"Testing!"อาดิดาส Predator 18.1 - สมชื่อราชานักล่า ที่มีความดุดันน่าเกรงขาม
แต่ยังคงเน้นฟีลลิ่งการสวมใส่แบบรองเท้าสมัยใหม่


  ในบทความนี้..ผมจะพาทุกท่านไปร่วมทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนาม ของหนึ่งใน
รองเท้าฟุตบอลที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดรุ่นหนึ่ง  ด้วยชื่อชั้นระดับตำนานที่ถูกนำกลับมา
ใช้ใหม่บนตัวรองเท้าฟุตบอลที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน  จึงไม่แปลกเลยที่จะถูกจับตามอง
จากบรรดานักฟุตบอลทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  รองเท้าที่พูดถึงคือ อาดิดาส “Predator 18.1”

  แน่นอนว่าชื่อของ Predator คือตำนานของวงการฟุตบอลที่นักฟุตบอลทุกรุ่น  ไม่ว่าจะรุ่นเก๋า
หรือรุ่นใหม่  ต้องรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี  แต่แล้ว..ชื่อนี้  ก็ห่างหายออกไปตั้งแต่ปี 2015  เพื่อหลีกทาง
ให้รองเท้าซีรี่ย์ Ace ออกมาทำตลาดในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรลยุคใหม่
ถึง 3 เจเนอเรชั่น



  แต่ด้วยกระแสความเรียกร้อง รวมถึงผลงานในชื่อ Ace ที่มีเจเนอเรชั่น Ace 15, Ace 16 และ
Ace 17 ดูจะไม่ถูกใจแฟนๆ สักเท่าไหร่นัก  อาดิดาสจึงได้ตัดสินใจนำเอาชื่อ Predator กลับมาใช้
ในซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลของตัวเองอีกครั้ง  มาพร้อมกับเทคโนโลยี แนวคิด และการออกแบบที่ผสมผสาน
ความเป็นปัจจุบัน  ควบรวมเข้ากับดีไซน์การออกแบบที่เพิ่มเติมความดุดัน (จาก Ace 17) พร้อมตั้งชื่อ
ซีรี่ย์หลักว่า Predator 18  โดยมีรองเท้ารุ่นท็อปในชื่อรุ่นว่า Predator 18.1 และรุ่นสูงสุด
แบบไร้เชือกในชื่อรุ่น Predator 18+ ออกมาเป็นคู่หลักในการกู้ศรัทธาแฟนๆ พร้อมเน้นคำโฆษณา
เอาไว้ว่า "It's Back"



  ในวันนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริง ของ Predator 18.1
ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรองเท้ารุ่นสำคัญ  เพราะเป็นรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของซีรี่ย์นี้ 
ถึงแม้ว่า Predator 18.1 จะไม่ใช่รองเท้าระดับสูงสุด  แต่ถ้าเปรียบย้อนกลับไปในสมัยที่ Predator
ยุคเก่าๆ ยังทำตลาดอยู่นั้น  ก็นับว่าเหมาะสมแล้วที่จะเลือก Predator 18.1 มาเป็นบรรทัดฐาน 
เพราะเป็นรองเท้าในระดับเดียวกัน  รวมถึง Predator 18.1 นั้นเป็นรองเท้าระดับท็อปที่มีการ
วางจำหน่ายหลายๆ ที่  ทำให้แฟนๆ สามารถเลือกซื้อเลือกหามาเป็นเจ้าของได้ไม่ยากนัก

  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา  หากพร้อมกันแล้ว...เราไปลงสนามลุย ทดสอบหาประสิทธิภาพการใช้งาน
ของรองเท้ารุ่นนี้ไปพร้อมๆ กัน  ได้เลย... !!!

  ข้อมูลรองเท้า อาดิดาส Predator 18.1



  ข้อมูลเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็น วัสดุ การออกแบบ เทคโนโลยี รวมถึงจุดเด่นเชิงเทคนิคของรองเท้าฟุตบอล
อาสอาดิดาส Predator 18.1 นั้น  ผมเคยรวบรวมนำเสนอเอาไว้ตั้งแต่ที่ได้รับรองเท้าคู่นี้มา
ในบทความ "Hand On!" ไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ถูกเปิดตัววางจำหน่ายอย่าง
เป็นทางการ   



  หากคุณผู้อ่านท่านใด  ยังไม่ได้อ่านบทความดังกล่าว หรือยังไม่รู้รายละเอียดของรองเท้ารุ่นนี้
ก่อนที่จะไปสวมใส่ลงสนามทดสอบถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนาม ผมขอแนะนำให้ท่าน
ได้อ่านข้อมูลของ Predator 18.1 ก่อนจะดีกว่า  เพื่อจะได้มีข้อมูลและรู้จักส่วนต่างๆ ของ
รองเท้ารุ่นนี้  แล้วมาหาคำตอบไปด้วยกันว่า..เทคโนโลยีต่างๆ ที่ทีมออกแบบของอาดิดาสนั้นให้มานั้น
จะมาสามารถใช้งานได้ดีมากน้อยเพียงใด  และเพื่อเป็นการเติมเต็มอรรถรสของข้อมูลให้สมบูรณ์
ก่อนที่จะไปทดสอบกัน

  ลิงค์บทความ Hand On! อาดิดาส Predator 18.1 >>> www.siamboots.com/handon-Adidas-Predator-18-1

  การเลือกไซส์



  ในส่วนนี้ผมจะมาแนะนำการเลือกไซส์ที่เหมาะสมของอาดิดาส Predator 18.1 กันก่อน 
เพื่อให้ใช้เป็นแนวทางในการเลือกไซส์เฉพาะการเลือกซื้อรองเท้ารุ่นนี้เท่านั้น  อย่าเอาข้อมูลไปเพื่อ
การเลือกไซส์รุ่น Predator 18+ ที่ไม่มีเชือกเป็นอันขาดนะครับ  เพราะจากประสบการณ์พบว่า
รองเท้าทั้ง 2 รุ่น ถึงแม้จะเป็นรองเท้าระดับสูงสุดเหมือนกัน  แต่ขนาดไซส์จริงๆ นั้นไม่สามารถใช้
เหมือนกันได้ 

  ดังนั้นคุณผู้อ่านท่านใดที่เคยมีประสบการณ์ใช้งานรองเท้าเจเนอเรชั่นเก่า อย่าง Ace 16 หรือ
Ace 17
มาก่อน  ก็ไม่ได้แปลว่า Predator 18 จะสามารถเลือกไซส์เดิมได้  โดยเฉพาะใคร
ที่จะลองเปลี่ยนระดับรองเท้าระหว่างรุ่นไร้เชือก หรือรุ่นท็อปปกติ  ก็จำเป็นต้องลองกันให้ดี 

  อาดิดาส Predator 18.1 ที่สวมใส่อยู่ที่เท้าของผมในตอนนี้  เป็นรองเท้าไซส์ 28.0 cm หรือ
9.5 UK ตามไซส์มาตรฐานของอาดิดาส  สาเหตุทีขอเลือกไซส์รองเท้าเพิ่มขึ้นจากปกติ  เนื่องจากมี
ประสบการณ์กับ Ace 17+ Pure Control ที่เคยเลือกไซส์ 27.5 cm แล้วใส่ลงเล่นไม่ได้เลย 
ครั้งนี้เลยเผื่อเอาไว้ก่อน  โดยสวมใส่กับถุงเท้าฟุตบอลแบบมาตรฐาน  ไม่ใช่แบบพื้นหนา  จากนั้นจึง
ดึงกระชับแนวร้อยเชือกแล้วผูกเชือกรองเท้าแบบทบหูกระต่ายตามปกติ



  ปรากฎว่า..ขนาดตามความยาว  รองเท้ารุ่นนี้มีระยะบริเวณหัวรองเท้า เหลือประมาณ 0.6-0.7
เซนติเมตร  เพียงพอที่จะให้วางนิ้วหัวแม่มือทาบลงไปได้เต็มๆ ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบนเลยทีเดียว 
เห็นแค่นี้แล้วพอจะประเมินได้แล้วว่า “เลือกไซส์ผิด”  เพราะหัวเหลือเยอะจนรู้สึกโล่งเกินไป  มีฟีลลิ่ง
ที่เหมือนว่าเท้าน่าจะสามารถขยับไป-มาในแนวลึกได้  ซึ่งไม่น่าจะเป็นตัวเลือกทีดีนัก



  ในขณะที่ขนาดทางด้านกว้าง  โดยเฉพาะบริเวณข้างโคนนิ้วหัวแม่เท้านั้น  ก็มีช่องว่างมากเกินไป 
จนมีระยะเหลือพอที่วัสดุอัพเปอร์บริเวณนี้  สามารถพับลงได้เนื่องจากมีช่องว่าง  ส่วนฟีลลิ่งบริเวณ
หลังเท้าและแนวร้อยเชือกนั้น..รู้สึกได้ว่ากำลังดี  ไม่แน่นและไม่หลวมจนเกินไป  แต่เชื่อว่ายังพอที่
จะลดไซส์รองเท้าลงได้เพื่อกลับไปใส่แบบตรงไซส์

  มาดูกันที่บริเวณส้นเท้าและหุ้มข้อกันก่อนที่จะสรุปแนวทางการเลือกไซส์ อาดิดาส Predator 18.1
คู่นี้  พบว่าบริเวณหุ้มข้อนั้นมีความกระชับในระดับที่ไม่ได้แน่นและไม่ได้หลวมจนเกินไป  พอที่จะ
ให้สวมใส่ลงสนามใช้งานได้  แต่ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งที่แน่นกระชับให้เป็นไปตามแนวคิดการออกแบบ
ส่วนหุ้มข้อสูงเช่นนี้  ก็เชื่อว่าถ้าเลือกไซส์ที่เล็กกว่าตอนนี้  ก็จะดีกว่า..เช่นกัน

  สรุปการเลือกไซส์รองเท้าฟุตบอล อาดิดาส Predator 18.1 แบบไม่ต้องลังเล  ให้ “เลือกตรงไซส์”
ได้เลยครับ  ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีลักษณะหน้าเท้าเรียวยาว หรือหน้าเท้าบาน ก็ตาม  รองเท้าระดับท็อป
คลาสรุ่นนี้ยังคงมีมาตรฐานการเลือกไซส์เดียวกับรองเท้าระดับท็อปของอาดิดาส ในระยะ 4-5 ปีหลัง
มานี้ แบบไม่มีผิดเพี้ยน  แต่ทั้งนี้..คุณไม่สามารถใช้อ้างอิงไซส์รองเท้ากับรองเท้าระดับโครตท็อป
แบบไร้เชือกได้  รวมถึง Predator 18+ ด้วย  รองเท้ารุ่นนั้น..ถ้าจะให้ดี จำเป็นต้องลองไซส์
ด้วยตัวเองดีที่สุด

  ทดสอบการใช้งาน



  หลังจากเสียเวลาพอสมควรกับการต้องลดไซส์ อาดิดาส Predator 18.1 จากไซส์ 28.0 เซนติเมตร
ลงมาเหลือ 27.5 เซนติเมตร  ก็ได้เวลาที่จะสวมใส่รองเท้าพันธุ์ดุรุ่นนี้  ลงสนามทดสอบการใช้งานจริง
ผ่านบททดสอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นฟุตบอลจริงๆ กันเสียที  เพื่อจะมารีวิวหาคำตอบว่ารองเท้า
รุ่นใหม่แต่ชื่อเก่าระดับตำนานรุ่นนี้  จะมีจุดเด่นหรือจุดด้อย  จะมีเขี้ยวเล็บความอันตรายมากน้อยเพียงใด 
ทุกคำตอบพร้อมรอทุกท่านอยู่แล้ว

  ในรายละเอียดของการเปรียบเทียบในหัวข้อการทดสอบต่างๆ ของ Predator 18.1 ผมจะขอเน้น
ไปที่การเปรียบเทียบกับ Ace 17+ Pure Control รองเท้ารุ่นที่สูงกว่าในเจเนอเรชั่นที่แล้ว 
(เนื่องจากผมไม่มีโอกาสได้ลอง Ace 17.1) รวมถึงรองเท้าคู่ปรับต่างค่าย ก็คงหนีไม่พ้น ไนกี้
Hypervenom Phantom III DF และ ไนกี้ Magista Obra II ซึ่งอาจจะหยิบบางประเด็น
มาปะทะกันบ้าง  เพื่อให้ทุกท่านได้รับข้อมูลในการเปรียบเทียบให้ครบถ้วนมากที่สุด

  หากพร้อมแล้ว...ผมขอพาทุกท่านไปลงสนามทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน อาดิดาส Predator
18.1
กันได้เลย

  ความสบายในการสวมใส่



  มาเริ่มกันที่เรื่องความสบายในการสวมใส่ อาดิดาส Predator 18.1 ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลงสนาม
จนกระทั่งถึงจุดที่ตัวรองเท้าสามารถปรับตัวเข้ากับรูปเท้าอย่างลงตัว  พบว่าการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้
จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเพื่อ Break-in พอสมควร  โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับ Ace 16.1 หรือ
Ace 17.1 ที่เคยใส่ก่อนหน้านี้ 

  สิ่งที่ทำให้ Predator 18.1 สร้างปัญหาในเรื่องความสบายในการส่วมใส่ตั้งแต่แรกเลย  ก็คือ
ลักษณะวัสดุตัวรองเท้าชั้นนอก  ที่ค่อนข้างแข็ง  เพราะอาดิดาสต้องการทำให้เป็นส่วนสัมผัสที่สามารถ
สร้างแรงปะทะให้กับลูกบอลได้มากขึ้นกว่า Ace  ดังนั้น..วัสดุที่มีความแข็งจะมาขัดสรีสระของรูปเท้า
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

  การใช้งานในครั้งแรกๆ  พบว่าตัวรองเท้าสร้างแรงกดและบีบลงที่บริเวณหลังเท้าจนรู้สึกอึดอัด  ทั้งๆ
ที่ก่อนลงสนามจริงๆ ผมได้วอร์มอัพไปบ้างแล้ว  แต่พอจังหวะที่ต้องลงเล่นจริงๆ  ได้ไม่นาน  ถึงกับต้อง
ออกมาเปลี่ยนรองเท้ารุ่นอื่นลงเล่นไปก่อน  เป็นลักษณะนี้อยู่ประมาณ 3-4 ครั้งเลยทีเดียว  หลังจากนั้น
พบว่าตัวรองเท้าจะเริ่มนิ่มมากขึ้น  จนพอที่จะเข้ารูปตามลักษณะเท้าได้ดีขึ้น  พอที่จะสวมใส่ลงเล่น
ตามปกติได้แล้ว  เพียงแต่ฟีลลิ่งความอึดอึด  จากความแข็งที่กดบริเวณหลังเท้าและหัวรองเท้านั้น 
ยังมีมาให้ได้รู้สึกอยู่บ้าง..แต่ไม่มากเท่าเดิม

  ส่วนเรื่องของประสิทธิภาพการระบายอากาศ  พบว่า Predator 18.1 ทำได้ลดลงบ้าง  เนื่องจาก
ส่วนหน้าผ้าที่มีลักษณะทึบและหนาขึ้น  กั้นการไหลผ่านของอากาศลงไปจากเจเนอเรชั่นของ Ace
จะเหลือเพียงแค่ส่วนหน้าผ้าหลังเท้าที่เป็นด้ายถักเท่านั้น  ที่พอจะช่วยเป็นส่วนระบายอากาศได้บ้าง 
แต่โดยรวมถือว่าประสิทธิภาพในการระบายอากาศนั้นอู่ในระดับกลางๆ  และลดน้อยลงกว่ารองเท้า
ในซีรี่ย์ Ace พอสมควร รวมถึง ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ด้วย


  มาต่อกันที่ฟีลลิ่งความสบายบริเวณหุ้มข้อและส้นเท้า  พอว่าหุ้มข้อของ Predator 18.1 นั้นไม่ได้
สร้างความอึดอัดในส่วนนี้มากนัก เนื่องจากลักษณการออกแบบให้เอียงจนเปิดองศาให้ข้อเท้ามีอิสระ
ในการเคลื่อนที่  ส่วนหุ้มส้นก็มีการบุวัสดุบุนุ่มมาในระดับที่กำลังดี ไม่แข็ง และไม่แน่น  จนมาสร้าง
ความอึดอัด  อาการกัดส้นเท้าที่เคยเป็นห่วงในตอนแรก ก็ไม่มีให้ได้รู้สึกว่าจะเป็นปัญหาในระหว่าง
การลงสนามแม้แต่นิดเดียว

  สรุปโดยภาพรวมเกี่ยวกับเรื่องความสบายในการสวมใส่ อาดิดาส Predator 18.1 นั้นต้องยอมรับ
ว่ารองเท้าฟุตบอลราชานักล่ารุ่นใหม่คู่นี้  ไม่ใช่รองเท้าที่ให้ความสบายในการสวมใส่มากนัก  ถือเป็น
รองเท้าฟุตบอลที่(ตัวผมเอง)จำเป็นต้องใช้เวลาสวมใส่ลงสนามเพื่อ Break-in มากที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วง
1-2 ปีมานี้เลยก็ว่าได้  สำหรับคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องความสบายตอนสวมใส่ใช้งาน  อาจจะไม่
ตอบโจทย์สักเท่าไหร่นัก  ทำให้ในหัวข้อแรก..อาดิดาส Predator 18.1 ได้คะแนนไปเพียง 7 คะแนน
เท่านั้น

  คะแนน : 7 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  เมื่อได้ลองเคลื่อนที่บนพื้น  ก็ได้รับรู้ถึงฟีลลิ่งและประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทก ของ
Predator 18.1 ได้ในทันที  รู้สึกได้ถึงการกระจายน้ำหนักได้อย่างทั่วถึงทั้งฝ่าเท้า ไม่รู้สึก
ถึงน้ำหนักที่ตกลง ณ ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมากจนเกินไป

  หลังจากนั้นได้ลองเพิ่มการทดสอบ ด้วยการลองเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  ลองเน้นการลงน้ำหนัก
บริเวณปลายเท้าและส้นเท้า  เพื่อให้ได้รู้สึกถึงการลงน้ำหนักในรูปแบบต่างๆ  ก็ยังพบว่าชุดพื้น
และแผ่นรองพื้นด้านในของ Predator 18.1 นั้นสามารถกระจายน้ำหนัก และช่วยผ่อนแรง
กระแทกได้ดีพอสมควร  สามารถสวมใส่ลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียมได้แบบไม่ต้องกังวล
เรื่องแรงกระแทกมากนัก  แม้จะเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่าและน้ำหนักตัวก็ตาม



  เนื่องจากแผ่นรองพื้นของ Predator 18.1 ที่แม้จะผลิตจากโฟม EVA เพียวๆ ไม่ได้เพิ่มเติม
วัสดุช่วยรองรับแรงกระแทกชนิดพิเศษอื่นใด  แต่พบว่าแผ่นรองพื้นชุดนี้ถูกขึ้นรูปให้หนาขึ้นกว่าเดิม
เล็กน้อย  จริงๆ ตอนที่ออกแรงกดด้วยเมื่อ เพื่อเปรียบเทียบในตอนที่ทำ Hand On! ก็พอจะรู้สึก
ถึงความนุ่มที่เพิ่มขึ้น  เมื่อมาใช้งานในสนาม..ก็พบว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทก
ให้รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมได้จริงๆ

  หากลองเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกของ Predator 18.1 กับรองเท้า
รุ่นอื่นๆ ถือได้ว่า  แผ่นรองพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ ให้ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า
ของ Ace 16.1 (ทั้งนี้จะไม่ขอกล่าวถึง Ace 17+ ที่ผมมีโอกาสได้ลองใช้งาน  เพราะแผ่นรองพื้น
ของรองเท้ารุ่นนั้น ทำจากวัสดุ Boost) และเสมอกับไนกี้ Hypervenom Phantom III DF
ซึ่งรองเท้าสายจู่โจมจากไนกี้ ก็ใช้แผ่นรองพื้นที่มีเนื้อวัสดุ EVA ที่หนาคล้ายๆ กันแบบนี้  แต่จะยัง
เป็นรองประสิทธิภาพการผ่อนแรงกระแทกจากชุดพื้นของ Magista Obra II ที่มีวัสดุโพรอน
เสริมเอาไว้

  คะแนน : 8 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  มาต่อที่การรีวิวในเรื่องฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจ ของอาดิดาส Predator 18.1
กันบ้าง  โดยปกติแล้ว..รองเท้าฟุตบอลสมัยนี้ มักจะเน้นฟีลลิ่งความกระชับมาเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะ
รองเท้าประเภทโมเดิร์นคอนโทรล  ที่ต้องให้ทั้งความกระชับและความสบายไปพร้อมๆ กัน (ซึ่ง
รองเท้ารุ่นนี้ ทำคะแนนในหัวข้อแรกได้ไม่ดีนัก)  

  จากการใช้งานทั่วๆ ไป พบว่าความกระชับโดยส่วนใหญ่ของ Predator 18.1 นั้นจะอยู่ที่
แรงกดบริเวณหลังเท้าที่มีมากเป็นพิเศษ  หลังจากที่อดทนจนรองเท้า Break-in เข้ากับรูปเท้าได้แล้ว
จะรู้สึกได้ว่าความกระชับที่เกิดขึ้นนั้น  ช่วยทำให้ทุกการเคลื่อนที่  โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องการ
ความเร็ว หรือแม้แต่การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบฉับพลัน นั้นทำได้อย่างมั่นใจเป็นอย่างมาก

  ในขณะที่ผิวสัมผัสของแผ่นรองพื้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ฝ่าเท้าถูกยึดเกาะได้อย่างมั่นคง  ไม่รู้สึก
ถึงอาการลื่นไถลจนทำให้สูญเสียจังหวะเลยแม้แต่ครั้งเดียว  ส่วนบริเวณหุ้มข้อและส้นเท้าก็ได้ฟีลลิ่ง
ที่มีความกระชับได้ระดับกำลังดี ค่อนข้างแน่นกระชับ แต่กลับไม่ได้สร้างความอึดอัดจนเกินไป
โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องพลิกตัวด้วยความเร็ว  รู้สึกได้ว่าหุ้มส้นของรองเท้ารุ่นนี้ค่อนข้างที่จะ
ช่วยให้การเคลื่อนที่ในรูปแบบดังกล่าว  ทำได้อย่างมั่นใจเป็นอย่างมาก

  โดยภาพรวมแล้ว ผมให้ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจ ในระหว่างการสวมใส่อาดิดาส
Predator 18.1 อยู่ที่คะแนน 9 เต็ม 10 คะแนน  โดยมีเงื่อนไขว่า คุณจำเป็นต้องอดทนใส่
รองเท้ารุ่นนี้ให้ Break-in กับรูปเท้าเสียก่อน

  คะแนน : 9 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  เป็นอีกครั้งที่อาดิดาสนำปุ่ม FG ที่ไม่ใช่แบบปุ่มกลม  กลับมาใช้พร้อมกับชื่อ Predator  (อาดิดาส
Ace 15, Ace 16 และ Ace 17 ใช้ปุ่ม FG แบบปุ่มกลมทั้งหมด)  รวมถึงการออกแบบโครงสร้างชุดพื้น
แบบใหม่ทั้งหมด  ซึ่งแน่นอนว่ามีผลต่อประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนามของ
Predator 18.1 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

  จากการทดสอบเกี่ยวกับการเคลื่อนที่..พบว่าชุดปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้  สามารถให้ประสิทธิภาพ
การยึดเกาะพื้นที่ดีขึ้นกว่าปุ่มกลมอย่างชัดเจน  ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
แบบกระทันหัน  หรือแม้แต่จังหวะที่ต้องหยุดการเคลื่อนที่แบบทันที  ถือว่าปุ่มชุดนี้ทำหน้าที่ได้
อย่างสมบูรณ์แบบ 

  โดยเฉพาะการทดสอบในพื้นสนามหญ้าเทียมเช่นนี้  ผมยังรู้สึกว่าปุ่ม FG ของ Predator 18.1
นั้นมีความ “พอเหมาะ” กับพื้นสนามหญ้าเทียมเป็นอย่างมาก  เพราะนอกเหนือจากปุ่มที่ยึดเกาะได้ดีแล้ว 
ความยาวของปุ่มเมื่อเทียบกับพื้นที่หน้าตัด/ขนาดของปุ่ม  ทำให้ปุ่มสามารถจิกลงไปยังพื้นสนามได้
ลึกกำลังดี  ปุ่มไม่จมลึกและไม่ลอยสูงจนเกินไป  มีความสมดุลระหว่างการยึดเกาะและการตอบสนอง
ในจังหวะการถอนเท้าเพื่อสปรินซ์ทำความเร็ว  ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่รองเท้าประเภทโมเดิรน์คอนโทรล
แบบนี้ควรจะมี
 


  โครงสร้างชุดพื้นช่วงกลาง Controlframe ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด  ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้
ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของ Predator 18.1 ทำได้ดีขึ้นกว่าชุดพื้นแบบเก่า  รู้สึกได้ถึงแรงต้าน
ที่แข็งขึ้น ทำให้เกิดแรงดีดกลับในจังหวะที่เกิดการโค้งงอ  เพื่อสร้างแรงสปรินซ์ในการเคลื่อนที่
ไปด้านหน้า  นั้นดูจะทำได้รุนแรงกว่าชุดพื้น Sprintframe แบบ 3 แนว ที่ใช้กับ Ace 16 หรือ
Ace 17 เสียด้วยซ้ำ  แต่ที่ผมรู้สึกว่า Controlframe ชุดนี้  ทำได้ดีขึ้นกว่าชุดพื้นแบบอื่นๆ ของ
อาดิดาส  ก็คือลักษณะเส้นสายแนวสันของฐานช่วงกลางที่มีลักษณะแตกแขนงออกไป  มันถูกออกแบบ
มาเพื่อให้การตอบสนองจากสปรินซ์ในแนวทะแยง  พิสัยประมาณ 30 องศา ก็สามารถทำได้อย่างดุดัน
เช่นกัน  เมื่อรวมกับลักษณะฐานพื้นที่มีความกว้าง  ยิ่งทำให้การสปรินซ์ออกตัวด้วยความเร็วของ
รองเท้ารุ่นนี้  มีความมั่นคงสมดุลมาช่วยเสริมยิ่งขึ้น

  ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนามของ Predator 18.1 ที่ใช้ปุ่มแบบ FG เช่นนี้ 
กลายเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ถูกอัพเกรดเข้ามาอย่างชัดเจน  โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบการยึดเกาะที่มั่นคง
แต่ไม่ได้จิกลึก หรือตื้นจนลอย  รวมถึงฟีลลิ่งการสปรินซ์จากชุดพื้นแข็งๆ ที่ช่วยตอบสนองการออกตัว
ได้ดีขึ้นกว่าเดิม  บอกเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

  คะแนน : 9 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  ผมจะพาทุกท่านไปลุยทดสอบแรกที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกับลูกบอล “ฟีลลิ่งการสัมผัส ควบคุม
และส่งบอล”
  ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับรองเท้าตระกูลนี้มาเมื่อในอดีต 
แต่อย่างที่รู้กันแล้ว..ว่า Predator 18.1 นั้นถูกพัฒนาและมีรายละเอียดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
เป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะเรื่องของวัสดุอัพเปอร์หน้าสัมผัส  จึงน่าสนใจไม่น้อยว่าราชานักล่าโฉมใหม่
ที่มาพร้อมกับ Control Skin รุ่นนี้  จะทำผลงานในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างไร..เราไปทดสอบกันต่อได้เลย

  เรื่องแรกที่จะพูดถึงคือเรื่องฟีลลิ่งการสัมผัสและควบคุมลูกบอล  จากการทดสอบเบื้องต้นด้วยการ
เดาะบอล และจับบอลแรกในหลายๆ ลักษณะ  พบว่าฟีลลิ่งหน้าสัมผัสที่เกิดจากวัสดุหลักของตัวรองเท้า
Predator 18.1 เปรียบเทียบกับทั้ง Ace 17+ Pure Control รวมถึง ไนกี้ Magista Obra II
พบว่าฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของ Predator 18.1 นั้นจะแข็งกว่า  รวมถึงฟีลลิ่งระหว่างหน้าเท้า
กับลูกบอลที่หนากว่าจนรู้สึกได้  อาจจะไม่ถูกใจคนที่ชื่นชอบฟีลลิ่งการสัมผัสบอลแบบบางๆ เป็น
ธรรมชาติเท่าไหร่นัก 

  ในทางตรงกันข้าม..หน้าสัมผัสของ Predator 18.1 นั้นจะช่วยให้รู้สึกถึงแรงกระทำระหว่าง
หน้าเท้ากับลูกบอลที่หนักแน่นมากกว่าจนรู้สึกได้  น่าแปลกใจไม่น้อยที่เนื้อวัสดุหน้าผ้าซึ่งอาจจะให้
ฟีลลิ่งแข็งๆ  แต่เมื่อลูกบอลเข้าปะทะ  มันจะทำหน้าที่ช่วยผ่อนแรงของลูกบอล  ให้สามารถหยุดอยู่
ในการควบคุมได้อย่างเชื่องเท้าเป็นอย่างมาก  ถ้าจะให้อธิบายให้ลึกลงไปก็คือเกิดจากความสามารถ
ของวัสดุหน้าผ้าที่สามารถยุบตัวลงตามแรงปะทะเพื่อให้เกิดการผ่อนแรงได้ดีขึ้นนั่นเอง 



  มาต่อกันที่ประสิทธิภาพในการควบคุมระหว่างผิวสัมผัส หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า ความฝืดระหว่าง
หน้าผ้ากับผิวของลูกบอล  พบว่าประสิทธิภาพในการดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอลในทิศทางของ
แรงเฉือนนั้น  ไม่ใช่จุดเด่นของอาดิดาส Predator 18.1 มากนัก  ยังรู้สึกว่าเกิดจังหวะการลื่น
ระหว่างหน้าสัมผัสพอสมควร  โดยเฉพาะจังหวะที่ลูกบอลพุ่งลอยมาในแนวขวาง  แล้วเข้าสัมผัส
บริเวณหัวรองเท้า  การควบคุมหรือการจะหยุดให้ลูกบอลเป็นดั่งใจนั้น  ยังสู้ไนกี้ Magista Obra II
ไม่ได้  สาเหตุมาจากลักษณะผิวสัมผัสของ Predator 18.1 ที่มีความแข็ง  ในขณะที่ส่วนผิวสัมผัส
3 มิติ ที่เรามองว่าจะช่วยเพิ่มแรงเสียดทานในจังหวะการสัมผัสบอลลูกบอลนั้น  เหมาะต่อการสัมผัสบอล
ในทิศทางที่พุ่งเข้าหามากกว่า



  แต่ยังมีหนึ่งประสิทธิภาพที่ อาดิดาส Predator 18.1 แสดงออกมาได้เหนือกว่าบรรดาคู่แข่ง
ในปัจจุบัน  ก็คือการรับและแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในที่มีประสิทธิภาพ  โดยเฉพาะจังหวะการ
แปส่งบอลที่ได้ฟีลลิ่งและมีน้ำหนักเป็นอย่างมาก  ส่งผลให้การออกบอลมีน้ำหนัก และควบคุมทิศทาง
ได้อย่างง่ายดาย  เมื่อรวมกับพื้นที่ข้างเท้าด้านในที่เปิดรับองศาของการแปบอลที่ค่อนข้างกว้าง 
และการสัมผัสเข้าถึงผิวของลูกบอลที่เต็มหน้าปะทะ  ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลอีกรุ่นนึงที่ตอบโจทย์
การแปส่งบอลได้อย่างแท้จริง

  สรุปโดยภาพรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการสัมผัส รับและแปส่งบอลของรองเท้ารุ่นนี้  ถือเป็นรองเท้า
ที่ให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่น้ำหนัก  ทั้งจังหวะการจับบอลแรกในแนวดิ่งที่อยู่เท้าได้ไม่ยาก หรือการ
แปส่งบอลที่มีน้ำหนัก เข้าถึงใช้งานได้ง่าย  แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือการดึงดูดระหว่างผิววัสดุอัพเปอร์
กับลูกบอล  ที่รู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้  ทำให้คะแนนตกจากที่ควรจะได้เต็ม 10 มาเหลือ 9 คะแนน
เท่านั้น

  คะแนน : 9 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  ประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าเพื่อเข้าจู่โจมคู่แข่ง ด้วยอาวุธหนักอย่าง Predator 18.1
โดยภาพรวมแล้วอาจจะไม่มีจุดเด่นมากเป็นพิเศษ  แต่ก็มีบางเรื่องที่รองเท้ารุ่นนี้พอจะช่วยเรียกศักยภาพ
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า ให้กับผู้เล่นได้บ้าง

  การควบคุมน้ำหนักบอลในการแตะบอลไปด้านหน้าแต่ละครั้ง  ค่อนข้างจะทำได้ง่ายและเชื่องเท้า
ฟีลลิ่งการแต่บอลที่หนักแน่น  ทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่ไปตามแรงสัมผัสจากหน้าเท้าได้อย่างถูกต้อง
ตามฟีลลิ่งที่มันควรจะเป็น  เพียงแต่ฟีลลิ่งการสัมผัสนั้นจะหนากว่า Ace 17+ Purc Control
เล็กน้อย  ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว Sensitive ในการขับเคลื่อนบอลของ Predator 18.1
จะลดลงจากเดิม



  การเปลี่ยนหรือควบคุมทิศทางของลูกบอลอย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะจังหวะการเปลี่ยนทิศทางบอล
ในพิสัยที่เกิน 50-60 องศา จากแนวตรงด้วยความเร็วสูง  ดูเหมือนว่า Predator 18.1 นั้นจะ
ทำได้ดีขึ้นกว่า Ace 17+ Purc Control เล็กน้อย  แต่ถ้ามองไปยังคู่แข่งอย่าง Magista
Obra II
หรือ Hypervenom Phantom III DF  รองเท้าราชานักล่าดูจะยังเป็นรองอยู่
เนื่องจากปฏิกิริยาในการดึงดูดและควบคุมกับผิวของลูกบอลนั้นยังทำได้ไม่ดีนัก

  โดยภาพรวมแล้ว อาดิดาส Predator 18.1 จะเน้นไปที่การสัมผัสและส่งแรงในจังหวะการ
เลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้ดี หนักแน่น และกะเกณฑ์น้ำหนักได้เชื่องเท้าและง่ายขึ้น  การควบคุม
การเปลี่ยนทิศทางแบบฉับพลัน  แม้จะดูดีขึ้นกว่า Ace แต่ก็ยังทำได้ในระดับทั่วๆ ไปเท่านั้น
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งรุ่นใหญ่จากต่างค่าย  จึงขอลงคะแนนให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน : 8 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  เอกลักษณ์การยิงประตูแบบหนักหน่วงรุนแรง คือซิกเนเจอร์สำคัญอย่างนึงที่อยู่คู่กับชื่อซีรี่ย์
Predator มาอย่างยาวนาน  ซึ่งดูเหมือนว่าจะกลับมาอยู่ในตัว Predator 18.1 มากขึ้น
กว่าตอนที่ใช้ชื่อ Ace เสียด้วย  รายละเอียดจะเป็นเช่นไรนั้นเราไปทดสอบกันได้เลย

  ประเด็นแรกที่สร้างความกระทับใจเป็นอย่างมาก  ก็คือประสิทธิภาพการวางเท้าหลัก  ที่ถ่ายเท
แรงเหวี่ยงและยึดเกาะพื้นสนามได้อย่างมั่นคง  ชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้แสดงประสิทธิภาพ
ดังกล่าวออกมาได้ดีกว่า Ace 17 อย่างชัดเจน  โดยเฉพาะการจิกพื้นและล็อคพื้นสนาม  ของชุดปุ่ม
แบบ FG ส่วนหน้า  ที่เรียกได้ว่าเกาะได้อย่างอยู่หมัด

  ในขณะที่ชุดพื้นช่วงกลางที่มีความแข็ง  ดังนั้น..ในจังหวะที่ฝ่าเท้าเกิดการโค้งงอจากการเอี้ยวตัว 
จึงสามารถรู้สึกได้ถึงแรงสปริงที่เกิดขึ้น  ช่วยเสริมให้การเหวี่ยงเท้าอีกข้างเพื่อส่งแรงปะทะไปยัง
ลูกบอลนั้นทำได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงเป็นอย่างมาก  ถูกใจผู้เล่นที่ชอบการวางเท้าและยิงประตู
แบบรวดเร็วรุนแรง  ไม่ต้องง้างเท้านานจนคู่แข่งตั้งตัวทัน  ซึ่งประเด็นนี้ผมขอยกให้ Predator 18.1
ทำได้ดีที่สุดในบรรดารองเท้าฟุตบอลประเภทพาวเว่อร์คอนโทรล ณ ตอนนี้เลยทีเดียว



  เมื่อหน้าสัมผัสของ Predator 18.1 ปะทะเข้ากับผิวของลูกบอลอย่างรุนแรง  กลับรู้สึกได้ว่า
แรงปะทะที่สะท้อนเข้ามาทำให้รู้สึกระคายเคืองเท้าด้านในนั้นน้อยกว่าที่คาดเอาไว้  สาเหตุน่าจะ
มาจากความหนาของหน้าสัมผัสอัพเปอร์ ซึ่งแม้จะมีความแข็งอยู่บ้าง  แต่คุณสมบัติของวัสดุก็สามารถ
ที่จะช่วยลดแรงปะทะในแนวลึกได้ดี

  แต่เรื่องสำคัญที่เป็นจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้  คงจะหนีไม่พ้นประสิทธิภาพการส่งแรงปะทะให้ลูกบอล
นั้นพุ่งออกไปอย่างหนักหน่วงรุนแรง  ซึ่งถือเป็นสิ่งที่อาดิดาสทำให้ Predator 18.1 กลับมามี
จุดเด่นตรงนี้ได้เต็มที่  ดีกว่า Ace 17+ Pure Control อย่างชัดเจน  ฟีลลิ่งจะคล้ายๆ การ
ยิงประตูด้วย Ace 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ ซึ่งผมชื่นชอบมาก

  แต่สิ่งที่ Predator 18.1 ทำได้ดีกว่า คือฟีลลิ่งที่กดแรงปะทะลงไปได้ลึกขึ้นกว่ากันประมาณ
สองเท่า  ผลลัพธ์ที่ออกมาคือฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่หนักหน่วงขึ้น  เห็นปฏิกิริยาการพุ่งของลูกยิง
ได้อย่างชัดเจน  ซึ่งฟีลลิ่งตรงนี้น่าจะถูกใจผู้เล่นที่ชอบฟีลลิ่งการยิงลูกบอลที่ไม่ได้หนานุ่ม  หรือ
แข็งกระด้างจนเกินไป  และที่สำคัญคือการส่งแรงปะทะที่ทำได้อย่างรุนแรง  และทำได้ดีกว่าอาวุธ
หนักอย่าง Hypervenom Phantom III จากไนกี้ เสียด้วยซ้ำ



  ในเรื่องการควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้งด้วย อาดิดาส Predator 18.1 นั้นมีสองประเด็น
ให้พูดถึง  หากคุณเป็นคนที่ชอบการยิงปั่นไซร้ด้วยหน้าสัมผัสบริเวณสันเท้าด้านใน  พบว่าพื้นผิว
ที่มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นมาในทิศทาง 45 องศานั้น  ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงเฉือน
ให้กับลูกบอลได้ดี  สามารถช่วยให้การปั่นไซร้โค้งของลูกบอลนั้นทำได้ดีในระดับหนึ่ง 

  แต่ถ้าถามว่า..สามารถปั่นไซร้โค้งหรือถูกควบคุมทิศทางลูกยิงได้ดั่งใจแค่ไหน  โดยภาพรวม
ถือว่าทำได้ในระดับปกติทั่วไป  ส่วนตัวแล้วยังคิดว่าถ้าผิวหน้าสัมผัสมีความหนึบ และสามารถดึงดูด
กับผิวของลูกบอลได้ดีกว่า  จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางหรือการ
ปั่นไซร้โค้งนั้นทำได้ดีกว่านี้  รายละเอียดตรงจุดนี้ยังต้องบอกว่า เป็นรอง ไนกี้ Hypervenom
Phantom III DF
และ Magista Obra II อยู่เล็กน้อย 

  สรุปประสิทธิภาพการยิงประตูด้วย อาดิดาส Predator 18.1  จุดเด่นอยู่ที่การวางเท้าหลัก
และการส่งแรงที่มั่นคง  หน้าสัมผัสของอัพเปอร์ให้การปะทะบอลที่รุนแรง  สามารถเห็นปฏิกิริยา
การพุ่งของลูกบอลได้อย่างง่ายดาย  ตามสไตล์ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  แถมวัสดุอัพเปอร์ยังช่วย
ปกป้องแรงปะทะได้ดี  แต่ในเรื่องการควบคุมทิศทางหรือการปั่นไซร้โค้งนั้น  ยังถือว่าทำได้
ในระดับทั่วๆ ไปเท่านั้น  คะแนนในส่วนนี้ผมขอลงให้ไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน ครับ 

  คะแนน : 9 / 10

  การปกป้องเท้า

  นอกจากประสิทธิภาพเชิงรุกที่ดุดันแล้ว  ยังต้องยอมรับว่าราชานักล่า อย่าง Predator 18.1
คู่นี้  ก็มีประสิทธิภาพเชิงรับ  ช่วยปกป้องเท้าให้กับผู้สวมใส่ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย  โดยเฉพาะ
เรื่องของการปกป้องหน้าเท้า  จากแรงปะทะที่เกิดขึ้นจากการยิง หรือเตะลูกบอลด้วยความแรง
พบว่าวัสดุอัพเปอร์นั้นช่วยลดแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาได้ดีมากที่สุดรุ่นนึง ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้

  แน่นอนว่า..ยังรวมถึงการช่วยปกป้องแรงปะทะจากปุ่มสตั๊ดของคู่แข่ง ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอด
การลงเล่นในสนาม  ในขณะที่การปกป้องบริเวณด้านหลัง  ก็ได้ชุดเพราะป้องกันส้นเท้าแบบ
ภายนอก (ครึ่งท่อน) กลับมาเสริมความแข็งแกร่ง  ทำงานร่วมกับหุ้มส้นแบบสูง  ที่ช่วยจับล็อค
และให้ความกระชับ จึงทำให้ Predator 18.1 เป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นนึงที่ให้การปกป้องเท้า
ได้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

  คะแนน : 10 / 10

  บทสรุปการทดสอบ



  มาถึงช่วงสุดท้าย..แต่ยังไม่ท้ายสุด ของบทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริงในสนาม ของอาดิดาส
Predator 18.1 รองเท้าระดับท็อปคลาสสายพันธุ์โมเดิร์นคอนโทรลพันธุ์ดุ  ที่นำชื่อเก่ากลับมา
ใช้ใหม่ บนตัวรองเท้าที่ยังต้องเดินหน้าไปตามยุคสมัย

  จากผลการทดสอบพร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์อย่างละเอียดในหัวข้อที่ผ่านมา  ผ่านรูปแบบการทดสอบ
แบบต่างๆ ที่เรามักจะต้องพบเจอในการลงเล่นฟุตบอล  มาถึงตอนนี้..โดยส่วนตัวแล้ว ยอมรับว่าคะแนน
ในบางหัวข้อของ Predator 18.1 นั้นดูจะน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก  แต่ในบางหัวข้อ
ก็ยอมรับว่ารองเท้ารุ่นนี้ทำได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นเก่าที่ยังคงใช้ชื่อ Ace

  ในส่วนสุดท้ายนี้...ผมจะขอใช้เป็นที่สรุปถึงประสิทธิภาพการใช้งาน ที่สามารถสัมผัสได้  รวมถึง
จุดเด่นและจุดด้อย ที่พบเจอจากการใช้งาน  โดยจะเน้นเป็นการพูดถึงในมุมมองความคิดเห็นส่วนตัว
ก่อนที่จะยกเอารองเท้ารุ่นเปรียบเทียบหลักๆ บางรุ่น มาสรุปเป็นส่วนแยก  เพื่อให้คุณผู้อ่านได้นำ
ข้อมูลไปใช้ประโยชน์และเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น  ก่อนที่จะปิดด้วยเรื่องความคิดเห็น  เกี่ยวกับความ
คุ้มค่าและความน่าใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้

  อาดิดาส Predator 18.1



  อาดิดาส Predator 18.1 รองเท้าราชานักล่าในระดับท็อปคลาส  แม้ในเจเนอเรชั่นนี้..อาดิดาส
จะนำเอาชื่อนักล่า กลับมาใช้ในตระกูลรองเท้าประเภทโมเดิร์นคอนโทรลอีกครั้ง  แต่ด้วยยุคสมัย
และการพัฒนาที่เดินหน้ามาไกลกว่าเมื่อก่อนแล้ว  คงต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าอารมณ์หรือฟีลลิ่ง
ที่แฟนๆ รุ่นเก่า ได้พบเจอกันในสมัยที่ Predator ยังคงใช้วัสดุหนังแท้ที่มีความดุดันนั้น  ถูกถ่ายทอด
มาถึงรุ่นนี้ได้..ไม่ทั้งหมด  หรือบางที..อาจจะแค่บางเรื่องด้วยซ้ำ

  เรื่องแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้..ก็คือ Predator 18.1 นั้นมีความสบายในการสวมใส่ที่น้อยเกินไป
วัสดุอัพเปอร์ของตัวรองเท้า  ที่มีความแข็งและหนา  เป็นปัจจัยหลักที่มาจำกัดความสบายของรูปเท้า
โดยเฉพาะจังหวะการงอปลายเท้า(และหลังเท้า) จะรู้สึกทันทีว่าตัวรองเท้ามีแรงกดบนหลังเท้า
มากเกินไปจนอึดอัด และต้องใช้เวลาในการ Break-in ที่ค่อนข้างนานเอาเรื่อง  ซึ่งเรื่องนี้..ถ้าใคร
ยังจำฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ค่อนข้างสบายๆ แบบ ยุค Predator Mania, Predator Absolute
หรือแม้แต่ Predator Power Swerve เอาไว้  ก็อาจจะผิดหวังไปบ้าง

  แต่นั่นอาจจะเป็นจุดด้อยที่สุดของ Predator 18.1 ที่ผมสัมผัสได้จากการใช้งาน  ในทางตรง
กันข้าม ประสิทธิภาพที่สามารถเรียกใช้งานจากรองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างเต็มพิกัด  สมกับการเป็นรองเท้า
ที่มีภาพลักษณ์ดุดัน  ก็คือประสิทธิภาพการส่งแรงของวัสดุอัพเปอร์ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม  ฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลของรองเท้ารุ่นนี้จะไม่ได้บางติดเท้าเป็นธรรมชาติ  แต่ก็ไม่ได้แข็งจนสูญเสียฟีลลิ่ง
ของการสัมผัสบอลไป  และก็ไม่ได้นุ่มเหมือนวัสดุหนังแท้  เรียกได้ว่าฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของ
รองเท้ารุ่นนี้..ให้ฟีลลิ่งอยู่ตรงกึ่งกลาง

  วัสดุอัพเปอร์ที่ดูเหมือนจะไปในแบบหนาและแข็ง  แต่ถึงเวลาที่ต้องสัมผัสบอล ก็สามารถที่จะรับ
แรงปะทะในจังหวะที่ต้องการการผ่อนแรงได้ดี  แต่หากผู้เล่นต้องการที่จะส่งแรงให้ลูกบอลพุ่งออกไป
วัสดุอัพเปอร์ชิ้นนี้ก็พร้อมที่จะส่งแรงปะทะเพื่อ Damping ให้ลูกฟุตบอลพุ่งออกไปได้ดีเช่นกัน  
เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ยังมีคาแรคเตอร์ของรองเท้าสายพันธุ์พาวเว่อร์ติดตัวมา
ให้ได้เรียกใช้งาน



  อย่างไรก็ตาม..ประสิทธิภาพการควบคุมทิศทาง หรือการปั่นไซร้โค้ง  ที่ดูเหมือนว่าจะยังเป็น
การบ้านให้ทีมพัฒนาของอาดิดาสต้องทำงานต่อไปในเจเนอเรชั่นหน้า เนื่องจาก Predator 18.1
นั้นมีผิวสัมผัสที่มีประสิทธิภาพการดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ในระดับปานกลางเท่านั้น
การส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกฟุตบอลเพื่อการควบคุมหรือการปั่นไซร้โค้งนั้น  ลำพังจะอาศัย
เพียงแค่พื้นผิวที่เป็นสันนูนขึ้นมาเพียงอย่างเดียว  ดูเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอแล้ว  

  โดยเฉพาะในเวลาที่ผิวหน้าสัมผัสกับลูกบอลนั้น ไม่ได้มาในทิศทางที่ต้องการ  หรือแม้แต่
ในเวลาที่หน้าสัมผัสเปียกน้ำ ก็มีจังหวะให้รู้สึกถึงการควบคุมที่สูญเสียลงไปบ้าง  ยิ่งในสมัยนี้
รองเท้าประเภทคอนโทรลรุ่นใหญ่จากแบรนด์อื่นๆ จะมีทั้งพื้นผิวสัมผัสแบบ 3 มิติ และประสิทธิภาพ
การดึงดูดหรือความหนึบของผิววัสดุ  มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมบอลควบคู่กันไปแบบ 2 ชั้น
ยิ่งทำให้มาตรฐานของรองเท้าประเภทคอนโทรลในเรื่องของควบคุมบอลนั้นสูงขึ้นไปอีก ถือเป็น
โจทย์ที่ Predator 18.1 ต้องแก้ในเจเนอเรชั่นต่อไปให้ได้

  อีกหนึ่งเรื่องที่อาดิดาส Predator 18.1 ทำได้ดีขึ้น  ก็คือชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ชุดใหม่
สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามที่ดีกว่าเดิม  แต่ที่ประทับใจผมที่สุดคงจะหนีไม่พ้น
ดีกรีของแรงดีดจากโครงสร้างชุดพื้นช่วงกลาง  ที่ค่อนข้างรุนแรงและทันใจ  ไม่ใช่เพียงแค่การ
สปรินซ์ออกตัวไปด้านหน้าเท่านั้น แต่ชุดพื้นชุดนี้ยังให้แรงส่งการสปรินซ์ออกตัวในพิสัย 45 องศา
ทั้งทางซ้ายหรือทางขวา ได้ดีอย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าประเภทคอนโทรล
ที่มีประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ที่ดีรุ่นนึงเลยก็ว่าได้

  ยังไม่รวมถึงประสิทธิภาพเชิงรับที่ต้องยอมรับว่า... Predator 18.1 เป็นรองเท้าที่ช่วยปกป้องเท้า
ให้กับผู้สวมใส่ได้ดีที่สุดรุ่นนึงในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ ด้วยวัสดุอัพเปอร์ที่หนา  ลดแรงสะท้าน
จากการสัมผัสบอลแรงๆ ได้ดี  รวมถึงเกราะหุ้มส้นและป้องกันเอ็นร้อยหวายที่มั่นคงแข็งแรง

  ประเด็นอื่นๆ ที่อาดิดาส Predator 18.1 ทำได้ในระดับที่ดี หรือปกติตามมาตรฐานของ
รองเท้าระดับท็อปคลาสประเภทโมเดิร์นคอนโทรล ก็คือการรองรับและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนาม
ที่แม้จะดีขึ้นกว่า Ace 16.1 หรือ Ace 17.1 แต่โดยรวมก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่แบรนด์คู่แข่งทำเอาไว้
คือฟีลลิ่งการลงน้ำหนักไม่ได้นุ่มนวล แต่ก็ไม่ได้แข็ง สามารถลงเล่นในพื้นสนามหญ้าเทียมได้
อย่างไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก  



  สรุปโดยภาพรวมแล้ว..หากมองว่า อาดิดาส Predator 18.1 คือรองเท้าประเภทโมเดิร์น
คอนโทรล
 ผมขอลงคะแนนในคุณสมบัติโดยรวมไว้ที่ 8 เต็ม 10  อาจจะดูน้อยไปหน่อย..หาก
เปรียบเทียบตัวเลขคะแนนกับรองเท้าประเภทเดียวกันของแบรนด์คู่แข่ง  เหตุผลคือความสบาย
ในการสวมใส่ และการควบคุมลูกบอล ที่รองเท้าประเภทคอนโทรลจำเป็นต้องมีมากกว่านี้  
แต่ต้องไม่ลืมว่า Predator 18.1 เอง  ก็มีประสิทธิภาพในรูปแบบอื่นๆ ที่แตกต่างออกไป
ให้คุณผู้อ่านได้เรียกใช้งานได้ดีเช่นกัน

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประเภท โมเดิร์นคอนโทรล : 8 / 10

  เปรียบเทียบกับ อาดิดาส Hypervenom Phantom III



  ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ดูจะมีความครบถ้วนในแง่ของรูปแบบการใช้งาน
ที่หลากหลาย และมีประสิทธิภาพครอบคลุมกว่า  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟีลลิ่งการสวมใส่ที่มีทั้ง
ความสบายเท้าและฟีลลิ่งความกระชับที่ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย

  ประสิทธิภาพตัวรองเท้าในการเล่นกับบอล  ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสและการควบคุมบอล  ของไนกี้
Hypervenom Phantom III DF นั้นจะเน้นไปที่ฟีลลิ่งการสัมผัสที่บางเท้า รู้สึกถึงแรงกระทำ
ระหว่างหน้าเท้ากับลูกบอลได้เป็นธรรมชาติมากกว่า ได้ Sensitive มากกว่า  รวมถึงประสิทธิภาพ
การควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้งด้วยพื้นที่สัมผัสบอลก็ดูจะดีกว่า Predator 18.1 เล็กน้อย

  ในทางตรงกันข้าม..ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่บางเท้ากว่านั้น  ทำให้การส่งแรง Damping เพื่อให้
ลูกบอลพุ่งไปด้วยความเร็วและแรง  ยังจำเป็นต้องกินพละกำลังขาของผู้เล่นมากกว่า  ในขณะที่
ประสิทธิภาพเชิงรับ ทั้งการรักษาสุขภาพเท้า หรือการช่วยลดแรงปะทะต่างๆ  ของรองเท้ารุ่นนี้
จะยังเป็นรอง Predator 18.1 อยู่พอสมควร

  ส่วนรูปแบบการเคลื่อนที่ที่เหมาะสมบนพื้นสนามหญ้าเทียม  พบว่า Hypervenom Phantom
III DF
ดูจะมีความยืดหยุ่นในจังหวะการหมุนตัว หรือเปลี่ยนทิศทางรอบตัวที่ราบลื่นกว่า  แต่ถ้า
จะเน้นจังหวะการสปรินซ์จากปฏิกิริยาแรงดีดของโครงสร้างชุดพื้นช่วงกลาง  พบว่า Predator 18.1
ทำได้ดุดันและรุนแรงกว่าเล็กน้อย

  ประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ที่ Hypervenom Phantom III DF กับ Predator 18.1 ทำได้
ใกล้เคียงกัน  ก็คือเรื่องการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามที่ทำได้ดีพอประมาณทั้งคู่   

  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Magista Obra II



  รองเท้าประเภทโมเดิร์นคอนโทรลรุ่นสูงสุดของไนกี้ อย่าง Magista Obra II มีจุดเด่นสำคัญ
อยู่ที่ผิวสัมผัสบอลที่สามารถสร้างแรงเสียดทาน และควบคุมลูกบอลได้หนึบและติดเท้ามากกว่า
อย่างชัดเจน  รวมถึงในจังหวะการออกบอลและการปั่นไซร้โค้งก็ทำได้ดั่งใจมากกว่า

  ในเรื่องของการส่งแรงปะทะ หรือ Damping เพื่อให้ลูกบอลพุ่งออกไปด้วยความแรง พบกว่า
Magista Obra II นั้นก็ไม่ได้เป็นรอง Predator 18.1 อะไรมากมายนัก  เพียงแต่แรงปะทะ
ที่สะท้อนกลับมายังเท้าด้านในจะรู้สึกได้มากกว่าค่อนชัดเจน  รวมถึงประสิทธิภาพเชิงรับ..ทั้งการ
ปกป้องหลังเท้าและส้นเท้า  ที่รองเท้าสายคอนโทรลจากไนกี้  นั้นยังเป็นรองอยู่หลายช่วงตัว
เลยทีเดียว   

  อีกเรื่องที่ไนกี้ Magista Obra II ทำได้ดีก็คือประสิทธิภาพในการผ่อนแรงกระแทก และการ
ลงน้ำหนักที่นุ่มเท้ามากกว่า เนื่องจากการใช้งานวัสดุเสริมอย่าง Poron มาช่วยรองรับแรงกระแทก
จากพื้นสนามนั่นเอง

  ประสิทธิภาพและรูปแบบการเคลื่อนที่ของชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของ Magista Obra II นั้น
จะคล้ายๆ กับ Hypervenom Phantom III DF นี่เน้นการเคลื่อนที่แบบรอบตัว การหมุนตัว
และการเปลี่ยนทิศทางที่ราบลื่น สมูทกว่า  แต่ถ้าจังหวะที่ต้องการจะสปรินซ์ออกตัวด้วยความเร็ว
โดยเฉพาะในการใช้ปลายเท้า  พบว่าความดุดันที่เกิดจากแรงส่งตัวของชุดพื้น  ยังสู้ชุดพื้นของ
อาดิดาส Predator 18.1 ไม่ได้

  ส่วนเรื่องฟีลลิ่งความสบายในการสวมใส่  ฟีลลิ่งความกระชับช่วยสร้างความมั่นใจ โดยรวมๆ แล้ว
รองเท้าทั้ง 2 รุ่นนี้  ไม่ต่างกันมากนัก  

  ความคุ้มค่าและความน่าใช้



  มาปิดบทความรีวิวทดสอบการใช้งาน อาดิดาส Predator 18.1 ที่เรื่องความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ความคุ้มค่า ความน่าใช้งาน ของรองเท้าระดับท็อปคลาสรุ่นนี้กันเหมือนเช่นเคย 

  เริ่มจาก..แง่ของภาพลักษณ์ในการตลาดและพรีเซนเตอร์  เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของรองเท้า
ตระกูล “Predator” ที่ถือเป็นสุดยอดของซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอล  จากตำนาน..ถูกนำกลับมาทำใหม่ 
แม้ว่ารายละเอียดบนตัวรองเท้าของ Predator 18.1 นั้นจะยังคงดำเนินต่อ  บนพื้นฐานของ
รองเท้าฟุตบอลยุคใหม่  ไม่ได้กลับไปมีความเป็น Predator แบบดั้งเดิมมากนักก็ตาม  แต่ชื่อนี้ก็แสดง
จุดยืนของการเป็นซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลอันดับหนึ่งของค่ายอาดิดาสอยู่ดี



  รวมถึงบรรดาพรีเซนเตอร์นักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก  ที่กระจายตัวค้าแข้งและเป็นตัวหลัก
ของทีมชั้นนำหลายๆ ทีมในยุโรปมากมาย  หรือแม้แต่นักฟุตบอลหลักตัวหลายๆ คนในแต่ละทีม 
ก็เลือกที่จะสวมใส่ใช้งานรองเท้าซีรี่ย์นี้  แม้จะไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์หลักให้กับอาดิดาสก็ตาม 
เมื่อรวม 2 องค์ประกอบข้างต้นเข้าด้วยกัน  ยังคงต้องยอมรับว่า อาดิดาส Predator 18.1 นั้น
มีภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดของค่าย อาดิดาส ณ ตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

  ประเด็นต่อมาคือรายละเอียดของ Predator 18.1 ซึ่งเป็นรองเท้าระดับท็อปคลาส  ไม่ใช่รองเท้า
รุ่นไร้เชือกระดับสูงสุดที่อาดิดาสใช้โปรโมทเป็นเรือธง  แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า Predator 18.1
นั้นมีความใกล้เคียงกับ Predator 18+ เข้าไปทุกที  โดยเฉพาะเรื่องของวัสดุอัพเปอร์ที่มองใกล้ๆ
หรือแม้แต่สัมผัสแล้ว  ก็พบว่าวัสดุอัพเปอร์มีความใกล้เคียงกันมากจริงๆ จนแทบแยกไม่ออก 
จะแตกต่างแค่เรื่องของความบางและนุ่ม  ซึ่งแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

  อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ Predator 18.1 ไม่มี ก็คือชุดแผ่นรองพื้นจากวัสดุ Boost ซึ่งมีคุณสมบัติ
ในการรองเท้ารับกระแทกที่ดีกว่า  แต่ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดย้อนกลับไปอ่านรายละเอียดในหัวข้อ
การทดสอบประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทก  แล้วคิดว่า Predator 18.1ตอบโจทย์ในหัวข้อ
การทดสอบนี้ได้เพียงพอต่อความต้องการของตัวท่าน  ชุดพื้นวัสดุ Boost ของ Predator 18+
ก็คงจะไม่จำเป็นอะไร 



  ส่วนเรื่องของการมีเชือกรองเท้า กับไม่มีเชือกรองเท้านั้น  ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องของรสนิยม
การใช้งานและความชื่นชอบมากกว่า  เพราะเชือกรองเท้าของ Predator 18.1 ที่อาดิดาสออกแบบ
มาให้นั้น  เป็นเชือกเส้นบางที่จัดระเบียบบนหลังเท้าได้ดี  ไม่มารบกวนการสัมผัสบอลอะไรมากนัก
ในตอนใช้งานจริง  ในทางตรงกันข้าม..เชือกรองเท้ายังช่วยทำให้ผู้สวมใส่สามารถปรับระดับ
ความกระชับและแรงตึงบนหลังเท้าได้ตามที่ต้องการได้ง่ายกว่าอีกด้วย

  3 ประเด็นข้างต้น (ไม่นับเรื่องของของแถมและกล่องเท้าที่ที่แตกต่างกัน) กับส่วนต่างราคาค่าตัว
ของ Predator 18.1 กับ Predator 18+ นั้น  ทำให้ผมมองว่ารองเท้าระดับท็อปปกติอย่าง
Predator 18.1
นั้นดูจะมีความคุ้มค่ากับราคาค่าตัวมากกว่า Predator 18+ อยู่เล็กน้อย 
เอาเป็นว่าถ้าคุณผู้อ่านยอมรับ 3 ประเด็นความแตกต่างข้างต้นได้  และต้องการเน้นในเรื่องความคุ้มค่า
ต่อราคาจำหน่าย แล้วล่ะก็..ผมเชียร์ว่า Predator 18.1 มีความคุ้มค่ากว่า

  คะแนน : 9 / 10



  จากรายละเอียดการรีวิว การวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนาม ของอาดิดาส
Predator 18.1 ผมเชื่อว่ารองเท้ารุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความดุดันตามสไลต์ชื่อชั้นระดับตำนาน
ที่จะมาช่วยสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ ในตลาดรองเท้าฟุตบอล ณ ตอนนี้
ได้พอสมควร  ขึ้นอยู่กับว่าจุดเด่นเหล่านั้นของ Predator 18.1 จะสามารถตอบโจทย์ในสิ่ง
ที่ท่านต้องการได้มากน้อยเพียงใด ก็หวังว่าข้อมูลทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้เพื่อ
ตัดสินใจเลือกหาอาวุธคู่เท้าที่ดีที่สุดให้กับตัวท่านเองได้

  สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่ต้องการใช้อาวุธหนัก Predator 18.1 รุ่นนี้  ตอนนี้ท่านสามารถ
ไปเลือกซื้อเลือกหารองเท้ารุ่นนี้ (ตอนนี้มีสีใหม่ๆ ออกมาเยอะพอสมควร) ได้ที่ร้าน อาริ ฟุตบอล
คอนเซปต์ สโตร์
ในราคา 7,800 บาท ทั้งนี้ท่านสามารถสั่งซื้อออนไลน์โดยตรงได้ที่
www.arifootballstore.com เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และบริการจัดส่งฟรีอีกด้วย

...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า          
ประสิทธิภาพการยิงประตู            
การปกป้องเท้า          
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   


ขอขอบพระคุณ ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส รุ่น Predator 18.1


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 30 มีนาคม 2018 เวลา 12.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com






"Hand On!" ไนกี้ Mercurial SuperFly VI


"Hand On!" แพน Viper King Semi K


"Hand On!" อัมโบร UX Accuro II Pro