“ไนกี้” เปิดตัวชุดแข่งขัน “ทีมสิงโตคำราม” ต้อนรับมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

   

“ไนกี้” เปิดตัวชุดแข่งขัน “ทีมสิงโตคำราม”
ต้อนรับมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
สีขาวสว่างสดใสสำหรับชุดทีมเหย้า และสีแดงสุดคลาสสิคสำหรับชุดทีมเยือน

   (กรุงเทพฯ – 1 เมษายน 2557) ไนกี้ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก และผู้สนับสนุนหลัก
ทีมชาติอังกฤษ เปิดตัวชุดแข่งขันทีมสิงโตคำรามที่มาพร้อมลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ และโดดเด่น
ด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัย

   ไนกี้ เผยโฉมชุดแข่งทีมเหย้าและทีมเยือนสำหรับทีมชาติอังกฤษ สำหรับการแข่งขันมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดในโลกประจำปี 2014 ซึ่งแต่ละชุดได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดยให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่สะท้อนถึง
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมลูกหนังอังกฤษ  ผสานด้วยสุดยอดนวัตกรรมที่ช่วยเสริมศักยภาพให้แก่นักกีฬา

   มาร์ติน ล็อตติ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของไนกี้ฟุตบอล กล่าวว่า “การออกแบบชุดแข่งขันให้กับประเทศ
ที่เป็นต้นกำเนิดกีฬาฟุตบอล ถือว่าเป็นเกียรติกับทีมออกแบบผลิตภัณฑ์กีฬาของไนกี้อย่างแท้จริง โดยเรา
มีเป้าหมายหลักในการยกย่องช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอันน่าภาคภูมิใจของอังกฤษ”

   
   สำหรับเสื้อแข่งขันในชุดทีมเหย้าของทีมชาติอังกฤษเป็นสีขาวบริสุทธ์สว่างสดใสพร้อมโดดเด่นด้วย
เส้นลายทางซึ่งทอเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในเนื้อผ้า ขณะที่บนหัวไหล่มีแถบผ้าซาตินสีขาวเพื่อสร้างความแวววาว
โดดเด่นให้กับตัวเสื้อมากยิ่งขึ้น

   “สำหรับแนวทางการออกแบบชุดแข่งขันทีมเหย้าในครั้งนี้ ได้อ้างอิงถึงสิ่งสำคัญในประวัติศาสตร์หลักๆ
สองสิ่ง คือ ชุดแข่งสีขาวล้วนที่อังกฤษเคยสวมลงแข่งที่เม็กซิโกเมื่อปี
1970 และชุดเกราะของอัศวินอังกฤษ
ซึ่งจะมีรายละเอียดที่ทำให้นึกถึงชุดเกราะอัศวิน ทั้งเส้นลายทางที่เป็นนัยแทนประกายแสงและแถบที่อยู่บน
หัวไหล่ โดยเราต้องการเติมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสะท้อนความเงาแวววาวของชุดเกราะที่เซนต์จอร์จ
สวมใส่”
ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของไนกี้ฟุตบอล กล่าวเพิ่มเติม

   
   ขณะที่ตราสัญลักษณ์อันน่าเกรงขามที่เป็นรูปสิงโตสามตัวจะถูกถักทอแบบเมทัลลิค เพื่อสร้างเอฟเฟ็คท์
ความแวววาว ซึ่งจะทำให้สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อตราสัญลักษณ์นี้กระทบกับแสงสว่าง โดยที่ด้านใน
ของเสื้อบริเวณหลังคอปกจะมีป้ายสามเหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งมีลายกราฟิกเส้นลายทางสีเงินประกอบกันเป็นรูปกางเขน
ของเซนต์จอร์จ โดยที่เสื้อจะเป็นแบบคอวีมีปกที่ดูทันสมัยและเหมาะสมกับนักกีฬา

   แรงบันดาลใจในการออกแบบจากชุดแข่งขันปี 1970 สามารถเห็นได้ทั่วทั้งชุด ตั้งแต่กางเกงขาสั้นแบบใหม่
ที่เป็นสีขาวคลาสสิค มีแถบผ้าซาตินสีขาวบริเวณขาด้านข้างของแต่ละข้าง เพื่อสร้างความวาวและโดดเด่น
เช่นเดียวกับที่หัวไหล่เสื้อขณะที่รูปทรงของกางเกงดูเพรียวกระชับเข้ารูปกว่าที่เคย โดยใช้การตัดเย็บที่อิงตาม
การวิจัยเพื่อเอื้อต่อการเคลื่อนไหวและความสวมสบาย ขณะที่ส่วนกลางของด้านหลังกางเกงมีพื้นที่ระบายอากาศ
แบบเจาะด้วยเลเซอร์ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะของไนกี้ เพื่อเพิ่มความเย็นสบายและจัดการกับความเปียกชื้นได้ดี
ด้านถุงเท้าของชุดแข่งทีมเหย้าแบบใหม่เป็นสีขาวเช่นกัน

   
   เวย์น รูนีย์ ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า “ผมรู้สึกภาคภูมิใจเสมอที่ได้สวมชุดแข่งทีมชาติอังกฤษ และสำหรับ
ชุดใหม่เหล่านี้ก็เช่นกัน ผมแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเดินทางไปบราซิลและลงเล่นในชุดแข่งชุดใหม่ในช่วงฤดูร้อน
ปีนี้”


   นอกจากนี้ ไนกี้ยังได้ร่วมมือกับ เนวิลล์ โบรดี้ ซึ่งเป็นนักออกแบบตัวอักษรชาวอังกฤษ เพื่อสร้างสรรค์แบบอักษร
แบบใหม่ที่ใช้สำหรับการพิมพ์ชื่อนักเตะและหมายเลขบนหลังเสื้อเพิ่มเติมอีกด้วย

   “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ออกแบบตัวอักษรให้กับเสื้อทีมชาติอังกฤษ แรงบันดาลใจหลักเน้นเรื่องการ
บรรจบกันระหว่างรสนิยมและความประณีตทางด้านงานฝีมือ เสริมด้วยกลิ่นอายที่เกี่ยวกับนวัตกรรม การคิดค้น
และสิ่งที่ทำให้แปลกใจ โดยอิงอยู่กับโครงสร้างที่เป็นรูปทรงเรขาคณิต  ร่วมด้วยความโดดเด่นของลวดลาย
ในแบบการลงสีบนรอยฉลุที่ผสานสไตล์ล้ำสมัยเข้ากับประสิทธิภาพที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนอันยุ่งยากเกินไป”

โบรดี้ กล่าว

   
   สำหรับชุดแข่งทีมเยือนสุดคลาสสิคของทีมชาติอังกฤษเป็นการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ของทีมสิงโตคำราม
และสื่อให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของประเทศในแนวทางที่แปลกใหม่

   “เสื้อสีแดงได้กลายเป็นชุดแข่งที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ครั้งที่อังกฤษสวมเสื้อสีนี้คว้าถ้วยฟุตบอลโลกมาครอง
ได้เป็นผลสำเร็จในปี 1966 โดยที่คอลเลคชั่นใหม่นี้
พวกเราต้องการเชิดชูประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบันทึกไว้
ของพวกเขา พร้อมกับดีไซน์ที่มีรายละเอียดต่างๆที่ดูร่วมสมัย”
มาร์ติน ล็อตติ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ
ไนกี้ฟุตบอล กล่าว

   
   เสื้อทีมเยือนแบบใหม่ของอังกฤษถูกออกแบบให้มีเส้นลายทางอย่างเด่นชัดด้วยการเล่นโทนสีแดงอย่างมีชั้นเชิง
และยังซ่อนลายกราฟฟิกรูปกางเขนของเซนต์จอร์จไว้ที่ด้านหน้า โดยลายกางเขนของเซนต์จอร์จนี้ เป็นสัญลักษณ์
แทนนักบุญอุปถัมป์ของอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นการใช้เทคนิคภาพลวงตาซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นได้เมื่ออยู่ในระยะใกล้
แต่จะเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ไกลออกไป ส่วนคอเสื้อโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยการถักทอแบบชิ้นเดียว (Grown-on Collar)
ด้านหน้าของเสื้อแผ่จรดช่วงบนสุด เพื่อให้รูปกางเขนของเซนต์จอร์จมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ คอเสื้อมีสัน
ช่วยเติมเส้นคอให้เต็มรอบที่ด้านหลัง ขณะที่ตราสัญลักษณ์มีพื้นเป็นผ้าทอซาตินและลายปักรูปสิงโตเพื่อสร้าง
เอฟเฟ็คท์ความแวววาว พื้นของตราเป็นสีขาวสว่างพร้อมเพิ่มสารความสว่างเพื่อให้ดูขาวเป็นพิเศษยิ่งขึ้น ซึ่งรูป
สิงโตจะดูมีชีวิตเมื่ออยู่ในแสงยูวี  ขณะที่ด้านในของเสื้อบริเวณหลังคอมีป้ายสามเหลี่ยมเล็กๆ เช่นเดียวกับเสื้อ
ทีมเหย้า แต่ว่าลายกราฟิกเกิดจากเส้นลายทางสีแดงที่ประกอบกันเป็นรูปกางเขนของเซนต์จอร์จได้อย่างชาญฉลาด

   ขณะที่กางเกงขาสั้นแบบใหม่เป็นสีขาวโดยมีแถบสีแดงที่ด้านข้างแต่ละข้าง ส่วนถุงเท้าของชุดแข่งทีมเยือน
แบบใหม่เป็นสีแดง ซึ่งทั้งชุดแข่งทั้งแบบทีมเหย้าและทีมเยือนจะใช้สวมแข่งในช่วงฤดูร้อนนี้ที่บราซิล โดยชุดแข่ง
ทีมเหย้าแบบใหม่จะเปิดตัวในสนามเป็นครั้งแรกในนัดกระชับมิตรกับเปรูที่สนามเวมบลีย์ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2557
นี้

   คุณสมบัติเพิ่มเติมของชุดทีมชาติอังกฤษ

    
   สุดยอดความเย็นและความสวมสบาย


   ชุดแข่งทั้งสองชุดช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการปรับอุณหภูมิร่างกายของผู้เล่นตลอดช่วงเวลาการแข่งขัน
ซึ่งเป็นผลจากการผสานใช้เทคโนโลยี ไดร-ฟิต ของไนกี้ร่วมกับผ้าตาข่ายเนื้อบางแบบ “Burnout Mesh” และ
รูระบายอากาศที่เจาะด้วยเลเซอร์ ทำให้นักออกแบบสามารถกำหนดจุดให้ความเย็นเฉพาะส่วนในบริเวณ
ที่ผู้เล่นต้องการเป็นที่สุด เทคโนโลยี ไดร-ฟิต ของไนกี้ช่วยดึงความเปียกชื้นที่ผิวหนังออกสู่ด้านนอกเสื้อผ้า
เพื่อให้ระเหยออกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รูระบายอากาศซึ่งเจาะด้วยเลเซอร์และผ้าตาข่ายที่ออกแบบจัดวางไว้ใน
บริเวณหลักที่เกิดความร้อนสูงจะช่วยให้ระบายอากาศได้ดีและมีอากาศไหลผ่านได้ทั่วบริเวณของผิวหนัง

   “การจัดการเหงื่อและช่วยรักษาร่างกายให้รู้สึกเย็นขึ้นได้ยาวนานกว่าเดิมช่วยทำให้ผู้เล่นจะรู้สึกสบายตัวยิ่งขึ้น
เหงื่อออกน้อยลง และสร้างผลงานได้ดียิ่งกว่าเดิม”
มาร์ติน ล็อตติ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของไนกี้ฟุตบอล
กล่าว

   นอกจากจะช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเย็นแล้ว ชุดแข่งนี้ยังผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทอแบบใหม่ที่ใช้เส้นใย 2 ชนิดร่วมกัน
โดยผสานเส้นใยฝ้ายและเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลเข้าด้วยกันเพื่อคุณสมบัติในกันดูดซับความเปียกชื้นได้ดี
ที่สุดและยังช่วยเพิ่มความรู้สึกนุ่มสบายและให้รูปทรงสวยเข้ารูปยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

     
   ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

   ทั้งเสื้อ กางเกง และถุงเท้าใช้ผ้าที่ผลิตขึ้นจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของไนกี้
ในการมอบประสิทธิภาพที่เหนือชั้นควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก
ที่ถุงเท้าของชุดทีมชาติใช้วัสดุรีไซเคิลแบบนี้อีกด้วย (กางเกงใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ส่วนเสื้อและ
ถุงเท้าใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 96% และ 78% ตามลำดับ)  ชุดแต่ละชุดทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิลโดยเฉลี่ย
18 ขวด  นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ซึ่งไนกี้ได้เปลี่ยนเส้นทางของขวดน้ำเกือบ 2,000 ล้านขวดออกจากการ
นำไปใช้ถมที่ ซึ่งเป็นจำนวนมากพอที่จะปกคลุมพื้นที่สนามฟุตบอลขนามาตรฐานจำนวนกว่า 2,800 สนาม

   “การผสานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมคือประเด็นหลักอีกส่วนในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา
โดยที่เป้าหมายของเราคือการสร้างสรรค์ชุดแข่งที่ให้ประสิทธิภาพแก่ผู้เล่นและช่วยมอบสิ่งดีๆ ให้กับผืนโลก”
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของไนกี้ฟุตบอล กล่าวเพิ่มเติม

   ความกระชับเป็นเยี่ยม

   นักออกแบบได้ทำการสแกนร่างกายนักฟุตบอลชั้นยอดด้วยเทคนิคสามมิติเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
รูปร่างของผู้เล่นยุคปัจจุบันและค้นหารูปทรงใหม่ที่ให้ความสวมสบายได้มากขึ้นและเอื้อให้ร่างกายเคลื่อนไหว
ได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเมื่อสวมชุดนี้ นอกจากจะพิจารณาทุกองค์ประกอบของชุดแข่งฟุตบอลสมัยใหม่แล้ว
นักออกแบบของไนกี้ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับถุงเท้าของขุดแข่งอีกด้วย ซึ่งการผสานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ
นักกีฬาและการวิจัยวัสดุและกระบวนการผลิตใหม่ๆ ทำให้ถุงเท้า ไนกี้ อีลิท แมทช์ ฟิต (Nike Elite Match Fit)
สำหรับปี 2014 มอบความกระชับในแบบที่คล่องแคล่วยิ่งขึ้นสำหรับการเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะ  โซนบุซับแรง-
กระแทกเฉพาะจุดช่วยให้ความสบายและปกป้องหัวแม่เท้าและตาตุ่มซึ่งเป็นจุดที่เกิดการกระแทกบ่อยที่สุด
ในขณะที่ส่วนรองรับส่วนเว้าของเท้าช่วยโอบกระชับเท้าเพื่อช่วยป้องกันการลื่นไถล  วัสดุที่ใช้ถูกลดปริมาณลง
เพื่อให้สัมผัสที่ดียิ่งขึ้นและลดความเทอะทะ และยังได้เพิ่มร่องเพื่อความยืดหยุ่นไว้ที่ข้อเท้าและหลังเท้าเพื่อ
ป้องกันการกระจุกตัว

   กางเกงรัดกล้ามเนื้อ ไนกี้ โปร

   กางเกงรัดกล้ามเนื้อ ไนกี้ โปร คอลเลคชั่นนี้เป็นรุ่นที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ไนกี้เคยมีมาและให้การหมุนเวียน
และระบายอากาศได้มากยิ่งขึ้น ผู้เล่นจะมีกางเกงรัดกล้ามเนื้อ ไนกี้ โปร ให้เลือกใช้ได้หลากหลายสไตล์ โดยได้รับ
การออกแบบสำหรับระดับอุณหภูมิและสภาพอากาศหลากหลายแบบที่นักกีฬาจะต้องเผชิญในการแข่งขันที่บราซิล
ซึ่งคาดว่าจะมีตั้งแต่อากาศร้อนจัดในการแข่งขันช่วงกลางวันไปจนถึงอากาศหนาวเย็นในการแข่งขันที่จัดขึ้นทาง
ตอนใต้ของประเทศในช่วงเวลาค่ำ ไนกี้ได้ออกแบบกางเกงขาสั้นรัดกล้ามเนื้อสำหรับปี 2014 โดยใช้ข้อมูลเชิงลึก
ที่ได้รับจากผู้เล่นชั้นยอดที่สุดในโลกหลายๆ คนโดยตรง

   เมื่อขอให้ผู้เล่นพูดถึงลักษณะการปกป้องที่พวกเขาต้องการในระหว่างการแข่งขัน พวกเขาได้เปิดให้เราดู
รอยแผลเป็นและรอยถลอกบริเวณเหนือสะโพกด้านหลังซึ่งเกิดจากการสไลด์ตัว ผู้เล่นหลายๆ คนเปิดให้ดูร่องรอย
การบาดเจ็บแบบเดียวกันนี้ เราจึงเริ่มเดินหน้าหาวิธีให้การปกป้องเพิ่มขึ้นอย่างพอเหมาะพอดีกับความจำเป็น
ที่จะต้องมีน้ำหนักเบาและให้การระบายอากาศที่ดีด้วย”
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของไนกี้ฟุตบอล กล่าวเพิ่มเติม

    ผลที่ได้คือกางเกงขาสั้น ไนกี้ โปร คอมแบท อัลตร้าไลท์ สไลเดอร์ ชอร์ท (Nike Pro Combat Ultralight Slider
Short)  ซึ่งนอกจากจะมีส่วนที่ใช้ป้องกันแผลถลอกเพิ่มมากขึ้นและปรับเปลี่ยนให้ดียิ่งขึ้นตามรูปแบบการสไลด์ตัว
ของนักกีฬาแล้ว กางเกงขาสั้นรุ่นนี้ยังมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 20% และทำขึ้นจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลถึง 87%
โดยน้ำหนักที่ลดลงเกิดจากการใช้ผ้าตาข่ายเพื่อเพิ่มการระบายอากาศและให้ความเย็นสบายในส่วนที่นักกีฬา
เกิดความร้อนมาก

   
   
    สำหรับชุดแข่งของทีมชาติอังกฤษทั้งในแบบทีมเหย้าและทีมเยือน จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2557
ในราคาตัวละ  2,790 บาท ที่ร้านไนกี้ สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่  สาขาเทอร์มินอล21  ไนกี้ คอร์เนอร์ ดิ เอ็มโพเรี่ยม
ซูเปอร์สปอร์ต สาขาเซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลบางนา  เซ็นทรัลลาดพร้าว  ร้านอาริ ฟุตบอล สยามสแควร์  และ
ร้านนกแก้ว หลังสนามกีฬาแห่งชาติ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com\nikefootball