"Testing!" อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ "รองเท้ารุ่นนี้คือเซอร์ไพรส์แห่งปี !!"

 Detail

การเลือกไซด์



  อยากจะบอกว่าอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ที่ผมกำลังจะพาทุกท่านไปลงสนามทดสอบ
ในบทความนี้  เป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่เลือกไซด์ได้ง่ายที่สุดรุ่นนึงเท่าที่ผมเคยได้ลองมาเลยก็ว่าได้
โดยรองเท้าคู่นี้มีขนาดป้ายไซด์คือ 9.5 US, 9 UK, 43 Fr และ 275 JP ซึ่งเป็นไซด์ปกติที่ผม
สวมใส่ในการรีวิวรองเท้าฟุตบอลของอาดิดาส  

  ก่อนอื่นจะขอท้าวความกลับไปถึงรองเท้าฟุตบอลรุ่นเก่าๆ ของอาดิดาสในเรื่องการเลือกไซด์เสียหน่อย
โดยปกติแล้วรุ่นเก่าๆ ประมาณ 2-3 ปี ให้หลังนั้น  ค่อยข้างจะเป็นรองเท้าที่มีขนาดไซด์จริง  อยู่ก่ำกึ่ง
ระหว่างครงไซด์-โอเว่อร์ไซด์  กล่าวคือ..ผมจะแนะนำให้เลือกตรงไซด์  แต่หัวรองเท้าจะเหลือประมาณ
0.3-0.4 เซนติเมตร มาโดยตรง  ในขณะที่ฟีลลิ่งด้านกว้างจะพอดีเท้า  บางครั้งอาจรู้สึกแน่นๆ ไปบ้าง
ในครั้งแรกที่สวมใส่

  แต่สำหรับ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ คู่นี้  จะแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย  เพราะหลังจากที่ผมได้
สวมใส่ถุงเท้าฟุตบอลแบบปกติ  แล้วจึงสอดเท้าเข้าไปด้านในตัวรองเท้า..ก่อนที่จะดึงกระชับแนวเชือก
ให้ตึงกำลังดี  พบว่าขั้นตอนดังกล่าวสามารถทำได้ง่ายดายและราบลื่นกว่าเดิมจนรู้สึกได้



  เรื่องแรกที่จะวิเคราะห์ก็คือความยาวและพื้ันที่บริเวณหัวรองเท้า  ซึ่งพบว่าหัวรองเท้าของ ACE 16.1
หนังสังเคราะห์
เมื่อเลือกไซด์แบบตรงไซด์เช่นนี้  จะเหลือพื้นที่ว่างน้อยลง  จากที่เคยเหลือประมาณ
0.3-0.4 เซนติเมตร ตอนรุ่นเก่าๆ  ได้ลดลงมาเหลือประมาณ 0.2-0.3 เซนติเมตรเท่านั้น  โดย
จะเหลือเฉพาะช่วงตรงกลางหัวรองเท้าที่ตรงกับนิ้วกลางเท่านั้น  เอาจริงๆ ระยะที่เหลือประมาณนี้..ถือได้
ว่าเป็นระยะที่เหมาะสมต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก



  ในขณะที่ขนาดจริงในด้านกว้าง  ก็พบว่าใส่สบายและรองรับกับรูปเท้ากว้างๆ และฝ่าเท้าแบนๆ
ตามแบบรูปเท้าของคนไทยได้เป็นอย่างดี  การเลือกไซด์ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ของคนที่มี
ลักษณะรูปเท้ากว้างและแบน  ไม่ต้องกังวลเลยว่าอึดอัด  ท่านสามารถเลือกรองเท้ารุ่นนี้แบบตรงไซด์
ได้เลย (ในกรณีที่ใครต้องเพิ่มไซด์เมื่อใส่รองเท้ารุ่นอื่นที่มีรูปทรงเรียวยาว)



  อย่างไรก็ตาม..ลักษณะรูปหลังเท้าของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ นั้นจะไม่สูงโปร่งเหมือนกับ
เจเนอเรชั่นเก่า  ทำให้ฟีลลิ่งตอนสวมใส่นั้นจะไม่โล่งสบายมากเป็นพิเศษนัก  แต่ในเรื่องการเลือกไซด์
สำหรับใครที่มีลักษณะหลังเท้านูนสูงขึ้นมา  ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลในจุดนี้แต่อย่างใด..เพราะฟีลลิ่ง
ที่ได้จะอยู่ในระดับกำลังดี  ไม่อึดอัดหรือเจ็บหลังเท้าแม้ในตอนที่งอเท้าแต่อย่างใด  ส่วนในเรื่องตอน
ลงสนามใช้งานจริงนั้น  ผมจะวิเคราะห์วิจารณ์อีกครั้งในส่วนทดสอบจริง

  สรุปคำแนะนำในการเลือกไซด์ของ อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ได้ว่า "เลือกตรงไซด์"
เอาไว้จะดีที่สุด  โดยเฉพาะท่านใดที่มีลักษณะรูปเท้ากว้าง-แบน จนต้องเพิ่มไซด์ในการใช้งานรองเท้า
รุ่นอื่นๆ  แต่กับรองเท้ารุ่นนี้..ไม่ต้องเพิ่มไซด์นะครับ  เพราะรูปทรงของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
นั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรูปเท้าแบบนี้ได้ดีขึ้น  ส่วนใครที่คิดว่าตัวท่านเองมีรูปเท้าแบบเรียวยาว
ประเด็นนี้ผมยังแนะนำให้ท่านเลือกตรงไซด์อยู่ดี  เนื่องจากระยะหัวรองเท้าที่เหลือน้อยลง  อาจทำให้
การลดไซด์ส่งผลให้หัวรองเท้าแน่นมากจนเกินไป  และอาจเจ็บปลายเท้าได้ในตอนใช้งาน

ทดสอบการใช้งาน



  ถึงเวลาลงสนามทดสอบการใช้งานจริงของ อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ รองเท้าฟุตบอล
ระดับท็อปคลาสในซีรี่ย์คอนโทรลของค่ายสามขีดกันแล้ว  โดยบนทดสอบต่อไปนี้..ทุกด่านทดสอบ..
ทุกรายละเอียดการวิเคราะห์วิจารณ์  จะเป็นการรีวิวแบบจัดเต็มและตรงไปตรงมา  เพื่อบรรยายถึงตัวตน
และประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่นนี้ให้แม่นยำมากที่สุด  ตามแบบฉบับของ SiamBoots

  โดยคู่เปรียบเทียบหลักๆ ในการรีวิวครั้งนี้  จะมุ่งเน้นไปที่ ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ รองเท้า
เจเนอเรชั่นเก่าที่มีตำแหน่งในการทำตลาดเท่าเทียมกัน  เพื่อให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพว่าอาดิดาสได้พัฒนา
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมมากน้อยแค่ไหน  ส่วนคู่เปรียบเทียบอื่นๆ จะขอกล่าวถึงเป็นเรื่องๆ ไป
ขึ้นอยู่กับหัวข้อการทดสอบ  ส่วนประเด็นคำถามที่ว่าคู่แข่งต่างคายของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
นั้นควรจะเป็นรุ่นไหนกันแน่?  คำตอบคือ..ไนกี้ Magista Opus 2 ซึ่งผมเองยังไม่มีโอกาสได้รีวิว
ทดสอบการใช้งานจริง  จึงไม่สามารถหยิบยกมารีวิวเปรียบเทียบได้  แต่จะเอาไนกี้ Magista Obra 2
รองเท้าระดับโครตท็อปมาเปรียบเทียบในประเด็นหลักๆ ต่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น

  หากทุกท่านพร้อมแล้ว..เราไปลงสนามทดสอบ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ พร้อมกันได้เลยครับ

  ความสบายในการสวมใส่



  หากยังจำกันได้ อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ ซึ่งเป็นรุ่นที่แล้ว  นั้นสร้างความประทับใจ
ในเรื่องความสบายในการสวมใส่เอาไว้ในระดับสูงสุด คือ 10 เต็ม 10 คะแนน  จึงเป็นมาตรฐาน
สำคัญที่มากดดันรองเท้ารุ่นใหม่ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะนี่คือ
คุณสมบัติพื้นฐาน..แต่หลายคนให้ความสำคัญมาก  เพราะเป็นสิ่งแรกที่เราจะสัมผัสได้นับตั้งแต่ก้าวขา
ลงสนามนั่นเอง

  อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ มีรูปทรงรองเท้าบริเวณช่วงหัวรองเท้าที่กว้างออก  จึงทำให้
สามารถรองรับกับบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าได้อย่างลงตัว  โดยเฉพาะกับคนที่มีรูปเท้ากว้างและโครงสร้าง
โคนนิ้วหัวแม่เท้าบานออก  ส่งผมให้ตัวรองเท้าให้ความสบายในแนวกว้างเป็นอย่างมาก  แม้ในครั้งแรก
ที่สวมใส่ใช้งาน ไม่ว่าคุณจะใช้ถุงเท้าบางหรือถุงเท้าหนา  ไม่จำเป็นต้องเก็บชั่วโมงในการใช้งานเพื่อ
ทำให้ตัวรองเท้าขยายออกเลย



  อย่างไรก็ตาม..ฟีลลิ่งแรงกดบริเวณหลังเท้า  ยังต้องยอมรับว่ารองเท้ารุ่นเก่านั้นมีความสูงโปร่งและ
โล่งสบายหลังเท้ามากกว่านี้  ในขณะที่รองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้ยังคงมีแรกกดลงบนหลังเท้าให้ได้รู้สึกได้
ยิ่งกรณีที่เราดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นๆ ตึงๆ จะยิ่งรู้สึกถึงแรกกดและความกระชับในครั้งแรกๆ
ที่สวมใส่ใช้งาน  และจะเป้นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ  การเก็บชั่งโมงการใช้งานนั้นไม่ได้ชวนให้รูปทรง
หลังเท้าขยายขึ้นแต่อย่างใด

  แต่ประเด็นที่มาทดแทน..และพบว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ทำได้ดีกว่า ACE 15.1
ก็คือฟีลลิ่งบริเวณหุ้มส้นด้านใน  ซึ่งมีวัสดุบุนุ่มและหน้าสัมผัสเป็นกำมะหยี่  สามารถให้ฟีลลิ่งบริเวณ
ดังกล่าวที่สบายส้นเท้ามากๆ  ไม่มีอาการกัดส้นเลยแม้แต่น้อย  รวมถึงลักษณะปลายหุ้มส้นที่เทอะทะ
น้อยลงจึงสวมใส่ได้อย่างไม่รู้สึกติดขัดบริเวณเอ็นร้อยหวายเหมือนเก่า  

  และอีกเรื่องนึงที่ผมรู้สึกได้ก็คือการระบายความร้อนของรองเท้ารุ่นนี้  มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม  
โดยเฉพาะการระบายความร้อนในส่วนอัพเปอร์และตัวรองเท้าด้านหน้าที่อากาศสามารถไหลผ่านทะลุ
ตัวรองเท้าได้ดีขึ้น  เหตุผลตรงนี้สามารถถูกอธิบายได้จากลักษณะโครงสร้างของตัวรองเท้าที่บางขึ้น
และมีช่องว่างที่สามารถทะลุถึงด้านในได้ง่ายขึ้น  มีเพียงแค่วัสดุผ้าเมซบางๆ มาคอยกั้นเท่านั้น

  สรุปเกี่ยวกับความสบายในการสวมใส่ของอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้
เป็นรองเท้ารุ่นที่ให้ความสบายในการสวมใส่ระดับ 10 เต็ม 10 คะแนนเหมือนเดิม  แต่ฟีลลิ่งบริเวณ
หลังเท้าจะตึงๆ และมีแรงกดมากกว่า  เพียงแต่ได้ส่วนหุ้มส้นด้านในและการระบายอากาศที่ดีมาทดแทน
จึงยังรักษามาตรฐานในด้านนี้เอาไว้ได้เหมือนเดิม

  คะแนน : 10 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  มาต่อกันที่ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
กันบ้าง  ปรากฏว่ารองเท้าระดับท็อปสายคอนโทรลรุ่นนี้  ยังคงเน้นการถ่ายเทแรงและความรู้สึก
ระหว่างพื้นสนามเป็นหลัก  เนื่องจากอาดิดาสยังเลือกใช้แผ่นรองพื้นแบบบางๆ เหมือนกับรุ่นเก่า
มาใช้กับรองเท้ารุ่นนี้



  จากการใช้งาน ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ บนพื้นสนามหญ้าเทียมสนามเดียวกัน  พบว่าการ
รองรับแรงกระแทกของชุดพื้นนั้นยังไม่ใช่จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้  แรงกระแทกจากพื้นสนามมีให้รู้สึก
พอประมาณ  จริงๆ แล้วก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายและก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรนัก  อยู่ในระดับปานกลางที่พบเจอ
กับรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ในตลาดเสียมากกว่า  

  แต่สิ่งที่ทำให้ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ยังเป็นรองเท้าที่สามารถใช้งานในพื้นสนามหญ้าเทียม
ได้ดีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกระแทก  รวมถึงยังเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่าหรือ
น้ำหนักตัว  พอจะคบหาเรียกใช้งานได้นั้น  ก็คือเรื่องการดีไซน์ลักษณะชุดพื้นและปุ่มแบบปุ่มกลม
ที่สมดุล  มีผลทำให้การกระจายน้ำหนักและแรงกระแทกนั้นทำได้อย่างสมดุล  ไม่มีบริเวณใดบริเวณหนึ่ง
ต้องรับภาระของการลงน้ำหนักมากเป็นพิเศษนั่นเอง

  ยังต้องยอมรับว่ารองเท้าฟุตบอลอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ยังไม่ใช่รองเท้าฟุตบอลที่มี
จุดเด่นในเรื่องการรองรับแรงกระแทกแต่อย่างใด  ประสิทธิภาพในด้านนี้อยู่ในระดับปานกลาง  ไม่เด่น
แต่สามารถใช้งานในพื้นสนามหญ้าเทียมได้  และก็ไม่ได้เป็นรองเท้าต้องห้ามสำหรับผู้เล่นที่มีปัญหา
สุขภาพข้อเข่าและแรงกระแทกแต่อย่างใด  

  คะแนน : 7 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน


  แต่เรื่องที่ทำให้อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ นั้นแตกต่างกับรุ่นเก่าอย่างชัดเจน ก็คือเรื่อง
ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งาน  โดยรองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสบายในการสวมใส่
และประสิทธิภาพความกระชับ ความมั่นใจ สวนทางกันเหมือนกับรุ่นที่แล้ว  แต่ด้วยรูปทรงของรองเท้า
ที่เข้ารูปกับเท้าได้ดีมาก  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีทั้งความกระชับไปพร้อมๆ กับความสบายเลยทีเดียว

  เรื่องแรกคือการเข้ารูปเท้าระหว่างเท้ากับรองเท้า  เวลาใช้งานแล้วแทบจะไม่รู้สึกว่ามีช่องว่างด้านใน
เหลือพอมากพอที่จะทำให้เท้าสามารถลื่น หรือขยับไป-มา จนเสียความมั่นใจได้เลย  โดยเฉพาะบริเวณ
ข้างเท้าทั้งสองด้านและบริเวณหัวรองเท้าที่ทำได้ดีอย่างน่าประทับใจ

  เช่นเดียวกับฟีลลิ่งบริเวณหลังเท้าที่มีแรงกดอันเนื่องจากรูปทรงหลังเท้าที่ไม่สูงโปร่งแบบรุ่นเก่า  ยิ่งช่วย
เพิ่มความกระชับที่หลังเท้า  ทำให้การเคลื่อนไหวของสรีระเท้าในจังหวะการสปรินซ์ออกตัว หรือเปลี่ยน
ทิศทางในการเคลื่อนที่นั้นยอดเยี่ยม  ตัวรองเท้ากับเท้าเสมือนถูกจับล็อคเป็นชิ้นเดียวกันและไปด้วยกัน
ได้ดีกว่าตอนที่ผมใช้งาน ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ จนรู้สึกได้



  อีกหนึ่งประเด็นที่ผมยกนิ้วให้กับ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ก็คือฟีลลิ่งบริเวณหุ้มส้นด้านใน
ที่มีทั้งความสบายในการสวมใส่  และความกระชับที่ยอดเยี่ยม  สามารถจับล็อคกับร่องเอ็นร้อยหวาย
ได้ในระดับที่กำลังดี  คือไม่ได้แน่นมากจนอึดอัดและก็ไม่ได้หลวมจนเกินไป  ในขณะที่ผิวสัมผัส
ก็มีความฝืด ไม่มีอาการลื่นบริเวณส้นเท้าให้ได้รู้สึกเลย  ถือเป็นหุ้มส้นที่มีความพอดีมากที่สุดเลย
ทีเดียว

  แต่ข้อด้อยในเรื่องความกระชับและความมั่นใจในการใช้งานของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
นั้นก็มีให้พบเจออยู่บ้าง  แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากนัก  นั่นก็คือ..เชือกรองเท้าที่หลุดง่าย
พอสมควร  การผูกปมเชือกแบบ 2 ทบธรรมดาทั่วไป  จะเกิดการคลายตัวของปมเชือกได้บ่อย
ซึ่งต้องมาก้มๆ เงยๆ คอยผูกเชือกรองเท้าบ่อยครั้ง  และอีกเรื่องก็คือหน้าสัมผัสของพื้นรองด้านใน
นั้นมีความรู้สึกลื่นๆ อยู่บ้าง  แต่เนื่องจากรูปทรงของตัวรองเท้าที่เข้ากันดีกับรูปเท้า  จึงช่วยล็อค
ไม่ให้ฝ่าเท้าลื่นไป-มาจนเสียความมั่นใจมากนัก

  สรุปประสิทธิภาพในหัวข้อฟีลลิ่งและความมั่นใจเมื่อใช้งาน ของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
ได้ว่า..เป็นจุดเด่นที่รองเท้ารุ่นนี้มีมากขึ้นกว่ารุ่นเก่าอย่างเห็นได้ชัด  รองเท้ารุ่นนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
ว่ารองเท้าฟุตบอลที่มีควาสบายในการสวมใส่  ไม่จำเป็นต้องมีข้อด้อยในเรื่องความกระชับและความ
มั่นใจในการใช้งานแต่อย่างใด  ตัวเลขคะแนนส่วนนี้ผมขอลงให้ไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนนไปเลย

  คะแนน : 9 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม


  อีกหนึ่งประเด็นที่ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านให้ความสนใจ ก็คือประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่
ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนามของชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของ อาดิดาส ACE 16.1
หนังสังเคราะห์
คู่นี้  เนื่องจากอาดิดาสได้ตัดสินใจเหมือนชุดพื้นแบบเก่าออก  แล้วแทนที่ด้วยชุดพื้น
แบบ Sprintframe รวมถึงปุ่มแบบ FG กลมๆ ทั้งหมด 11 ปุ่ม วางปุ่มแบบธรรมดาๆ ทั่วไปเลย  ซึ่ง
แน่นอนว่าจะส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านนี้โดยตรง

  ผมเริ่มต้นจากการลองสปรินซ์เคลื่อนที่ด้วยปลายเท้าในการวิ่งออกตัวทางตรง  พบว่าชุดพื้นแบบใหม่
แต่หน้าเก่าอย่าง Sprintframe สามารถสร้างความแตกต่างให้กับ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
ได้เป็นอย่างดี  ชุดพื้นแบบนี้ช่วยสร้างประสิทธิภาพในการสปรินซ์ออกตัวจนรู้สึกได้  เนื่องจากโครงสร้าง
ช่วงกลางที่ส่งแรงดีดกลับเมื่อมันเกิดการงอตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ให้ความรู้สึกที่ดุดันกว่าชุดพื้นของ
ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ และไนกี้ Magista Obra 2 ได้อย่างชัดเจน

  ในเมื่อเราพูดกันในเรื่องของความเร็วแล้ว..อีกสิ่งนึงที่ส่งผลให้ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ทำได้
ดีในการสปรินซ์เคลื่อนที่  ก็คือรองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักตัวที่เบามาก  เวลาสวมใส่ใช้งานแล้วรู้สึกได้ว่า
รองเท้าเบามาก..มากจนสูสีกับรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วเลยก็ว่าได้  ดังนั้น..ใครที่อยากได้
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คอนโทรลน้ำหนักเบา และสปรินซ์ได้รวดเร็ว  ผมกล้าบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้
จะตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างแน่นอน
  


  ทีนี้..หลายคนยังสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ อาดิดาสถึงเปลี่ยนรูปแบบปุ่ม มาใช้ปุ่มกลมทั้งสิ้น 11 ปุ่ม  ใช้การ
จัดวางปุ่มที่เรียกว่าแบบธรรมดาๆ ดั้งเดิมอย่างแท้จริง  เพราะปุ่มทุกปุ่มมีขนาดเท่ากันหมด  วางปุ่ม
ตามแนวของรองเท้าด้านหน้าฝั่งละ 3 ปุ่ม  มีปุ่มตรงกลมฝ่าเท้าแค่ 1 ปุ่ม  ซึ่งแตกต่างจากรุ่นเก่าอย่าง
ชัดเจน  และแตกต่างจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ ในตลาดที่พยายามจะออกแบบปุ่มให้แปลกตาไปมากกว่านี้

  แต่เมื่อใช้งานจริง..กลับพบว่าปุ่มแบบนี้สามารถยึดเกาะพื้นสนามได้ดีปุ่มแบบเก่าของ ACE 15.1
ที่มีปุ่มเล็กๆ เต็มไปหมด  เนื่องจากจำนวนปุ่มที่น้อยกว่า  ทำให้การปุ่มแต่ละปุ่มสามารถจิกพื้นสนามได้
แบบเน้นๆ และจิกลงไปได้ลึกกว่านั่นเอง


  
  อย่างไรก็ตาม..ปุ่มกลมเพียวๆ แบบนี้จะไม่ค่อยล็อคกับพื้นสนามได้มากนัก  แต่ผู้เล่นจะได้เรื่องของ
ความอิสระในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่มาทดแทน  โดยปุ่มแบบกลมทั้งหมด..มีข้อดีคือไม่ว่า
ผู้เล่นจะถนัดการลงน้ำหนัก หรือใช้จังหวะการลงพื้นด้วยปุ่มไหนก็ตาม  ปุ่มกลมแบบนี้จะเอื้อประโยชน์
ในการหมุนตัวได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา  ซึ่งเป็นรูปแบบที่ตอบโจทย์ผู้เล่นประเภทเพลย์เมกเกอร์
อย่างแท้จริง  ทั้งนี้ยังเป็นผลดีต่อผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่าหรือจุดหมุนต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย
เพราะแรงบิดที่เกิดขึ้นในจังหวะการหมุนตัว  แต่ปุ่มดันจิกล็อกพื้นสนามเอาไว้  ทำให้ร่างกายกับรองเท้า
ไม่ไปพร้อมๆ กัน  นั้นจะไม่เกิดขึ้นกับการใช้ปุ่มกลมแบบนี้..นั่นเอง

  จากการทดสอบในหัวข้อนี้..บอกได้เลยว่ารองเท้าฟุตบอล ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ มีจุดเด่น
ในเรื่องการทำความเร็ว  แรงดีดในการสปรินซ์ด้วยชุดพื้น Sprintframe ยังคงมีประสิทธิภาพมาก
เหมือนเช่นเคย  แถมมาร่วมงานกับรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาแบบนี้  ยิ่งตอบโจทย์ในการเคลื่อนที่ด้วย
ความเร็วอย่างแท้จริง  ส่วนปุ่มกลมแบบดิบๆ ที่ดูธรรมดาๆ แบบนี้  จะไม่เน้นการจิดพื้นสนามหรือ
การสับขาหลอกแบบแม่นยำมากนัก  แต่จะตอบโจทย์การเคลื่อนที่แบบรอบตัว 360 องศาที่ดีมาก
รวมถึงแรงบิดจากการจิกพื้นสนามของปุ่มนั้นแทบจะไม่มี..จึงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้เล่นที่มีปัญหา
สุขภาพข้อเข่าอีกด้วย

  คะแนน : 9 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  มาถึงการทดสอบแรกที่เกี่ยวข้องกับลูกฟุตบอลบ้าง..นี่คือบททดสอบการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล
ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลของผู้คุมเกมส์อย่าง อาดิดาส
ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ รุ่นนี้  เพราะถ้าย้อนกลับไปดูโปรไฟล์ของรุ่นที่แล้วล่ะก็..เรียกได้ว่า
ทำมาตรฐานไว้ที่ระดับสูงสุดเลยทีเดียว

  เราเริ่มกันที่การสัมผัสและจับบอลแรก การดูดบอลลงพื้นด้วยบริเวณหลังเท้ากันก่อน  จากการทดสอบ
ผมสามารถจับความรู้สึกได้ว่าหน้าสัมผัสของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ นั้นจะให้ฟีลลิ่งสัมผัสบอล
ที่ค่อนข้างแข็งพอสมควร  แต่ไม่รู้สึกหนาเท้ามากนัก  คือการสัมผัสบอลนั้นรู้สึกได้ถึงเท้าด้านใน  แต่ถ้า
จังหวะการผ่อนแรงหรือดูดบอลลงไม่ดีนัก  ก็มีโอกาสไม่น้อยที่ลูกฟุตบอลจะกระเด้งกระดอนหลุดการ
ควบคุมไปได้  

  ดูแล้วอาจจะเป็นข้อด้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่หากมองในมุมกลับกัน..ถ้าคุณเป็นคนที่มีทักษะ
การผ่อนแรงหรือการจับบอล รวมถึงการเดาะบอลด้วยหลังเท้าที่ยอดเยี่ยมพอตัวแล้ว  คุณจะชอบฟีลลิ่ง
การสัมผัสของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ อย่างบอกไม่ถูก  ผมเองก็เป็นเช่นนั้น..เพราะแม้ว่า
การสัมผัสบอลจะแข็งกว่ารุ่นเก่า (ACE 15.1 หนังสังเคราะห์) แต่จะได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ที่หนักแน่นเต็มแรง  ซึ่งเป็นผลดีในเรื่องการคอนโทรลบอลไม่น้อยเลยทีเดียว  แต่ถ้าเปรียบเทียบกับ
ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของไนกี้ Magista Obra 2 ผมยังยอมรับว่ารองเท้าคอนโทรลระดับโครตท็อป
ของไนกี้นั้นให้ฟีลลิ่งและการผ่อนแรงที่หนึบเท้ามากกว่า



  ส่วนเรื่องประสิทธิภาพของการสร้างแรงเสียดทานและการควบคุมระหว่างผิวหน้าผ้ากับลูกฟุตบอล
ของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อสัมผัสจากภาพนอกด้วยมือเปล่า  จะรู้สึกไม่ค่อยหนึบมากนัก
แต่พอได้ลองใช้งานจริง..ปรากฏว่าหน้าสัมผัสวัสดุแข็งๆ ของรองเท้าคู่นี้ก็มีปฏิกิริยาในการดึงดูดและ
สร้างแรงเสียดทานกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีไม่น้อย  

  เพียงแต่ฟีลลิ่งในการสัมผัสบอลนั้นจะไม่ได้หนึบเหมือนกับผิวสัมผัสของ ไนกี้ Magista Obra 2
หรือพวกวัสดุหนังสังเคราะห์อื่นๆ  แต่จะเป็นที่หน้าสัมผัสส่งแรงเสียดทานไปยังลูกฟุตบอลโดยการใช้
พื้นที่สัมผัสที่เป็นผิวขรุขระ 3 มิติจำนวนมากซึ่งฟีลลิ่งในการส่งแรงเฉือนเช่นนี้..จะไม่ได้รู้สึกเหนียว
หนึบสักเท่าไหร่  แต่จะได้ประสิทธิภาพการในคอนโทรลบอลไปพร้อมๆ กับความว่องไวในการเล่น
ของจังหวะต่อเนื่องนั่นเอง  อย่างไรก็ตาม..ผมแอบรู้สึกนิดๆ หน่อย ACE 15.1 หนังสังเคราะห์
นั้นมีผิวสัมผัสที่ดึงดูดและควบคุมกับลูกฟุตบอลได้ดีกว่ารองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้อยู่บ้าง  สาเหตุนั้นน่าจะ
มาจากวัสดุตัวรองเท้าของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ นั้นมีความแข็งมากขึ้นนั่นเอง



  แต่ในจังหวะการจับบอลแรกด้วยพื้นที่ข้างเท้าด้านใน  กลายเป็นว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
นั้นแสดงประสิทธิภาพออกมาได้ดีกว่า  ด้วยการออกแบบพื้นที่และรูปทรงรองเท้าที่พอเหมาะพอเจาะ
สอดรับกับความกลมของลูกฟุตบอลที่ดี  จริงอยู่แม้ว่าฟีลลิ่งการสัมผัสบอลนั้นจะไม่นุ่มนวลหรืออยู่เท้า
ได้เหมือนกับวัสดุหนังสังเคราะห์ของไนกี้ Magista Obra 2 แต่การจับบอลแรกด้วยรองเท้ารุ่นนี้
ของอาดิดาส จะได้ความคล่องตัวและเล่นจังหวะต่อเนื่องได้ถนัดเท้ามากกว่า


  
  ต่อเนื่องมาที่จังหวะการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  ปรากฏว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
นั้นจะตอบโจทย์ผู้เล่นที่อยากได้น้ำหนักในการแปส่งบอลที่แรง ชอบแปบอลกระแทกให้รวดเร็ว
ทำได้ดีทั้งการแปส่งบอลไปตรงๆ หรือจะแปส่งบอลเล่นทางแบบมีติดไซร้โค้งก็ทำได้  ข้อดีของการ
มีน้ำหนักการแปส่งบอลที่รุนแรงแบบนี้..ในแง่ของรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลแล้ว  ถือได้
ว่าเป็นข้อสำคัญที่จะช่วยให้การจ่ายบอลทะลุช่องแบบ 50/50 บรรจุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น  แต่ปัจจัย
ที่จำเป็นต้องมีก็คือความแม่นยำในการแปบอลที่ขึ้นอยู่กับทักษะตัวผู้เล่นเองด้วย..ในเบื้องต้น

  สรุปประสิทธิภาพเกี่ยวกับการสัมผัส ควบคุม รับและส่งบอลด้วยรองเท้าฟุตบอลหน้าสัมผัสแข็ง
อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ รุ่นนี้  ถือได้ว่าจุดเด่นอยู่ที่ความหนักแน่นในการสัมผัสบอล
แต่สัมผัสที่ไม่หนามากนัก  ทำให้การเล่นบอลในจังหวะต่อเนื่องทำได้รวดเร็ว  รวมถึงการจับบอล
และแปบอลด้วยข้างเท้าด้านในที่แม่นยำมีน้ำหนัก  แต่รองเท้ารุ่นนี้อาจจะไม่ถูกใจนักเตะที่เน้นความนุ่น
สัมผัสบอลหนาๆ จับบอลนิ่มๆ อย่างรองเท้าฟุตบอลหนังแท้  แต่ถ้าใครเป็นคนที่มีทักษะหรือสไตล์
การเล่นแบบเบสิคฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว..จะชอบรองเท้ารุ่นนี้เหมือนกับตัวผมเอง

  อย่างไรก็ตาม..ตัวเลขคะแนนในหัวข้อนี้ผมขอลงให้ที่ 9 คะแนน จาก 10 คะแนน  ซึ่งตัดออก
จากกรณีการสัมผัสบอลที่แข็งและไม่เหมาะสำหรับเพลย์เมกเกอร์มือใหม่  การควบคุมน้ำหนักบอล
ให้คงนี้..โดยเฉพาะในการเดาะบอลนั้นจำเป็นต้องใช้การปรับตัวพอสมควร

  คะแนน : 9 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



     แม้ว่าพื้นฐานของรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลนั้น..โดยปกติจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของการเล่น
กับลูกฟุตบอลเป็นสำคัญ  แต่สำหรับบททดสอบในเรื่องการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของ อาดิดาส ACE 16.1
หนังสังเคราะห์
นั้นอาจจะไม่โดดเด่นเท่ากับการจับควบคุมหรือการแปส่งบอล  เนื่องจากฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ของหน้าสัมผัสนั้นเป็นวัสดุเนื้อแข็ง  มีผลให้จังหวะควบคุมน้ำหนักของลูกฟุตบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้านั้นทำได้
ไม่เชื่องเท้ามากนัก  ใครที่เคยใช้รองเท้าฟุตบอลหนังแท้นุ่มๆ จำเป็นต้องปรับตัวในเลี้ยงบอลด้วย ACE 16.1
หนังสังเคราะห์
พอสมควรเลยก็ว่าได้ 

  แต่ในทางตรงกันข้ามคือ..หน้าสัมผัสทุกจุดของรองเท้ารุ่นนี้  จะให้ฟีลลิ่งในการสัมผัสและส่งแรงไปยัง
ลูกฟุตบอลเพื่อการเลี้ยงบอลได้เหมือนกัน  ไม่ว่าจะตะแคงหน้าเท้าเข้าหาลูกฟุตบอลที่มุมใดก็ตาม  ดังนั้น
ถ้าผู้เล่นปรับตัวเรื่องน้ำหนักในการแตะเลี้ยงบอลได้จากฟีลลิ่งแข็งๆ แล้ว  จะพบว่า ACE 16.1
หนังสังเคราะห์
เป็นรองเท้ารุ่นนึงที่มีพิสัยในการคอนโทรลน้ำหนักหรือความเร็วในการเลี้ยงบอลได้
ค่อนข้างสม่ำเสมอเลยทีเดียว



  ในขณะที่การสัมผัสควบคุม หรือเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอลแบบรวดเร็วแม่นยำนั้น  ก็ยังต้องยอมรับ
ว่าวัสดุหน้าสัมผัสของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ที่แม้จะมีพื้นผิวสัมผัสแบบ 3 มิติทั่วเสมอกัน  แต่
ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลจะเป็นฟีลลิ่งแข็งๆ  และไม่เหนียวหนึบ ควบคุมบอลได้ติดเท้ามากนัก  แตกต่างกับ
ไนกี้ Magista Obra 2 ที่ควบคุมการเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอลได้แม่นยำดั่งใจกว่าจนพอจะรู้สึกได้



  แต่สิ่งที่หน้าสัมผัสของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ แสดงให้เห็น..ก็คือความว่องไวต่อการ
ตอบสนองในจังหวะการส่งแรงเฉือนเพื่อเปลี่ยนความเร็วการเลี้ยงบอลได้ทันใจ  ไม่รู้สึกถึงฟีลลิ่ง
หน่วงๆ เหมือนกับ Magista Obra 2 หรือรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นที่เน้นความนุ่มของหน้าผ้า 
รายละเอียดเช่นนี้จะช่วยเสริมให้ผู้เล่นที่มีทักษะการควบคุมบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้าได้ดีเป็นทุนเดิมแล้ว 
สามารถแสดงศักยภาพการเลี้ยงบอลของตัวเองได้ดีขึ้น  โดยเฉพาะจังหวะที่ต้องการความเร็วใน
การเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอลนั่นเอง

  สรุปในเรื่องประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วยอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
นั้น  รองเท้ารุ่นนี้จะมีฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่ค่อนข้างแข็ง  การกะเกณฑ์ควบคุมน้ำหนักอาจจะไม่
นุ่มนวลหรือเชื่องเท้ามากนัก  จำเป็นต้องปรับตัวเล็กน้อย..แต่  ถ้าทำได้จะรู้สึกถึงความสม่ำเสมอ
ในการสัมผัสบอลได้ดี  รวมถึงการเปลี่ยนทิศทางของบอลนั้นจะไม่หนึบติดเท้าเหมือนกับหนัง-
สังเคราะห์หนึบๆ  จุดเด่นอยู่ที่ความว่องไวในการส่งแรงเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  รองเท้ารุ่นนี้
เหมาะกับผู้เล่นที่มีทักษะการควบคุมการเลี้ยงบอลที่ดีเป็นพื้นฐานเบื้องต้นสักหน่อย

  คะแนน : 8 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  อีกหนึ่งบททดสอบที่อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คอนโทรลระดับ
ท็อปคลาสรุ่นนี้  สามารถสร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก ก็คือประสิทธิภาพในการยิงประตู  ส่วนใน
เรื่องของรายละเอียดจะเป็นเช่นไรนั้น..ผมจะวิเคราะห์ยิบย่อยให้ได้ฟังกัน

  เรามาเริ่มกันที่จังหวะการวางเท้าหลักด้วยรองเท้าฟุตบอลปุ่มแบบธรรมดาๆ เช่นนี้  พบว่าการยึดเกาะ
ของปุ่มนั้นอาจจะไม่ได้ให้ฟีลลิ่งที่จิกเกาะพื้นสนามได้แน่นสนิทเหมือนกับปุ่มใบมีด หรือปุ่มแบบเก่าของ
ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ และปุ่มครึ่งวงกลมของ Magista Obra 2  แต่ฟีลลิ่งในจังหวะการ
วางเท้าหลักด้วยรองเท้ารุ่นนี้  จะเน้นไปที่การลงน้ำหนักได้เต็มฝ่าเท้า  สบายฝ่าเท้า และมีความมั่นคง
ในการถ่ายเทโมเมนตัม  รวมถึงปุ่มรองเท้าที่ไม่ยาวมากนัก..ทำให้รู้สึกว่าสามารถลงฝ่าเท้าได้ถึงพื้น
สนามเลยทีเดียว  นอกจากนั้นยังต้องชื่นชมชุดพื้นช่วงกลางที่เป็น Sprintframe  ก้มีส่งช่วยทำให้
การโน้มตัวจากหลังและถ่ายเทแรงเหวี่ยงไปด้านหน้านั้นทำได้อย่างสมูท และมีน้ำหนักพอสมควร



  แต่ที่เด็ดดวงก็คือจังหวะที่ตัวรองเท้าสัมผัสเข้ากับผิวของลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  วัสดุตัวรองเท้า
ของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ สามารถส่งแรงไปยังลูกฟุตบอลได้อย่างหนักหน่วงมาก  ระดับ
ความแรงที่ลูกฟุตบอลพุ่งออกไปจากเท้านั้นโอเว่อร์เกินกว่าที่คาดคิด  ผมไม่คิดว่ารองเท้าฟุตบอล
ที่มีน้ำหนักตัวเบาขนาดนี้  จะสามารถแสดงประสิทธิภาพในการยิงลูกฟุตบอลได้อย่างรุนแรงแบบนี้
มาก่อน  แต่รองเท้ารุ่นนี้สามารถทำได้และทำได้ดีมาก  

  ปัจจัยสำคัญคือการเปิดหน้าเท้าให้เข้าปะทะกับลูกฟุตบอลให้เต็มพื้นที่ให้มากที่สุด  และวางเท้าหลัก
ให้มั่นคง  ส่วนกำลังขาของผู้เล่นเอง..แม้จะมีส่วนบ้าง  แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักอีกต่อไปสำหรับการยิง
ลูกฟุตบอลด้วย ACE 16.1 หนังสังเคราะห์  ส่งผลให้การยิงลูกฟุตบอลให้พุ่ง ฮุบและส่าย  หรือที่
เราเรียกว่า Knucle ball  เกิดได้ง่ายมากขึ้นกว่าปกติพอสมควร

  สาเหตุที่ทำให้ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ให้ประสิทธิภาพการยิงประตูที่รุนแรงเช่นนี้  มาจาก
ลักษณะวัสดุอัปเปอร์ที่มีความแข็ง เนื้อวัสดุมีความหนาแน่น แต่ยุบตัวได้ประมาณ 10 %  ประกอบกับ
การออกแบบให้เป็นรวงผึ้งหรือร่างแห  ทั้งหมดทั้งมวลส่งผลให้การถ่ายแรงกระทำ หรือส่งแรงกระแทก
นั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม  ซึ่งประเด็นนี้ผมขอยืนยันว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ทำได้ดีกว่าทั้ง
ไนกี้ Magista Obra 2 ที่ผมเพิ่งจะชื่นชนไป รวมถึงเจเนอเรชั่นเก่า ACE 15.1 หนังสังเคราะห์
เสียอีก และไม่ต้องสืบเลยว่าฟีลลิ่งการยิงลูกฟุตบอลแบบเต็มแรงเช่นนี้..จะเกิดขึ้นเฉพาะกับรองเท้ารุ่นนี้
เท่านั้น  จะไม่เกิดขึ้นกับ ACE 16+ Pure Control หรือ ACE 16.1 Primeknit อย่างแน่นอน
เพราะทั้งสองรุ่นนั้นใช้วัสดุเป็นด้ายถัก

  เท่านั้นยังไม่พอ..ข้อดีของการยิงลูกฟุตบอลด้วยอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ก็คือแรงปะทะ
ที่สะท้อนกลับมาให้รู้สึกเท้าของผู้เล่นที่น้อยจนรู้สึกแค่คันๆ เท่านั้น  จุดนี้ผมมีโอกาสได้ลองยิงลูกฟุตบอล
แบบเต็มแรงด้วยรองเท้ารุ่นนี้ต่อเนื่องหลายครั้ง  แทบจะไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บปวดระบมเท้าสักเท่าไหร่
สามารถยิงต่อเนื่องได้เรื่อยๆ  ซึ่งก็ถือเป็นอีกเรื่องดีในการยิงประตูและเรื่องของการปกป้องเท้าด้วย




  ส่วนเรื่องทิศทาง..รองเท้ารุ่นนี้จะเน้นการยิงแบบเต็มหน้าเท้าเพื่อให้ลูกฟุตบอลพุ่งไปทางตรงได้ดี
และมีประสิทธิภาพมากกว่าการปั่นไซร้โค้ง  ด้วยการออกแบบลักษณะวัสดุให้เป็นร่างแห  จึงทำให้
การส่งแรงไปยังลูกฟุตบอลนั้นค่อนข้างสมดุล  ลูกฟุตบอลจึงพุ่งไปในทางตรงได้ง่ายขึ้น  หากคุณ
ผู้อ่านต้องการเน้นการยิงประตูลักษณะนี้  ผมกล้าบอกว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ทำได้ดี
กว่าทั้ง ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ และ ไนกี้ Magista Obra 2 แน่นอน

  แต่หากต้องการประสิทธิภาพของการปั่นไซร้โค้งที่ดีที่สุด  อันนี้ยังต้องยอมรับว่า ACE 16.1
หนังสังเคราะห์
เป็นรองคู่แข่งจากไนกี้อยู่พอสมควร  เนื่องจากลักษณะหน้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้
ไม่ได้เน้นการดึงดูดหรือส่งแรงเฉือนด้วยแรงเสียดทานระหว่างหน้าผ้า  แต่เป็นการส่งแรงเฉือนด้วย
พื้นผิวสัมผัสแบบ 3 มิติของวัสดุแข็งๆ  ในขณะที่ Magista Obra 2 นั้นมีคุณสมบัติทั้ง 2 ประการ
ที่ดีกว่า  ซึ่งหากต้องการยิงหรือเปิดลูกฟุตบอลด้วยรองเท้ารุ่นนี้ให้มีลักษณะไซร้โค้งเยอะๆ นั้น
รองเท้ารุ่นนี้จะตอบโจทย์ได้ไม่สุด  แต่ถือว่าพอมีเขี้ยวเล็บการปั่นไซร้โค้งให้เรียกใช้งานเหมือนกัน
เพียงแต่ผู้เล่นต้องลดความเร็วหรือความแรงในการสัมผัสบอลลงพอสมควร  เพื่อให้หน้าสัมผัสมีเวลา
ในการส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกฟุตบอล

  สรุปโดยภาพรวม..ผมชื่นชอบประสิทธิภาพการยิงประตูด้วยรองเท้ารุ่นนี้มากเป็นพิเศษ  จุดเด่น
คือการยิงบอลได้รุนแรงและมีอาการพุ่งทะยาน  ทั้งๆ ที่รองเท้ามีน้ำหนักเบามาก  การวางเท้าทำได้
ดีใช้งานได้ง่าย  และตอยโจทย์การยิงในทิศทางตรงๆ ได้ดีมากเช่นกัน  สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่าอาดิดาส
ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ เป็นรองเท้าที่ยิงประตูได้ "มันส์เท้า" มากๆ

  คะแนน : 10 / 10

  การปกป้องเท้า



  มาปิดท้ายการทดสอบภาคสนามของอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ในเรื่องการปกป้องเท้า
กันบ้าง  ประเด็นแรกนั้นผมแอบเกริ่นไปตั้งแต่ตอนทดสอบการยิงลูกฟุตบอลแล้ว  กล่าวคือ..การใช้
รองเท้ารุ่นนี้ยิงลูกฟุตบอลแบบเต็มแรงนั้น  แรงปะทะที่สะท้อนกลับมาจนรู้สึกถึงเท้าด้านในนั้นมี
ไม่มากนัก  เป็นรองเท้าที่ยิงมันส์และยิงเต็มแรงได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกระบมหน้าเท้า    แตกต่างจาก
รองเท้าฟุตบอลประเภทหนังสังเคราะห์บางๆ ที่เวลายิงลูกฟุตบอลเต็มแรงบ่อยๆ จะรู้สึกระบมหน้าเท้า
ได้ไม่ยาก  ประเด็นนี้ผมรู้สึกว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ทำได้ดีกว่า ACE 15.1 หนัง-
สังเคราะห์
และ Magista Obra 2 อยู่เล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ  ทั้งนี้ยังสามารถโยงมาถึงการปกป้อง
เท้าจากแรงปะทะในกรณีที่ถูกคู่แข่งเปิดปุ่มย้ำใส่ที่หน้าเท้าของเราอีกด้วย

  ในขณะที่การปกป้องบริเวณส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย  ก็ถือได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้ทำได้ไม่เลว  โดยเฉพาะ
ส่วนหุ้มส้นที่มีความนุ่ม จับร่องแนวเอ็นร้อยหวายได้กระชับ  ตลอดระยะเวลาการใช้งานไม่รู้สึกถึงอาการ
กัดส้นเท้าแม้แต่น้อย  รวมถึงเกราะป้องกันส้นเท้าที่มีความแข็งแรงก็มีบทบาทในการช่วยปกป้องอาการ
บาดเจ็บให้กับบริเวณส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี

  ประสิทธิภาพเชิงรับของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ นั้นเป็นอีกหัวข้อนึงที่รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์
คอนโทรลทำได้ในระดับที่ยอดเยี่ยมเกินหน้าเกินตารองเท้าหลายรุ่นๆ  เลยทีเดียว  ซึ่งตัวเลขคะแนน
ในหัวข้อนี้ผมลงให้ไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน : 9 / 10

บทสรุปการทดสอบ



  บทวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดข้างต้น..คงจะเป็นสิ่งที่บอกถึงประสิทธิภาพในการใช้งานจริงของรองเท้า
ฟุตบอลสายพันธุ์คอนโทรลระดับท็อปคลาส รุ่น ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ คู่นี้ได้เป็นอย่างดี 
ซึ่งหากมองโดยภาพรวมแล้วอาจจะไม่ได้มีตัวเลขคะแนนด้านไหนที่เด่นชัดมากเป็นพิเศษ  แต่สิ่งที่
รองเท้ารุ่นนี้แสดงออกมาคือความลงตัวและการใช้งานง่าย ถือเป็นรองเท้ารุ่นนึงที่น่าจะตอบโจทย์กับ
ความต้องการของผู้เล่นได้ค่อนข้างกว้าง หลากหลายสไตล์และรูปแบบการใช้งาน

  โดยในส่วนสุดท้ายนี้..ผมจะมาสรุปเนื้อหาสาระแบบเน้นๆ ว่า อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
มีจุดเด่น/จุดด้อยตรงไหน  เหมาะต่อผู้เล่นที่ต้องการคุณสมบัติรองเท้าฟุตบอลด้านไหนเป็นหลัก  เพื่อ
ให้เป็นข้อมูลเชิงสรุปให้ได้ใจความที่สุด  หลังจากนั้นจะขอเสนอความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับภาพลักษณ์
ความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบในเรื่องของราคาค่าตัว  รวมถึงปัจจัยบางประเด็นที่ส่งผลต่อรองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้ในภาพรวม..เป็นการทิ้งท้าย



  อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์

  อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติพื้นฐานในเรื่องความสบาย
ของการสวมใส่และความกระชับ รวมถึงฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ลงตัว  ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเบสิคพื้นฐาน
ที่หลายคนมักมองข้าม  แต่พอมาใช้งานจริงแล้วกลายเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดเรื่องนึงในการเลือก
รองเท้าฟุตบอลเลยก็ว่าได้  จุดเด่นที่รองเท้ารุ่นนี้มีก็คือความสบายในการสวมใส่  ที่มาพร้อมกับ
ความกระชับรูปเท้าที่ยอดเยี่ยม  ทั้งๆ ที่คุณสมบัติทั้งสองประการนี้  ส่วนใหญ่เราแทบจะไม่พบเจอ
พร้อมๆ กันในรองเท้าฟุตบอลรุ่นเดียวกัน

  กล่าวคือ..รองเท้ารุ่นนี้ให้ความสบายในการสวมใส่ที่ยอดเยี่ยม  ตัวรองเท้ามีความตรงไซด์มากขึ้น
กว่ารองเท้ารุ่นท็อปปกติของอาดิดาส (รุ่นเก่าๆ) ในขณะที่ช่วงขยายบริเวณโคนนิ้วโป้งก็ช่วยทำให้
ตัวรองเท้ารองรับกับรูปเท้าหน้ากว้างได้ดีขึ้น  รวมถึงฟีลลิ่งช่วงหุ้มส้นด้านในที่มีทั้งความนุ่ม ความ
กระชับและความสบายที่สมดุลมากที่สุด  เช่นเดียวกับตัวรองเท้าน้ำหนักเบาและการระบายความร้อน
ที่ดี  ยิ่งช่วยเสริมให้ฟีลลิ่งในการสวมใส่ของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ นั้นยอดเยี่ยมอย่างที่
ไม่เคยพบเจอมาก่อน 

  จริงอยู่รองเท้ารุ่นนี้อาจจะไม่ได้มีจุดเด่นด้านการเล่นกับลูกฟุตบอล  หรือการเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยม
เหนือกว่ารองเท้ารุ่นคู่แข่งในตลาดปัจจุบัน   แต่เมื่อฟีลลิ่งการสวมใส่ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสามารถ
ทำได้ดีแล้ว  จึงเป็นสิ่งสำคัญที่มาช่วยเสริมให้ประสิทธิภาพเกี่ยวกับการเล่นกับลูกฟุตบอลนั้นทำได้
เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

  เท่านั้นยังไม่พอ..มีเรื่องที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้ผมก็คือ ชุดพื้น Sprintframe แบบเดิมๆ ที่อาดิดาส
ใช้งานมานานหลายปี  เอามาบวกกับปุ่ม FG แบบกลม ธรรมดาๆ 14 ปุ่ม  นั้นคืออะไรที่เรียกได้
ว่า "Back to basic, is the Best" อะไรทำนองนั้นเลยทีเดียว  เพราะสิ่งที่แสดงออกมาคือ
ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ที่มีความยืดหยุ่น รอบด้าน ยืนพื้นสนามและลงน้ำหนักได้มั่นคงเอาเรื่อง
จึงทำให้รองเท้า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ แบบปุ่ม FG รุ่นนี้  เป็นรองเท้าที่รองรับการใช้งาน
ในเรื่องการเคลื่อนที่ได้ทุกประเภทและใช้งานง่ายเป็นอย่างมาก



  ประเด็นเรื่องการเล่นกับลูกฟุตบอล  พอจะสรุปได้ว่าฟีลลิ่งหน้าสัมผัสบอลของตัวรองเท้า ACE 16.1
หนังสังเคราะห์
นั้นจะค่อนข้างแข็ง  ทำให้การสัมผัสบอลแรกนั้นไม่นุ่มเท้ามากนัก  จำเป็นต้องใช้
ทักษะในการผ่อนแรงมาช่วยพอประมาณ  จึงอาจจะไม่ถูกใจผู้เล่นที่ชอบฟีลลิ่งการจับบอลหนาๆ นุ่มๆ
เหมือนพวกรองเท้าหนังแท้  แต่ถ้าผู้เล่นมีทักษะในการสัมผัสบอลที่ดีอยู่แล้ว  ปรับตัวไม่นานก็จะคุ้นชิน
ได้ไม่ยาก  เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว..ประสิทธิภาพการจับบอลจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีมาก  คือการตอบสนอง
เรื่องน้ำหนักบอลจะทำได้รวดเร็ว ควบคุมได้ง่าย  ผิวสัมผัสของตัวรองเท้าเองก็สามารถสร้างแรง
เสียดทานกับผิวของลูกฟุตบอลได้อยู่หมัดเลยทีเดียว

  แต่ไฮไลท์สำคัญนั้นอยู่ที่การแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  พบว่าพื้นที่ข้างเท้าด้านในสามารถ
ส่งแรงเพื่อแปบอลออกจากเท้าได้อย่างมีน้ำหนัก ตอบสนองรวดเร็ว  ใช้งานได้ง่ายทั้งการแปตรงๆ
หรือแปเล่นทิศทางได้อย่างแม่นยำ  ถือเป็นรองเท้ารุ่นนึงที่มีประสิทธิภาพสูงในจังหวะการแปส่งบอล
แบบ Killer pass ที่ต้องการทั้งความแม่นและน้ำหนัก

  และกลายเป็นว่าอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ กลับแสดงประสิทธิภาพเพื่อการยิงประตู
ได้อย่างยอดเยี่ยมเกินคาด  จากรองเท้าฟุตบอลน้ำหนักเบา  แต่สามารถส่งแรงยิงลูกฟุตบอลได้
หนักหน่วงรุนแรงโดยไม่ต้องพึ่งกำลังขาจากผู้เล่นเหมือนกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ  เพียงแค่วางเท้าหลัก
ให้มั่นคงและเปิดหน้าเท้าเข้าปะทะให้เต็มที่  พบว่าลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจะพุ่งได้ด้วยความแรง
และมีอาการฮุบหรือส่ายให้ได้เห็นกันด้วย  ทั้งนี้ฟีลลิ่งจากยิงประตูนั้นจะไม่นุ่มเท้ามากนัก  แต่ข้อดี
คือแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาก็จะน้อยตามไปด้วย  เป็นรองเท้าที่ยิงลูกฟุตบอลได้มันส์และรักษา
สุขภาพเท้าได้ดี  ส่วนประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางปั่นไซร้โค้งก็สามารถทำได้ดีพอสมควร
แต่ยังไม่ใช่จุดเด่นหลัก  เนื่องจากพื้นผิวสัมผัสแบบที่เป็น 3 มิติเต็มพื้นที่นั่นเอง

  ในเรื่องการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้านั้นดูจะเป็นเรื่องที่ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ทำผลงาน
ได้น้อยสุดในบรรดาการทดสอบการเล่นกับลูกฟุตบอล  เนื่องจากฟีลลิ่งการสัมผัสบอลนั้นแข็ง  จึง
ทำให้การควบคุมน้ำหนักการเลี้ยงบอลจำเป็นต้องปรับและใช้ทักษะส่วนตัวให้ดี  การเลี้ยงบอล
จะไม่เชื่องเท้ามากนัก  ซึ่งก็รวมถึงการควบคุมหรือการเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงบอลที่ไม่ได้เด่น
อะไรมากมายนัก  เพียงแต่ฟีลลิ่งการสัมผัสและควบคุมน้ำหนักในการแตะเลี้ยงบอลของรองเท้า
รุ่นนี้ค่อนข้างที่จะตอบสนองรวดเร็วและมีความสม่ำเสมอเท่าๆ กันทุกครั้ง



  อีกอย่างที่อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ สร้างเซอร์ไพรส์ได้ไม่น้อย ก็คือเรื่องของ
การปกป้องเท้า  ไม่ว่าจะเป็นเชิงรุก..ที่สามารถยิงลูกฟุตบอลได้เต็มแรงโดยแทบไม่ระบมเท้า
จึงช่วยเสริมให้รองเท้ารุ่นนี้ยิงลูกฟุตบอลได้ "มันส์เท้า" ในขณะที่การปกป้องเชิงรับ..ก็คือ
ตัวรองเท้าช่วยลดแรงปะทะได้ดี แต่ที่ถูกใจผมมากๆ ก็คือส่วนหุ้มส้นที่บุนุ่มได้ดี  ใช้งานไม่มี
อาการกัดส้นเท้าเลยแม้แต่น้อย

  สารภาพตามตรง..ถ้าจะให้หาจุดด้อยมากๆ ของอาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ คู่นี้
นั้นเป็นเรื่องยากไม่น้อย  จะมีก็เพียงแค่เรื่องของแผ่นรองพื้นด้านในที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามมากมายนัก  แต่ก็เพียงพอที่จะให้นักเตะที่มีปัญหาเรื่อง
สุขภาพข้อเข่าหรือน้ำหนักตัว  สามารถสวมใส่ลงใช้งานในพื้นสนามหญ้าเทียมได้อย่างไม่ต้อง
กังวล

  หากวิเคราะห์ตัวเลขคะแนนในฐานะการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลของอาดิดาส
ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ โดยภาพรวมแล้ว  ผมขอให้ไว้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน  เนื่องจาก
ประสิทธิภาพเกี่ยวกับการควบคุมหรือฟีลลิ่งในการคอนโทรลลูกบอลของรองเท้ารุ่นนี้..ยังไม่เข้ากับ
สิ่งที่รองเท้าประเภทคอนโทรลเทพๆ ควรจะเป็น  แต่รองเท้ารุ่นนี้กลับให้มุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับ
ความสบายและความกระชับในการสวมใส่  ที่จริงๆ แล้วหลายคนมองข้าม  และเป็นสิ่งที่รองเท้า
ประเภทคอนโทรลควรจะมีเป็นพื้นฐานนั่นเอง  เมื่อเฉลี่ยกันออกมาแล้วตัวเลขจึงออกมาดังนี้

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประภท คอนโทรล : 8 / 10

  เปรียบเทียบกับ อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์



  สำหรับอาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ ซึ่งเป็นรองเท้าโฉมเก่าของซีรี่ย์นี้  ถือได้ว่าตอนนั้น
ทำผลงานในเรื่องความสบายในการสวมใส่ที่ดีมากที่สุดรุ่นนึงในตลาด..ลากยาวมาจนถึง ณ ตอนนี้
ด้วย  แต่ในทางตรงกันข้ามคือ ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ นั้นขาดในเรื่องของความกระชับและ
ความมั่นใจในการสวมใส่เมื่อใช้งานลงไปพอสมควร  เนื่องจากรูปทรงของตัวรองเท้านั้นมีลักษณะ
เทอะทะกว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ อย่างเห็นได้ชัด

  ทั้งนี้ยังรวมถึงเรื่องของประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่  ซึ่ง ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ นั้นจะเน้น
ไปที่การยืนพื้นสนามแบบเต็มฝ่าเท้า มั่นคง ด้วยชุดพื้นและปุ่มแบบฐานกว้างและปุ่มเล็กๆ จำนวนมาก
นั่นเอง  และอีกปัจจัยที่แตกต่างก็คือน้ำหนักตัวรองเท้าของ ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ ที่หนัก
มากกว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ เป็นอย่างมาก

  แต่สิ่งที่ทำให้อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ เป็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คอนโทรลที่
ยอดเยี่ยมในตอนนั้น ก็คือประสิทธิภาพของวัสดุหน้าผ้าสัมผัสที่สามารถมีปฏิกิริยาในการดึงดูดและ
ควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีกว่ารองเท้ารุ่นใหม่  ไม่ว่าจะเป็นการปั่นไซร้โค้งหรือการควบคุมทิศทาง
ของลูกฟุตบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้า  เพียงแต่ความรุนแรงหรือการส่งแรงยิงไปยังลูกฟุตบอลนั้น  จะเป็น
ทาง ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ที่แสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างดุดันหนักหน่วงมากกว่า
ตามที่ผมได้รีวิวไป

  ส่วนเรื่องของประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนาม  ถือได้ว่ารองเท้าทั้งสองรุ่น
นี้ ไม่แตกต่างกันมากนัก  โดยปัจจัยหลักๆ คือแผ่นรองพื้นชุดเดิม..เหมือนเดิม นั่นเอง

  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Magista Obra 2



  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์คู่แข่งจากไนกี้อย่าง Magista Obra 2 ที่ทั้งต่างระดับในการทำตลาดและก็ต่าง
ทั้งเรื่องประสิทธิภาพด้วย  โดยรองเท้ารุ่นแพงคู่นี้จะเน้นประสิทธิภาพในการสัมผัสและควบคุม รวมถึง
การคอนโทรลลูกฟุตบอลที่ดีกว่า  โดยเฉพาะฟีลลิ่งหน้าสัมผัสที่มีความสามารถในการดึงดูดกับผิวของ
ลูกฟุตบอลได้หนึบกว่า  จึงเหนือกว่าในเรื่องความแม่นยำในการควบคุมลูกฟุตบอล  และมีฟีลลิ่งใน
การควบคุมน้ำหนักบอลที่บางเท้าและนุ่มเท้ากว่า แต่รู้สึกผ่อนแรงของลูกฟุตบอลได้ดีกว่าเล็กน้อย 
การจับบอลแรกแล้วเล่นจังหวะต่อเนื่องของรองเท้าหุ้มส้นสูงรุ่นนี้ทำได้ง่ายกว่า

  ทั้งนี้ยังรวมถึงการควบคุมลูกฟุตบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้า  ซึ่งหน้าสัมผัสสามารถสร้างปฏิกิริยาในการ
เปลี่ยนและควบคุมทิศทางของการเลี้ยงบอลที่แม่นยำมากกว่า  เพียงแต่ลักษณะการส่งแรงในการ
เคลื่อนบอลนั้นจะช้ากว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ เล็กน้อย  ส่วนประสิทธิภาพการยิงประตู
ของไนกี้ Magista Obra 2 นั้น..รองเท้ารุ่นนี้จะให้สัมผัสการยิงลูกฟุตบอลที่บางเหมือนใช้
เท้าเปล่าและเป็นธรรมชาติ  รวมถึงการยึดเกาะพื้นสนามของเท้าหลักก็ทำได้ดีกว่  เพียงแต่ความแรง
ของลูกฟุตบอลที่ยิงออกไปจากเท้าและการปกป้องเท้า หรือว่าง่ายๆ ก็คือ ยังยิงไม่มันส์เท้าเท่ากับ
อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์  และอีกหนึ่งขอแตกต่างในการยิงประตูหรือการเปิดบอล
ระหว่างรองเท้าทั้งสองรุ่น ก็คือ ไนกี้ Magista Obra 2 จะเน้นประสิทธิภาพในการส่งแรงเฉือน
เพื่อปั่นไซร้โค้ง หรือควบคุมทิศทางในการเลี้ยวของลูกฟุตบอลที่ดีกว่า

  อีกเรื่องที่ไนกี้ Magista Obra 2 นั้นสร้างความกระทับใจ  ก็คือประสิทธิภาพการรองรับและผ่อน
แรงกระแทกจากพื้นสนามที่ดี  เนื่องจากชุดแผ่นรองพื้นเป็นแบบ Poron ในขณะที่การทำงานของชุดปุ่ม
แบบ FG นั้น  จะตอบโจทย์ผู้เล่นที่เน้นการยึดเกาะและการจิกพื้นสนามของปุ่มรองเท้ามากกว่าชุดปุ่มของ
ACE 16.1 หนังสังเคราะห์  แต่ความเร็วในการสปรินซ์ด้วยปลายเท้านั้น  ยังเป็นรองชุดพื้นแบบ
Sprintframe และน้ำหนักรองเท้าของ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ก็เบากว่าอีกด้วย

  ส่วนฟีลลิ่งในการสวมใส่  ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า Magista Obra 2 นั้นมีความพอดีสู้ ACE
16.1 หนังสังเคราะห์
ไม่ได้ เพราะรองเท้าระดับโครตท็อปจากไนกี้นั้นจะเน้นไปที่มีความกระชับ
เป็นหลัก  แต่ความสบายและฟีลลิ่งช่วงหุ้มส้น  โดยเฉพาะส่วนหุ้มส้นด้านในนั้นน้อยกว่าอย่างชัดเจน 
 
  ความคุ้มค่าและความน่าใช้



  ทั้งหมดที่ผ่านมาในบทความรีวิวทดสอบการใช้งาน อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ นั้นคือ
เรื่องของประสิทธิภาพการใช้งานจริง  แต่ยังมีอีกเรื่องนึงที่หลายคนนั้นให้ความสำคัญไม่แพ้กัน..ก็คือ
เรื่องภาพลักษณ์ ความคุ้มค่าราคาและความน่าใช้งาน  ซึ่งต้องยอมรับกันตามตรงว่ารองเท้าฟุตบอล
ระดับท็อปคลาสรุ่นนี้ค่อนข้างที่จะถูกจำกัดเอาไว้ในกรอบพอสมควร



  ประเด็นแรกเลยก็คือเรื่องภาพลักษณ์  คือถ้ามองในแง่ของพรีเซนเตอร์หลักทั้งซีรี่ย์  เชื่อว่าพรีเซนเตอร์
ที่อาดิดาสทุ่มทุนเซ็นสัญญามานั้นคือนักเตะซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก  ที่มีส่วนช่วยดึงดูดบรรดาแฟนคลับ
และนักฟุตบอลทั่วโลกให้เลือกใช้งานรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ ACE 16 ได้เป็นอย่างดี  เพียงแต่..ภาพลักษณ์
ในการโปรโมทนั้น  อาดิดาสเลือกที่จะเน้นโปรโมทแต่รองเท้าระดับโครตท็อป อย่าง ACE 16+ Pure
Control
ซึ่งถือเป็นรุ่นไฮไลท์และเป็นของใหม่ที่แสดงถึงเทคโนโลยีอันน่าภูมิใจของอาดิดาสเอง  แถม
ยังผลิตออกมาจำหน่ายในปริมาณที่ค่อนข้างจำกัดพอสมควร



  ยิ่งถ้ามองเจาะจงมาที่รุ่น ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ รุ่นนี้โดยตรง  ปรากฏว่ารองเท้ารุ่นนี้แทบไม่ถูก
โปรโมทออกสื่อฯ อย่างเป็นจริงเป็นจังเลย  กลายเป็นพระรองในภาคการตลาดไปซะยั่งงั้น  ทั้งๆ ที่เป็น
รองเท้าระดับท็อปคลาสราคาเกือบ 8,000 บาท แท้ๆ  แถมยังมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากกรณีที่อาดิดาส
สร้างรุ่นรองเท้าในซีรี่ย์นี้ยิบย่อยมากจนแทบจะท่องจำชื่อรุ่นกันไม่หวัดไม่ไหว  จากการที่มีรองเท้า
เวอร์ชั่นหนังแท้ขาดควบคู่กันไปซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่อาดิดาสทำอยู่แล้ว  แต่ที่เพิ่มเข้ามาก็คือการเพิ่มรุ่น
Primemesh ที่ม่คั่นกลางระหว่างรุ่นหลักแต่ละรุ่น  ยิ่งทำให้รองเท้ารุ่น ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
นั้นถูกลืมไปเลยก็ว่าได้  เท่านั้นยังไม่พอนะ..เพราะหน้าตาและความแตกต่างจากภาพนอกระหว่าง
ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ กับ ACE 16.2 หนังสังเคราะห์ ซึ่งเป็นรุ่นรองท็อป  ก็ยังมีความเป็น
ฝาแฝด  หากมองจากไกลๆ แล้วแทบจะแยกกันไม่ออก  ยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้งานรองเท้าฟุตบอล
มีตัวเลือกมายิ่งขึ้น  จนทำให้ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ แทบจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายในแง่ของ
ภาพลักษณ์การเลือกซื้อเลยก็ว่าได้

  แต่ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพการใช้งาน ความคงทนแข็งแรง อายุการใช้งานเมื่อเปรียบเทียบกับราคา
ค่าตัว  ประเด็นนี้ผมกลับมองว่า ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ ควรได้รับคำชมไม่น้อย ราคารองเท้า
7,990 บาท อันนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสเช่นนี้  แต่ประสิทธิภาพ
ที่แสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม  โดยส่วนตัวแล้ว..จากที่เคยได้ลองสัมผัสรองเท้ารุ่น ACE 16.1
Primeknit ที่มีราคาประมาณ 10,000 บาท เปรียบเทียบกันดู  ผมยังขอลงความเห็นว่า ACE 16.1
หนังสังเคราะห์ รุ่นท็อปธรรมดาคู่นี้น่าจะเป็นรองเท้าที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าราคาค่าตัวมากกว่า  
ไม่แน่..บาททีอาจจะรวมถึง ACE 16+ Pure Control ด้วยซ้ำ

  ส่วนเรื่องความคงทนแข็งแรงและอายุการใช้งาน  ตรงนี้ผมขอให้ข้อมูลว่านับตั้งแต่ที่ได้รับรองเท้า
คู่นี้มาจากอาดิดาส  ด้วยความที่ชื่นชอบในเรื่องฟีลลิ่งและใช้งานง่าย  รองเท้าคู่นี้กลายมาเป็นตัวเลือก
อันดับหนึ่งและผ่านการใช้งานมามากกว่า 30 ครั้ง ภายในระยะเวลาแค่ 2 เดือน  ปรากฏว่าสภาพ
ของรองเท้ายังสมบูรณ์เกือบ 100% ไม่มีรอยแยก รอยปริให้เห็นแม้แต่น้อย  จะหายไปก็แค่ลายสกรีน
โลโก้ ACE ที่บริเวณส้นเท้ามันจางหายไปเนื่องจากการเสียดสีเท่านั้น

  สรุปตัวเลขคะแนนในหัวข้อสุดท้ายนี้..ผมขอให้ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ คู่นี้ที่ 8 เต็ม 10
คะแนน  คะแนนที่ถูกหักนั้น..ปัจจัยหลักๆ มาจากกรณีที่รองเท้ารุ่นนี้แทบไม่ถูกโปรโมทเลย  แถมมี
รุ่นคู่แข่งในซีรี่ย์ที่เบียดการตลาดกันเองและมากเกินไป  แต่ปัจจัยด้านบวกจะอยู่ที่ประสิทธิภาพการ
ใช้งาน  และความคงทนแข็งแรง  ทั้งนี้ยังรวมถึงภาพลักษณ์ของพรีเซนเตอร์หลักระดับโลกที่อาดิดาส
ทุ่มทุนเซ็นสัญญา..นั่นเอง

  คะแนน : 8 / 10



  เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับประสิทธิภาพที่รองเท้าฟุตบอล อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์
แสดงออกมาทั้งหมดในการรีวิวครั้งนี้  ไม่รู้ว่าจะถูกใจหรือตรงใจคุณผู้อ่านมากน้อยแค่ไหน  แต่
สำหรับผมแล้วถือได้ว่านี่คือรองเท้าฟุตบอลที่สร้างเซอร์ไพรส์มากที่สุดในปี 2016 นี้  จากรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนึงที่ตอนแรกผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไรกับมันมาก  แต่พอได้ใช้งานจริงในสนามแล้ว
สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้เป็นอย่างดี  จนกลายเป็นอาวุธคู่เท้าไปโดยปริยาย

  ซึ่งสิ่งนี้แหละครับ..ที่ผมอยากให้บทความรีวิวทดสอบรองเท้าฟุตบอลทุกรุ่นของ SiamBoots
ได้เป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อเลือกหารองเท้าฟุตบอลได้ตรงตามความต้องการของคุณผู้อ่าน
ทุกท่านมากที่สุด  เพราะรองเท้าฟุตบอลบางรุ่น..ดูภายนอกอาจจะมีภาพลักษณ์ที่ “งั้นๆ” แต่พอ
มาใช้งานจริงแล้วมัน “ใช่” ก็หวังว่าข้อมูลในการรีวิวครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านทุกท่าน
เหมือนที่ผ่านๆ มา

  และล่าสุดมีข่าวลือเปิดเผยออกมาว่าในเจเนอเรชั่นต่อไปของ ACE นั้น อาดิดาสจะยุติไลน์การผลิต
รองเท้ารุ่นท็อปที่เป็นหนังสังเคราะห์แบบ ACE 16.1 หนังสังเคราะห์  ดังนั้น..ถ้าใครคิดว่ารองเท้า
รุ่นนี้ตอบโจทย์ของท่านได้แล้ว  อย่ารอช้าที่จะจับจองเป็นเจ้าของเอามาใช้งาน  โดยรองเท้ารุ่นนี้
มีราคา 7,990 บาท  วางจำหน่ายที่ร้านอาดิดาสและร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ  หรือถ้า
จะให้สะดวก..สามารถสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตกับพาร์ทเนอร์ของเรา  ที่ www.messisport.com
(คลิก) รับรองว่าสะดวกและรวดเร็วแน่นอน

...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่          
การรองรับแรงกระแทก              
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า          
ประสิทธิภาพการยิงประตู          
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   

Detail


ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น ACE 16.1 หนังสังเคราะห์ - Speed of Light


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 29 ตุลาคม 2016 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 




"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom Phinish
"SPARK BRILLIANCE"


"Hand On!" ไนกี้ Mercurial SuperFly V



"Boots Testing!" อาดิดาส Messi 15.1