"Testing!" อาดิดาส Copa 19.1 - รองเท้าคลาสสิค ที่ตอบโจทย์สไตล์การเล่นทุกรูปแบบ

  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Copa 19 ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของปีที่ผ่านมาจากอาดิดาส
อย่างแท้จริง  ในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ชาว SiamBoots ทุกท่าน  ไปทดสอบ
ประสิทธิภาพการใช้งานจริงของรองเท้าระดับท็อป รุ่น Copa 19.1  เพื่อหาคำตอบว่า
รองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลที่มีต้นแบบมาจาก Copa Mundial รุ่นนี้ 
จะพร้อมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้สมกับที่หลายๆ คนคาดหวังเอาไว้หรือไม่



  อาดิดาสเปิดตัว Copa 19 ออกมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 นับตั้งแต่ที่เอาชื่อ Copa กลับมา
ทำใหม่อีกครั้ง  หลังจากที่เคยมี Copa 17 และ Copa 18 ซึ่งการใช้ชื่อ Copa นั้น
ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อ Copa Mundial  ที่สุดของความเป็นตำนานความคลาสสิค 
มาผสมผสานกับการออกแบบและเทคโนโลยีสมัยใหม่  เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวกับ
ฟุตบอลในยุคปัจจุบัน



  แต่สำหรับ Copa 17 และ Copa 18 ที่ออกมาทำตลาดในปี 2017 และ 2018
ตามลำดับนั้น  กลับไม่ได้โดดเด่นในแง่ของการตลาดสักเท่าไหร่  ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
ของการโปรโมทและพรีเซ็นเตอร์ระดับโลกที่ขาดหายไป  แต่มาถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด 
กับ Copa 19 อาดิดาสประกาศเปิดตัวรองเท้าเจเนอเรชั่นที่ 3 นี้  ออกมาในช่วง
ปลายปี 2018  พร้อมโหมกระแสโปรโมทในแบบที่ไม่เคยทำให้รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้
มาก่อน  เพื่อแสดงให้เห็นว่า Copa 19 พร้อมที่จะท้ารบกับรองเท้าฟุตบอลทุกซีรี่ย์
ทุกค่าย ในการลุยตลาดปี 2019 แล้ว

  โดยอาดิดาสมี Copa 19.1 รองเท้าระดับท็อปคลาส  ที่หมายมั่นปั้นมือให้กลับมา
แย่งพื้นที่ความยิ่งใหญ่ของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรล  ที่ตอบโจทย์
ต่อผู้เล่นทักษะสูงและต้องการประสิทธิภาพในการสัมผัสควบคุมบอล  จนให้นิยาม
ครั้งนี้ว่า "Redefine Touch" กันเลยทีเดียว



  โจทย์ที่ท้าทายครั้งนี้ของอาดิดาส  คือการแข่งขันในกลุ่มของรองเท้าฟุตบอลประเภท
คลาสสิคคอนโทรลระดับท็อปคลาสนั้น  ที่แม้จะมีคู่แข่งไม่มาก  แต่คู่แข่งรายสำคัญ
ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง  ถ้ามองในมุมกลับกัน..ถือเป็นโอกาสดีที่นักบอล
ทั่วโลก จะได้เห็นการแข่งขันกันในกลุ่มของรองเท้าประเภทนี้จริงๆ เสียที  แล้วระดับ
อาดิดาศด้วย  ถ้ารองเท้ารุ่นนี้ไม่เด็ดดวงจริงๆ  คงไม่เอาชื่อ Copa มาเป็นเดิมพันอย่าง
แน่นอน

  ในบทความนี้ SiamBoots ร่วมกับ บริษัทิ อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด 
จะมารีวิวทดสอบการใช้งานจริง ของ Copa 19.1 เพื่อหาคำตอบว่ารองเท้ารุ่นนี้ 
มีประสิทธิภาพการใช้งานมากน้อยเพียงใด  ทุกเนื้อหาการวิพากษ์วิจารณ์  ล้วนแล้วแต่
ได้มาจากประสบการณ์ที่ผ่านการใช้งานจริงๆ  ไม่ใข่แค่การนำเอาข้อมูลรองเท้า
มาเขียนประกอบเท่านั้น  เพื่อต้องการให้ทุกท่านได้นำข้อมูลเหล่านั้นไปตัดสินใจ
ว่า Copa 19.1 คือรองเท้าฟุตบอลที่ท่านกำลังมองหาอยู่หรือไม่

  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา...เราไปเข้าสู่ส่วนเนื้อหาหลักกันได้เลยครับ

  ข้อมูลรองเท้าฟุตบอล อาดิดาส Copa 19.1



  ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่อาดิดาสเปิดตัว Copa 19 ออกมา  ทาง SiamBoots เองก็ไม่รีรอ
ที่จะมารีวิวเปิดฝากล่อง Copa 19.1 เพื่อแนะนำทุกรายละเอียดของตัวรองเท้า  ว่ารองเท้า
รุ่นนี้มีผลิตจากวัสดุอะไร ดีไซน์เป็นแบบไหน  มีเทคโนโลยีส่วนใดที่เป็นจุดขายกันบ้าง

  เพื่อให้การอ่านบทความรีวิวในการทดสอบการใช้งานจริง บทความนี้  มีความสมบูรณ์แบบ
มากยิ่งขึ้น  ผมเลยขอนำเอาลิงค์ดังกล่าวมาแปะไว้ในส่วนแรกนี้ก่อน  สำหรับท่านใดที่ได้
รู้จักกับ Copa 19.1 เป็นอย่างดีแล้ว  ก็สามารถข้ามลงไปที่หัวข้อถัดไปได้เลย



  แต่สำหรับท่านใดที่ยังไม่รู้จักข้อมูลของรองเท้ารุ่นนี้  เพื่อเติมเต็มอรรถรสการรีวิว  และจะได้
ตามเนื้อหาการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งจะเกี่ยงโยงกันส่วนต่างๆ ของตัวรองเท้า ได้ทันและเข้าใจ
ได้ง่าย ผมอยากจะขอเชิญชวนให้ท่านได้กลับไปทำความรู้จักกับ อาดิดาส Copa 19.1
กันก่อน  โดยสามารถคลิกลิงค์จากบรรดทัดด้านล่างนี้ได้เลยครับ

  ลิงค์บทความ Hand On! อาดิดาส Copa 19.1 >>> www.siamboots.com
/handon-Adidas-Copa-19-1


  การเลือกไซส์

  สำหรับรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Copa 19.1 คู่นี้ที่จะสวมใส่เพื่อทดสอบการใช้งานมีขนาดไซส์
ตามป้ายไซส์บนตัวรองเท้า คือ 9.5 US, 9.0 UK, 43 1/3 EU หรือ 27.5 เซนติเมตร 
ถือเป็นไซส์ความยาวมาตรฐานของเท้าที่ผมเลือกสวมใส่มาตลอด  โดยเฉพาะกับรองเท้าฟุตบอล
จากอาดิดาส  ที่ค่อนข้างจะมีความคงที่สม่ำเสมอของขนาดไซส์จริง



  เอาล่ะครับ...เรามาเริ่มขั้นตอนในการสวมใส่กันได้เลย  ซึ่งในขั้นตอนการสวมใส่ Copa 19.1
จำเป็นต้องคลายแนวร้อยเชือกรองเท้าออกให้หลวมและกว้างมากที่สุด  ปกติรองเท้าฟุตบอลที่มีลิ้น
ทั่วๆ ไป  การคลายแนวเชือกรองเท้าให้หลวมก่อนใส่นั้น  คลายแค่สัก 2-3 ระดับ  ก็สามารถ
ทำให้อัพเปอร์ของรองเท้าขยายออก จนง่ายต่อการสวมใส่แล้ว

  แต่สำหรับรองเท้าฟุตบอลคู่นี้  ถ้าคลายเชือกแค่สัก 2-3 ระดับ บอกเลยว่าไม่พอ  ต้องคลาย
แนวร้อยเชือกให้มากที่สุด คลายทุกระดับเลยยิ่งดี  จากนั้นต้องมาพยายาม “แหวก” ชิ้นส่วน
อัพเปอร์ตรงหลังเท้าให้ขยายออกให้กว้างมากที่สุด  ความยากคือมันไม่ใช่ลิ้นรองเท้าแบบปกติ
ที่จะสามารถแหวกอัพเปอร์ออกทั้ง 2 ข้างออกได้  แต่เป็นลักษณะของอัพเปอร์ที่มาประกบกับ
ส่วนข้างเท้าอีกฝั่ง  และมีชิ้นส่วนยางยืดที่ยึดเอาไว้เพื่อสร้างความกระชับ  ผลลัพธ์คือการยืด
ขยายของช่องตัวรองเท้าที่ทำได้อย่างจำกัดและไม่กว้างมากนัก



  เมื่อช่องว่างตัวรองเท้าขยายออกแบบสุดๆ แล้วก็ถือว่ายังแคบอยู่  จึงต้องพยายามที่จะแหย่
ปลายเท้าเข้าไปให้ได้ก่อน แล้วค่อยกดน้ำหนักลงตรงส้นเท้า  ในขณะที่อัพเปอร์ของตัวรองเท้า
ก็ไม่มีชิ้นส่วนจำพวกหูดึง ที่จะให้ใช้มือช่วยประคองตัวรองเท้าไว้ได้  ประกอบกับลักษณะของ
ขอบส้นเท้าที่ค่อนข้างเป็นวัสดุแข็ง ไม่ยืดขยาย  ยิ่งส่งผลให้ตอนที่ลงน้ำหนักส้นเท้าลงไป
เพื่อสวมใส่นั้น  ส้นเท้าของเราก็จะไปเหยียบเข้ากับส้นของรองเท้า  ต้องประคับประคองกัน
จนเหนื่อยเลยทีเดียวกว่าจะใส่ได้สำเร็จ

  ดังนั้นตอนนี้...ถ้าใครมีช้อนใส่รองเท้าอยู่ด้วย  อาจจะแถมมาจากรองเท้ารุ่นนี้  แนะนำเลยว่า
ควรเอามาใช้จะช่วยให้การสวมใส่ Copa 19.1 ทำได้ง่ายขึ้น  และอยากจะบอกอาดิดาสว่า
ถึงแม้รองเท้ารุ่นนี้จะไม่ใช่แบบไร้เชือก  แต่อยากให้แถมช้อนใส่รองเท้ามาให้  จะช่วยทำให้
การสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน



  หลังจากนั้นก็ทำการดึงกระชับแนวร้อยเชือก และผูกปมเชือกเอาแค่ตึงมือตามปกติแล้ว  ลองมา
วัดระยะที่เหลือบริเวณหัวรองเท้า  พบว่าระยะที่เหลือที่ยาวที่สุด  จะสามารถวางนิ้วโป้งทาบ
ลงไปได้ประมาณครึ่งนิ้ว  ประเมินเป็นระยะความยาวแล้วประมาณ 0.3 เซนติเมตร เท่านั้น 
ซึ่งถือได้ว่าเป็นระยะความยาวที่เหลือบริเวณหัวรองเท้าที่กำลังเหมาะสมต่อการใช้งาน



  ระยะตามความกว้าง  ในครั้งแรกที่สวมใส่มีอาการรู้สึกถึงความแน่นและอึดอัดอยู่บ้าง  รวมถึง
สัมผัสแข็งๆ ที่กดลงบนหลังเท้า  เนื่องจากความหนาและสันของชิ้นส่วนลิ้นรองเท้าที่มันทบกัน
เอาไว้  แต่หลังจากตัวรองเท้า Break-in เข้ารูปกับสรีระเท้าแล้ว  จะเป็นความพอดีที่สามารถ
สวมใส่ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  สำหรับท่านใดที่คิดว่ามีสรีระรูปเท้ากว้าง หลังเท้านูน
หรือหนา  รวมถึงลักษณะฝ่าเท้าแบน  ผมขอยืนยันได้เลยว่าระยะตามความกว้างไม่มีผลกระทบ
ต่อรูปเท้าลักษณะดังกล่าวอย่างแน่นอน

  สัดส่วนช่วงหลังเท้าและหุ้มส้น  ก็มีความปกติกำลังดี  ไม่ได้รู้สึกถึงอาการแน่นหรืออึดอัดผิดปกติ 
ณ ตอนนี้พอจะคาดการณ์ได้ว่าการเลือกตรงไซส์  ไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องอาการกัดส้นเท้า
แต่อย่างใด  



  สรุปคำแนะนำในการเลือกไซส์ อาดิดาส Copa 19.1 ได้เลยว่า “เลือกตรงไซส์” ครับ 
ไม่ว่าลักษณะรูปเท้าของคุณจะกว้างหรือแบนก็ตาม  และจะง่ายสำหรับคนที่คุ้นเคยการสวมใส่
ใช้งานรองเท้าฟุตบอลแบรนด์อาดิดาสมาก่อนหน้านี้  สามารถเลือกไซส์เดิมได้เลย

  ทดสอบการใช้งาน



  เมื่อได้อาดิดาส Copa 19.1 ที่เหมาะสมกับขนาดเท้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ก็ได้เวลาที่จะ
ลงสนามทดสอบหาประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนาม  หลังจากที่ผ่านระยะเวลาการใช้งาน
ที่เหมาะสม  จนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ทุกจุดเด่น จุดด้อย และประสิทธิภาพในแต่ละประเด็น
ที่จำเป็นต่อการใช้งานแล้ว  เพื่อให้ข้อมูลทั้งหมดเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจของคุณ
ผู้อ่านทุกท่านในการเลือกใช้อาวุธคู่เท้ารุ่นนี้

  แน่นอนว่าคู่ปรับหลัก..ในการวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบ คงจะหนีไม่พ้น ไนกี้ Tiempo
Legend VII
รองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน 
ส่วนการเปรียบเทียบกับรองเท้าโฉมเก่าอย่าง Copa 18.1 ของอาดิดาสเองนั้น  จะขออนุญาต
ข้ามไป  เนื่องจากผมเองไม่เคยมีโอกาสได้ใช้งาน Copa 18.1 มาก่อน  จึงไม่สามารถที่จะ
เปรียบเทียบกันในแง่ของการพัฒนาระหว่างเจเนอเรชั่นได้  นอกจากนั้นอาจจะมีรองเท้ารุ่นอื่นๆ
มาพูดถึงเปรียบเทียบกับ Copa 19.1 กันบ้าง  แต่จะเป็นแค่บางประเด็นเท่านั้น

  หากพร้อมกันแล้ว...เราไปลุยกันได้เลยครับ

  ความสบายในการสวมใส่



  การสวมใส่ Copa 19.1 ครั้งแรก  ต้องยอมรับเลยว่าเป็นรองเท้ารุ่นนึงที่สวมใส่ค่อนข้างยาก 
ตามที่ได้ให้ข้อมูลจากหัวข้อการเลือกไซส์ที่เหมาะสมไปแล้ว  หลังจากนั้น..ได้ลองวอร์มอัพ
และเคลื่อนที่ออกวิ่งบนพื้นสนาม  ก็รู้สึกได้ทันทีเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่ค่อยมีความสบายดั่งที่
คาดหวังไว้ในตอนแรก  แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ประมาณ 1-2 ครั้งของการสวมใส่เท่านั้น

  เพราะหลังจากนั้น..ตัวรองเท้าจะสามารถขยายออกในแนวกว้าง  และ Break-in เข้ารูปกับ
สรีระของเท้าได้อย่างรวดเร็ว  จากฟีลลิ่งที่รู้สึกปวดและอึดอัดบริเวณหน้าเท้า รวมถึงแรงกด
บริเวณหลังเท้าที่ค่อนข้างมากก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง  นับเวลารวมได้ประมาณ 2 ครั้งเท่านั้น  ฟีลลิ่ง
ช่วงหน้าเท้าและหลังเท้าของอาดิดาส Copa 19.1 สามารถเข้ารูปและให้ความสบาย  ในแบบ
ที่รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้ควรจะเป็น  และสบายหน้าเท้ากว่าไนกี้ Tiempo Legend VII
อยู่เล็กน้อย



  แต่มีจุดที่กระทบต่อความสบายในการสวมใส่ของ Copa 19.1 ให้ได้พบเจออยู่เหมือนกัน 
โดยลักษณะแนวขอบหุ้มข้อที่ค่อนข้างแข็ง แต่ขอบบางและ(เกือบ)คม  เวลาสวมใส่จะรู้สึกว่า
ขอบของหุ้มข้อจะมาเสียดสีและทิ่มกับบริเวณด้านข้างของข้อเท้า  รู้สึกได้ถึงอาการระคายเคือง 
ทำให้การสวมใส่บริเวณนี้ที่ไม่ค่อยสบายข้อเท้าสักเท่าไหร่

  ในเรื่องของประสิทธิภาพการระบายอากาศของรองเท้ารุ่นนี้  โดยภาพรวมแล้วทำได้ดีในระดับ
ปานกลาง  ไม่ได้รู้สึกว่าตัวรองเท้าอมความร้อนที่เกิดระหว่างการใช้งานเอาไว้มากนัก  แต่ก็ไม่ได้
รู้สึกว่าลมสามารถไหลผ่านได้ดีเหมือนกับพวกรองเท้าฟุตบอลที่ทำจากวัสดุผ้าถัก  เนื่องจากวัสดุ
หน้าผ้าและหลังเท้าของ Copa 19.1 นั้นเป็นชิ้นส่วนของหนังที่มีลักษณะปิดทึบนั่นเอง  ประเด็น
นี้ผมมองว่า Tiempo Legend VII ได้ประโยชน์จากชิ้นส่วนหลังเท้าที่เป็นวัสดุผ้าถัก  จึงทำให้
อากาศด้านในตัวรองเท้านั้นสามารถถ่ายเทออกมาได้ดีกว่า

  ตัวเลขคะแนนโดยรวมในหัวข้อแรกของ อาดิดาส Copa 19.1 จัดอยู่ในระดับ 8 เต็ม 10
คะแนน  หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Tiempo Legend VII แล้ว  ถือว่าเป็น
คะแนนที่เท่ากัน  แต่จะมีรายละเอียดข้อดีข้อเสียสลับกันในบางจุดดั่งที่ได้กล่าวไปนั่นเอง

  คะแนน : 8 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามของรองเท้ารุ่นนี้  ก็แสดงผลลัพธ์ออกมา
ได้อย่างน่าประทับใจ  โดยเฉพาะชุดแผ่นรองพื้นด้านใน (Insole) ที่ถูกออกแบบให้แบ่งรูปแบบ
การรองรับแรงกระแทกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  พื้นรองเท้าส่วนหน้าบริเวณฝ่าเท้า  ที่ไม่ได้มีความหนาหรือนุ่มมากเป็นพิเศษ  จะไม่ได้ช่วยเสริม
ความนุ่ม เพื่อรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามมากกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ของอาดิดาส  เนื่องจาก
การออกแบบยังต้องการให้รองเท้ารุ่นนี้มีการตอบสนองต่อการสปินซ์ที่ดี (จะกล่าวถึงอีกครั้ง
ตอนหัวข้อการทดสอบการเคลื่อนที่)



  ส่วนแผ่นรองพื้นบริเวณส้นเท้าที่ถูกออกแบบให้มีความหนาและนุ่มเป็นพิเศษนั้น  สามารถ
ช่วยซัพพอร์ตและรับแรงกระแทกจากพื้นสนามในจังหวะการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้ดีกว่าอย่าง
ชัดเจน  ในจังหวะที่ต้องการความนุ่มของการลงน้ำหนัก  ผู้เล่นสามารถที่จะเน้นลงน้ำหนักไปที่
ส้นเท้าได้เลย  เพราะนอกจากความนุ่มที่รู้สึกได้จริงแล้ว  ยังรู้สึกได้ถึงความมั่นคงในการทรงตัว
อีกด้วย  ดังนั้น Copa 19.1 จึงเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีบุคลิกการซัพพอร์ตแรงกระแทกจาก
พื้นสนามได้ถึง 2 รูปแบบ  อยู่ที่ว่าในจังหวะไหน..ผู้เล่นต้องการเรียกหาการลงน้ำหนักแบบใด



  และชุดปุ่ม FG ที่ใช้ลักษณะฐานปุ่มใหญ่  วางตัวกันอย่างสมดุล  ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์การ
ออกแบบปุ่ม FG ของอาดิดาสไปแล้ว  ก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้การกระจายน้ำหนักกด รู้สึกสม่ำเสมอ
ทั้งฝ่าเท้า  ไม่รู้สึกว่ามีจุดใดจุดนึงที่ต้องรับภาระต่อแรงกดจากน้ำหนักตัวมากเป็นพิเศษ 

  สำหรับผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องการลงน้ำหนักหรือข้อเข่า  การใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้บนพื้น
สนามหญ้าเทียมสามารถทำได้อย่างไร้กังวล  และดูจะทำประสิทธิภาพการลงน้ำหนักในภาพรวม
ได้ดีที่สุดของค่ายอาดิดาสเลยด้วยซ้ำ  หากเปรียบเทียบประสิทธิภาพในด้านนี้กับ ไนกี้ Tiempo
Legend VII 
ผมให้ทาง Copa 19.1 ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย  โดยเฉพาะความนุ่มของการ
ลงน้ำหนักที่บริเวณส้นเท้า  และถือได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่มีประสิทธิภาพการรองรับ
แรงกระแทกที่ดีที่สุดของค่าย อาดิดาส ณ ตอนนี้เลย

  คะแนน : 9 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจเมื่อสวมใส่ อาดิดาส Copa 19.1 ลงสนาม  โดยรวม
แล้วจัดอยู่ในระดับที่ดีพอสมควร  เพียงแต่ฟีลลิ่งตัวรองเท้าช่วงหน้าเท้าและหลังเท้า  จะให้อารมณ์
การสวมใส่ที่สบายๆ เป็นหลัก เมื่อตัวรองเท้า Break-in จนขยายตามสรีระของรูปเท้าไปแล้ว 
พบว่าแรงบีบกระชับรอบแนวหลังเท้านั้นอาจจะไม่ได้กระชับรุนแรงมากเป็นพิเศษ  เหมือนในช่วง
ครั้งแรกที่สวมใส่

  ในขณะที่การดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้ตึงๆ แน่นๆ  แม้จะช่วยให้รู้สึกกระชับหลังเท้ามากขึ้น 
แต่ก็ไม่ได้มีผลมากเหมือนกับการตึงกระชับแนวร้อยเชือกของ ไนกี้ Tiempo Legend VII 
ซึ่งลิ้นรองเท้าแบบด้ายถักฟลายนิตของไนกี้นั้น  สามารถตอบสนองต่อการดึงกระชับหลังเท้า
ได้ดีกว่า  ลักษณะชิ้นส่วนหลังเท้าของ Copa 19.1 นั่นเอง  ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของการออกแบบ
ลักษณะชิ้นส่วนหลังเท้าแบบนี้เลยทีเดียว

  พื้นผิวสัมผัสของแผ่นรองพื้น Copa 19.1 นั้นถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐานของอาดิดาส  ด้วย
การใช้วัสดุปูพื้นแบบกำมะหยี่  จึงเกิดแรงเสียดทาน ช่วยลดอาการลื่นไถลไป-มาระหว่างฝ่าเท้า
ได้เป็นอย่างดี  แต่ที่น่าประทับใจมากที่สุด  ก็คือแนวหุ้มส้นที่สามารถซัพพอร์ตกับส้นเท้าได้
อย่างกระชับ  ได้สัมผัสที่หนานุ่ม  ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ชอบฟีลลิ่งการซัพพอร์ตบริเวณส้นเท้า
ที่มีทั้งความกระชับ หนานุ่ม และมีความสบายไร้อาการกัดส้นอย่างแท้จริง



  อย่างไรก็ตาม...ช่วงหุ้มข้อยังมีจุดอ่อนให้ได้พบเจอ  จุดแรกคือส่วนข้อพับของข้อเท้า 
ถึงแม้พยายามจะดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นหน้าแค่ไหน  แต่เวลาสวมใส่ใช้งานจริงๆ 
จะพบช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างชิ้นส่วนอัพเปอร์กับข้อพับด้านใน (ลักษณะตามภาพด้านบน)
และแนวขอบของส้นเท้าที่เป็นสันแข็งขึ้นมา  ซึ่งผมเคยกล่าวถึงไปแล้วว่ามีผลกระทบต่อ
ความสบายในการสวมใส่  ก็กลับมามีผลกระทบต่อความมั่นใจเมื่อใช้งานด้วยเช่นกัน

  คะแนนในหัวข้อนี้ของ Copa 19.1 ผมจึงขอลงไว้ให้ที่ตัวเลข 8 เต็ม 10 คะแนน  จุดเด่น
อยู่ที่แผ่นรองพื้นด้านในที่สร้างแรงยึดเกาะได้ดี  กับส่วนของหุ้มส้นที่กระชับซัพพอร์ตได้อย่าง
มั่นใจ  แต่กลับมาเจอปัญหาของแนวขอบหุ้มข้อและช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างข้อพับนั่นเอง  
ในหัวข้อนี้ผมให้ ไนกี้ Tiempo Legend VII ที่แสดงประสิทธิภาพในด้านความกระชับ
และความมั่นใจได้ดีกว่าประมาณครึ่งคะแนน

  คะแนน : 8 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  บุคลิกการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม ของ Copa 19.1 นั้นมีความ
ครอบคลุมต่อการเคลื่อนที่ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ  มีความสมดุลทั้งจังหวะการลงน้ำหนัก
และเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่  รวมถึงในวินาทีที่ต้องการเรียกหาการสปรินซ์ด้วยความเร็ว 
รองเท้าประเภทคลาสสิคคอนโทรลรุ่นนี้ก็มีพร้อมให้เรียกใช้งานได้อย่างทันท่วงที

  เริ่มจากจังหวะการสปรินซ์ทำความเร็วด้วยปลายเท้า พบว่าฐานพื้นช่วงกลางที่มีลักษณะเป็น
แนวสันนูนขึ้นมา  มีความแข็งแรงพอที่ช่วยทำให้รู้สึกถึงแรงดีดที่เกิดขึ้นได้พอสมควร  อาจจะ
ไม่ดุดันเหมือนกับชุดพื้นของรองเท้าประเภทความเร็วอย่าง X 18.1 หรือ Predator 18.1 ที่ผมเคยได้ทดสอบไปก่อนหน้านี้ 

  นอกจากนั้นยังมีองค์ประกอบของแผ่นรองพื้นด้านหน้าที่มีลักษณะบางกว่าบริเวณส้นเท้า 
ซึ่งได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นได้ฟีลลิ่งที่ตอบสนองต่อการส่งแรงในการสปรินซ์ด้วยปลายเท้า
ได้อย่างทันท่วงที  พอจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้รองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิครุ่นนี้  มีความ
สามารถในการสปินซ์ทำความเร็วได้ดีไม่น้อย  ถือได้ว่าเข้ามาเติมเต็มความว่องไวในการเคลื่อนที่
ได้ดีเลยทีเดียว


  ปุ่มรองเท้าลักษณะครึ่งวงกลมของ Copa 19.1 จะทำให้การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
ทำได้อย่างอิสระ  โดยแนวส่วนโค้งของปุ่มจะเป็นระยะที่ทำให้การหมุนตัวทำได้อย่างราบลื่น
ไร้การสะดุด  ถือได้ว่าเป็นบุคลิกการยึดเกาะที่เหมาะสมต่อรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้เป็นอย่างมาก 
ในขณะที่ช่วงโค้งเว้าของปุ่มที่ทำให้มีลักษณะเป็นมุมนั้น  จะเป็นจุดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการยึดเกาะและล็อคกับพื้นสนามได้ประมาณนึง  ทำให้ Copa 19.1 พร้อมรับมือในจังหวะ
ที่ผู้เล่นต้องการการเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วที่แม่นยำได้ดีเช่นกัน

  สรุปประสิทธิภาพโดยรวมของชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของ Copa 19.1 ได้ว่ามีบุคลิกของ
การเคลื่อนที่ที่รอบด้านจริงๆ  โดยจะเน้นไปที่ความคล่องตัวและสมดุลในการลงน้ำหนัก  การ
เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ  แถมด้วยประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นสนาม
ที่เพียงพอต่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ  รวมถึงจังหวะที่ต้องการความเร็วจากการสปรินซ์
ด้วยปลายเท้าก็พร้อมช่วยผลักดันให้ผู้สวมใส่ท้าดวลความเร็วกับคู่แข่งได้อย่างสูสี  ในหัวข้อนี้
ผมขอลงคะแนนไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน : 9 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  มาลุยกันต่อที่บททดสอบการเล่นกับลูกฟุตบอลของ Copa 19.1 ที่ในหัวข้อนี้  จะเน้นไปที่
ฟีลลิ่งการสัมผัสควบคุม การรับและส่งบอล  แน่นอนว่าหัวข้อนี้เป็นประเด็นสำคัญที่สุด
สำหรับรองเท้าฟุตบอลประเภทหนังจิงโจ้ แนวคลาสสิคคอนโทรล รุ่นนี้

  เริ่มต้นด้วยการลองเดาะบอลด้วยพื้นที่บริเวณหลังเท้าแบบง่ายๆ กันก่อน  ฟีลลิ่งที่รู้สึกได้จาก
การสัมผัสบอลด้วยวัสดุหนังจิงโจ้ของรองเท้ารุ่นนี้  ไม่ได้ให้สัมผัสที่หนาและนุ่มมากเป็นพิเศษ  
ซึ่งจะว่ากันตรงๆ แล้ว ถือว่าความนุ่มของอัพเปอร์นั้นน้อยกว่า Tiempo Legend VII ด้วยซ้ำ
แต่จะมีความรู้สึกบางๆ ที่ให้สัมผัสถึงเท้าด้านในแทรกเข้ามาพอสมควร  จึงทำให้ Copa 19.1
สามารถให้ฟีลลิ่งการตอบสนองของการสัมผัสบอลที่รวดเร็ว  หน้าสัมผัสจะให้ฟีลลิ่งที่หนักแน่น
เข้ามาแทนที่ความหนานุ่ม

  นอกจากนั้น..พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณหลังเท้าของ Copa 19.1 ยังเป็นจุดที่ถูกใจเป็นอย่างมาก 
ด้วยพื้นที่หลังเท้าเปิดกว้างขนาดใหญ่  และมีลักษณะรวมๆ ที่ราบเรียบ  แตกต่างจาก Tiempo
Legend VII
ที่ยังใช้ลิ้นรองเท้าและมีขอบแนวร้อยเชือก  ทำให้ Copa 19.1 ใช้ประโยชน์
จากการสัมผัสบอลด้วยพื้นที่หลังเท้าได้เต็มประสิทธิภาพ  สามารถสัมผัสควบคุมบอลได้ง่ายกว่า
พอสมควร



  อย่างไรก็ตาม..ประสิทธิภาพในการดึงดูดและสร้างแรงเสียดทานระหว่างผิวของหนังจิงโจ้กับ
ผิวของลูกบอล ของ Copa 19.1 นั้นจะไม่ใช่จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้  แม้ว่าผิวหน้าสัมผัส
จะมีลักษณะเป็นพื้วผิว 3 มิติ นูนขึ้นมา  แต่ด้วยคุณลักษณะของพื้นผิวที่ไม่ได้เหนียวหนึบมากนัก 
โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องจับบอลแรกที่พุ่งมาในแนวระนาบ  ยังรู้สึกถึงอาการแฉลบหลุดออก
ไปอยู่บ้าง  และยิ่งในสถานการณ์ที่ผิวสัมผัสเปียกน้ำจากความชื้นหรือฝน  แน่นอนว่าประสิทธิภาพ
ตรงจุดนี้  ผิวสัมผัสของ Tiempo Legend VII ที่มีเทคโนโลยี ACC นั้นทำได้ดีกว่าอย่าง
ชัดเจน



  เรื่องการใช้สอยพื้นที่ข้างเท้าด้านใน  สำหรับการรับบอลและการแปส่งบอล  ถือเป็นอีก
จุดหนึ่งที่ Copa 19.1 แสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม  โดยพื้นที่ข้างเท้าด้านใน
สามารถให้การสัมผัสกับลูกบอลที่เต็มหน้าปะทะ  แม้คุณสมบัติของหนังจะไม่หนาหรือนุ่มมากนัก 
แต่เมื่อการปะทะบอลทำได้เต็มสัมผัส  และการส่งแรงปะทะที่หนักแน่น  จึงเป็นผลให้การรับบอล
หรือการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในมีความแม่นยำและใช้งานได้ง่าย  ตอบโจทย์ต่อผู้เล่น
ที่อยากได้รองเท้าที่เสริมประสิทธิภาพในการแปส่งบอลอย่างแท้จริง  รายละเอียดตรงนี้ผมให้
อาดิดาส Copa 19.1 ทำได้ดีกว่า ไนกี้ Tiempo Legend VII อยู่เล็กน้อย  เฉพาะคนที่
อยากได้การแปส่งบอลที่รู้สึกเต็มสัมผัสมากเป็นพิเศษ บอกเลยต้อง Copa 19.1

  ประสิทธิภาพเกี่ยวกับฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่แสดงออกมาของรองเท้ารุ่นนี้  อาจจะไม่ใช่ที่สุด
ของความนุ่ม  โดย Copa 19.1 จะมาเน้นที่ฟีลลิ่งและความเร็วในการสัมผัสบอลที่รวดเร็ว
เป็นธรรมชาติมากขึ้น  จุดอ่อนคือพื้นผิวและดึงดูดกับลูกบอลที่ไม่หนึบมากนัก  แต่จุดแข็งคือ
พื้นที่บริเวณหลังเท้าและข้างเท้าด้านในที่ใช้ประโยชน์ในการสัมผัสควบคุม และแปส่งบอล
ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ตัวเลขคะแนนในระดับ 9 เต็ม 10 นั้นถือว่าเหมาะสมกับสิ่งที่
รองเท้ารุ่นนี้แสดงประสิทธิภาพออกมา

  คะแนน : 9 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  แต่พอถึงจังหวะที่ต้องพาอาดิดาส Copa 19.1 มาเลี้ยงลุยพาบอลไปกับเท้า กลับพบถึง
ประสิทธิภาพที่มีความลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ  เริ่มจากน้ำหนักในการแตะเลี้ยงและขับเคลื่อน
ลูกบอลไปบนพื้นสนามด้วยความเร็ว  พบว่าหนังจิงโจ้ของรองเท้ารุ่นนี้มีความพอดิบพอดี
ทั้งในแง่ของการควบคุมน้ำหนักบอล และสัมผัสที่ว่องไวในการส่งแรง  อยู่ๆ ก็ทำให้ผม
นึกว่า X 18.1 รองเท้าประเภทความเร็วของอาดิดาสเอง แต่คราวนี้..เสมือนเป็นเวอรชั่น
ที่ถูกเพิ่มความนุ่มในการแตะเลี้ยงบอลให้มากขึ้นอีกนิด  ในขณะที่ฟีลลิ่งการควบคุมบอล
ก็ไม่ได้ลดลงมากจนเกินไป


  
  เป็นผลให้การแตะสัมผัสไปยังผิวของลูกบอล  เพื่อเปลี่ยนทิศทางของลูกบอลที่ขับเคลื่อนไปใน
แต่ละจังหวะ  สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว  ถือได้ว่า Copa 19.1 เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีบุคลิก
ในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าที่มีความสนุกเป็นอย่างมาก  

  แต่รองเท้ารุ่นนี้เอง ยังมีมีจุดที่ต้องระวัง  ก็คือความแม่นยำในการเปลี่ยนทิศทางของลูกบอล
ในกรณีที่ต้องการส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกบอลด้วยความเร็ว  ยังรู้สึกได้ว่าผิวหน้าสัมผัส
ของอัพเปอร์นั้น  ยังไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนทิศทางของลูกบอลได้อย่างแม่นยำ  มีอาการ
ที่ผิวสัมผัสลื่นหลุดจากผิวของลูกบอลอยู่บ้าง  โดยเฉพาะจังหวะการสัมผัสในส่วนที่ไม่โดน
เข้ากับบริเวณเส้นสายที่เป็นพื้นผิวแบบ 3 มิติ ของหน้าสัมผัสอัพเปอร์   



  อย่างไรก็ตาม..ผมมีความชื่นชอบในประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของ Copa 19.1
เป็นอย่างมาก  รองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดีทั้งเรื่องของน้ำหนักการสัมผัสบอลที่ดี  และความว่องไว
ในการขับเคลื่อนบอล  ที่แอบได้ฟีลลิ่งของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วติดตัวมาบ้าง  และกล้า
พูดได้เต็มปากว่ารองเท้ารุ่นนี้ คือรองเท้าประเภทคลาสสิคคอนโทรลที่เลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้
อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ผมเคยสัมผัสมา

  คะแนน : 9 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  มาทดสอบประสิทธิภาพและความอันตรายในการยิงประตูด้วย อาดิดาส Copa 19.1 กันต่อ
รองเท้าประเภทคลาสสิคคอนโทรลรุ่นนี้  ถือได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลอีกรุ่นนึงที่สามารถเข้าถึง
ประสิทธิภาพการยิงประตูได้หลากหลายรูปแบบ  และใช้งานจริงได้ง่าย  โดยที่ยังหวังผลได้ใน
ระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว

  เริ่มจากจังหวะการวางเท้าหลักเพื่อส่งแรงยิงผ่านเท้าอีกข้างนึงไปยังลูกบอล  พบว่าชุดปุ่มของ
Copa 19.1 นั้นเพียงพอต่อการยึดเกาะกับพื้นสนามหญ้าเทียม  ปลายปุ่มจะไม่จิกลงไปลึก
เพื่อล็อคกับพื้นสนามได้แน่นหนามากเป็นพิเศษนัก  แต่ด้วยเอกลักษณ์ของปุ่มหลัก 7 ปุ่ม  ทำให้
ได้ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักที่มีความมั่นคง สมดุล และทรงตัวได้ง่าย

  ในขณะที่ฐานพื้นช่วงกลางแบบสันคู่ มีลักษณะหนาและแข็ง  ก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้จังหวะของ
การเอี้ยวตัวและเหวี่ยงเท้าเพื่อส่งแรงยิงนั้น  มีแรงส่งให้พอได้รู้สึก  และด้วยลักษณะของฐานพื้น
ที่มีความกว้างพอประมาณ  ทำให้ชุดพื้นของ Copa 19.1 พร้อมจะรับมือกันจังหวะวางเท้าหลัก
ได้ทุกรูปแบบ รวมถึงในจังหวะที่ผู้เล่นมีเวลาจำกัด ต้องรีบง้าง รีบยิง  ชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้
ก็สามารถที่จะช่วยทำให้การวางเท้าหลักทำได้อย่างมั่นใจตลอดเวลา



  จังหวะที่หน้าสัมผัสอัพเปอร์หนังจิงโจ้ปะทะเข้ากับผิวของลูกบอลอย่างเต็มแรง  ต้องยอมรับ
กันตรงๆ เลยว่า หนังจิงโจ้ ของ Copa 19.1 นั้นแม้จะได้ฟีลลิ่งสัมผัสที่มีความนุ่มอยู่บ้าง 
แต่จะหนานุ่มสู้ไนกี้ Tiempo Legend VII ไม่ได้  โดย Copa 19.1 จะเป็นความนุ่ม
ที่ก้ำกึ่งๆ ว่ามีความบางเป็นธรรมชาติเข้ามาให้ได้รู้สึกมากกว่า  ดังนั้น..ฟีลลิ่งในจังหวะที่
หน้าปะทะส่งแรงไปยังลูกบอล  จึงมีเรื่องของความว่องไวเข้ามาเกี่ยวข้อง  รู้สึกถึงแรงปะทะ
ได้เต็มสัมผัสกว่า  เรียกได้ว่าเมื่อหน้าปะทะเข้าสัมผัสกัน  ลูกบอลจะพุ่งออกไปจากเท้าได้ทันที

  ส่วนเรื่องพละกำลังหรือน้ำหนักบอลที่พุ่งออกไปนั้น  ได้อิทธิพลมาจากน้ำหนักของตัวรองเท้า
เป็นหลัก  หน้าสัมผัสหนังจิงโจ้มีส่วนช่วยส่งแรงปะทะ (Damping) ได้ไม่มากนัก  แต่ถ้า
ผู้เล่นยิงลูกบอลด้วยพื้นที่หลังเท้าตำแหน่งที่สูงขึ้นมาหน่อย  เช่นจังหวะการวอลเลย์  จะรู้สึกได้
ว่าวัสดุที่เป็นชิ้นส่วนหลังเท้า  ซึ่งมีความแข็งและหนากว่าส่วนหน้าผ้าหนังจิงโจ้  ก็พอที่จะช่วย
ส่งแรงปะทะ Damping ให้ลูกบอลพุ่งออกไปด้วยความแรงมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม..ผม
มองว่าประเด็นนี้ยังเป็นจุดอ่อนที่รู้สึกได้ในการยิงประตูด้วยรองเท้ารุ่นนี้ อยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย


  การควบคุมทิศทางของลูกบอลที่ถูกยิงออกไปจากหน้าสัมผัสนั้นทำได้ง่าย  ด้วยพื้นที่อาณา
บริเวณหน้าสัมผัสที่เปิดกว้าง  โดยเฉพาะบริเวณแนวสันเท้าและหลังเท้าของ Copa 19.1 ที่มี
ลักษณะใกล้เคียงกันทั้งหมด  ทำให้การยิงลูกบอลไปในทิศทางตรงๆ ที่ตั้งฉากกับหน้าสัมผัสนั้น
ทำได้อย่างง่ายดาย  ประเด็นนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ชื่นชอบ
การยิงประตูแบบเน้นทิศทางให้บอลพุ่งไปตรงๆ  ไม่ต้องติดปั่นไซร้อะไรมากนัก  และทำได้ดีกว่า
Tiempo Legend VII
อยู่เล็กน้อย

  และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเรียกหาจังหวะการปั่นไซร้โค้งบ้าง อาดิดาส Copa 19.1 ก็พอที่จะช่วย
คุณได้ จากลักษณะพื้นผิวแบบ 3 มิติ  พอที่จะช่วยสร้างแรงเสียดทานให้ลูกบอลนั้นมีอาการโค้ง
หน่อยๆ  ตามลักษณะของพื้นผิวสัมผัสนั่นเอง  แต่ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า  ถ้าวัดกันที่คุณลักษณะ
เรื่องความฝืด ที่จะมาช่วยส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกบอล  ให้สามารถปั่นโค้งได้อย่างมี
ประสิทธิภาพเต็มๆ นั้น  ทาง Copa 19.1 ยังเป็นรองให้กับ Tiempo Legend VII อยู่บ้าง 
แต่ยิ่งในสภาวะที่ผิวสัมผัสเปียกชื้นจากน้ำ หรือฝนฟ้าอากาศ  จะยิ่งเห็นความแตกต่างเลยว่า
อาดิดาส Copa 19.1 จะสูญเสียความสามารถในการควบคุมระหว่างผิวสัมผัสไปเยอะพอสมควร

  สรุปโดยรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการยิงประตูของรองเท้ารุ่นนี้ได้ว่า  เป็นรองเท้าที่หวังผล
จากการยิงประตูได้อย่างน่าพอใจ  แต่ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ  รองเท้ารุ่นนี้ไม่ใช่รองเท้าที่เกิด
มาเพื่อความมันส์หรือพละกำลังในการตะบันตาข่ายคู่แข่งเป็นหลัก  แต่ถ้าถึงจังหวะที่ต้องยิง
ก็สามารถที่จะทำให้ลูกยิงที่พุ่งออกไปนั้นหวังผลได้  โดยเฉพาะจังหวะการยิงด้วยหน้าเท้า
แบบเล่นทาง  ตามสไตล์นักเตะเชิงสูง  ผมขอลงคะแนนไว้ให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน : 8 / 10


  การปกป้องเท้า

  ประสิทธิภาพในการช่วยปกป้องเท้า และความรุนแรงจากการปะทะกับคู่แข่ง ของอาดิดาส
Copa 19.1 โดยรวมแล้วก็จัดอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัพเปอร์หลังเท้า
ที่ไม่ได้มีความหนานุ่มมากจนที่จะมาช่วยบรรเทาความรุนแรงจากการถูกคู่แข่งเข้าปะทะได้
มากนัก

  ส่วนเกราะป้องกันเท้าและเอ็นร้อยหวาย  ก็มีความแข็งแรงและซัพพอร์ตกับข้อเท้าได้ดี  
เพียงแต่การปกป้องจะยังไม่ครอบคลุมในส่วนของแนวเอ็นร้อยหวายได้มากนัก  ทั้งนี้ยังมี
การซัพพอร์ตและจับล็อคกระชับของหุ้มส้นด้านในที่ทำได้ดี  วัสดุบุนุ่มด้านในช่วยให้สัมผัส
ที่นุ่มกระชับ  พอจะช่วยลดโอกาสข้อเท้าพลิกในจังหวะของการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้ดี
พอสมควร

  คะแนน : 7 / 10

  บทสรุปการทดสอบ



  มาในส่วนสุดท้ายของบทความรีวิวทดสอบการใช้งาน อาดิดาส Copa 19.1 ผมจะมาสรุป
ประสิทธิภาพและตัวตนทั้งหมดของรองเท้ารุ่นนี้อีกครั้ง  เพื่อรวบยอดให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพ
ว่ารองเท้ารุ่นนี้ มีจุดเด่น จุดด้อย ตรงไหนบ้าง  โดยจะประเมินคะแนนในด้านคุณสมบัติที่
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์นี้ควรจะมี  และเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีคุณสมบัติดในแบบที่ท่าน
กำลังต้องการตัวอยู่หรือไม่

  ก่อนที่ส่วนสุดท้าย..จะวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพลักษณ์ ความคุ้มค่าและความน่าใช้  ตามความ
คิดเห็นส่วนตัวของผมเอง  ถือเป็นคะแนนในส่วนสุดท้ายให้กับ อาดิดาส Copa 19.1 คู่นี้

  อาดิดาส Copa 19.1



  Copa 19.1 ไม่ใช่รองเท้าประเภทคลาสสิคคอนโทรลที่จะเหมาะกับผู้เล่นเชิงสูง หรือต้องเก๋าๆ
เท่านั้น  และรองเท้ารุ่นนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับผู้เล่นกองกลางเชิงสูงที่ชื่นชอบการสัมผัสบอลนุ่มๆ ด้วย
แต่รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสรุ่นนี้  มีบุคลิกและประสิทธิภาพที่เหมาะสมต่อผู้เล่นทุกคน
พร้อมตอบสนองต่อสไตล์การเล่นที่ครอบคลุมในทุกรูปแบบ  ซึ่งนี่คือที่มาของชื่อหัวข้อที่ว่า
"รองเท้าคลาสสิค ที่ตอบโจทย์สไตล์การเล่นทุกรูปแบบ"

  สิ่งแรกที่ผมชื่นชอบในตัว Copa 19.1 ก็คือเรื่องของการเคลื่อนที่ และการลงน้ำหนัก  ซึ่งได้
อิทธิพลมาจากลักษณะปุ่ม FG ที่มีลักษณะกลม แต่ไม่สุด  ซึ่งทำให้การลงน้ำหนักบนพื้นสนาม
นั้นทำได้อย่างสมดุล  จังหวะการหมุนตัวหรือการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ ทำได้อย่างราบลื่น
ในขณะที่บริเวณปุ่มที่ไม่ได้เป็นเส้นโค้งนั้น  จะทำหน้าที่สร้างแรงยึดเกาะให้ดีขึ้น  ชุดฐานพื้น
ก็มีความแข็งแรงมากพอที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการสปรินซ์ด้วยปลายเท้า  และช่วยซัพพอร์ต
เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงในจังหวะการลงน้ำหนัก

  แผ่นรองพื้นที่ดีไซน์ได้อย่างชาญฉลาดและใช้งานได้จริง  โดยแผ่นรองเท้าพื้นครึ่งหน้าจะไม่หนา
มากนัก เรียกได้ว่าเป็นความหนาตามปกตินั่นแหละ  ทำให้เวลาที่ต้องการเคลื่อนที่ด้วยปลายเท้า
ยังรู้สึกถึงสัมผัสระหว่างฝ่าเท้ากับพื้นสนามที่เต็มสัมผัส  แต่ช่วงส้นเท้าที่หนาขึ้น  จะช่วยตอบโจทย์
ในจังหวะที่ต้องการความนุ่มนวลในการลงน้ำหนัก  ก็สามารถลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้เต็มๆ ไปเลย
องค์ประกอบข้างต้น ทำให้ Copa 19.1 สามารถใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียมได้อย่างไร้กังวล



  แต่สิ่งที่ต้องยอมรับ ก็คืออาดิดาส Copa 19.1 ไม่ใช่รองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้ ที่จะให้
ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลแบบหนานุ่ม ตามแบบฉบับที่หลายคนหวังไว้  โดยฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ทั้งจังหวะการจับบอลแรก การแตะเพื่อเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า หรือแม้แต่การยิงประตู  จะเป็น
ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่ม แต่นุ่มแบบไม่สุด นุ่มแบบมีความบางมาแทรก  ข้อแตกต่างที่เกิดขึ้น
การสัมผัสและส่งแรงไปยังลูกบอลที่ว่องไว้ขึ้น  สามารถเล่นในจังหวะต่อเนื่องได้รวดเร็ว
หรือแม้แต่การยิงลูกบอลที่พุ่งออกไปจากเท้าได้ทันที  นี่คือฟีลลิ่งที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสบอล
ด้วยรองเท้ารุ่นนี้

  พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณรอบตัวรองเท้า ทั้งบริเวณหลังเท้า หรือพื้นที่ข้างเท้าด้านในของ Copa
19.1
ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่รองเท้ารุ่นนี้ทำได้ดี  การใช้ลักษณะชิ้นส่วนหลังเท้า  ที่เอาส่วน
ของปีกข้างเท้าด้านนอก  ทบกลับมาทับกับปีกของข้างเท้าด้านใน  ทำให้พื้นที่สัมผัสบอล
บริเวณหลังเท้ามีลักษณะเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด  สามารถเปิดรับการสัมผัสบอลได้เต็มใบ
เช่นเดียวกับข้างเท้าด้านใน  ที่สามารถปะทะกับลูกบอลได้หนักแน่นเต็มสัมผัส  ทำให้
รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีบุคลิกการแปบอลที่มีประสิทธิภาพมาก    

  ในเรื่องของน้ำหนักการส่งแรงไปยังลูกบอลของหน้าสัมผัสหนังจิงโจ้ Copa 19.1 นั้นจะพึ่ง
อยู่กับน้ำหนักของตัวรองเท้าเป็นหลัก  หน้าปะทะไม่ได้มีคุณสมบัติในการส่งแรง Damping
มากเป็นพิเศษ  แต่จะว่ากันจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องปกติของรองเท้าที่ผลิตจากหนังจิงโจ้แบบนี้ 

  ส่วนประสิทธิภาพในการควบคุมทิศทางของลูกบอลที่ออกไปจากหน้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้
จะเน้นไปที่ลักษณะการออกบอลแบบตรงๆ ตั้งฉากกันหน้าสัมผัส  จึงจะควบคุมทิศทางได้ง่าย
เนื่องจากพื้นที่สัมผัสบอลรอบตัวของ Copa 19.1 นั้นเปิดกว้างและเข้าปะทะกับลูกบอลได้
อย่างเต็มใบ  แต่ปฏิกิริยาความฝืดระหว่าผิวหน้าสัมผัสกับลูกบอล  นั้นไม่ใช่จุดเด่นของรองเท้า
รุ่นนี้  การปั่นไซร้โค้งแบบเห็นๆ จึงเป็นเรื่องที่เห็นได้ยากสักหน่อย



  อีกประสิทธิภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ...ก็คือการพาบอลเลี้ยงไปกับเท้าที่มีความลงตัว ในแง่
ของน้ำหนักการแตะบอลที่นุ่มกำลังดี  และมีฟีลลิ่งที่รวดเร็วว่องไว  จนผมนึกถึงอาดิดาส
X 18.1 ในแบบที่หน้าสัมผัสหนาขึ้นมาจนทำให้การแตะบอลมีน้ำหนักที่กำลังดี  กลายมา
เป็นหนึ่งในรองเท้าฟุตบอลที่เลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้สนุกมากที่สุดในกลุ่มของรองเท้า
ประเภทคลาสสิคคอนโทรลที่ผลิตอัพเปอร์จากหนังจิงโจ้เลยก็ว่าได้

  จุดอ่อนของอาดิดาส Copa 19.1 ก็มีให้ต้องพูดถึงเช่นกัน  เรื่องแรกเลยก็คือแนวขอบหุ้มข้อ
มีลักษณะแข็ง และ(เกือบ)คม  เวลาสวมใส่ใช้งานจะรู้สึกว่าขอบหุ้มข้อจะมาค้ำและชนเข้ากับ
รอบๆ ข้อเท้า  จนมีความระคายเคืองให้ได้รู้สึก  แน่นอนว่ามันส่งผลกระทบความมั่นใจใน
การใช้งานอยู่บ้าง  รวมถึงความสบายในการสวมใส่  ที่ดันมาโดนตัดคะแนนเพราะเรื่องนี้ด้วย
เช่นกัน  รวมถึงการดึงกระชับแนวเส้นเชือก  ที่รู้สึกว่ามีผลต่อความกระชับบริเวณหลังเท้าน้อยลง
เมื่อเปรียบเทียบกับรองเท้าฟุตบอลที่มีลิ้นรองเท้าและขอบแนวร้อยเชือกแบบปกติ

  หากมองถึงประสิทธิภาพโดยภาพรวม ของการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรล
ของอาดิดาส Copa 19.1 แล้ว  ผมมองว่ารองเท้ารุ่นนี้ยังได้ฉีกกฏความเป็นรองเท้าคลาสสิค
ออกไปพอสมควร  อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของความนุ่มของหนังจิงโจ้ได้เต็มที่นัก
ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่ต้องตัดคะแนนในฐานะรองเท้าคลาสสิคคอนโทรลออกไป  แต่องค์ประกอบ
และประสิทธิภาพที่มีความครอบคลุมในทุกๆ บททดสอบ  จึงทำให้รองเท้ารุ่นนี้พร้อมรับมือ
การทุกรูปแบบการเล่นได้เลย

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประเภท คลาสสิคคอนโทรล : 8 / 10

  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Tiempo Legend VII



  มาสรุปจุดเด่นของฝั่ง Tiempo Legend VII กันบ้าง  จุดเด่นที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้  
ครองตลาดในกลุ่มของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลมาอย่างช้านาน  ก็คือ
คุณสมบัติของวัสดุหนังจิงโจ้ที่มีความหนา  ให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มนวลตามแบบที่
รองเท้าประเภทนี้ต้องเป็น  รวมถึงประสิทธิภาพของปฏิกิริยาระหว่างหน้าสัมผัส  ที่ผิว
หน้าสัมผัสสามารถให้แรงดึงดูดกับผิวของลูกบอลได้ดีกว่า  แม้กระทั่งเวลาที่เปียกน้ำ
จากฝนฟ้าอากาศ  ด้วยเทคโนโลยี ACC จึงทำให้ Tiempo Legend VII ทำผลงาน
ในการควบคุมลูกบอลได้ดีกว่า Copa 19.1 และด้วยความหนานุ่มของวัสดุหนังจิงโจ้
ที่ดีกว่า  ยังเป็นผลทำให้ Tiempo Legend VII มีความสามารถในการช่วยปกป้อง
สุขภาพเท้าได้ดีกว่า  จะเห็นได้ชัดจากจังหวะการยิงลูกบอลแบบเต็มแรงอย่างต่อเนื่อง

  ส่วนจุดอ่อนเมื่อเปรียบเทียบกับ Copa 19.1 ก็คือพื้นที่สัมผัสบริเวณหลังเท้าที่น้อยกว่า 
เนื่องจาก Tiempo Legend VII ยังใช้ลักษณะช่วงหลังเท้าแบบลิ้นรองเท้าตามปกติ 
ในขณะที่พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณข้างเท้าด้านใน  แม้จะมีลักษณะหนังจิงโจ้ที่หนานุ่ม  แต่
พื้นที่การแปบอลก็ถูกจำกัดด้วยชิ้นส่วนครึ่งหลังที่ทำจากวัสดุหน้าผ้าฟลายนิต  ทำให้การ
ใช้สอยพื้นที่ข้างเท้าด้านในของรองเท้ารุ่นนี้น้อยกว่า Copa 19.1



  อย่างไรก็ตาม  ไนกี้ Tiempo Legend VII จะไปเน้นเรื่องของความกระชับรูปเท้า
มากกว่าความสบายในการสวมใส่  ด้วยลักษณะของลิ้นรองเท้าจากวัสดุผ้าถัก  ส่งผลให้
การดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นหนาและส่งผลต่อความกระชับบริเวณหลังเท้าได้ดี
กว่า Copa 19.1 

  ชุดปุ่มแบบ FG ลักษณะที่คล้ายๆ กันของทั้งคู่  จึงทำให้รองเท้าทั้งสอง  มีประสิทธิภาพ
การยึดเกาะและการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วในแบบที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก  ปุ่มลักษณะ
กลมช่วยทำให้ผู้เล่นหมุนตัว ลงน้ำหนัก หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างราบลื่น
เหมือนกัน  แต่ถ้าวัดความเร็วในทางตรง  ด้วยจังหวะการสปรินซ์ปลายเท้า  ดูเหมือนว่า
Tiempo Legend VII จะได้เปรียบจากลักษณะของปุ่มตรงกลางฝ่าเท้าที่เป็นใบมีด 
ช่วยในการส่งแรงและจิกพื้นในทางตรงได้ดี  และตัวรองเท้าก็มีน้ำหนักที่เบากว่าเล็กน้อย

  ส่วนประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม  โดยรวมแล้วไม่ต่างกันมาก 
โดยแผ่นรองพื้นของ Tiempo Legend VII นั้นมีความหนานุ่มในระดับปานกลาง 
สามารถช่องผ่อนแรงกระแทกในจังหวะการลงน้ำหนักได้ทั่วถึงสม่ำเสมอทั้งฝ่าเท้า  ในขณะ
ที่ Copa 19.1 จะมีฝ่าเท้าด้านหน้าที่บางกว่า  แต่ตรงส้นเท้าจะหนากว่า  จึงให้ฟีลลิ่ง
การลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้มากเป็นพิเศษ  โดยทั้งคู่สามารถใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียม
ได้อย่างไร้กังวลเหมือนกัน


  ความคุ้มค่าและความน่าใช้
     

  จุดอ่อนของรองเท้าฟุตบอลตระกูล Copa ยุคใหม่  นับตั้งแต่ Copa 17 ต่อเนื่องมาจนถึง
Copa 18  ซึ่งได้แนวคิดการนำต้นตำรับความคลาสสิคตัวพ่ออย่าง Copa Mundial มาเป็น
ต้นแบบ  แต่เอามาใส่กลิ่นไอของความเป็นสมัยใหม่เข้าไป  เพื่อออกมาแย่งพื้นที่ในตลาดของ
รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้จากเจ้าตลาด อย่างไนกี้ Tiempo Legend นั่นก็คือการที่อาดิดาส
แทบจะไม่โปรโมท Copa 17 และ Copa 18 ออกสู่หน้าสื่อฯ เลย  ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือไม่มี
การผลักดันนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์เข้ามารับบทเป็นพรีเซ็นเตอร์หลักอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที

  แต่ตอนนี้...กับ Copa 19 ทุกอย่างเปลี่ยนไปเป็นหนังคนละม้วน  จากที่เห็นกันตามหน้าสื่อฯ
ก็บอกได้ชัดเจนแล้วว่าช่วงนี้เป็นคิวการโปรโมท Copa 19 อย่างแท้จริง  แม้กระทั่ง
Predator 19 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดและถือเป็นรองเท้าซีรี่ย์หลักของอาดิดาสที่ออกมา
พร้อมๆ กัน  ยังจำเป็นต้องหลีกทางให้กับรองเท้าประเภทคลาสสิคคอนโทรลในเจเนอเรชั่นใหม่
ซีรี่ย์นี้  พร้อมทั้งประกาศเปิดตัวเซ็นสัญญาร่วมกับ “เปาโล ดิบาล่า” เข้ามารับบทบาทเป็น
พรีเซนเตอร์หลักอย่างเป็นทางการ  พร้อมทั้งดึงนักฟุตบอลระดับโลกหลายคน  เข้ามาร่วมงาน
กับ Copa 19 เพื่อเป็นทางการ

  

  ประเด็นแรก..ถ้ามองในแง่ของภาพลักษณ์ข้างต้น  ผมเองในฐานะคนที่จับตาดูความเคลื่อนไหว
ของการโปรโมทรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้ของอาดิดาสมาโดยตลอด กล้าพูดได้เต็มปากว่าครั้งนี้
สามารถสร้างภาพลักษณ์ความน่าใช้ของรองเท้าซีรี่ย์นี้ได้อย่างก้าวกระโดด  แต่ก็ยังแอบหวัง
ให้อาดิดาสหาพรีเซนเตอร์นักเตะซุปเปอร์สตาร์ ที่มีสไตล์การเล่นแบบโครตคลาสสิคกับทักษะบอล
ระดับสูง ในแบบผู้เล่นหมายเลข 10   มาเสริมภาพลักษณ์เพื่อดึงกลุ่มแฟนบอลยุคต้นปี 2000
อีกสักหน่อย  รับรองว่าจะกวาดความน่าสนใจได้อีกเยอะเลย

  ส่วนเรื่องของความคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับราคาค่าตัวและสิ่งที่อาดิดาสใส่เมาใน Copa 19.1
โดยภาพรวมถือว่าเป็นอีกคะแนนบวกที่มีต่อรองเท้ารุ่นนี้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุและเทคโนโลยี
ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริง  ไม่ใช่ใส่มาไว้แค่โปรโมทเท่านั้น  ส่วนราคาค่าตัวเพียง
7,300 บาท  ซึ่งถูกกว่าคู่แข่ง  แม้ว่าจะไม่มีถุงใส่รองเท้าแถมมาให้ก็ตาม  แต่นั่นก็เป็นอีกหนึ่ง
ทางเลือกในการประหยัด  เพราะหลายคนก็ต้องการเพียงแค่รองเท้าเอาไว้สวมใส่ใช้งานก็เพียงพอ
แล้ว

  โดยส่วนตัวแล้ว... ณ ตอนนี้ ผมมองว่าอาดิดาส Copa 19.1 มีระดับความคุ้มค่าและความ
น่าใช้งาน  ทั้งในเรื่องของภาพลักษณ์การโปรโมท  หรือปัจจัยที่เกี่ยวของกับราคาค่าตัวเปรียบ-
เทียบกับสิ่งที่ได้รับ  อยู่ในระดับ 9 เต็ม 10 คะแน ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

  คะแนน : 9 / 10



  ทั้งหมดนั้นคือตัวตนที่แท้จริงของ อาดิดาส Copa 19.1 รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส
ที่พร้อมจะมาแย่งพื้นที่บนผืนสนามหญ้า จากรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ในปี 2019  ซึ่งก็ขึ้น
อยู่กับว่าประสิทธิภาพของตัวรองเท้า บุคลิกและสไตล์ที่จะตอบโจทย์การใช้งานจริงนั้น  ตรงใจ
กับคุณผู้อ่านมากน้อยเพียงใด 

  อย่างที่ SiamBoots เน้นย้ำมาโดยตลอด  ว่าทุกเนื้อหาข้อมูลของการรีวิวรองเท้าฟุตบอล 
ก็เพื่อให้คุณผู้อ่านใช้ประกอบการติดสินใจเลือกซื้อเลือกหารองเท้าฟุตบอลที่ตอบโจทย์ใช้งาน
ของท่านจริงๆ  เพื่อจะได้เป็นอาวุธคู่ใจ ใช้กันไปนานๆ  และท่านจะได้เค้นศักยภาพในการเล่น
ฟุตบอลออกมาได้มากที่สุด  เพื่อสนุกและมีความสุขไปกับเกมส์กีฬาชนิดนี้

  สำหรับท่านได้...ที่เลือกแล้วว่าจะมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม Copa 19.1 ที่จะช่วยกันพา
รองเท้าระดับท็อปคลาสของซีรี่ย์คลาสสิคคอนโทรล  ให้กลับมาแย่งพื้นที่ในสนามบอล  และ
ประกาศถึงสไตล์การเล่นเชิงสูง  วันนี้ท่านสามารถไปลองสัมผัสและเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้
ด้วยตัวท่านเอง  โดยทางอาดิดาสตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 7,300 บาท เท่านั้น  สามารถ
ไปเลือกซื้อเลือกหากันได้ที่ ร้าน อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์
ทุกสาขา และอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th/th/men-
football-shoes
ก็สะดวกรวดเร็วเป็นอย่างมาก

  ...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ        
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ประสิทธิภาพการยิงประตู            
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 14 มกราคม 2019 เวลา 23.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com





"Hand On!" อาดิดาส Copa 19.1


"Hand On!" คัปป้า Symbolight Pure Pro


"Hand On!" อาดิดาส Predator 19.3 LL