"Testing!" อาดิดาส X 18.1 - รองเท้าที่ตอบสนองการเคลื่อนที่และการเลี้ยงบอล
ได้มีประสิทธิภาพ  มากับพร้อมความกระชับจากหุ้มข้อที่ให้ฟีลลิ่งที่ลงตัว


  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ X 18 ถูกเปิดตัวเพื่อต้อนรับฟุตบอลโลก 2018 อย่างแท้จริงกับเจเนอเรชั่นใหม่
ของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วจากอาดิดาส  ที่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนโฉมหน้าแค่ภายนอกเท่านั้น 
แต่ยังมีการพัฒนาในเรื่องของวัสดุและจุดเด่นของการใช้งานไปจากเจเนอเรชั่น X 17 อย่างน่าสนใจ



  นอกเหนือจากรองเท้ารุ่นท็อปสุดอย่าง X 18+  ซึ่งชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีไร้เชือก และวัสดุ
หน้าสัมผัสบอลแบบใหม่  ถือเป็นรองเท้าระดับสูงสุดที่อาดิดาสเน้นการโปรโมทแล้ว  ยังมีรองเท้า
ระดับท็อปคลาสอย่าง X 18.1 ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน  ด้วยความแตกต่างของวัสดุหน้าสัมผัส
และและเทคโนโลยีบนตัวรองเท้า  รวมถึงการที่นักฟุตบอลระดับโลก..โดยเฉพาะ “เอนโกโล่ ก็องเต้”
ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์หลักของรองเท้าซีรี่ย์นี้  ยังเลือกใส่รองเท้ารุ่น X 18.1 คว้าแชมป์โลก 2018
ไปหมาดๆ  ยิ่งแสดงให้เห็นว่ารองเท้ารุ่นนี้ต้องมีอะไรดีอย่างแน่นอน

  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปร่วมทดสอบอาดิดาส X 18.1 เพื่อรีวิวประสิทธิภาพ
การใช้งานจริงๆ ในสนาม  มาให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้รับรู้ไปเลยว่ารองเท้าสายพันธุ์ความเร็ว
จากอาดิดาสรุ่นใหม่ล่าสุดคู่นี้  ก็มีดีไม่แพ้คู่แข่งในตลาด  แต่จะมีจุดเด่นหรือจุดด้อยตรงไหนบ้างนั้น 
ทุกการวิเคราห์วิจารณ์  รวมถึงการเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลักๆ ในตลาดนั้น  จะถูกลงไว้อย่างละเอียด
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา..แน่นอน เพื่อฟันธงกันไปเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้เป็นเช่นไร

  ข้อมูลรองเท้าฟุตบอล อาดิดาส X 18.1



  สำหรับข้อมูลทางเทคนิค ซึ่งรวมถึงเรื่องของวัสดุ เทคโนโลยีและดีไซน์การออกแบบทั้งหมดของ
อาดิดาส X 18.1 ทั้ง  ผมเคยนำเสนอไปแล้วในบทความ Hand On! ที่นำเอา X 18.1 สีเปิดตัว
"Energy Mode" มาเปิดฝากล่องให้ชมกันแบบเต็มๆ  พาทุกท่านไปทำความรู้จักกันว่ารองเท้า
รุ่นใหม่คู่นี้  มีไฮไลท์ตรงไหนหรือมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากโฉมเก่าบ้าง  


  
  ในการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนาม  ก็เพื่อจะเป็นการหาคำตอบว่าไฮไลท์ต่างๆ
ของตัวรองเท้า ทั้งเรื่องของวัสดุ เทคโนโลยี และสรรพคุณที่อาดิดาสโปรโมทออกมาทั้งหมดนั้น
จะสามารถใช้งานได้จริงมากน้อยแค่ไหน  ดังนั้นการทำความรู้จักองค์ประกอบต่างๆ ของรองเท้า
ก่อนที่จะไปทดสอบกัน  จะช่วยเติมเต็มอรรถรสในการอ่านบทความทดสอบได้เป็นอย่างดี

  สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่ยังไม่เคยเข้าไปอ่าน หรือยังคิดว่ารู้จักกับ อาดิดาส X 18.1ไม่ดีพอ
ผมจะขออนุญาตนำลิงค์บทความดังกล่าวมาแปะไว้ด้านล่างนี้นะครับ  และอยากเชิญชวนให้ท่าน
เข้าไปอ่าน Hand On! อาดิดาส X 18.1 ก่อนที่จะไปลงสนามทดสอบกัน

  ลิงค์บทความ Hand On! อาดิดาส X 18.1 >>> www.siamboots.com/handon-Adidas
-X18-1 Energy mode


  การเลือกไซส์



  ปกติแล้วผมจะเลือกสวมใส่รองเท้าฟุตบอลไซส์ 27.5 เซนติเมตร เป็นไซส์มาตรฐานของตัวเอง
โดยเฉพาะรองเท้าฟุตบอลของอาดิดาสที่พบว่าไซส์รองเท้าจริงเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขไซส์ 
นั้นไม่ค่อยมีความคลาดเคลื่อนสักเท่าไหร่นัก  จากประสบการณ์ที่มีโอกาสได้ลองสวมใส่มานั้น 
พบว่ามีเพียงแค่ Ace 17+ Pure Control เท่านั้นมีจำเป็นต้องขยับเพิ่มครึ่งไซส์  แต่ในส่วน
ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ความเร็วทั้งตระกูล adiZero หรือ X ที่ผ่านมาในเจเนอเรชั่นเก่าๆ  นั้น
สามารถเลือกใส่ตรงไซส์ได้เลย

  อย่างไรก็ตาม  อาดิดาส X 18.1 คู่นี้ที่ผมกำลังจะสวมใส่ลงสนาม  จะเป็นรองเท้าไซส์ 9.5 UK
หรือ 28.0 เซนติเมตร
  ซึ่งเป็นไซส์ที่ใหญ่กว่าปกติครึ่งนึง  เนื่องจากเหตุผลบางประการ  ดังนั้น
ผมจะเลือกเอาไซส์นี้แหละ..มาลงสนามทดสอบ  โดยการวิเคราะห์ทุกหัวข้อจะอ้างอิงกับการเลือกใส่
รองเท้าไซส์นี้ไปเลย  แต่ก่อนอื่นนั้น..ผมจะมาวิเคราะห์เรื่องการเลือกไซส์กันก่อนครับ  ว่าอาดิดาส
X 18.1 แบบเพิ่มครึ่งไซส์จากปกตินั้น  จะมีขนาดไซส์จริงๆ เป็นเช่นไร



  ในขั้นตอนการสวมใส่ X 18.1 กับถุงเท้าฟุตบอลแบบปกติ  ไม่ใช่แบบหนาเป็นพิเศษ  พบว่า
จำเป็นต้องขยายและคลายช่วงแนวร้อยเชือกให้หลวมออกให้มากที่สุด  เนื่องจากลักษณะของ
บริเวณหุ้มข้อที่ไม่ค่อยยืดขยายได้มากนัก  จะทำให้การสวมใส่นั้นทำได้ยากมาก  โดยเฉพาะ
การสวมใส่ในครั้งแรก  แต่ถ้าหากได้ลองทำความคุ้นเคยกับการสวมใส่รองเท้าคู่นี้ไปได้สัก
3-4 ครั้ง  ก็จะทำได้ง่ายขึ้นเหมือนกับการสวมใส่รองเท้ารุ่นอื่นๆ ทั่วไป



  ขนาดรองเท้าตามความยาว  พบว่าบริเวณกึ่งกลางของหัวรองเท้าจะเหลือประมาณ 0.4–0.5
เซนติเมตร
  สามารถวางนิ้วโป้งวางทาบตามแนวขวางลงไปประมาณค่อนนิ้วเลย  ซึ่งวัดกันตาม
ระยะนี้แล้ว..ถือว่าอาจจะมีลักษณะหัวรองเท้าที่เหลือมากเกินไปนิดนึง  แต่ก็เป็นระยะเหลือที่ยัง
สามารถสวมใส่ลงเล่นได้ตามปกตินะ  ทั้งนี้..ผมมีโอกาสได้ไปลอง X 18.1 ไซส์ 27.5 เซนติเมตร
(ตรงไซส์) พบว่าระยะความยาวและหัวรองเท้าจะค่อนข้างพอดี



  ขนาดรองเท้าตามความกว้าง  ตรงช่วงบริเวณหน้าเท้า กลางลำเท้า  และฟีลลิ่งแรงกด
ตรงหลังเท้านั้นได้ฟีลลิ่งที่กำลังดี  ไม่หลวมหรือไม่ถูกบีบมากจนเกินไป  สำหรับคนที่มีลักษณะ
หน้าเท้ากว้างและหลังเท้านูนๆ แบบรูปเท้าของคนไทย(ส่วนใหญ่)  น่าจะชอบกับขนาด
ตามความกว้างประมาณนี้ 

  แต่ถ้าอยากได้ความกระชับให้มากขึ้น  ก็ยังสามารถที่จะดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่น
และตึงกว่านี้ได้อีกหน่อย  ดังนั้น..ในเรื่องความกว้าง กับการเลือกไซส์ X 18.1 แบบเพิ่มครึ่งไซส์
เช่นนี้  จะไม่รู้สึกว่าหลวมจนเกินไป  ไม่น่าเป็นปัญหากับเรื่องของความกระชับในตอนที่ใช้งานจริง



  บริเวณข้อเท้าและหุ้มข้อแบบเฉพาะตัวของอาดิดาส X 18.1 ที่แม้ว่าจะเป็นรองเท้าฟุตบอล
ที่สวมใส่ค่อนข้างยาก  แต่พอสวมใส่เท้าเข้าไปด้านในแล้ว  จะรู้สึกถึงขนาดรูปทรงที่ลงตัว 
ไม่ได้อึดอัดหรือเป็นอุปสรรคในการเลือกไซส์รองเท้าแต่อย่างใด  ส่วนประสิทธิภาพในขั้นตอน
การใช้งานที่เกี่ยวข้องกับหุ้มข้อชุดนี้  เดี๋ยวค่อยว่ากันในส่วนทดสอบการใช้งานจริงๆ อีกครั้ง

  สรุปคำแนะนำสำหรับการเลือกไซส์ อาดิดาส X 18.1 ได้ดังนี้ว่า  รองเท้ารุ่นนี้ยังมีขนาด
มาตรฐานที่ค่อนข้างตรงไซส์เหมือนเคย  เพียงแต่การสวมใส่บริเวณหุ้มข้อนั้นค่อนข้างยาก 
ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีรูปเท้าเรียวยาวและหลังเท้าไม่นูนมากนัก  แต่สำหรับท่านใดที่มีรูปเท้า
หน้ากว้างและหลังเท้าอูม  การเพิ่มไซส์ไปครึ่งไซส์น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า  เพราะจะช่วย
ให้การสวมใส่ทำได้ง่ายขึ้น  ช่วงกลางหลังเท้าจะไม่ถูกบีบมากจนเกินไป  ส่วนระยะหัว
รองเท้าที่เหลือเกินมานั้น..ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคในระยะการใช้งานจริงเท่าไหร่แต่อย่างใด

  ทดสอบการใช้งาน



  พร้อมที่จะลงทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนามของ อาดิดาส X 18.1 กันแล้ว 
โดยรองเท้าประเภทจรวดทางเรียบคู่นี้  จะต้องผ่านบททดสอบในหัวข้อต่างๆ ของการเล่นฟุตบอล 
ตามมาตรฐานที่ผมได้ทำรีวิวทดสอบการใช้งานมาโดยตลอด  ทุกตัวอักษรของการรีวิวนั้นจะออกมา
จากความรู้สึก ฟีลลิ่งและประสิทธิภาพที่สัมผัสได้ตามจริงทุกอย่าง  เพื่อหาจุดเด่น จุดด้อย จุดแข็ง
หรือจุดอ่อนของรองเท้ารุ่นนี้  มาเป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านได้ใช้ในการเลือกตัดสินใจ

  แน่นอนว่าคู่ปรับในกลุ่มของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วของ X 18.1 ที่เปรียบดั่ง
ไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด  คงจะหนีไม่พ้นรองเท้าซีรี่ย์ Mercurial XII จากไนกี้  ที่เพิ่งเปิดตัว
เจเนอเรชั่นใหม่ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา  นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมของการดวลกันในแง่ของ
ประสิทธิภาพการใช้งานจริงอย่างแท้จริง

  ถึงแม้ว่าที่ผมได้เคยรีวิวไปนั้นจะเป็น Mercurial SuperFly VI ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นสูงสุด 
แต่เมื่อมองจากข้อมูลทางเทคนิคของตัวรองเท้า วัสดุ และเทคโนโลยีโดยรวมๆ แล้ว  ก็แทบจะ
ไม่ได้แตกต่างจาก Mercurial Vapor XII ซึ่งเป็นรุ่นที่ชนกับ X 18.1 โดยตรง  ดังนั้น
จะข้อยกเอาสิ่งที่เคยสัมผัสได้จากการรีวิว Mercurial SuperFly VI มาเปรียบเทียบกับ
X 18.1 ในบทความนี้ไปเลย

  เอาล่ะครับ...เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว  ก็จะได้เวลาเป่านกหวีดเริ่มเกมส์..พาอาดิดาส X 18.1
ลงสนามทดสอบกันได้แล้ว

  ความสบายในการสวมใส่



  มาเริ่มกันก่อนที่เรื่องของฟีลลิ่งความสบายในการสวมใส่ของ X 18.1  ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่เรา
จะได้สัมผัสเมื่อก้าวลงสู่พื้นสนามเลย  จากการใช้งานตั้งแต่ครั้งแรกๆ ก็พบว่ารองเท้ารุ่นนี้ความ
สบายในการสวมใส่บริเวณช่วงหน้าเท้าและหลังเท้าที่ค่อนข้างดี   ไม่รู้สึกถึงอาการบีบจนสร้าง
ความอึดอัดแต่อย่างใด  จะมีบ้างก็แค่ในช่วง 5 – 10 นาที  ยังรู้สึกว่าอัพเปอร์ยังมีความแข็งๆ อยู่
เนื่องจากตัวรองเท้ายังไม่ถูกยืดขยายออกมากนัก  แต่พอเลย 10 นาทีขึ้นไป  พอจะจับความรู้สึก
ได้ว่าอัพเปอร์เริ่ม Break-in กับรูปเท้าได้ดีขึ้น  มีลักษณะที่ยืดขยายออกตามรูปเท้าได้เล็กน้อย 
ซึ่งก็เป็นฟีลลิ่งการสวมใส่ที่รู้สึกได้ถึงความพอดี 

  ประสิทธิภาพการระบายความร้อนออกสู่ภายนอกของ X 18.1 ดูเหมือนจะทำได้ดีกว่า
Mercurial SuperFly VI เล็กน้อย  เนื่องจากลักษณะวัสดุอัพเปอร์ของ X 18.1 เป็นวัสดุ
ผ้าเมซที่มีความบาง และยังมีบางส่วนที่เป็นรู  จึงแทบจะไม่รู้สึกว่าตัวรองเท้าอมความร้อนเอาไว้เลย 
และยังรู้สึกได้ว่าลมสามารถพัดผ่านทะลุเข้าไปด้านในของตัวรองเท้าได้ดีกว่า  ในขณะที่ส่วนของ
หุ้มข้อซึ่งเปิดช่วงตาตุ่มเอาไว้  ก็มีช่องว่างช่วยให้การระบายอากาศนั้นทำได้ดีขึ้น

  อย่างไรก็ตาม..หุ้มข้อแบบเฉพาะที่เรียกว่า Claw Collar ของ X 18.1 นั้นเหมือนจะสร้าง
ความรู้สึกติดขัดเล็กๆ น้อยๆ  โดยเฉพาะบริเวณข้อพับด้านบนของข้อเท้า  เนื่องจากลักษณะ
ของวัสดุหุ้มข้อที่เป็นชิ้นแข็งๆ และบาง  ในจังหวะการเคลื่อนที่..จึงรู้สึกว่าชิ้นส่วนของหุ้มข้อ
ดังกล่าว  จะมาค้ำกับบริเวณข้อพับอยู่บ้าง  อาการตรงนี้ทำให้เรื่องฟีลลิ่งหุ้มข้อของไนกี้
Mercurial SuperFly VI
ให้ความสบายได้มากกว่า 

  เรื่องของอาการกัดส้นเท้าและช่วงแนวเอ็นร้อยหวาย  จากการใช้งานมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
ก็พอจะรู้สึกถึงอาการกัดส้นอยู่บ้างในช่วงแรกๆ แต่ถือเป็นอาการกัดส้นในระดับที่ค่อนข้างเบา 
ไม่ถึงกับสร้างอาการบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนรองเท้า  พอใช้งานไปได้สัก 3 ครั้ง อาการกัดส้น
ก็จะหายไปเอง

  ถือได้ว่า อาดิดาส X 18.1 เป็นรองเท้าสายความเร็วที่มีระดับความสบายในการสวมใส่
ที่ค่อนข้างดี  โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลา Break-in ของตัวอัพเปอร์ที่สามารถปรับจูนเข้ารูปเท้า
ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่สวมใส่  ตัวรองเท้าไม่อมความร้อน  แต่จะติดช่วงหุ้มข้อแบบ Claw Collar
ที่จะมาค้ำๆ กับช่วงข้อพับอยู่บ้าง  ซึ่งโดยรวมแล้วผมรู้สึกว่า X 18.1 ใส่สบายกว่า Mercurial
SuperFly VI
เล็กน้อย  แต่ยังไม่เกินกว่ากันมากนัก  จึงขอลงคะแนนให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน
เท่ากัน

  คะแนน : 8 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  หลังๆ มานี้ต้องยอมรับว่าอาดิดาสให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทก
จากพื้นสนาม  ในรองเท้าฟุตบอลทุกซีรี่ย์อย่างมีมาตรฐานที่เหมือนๆ กันทั้งหมด  แม้ว่า X 18.1
จะเป็นรองเท้าประเภทความเร็ว  แต่ชุดแผ่นรองพื้นด้านในซึ่งมีอิทธิพลต่อการรองรับแรงกระแทก
มากที่สุดนั้น  ก็เป็นชุดแผ่นรองพื้นที่มีความหนา  และสามารถช่วยซัพพอร์ตแรงกระแทกจาก
พื้นสนามได้เป็นอย่างดี 

  แต่ปัจจัยที่ทำให้การใช้งานอาดิดาส X 18.1 บนพื้นสนามหญ้าเทียม ทำได้อย่างไม่มี
ปัญหากับเรื่องของแรงกระแทก  ก็คือลักษณะการออกแบบปุ่ม FG ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่  
และกระจายตัวในอยู่ในตำแหน่งที่สมดุล  ส่งผลให้ทุกจังหวะของการลงน้ำหนักนั้นสามาร
กระจายแรงกระแทกได้ทั่วฝ่าเท้า  ไม่รู้สึกว่ามีจุดใดจุดหนึ่งที่ต้องรับภาระในการรับแรงกระแทก
มากเป็นพิเศษ หรือไม่รู้สึกถึงฟีลลิ่งที่เรียกว่าปุ่มทิ่มฝ่าเท้าแต่อย่างใด  ประเด็นนี้ทำให้ผมมอง
ว่า X 18.1 มีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามได้ดีกว่า Mercurial
SuperFly VI


  สรุปได้ว่า X 18.1 เป็นรองเท้าที่สามารถเลือกใช้ลงสนามหญ้าเทียมได้อย่างไม่ต้องกังวล
เป็นรองเท้าประเภทความเร็วที่มีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกได้ดีไม่แพ้รองเท้าประเภท
คอนโทรลซีรี่ย์หลักๆ บางซีรี่ย์ด้วยซ้ำ และถ้าจะเปรียบกับคู่แข่งหลักอย่าง Mercurial
SuperFly VI
ผมมองว่า X 18.1 ทำผลงานในเรื่องนี้ได้ดีกว่าอยู่ 1 แต้ม  

  คะแนน : 8 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  มาต่อกันที่ฟีลลิ่งความกระชับ และความมั่นใจเมื่อสวมใส่อาดิดาส X 18.1 ลงวาดลวดลาย
ทำความเร็วในสนามกันบ้าง  ซึ่งประสิทธิภาพตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัฐมากสำหรับรองเท้าประเภท
ความเร็ว  ไปดูกันว่ารองเท้ารุ่นนี้จะมีมาตรฐานในด้านนี้ได้ดีเพียงใด

  ฟีลลิ่งที่ผมชื่นชอบในการสวมใส่ X 18.1 มากๆ นั้น  อยู่ที่บริเวณหุ้มส้นด้านด้านใน ที่ถูก
ออกแบบให้มีลักษณะเป็นสป็อต มีวัสดุบุนุ่มนูนขึ้นมาซัพพอร์ตกับร่องของแนวเอ็นร้อยหวาย
ได้เป็นอย่างดี  แค่สวมใส่ก็รู้สึกได้ถึงความกระชับแน่นหนา และการจับล็อคกันระหว่างส้นเท้า
ได้อย่างยอดเยี่ยม  ทำให้เวลาที่ต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสามารถทำได้อย่างมั่นใจ  ฟีลลิ่งตรงนี้
ผมชอบมากกว่า Mercurial SuperFly VI เสียอีก



  ในขณะที่ลักษณะของหุ้มข้อแบบ Claw Collar ที่เว้า เปิดบริเวณตาตุ่มเอาไว้  ทำให้การ
เคลื่อนไหวทางกายภาพของข้อเท้าสามารถทำได้อย่างอิสระ  ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนกับหุ้มข้อสูง
ที่ปิดเหนือตาตุ่ม  จึงตอบโจทย์สำหรับผู้เล่นที่อยากได้ความเป็นตรงกลางระหว่างความสบาย
และความกระชับได้เป็นอย่างดี  เพียงแต่ส่วนหุ้มข้อด้านบนที่ต่อมาจากลิ้นรองเท้านั้น  มันจะ
ยาวมาจนชนเข้ากับข้อพับของข้อเท้ามากเกินไปหน่อย  มีจังหวะให้รู้สึกติดขัดอยู่บ้าง

  ความกระชับของส่วนอัพเปอร์ X 18.1 ตรงบริเวณหน้าเท้าและหลังเท้า  โดยรวมๆ แล้ว
ทำได้ดี  แต่ยังไม่ดีที่สุด  แม้ว่าวัสดุผ้าเมซจะสามารถเรียบและลู่ไปกับสรีระของรูปเท้าได้ดี 
แต่ก็มีบางจังหวะที่เกิดช่องว่างภายในรองเท้า  ในขณะที่วัสดุฟลายนิตนั้นจะมีความยืดหยุ่น
มากกว่า  ทำให้ความกระชับช่วงหน้าเท้าและหลังเท้าของ Mercurial SuperFly VI
จะให้ฟีลลิ่งความกระชับที่ดีกว่า  โดยเฉพาะในจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
แบบสเต็ปตัวออกไปด้านข้าง  พอจะมีจังหวะให้รู้สึกเหมือนฝ่าเท้าสไลด์เคลื่อนออกไปเล็กน้อย 

  แผ่นรองพื้นด้านในของอาดิดาส X 18.1 ก็ยังจัดว่าเป็นแผ่นรองพื้นที่ผิวสัมผัสมีความฝืด
อยู่ระดับแถวหน้า ณ ตอนนี้  ผิวสัมผัสระหว่างฝ่าเท้านั้นสร้างแรงเสียดทานได้ดี  ไม่รู้สึกถึง
อาการลื่นไถล  ช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ได้อย่างมั่นใจ

  คะแนน : 9 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  เป็นอีกครั้งที่อาดิดาสเปลี่ยนรูปแบบและลักษณะปุ่ม FG ของรองเท้าตระกูลนี้ใหม่  เพื่อให้ได้
ประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนามที่ดีขึ้น  แต่จะเป็นเช่นไรนั้น
เราไปทดสอบกันต่อได้เลย

  ระดับการจิกลงไปยังพื้นสนาม  จากปลายปุ่ม FG ของอาดิดาส X 18.1  รู้สึกได้ว่าปลายปุ่ม
จิกลงไปได้ประมาณ 3 ส่วน 4  ซึ่งไม่ลึกเท่ากับปุ่มแบบใบมีดของ Mercurial SuperFly VI
ถ้ามองจากลักษณะปุ่มที่มีขนาดใหญ่กว่าแล้วก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่  แต่การล็อคเข้ากับพื้นสนาม
ของปุ่ม X 18.1 นั้น  รู้สึกได้ว่ามุมของปุ่มรูปทรงสามเหลี่ยมแต่ละปุ่ม  สามารถช่วยกันสร้าง
แรงยึดเกาะได้ในทุกทิศทาง  มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่มีอากาศลื่นไถล
แม้แต่น้อย  แถมยังได้ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักที่เต็มฝ่าเท้า แน่นหนาและมั่นคงกว่า

  โดยบุคลิกการยึดเกาะจากปุ่ม FG ของ X 18.1 ในจังหวะที่ปุ่มกดลงเป็นพื้นสนามเต็มที่แล้ว 
จะไม่สามารถใช้ปุ่มเป็นจุดหมุนได้เหมือนกับปุ่มรูปทรงกลมของรองเท้าประเภทคอนโทรลทั่วไป 
เรียกได้ว่าถ้าปุ่มกดลงไปยังพื้นสนามในมุมไหน  ก็จะยึดเกาะอย่างมั่นคงในมุมนั้นๆ ไปเลย  ซึ่ง
เป็นบุคลิกการยึดเกาะของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วที่สมเหตุสมผล



  อย่างไรก็ตาม..ในการเปลี่ยนทิศทางของการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  ไม่ว่าจะเป็นการโยก
ออกในทิศทางช่วง 45-75 องศา ซึ่งเป็นพิสัยของสเต็ปการสับขาหลอกล่อคู่แข่งด้วยความเร็ว  
ยังต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ชุดปุ่มของไนกี้ Mercurial SuperFly VI นั้นสามารถตอบสนอง
และให้ฟีลลิ่งการใช้งานในรูปแบบดังกล่าวได้มั่นคง  ทำได้เร็วกว่า  เนื่องจากลักษณะทิศทาง
การวางปุ่มเชฟรอนที่เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้น  รวมถึงพื้นที่หน้าตัดปุ่ม ที่น้อยกว่าปุ่มของ X 18.1
ก็มีส่วนทำให้การถอนเท้าขึ้นจากพื้นสนามทำได้อย่างคล่องตัว

  จังหวะการสปรินซ์ทำความเร็วด้วยปลายเท้าของ X 18.1 นั้น  พบว่ามีฟีลลิ่งความดุดันและ
แรงกระชาก  ซึ่งเกิดจากแรงดีดกลับของฐานพื้นช่วงกลาง  มาช่วยตอบสนองต่อช่วงปลายเท้า
ได้ค่อนข้างจะชัดเจน  ในขณะที่ฐานพื้นช่วงกลางที่มีความกว้างจะมาช่วยควบคุมความมั่นคง 
ทำให้การสปรินซ์ด้วยปลายเท้าทำได้อย่างมั่นใจเป็นอย่างมาก

  สรุปโดยภาพรวมแล้ว ประสิทธิภาพด้านการเคลื่อนที่ของ X 18.1 นั้นถือได้ว่าทำได้ดีขึ้น 
ปุ่มสามารถยึดเกาะพื้นสนามได้แน่นหนา  เน้นบุคลิกการลงน้ำหนักที่มั่นคง เต็มฝ่าเท้ากว่า
(แต่ปุ่มยังจิกลงไปในพื้นสนามได้ไม่มิด)  รวมถึงการสปรินซ์ทำความเร็วด้วยปลายเท้า  ก็รู้สึก
ได้ถึงแรงดีดจากฐานพื้นช่วงกลางที่รุนแรงเอาเรื่อง  แต่เนื่องด้วยลักษณะของปุ่มขนาดใหญ่
และพื้นที่หน้าตัดเยอะกว่า Mercurial SuperFly VI ยังต้องยอมรับว่าการใช้งานในรูปแบบ
ของการสับขาหลอก หรือการโยกตัวเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วในสไตล์ของรองเท้าด้าน
ความเร็วนั้น  ยังเป็นรองชุดปุ่มของไนกี้อยู่เล็กน้อย

  คะแนน : 9 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  มาเริ่มต้นการเล่นกับลูกบอลในหัวข้อการทดสอบฟีลลิ่งการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ของ
อาดิดาส X 18.1 กันครับ  หลังๆ มานี้ต้องบอกว่ารองเท้าประเภทความเร็วหลายๆ ซีรี่ย์  เริ่มให้
ความสำคัญกับประสิทธิภาพและฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน  รวมถึงมาตรฐานที่ไนกี้
Mercurial SuperFly VI เคยทำคะแนนในหัวข้อนี้ได้ดี  ทีนี้จึงเป็นคราของ X 18.1 ที่จะต้อง
พิสูจน์ในเรื่องนี้กันบ้าง

   ลองจับสัมผัสฟีลลิ่งของอัพเปอร์ X 18.1 ช่วงด้านหน้า ด้วยการเดาะบอลแบบง่ายๆ  รู้สึกได้
ทันทีถึงฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่บางและเรียบ  แรงกระทำระหว่างหน้าเท้ากับลูกบอลนั้นรู้สึกถึงกัน
อย่างเต็มที่  แอบมีฟีลลิ่งแข็งๆ กว่า Mercurial SuperFly VI อยู่บ้างพอประมาณ  เนื่องจาก
ลักษณะวัสดุผ้าเมซที่แข็งกว่า  ดังนั้น..ในการจับบอลแรกลงพื้นสนามในแนวดิ่งด้วยพื้นที่สัมผัส
บริเวณด้านหน้า  จำเป็นต้องอาศัยทักษะการผ่อนแรงที่ดีของแต่ละบุคคล  จึงจะสามารถดูดบอล
ลงพื้นได้นิ่งสนิทในครั้งเดียว



  ส่วนการควบคุมบอลในแนวระนาบกับพื้นสนาม  โดยเฉพาะการจับบอลที่พุ่งกระเด้งกระดอน
เข้ามาด้วยความเร็ว  พบว่าหน้าสัมผัสที่เป็นรูและมีมิติของ X 18.1นั้นสามารถสร้างแรงเสียดทาน
กับผิวของลูกบอลได้ดี  ช่วยทำให้การควบคุมทิศทางของการจับบอลทำได้แม่นยำ  ทำให้สามารถ
เล่นในจังหวะต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็ว

  และเนื่องจากเป็นพื้นผิวดังกล่าวเป็นลักษณะทางกายภาพ  ดังนั้นเวลาที่ผิวสัมผัสเปียกน้ำ 
ก็ยังพอที่จะได้รู้สึกถึงแรงเสียดทานที่ช่วยให้การควบคุมบอลยังทำได้ดีอยู่  แต่อาจจะลดลง
เล็กน้อย  อย่างไรก็ตาม..ถ้าวัดกันเฉพาะในเวลาที่หน้าสัมผัสเปียกน้ำเยอะๆ  ยังต้องยอมรับ
ว่าเทคโนโลยี ACC ของ Mercurial SuperFly VI นั้นจะแสดงประสิทธิภาพในการดึงดูด
กับผิวของลูกบอลในเวลาที่เปียกน้ำได้ดีกว่า



  จังหวะการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  พบว่าข้อดีของ X 18.1 คือพื้นที่ข้างเท้าด้านใน
ที่มีลักษณะราบเรียบสม่ำเสมอกันเป็นพื้นที่กว้าง  ทำให้การเปิดข้างเท้าเพื่อแปส่งบอลในแต่ละ
จังหวะนั้น  สามารถเข้าถึงได้อย่างเต็มสัมผัส  ไม่มีวัสดุอื่นหรือไม่มีแนวตะเข็บเย็บ  ก็สามารถ
ช่วยทำให้ทุกการสัมผัสบอลในแต่ละครั้ง..ได้ฟีลลิ่งที่เหมือนๆ กันทั้งหมด  หากปรับจูนฟีลลิ่ง
ของสัมผัสได้แล้ว  จะทำให้การเล่นบอลด้วยข้างเท้าด้านในนั้นทำได้อย่างง่ายดาย

  แต่ถ้าหากคำนึงถึงความหนักแน่น  ความแรงของการแปบอลออกไปพื้นที่บริเวณนี้  ยังต้อง
บอกว่า X 18.1 ไม่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ในลักษณะดังกล่าวได้ดีนัก  ในขณะที่วัสดุฟลายนิต
ของ Mercurial SuperFly VI นั้นสามารถส่งแรงในการแปบอลได้ฟีลลิ่งที่หนักแน่นกว่า  ดังนั้น
ถ้าต้องการเห็นลูกบอลที่ถูกแปออกไปอย่างมีน้ำหนักด้วย X 18.1 ก็จำเป็นต้องผสมผสานกัน
ระหว่างการสัมผัสบอลที่เต็มหน้าสัมผัสกับน้ำหนักความแรงจากข้างเท้าของผู้เล่นโดยตรงมา
ช่วยกัน

  สรุปได้ว่าฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของ อาดิดาส X 18.1 จะตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ชอบฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลแบบบางเป็นธรรมชาติมากๆ  และไม่แคร์ว่าหน้าสัมผัสจแอบแข็งไปบ้าง  ทำให้
การจับบอลแรกยังต้องอาศัยทักษะการผ่อนแรงเฉพาะบุคคลเข้ามาช่วย  ส่วนพื้นที่ข้างเท้าด้านใน
ก็ถือว่าออกแบบมาได้ดี  เปิดกว้างและราบเรียบ  ทำให้การแปส่งบอลทำได้ง่าย  เพียงแต่ฟีลลิ่ง
ของน้ำหนักและการส่งแรง  ยังต้องอาศัยน้ำหนักจากเท้าโดยตรง  ประสิทธิภาพโดยภาพรวม
ในหัวข้อนี้..ผมยังมองว่า Mercurial SuperFly VI ทำได้ดีกว่า

  คะแนน : 8 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  มาทดสอบการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วยอาดิดาส X 18.1 กันบ้าง  พบว่าฟีลลิ่งตอนที่แตะ
เลี้ยงบอลไปด้วยความเร็ว  จะได้ฟีลลิ่งการสัมผัสที่บางติดเท้าและเป็นธรรมชาติมากๆ  การตอบ
สนอง (Sensitive) ระหว่างการส่งแรงเพื่อขับเคลื่อนลูกบอลไปในแต่ละจังหวะ  สามารถทำได้
อย่างรวดเร็ว ไม่รู้สึกหน่วง  ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของรองเท้าประเภทความเร็วเช่นนี้ 
หากเปรียบเทียบกันแล้วต้องบอกว่า X 18.1 ให้สัมผัสการเลี้ยงบอลที่บางและตอบสนองได้ดีกว่า
Mercurial SuperFly VI อยู่เล็กน้อย

  แต่ในทางกลับกัน..การควบคุมน้ำหนักของการเลี้ยงบอลด้วย X 18.1 นั้นจะทำได้ยากกว่า
Mercurial SuperFly VI เนื่องจากพื้นผิววัสดุอัพเปอร์แบบผ้าเมซที่มีรู้สึกว่าแข็งกว่าด้ายถัก
ฟลายนิต  สำหรับคนที่ไม่ถนัดกับฟีลลิ่งการแตะบอลแบบนี้  จำเป็นต้องใช้เวลาปรับน้ำหนัก
การสัมผัสบอลสักระยะนึง  ถึงจะช่วยให้การควบคุมน้ำหนักการเลี้ยงบอลทำได้อย่างเชื่องเท้า
มากขึ้น   



  ส่วนประสิทธิภาพของเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงบอลอย่างกระทันหันนั้น  พบว่าหน้าสัมผัสของ
X 18.1 นั้นสามารถที่จะสร้างเสียดทานในการควบคุมทิศทางของลูกบอลได้ดีในระดับหนึ่ง 
เนื่องจากลักษณะของอัพเปอร์ที่เป็นรูๆ ของผ้าเมซ  ทำให้เกิดเป็นพื้นผิวขรุขระและมีมิติ  สามารถ
ใช้เป็นจุดสร้างแรงเสียดทานในการเข้าสัมผัสเพื่อเปลี่ยนทิศทางของลูกบอลได้อย่างแม่นยำ 
โดยไม่ต้องคำนึงว่าพื้นผิวสัมผัสจะแห้งหรือจะเปียกน้ำเหมือนกับรองเท้าหน้าสัมผัสแบบผิวเรียบๆ
ของซีรี่ย์อื่น



  ในขณะที่พื้นผิวของเส้นแถบสามขีดบริเวณข้างเท้าด้านนอกนั้น  จากตอนที่ Hand On! กันมา 
จะเห็นว่ามันมีลักษณะเป็นแถบหนาและมีความฝืดมากเป็นพิเศษ  ซึ่งพอเวลาใช้งานจริงๆ  ก็สามารถ
ใช้เป็นพื้นที่สัมผัสในการเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก  เพื่อช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพการควบคุม
ทิศทางของลูกบอลได้จริงอีกด้วย

  สรุปประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วย X 18.1พบว่าจุดแข็งของรองเท้ารุ่นนี้คือฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลที่บางติดเท้าเป็นธรรมชาติมากที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้  เป็นผลให้การขับเคลื่อนบอล
ทำได้อย่างรวดเร็ว  เพียงแต่การสัมผัสบอลจะแข็งไปหน่อยเมื่อเทียบวัสดุฟลายนิตของ Mercurial
SuperFly VI
ส่วนความแม่นยำในการเปลี่ยนทิศทางบอล  พบว่าหน้าสัมผัสสามารถสร้างแรง
ปฏิกิริยาได้ดีทำได้ตามมาตรฐานของรองเท้าที่เน้นการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  ในหัวข้อนี้ผมขอ
ลงคะแนนไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน : 9 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  ประสิทธิภาพการยิงประตูและความอันตรายของ อาดิดาส X 18.1 จะถูกทดสอบในหัวข้อนี้ 
ผมได้ลองวางเท้ายิงลูกบอลแบบเน้นๆ ด้วยความแรง  พบว่าการวางเท้าหลักทำได้อย่างมั่นคง 
ชุดปุ่มล็อคกับพื้นสนามได้ดีมาก  ต้องชื่นชนลักษณะการวางปุ่มรูปทรงสามเหลี่ยมที่หันหน้า
ออกไปคนละทิศทางกัน  ทำให้ช่วยล็อคพื้นสนามได้อย่างไม่มีอาการลื่นไถลเลย  ในขณะที่
ระดับการจิกของปลายปุ่ม  ซึ่งลึกลงไปยังพื้นสนามประมาณ 3 ส่วน 4 นั้นถือว่าเป็นความลึก
ที่กำลังดี  ฝ่าเท้าไม่จมหรือไม่ลอยจนเกินไป

  ช่วงวินาทีที่หน้าสัมผัสปะทะเข้ากับผิวของลูกบอลอย่างเต็มแรง  รู้สึกได้ถึงฟีลลิ่งที่มีความบาง
แบบดิบๆ  ไม่มีอาการหน่วงระหว่างหน้าสัมผัส  หรือไม่มีฟีลลิ่งแบบ Damping ให้รู้สึกมากนัก 
ดังนั้น..ความแรงของลูกบอลที่ถูกยิงออกไปอย่างเต็มแรงนั้น  จะขึ้นอยู่กับพละกำลังขาเป็นหลัก
อาการยิงแบบลูกบอลพุ่งหรือส่ายจึงมีโอกาสเห็นได้น้อยหน่อย  และต้องยอมรับว่าหน้าเท้าของ
ผมเองนั้นรับรู้ถึงแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาพอสมควร  ไม่สบายหน้าเท้าสักเท่าไหร่นัก  ถ้าจะให้
ยิงเต็มแรงใส่ลูกบอลที่แข็งมากๆ อย่างต่อเนื่องก็คงจะระบมหน้าเท้าไม่น้อยเหมือนกัน  เรื่องนี้
ผมมองว่าไนกี้ Mercurial SuperFly VI ทำได้ดีกว่า



  ส่วนประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้งให้กับลูกบอลที่ถูกยิงออกไปจาก X 18.1
นั้น  โดยภาพรวมแล้วผมถือว่าทำได้ดีเกินคาด  เพราะสำหรับรองเท้าที่มีบุคลิกการสัมผัสบอลบางๆ
เช่นนี้  ลูกบอลจะพุ่งออกไปจากเท้าในทันทีที่ถูกปะทะ  แทบจะไม่มีเวลาให้เกิดการส่งแรงเฉือน
ระหว่างหน้าสัมผัสเลย  ซึ่งกลายเป็นว่าผมสามารถควบคุมทิศทางการยิงแบบปั่นไซร้โค้งได้ดี
ในระดับหนึ่งและมีความแม่นยำพอสมควร  ไม่รู้สึกถึงจังหวะอาการปลิ้นบริเวณหน้าสัมผัสเลย 
ในขณะที่การยิงไปในทิศทางตรงๆ  ก็สามารถควบคุมทิศทางได้ง่าย  เนื่องจากลักษณะพื้นผิว
หน้าสัมผัสบริเวณแนวสันเท้าด้านในนั้น  มีสภาพที่ราบเรียบ  ทำให้เข้าสัมผัสกับผิวของลูกบอล
ได้อย่างเต็มใบ

  ประสิทธิภาพการยิงประตูของ X 18.1 อาจจะไม่อันตรายในแง่ของความรุนแรงและพละกำลัง
มากนัก  และจะไม่ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ต้องการฟีลลิ่งการปะทะระหว่างหน้าเท้าแบบนุ่มๆ หรือรู้สึก
ถึง Damping มากนัก  แต่สิ่งที่รองเท้าประเภทความเร็วระดับท็อปรุ่นนี้แสดงออกมาในสนาม
ทดสอบการยิงประตู  ก็คือการวางเท้าหลักที่ดีมีความมั่นคง  การตอบสนองระหว่าหน้าสัมผัส
ที่รวดเร็ว  แต่ยังสามารถควบคุมทิศทางลูกบอลที่ได้ค่อนข้างง่ายและแม่นยำ  โดยรวมๆ แล้วตัวเลข
ระดับคะแนนน่าจะอยู่ที 8 เต็ม 10 คะแนน  ถือว่าทำได้ดีไม่น้อยในฐานะรองเท้าประเภทความเร็ว
เช่นนี้

  คะแนน : 8 / 10

  การปกป้องเท้า



  มาถึงหัวข้อสุดท้ายของการทดสอบอาดิดาส X 18.1 บนพื้นสนาม  ผมจะโฟกัสไปที่เรื่อง
การป้องกันแรงปะทะและอาการบาดเจ็บต่างๆ ให้กับเท้าของผู้สวมใส่ 

  จากการใช้งานมากว่าสองเดือน  พบว่าจุดอ่อนอยู่ที่การปกป้องบริเวณหน้าเท้าและข้างเท้า
ทั้งสองข้าง  ส่วนที่เป็นวัสดุผ้าเมซซึ่งมีความบาง  ทำให้ไม่สามารถช่วยลดแรงปะทะที่เกิดขึ้น
จากการเข้าปะทะของคู่แข่งได้ดีนัก  โดยเฉพาะตอนที่ถูกเปิดปุ่มย่ำเข้าใส่ หรือแม้แต่การถูกเตะ
เข้าไปที่บริเวณข้างเท้า  ค่อนข้างที่จะรู้สึกถึงแรงปะทะที่เต็มเหนี่ยวเลยทีเดียว  ในขณะที่ส่วน
บริเวณหลังเท้าซึ่งมีลักษณะเป็นผ้าบุนุ่มแลหนากว่าส่วนอื่นๆ เล็กน้อย  ก็ไม่สามารถช่วย
การปกป้องหลังเท้าได้มากนัก  แอบรู้สึกว่าวัสดุอัพเปอร์ของ Mercurial SuperFly VI
ให้การปกป้องได้ดีกว่า

  แต่การปกป้องบริเวณส้นเท้าและแนวเอ็นร้อยหวาย  เป็นจุดเด่นที่อาดิดาส X 18.1 ทำได้ดีกว่า
Mercurial SuperFly VI  โดยเฉพาะบริเวณปลายหุ้มส้นด้านหลังที่สูงขึ้นมา  ให้การปกป้อง
แนวเอ็นร้อยหวายได้ดี  ประกอบกับการจับล็อคเข้ากับร่องเอ็นร้อยหวายของส่วนบุนุ่มด้านใน 
รวมถึงเกราะป้องกันส้นเท้าแบบกึ่งภายนอก  ซึ่งมีความแข็งและปกป้องได้ดี  ทำให้สามารถ
ช่วยลดแรงปะทะหรือโอกาสที่จะเกิดอาการบาดเจ็บหลักได้พอสมควร

  และหากย้อนกลับไปรีวิวครั้งก่อน...ที่ผมรีวิว แพน Viper King Semi Kangaroo ไปนั้น 
ผมค่อนข้างจะวิจารณ์ถึงฟีลลิ่งการจับล็อคข้อเท้าที่ไม่ดีนัก  มีจังหวะที่ส้นเท้าสะเทือนกึ่งๆ ส้นเท้า
พลิก  ในจังหวะการยิงลูกบอลด้วยความแรง  แล้วต้องสวิงเท้าตามแรงเฉื่อยก่อนที่ส้นเท้าจะตก
กลับมาลงพื้นสนามในแบบไม่ทันตั้งตัวเท่าไหร่นัก  การจับล็อคส้นเท้าและแนวเอ็นร้อยหวาย
ที่แน่นหนามากๆ  จะสามารถช่วยซัพพอร์ตและป้องกันอาการบาดเจ็บจากลักษณะดังกล่าวได้ 
ซึ่งอาดิดาส X 18.1 เป็นตัวอย่างที่ดีในการซัพพอร์ตลักษณะดังกล่าว

  คะแนน : 8 / 10


  บทสรุปการทดสอบ



  จากที่เคยได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่ตอนแรกที่รองเท้าเปิดตัว..เหมือนว่าหลายคนยังไม่ค่อยเชื่อมั่นใน
ประสิทธิภาพของ X 18.1 เท่าที่ควรนัก  แต่พอผลลัพธ์ทั้งจากตัวเลขคะแนน และการวิเคราะห์
วิจารณ์ในการทดสอบการใช้งาน  เชื่อว่าน่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับหลายๆ คนได้ไม่มากก็น้อย 
รวมถึงตัวของผมเองด้วย

  ในส่วนสุดท้ายนี้เราจะมาสรุปประสิทธิภาพการใช้งาน จุดเด่นและจุดด้อยในภาพรวมทั้งหมดของ
X 18.1
  เพื่อให้คุณผู้อ่านทุกได้เห็นชัดเจนขึ้นว่ารองเท้าสายความเร็วระดับท็อปคลาสรุ่นล่าสุด
จากค่ายสามขีดรุ่นนี้มีดีมากน้อยแค่ไหน  แล้วจะยกเอาไนกี้ Mercurial SuperFly VI มา
เปรียบเทียบกันอีกครั้บ  โดยในส่วนท้ายนี้..จะจะยังเหลือหัวข้อในการให้คะแนนอีกสองหัวข้อ 
ได้แก่ องค์ประกอบของคุณสมบัติการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  และเรื่องของภาพลักษณ์
ความคุ้มค่าและความน่าใช้งาน  ที่จะลงไว้ในช่วงท้ายสุด

  อาดิดาส X 18.1



  จากการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้ที่ผ่านมาทั้งหมด  ถือได้ว่าอาดิดาส X 18.1 มีความครบเครื่อง
ในฐานะการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  และถึงยังมีจุดเด่นด้านอื่นๆ มาเติมเต็ม
ประสิทธิภาพโดยภาพรวมได้อย่างครบครัน  สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นคำตอบที่ยืนยันได้แล้วว่า
ทำไมนักฟุตบอลระดับโลกหลายๆ คน  ถึงเลือกใช้รองเท้ารุ่นนี้ลงสนามแข่งขัน  ซึ่งผมจะขอ
พูดถึงคุณสมบัติเด่นในฐานะของการเป็นรองเท้าประเภทความเร็ว  ซึ่งก็จะรวมถึงการเคลื่อนที่
ความกระชับและการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้ากันก่อน

  ประสิทธิภาพในด้านการเคลื่อนที่ของรองเท้ารุ่นนี้ยังคงทำได้อย่างยอดเยี่ยม  ชุดพื้นและปุ่ม
สามารถสร้างแรงจิกและยึดเกาะกับพื้นสนามได้เป็นอย่างดี  ไม่มีอาการลื่นไถลให้ได้รู้สึกเลย 
แม้ว่าปลายปุ่มจะไม่กดลงไปมิดพื้นสนามเหมือนกับปุ่มใบมีดเล็กๆ  อย่างไรก็ตาม..รองเท้ารุ่นนี้
จะให้ฟีลลิ่งการกระจายของน้ำหนักและแรงกดที่ทั่วถึง สมำเสมอและเต็มฝ่าเท้า  จึงได้เรื่อง
ของความมั่นคงของก้าวต่อไป  แม้ว่าจะอยู่ใช้พิกัดที่ใช้ความเร็วสูงในการเคลื่อนที่ 

  การสปรินซ์ทางตรงด้วยปลายเท้าของ X 18.1 นั้น สามารถให้ทั้งความเร็วและแรงดีด
ปลายเท้าที่ดี  ไปพร้อมๆ กันกับความมั่นคง (Stable) เนื่องจากลักษณะโครงสร้างของฐานพื้น
ที่กว้าง  จึงเป็นจุดที่ทำให้การกระจายแรงกระทำจากพื้นสนามนั้นมีความสมดุล

  บุคลิกในการแตะเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า ด้วย X 18.1 นั้นสามารถแสดงจุดยืนของรองเท้า
ประเภทความเร็วได้อย่างชัดเจน  ด้วยลักษณะฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่บางมาก  ทำให้สามารถ
แตะบอลเคลื่อนที่ไปกับเท้าได้อย่างรวดเร็ว  เพียงแต่อาจจะต้องปรับจูนในเรื่องน้ำหนักบอล
ที่ไม่เชื่องเท้ามากนัก  สำหรับคนที่เพิ่งมาฝึกทักษะการเลี้ยงบอลแล้วอาจจะไม่ง่าย  แต่ถ้าคน
ที่ชำนาญและชื่นชอบการสัมผัสบอลแบบบางๆ แล้ว  ถือได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะตอบโจทย์ได้เลย 
ในขณะที่พื้นผิวสัมผัสของอัพเปอร์ที่มีลักษณะเป็นรูๆ ก็ช่วยให้การเปลี่ยนทิศทางของบอล
ทำได้อย่างแม่นยำ  สามารถใช้ X 18.1 เลี้ยงตะลุยพาบอลไปได้ที่แคบๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลยทีเดียว



  สำหรับฟีลลิ่งและประสิทธิภาพเกี่ยวกับการสัมผัสบอลของ อาดิดาส X 18.1 ทั้งการจับบอลแรก
การส่งบอล หรือการยิงประตู  พบว่าหน้าสัมผัสอัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้จะตอบโจทย์ต่อผู้เล่น
ที่ชอบฟีลลิ่งการสัมผัสที่บางมากๆ  รู้สึกได้ถึงการตอบสนองของแรกกระทำระหว่างหน้าเท้ากับ
ลูกบอล  ข้อดีคือ..ทำให้การส่งแรงไปยังลูกบอลเพื่อขับเคลื่อน ส่งบอลหรือยิงประตูได้อย่างรวดเร็ว 
แต่จุดอ่อนคือ..แรงปะทะที่สะเทือนกลับยังหน้าเท้านั้นค่อนข้างจะเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ในขณะที่
การส่งแรงแบบ Damping ของวัสดุอัพเปอร์นั้นก็จะแทบจะไม่มีให้เรียกใช้งาน  ดังนั้นถ้าต้องการ
ยิงประตูหรือเห็นลูกบอลพุ่งด้วยความเร็วและแรง  จำเป็นต้องอาศัยพละกำลังขาของผู้สวมใส่
เป็นหลักเลยก็ว่าได้

  อย่างไรก็ตาม..การควบคุมทิศทางและความแม่นยำในการออกบอลของ X 18.1 นั้นทำได้ดี
เกินคาด  ผมอยากให้จิตนาการไปที่วัสดุหน้าสัมผัสบางๆ  ที่รับรู้ความรู้สึกการสัมผัสบอลอย่าง
รวดเร็ว  รองเท้าลักษณะนี้จะมีเวลาในการที่หน้าสัมผัสจะเกิดแรงดึงดูดกับผิวของลูกบอล  แล้วทำให้
ลูกบอลมีอาการไซร้โค้งได้น้อยมา  และบางทีก็อาจเจอปัญหาที่หน้าสัมผัสปลิ้นออก  แต่กลับพบว่า
X 18.1 สามารถทำผลงานในลักษณะดังกล่าวได้ดี  ควบคุมทิศทางของการยิงแบบปั่นไซร้โค้ง
ได้อย่างแม่นยำเอาเรื่อง  ในขณะที่การยิงในทิศทางตรงๆ แบบตั้งฉากกับหน้าสัมผัสก็เป็นอะไร
ที่ทำได้ง่าย  เนื่องจากลักษณะพื้นผิวหน้าปะทะที่มีความราบเรียบสม่ำเสมอกัน  ทำให้ลูกบอล
ถูกสัมผัสเข้าถึงได้อย่างเต็มใบนั่นเอง

  ในส่วนของประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม 
การระบายความร้อนของตัวรองเท้า การปกป้องจากแรงปะทะของคู่แข่ง  โดยภาพรวมแล้ว
ถือว่าทำได้ดีพอสมควร  แม้จะไม่ใช่จุดเด่นหลักของรองเท้ารุ่นนี้  แต่ก็เป็นคุณสมบัติที่จะมา
เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ X 18.1 สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่

  หากมองในแง่ของการเป็นรองเท้าฟุตอลประเภทความเร็ว  ที่จะเน้นใช้การเคลื่อนที่
และการเลี้ยงพาบอลบุกเข้าใส่คู่แข่งบ่อยๆ แล้ว  ถือได้ว่าสามารถเรียกหาประสิทธิภาพดังกล่าว
ได้จาก X 18.1 ทั้งเรื่องของการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  รวมถึงการสัมผัสบอลที่ตอบสนอง
ต่อหน้าเท้าได้ดี  ขับเคลื่อนบอลได้เร็ว  ควบคุมทิศทางการเลี้ยงบอลได้แม่นยำ  อย่างไรก็ตาม
จะมีเรื่องความกระชับบริเวณหน้าเท้า อันเนื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุอัพเปอร์ 
จะยังไม่สามารถกระชับล็อคกับรูปเท้าได้แน่นสนิทแบบ 100%  และเป็นความท้าทายให้ทีม
พัฒนาของอาดิดาสต่อไป

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประเภท ความเร็ว : 9 / 10


  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Mercurial SuperFly VI



  Mercurial SuperFly VI คือมาตรฐานระดับสูงของรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว
อย่างแท้จริง  จุดเด่นสำคัญของรองเท้ารุ่นนี้อยู่ที่ประสิทธิภาพของชุดพื้นและปุ่ม  ที่สามารถ
จิกเกาะพื้นสนามได้ลึกและแม่นยำ  ทำให้ทุกสเต็ปของการเคลื่อนที่ทำได้อย่างรวดเร็วและ
มั่นใจ  เนื่องด้วยการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมและองศาการวางปุ่มของปุ่มทรงเชฟ 

  บุคลิกการเคลื่อนที่ของรองเท้ารุ่นนี้จะตอบโจทย์ผู้เล่นที่ชื่นชอบการหลอกล่อคู่แข่งด้วยสเต็ปเท้า 
การโยกและสับขาหลอก  รวมถึงการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบฉับพลันได้ดีกว่า X 18.1 
แต่ถ้าวัดความเร็วของการสปรินซ์เคลื่อนที่ทางตรง Mercurial SuperFly VI จะเป็นรองต่อ
X 18.1
อยู่นิดหน่อย

  ฟีลลิ่งและการสัมผัสบอลของ Mercurial SuperFly VI ซึ่งอัพเปอร์หน้าผ้าใช้วัสดุด้ายถัก
ฟลายนิต  ทำให้ได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มเท้ากว่า X 18.1  ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการจับบอล
ที่ทำได้นุ่มนวลกว่า  รวมถึงการกะเกณฑ์น้ำหนักในจังหวะแตะเลี้ยงบอลก็ทำได้เชื่องเท้า ควบคุม
น้ำหนักและระยะการเคลื่อนที่ของลูกบอลได้ง่าย  แต่ถ้าจะถามหาฟีลลิ่งการสัมผัสบอลแบบบางๆ
ดิบๆ แลการตอบสนองที่ว่องไวเหมือนใช้เท้าเปล่า ณ เวลานี้คงต้องยกให้ X 18.1

  เรื่องของฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งาน  โดยภาพรวมแล้ว..ไนกี้ Mercurial
SuperFly VI
จะได้เปรียบที่ฟีลลิ่งความกระชับของวัสดุฟลายนิต  ที่สามารถเข้ารูปกับสรีระ
ของเท้าได้แทบจะ 100%  โดยเฉพาะช่วงกระชับบริเวณข้างเท้ากับหลังเท้า  ซึ่งรู้สึกได้ถึงแรงตึง
กระชับได้ดีกว่า X 18.1  ทำให้ในจังหวะการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วนั้นสามารถทำได้อย่างมั่นใจ 
ส่วนความกระชับบริเวณหุ้มข้อของ Mercurial SuperFly VI จะตอบโจทย์ต่อคนที่ชื่นชอบ
ฟีลลิ่งแบบหุ้มข้อสูงอยู่แล้ว  แต่การซัพพอร์ตบริเวณหุ้มส้นด้านในและร่องเอ็นร้อยหลายนั้น  จะเป็น
อาดิดาส X 18.1 ที่ทำได้ดีกว่า

  สำหรับประเด็นที่รองเท้าคู่ปรับทั้ง 2 รุ่นนี้ ทำได้พอๆ กัน ก็คือเรื่องของความสบายการในสวมใส่
และการระบายความร้อนจากภายใน  

  ความคุ้มค่าและความน่าใช้


  
  หลังจากที่อาดิดาสเปิดตัวรอเท้าซีรี่ย์ X 18  ก็จะเห็นได้ว่ารองเท้าตระกูลความเร็วซีรี่ย์นี้ 
ได้ถูกดันขึ้นมาเป็นซีรี่ย์หลักในการโปรโมทในทันที  ในขณะที่รองเท้าซีรี่ย์ Nemeziz 18
ซึ่งเปิดตัวพร้อมๆ กันนั้นกลับไม่ถูกนำเสนอในแง่ของการโปรโมทเลย  ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็น
ว่าอาดิดาสต้องการโปรโมท X 18 อย่างเต็มสูบ  ให้รองเท้ารุ่นนี้ติดตลาดและอยู่ในกระแส
ได้อย่างรวดเร็ว

  ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงพรีเซนเตอร์แบบยกชุด  ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย  เพราะใน
เจเนอเรชั่นนี้อาดิดาสเปลี่ยนเอา 3 นักฟุตบอลระดับโลกฟอร์มแรง ได้แก่ กาเบรียล เชซุส,
โมฮาเหม็ด ซาลาร์ และ เอ็นโกโร่ ก็องเต้  ขึ้นมาเป็นพรีเซนเตอร์หลักเพื่อโปรโมทสรรพคุณ
ของรองเท้า  ส่วนนักเตะซุปเปอร์สตาร์ที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์หลักของ X ในเจเนอเรชั่นก่อนๆ 
ก็ยังอยู่ในสังกัดกันอย่างครบถ้วน  ไม่ว่าจะเป็น แกเร็ธ เบลล์, หลุยซ์ ซัวเรส, อังเคล ดิ มาเรีย
และนักเตะระดับโลกอีกมากมาย  ที่พร้อมจะมาเป็น “ไอคอน” ลงสนามวาดลวดลายการเล่น
ด้วยรองเท้าซีรี่ย์ X 18 จากอาดิดาส



  อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ..และเป็นปัจจัยบวกให้กับ X 18.1 รองเท้าระดับท็อปปกติที่เราโฟกัส
กันอยู่นั้น  ก็คือนักเตระดับพรีเซนเตอร์บางคนเลือกใส่ X 18.1 ลงสนาม  แทนที่จะเป็น X 18+
ที่เป็นรุ่นไร้เชือก  แถมยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่ว่าจะเป็น แกเร็ธ เบลล์ ที่พา X 18.1
ยิงประตูสุดสวยในนัดชิง ยูฟ่า แชมป์ เปี้ยนลีกส์ เมื่อฤดูกาลก่อน  หรือ เอ็นโกโร่ ก็องเต้ ที่พา
X 18.1 ฉลองแชมป์โลก 2018 ได้สำเร็จ  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้เห็นว่า
X 18.1 ไม่ใช่แค่รองเท้ารุ่นประดับชั้นวางขายอีกต่อไปเท่า  แต่ยังเป็นรุ่นที่นักฟุตบอลระดับโลก
ไว้วางใจในประสิทธิภาพ  ถ้ามองในมุมนี้ผมถือว่า X 18.1 มีภาพลักษณ์ที่ดีเป็นอย่างมาก

  มาต่อกันที่เรื่องของความคุ้มค่ากับวัสดุ เทคโนโลยีและประสิทธิภาพการใช้งานที่ได้รับ  รองเท้า
รุ่นนี้ถูกแปะราคาป้ายมาที่ 7,800 บาท  เป็นมาตรฐานราคาของรองเท้าระดับท็อปคลาสของอาดิดาส
ในปัจจุบันที่ค่อนข้างนิ่งแล้ว  หากเปรียบเทียบกับวัสดุ เทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่อาดิดาสบรรจุ
มาให้กับ X 18.1 นั้น  โดยรวมขอให้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ปานกลางค่อนมาทางดี  เหตุผลของ
คำว่า “ปานกลาง” หลักๆ เลย  ก็คือวัสดุผ้าเมซที่อาจจะดูไม่แปลกใหม่ หรือไม่ได้ดูไฮเทคโนโลยี
อะไรมากนัก  รวมถึงส่วนของวัสดุและการตกแต่งอื่นๆ เช่นลักษณะของชุดพื้นและปุ่มที่ไม่ได้
ดูโดดเด่น สวยงามหรือพิเศษอะไร  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น..ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ก็ทำตามมาตรฐาน
ที่จะสู้กับคู่แข่งได้  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเหตุผลของคำว่า “ค่อนมาทางดี”

  สุดท้าย...ความทนทาน และอายุการใช้งาน  อาจจะสรุปในระยะยาวไม่ได้  แต่จากการใช้งาน
X 18.1 ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา  ยังไม่พบรอยบุบสลายหรือชำรุดใดๆ บนตัวรองเท้า  โดยเฉพาะ
บริเวณชุดพื้นตรงหัวรองเท้าก็ยังอยู่แน่นสนิทเป็นอย่างดี  เชื่อว่าอายุการใช้งานของรองเท้าฟุตบอล
สายพันธุ์ความเร็วรุ่นนี้  จะสามารถใช้ลุยกันยาวๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา

  คะแนน : 9 / 10



  เชื่อว่าพอถึงตอนนี้..คุณผู้อ่านจะสามารถตัดสินใจได้แล้วว่าอาดิดาส X 18.1 นั้นมีคุณสมบัติ
ที่โดดเด่นและประสิทธิภาพใช้งานจริง  ที่จะมาตอบโจทย์เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเล่นฟุตบอล
ให้กับตัวท่านเองมากน้อยเพียงใด  อยากให้ท่านรับข้อมูลจากการรีวิวไปประกอบการตัดสินใจ
เลือกซื้อรองเท้าฟุตบอลที่เข้ากับตัวเองให้ได้มากที่สุด  เพื่อให้สามารถช่วยเค้นฟอร์มและศักยภาพ
การเล่นของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด  แล้วเราก็จะสนุกและได้ประสบการณ์การเล่นฟุตบอล
ที่ยอดเยี่ยมไปด้วยกัน

  สำหรับท่านใดที่มีความสนใจและต้องการจะเป็นเจ้าอาวุธสายพันธุ์จรวดทางเรียบ X 18.1 รุ่นนี้ 
อาดิดาสปักป้ายราคาจำหน่ายไว้ที่ 7,800 บาท  วันนี้ท่านสามารถไปสัมผัสด้วยตัวเองได้แล้วที่
อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทุกสาขา และ
อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ http://shop.adidas.co.th/men/shoes/football.html 
ล่าสุดได้ข่าวมาว่าคอลเลคชั่นสีใหม่ “Team Mode” ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นที่ออกมาเพื่อตอนรับ
ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น  ก็ได้ถูกวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ยังไงก็อย่าพลาดที่จะไป
สัมผัสและทดลองรองเท้ารุ่นนี้ด้วยตัวท่านเอง

...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ประสิทธิภาพการยิงประตู            
การปกป้องเท้า          
ภาพรวมรองเท้า "ความเร็ว"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 31 กรกฏาคม 2018 เวลา 23.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com






"Hand On!" แพน Balancer Touch X


"Hand On!" อาดิดาส X 18.1


"Hand On!" เดียดอร์ร่า RB10