"Testing!" อาดิดาส Predator 19.3 Laceless - ราชานักล่ารุ่นเล็กที่มีประสิทธิภาพ
เกินตัว  ที่สำคัญคือความ "ไร้เชือก" ที่ต้องลอง !!!


  เริ่มจะมีสัญญาณให้เห็นว่า Predator 19.3 Laceless จะเป็นหนึ่งในรองเท้าฟุตบอล
รุ่นมหาชน  หลังจากที่ SiamBoots ได้นำรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นักล่ารในแบบ “ไร้เชือก”
รุ่นนี้  มาเปิดฝากล่องแนะนำทุกรายละเอียดให้กับทุกท่านได้สัมผัสกันไปแล้ว  ก็ได้สร้างสถิติ
ที่มีผู้ให้ความสนใจ  ทั้งกด Like กด Share มากที่สุดเลยก็ว่าได้  รวมถึงยังมีหลังไมค์เข้ามา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย

  “Boots Testing!” วันนี้เราจะมาทดสอบการใช้งานจริง  จะพาอาดิดาส Predator 19.3
Laceless
ผ่านบททดสอบต่างๆ เพื่อหาคำตอบมาถ่ายทอดให้คุณผู้อ่านที่กำลังสนใจรองเท้ารุ่นนี้ 
ได้รู้ชัดกันไปเลยว่านักล่ารุ่นเล็ก  ในเวอร์ชั่นพิเศษแบบ “ไร้เชือก” ซึ่งถูกวางจำหน่ายแบบสุด
Exclusive เฉพาะร้านซุปเปอร์สปอร์ต  นั้นจะมีประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากน้อยเพียงใด 
มีจุดเด่นหรือจุดด้อยตรงไหนบ้าง  เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้
เพียงพอ หรือตอบโจทย์ต่อความต้องการของตัวท่านหรือไม่ 

  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา...เราไปเข้าสู่ส่วนเนื้อหาหลักกันได้เลยครับ

  ข้อมูลรองเท้าฟุตบอล อาดิดาส Predator 19.3 Laceless



  นับตั้งแต่ที่เราอาดิดาส Predator 19.3 Laceless มาแนะนำตัวให้คุณผู้อ่านทุกท่าน
ได้รู้จักกับรองเท้าไร้เชือกรุ่นเล็กคู่นี้ ผ่านบท "Hand On!" ก็พบว่ารองเท้ารุ่นนี้ได้รับความสนใจ
จากคุณผู้อ่านเกินคาด  จากโพสที่ถูกเผยแพร่ใน Facebook แฟนเพจ ก็พบว่ามียอดไลค์ในระดับ
หลักหมื่นเลยทีเดียว   

  ในบทความดังกล่าวเราได้นำเสนอรายละเอียดทั้งหมดของตัวรองเท้ารุ่นนี้  ทั้งเรื่องของวัสดุ
การออกแบบ และจุดเด่นของเทคโนโลยีต่างๆ  ถึงแม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้ารุ่นทั่วไป
ที่มีราคาจำหน่ายเพียงแค่ 3,500 บาท  แต่ก็พบว่าอาดิดาสได้ใส่เทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงการ
เลือกใช้วัสดุที่มีความคุ้มค่าเกินราคา  แถมไฮไลท์เทคโนโลยีไร้เชือกที่ครั้งนี้เอามาใส่เอาไว้
ในรองเท้าระดับทั่วไปเป็นครั้งแรก  ถือได้ว่าเป็นรองเท้ารุ่นเล็กที่มีรายละเอียดมากมายจริงๆ



  ดังนั้น..ก่อนที่เราจะไปลงสนามทดสอบการใช้งาน Predator 19.3 Laceless ราชา
นักล่าสุดเล็กแบบไร้เชือกในบทความนี้  สำหรับท่านใดที่ยังไม่เคยอ่านบทความ Hand On!
หรือยังไม่รู้จักข้อมูลของรองเท้ารุ่นนี้  ได้ทำความรู้จักกันก่อน เพื่อเป็นการเติมเต็มอรรถรส
ในการทดสอบการใช้งานต่อจากนี้ จะได้รับรู้กันไปเลยว่ารองเท้ารุ่นเล็กคู่นี้มีดีมากน้อยแค่ไหน
แล้วเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ใช้งานได้จริง หรือใช้งานไม่ได้จริง  โดยท่านสามารถย้อนกลับไป
อ่านได้ตามลิงค์บรรทัดล่างนี้ได้เลย

  ลิงค์บทความ Hand On! อาดิดาส Predator 19.3 Laceless >>> www.siamboots.com
/handon-Adidas-Predator-19-3-Laceless


  การเลือกไซส์



  ก่อนอื่นจะขอกล่าวถึงมาตรฐานการเลือกไซส์รองเท้าฟุตบอลยี่ห้ออาดิดาสของตัวผมเองก่อน
 ปกติผมจะเลือกไซส์รองเท้าที่ขนาด 27.5 เซนติเมตร หรือคิดเป็น 9 UK ตามหน่วยการเลือกไซส์
หลักๆ ของอาดิดาสนั่นเอง  รองเท้า 2-3 รุ่นล่าสุดของอาดิดาส ทั้ง Predator 18.1, X 18.1 และ Nemeziz 18.1 ทั้งหมดนี้ผมสามารถสวมใส่ 27.5 เซนติเมตร ซึ่งเรียกว่า “ตรงไซส์”
ได้เลย  โดยไม่ต้องมีการเพิ่มหรือลดไซส์จริงแต่อย่างใด

  แต่กับรองเท้าฟุตบอลแบบไร้เชือกแท้ๆ ของอาดิดาส  ผมเคยมีประสบการณ์กับการสวมใส่
Ace 17+ Pure Control พบว่ารองเท้ารุ่นดังกล่าว ต้องเพิ่มไซส์จาก 27.5 เซนติเมตร
หรือ 9 UK ไปเป็น 28.0 เซนติเมตร หรือ 9.5 UK ถึงจะสวมใส่ใช้งานได้  จึงน่าสนใจ
ว่าบรรดารองเท้าฟุตบอลแบบไร้เชือกของอาดิดาสจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นครึ่งไซส์แบบนั้นทุกคู่
หรือไม่
  
  เอาล่ะ..กลับมาเข้าเรื่องกันที่พระเอกของงานนี่คือ อาดิดาส Predator 19.3 Laceless
รองเท้าแบบไร้เชือก  คู่นี้มีขนาดไซส์ตามที่ระบุบนป้ายรองเท้า อยู่ที่ 9 UK หรือ 27.5
เซนติเมตร 
ครั้งนี้..ลองเลือกมาแบบตรงไซส์ดูอีกที



  เริ่มจากขั้นตอนในการสวมใส่...พบว่าจังหวะที่เริ่มแหย่ปลายเท้าเข้าไปด้านในตัวรองเท้า 
ค่อนข้างจะทุลักทุเลตามสไตล์ของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้  เนื่องจากไม่สามารถใช้การขยาย
ส่วนหลังเท้าออกด้วยการคลายแนวร้อยเชือก  ต้องพยายามใช้มือช่วยถ่างช่วงอัพเปอร์ส่วนหลังเท้า
ที่เป็นผ้ายืดออกให้กว้างมากที่สุด  ซึ่งพบว่าผ้ายืดชิ้นดังกล่าวของ Predator 19.3 Laceless
ค่อนข้างที่จะตึงและแน่น  การขยายออกให้กว้างๆ นั้นทำได้ไม่ง่ายนัก

  หลังจากนั้นต้องใช้ “ช้อนใส่รองเท้า” ที่แถมมา  สอดเข้าไประหว่างส้นเท้าของเรากับส้น
ของรองเท้า  หากมั่นใจว่าจัดระเบียบได้ดีแล้ว..ก็ให้ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปที่ส้นเท้าได้เลย 
ตัวช้อนรองเท้าจะประคองให้เท้าสวมใส่เข้าไปได้เอง  แต่บ่อยครั้งที่พบว่าปลายของหุ้มข้อจะไม่
เข้าที่ดีนัก  มีพับเข้าไปตามทิศทางของการสวมใส่บ้าง  ต้องมาจัดให้ระเบียบให้เรียบร้อยอีกที

  ข้อควรระวังตรงจุดนี้..ก็คือห้ามลืมช้อนใส่รองเท้าเด็ดขาด!!  เพราะจะทำให้การสวมใส่
Predator 19.3 Laceless นั้นยากจนถึงยากมากที่สุด  หรืออาจจะถึงขั้นสวมใส่ไม่ได้เลย 
แตกต่างจากตอนที่ผมเคยได้ลอง Ace 17+ Pure Control ซึ่งถ้าตัวรองเท้า Break-in แล้ว 
ยังพอที่จะสวมใส่โดยไม่ต้องมีช้อนก็ได้  เพราะตัวรองเท้าจะมีหูที่ช่วยให้ดึงขยายได้บ้างนั่นเอง 
(ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก Ace มาเป็น Predator ทั้ง Predator 18+ และ Predator 19+
พบว่าอาดิดาสได้ตัดหูดึงออกไปแล้ว)



  ขนาดตามความยาว..พบว่าหัวรองเท้าเหลือเล็กน้อย  พอจะให้วางนิ้วโป้งตามขวาง ทาบลงไป
ได้ประมาณครึ่งนึง  คิดเป็นระยะก็ประมาณ 0.2 – 0.3 เซนติเมตร  และจะเหลือเฉพาะตรงกลาง
รองเท้าเท่านั้น  ส่วนฝั่งปลายนิ้วโป้งและนิ้วก้อยนั้นจะมีระยะหัวเหลือน้อยกว่า  จริงๆ ก็เกือบจะชน
กับหัวรองเท้าพอดี  ถ้าเปรียบเทียบจากระยะตามความยาวเท่านั้น  ถือได้ว่าอาดิดาส Predator 19.3
Laceless
ค่อนข้างจะตรงไซส์  และสามารถเลือกสวมใส่ลงสนามตามนี้ได้เลย  ไม่ควรลดไซส์
และก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มไซส์แต่อย่างใด



  ขนาดตามความกว้างของ อาดิดาส Predator 19.3 Laceless ค่อนข้างที่จะเหมาะเจาะ
และให้ความสบายในการสวมใส่กับรูปเท้าหนาๆ หน้าเท้ากว้างๆ ตามแบบฉบับของคนไทย  แบบ
เท้าของผมได้ดี  ไม่ได้รู้สึกบีบแน่นเกินไป  แต่ก็ไม่รู้สึกว่าหลวมจนต้องลดไซส์  ตำแหน่งที่รู้สึก
ถึงแรงบีบในแนวข้างมากที่สุด  อยู่ตรงที่ใช้นิ้วมือชี้ให้ดูตามภาพด้านบน  จะเป็นตำแหน่งที่ถัด
ลงมาใต้ช่วงโคนนิ้วหัวแม่เท้าเล็กน้อย  ไม่ได้บีบแน่นช่วงนิ้วเท้าเหมือนกับ Nemeziz 18.1
ที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้



  แรงกดบนหลังเท้าที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีชัดเจนมากนัก  โดยรวมถือว่าให้การสวมใส่ที่สบายหลังเท้า
เป็นหลัก  แตกต่างจาก Nemeziz 18.1 ที่ผมเพิ่งได้รีวิวทดสอบการใช้งานไปก่อนหน้านี้  รองเท้า
รุ่นนั้น..ถึงแม้จะคลายแนวร้อยเชือกให้หลวมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ก็ยังรู้สึกถึงแรงกดบนหลังเท้า
ที่หนักหน่วงจนแทบจะสวมใส่ลงเล่นไม่ได้เลยในครั้งแรกๆ

  จากภาพด้านบน..จะแสดงถึงรูปร่างของรองเท้าที่ยังคงดูมีทรงทรวงในแบบที่ควรจะเป็น  แม้จะดู
เหมือนว่าช่วงหลังเท้านั้นจะนูนหรือบวมขึ้นมาหน่อย  วัสดุหน้าผ้ายืดของส่วนดังกล่าว ก็สามารถ
ยืดขยายเพื่อรองรับและสร้างความกระชับได้กำลังดี  แต่จะมีช่วงบริเวณแนวรอบของหุ้มข้อบางจุด
ที่พบว่ามีช่องว่างเกิดขึ้นบางจังหวะที่ข้อเท้าเกิดการเคลื่อนไหว  
  
  สรุปคำแนะนำในการเลือกไซส์ของ อาดิดาส Predator 19.3 Laceless รองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์นักล่ารุ่นเล็กในแบบ "ไร้เชือก" ผมขอแนะนำว่าสามารถเลือกตรงไซส์ได้เลย  โดยไม่ต้อง
กังวลถึงรูปเท้ามากนัก ไม่ว่าท่านจะรูปเท้าเรียว หรือรูปเท้าแบบ  ตัวรองเท้ารุ่นนี้ค่อนข้างตรงไซส์
สามารถสวมใส่ลงเล่นได้หมด  เพียงแต่ฟีลลิ่งของตัวรองเท้านั้นจะเน้นไปที่ความพอดี  ระหว่าง
ความกระชับและความสบาย  ไม่ใช่ฟีลลิ่งเน้นกระชับมากๆ เหมือนกับรองเท้าระดับท็อปคลาส
ของอาดิดาสในหลายๆ รุ่นที่เน้นโปรโมทอยู่ตอนนี้

  ทดสอบการใช้งาน



  มาเข้าสู่ส่วนทดสอบการใช้งานจริงของอาดิดาส Predator 19.3 Laceless น้องเล็ก
ของตระกูลนักล่าในแบบพิเศษ “ไร้เชือก”   เรื่องข้อมูลของตัวรองเท้าเราคงไม่ต้องพูดอะไร
กันแล้ว  ต่อจากนี้จะลงไปวัดกันที่ผลงานบนพื้นสนาม  ประสิทธิภาพที่สัมผัสได้จริงๆ ทั้งหมด 
จะถูกถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมา  เพื่อเป็นการยืนยันว่ารองเท้ารุ่นนี้มีดีมากน้อยเพียงใด 

  ในเรื่องของการเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ  ผมคงไม่ขอเจาะจงอะไรมากนัก  เนื่องจาก
ที่ผ่านมาทั้งหมด  ผมแทบจะไม่ได้มีโอกาสรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลที่เป็นระดับ
เดียวกันกับ Predator 19.3 Laceless เลย 

  อาจจะมีการเปรียบเทียบบางประเด็นกับรองเท้าระดับท็อปของค่ายอาดิดาสเอง  เพื่อให้เห็นถึง
ประสิทธิภาพที่แตกต่าง เรื่องจากเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน  ทั้งนี้จึงอยากขอให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจ
ถึงสิ่งที่อาดิดาสใส่มาให้กับรองเท้ารุ่นนี้  แล้วประเมินดูด้วยตัวท่านเองว่ามันเพียงพอต่อความ
ต้องการของตัวท่านเองหรือไม่  เพราะบางที...เทคโนโลยีของรองเท้ารุ่นเล็ก ที่อาจจะสู้รองเท้า
รุ่นท็อปไม่ได้  แต่มันก็เพียงพอต่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพแล้วล่ะ

  เมื่อพร้อมกันแล้ว...เราไปลงสนามทดสอบรองเท้าไร้เชือกรุ่นเล็กคู่นี้พร้อมๆ กันได้เลยครับ 

  ความสบายในการสวมใส่



  คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือความสบายในการสวมใส่ของ อาดิดาส Predator 19.3
Laceless
นั้นมีมากน้อยเพียงใด ?  เพราะจากประสบการณ์การที่เคยสัมผัสฟีลลิ่งการสวมใส่
ทั้ง Ace 17+ Pure Control และ Predator 18.1 มาแล้ว  พบว่าทั้งคู่ มีฟีลลิ่งการ
สวมใส่ไม่ค่อยสบายเท้าเอาเสียเลย  แต่กับรองเท้าระดับทั่วไปคู่นี้...จะแตกต่างมากน้อยแค่ไหน 
หัวข้อแรกนี้เราจะไปหาคำตอบกัน

  ฟีลลิ่งแรกที่สัมผัสได้นับตั้งแต่ที่สวมใส่ Predator 19.3 Laceless คือฟีลลิ่งช่วงหน้าเท้า
และหลังเท้าที่มีความสบายพอสมควร  ไม่บีบกระชับมากจนรู้สึกอึดอัด  วัสดุหน้าผ้าช่วงหลังเท้า
ที่เป็นชิ้นส่วนไร้เชือก  ก็สามารถที่จะยืดขยายตามลักษณะหลังเท้าหนาๆ นูนๆ ของผมได้
อย่างสบาย  จึงไม่รู้สึกถึงแรงกดในแนวดิ่งที่จะกระทำต่อหลังเท้ามากเกินไป

  หลังจากที่ได้ลองออกท่าออกทางเคลื่อนที่บนพื้นสนามหญ้าเทียม  รวมถึงการลงเล่นตามปกติ 
ก็ยิ่งพบคำตอบว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการ Break-in แต่อย่างใด  อาจจะใช้เวลา
การปรับรูปทรงรองเท้าให้เข้ากับเท้าของเรา แต่แค่ 5 – 10 นาที ก็เพียงพอแล้ว  ไม่จำเป็นต้อง
อดทนสวมใส่หลายๆ ครั้งจนกว่าจะ Break-in เหมือนกับ Predator 18.1 และ Nemeziz
18.1
ที่ผมเพิ่งรีวิวไปก่อนหน้านี้



  สำหรับประสิทธิภาพของการระบายอากาศและความร้อนให้ออกจากภายในรองเท้า  พบว่าทำได้
ในระดับปานกลาง  เนื่องจากลักษณะวัสดุอัพเปอร์หลักที่เป็นวัสดุหนังสังเคราะห์เนื้อแน่นๆ  ทำให้
อากาศไม่สามารถทะลุผ่านได้  แต่จะมีส่วนครึ่งบนที่เป็นวัสดุผ้ายืด  มีช่องว่างที่ช่วยให้การระบาย
อากาศทำได้ดีในระดับหนึ่ง  ถ้าใช้ Predator 19.3 Laceless คู่นี้ลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียม
ในสภาวะปกติ  คือไม่ใช่พื้นสนามกลางแจ้ง แสงแดดยามบ่าย 2 บ่าย 3 ล่ะก็  สามารถใช้งานได้
โดยไม่รู้สึกถึงอาการอมความร้อนของตัวรองเท้าจนเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน    

  แต่จะมีอยู่หนึ่งจุด..ที่ผมรู้สึกว่ามารบกวนความสบายในการสวมใส่ของรองเท้ารุ่นนี้ไปบ้าง  ก็คือ
ชิ้นส่วนรอยต่อระหว่างเกราะป้องกันส้นเท้ากับส่วนวัสดุหุ้มข้อสูงที่เป็นผ้ายืดด้านใน  ตรงบริเวณที่
ซัพพอร์ตกับแนวเอ็นร้อยหวาย  เวลาสวมใส่แล้วรู้สึกว่ามีชิ้นส่วนวัสดุแข็งๆ  มาชนและค้ำบริเวณ
เอ็นร้อยหวาย  จึงรู้สึกถึงฟีลลิ่งที่มขัดจังหวะของการเคลื่อนที่ไปบ้าง  ครั้งแรกๆ ของการใช้งาน
จะรู้สึกติดขัดอยู่บ้าง  แต่พอผ่านไปสักระยะนึงจะเริ่มเคยชินไปเอง

  แต่โดยภาพรวมแล้วถือได้ว่ารองเท้าราชานักล่ารุ่นเล็ก Predator 19.3 Laceless คู่นี้ 
เป็นรองเท้าที่ให้ฟีลลิ่งในการสวมใส่ที่สบายเท้าเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีลักษณะ
รูปเท้าแบน หน้าเท้ากว้าง หรือหลังเท้าหนานูนขึ้นมาตามสรีระเท้าทั่วไปของคนไทย  สามารถ
เลือกใช้รองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างสบายๆ เลยล่ะครับ

  คะแนน : 9 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  มาต่อกันที่ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามของ อาดิดาส Predator
19.3 Laceless
  ซึ่งรองเท้าระดับทั่วไปรุ่นนี้  โดยปกติแล้วมักจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับวัสดุ
และการออกแบบชุดแผ่นรองพื้น  ที่ทางค่ายจะไม่ได้จัดเต็มมาให้เหมือนกับรองเท้าระดับ
ท็อปคลาส  ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนหรือซีรี่ย์ไหนก็ตาม  ดังนั้นหัวข้อการทดสอบนี้จึงสำคัญ
ไม่น้อยสำหรับผู้ที่คำนึงถึงความนุ่มของชุดพื้น  รวมถึงผู้ที่เน้นใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียม
เป็นหลัก 

  จากการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้บนพื้นสนามหญ้าเทียมแบบมาตรฐาน  ที่ผมใช้ทดสอบรองเท้า
มาโดยตลอดนั้น  พบว่ารู้สึกถึงความแข็งและแรงกระแทกจากพื้นสนามมากขึ้น  เมื่อเปรียบเทียบ
กับ Predator 18.1 , X 18.1 และ Nemeziz 18.1 ก่อนหน้านี้ทั้งหมด  การรองรับ
แรงกระแทกของแผ่นรองพื้นด้านในของ Predator 19.3 Laceless รู้สึกว่าวัสดุโฟม
ให้ตัวยืดหยุ่นได้ไม่มากนัก  ฝ่าเท้าจึงสัมผัสเข้ากับแรงกระแทกจากพื้นสนามค่อนข้างชัดเจน 

  แต่เอาจริงๆ แล้วก็ถือว่าเพียงพอที่จะใช้งานในพื้นสนามหญ้าเทียมแบบมาตรฐานได้  แม้ว่า
ท่านจะเป็นผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวหรือข้อเข่า  ก็ไม่ถึงกับต้องกังวลเกี่ยวกับแรงกระแทก
จนเกินไป  สามารถใช้ลงเล่นได้อย่างสบายๆ  แต่ถ้าเอารองเท้ารุ่นนี้ไปใช้กับพื้นสนามหญ้าเทียม
ที่ไม่ค่อยดีนัก  พวกสนามที่ปูพื้นหญ้าเทียมบางๆ  หรือปูพื้นหญ้าบนพื้นปูนโดยตรง  พูดกันตรงๆ
เลยว่าควรต้องหลีกเลี่ยง

  อีกหนึ่งปัจจัยที่มาช่วยอุดช่องว่างประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกของชุดแผ่นรองพื้น
ก็คือลักษณะการวางปุ่มแบบ FG ที่กระจายตัวเต็มฝ่าเท้า  ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบปุ่ม FG
ของอาดิดาสในยุคปัจจุบันทั้งหมด  ทำให้การลงน้ำหนักนั้นกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง มีสมดุล
ที่ดี  ไม่มีอาการปุ่มทิ่มเท้าหรือไม่มีปุ่มที่กินแรงกดมากเป็นพิเศษ  ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วย
แบ่งเบาภาระแผ่นรองพื้นด้านในของรองเท้ารุ่นนี้ที่อาจจะไม่ได้ดีที่สุด ลงไปได้บ้าง

  สรุปเรื่องแรงระแทกจากพื้นสนามเมื่อใช้งานของ Predator 19.3 Laceless ได้ว่า
ชุดแผ่นรองพื้นแข็งกว่ารองเท้ารุ่นท็อปของอาดิดาสเล็กน้อย  รู้สึกถึงแรงกระแทกมากขึ้น 
แต่ก็สามารถใช้งานในพื้นสนามหญ้าเทียมที่มีมาตรฐานได้ตามปกติ  ไม่ต้องกังวลมากนัก 
เพียงแค่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้รองเท้ารุ่นนี้กับพื้นสนามหญ้าเทียมที่ไม่ได้มาตรฐานก็พอ 
ดังนั้นตัวเลขคะแนนในหัวข้อนี้  ถ้ารุ่นท็อปเคยลงไว้ให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน  รองเท้าระดับ
ทั่วไปรุ่นนี้ก็ควรจะอยู่ที่ 7 เต็ม 10 คะแนน นั่นเอง

  คะแนน : 7 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  แน่นอนว่า Predator 19.3 Laceless ถูกคาดหวังให้เป็นรองเท้าที่มีฟีลลิ่งความกระชับ
และช่วยสร้างความมั่นใจ
เมื่อใช้งานในระดับสูงสุด  ด้วยเหตุผลของการเป็นรองเท้าฟุตบอล
แบบไร้เชือกและมีหุ้มข้อสูง  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นหลักที่อาดิดาสเน้นโปรโมทให้กับรองเท้ารุ่นสูงสุด
ที่ไร้เชือกเช่นกัน  ดังนั้น..จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ว่าราชานักล่ารุ่นเล็กคู่นี้  จะมีคุณสมบัติ
ดังกล่าวติดตัวมาให้เรียกใช้งานได้มากน้อยเพียงใด

  เริ่มจากฟีลลิ่งที่อัพเปอร์กระทำกับรูปเท้า  พบว่าสามารถให้ความกระชับในระดับที่น่าพอใจ 
แม้จะไม่ได้บีบรัดกระชับในระดับสูงสุด  เนื่องจากโครงสร้างและวัสดุส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ
ห่อหุ้มหน้าเท้า  นั้นมีลักษณะหนาและแข็งอยู่บ้าง  จึงไม่สามารถยืดหยุ่นและกระชับเข้ารูปเท้า
ได้ 100% เหมือนกับวัสดุที่อาดิดาสใช้ในรองเท้าระดับสูงสุด 

  เท่าที่สัมผัสถึงฟีลลิ่งได้นั้น..ผมก็มองว่ามันเป็นความกระชับที่เพียงพอต่อการใช้งานในทุกๆ
รูปแบบ  แถมยังได้ความสบายในการสวมใส่ที่พอดี  ไม่ต้องทนกดฟันจนกระทั่งตัวรองเท้า
Break-in จึงมาเป็นคะแนนบวกสำหรับคนที่คิดว่าความมั่นใจในการใช้งานคือไม่ต้องมาอดทน
อาการบีบจนสูญเสียความสุขในการลงเล่น  แล้วอีกจุดนึงที่ Predator 19.3 Laceless
ให้ได้  ก็คือการที่ไม่ต้องมาห่วงเชือกรองเท้าจะหลุดในระหว่างการเล่น  คุณสามารถมีสมาธิ
กับการแข่งขันได้ตลอด 90 นาที ไปเลย



  จุดอ่อนเล็กๆ ในเรื่องความมั่นใจของ Predator 19.3 Laceless นั้นไปอยู่ที่ผิวสัมผัส
ของแผ่นรองพื้น  ที่พอเวลาใช้งานจริงๆ แล้วยังรู้สึกถึงจังหวะฝ่าเท้าเคลื่อนขยับไปมา  ผิวสัมผัส
ระหว่างฝ่าเท้ามีอาการลื่นจนพอจะรู้สึกได้เล็กน้อย  ดังนั้นการเลือกไซส์รองเท้าให้พอดีโดย
ไม่เหลือระยะหัวรองเท้ามากเกินไป  จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  มิฉะนั้นความมั่นใจในการสวมใส่
ใช้งานจะลดลงไปอีก

  เช่นเดียวกับการซัพพอร์ตบริเวณหุ้มข้อที่ไม่โดดเด่นเป็นพิเศษ  วัสดุผ้ายืดที่เอามาตัดเย็บเป็น
ชิ้นส่วนของหุ้มข้อสูงนั้น  มีช่องว่างระหว่างข้อเท้าให้ได้เห็นอยู่บ้าง  โดยเฉพาะในจังหวะ
ที่ข้อเท้างอในจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่  ส่งผลให้ความกระชับแนบสนิทที่บริเวณ
ข้อเท้าในแบบที่รองเท้ารุ่นท็อปเคยทำได้แบบ 100% นั้น  ถ้าประเมินออกมาเป็นตัวเลข
ฟีลลิ่งหุ้มข้อของ Predator 19.3 Laceless จะทำได้ประมาณ 70% – 80%  ซึ่งก็ถือ
ได้ว่าเป็นระดับที่ยอมรับได้

  โดยรวมแล้วถือว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้เน้นฟีลลิ่งการสวมใส่ที่กระชับมากเป็นพิเศษ  อาจจะไม่ได้
ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ต้องการความกระชับแบบสุดๆ หรือฟีลลิ่งการล็อคดาวน์สรีระเท้าในแบบที่
รองเท้าประเภทวัสดุผ้าถักทำได้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เรียกได้ว่าให้ฟีลลิ่งความกระชับที่ดีกว่ารองเท้า
ระดับทั่วไปแบบปกติ

  คะแนน : 7 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  ด้วยลักษณะและรูปแบบการวางปุ่ม FG ของอาดิดาส Predator 19.3 Laceless
นั้นถูกถอดแบบมาจากเดิมทั้งหมด  เมื่อได้ลองทดสอบการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบ
Turn Around  พบว่าปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้สามารถให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนาม
ที่แม่นยำ ลงน้ำหนักได้หนักแน่นและมีสมดุลที่ดี  

  บุคลิกการจิกล็อคกับพื้นสนามเปรียบเทียบกับความอิสระในการเปลี่ยนทิศทางแบบรอบตัว 
ถือได้ว่าชุดปุ่มนี้มีบุคลิกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างปุ่มใบมีดและปุ่มกลม  จึงสามารถตอบสนอง
ได้ดีต่อทุกรูปแบบการเคลื่อนที่  และความยาวของปุ่มที่ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป  จึงตอบโจทย์
ต่อการใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียมด้วยเช่นกัน 



  เพียงแต่..จังหวะการสปรินซ์ด้วยปลายเท้าเพื่อทำความเร็วในทางตรงของ Predator
19.3 Laceless
นั้นดูจะด้อยลงไปบ้าง  ด้วยน้ำหนักตัวรองเท้าที่ค่อนข้างมาก  ประกอบกับ
โครงสร้างที่เป็นสันแข็งๆ บริเวณช่วงกลางของชุดพื้นนั้นหายไป  ไม่เหมือนกับที่มีในรองเท้า
รุ่นท็อป  จึงทำให้การตอบสนองของแรงดีดกลับที่มีผลต่อการส่งแรงให้ผู้เล่นสปรินซ์ไปด้านหน้า
นั้นทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก  แรงดีดของฝ่าเท้ารู้สึกไม่รุนแรงมากนัก

  สรุปประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนามของรองเท้ารุ่นนี้  จุดเด่น
อยู่ที่การยึดเกาะพื้นสนามได้มีความแม่นยำ มีสมดุลที่ดี  และตอบโจทยย์ต่อรูปแบบการเคลื่อนที่
ได้อย่างหลากหลาย  แต่มาถูกตัดคะแนนตรงจังหวะการสปรินซ์ทำความเร็วที่หายไป  เนื่องจาก
น้ำหนักและโครงสร้างชุดพื้นที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มแรงสปรินซ์ได้ดีนัก

  คะแนน : 7 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  มาลุยกันต่อที่บททดสอบแรกในการเล่นกับลูกฟุตบอลของ Predator 19.3 Laceless
กับเรื่องการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล  ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหัวข้อสำคัญของรองเท้าประเภท
คอนโทรลคู่นี้โดยตรง

  เริ่มจากลองเดาะลูกบอลและจับบอลลงพื้นสนามแบบง่ายๆ  เพื่อลองจับฟีลลิ่งการสัมผัสบอล   
พบว่าบริเวณหลังเท้าที่เป็นหน้าสัมผัสของผ้ายืดแบบไร้เชือก  สามารถเข้าถึงและสัมผัสบอล
ได้อย่างเต็มใบ  รู้สึกโล่งๆ และเป็นธรรมชาติ  สามารถใช้พื้นที่บนหลังเท้าสัมผัสกับลูกบอล
ได้  โดยมีฟีลลิ่งการสัมผัสบอลและน้ำหนักบอลที่เหมือนกันในทุกๆ การสัมผัส  แต่ฟีลลิ่งจะ
ไม่บางและไม่นุ่มเท้ามากนัก  ความนุ่มจะจัดอยู่ในระดับปานกลาง  สามารถให้ผลลัพธ์
ของการดูดบอลลงพื้นได้นุ่มนวลอยู่บ้าง  ซึ่งต้องใช้ทักษะจับบอลแรกเฉพาะตัวมาช่วยเล็กน้อย

  แต่มีจุดที่ต้องระวัง..โดยเฉพาะจังหวะที่ลูกบอลพุ่งมาในทิศทางเอียงๆ หรือกระดอนเข้ามา
ด้วยความแรง  ไม่ใช่เป็นการดูดบอลลงพื้นในแนวดิ่งแบบตรงๆ  พบว่าการจับบอลแรกด้วย
พื้นที่หลังเท้า  จะควบคุมได้ยากหน่อย  เนื่องจากวัสดุผ้ายืดตรงส่วนที่ไร้เชือกนั้น  ไม่ได้มี
ผิวสัมผัสที่ฝืดเหมือนกับส่วนอัพเปอร์หลัก  การสัมผัสบอลไม่รู้สึกถึงความฝืดเลย  แตกต่าง
จากรองเท้าแบบที่มีเส้นเชือก  เพราะเส้นเชือกนั่นแหละที่จะมาช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสและเกิด
แรงเสียดทานได้มากกว่า 



  อย่างไรก็ตาม...ผิวสัมผัสของส่วนอัพเปอร์หลักที่เป็นหนังสังเคราะห์  ก็มีดีพอที่จะช่วยทำให้
รู้สึกถึงแรงเสียดทานและความฝืดอยู่บ้าง  ยิ่งพื้นผิวแบบ Predator Element ที่มีผิวต่างระดับ
จนเป็น 3 มิติ ลึกลงไป  ยังเป็นเสมือนเป็นเขี้ยวเล็บของนักล่าที่ใช้งานได้จริง  ช่วยทำให้
Predator 19.3 Laceless สามารถควบคุมบอลได้ติดเท้ามากขึ้น  โดยเฉพาะในกรณี
ที่ลูกบอลพุ่งเข้ามาในแนวระนาบด้วยความแรง  การควบคุมบอลด้วยพื้นผิวส่วนนี้ทำได้ดีกว่า
รองเท้าระดับท็อปประเภทอื่นๆ อย่าง X 18.1 หรือ Nemeziz 18.1 พอสมควร 



  พื้นที่ข้างเท้าด้านในของ Predator 19.3 Laceless ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
การรับและแปส่งบอลทำได้ง่าย  ด้วยลักษณะพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย  สัมผัสลูกบอลได้เต็มใบ 
ประกอบกับลักษณะผิวสัมผัสของอัพเปอร์ที่มีความฝืดพอสมควร  ในขณะที่การแปส่งบอลก็ทำได้
อย่างมีน้ำหนัก  ด้วยคุณสมบัติของวัสดุที่มีชั้นผิวหนักแน่น (แต่ไม่หนามาก) แรงปะทะจากข้างเท้า
จะถูกถ่ายทอดต่อไปยังลูกบอลได้อย่างเต็มแรง  ตอบสนองได้รวดเร็ว 

  อัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้แม้จะไม่สามารถส่งแรง Damping ได้หนักแน่นเหมือนกับ Predator
18.1
หรือ Predator 19.1  แต่ก็ถือว่ามีมากกว่ารองเท้าฟุตบอลระดับเดียวกันซีรี่ย์อื่นๆ
ในท้องตลาด  นอกจากนั้น...การแปส่งบอลแบบเล่นทาง หรือแปแบบติดปั่นไซร้นิดๆ  ด้วยผิว
สัมผัสที่มีลักษณะเป็นเส้นสาย มีมิตินูนลึก  จึงช่วยสร้างแรงเสียดทาน ทำให้การแปส่งบอล
แบบเล่นทางสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเกินระดับรองเท้าเลยทีเดียว

  เรียกได้ว่า Predator 19.3 Laceless สามารถแสดงประสิทธิภาพในด้านของการ
สัมผัสควบคุม รับและส่งบอลได้ดีพอตัว  วัสดุหน้าผ้าและอัพเปอร์ให้ฟีลลิ่งความสัมผัสบอล
ที่ไม่นุ่มและไม่แข็งเกินไป  โดยเฉพาะพื้นที่หลังเท้าที่เปิดกว้างใช้งานง่าย  แต่ต้องระวังเรื่อง
การจับบอลเล็กน้อย  แต่ส่วนอัพเปอร์หลักที่มีผิวสัมผัสแบบขรุขระที่เรียกว่า Predator
Element รวมถึงพื้นที่ข้างเท้าด้านในที่เปิดกว้าง  ทำให้การสัมผัสควบคุมบอล และการ
แปส่งบอลของรองเท้ารุ่นนี้  มีประสิทธิภาพในแบบที่รองเท้าประเภทคอนโทรลควรจะเป็น

  คะแนน : 8 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  การเข้าจู่โจมคู่แข่งด้วยการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของ Predator 19.3 Laceless
นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้มาตั้งแต่รุ่นพี่อย่าง Predator 18.1 ที่ผม
เคยรีวิวไปเมื่อหลายเดือนก่อน  เพราะจากการใช้งาน...รู้สึกได้ว่าสัมผัสบอลของส่วนอัพเปอร์
นั้นไม่ได้บางติดเท้า  ทำให้ความรู้สึกระหว่างเท้าหน้าเท้าลูกบอลในจังหวะการแตะเลี้ยงบอล
นั้นลดลงไปอยู่เหมือนกัน

  ประกอบกับฟีลลิ่งที่ไม่ได้นุ่มเท้ามากนัก  การควบคุมน้ำหนักในการขับเคลื่อนบอลไปแต่ละ
จังหวะนั้น  ยังพอรู้สึกถึงแรงส่งที่แตกต่างกัน  แม้ว่าเราจะพยายามแตะบอลด้วยน้ำหนักเท้าเท่าๆ
กันให้มากที่สุดก็ตาม  แต่ข้อดีคือความว่องไวในจังหวะที่หน้าสัมผัสปะทะเข้ากับลูกบอล  รู้สึกได้
ว่าแรงปะทะจะสามารถขับเคลื่อนลูกบอลให้เคลื่อนที่ได้ทันที  ไม่มีอาการหน่วง  ดังนั้นในจังหวะ
ที่ต้องชิงความได้เปรียบเพื่อแตะเลี้ยงบอลหนีการเข้าสกัด  จึงทำได้ดีกว่ารองเท้าประเภทหนังแท้
อย่างแน่นอน



  ความแม่นยำในการเปลี่ยนทิศทางของลูกบอล  โดยการสัมผัสกับผิวของลูกบอลแบบเฉือนๆ
ด้วยความเร็ว  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้ก็มีประสิทธิภาพมาพอให้ได้เรียกใช้งานอยู่บ้าง  โดยเฉพาะ
การใช้ส่วนที่เป็นพื้นผิวบากลึกเข้าไปที่เรียกว่า Predator Element นั้น  สามารถที่จะช่วย
สร้างแรงปฏิกิริยา ทำให้การควบคุมทิศทางของลูกบอลทำได้ดีขึ้น  แต่ยังมีจังหวะหลุดการ
ควบคุมให้เห็นอยู่บ้าง  ประเด็นนี้ผมมองว่าถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเคลื่อนที่ไปกับบอลด้วยความเร็ว 
หรือต้องอาศัยการเปลี่ยนทิศทางบอลให้แม่นยำ  อาจจะยังตอบโจทย์ได้ไม่ทั้งหมด  เรียกว่า
พอมีประสิทธิภาพรูปแบบนี้ให้ใช้งานกันพอหอมปากหอมคอก็แล้วกัน

  จากการทดสอบในหัวข้อนี้..จริงๆ แล้วถือว่า Predator 19.3 Laceless ก็พอจะเอาตัวรอด
ในจังหวะที่ต้องชิงความได้เปรียบในการเลี้ยงพาบอลเข้าจู่โจมคู่แข่งได้บ้าง  เพียงแต่ฟีลลิ่งของ
การสัมผัสบอลที่ไม่ได้บางติดเท้า  การควบคุมน้ำหนักบอลที่ไม่สม่ำเสมอ  รวมถึงการควบคุม
หรือเปลี่ยนทิศทางบอลที่มีมาให้พอใช้ได้บ้าง  ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์บรรดานักบอลที่ชื่นชอบ
การเลี้ยงบอลมากเท่าไหร่นัก  ในหัวข้อนี้ผมขอลงคะแนนไว้ที่ 7 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน : 7 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  DNA ของความเป็น Predator 19 สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือความดุดันและประสิทธิภาพในการ
ยิงประตู  
มาทดสอบกันต่อเลยว่า Predator 19.3 Laceless นั้นจะสามารถตอบโจทย์เรื่องนี้
ได้หรือไม่

  เริ่มจากจังหวะของการวางเท้าหลักเพื่อยึดเกาะพื้นสนาม  ก่อนที่จะง้างเท้าอีกข้างเพื่อหวดลูกบอล
เข้าไปให้เต็มแรง  พบว่าปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้ยังคงทำหน้าที่ในการยึดเกาะพื้นสนามได้อย่าง
ยอดเยี่ยม  แรงกดของน้ำหนักตัวลงไปที่ฝ่าเท้ามีความสมดุลดี  ส่งผลให้เท้าหลักสามารถยึดเกาะ
ได้อย่างแนบแน่น  ฝ่าเท้าไม่ลอยหรือจมลึกลงในพื้นหญ้าเทียมมากจนเกินไป



  เมื่อหน้าสัมผัสของ Predator 19.3 Laceless ปะทะเข้ากับลูกบอลอย่างเต็มแรง
ฟีลลิ่งค่อนข้างที่จะอยู่ตรงกลางระหว่างความหนากับความบาง  หากให้เปรียบเทียบก็คือ
ไม่ได้หนาเหมือนกับวัสดุของรองเท้ารุ่นท็อปอย่าง Predator 18.1 (Predator 19.1
ก็น่าจะเหมือนกัน) แต่ก็ไม่ได้บางเหมือนกับวัสดุหน้าผ้าของ X 18.1 ดังนั้น..ถ้าวิเคราะห์
ถึงแรงปะทะที่สะท้อนกลับมายังหน้าเท้าของเรา ก็ถือว่าอัพเปอร์รองเท้าพอที่จะช่วยลด
แรงปะทะดังกล่าวลงไปได้บ้าง  แต่ก็ยังมีให้รู้สึกสะเทือนหน้าเท้าแบบพอคันๆ

  วัสดุของรองเท้ารุ่นนี้มีคุณสมบัติที่จะช่วยให้เกิดการเสริมแรงปะทะ หรือฟีลลิ่งที่เรียกว่า
Damping ได้ประมารณนึง  จึงพอที่จะเป็นตัวช่วยส่งแรงปะทะที่จะทำให้ลูกบอลพุ่งทะยาน
ออกไปด้วยความแรง  แต่เอาตรงๆ คือรองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้มีบุคลิกที่ตอบโจทย์ของการยิง
เอามันส์ได้ดีนัก  เพราะต้องไม่ลืมว่าน้ำหนักรองเท้าค่อนข้างหนัก  ทำให้การยิงเต็มแรงนั้น
จะกินพละกำลังเท้าของเรามากขึ้นตามไปด้วย  เพื่อให้เกิดโมเมนตัมไปปะทะลูกบอลด้วย
ความแรงนั่นเอง


  อีกหนึ่งประสิทธิภาพที่ Predator 19.3 Laceless ทำได้จริง ก็คือพื้นผิวสัมผัสแบบ
Predator Element ที่พอจะช่วยทำให้การยิงแบบปั่นไซร้โค้งนั้นทำได้อย่างสมเหตุสมผล
หากบวกเข้ากับทักษะการปั่นไซร์หรือเปิดบอลโค้งๆ ส่วนบุคคลเข้ามาช่วย  บางทีก็สามารถ
ที่จะเห็นการยิงแบบปั่นไซร้สุดๆ ด้วยรองเท้ารุ่นนี้ได้เหมือนกัน

  ในขณะที่การยิงบอลด้วยพื้นที่หลังเท้า  ดูจะตอบโจทย์การยิงไปในทิศทางตรงๆ ได้ดี
เช่นกัน  ด้วยลักษณะพื้นที่หลังเท้าที่ไร้เชือกและเปิดโล่ง  ทำให้องศาในการปะทะเข้ากับ
ลูกบอลนั้นค่อนข้างจะมีความแน่นอน  การควบคุมทิศทางการยิงไปตรงๆ นั้นทำได้ไม่ยาก
แต่อาจต้องระวังจังหวะการยิงด้วยหลังเท้า  แล้วเราพยายามที่จะ Follow ส่งแรงเฉือน
ตามไปเพื่ออยากจะให้ลูกบอลมีติดสปิน เพราะสิ่งที่ได้กลับมาอาจจะเป็น อาการที่ลูกบอล
ไต่หลังเท้า  แล้วปลิ้นหลุดการควบคุมทิศทางออกไปได้  

  ประสิทธิภาพการยิงประตูของอาดิดาส Predator 19.3 Laceless ทำได้ไม่เลวเลย
ทีเดียว  ไม่ว่าจะเป็นการยิงลูกบอลที่มีความรุนแรง ซึ่งมาจากคุณสมบัติของวัสดุและน้ำหนัก
ของรองเท้ารวมกัน  รวมถึง Predator Element ที่พอจะช่วยควบคุมทิศทางทำได้ดีขึ้น
รวมถึงการยิงแบบตรงๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังเท้าที่ราบเรียบสม่ำเสมอไร้เชือก
แต่ต้องระวังอาการบอลปลิ้นหลังเท้าอยู่บ้าง  ในหัวข้อนี้ขอให้คะแนนไว้ที่ 8 เต็ม 10

  คะแนน : 8 / 10


  การปกป้องเท้า

  ประสิทธิภาพเชิงรับในการช่วยปกป้องเท้าของ Predator 19.3 Laceless นั้นมีมา
ให้เรียกใช้งานตามมาตรฐานของทั่วไป  เริ่มจากอัพเปอร์ตัวรองเท้าที่มีความหนาและวัสดุ
เนื้อแข็ง  ก็พอที่จะช่วยปกป้องแรงปะทะจากการถูกคู่แข่งเตะเข้าใส่ที่บริเวณข้างเท้าและ
ตรงหัวรองเท้าได้บ้าง 

  แต่ที่น่าสนใจคือการปะทะแบบเปิดปุ่มย่ำเข้าใส่ที่หลังเท้า  จากการทดสอบใช้งานมานั้น
ผมเองก็มีโอกาสโดนปะทะลักษณะนี้บ้าง แต่ไม่ได้โดนย่ำเต็มๆ จะเป็นการโดนปะทะแบบ
เฉียดๆ  ก็พอจะรู้สึกได้ว่าชิ้นส่วนหลังเท้าที่เป็นแบบไร้เชือก  ไม่ได้มีจุดเด่นที่จะมาช่วย
ปกป้องหลังเท้า หรือบรรเทาอาการบาดเจ็บได้แน่ๆ ล่ะ ด้วยลักษณะของวัสดุผ้ายืดแบบเพียวๆ
ดังนั้นการปกป้องหลังเท้าของ Predator 19.3 Laceless จึงมีช่องว่างอยู่

  ส่วนเกราะป้องกันส้นเท้าแบบภายในของรองเท้ารุ่นนี้ ก็ให้การป้องกันในระดับปานกลาง
หากโดนเข้าปะทะในระดับต่ำๆ หน่อย  ส้นรองเท้ามีความแข็งพอที่จะช่วยป้องกันอาการ
บาดเจ็บได้บ้าง  เนื่องจากชิ้นส่วนป้องกันที่ฝังอยู่ในแนวส้นเท้านั้น  จะอยู่บริเวณครึ่งล่าง
แต่ถ้าโดนปะทะเข้าที่บริเวณเอ็นร้อยหวายตั้งแต่ช่วงกึ่งกลางส้นเท้าขึ้นมา  ดูแล้วน่าจะ
ได้รับแรงปะทะไปเต็มๆ เนื่องจากบริเวณครึ่งบนของส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายนั้นไม่มี
ชิ้นส่วนแข็งมาช่วยปกป้องจากแรงปะทะเลย

  คะแนน : 7 / 10

  บทสรุปการทดสอบ



  ผลการทดสอบประสิทธิภาพในหัวข้อต่างๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด  แสดงให้เห็นแล้วว่ารองเท้าราชานักล่า
รุ่นเล็ก Predator 19.3 Laceless  แบบไร้เชือกรุ่นนี้  สามารถแสดงผลลัพธ์ออกมาได้อย่าง
น่าพอใจ  โดยเฉพาะในฐานะของรองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรล  ที่มี DNA ของรองเท้า
ฟุตบอลพันธุ์ดุถ่ายทอดมาจากรุ่นพี่ 

  ในส่วนสุดท้ายนี้...ผมจะขอสรุปความเป็น Predator 19.3 Laceless  ให้รวบรัดกระชับ
และได้ใจความอีกครั้ง  จะเน้นไปที่จุดเด่นและจุดด้อย  จุดที่ผมรู้สึกประทับใจและจุดที่อยากให้
ปรับปรุงของรองเท้ารุ่นนี้  เพื่อให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้เห็นภาพรวมทั้งหมดได้ง่ายขึ้น  จะได้ทำ
ข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจว่ารองเท้ารุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ต่อการเล่นฟุตบอลของท่าน
ได้มากน้อยเพียงใด  ก่อนที่ส่วนสุดท้าย..จะวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพลักษณ์ ความคุ้มค่าและความ
น่าใช้ของราชานักล่ารุ่นเล็กคู่นี้  ตามความคิดเห็นส่วนตัว  เพื่อเสริมให้ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีความ
น่าซื้อน่าหามาใช้งานดั่งที่หลายคนสนใจหรือไม่

  อาดิดาส Predator 19.3 Laceless



  หากมองในภาพรวมๆ แล้วผมถือว่ารองเท้าฟุตบอลระดับเล็กรุ่นนี้  มีอาวุธและประสิทธิภาพในความ
เป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรล  ที่แอบผสานความดุดันของชื่อ Predator ติดตัวมาได้
อย่างน่าพอใจ  ทั้งเรื่องของวัสดุ เทคโนโลยีและตัวช่วยที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นฟุตบอล  นั้น
ถือได้ว่ามีมาให้อย่างสมเหตุสมผล  แม้จะไม่ได้จัดเต็มมาก  แต่ทั้งหมดสามารถใช้งานและจับต้อง
ได้จริง

  อาดิดาส Predator 19.3 Laceless ถือเป็นรองเท้าแบบไร้เชือกที่ให้ความสบายการสวมใส่ 
โดยเฉพาะคนที่มีหน้าเท้ากว้าง หลังเท้านูนหนา  ก็ยังสามารถสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงเล่นได้ทันที 
ตัวรองเท้าจะ Break-in ขยายตามรูปเท้าได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้งาน  ส่วนซัพพอร์ตบริเวณส้นเท้า
และหุ้มข้อ  จริงๆ แล้วให้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่สบาย ไม่อึดอัด แต่ก็มีความกระชับตามแบบฉบับของ
รองเท้าหุ้มข้อสูง  ในขณะที่บุส้นที่จะซัพพอร์ตกับส้นเท้าด้านในก็ทำได้ดี  มีความหนาและนุ่ม
พอสมควร  จะมีที่ต้องบ่นเล็กน้อยก็คือรอยต่อระหว่างเกราะหุ้นส้นกับส่วนหุ้มข้อสูงนั้น  มีเหมือน
ชิ้นส่วนแข็งๆ มาค้ำกับแนวเอ็นร้อยหวาย  การสวมใส่ในช่วงแรกๆ จึงรู้สึกติดขัดเล็กน้อย



  การเล่นกับลูกบอลของรองเท้ารุ่นนี้...ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลนั้นไม่บางและไม่นุ่ม  โดยรวมจะให้
ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลในระดับปานกลาง  แต่ที่น่าสนใจคือวัสดุของตัวรองเท้าที่มีความเซนซิทีฟ
ต่อแรงปะทะ  สามารถส่งแรงไปยังลูกบอลได้ทันที  ตอบโจทย์ต่อการเล่นบอลที่รวดเร็ว  คุณสมบัติ
การส่งแรงปะทะจากอัพเปอร์ที่เรียกว่า Damping ของ Predator 19.3 Laceless นั้น
ก็พอมีให้เห็นบ้าง  และเมื่อรวมกับน้ำหนักของรองเท้าที่ค่อนข้างหนัก  จะยิ่งช่วยทำให้การยิง
ลูกบอลแบบเต็มแรง  สามารถเห็นอาการพุ่งทะยานของลูกบอลได้ไม่ยาก  แต่ต้องไม่ลืมว่า
รองเท้าที่มีน้ำหนักมาก  จะกินแรงขามากตามไปด้วย  จึงส่งผลให้รองเท้ารุ่นนี้ไม่ใช่รองเท้า
ที่ยิงเอามันส์ได้เต็มที่มากนัก

  ในขณะที่การควบคุมทิศทางด้วย Predator Element ของส่วนอัพเปอร์  ก็เรียกได้ว่ามี
เขี้ยวเล็บมาให้ใช้งานเหมือนกันนะ  การยิงลูกบอลหรือเปิดบอลแบบปั่นไซร้  ก็พอจะได้เห็น
การควบคุมที่ทำได้ดั่งใจอยู่บ้าง  การใช้พื้นที่หลังเท้าทำให้สามารถจับบอลได้เต็มหน้าสัมผัส
เช่นเดียวกับการยิงด้วยหลังเท้า สามารถยิงไปตรงๆ ได้แม่นยำ  แต่จุดที่ต้องระวังก็คือผิวสัมผัส
ของผ้ายืดที่เป็นชิ้นส่วนหลังเท้านั้น  จะไม่ดึงดูดกับผิวของลูกบอลได้ดีสักเท่าไหร่  มีอาการ
ลื่นๆ ให้รู้สึกอยู่บ้าง  จึงทำให้มีจังหวะที่บอลหลุดการควมคุมเมื่อต้องสัมผัสบอลด้วยพื้นที่
บริเวณหลังเท้า

  ส่วนการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้านั้น..จะไม่ใช่จุดเด่นของรองเท้าตระกูลนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
กับ Predator 19.3 Laceless เนื่องจากฟีลลิ่งในการสัมผัสบอลที่ไม่บางติดเท้า การควบคุม
น้ำหนักการแตะเลี้ยงบอลมีอารมณ์หนาๆ แข็งๆ นิดหน่อย  ทำให้น้ำหนักไม่เชื่องเท้ามากนัก
แต่ขอดีคือแตะบอลแล้วไปได้เลย มีความเร็วในการขับเคลื่อนบอลไปด้านหน้าได้ดี  แต่ถ้า
จะเน้นการเลี้ยงบอลแบบซ้ายที ขวาที เพื่อหลอกล่อคู่แข่ง  ยังต้องบอกว่าผิวสัมผัสอัพเปอร์
จะยังตอบโจทย์ในการเปลี่ยนทิศทางบอลด้วยความเร็วและแม่นยำได้สมบูรณ์แบบนัก

  การเคลื่อนที่ด้วย Predator 19.3 Laceless นั้นจะมีอุปสรรคในเรื่องของน้ำหนักตัว
ที่ค่อนข้างหนักเข้ามาเกี่ยวข้อง  นอกจากการสปรินซ์ทำความเร็วนั้นจำเป็นต้องอาศัยความเร็ว
ของผู้เล่นเป็นปัจจัยสำคัญ  เนื่องจากคุณสมบัติของชุดพื้นช่วงกลางไม่สามารถส่งแรงดีดกลับ
เพื่อส่งแรงสปรินซ์ได้ดีเหมือนกับชุดพื้นของรองเท้าระดับท็อป  อย่างไรก็ตาม..ชุดปุ่มแบบ FG
ของรองเท้ารุ่นนี้จะยังให้ประสิทธิภาพของการยึดเกาะพื้นสนามที่แม่นยำ  ทำได้ดีทั้งการล็อค
กับพื้นสนาม และการเปลี่ยนทิศทางของการเคลื่อนที่แบบฉับพลัน  ปุ่มรองเท้าไม่ได้ยาวมากนัก 
จึงสามารถสวมใส่ลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียมได้ตามปกติ



  ในเรื่องความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งานของรองเท้าแบบไร้เชือกรุ่นนี้  แน่นอนว่า
จุดดีคือเวลาเล่น...เราไม่จำเป็นต้องมาห่วงเกี่ยวกับการผูกเชือกรองเท้าอีกต่อไป  แต่ลักษณะ
ทางกายภาพของวัสดุผ้ายืดของ Predator 19.3 Laceless  นั้นจะไม่ได้เน้นไปที่แรงกด
กระชับมากนัก  แม้จะยืดขยายได้ตามลักษณะหลังเท้า และมีความแนบสนิท  แต่แรงกดลง
บนหลังเท้าจะมีไม่มาก  ส่วนหุ้มข้อแบบสูง...โดยรวมๆ ก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี  สามารถช่วย
ซัพพอร์ตและสร้างฟีลลิ่งการสวมใส่ที่บริเวณข้อเท้าได้ดีพอประมาณ  แต่ก็ไม่ได้ดึงกระชับ
แน่นหนาเหมือนกับหุ้มข้อสูงที่ทำจากวัสดุด้ายถักขั้นสูง 

  จุดอ่อนเล็กๆ ของราชานักล่ารุ่นเล็กคู่นี้  ก็เรื่องประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทก
จากพื้นสนาม  จริงๆ ประเด็นนี้อาจจะเป็นเรื่องปกติของรองเท้าระดับทั่วไป  เพราะไม่ว่า
จะเป็นรองเท้ายี่ห้อไหนก็ตาม  ก็จะไม่ให้ชุดแผ่นรองพื้นที่มีประสิทธิภาพสูงๆ มาให้  แม้ว่า
จริงๆ แล้ว รองเท้ารุ่นนี้ก็สามารถใช้งานได้บนพื้นสนามหญ้าเทียมได้ตามปกติ  แต่ก็จำเป็น
ต้องเลือกสนามที่มีมาตรฐาน  สนามที่มีการปูพื้นรอบชั้นล่างที่หนานุ่มหน่อย  มิฉะนั้นจะรู้สึก
ถึงแรงกระแทกจากพื้นสนามมากเกินไป  แผ่นรองพื้นแบบหนาๆ ดีๆ น่าจะเป็นเรื่องเดียว
ที่อยากให้ค่ายผู้ผลิตใส่มาให้กับรองเท้าระดับทั่วไปบ้าง  เพราะต้นทุนมันก็คงไม่ได้แพง
ไปกว่ากันมากนัก  แถมยังเป็นการแก้ไขง่ายๆ ที่ช่วยให้ตัวรองเท้ามีประสิทธิภาพขึ้นได้
ทันตาเห็นอีกด้วย
 
  ในฐานะที่อาดิดาส Predator 19.3 Laceless ประเภทโมเดิร์นคอนโทรล กึ่งๆ
พาวเว่อร์แล้ว  ผมค่อนข้างพอใจกับประสิทธิภาพการสัมผัส ควบคุมและการส่งแรง
ปะทะไปยังลูกบอล  พูดง่ายๆ ก็คือการจับบอลและการยิงประตูนั่นแหละ  ส่วนประเด็น
อื่นๆ ที่เสริมเข้ามาก็คือความสบายในการสวมใส่  ซึ่งมันส่งผลดีต่อการเคลื่อนที่
และความมั่นใจในการใช้งานอยู่บ้าง  ดังนั้น..ประเด็นเหล่านี้ทำให้ผมตัดสินใจ
ที่จะให้คะแนนในฐานะ คุณสมบัตของรองเท้าประเภทโมเดิร์นคอนโทรลของ อาดิดาส
Predator 19.3 Laceless ไว้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประเภท คอนโทรล : 8 / 10


  ความคุ้มค่าและความน่าใช้
  
  มาปิดท้ายกันที่ความคิดเห็นเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความน่าใช้ของ Predator 19.3
Laceless
ราชานักล่ารุ่นเล็ก  พระเอกของเราในบทความนี้  โดยในส่วนนี้ผมจะขอนำเสนอ
ภายใต้ความคิดเห็นส่วนตัวเป็นหลัก  ซึ่งจะมุ่งประเด็นไปที่ภาพลักษณ์ ความคุ้มค่าต่อการจ่าย
ค่าตัวมูลค่า 3,500 บาท เพื่อเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้

  แน่นอนว่าภาพลักษณ์หรือชื่อชั้นของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ (มองในภาพรวมทั้งซีรี่ย์) คือซีรี่ย์
รองเท้าฟุตบอลอันดับหนึ่งของอาดิดาส  ทั้งในแง่ของการโปรโมท พรีเซนเตอร์  รวมถึงความ
เป็นตำนาน  นับตั้งแต่ที่ Predator กลับมาลุยพื้นหญ้าอีกครั้งเมื่อปีก่อน กับ Predator 18 
หลังจากที่เปลี่ยนชื่อไปใช้ชื่อ Aceได้ 3 เจเนอเรชั่น

  

  อาดิดาสยังคงมีนักฟุตบอลอาชีพระดับโลกมากมาย  โดยมี พอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลก
2018 และ เมซุส โอซิล เพลย์เมกเกอร์เชิงสูง  รับบทบาทเป็นพรีเซนเตอร์หลักมาจนถึงปัจจุบัน 
จริงๆ แล้วซุปเปอร์สตาร์ 2 คนนี้  ก็ถือได้ว่าเป็นนักเตะระดับไอคอนที่สามารถดึงฐานแฟนบอล
ได้เป็นอย่างดีแล้ว

  ถึงแม้ว่าการเปิดตัวในเจเนอเรชั่นใหม่ของ Predator 19 ในต้นเดือนที่ผ่านมา  จะต้อง
หลีกทางให้กับ Copa 19 ที่เปิดตัวเจเนอเรชั่นใหม่มาในระยะเวลาเดียวกัน  รวมถึงการ
ปรับโฉมที่ไม่แตกต่างจากเดิมมาก  จนอาดิดาสเองก็ยอมรับว่าครั้งนี้จะเรียกว่าเป็นเพียง Minor
Change ก็คงจะไม่ผิดนัก  อาจจะทำให้หลายๆ คนมองว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือไม่



  ความคิดเห็นส่วนตัวของผมคือ “ไม่เลย”  Predator ก็ยังคงเป็น Predator  ยังเป็นรองเท้า
นักล่าที่ครบเครื่องทั้งเรื่องของภาพลักษณ์และจุดขาย  โดยเฉพาะในแง่ของภาพลักษณ์นั้น
การโปรโมทก็ยังดำเนินไปต่อเนื่อง  และหากสังเกตกันดีๆ  ในทุกๆ นัดของการแข่งขันระดับ
อาชีพทั่วโลก  โดยเฉพาะทีมชั้นนำทั้งหลาย  จะต้องมีนักฟุตบอลคีย์แมนที่ใช้บริการ Predator
เป็นอาวุธคู่เท้าเพื่อลงล่าชัยชนะให้กับทีมอยู่เสมอ  จึงเป็นการการันตีได้ถึงความนิยมที่ไม่ลดลง
ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้เลย



  ประเด็นของความคุ้มค่า  ราคาค่าตัวของ Predator 19.3 Laceless  เมื่อเปรียบเทียบ
กับสิ่งที่ได้รับ  ทั้งการออกแบบ วัสดุและเทคโนโลยีที่อาดิดาสบรรจุใส่มาให้ในรองเท้าระดับ
ทั่วไปคู่นี้  โดยเฉพาะไฮไลท์ของการเป็นรองเท้าฟุตบอล “ไร้เชือก” ซึ่งถือเป็นอ็อฟชั่นล่าสุด
ที่อาดิดาสใส่มาลุยตลาดล่าง  ยิ่งส่งผลให้รองเท้ารุ่นนี้มีความ “เฉพาะตัว” มากกว่ารองเท้า
ระดับเดียวกับของค่ายอื่นๆ แทบทั้งหมด  เรียกได้ว่าเป็นรองเท้ารุ่นนึงที่คู่ควรกับคำว่า "น่าลอง"
อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

  ในขณะที่ประสิทธิภาพต่างๆ ที่สามารถเรียกหาได้จากรองเท้ารุ่นนี้   นั้นก็ดูจะทำได้ไม่เลว  
พูดง่ายๆ ก็คือมีความสมเหตุสมผล  เนื่องจากอาดิดาสไม่ได้ให้มาเยอะเกินราคา  แต่ทุกอย่าง
ก็สามารถใช้งานและจับต้องได้จริง  ตัวรองเท้าจึงสามารถมอบประสบการณ์และประสิทธิภาพ
การเล่นฟุตบอลได้ตามแบบที่รองเท้าประเภทคอนโทรลระดับเล็กควรจะเป็น

  ดังนั้นมุมมองส่วนตัวของผม...ขอมองว่า อาดิดาส Predator 19.3 Laceless คือรองเท้า
ฟุตบอลที่มีความน่าใช้มากที่สุด ระดับ 10 เต็ม 10 คะแนน  โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับ
รองเท้าฟุตบอลระดับทั่วไปในตลาดปัจจุบันนี้  หรือถ้าใครมองว่าประสิทธิภาพมันยังเทียบกับ
รองเท้าระดับท็อปคลาสทั้งหลายไม่ได้  ถ้าอย่างนั้น..คงจะเป็นการเปรียบเทียบที่ผิดขั้นกัน
ไปหน่อย  เพราะต้องไม่ลืมว่าราคา 3,500 บาท  เมื่อประเมินออกมาแล้วถือเป็นรองเท้าฟุตบอล
ที่มีความคุ้มค่ามากที่สุดรุ่นนึง ณ ตอนนี้เลยล่ะ

  คะแนน : 10 / 10



  Predator 19.3 Laceless แสดงให้เห็นแล้วว่ารองเท้าระดับทั่วไป  ก็มีประสิทธิภาพ
ในการใช้งานที่ดีได้เหมือนกัน  รองเท้ารุ่นนี้พร้อมแล้วที่จะเป็นอาวุธคู่ประจำกายของใคร
หลายๆ คน  อยู่ที่ว่า..ประสิทธิภาพทั้งหมด และความพิเศษของเทคโนโลยีไร้เชือก  จะสามารถ
ตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้มากน้อยแค่ไหน

  ทาง SiamBoots หวังว่า ข้อมูลจากการรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้ทั้งหมด  จะเป็น
ประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจโจทย์ดังกล่าวได้  ตามวัตถุประสงค์การรีวิวของเรา
ที่อยากจะให้คุณผู้อ่านเรื่องรองเท้าฟุตบอลที่เหมาะสมต่อตัวท่านเองมากที่สุด  ทั้งในแง่ของ
ประสิทธิภาพ ความนิยม รวมถึงราคาค่าตัวที่บางทีก็ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าด้วยเช่นกัน



  หากว่าราชานักล่ารุ่นเล็กในแบบไร้เชือก อาดิดาส Predator 19.3 Laceless คู่นี้
คือคำตอบของท่าน  อย่ารอช้าที่จะคว้ารองเท้ารุ่นนี้มาเป็นเจ้าของ  อย่างที่เคยบอกไปแล้ว
ว่ารองเท้ารุ่นนี้เป็น Exclusive พิเศษสุดๆ วางจำหน่ายเฉพาะที่ ซุปเปอร์สปอร์ต สาขา
เซ็นทรัลเวิลด์
และช่องทางออนไลน์ Supersports.co.th เท่านั้น (สำหรับออนไลน์
สามารถ คลิกลิงค์นี้ เพื่อไปเลือกซื้อได้เลย) ในราคาเพียง 3,500 บาท

  ...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก              
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม              
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล          
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า              
ประสิทธิภาพการยิงประตู            
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน          

   

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 19 ธันวาคม 2018 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com





"Hand On!" อาดิดาส Copa 19.1


"Hand On!" คัปป้า Symbolight Pure Pro


"Hand On!" อาดิดาส Predator 19.3 LL