “เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2010 
อิดิชั่น”
(The Mercurial Vapor IX Fast Forward 2010 Edition) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี
ขั้นสูงของไนกี้เข้ากับรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้ารุ่นดังกล่าว ที่แสดงถึงนวัตกรรมของรองเท้าฟุตบอล
ทีมีประสิทธิภาพในด้านความเร็วของฤดูร้อนปี 2010

   
   ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการร่วมย้อนถึงความสำเร็จของรองเท้าฟุตบอลรุ่น เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ ปี 2006 ที่อดีตกองหน้าชาวบราซิลชื่อก้องโลกอย่าง โรนัลโด้ เคยสวมใส่ลงสนามในมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดในโลกปี 2006  โดยที่รองเท้ารุ่นดังกล่าวมีสีสันสวยงามและส่วนรองรับส้นเท้าที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์
ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อสร้างความกระชับเท้าในขณะสวมใส่และช่วยเพิ่มความเร็วในการก้าวสปีดเท้ามากยิ่งขึ้น
โดยรองรุ่นใหม่ที่ทางไนกี้ได้นำมารีเมคใหม่อีกครั้ง คือ “เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2006 
อิดิชั่น”
(The Mercurial Vapor IX Fast Forward ’06 Edition) ที่ได้รับการสรรค์สร้างให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ระหว่างนวัตกรรมและวัสดุขั้นสูงกับรูปทรงแบบเดิมของรองเท้า เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่อดีตดาวเตะบราซิลเลียน
รายนี้ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในตำนานของรองเท้าฟุตบอลตระกูลเมอร์คิวเรียลที่โชว์ศักยภาพทางด้านความเร็ว
โดยเฉพาะ

   
   โดยที่โลโก้บริเวณส้นเท้าของเมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2006  อิดิชั่น ได้บ่งบอกถึงเอกลักษณ์
ของรองเท้าในรุ่นปี 2006 ขณะที่แผ่นพื้นภายในยังได้รับการรักษาเอกลักษณ์การออกแบบไว้แบบดั้งเดิมเพื่อเป็น
รากฐานถึงตำนานของรองเท้าฟุตบอลตระกูลเมอร์คิวเรียลอีกด้วย

   
   เหนือสิ่งอื่นใดเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองอย่างไม่หยุดยั้งให้แก่อดีตกองหน้าชาวบราซิลเลี่ยนที่เคยสวมใส่
รองเท้าฟุตบอลเมอร์คิวเรียล เวเปอร์ รุ่นปี 2002 ที่มีสีสันที่ดูเหมือนรองเท้าวิ่งและโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี
ที่ล้ำสมัยในช่วงเวลานั้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติของตัวรองเท้าที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 200 กรัม และมีหน้าผ้า
แบบไร้ฝีเข็มเป็นรุ่นแรก รวมทั้งการออกแบบขึ้นตามหลักกายวิภาคศาสตร์ โดยที่รองเท้าเมอร์คิวเรียล เวเปอร์
รุ่นปี 2002 โรนัลโด้ยังสามารถทำประตูได้ถึง 8 ลูก ได้ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 2002
ซึ่งถือว่าเป็นการตอกย้ำความเป็นศูนย์หน้าที่อันตรายที่สุดในโลกได้สำเร็จ และทำให้รองเท้าสีโครเมี่ยมของ
โรนัลโด้คู่นี้ได้กลายเป็นรองเท้าระดับตำนานอีกรุ่นหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับรองเท้าที่เขาใส่ในฟุตบอลโลกปี 1998

   
   ดังนั้นเพื่อป็นการระลึกถึงรองเท้ารุ่นตำนานรุ่นนี้ ไนกี้ได้เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่น “เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX
ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2002  อิดิชั่น”
(The Mercurial Vapor IX Fast Forward ’02 Edition)  ซึ่งเป็นการผสาน
เทคโนโลยีเข้ากับรูปโฉมเดิม เพื่อมอบประสิทธิภาพด้านความเร็วในการสปีดและการปกป้องเท้าที่นักฟุตบอล
ต้องการมากที่สุด โดยมีผิวหน้าผ้าแบบใหม่เพื่อลดความเสียดทานและการเลี้ยงบอลด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้
หน้าผ้ายังมีคุณสมบัติในด้านความกระชับและช่วยลดการเคลื่อนไหวของเท้าในขณะสวมใส่ ส่วนบริเวณส้นเท้า
มีความอ่อนนุ่มเพื่อมอบความสบายและมีพื้นผิวแบบสปีดคอนโทรลรอบๆ เท้า เพื่อสร้างความเสียดทานในจุด
ที่ต้องการ โดยที่คุณสมบัติด้านความกระชับและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมนี้ ถือเป็นเครื่องหมายการค้าของรองเท้า
ตระกูลเมอร์คิวเรียลอย่างแท้จริง และยิ่งไปกว่านี้ยังมีเทคโนโลยีไนกี้ ออล คอนดิชั่น คอนโทรล (ACC) คอยช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่นักเตะในการสัมผัสบอลให้มีความแม่นยำในทุกสภาวะของอากาศไม่ว่าจะเปียกชื้นหรือ
แห้งก็ตาม และแน่นอนการยึดเกาะสนามที่มั่นคงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มจุดเด่นให้แก่รองเท้ารุ่นนี้ โดยมี
ปุ่มสตั๊ดแบบแฝดด้านหลังเพื่อช่วยให้การออกตัวบนพื้นสนามดีขึ้นและรูปแบบการจัดเรียงปุ่มสตั๊ดแบบใหม่เพื่อ
ช่วยให้การออกตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นเช่นกัน โดยที่ปุ่มสตั๊ดที่ยืดหยุ่นสูงจะคอยช่วยให้การเปลี่ยน
ทิศทางวิ่งระหว่างการแข่งขันเป็นไปโดยง่ายยิ่งขึ้น

   สำหรับรองเท้าเมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2002  อิดิชั่น จะมีน้ำหนักเบาและมีโครงสร้างที่ถูก
พัฒนาจากโครงสร้างไฟเบอร์กลาส 2 ชิ้น ที่เอื้อต่อการตอบสนองและความยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้เล่นออกแรง
น้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้นรองเท้าฟุตบอลตระกูลเมอร์คิวเรียลเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
และดูโดดเด่นแข็งแกร่งมาตั้งแต่การออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ 15 ปีก่อน ทั้งด้านคุณสมบัติของสีสันและ
รูปโฉมรองเท้า ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้รองเท้ารุ่นนี้มีเอกลักษณ์และมีคุณลักษณะเฉพาะตัวในด้านความเร็ว

   
   รองเท้า เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2010  อิดิชั่น, เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2006 
อิดิชั่น และ เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ IX ฟาสท์ ฟอร์เวิร์ด 2002  อิดิชั่น จะวางจำหน่ายในราคา 7,690 บาท ที่ร้านไนกี้
สยามดิสคัฟเวอรี่  เทอร์มินอล 21  ร้านอาริ ฟุตบอล สยามสแควร์และบางกะปิ  ร้านนกแก้ว ไนกี้คอร์เนอร์ ในร้าน
ซูเปอร์ สปอร์ต ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและลาดพร้าว นอกเหนือไปจากนี้ ไนกี้ยังได้นำเสนอรองเท้าสีใหม่
สำหรับฤดูร้อนปี 2014 อีกด้วย คือ รองเท้ารุ่นซีทีอาร์ 360 2 รุ่นสีแดง รุ่นสีแดงเข้ม-ขาว สำหรับ รองเท้ารุ่นเทียมโป้ V
และรุ่นสีเหลืองสด สำหรับรองเท้ารุ่นไฮเปอร์เวนอมอีกด้วย