"Testing!" มิซูโน่ Rebula 3 Japan - สุดยอดประเภทคอนโทรลสายหนังแท้  จัดได้ว่า
เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ดีที่สุดของค่าย

  รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในช่วงนี้  คงจะหนีไม่พ้น Rebula 3 Japan
รองเท้ารุ่นท็อปสุดของซีรี่ย์โมเดิร์นคอนโทรล จากแบรนด์มิซูโน่  ที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักเตะ
ประเภทเพลย์เมกเกอร์  ที่ทางมิซูโน่การันตีตั้งแต่ตอนเปิดตัวแล้วว่าเป็นรองเท้ารุ่นที่ดีที่สุดของค่าย 
ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปหาคำตอบกันว่าจริงแท้แค่ไหน ?

  นอกเหนือจากการแข่งขันในสนามของฟุตบอลสมัยใหม่  ที่มีความเร็วและการเคลื่อนที่เข้ามา
เกี่ยวข้องมากกว่าฟุตบอลสมัยเก่า  มีความสนุกและความตื่นเต้นเร้าใจในทุกวินาที  จึงเป็นผล
ต่อเนื่องมายังการพัฒนารองเท้าฟุตบอลที่เปรียบเสมือนเป็นอาวุธสำคัญของนักเตะ  ให้สามารถ
แสดงศักยภาพการเล่นในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบ  



  ทุกวันนี้เราจึงได้เห็นการพัฒนารองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ออกมา  โดยเน้นประสิทธิภาพรอบด้าน
ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่ การควบคุมและฟีลลิ่งความกระชับ  เพื่อให้นักเตะสามารถแสดงผลงาน
ในสนามออกมาได้ดีที่สุด 

  จากรองเท้าฟุตบอลประเภทพาวเว่อร์คอนโทรลอันเลื่องชื่ออย่าง Ignitus ได้ถูกพัฒนาต่อเนื่อง
มาเป็นดาบซามูไรเล่มบางในชื่อ Rebula ซึ่งถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปลายปี 2017  ในฐานะ
รองเท้าฟุตบอลประเภทโมเดิร์นคอนโทรล  จนกลายมาเป็นซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลที่มีความเคลื่อนไหว
มากที่สุดของมิซูโน่  มีการอัพเกรดเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ทุกปี  รวมถึงมีความต่อเนื่องของการโปรโมท
เป็นอันดับหนึ่งของค่าย



  ล่าสุด..ก็เดินทางมาถึงเจเนอเรชั่นที่สามอย่างเป็นทางการ  นี่คือมิซูโน่ Rebula 3 ดาบซามูไร
เล่มใหม่ที่ถูกพัฒนาให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น  จุดอ่อนเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยพบเจอมาจาก
เจเนอเรชั่นเก่าๆ ทั้ง Rebula 1 หรือ Rebula 2 ได้ถูกลบออกไป  เพิ่มเติมเข้ามาด้วย
การออกแบบและเทคโนโลยีใหม่ๆ  และโปรโมทว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ถูกออกแบบมาเพื่อ
นักเตะตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์  มาพร้อมกับสโลแกนสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า "Strike with
Control"
 ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มิซูโน่กล่าวถึงรองเท้ารุ่นใหม่ที่ได้ถูกเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือน
พฤษภาคม ที่ผ่านมา

  ในบทความนี้..ผมจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปร่วมทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงของ
Rebula 3 Japan
  เพื่อรีวิว วิพากษ์ วิจารณ์ทุกข้อเท็จจริง  อะไรดีก็ว่าดี  อะไรที่เป็นจุดอ่อน
ก็ว่ากันแบบตรงๆ  เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านใช้ประกอบการตัดสินใจ  ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะ
ตอบโจทย์ความต้องการและรูปแบบการใช้งานของท่านได้มากน้อยเพียงใด  แล้วผลลัพธ์ที่ออกมา
จะเป็นดั่งที่ มิซูโน่ เคยโปรโมทเอาไว้หรือไม่ ว่านี่คือรองเท้าฟุตบอลที่ดีที่สุดของพวกเขา

  เราไปหาคำตอบนี้พร้อมๆ กันได้เลย...

  ข้อมูลรองเท้าฟุตบอล มิซูโน่ Rebula 3 Japan



  อย่างที่ทราบกันดีกว่าครั้งนี้ มิซูโน่ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาให้ Rebula 3 Japan ก้าวขึ้นมา
เป็นสุดยอดรองเท้าฟุตบอลของเหล่าเพลย์เมกเกอร์ และเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่ดีที่สุดของค่าย
พร้อมถูกเติมเต็มมาด้วยนวัตกรรม วัสดุและเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย

  ซึ่งข้อมูลทางเทคนิคของตัวรองเท้า Rebula 3 Japan นั้น  เราเคยได้นำเสนอผ่านบทความ
Hand On! ไปแล้วเมื่อราวๆ 2 เดือนก่อน  แล้วก็พบว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เป็นรองเท้าที่มี
รายละเอียดที่เยอะและน่าสนใจมาก



  ดังนั้น..ก่อนที่เราจะไปลงสนามทดสอบการใช้งาน มิซูโน่ Rebula 3 Japan คู่นี้กัน  ผมอยาก
จะนำฝากเนื้อหาดังกล่าว  สำหรับท่านใดที่ยังไม่รู้จักข้อมูล รายละเอียดและเทคโนโลยีที่บรรจุมา
ไว้ในรองเท้ารุ่นนี้  เพื่อเป็นการเติมเต็มเนื้อหาการรีวิว  ก็อยากขอแนะนำให้กลับไปอ่านบทความ
ดังกล่าวเพื่อทำความรู้จักกันเสียก่อน  โดยท่านสามารถคลิกผ่านลิงค์ด้านล่างนี้ไปได้เลยครับ  แต่
สำหรับท่านใดที่เคยอ่านไปแล้ว และจำข้อมูลทุกอย่างได้ดี  ก็ข้ามลงไปที่หัวข้อถัดไปได้เลย

  ลิงค์บทความ Hand On! มิซูโน่ Rebula 3 Japan >>> www.siamboots.com/
handon-Mizuno-Rebula-3-V1-Japan


  การเลือกไซส์



  การเลือกไซส์มิซูโน่ Rebula 3 Japan เมื่อเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น
Rebula Japan ในเจเนอเรชั่นที่ 1 และเจเนอเรชั่นที่ 2  รวมถึง Morelia Neo II
รองเท้าซีรี่ย์ยอดนิยมนั้นจะมีความแตกต่างกัน  ไม่สามารถเลือกไซส์เหมือนกันได้  โดย
Rebula 3 Japan นั้นจะกลับมามีความ “ตรงไซส์” เสียที  หลังจากที่รองเท้ารุ่นอื่นๆ
ที่กล่าวถึงนั้นอันเดอร์ไซส์ไปประมาณครึ่งไซส์

  สำหรับไซส์มาตรฐานที่ผมเลือกสวมใส่ทั้งอาดิดาสและไนกี้  ผมจะสวมใส่รองเท้าไซส์
27.5 เซนติเมตร มาโดยตลอด  แต่สำหรับมิซูโน่ Rebula 1 และ Morelia Neo II
ในเวอร์ชั่น Made in Japan ทั้งคู่  ผมจำเป็นต้องขยับไซส์ไปเป็น 28.0 เซนติเมตร 
ไม่สามารถใส่รองเท้าไซส์ 27.5 เซนติเมตรได้  เนื่องจากหัวรองเท้าจะชนมากจนเกินไป 
และฟีลลิ่งบริเวณหน้าเท้าจะบีบอย่างรุนแรง  พอขยับไซส์ให้ใหญ่ขึ้นไปครึ่งไซส์  จะมี
ความพอดีมากกว่า  ดังนั้นพอจะบอกได้ว่าทั้ง Rebula 1 Japan และ Morelia Neo II
Japan
(รวมถึง Rebula 2 Japan) นั้นอันเดอร์ไซส์นั่นเอง

  อย่างไรก็ตาม...สำหรับ Rebula 3 Japan คู่นี้ที่ผมได้รับการสนับสนุนมาจาก บริษัท
มิซูโน่ (ประเทศไทย) จำกัด
เพื่อทำการรีวิวทดสอบการใช้งานในครั้งนี้  จะยังเป็นไซส์
28.0 เซนติเมตร   ทีนี้เราไปดูกันครับ...ว่าไซส์จริงๆ ของรองเท้าคู่นี้แตกต่างไปจากเดิม
อย่างไรบ้าง



  เริ่มจากขั้นตอนในการสวมใส่  พบว่าการสวมใส่ Rebula 3 Japan คู่นี้ทำได้อย่างง่ายดาย 
เพียงแค่คลายแนวร้อยเชือกออกเพียงแค่ 2 ระดับคู่บน  ก็ทำให้บริเวณข้อเท้าสามารถขยายออก
ได้อย่างกว้างขวาง  สวมใส่เท้าเข้าไปได้อย่างสบายๆ  หลังจากนั้นก็ทำการผูกปมชือกหูกระต่าย
ตามปกติ 



  มาดูระยะตามความยาวกันก่อน  พบว่าหัวรองเท้าเหลือพื้นที่ว่างประมาณ 0.5-0.6 เซนติเมตร 
มากพอที่จะวางนิ้วโป้งทาบลงไปตามขวางได้เกือบจะเต็มนิ้ว  ถ้าเปรียบเทียบกับ Rebula 1 Japan
และ Morelia Neo II Japan (ไซส์เดียวกันนี้) จะมีระยะหัวเหลือเพียงแค่ราวๆ 0.3 เซนติเมตร
เท่านั้น

  ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่า Rebula 3 Japan มีขนาดตามความยาวที่ตรงไซส์กว่าเดิม  เพราะ
การสวมใส่รองเท้าไซส์ 28.0 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว  กลายเป็นว่ารองเท้ารุ่นนี้
มีระยะตรงหัวที่เหลือมากกว่า



  ระยะตามความกว้างโดยรวมๆ ถือว่ายังมีความกระชับที่ดีอยู่  ไม่ได้รู้สึกหลวมมากจนเกินไป
โดยช่วงที่แน่นกระชับที่สุดจะเป็นบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วก้อย (ดั่งที่ชี้ตามภาพด้านบน)
ส่วนบริเวณหลังเท้าก็ได้ฟีลลิ่งความกระชับพอสมควร  ถ้าอยากได้แน่นกระชับมากขึ้นก็พอที่จะ
ดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้ตึงมากขึ้นได้  แต่ตามความคิดเห็นของผมแล้ว..การเลือกสวมใส่
แบบตรงไซส์จะให้ฟีลลิ่งความกระชับที่ดีกว่านี้ได้อีก  รวมถึงรูปทรงรองเท้าก็จะดูเข้ารูปกับ
สรีระของเท้าได้สวยงามขึ้น  แม้ว่าคุณจะมีลักษณะหน้าเท้าแบนหรือหลังเท้าอูมขึ้นมาก็ตาม



  ดังนั้น..จากข้อมูลข้างต้น  ก็พอที่จะสรุปได้แล้วว่ามิซูโน่ Rebula 3 Japan “ตรงไซส์”
ถ้าใครที่เคยมีประสบการณ์การใช้งานของ Rebula 1 Japan, Rebula 2 Japan และ
Morelia Neo II Japan
มาก่อน  แนะนำให้ลดไซส์ลงไปครึ่งนึง  ส่วนท่านใดที่คุ้นเคย
กับการใช้งานของรองเท้าฟุตบอลจากอาดิดาส และไนกี้  สามารถเลือกซื้อ Rebula 3 Japan
ไซส์เดียวกันได้เลยครับ

  ทดสอบการใช้งาน



  สำหรับการรีวิวทดสอบการประสิทธิภาพการใช้งาน มิซูโน่ Rebula 3 Japan ในบทความนี้ 
ผมจำเป็นต้องสวมใส่รองเท้าไซส์ 28.0 เซนติเมตร  ซึ่งเป็นไซส์ที่ใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย  ตามที่
ได้นำเสนอไปในส่วนของคำแนะนำในการเลือกไซส์  เนื่องจากการขอกลับไปเปลี่ยนไซส์นั้น
จะมีความยุ่งยากและเสียเวลาอยู่บ้าง  ดังนั้นต้องยอมรับกันตามตรงว่า...อาจจะส่งผลกระทบต่อ
เนื้อหาและคะแนนการรีวิวในบางประเด็น  เช่น ความสบายในการสวมใส่ และฟีลลิ่งความกระชับ
เป็นต้น 

  อีกหนึ่งหมายเหตุที่ขอแจ้งเอาไว้ก่อน  ก็คือผมไม่เคยใช้งาน Rebula 2 Japan มาก่อน  เนื่อง
จากไม่ได้รับการสนับสนุนรองเท้ามาเพื่อทำการรีวิว  ดังนั้นที่พอจะเปรียบเทียบกันได้  ก็คงต้องขอ
ย้อนกลับไปยกเอา Rebula 1 Japan ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นแรกของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  เอามา
รีวิวเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

  นอกจากนั้นจะหยิบเอาอาดิดาส Copa 19.1 และไนกี้ Tiempo Legend VII มาเป็นคู่
เปรียบเทียบในบางหัวข้อทดสอบ  ถึงแม้ว่ารองเท้าฟุตบอลทั้งสองซีรี่ย์นี้จะไม่ใช่คู่แข่งกันโดยตรง
กับ Rebula 3 Japan  แต่ที่อยากยกมาเปรียบเทียบกันเพราะว่า ทั้ง Copa 19.1 และ
Tiempo Legend VII นั้นเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทหนังจิงโจ้แท้เหมือนกัน  ดีไซน์มาเพื่อ
การคอนโทรลบอลเหมือนกัน  จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจในรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้
ไม่มากก็น้อย

  ความสบายในการสวมใส่



  เริ่มกันที่ความสบายในการสวมใส่ซึ่งจะขอนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ลงสนามด้วย Rebula 3
Japan
คู่นี้  วอร์มอัพและต่อเนื่องไปถึงการลงเล่นแบบเต็มรูปแบบ  พบว่าฟีลลิ่งบริเวณหลังเท้า
และข้างเท้าด้านในนั้นมีความบีบกระชับพอสมควร  แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดจนทนไม่ไหว  แม้ว่า
รองเท้าคู่นี้ที่ผมสวมใส่อยู่นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าที่ควรจะใส่อยู่ครึ่งไซส์  แต่ฟีลลิ่งที่รู้สึกได้นั้น
พอๆ กับตอนที่ใส่อาดิดาส Copa 19.1 แบบตรงไซส์เลย

  การ Break-in ของอัพเปอร์ใช้เวลาไม่นาน  เพียงแค่ราวๆ 15 นาที ที่สวมใส่ลงเล่นเต็มที่  
ก็เพียงพอที่จะทำให้อัพเปอร์ของรองเท้าคู่นี้ขยายตัวออกเล็กน้อย เพื่อเข้ารูปกับสรีระเท้าได้ยิ่งขึ้น  
ทั้งนี้อยากจะขอวงเล็บเอาไว้ว่า Rebula 3 Japan คู่นี้ที่ผมใส่ คือไซส์ 28.0 เซนติเมตร  
ถ้าเลือกกลับมาใส่ตรงไซส์คือ 27.5 เซนติเมตร ก็น่าจะมีผลเรื่องระยะเวลาในการ Break-in
ที่มากขึ้นตามสมควร

  ส่วนเรื่องความสามารถในการระบายความร้อนจากด้านในของสู่ด้านนอก  โดยภาพรวมแล้ว
ไม่มีประเด็นในเรื่องนี้ให้ต้องกังวล  แม้ว่าอัพเปอร์หนังจิงโจ้จะมีปกปิดมิดชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง
ให้กับการระบายอากาศ  แต่ในการใช้งานจริงๆ ก็ไม่รู้สึกว่าเกิดความร้อนสะสมด้านในตัวรองเท้า
จนเป็นผลกระทบต่อความสบายในการสวมใส่แต่อย่างใด



  สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจก็คืออาการกัดส้นยังมีอยู่รึเปล่า !? เนื่องจากลักษณะปลายหุ้มส้น
ของ Rebula 3 Japan นั้นมีปลายสูงขึ้นมามากกว่าเดิมอย่างชัดเจน  เพราะอาการกัดส้น
นั้นเคยเป็นปัญหาที่กวนใจมาตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก  ผมเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เจออาการกัดส้น
จาก Rebula 1 Japan ซึ่งตอนอดทนใช้งานกันไปประมาณ 2-3 นัดเลยทีเดียว กว่าอาการ
กัดส้นนั้นจะหายไป

  แต่ในการใช้งาน Rebula 3 Japan นั้น  กลับไม่รู้สึกถึงอาการกัดส้นเท้าที่หนักหน่วง
เหมือนกับเจเนอเรชั่นแรก  แม้ว่าจะมีความรู้สึกของปลายหุ้มส้นที่กดทับลงไปที่เอ็นร้อยหวาย
อยู่บ้างในจังหวะยกส้นเท้าก็ตาม (ดั่งที่เห็นตามภาพประกอบด้านบน)

  สรุปประสิทธิภาพในหัวข้อการทดสอบแรกของมิซูโน่ Rebula 3 Japan ได้ว่าเป็นรองเท้า
ที่มีฟีลลิ่งความสบายในการสวมใส่ที่ค่อนข้างดี  เกาะกลุ่มตามมาตรฐานของรองเท้าประเภทนี้
ทั้งหมด  อาศัยการใช้งานราวๆ 15 นาที ก็สามารถ Break-in เข้ารูปเท้าได้แล้ว  ดังนั้นจะขอ
ลงคะแนนให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน คือได้ว่าเป็นเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี  อาจจะไม่ใช่จุดแข็งโดนตรง
แต่ก็สามารถตอบโจทย์ผู้เลยที่ให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่ได้เป็นอย่างดี

  คะแนน : 8 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม จัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป
เป็นฟีลลิ่งการลงน้ำหนักที่ไม่ได้นุ่ม  แต่ก็ไม่ได้แข็งจนเกินไป  สามารถสวมใส่ลงใช้งาน
บนพื้นสนามหญ้าเทียมได้ตามปกติ  เพียงแต่จะยังเป็นรองบรรดาคู่แข่ง ทั้ง Copa 19.1
และ Tiempo Legend VII เล็กน้อย

  สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าแผ่นรองพื้นของ Rebula 3 Japan เป็นเพียงแผ่นโฟม
EVA เพียวๆ ที่มีความหนาไม่มากนัก  จริงๆ แล้วฟีลลิ่งการซัพพอร์ตแรงกระแทกจาก
แผ่นรองพื้นชุดนี้จะไม่ได้มีประสิทธิภาพที่จะช่วยผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนามได้ดีนัก
แตกต่างจากแผ่นรองพื้นของ Copa 19.1 ที่มีการเสริมความหนาตรงส้นเท้า ทำให้การ
ลงน้ำหนักตรงส้นเท้านั้นมีความหนาและนุ่มเป็นอย่างมาก  ในขณะที่ Tiempo Legend
VII
จะมีวัสดุโฟม Porom เสริมเอาไว้  แน่นอนว่ามันเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพในการช่วย
รองรับแรงกระแทกที่ยอดเยี่ยม



  แต่ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวช่วยให้ มิซูโน่ Rebula 3 Japan นั้นสามารถใช้งานบนพื้น
สนามหญ้าเทียมได้ตามปกติ  โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับแรงกระแทกมากนัก  ก็คือชุดพื้น
และปุ่มแบบ FG ที่ถูกออกแบบให้กระจายตัวทั่วถึงทั้งฝ่าเท้า ค่อนข้างมีความสมมาตร
ตึงทำให้ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักนั้นทำได้อย่างเต็มฝ่าเท้า  ทุกปุ่มรับแรงกดและน้ำหนักตัว
ไปเท่าๆ กัน  จึงไม่รู้สึกถึงอาการปุ่มทิ่มเท้าเหมือนกับรองเท้าประเภทปุ่มใบมีด

  เอาเป็นว่าถ้าใครเคยใช้งาน Rebula 1 Japan หรือ Morelia Neo II Japan
มาก่อน  ก็จะบอกว่า Rebula 3 Japan นั้นมีฟีลลิ่งการรองรับแรงกระแทกและการลง
น้ำหนักแบบเดียวกันทุกประการ  สวมใส่ใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียมได้เลย  แม้ว่าจะ
ไม่นุ่มมากนัก  แต่ก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับแรงกระแทกแต่อย่างใด

  คะแนน : 8 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  มาต่อกันที่ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งานเมื่อสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงสนาม
กันครับ  อย่างที่แจ้งไปแล้วว่าตอนนี้ผมใส่ Rebula 3 Japan ไซส์ 28.0 เซนติเมตร ซึ่งมี
ขนาดใหญ่กว่าปกติครึ่งไซส์ (เนื่องจากรองเท้าตรงไซส์) ดังนั้นจะมีผลต่อฟีลลิ่งความกระชับ
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  ปัญหาแรกที่เกิดขึ้นคือระยะช่องว่างบริเวณหัวรองเท้านั้นเหลือเยอะกว่าปกติ  รวมถึงช่องว่าง
รอบๆ นิ้วเท้าก็รู้สึกว่ามีมากเกินไป  เป็นผลให้นิ้วเท้านั้นสามารถขยับไปมาภายในรองเท้าได้
พอประมาณ  เป็นผลให้ความกระชับบริเวณด้านหน้าและปลายเท้านั้นลดลงไปเมื่อเปรียบเทียบ
กับรองเท้ารุ่นอื่นๆ

  เมื่อมีช่องว่างบริเวณปลายเท้าอยู่บ้าง  จึงเป็นผลทำให้จังหวะการออกตัวเคลื่อนที่หรือการ
สปรินซ์ด้วยปลายเท้านั้นรู้สึกหลวมๆ ไปบ้าง แต่ไม่มากนัก  อย่างไรก็ตาม..ถึงแม้ว่าระยะ
หัวรองเท้าจะเหลือพอสมควร แต่ก็ไม่พบอาการฝ่าเท้าลื่นไถลไป-มา จนถึงขั้นสูญเสียความมั่นใจ
เนื่องจากพื้นผิวหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้น Rebula 3 Japan คู่นี้ มีความฝืดมาก จึงสามารถ
ยึดเกาะกับฝ่าเท้าและป้องกันการลื่นไถลได้อย่างยอดเยี่ยม  ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นจากแผ่นรองพื้น
ของมิซูโน่ที่เหล่าสาวกมิซูโน่ต่างก็รู้กันดี

  แม้ว่า Rebula 3 Japan คู่ที่ใส่ทดสอบอยู่นี้จะใหญ่ไปครึ่งไซส์  แต่อัพเปอร์ก็ยังให้ฟีลลิ่ง
ความกระชับบริเวณข้างเท้าด้านใน หลังเท้าและข้างเท้าด้านนอก  ในระดับที่กำลังดี  เพียงพอ
ต่อการใช้งานและการเล่นทุกรูปแบบ  มันเป็นฟีลลิ่งที่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความอึดอัดจนเกินไป  
ในทางตรงกันข้าม..มันก็ไม่ถึงกับหลวมจนไร้ความกระชับ  หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งรุ่นอื่นๆ
แล้วถือว่าใกล้เคียงกับ อาดิดาส Copa 19.1 แต่ทางฝั่งไนกี้ Tiempo Legend VI นั้น
จะมีความกระชับช่วงข้างเท้าที่แน่นหนากว่าเล็กน้อย



  หุ้มส้นและส่วนซัพพอร์ตเอ็นร้อยหวายของรองเท้ารุ่นนี้ก็มีความสมบูรณ์แบบ  เป็นหุ้มส้นที่มี
ความกระชับไปพร้อมๆ กับความสบาย  อาจจะติดอยู่ตรงที่ปลายหุ้มส้นนั้นสูงจนขึ้นมาค้ำกับ
เอ็นร้อยหวาย  แต่ถ้ามองในแง่ของประสิทธิภาพการซัพพอร์ตและล็อคดาวน์กับส้นเท้าเป็นหลัก
ก็ถือได้ว่าเป็นหุ้มส้นที่ให้ความกระชับและสร้างความมั่นใจให้ทุกการเคลื่อนที่บนพื้นสสนาม
อย่างแท้จริง

  ทั้งนี้ Rebula 3 Japan จะพบว่ามีช่องว่างเกิดขึ้น  ที่บริเวณขอบอัพเปอร์ตรงข้อพับของ
ข้อเท้า  เกิดขึ้นในจังหวะที่ข้อเท้าเรางอตามจังหวะการเคลื่อนที่  อาการนี้จะคล้ายๆ กับ
อาดิดาส Copa 19.1 นั่นเอง

  ในหัวข้อนี้ผมขอลงคะแนนให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน  น้อยกว่า Rebula 1 Japan และ
Tiempo Legend VI อยู่ 1 คะแนน  เนื่องจากพื้นที่หัวรองเท้านั้นเหลือมากเกินไปหน่อย
ตามที่ได้บรรยายไปข้างต้น  แต่เชื่อว่าถ้าได้สวมใส่ Rebula 3 Japan ที่มีขนาดไซส์
ที่เหมาะสมกว่านี้  ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งานของรองเท้าคู่นี้จะเพิ่มขึ้น
อย่างแน่นอน

  คะแนน : 8 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  มาต่อกันที่ฐานการทดสอบเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม
ซึ่งมิซูโน่ได้โปรโมทเอาไว้ตอนเปิดตัวว่าชุดพื้นและปุ่มของ Rebula 3 Japan ได้ถูกพัฒนา
ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้เล่นมีอิสระและความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ทุกรูปแบบ  พร้อมผลักดัน
ให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับเกมการแข่งขันในสนามได้ตลอด 90 นาที 

  การสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้า  รู้สึกได้ว่าชุดพื้นที่มีโครงสร้าง "Stability Spine"
ซึ่งมีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นมาเป็นกระดูกสันหลังของชุดพื้นนั้น  สามารถช่วยตอบสนอง
และสร้างแรงดีดกลับได้ดีพอสมควร  

  แต่ถ้าเจาะจงลงไปที่เรื่องระดับความรุนแรงของแรงสปรินซ์จากชุดพื้นรุ่นนี้แล้ว  โดยรวม
ถือว่าสูสีกับ Copa 19.1 และ Tiempo Legend VII ซึ่งไม่ดุดันเท่ากับชุดพื้นของ
รองเท้าประเภทความเร็วแท้ๆ  แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยทำให้ Rebula 3 Japan สปรินซ์
ไปด้านหน้าได้เร็วกว่าชุดพื้นแบบเก่าที่เคยใช้ตอนรีวิว Rebula 1 Japan



  อย่างไรก็ตาม..จุดเด่นในเรื่องการเคลื่อนที่ด้วยมิซูโน่ Rebula 3 Japan คู่นี้  ไม่ได้อยู่ที่
การสปรินซ์ไปด้านหน้าด้วยความดุดัน  แต่มันอยู่ที่ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามที่มั่นคง
และความ "Flexible" ในการเปลี่ยนทิศทางที่ยอดเยี่ยม

  ปัจจัยแรกคือรูปแบบปุ่ม FG แบบกลมที่มีขนาดพื้นที่หน้าตัดกำลังพอเหมาะ ไม่มากและไม่น้อย
จนเกินไป  ขอบหน้าตัดปุ่มมีลักษณะเป็นเหลี่ยม 90 องศา  ทำให้ปุ่มสามารถจิกผ่านพื้นสนาม
หญ้าเทียมลงไปได้ดี  ประกอบกับปุ่มก็มีความยาวมากพอสมควร  ยิ่งทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถ
ยึดเกาะกับพื้นสนามได้ลึกและมั่นคง

  และการเลือกใช้งานปุ่มกลมแทบทั้งหมดนั้น  ช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถหมุนตัวแบบ 360 องศา
ได้อย่างราบลื่น  ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้เล่นประเภทเพลย์เมกเกอร์ที่ต้องปรับเปลี่ยนทิศทาง
และรูปแบบการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา  ประเด็นนี้ถือได้ว่า Rebula 3 Japan นั้นทำได้ดีตาม
มาตรฐานและเกาะกลุ่มอยู่กับคู่แข่งในตลาดทั้งหลาย  เป็นอาวุธอีกหนึ่งรุ่นที่ตอบโจทย์การเคลื่อนที่
แบบหมุนตัวได้เป็นอย่างดี
  


  ปัจจัยต่อมาคือชุดพื้นช่วงกลางที่มีโครงสร้างแบบ "D-Flex Groove" ซึ่งเป็นเทคโนโลยี
อันเลื่องชื่อของมิซูโน่  เป็นโครงสร้างที่มีความหยืดหยุ่นในการบิดตัว  โดยเฉพาะจังหวะการ
หมุนตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบเต็มฝ่าเท้า   จะรู้สึกได้ว่ามันสามารถช่วยสร้าง
ความมั่นคง (Stable) ได้ดี  เมื่อทำงานร่วมกับปุ่มกลมแล้ว  ยิ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพการ
เปลี่ยนทิศทางแบบหมุนตัวของรองเท้ารุ่นนี้  ให้มีทั้งความสมดุลมั่นคงและความสมูทราบลื่น
ไปพร้อมๆ กัน

  โดยภาพรวมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของ Rebula 3 Japan นั้นถือได้ว่ามีประสิทธิภาพ
ที่ดีขึ้นกว่า Rebula 1 Japan จนรู้สึกได้  คะแนนให้หัวข้อนี้ขอลงให้ที่ระดับ 9 เต็ม 10
คะแนน

  คะแนน : 9 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมของมิซูโน่ Rebula 3 Japan ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพและฟีลลิ่ง
ในการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติหลักของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้
และจากการทดสอบการใช้งานก็พบว่า  เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีหนังจิงโจ้ดีที่สุดในตอนนี้

  เราจะเริ่มจากการลองเดาะบอลแบบง่ายๆ เพื่อสัมผัสฟีลลิ่งความนุ่มหนังจิงโจ้เกรดพรี่เมี่ยม
ของ Rebula 3 Japan กันครับ  เพียงแค่สัมผัสแรกก็รู้สึกถึงความประทับใจแล้ว  ฟีลลิ่ง
ที่หนังจิงโจ้ของรองเท้ารุ่นนี้แสดงออกมา  ก็คือ "ความนุ่มแบบแน่นๆ" หนังของรองเท้า
รุ่นนี้ไม่ได้หนามากนัก  แต่กลับให้ฟีลลิ่งการสัมผัสที่นุ่มละมุนเท้าเป็นอย่างมาก  นอกจากนั้น
ในจังหวะที่เดาะบอลกลับไปอย่างต่อเนื่อง  ยังรู้สึกว่าหนังจิงโจ้สามารถส่งแรงตอบสนองกลับไป
ให้ลูกฟุตบอลได้อย่างทันทีและมีน้ำหนัก 



  การจับบอลแรกลงพื้นก็เช่นกัน  ด้วยคุณลักษณะความนุ่มและแน่นของหนังจิงโจ้  ทำให้การ
จับบอลแรกลงพื้นสนามนั้นได้ฟีลลิ่งที่หนักแน่น  หยุดบอลได้ติดเท้า  ไม่จำเป็นต้องอาศัยทักษะ
การผ่อนแรงมากเป็นพิเศษ  ก็สามารถหยุดลูกฟุตบอลให้อยู่ในการควบคุมได้ดั่งใจ  จริงๆ แล้ว
เป็นฟีลลิ่งการจับบอลแรกที่คล้ายๆ กับ อาดิดาส Copa 19.1 พอสมควร  แต่แอบรู้สึกได้ว่า
หนังของ Rebula 3 Japan นั้นมีความนุ่มมากกว่า

  ฟีลลิ่งการจับบอลลงพื้นสนามที่หนักแน่นติดเท้าเช่นนี้  โดยปกติแล้วจะพบเจอเฉพาะรองเท้า
หนังจิงโจ้ที่มีความหนาและฟูมากๆ  เช่น ไนกี้ Tiempo Legend VII หรือแม้แต่  มิซูโน่
Rebula 1 Japan
เองก็ตาม  แต่ปรากฏว่า Rebula 3 Japan ซึ่งมีลักษณะชั้นหนัง
ที่บางกว่า กลับให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มได้ใกล้เคียงกัน  ดังนั้น..รองเท้ารุ่นนี้จึงมีข้อได้เปรียบ
ในเรื่องฟีลลิ่งและการเล่นบอลในจังหวะต่อเนื่องที่รวดเร็ว ฉับไว จะรู้สึกถึงสัมผัสบอลที่หน่วงๆ
ได้น้อยกว่ารองเท้าหนังจิงโจ้ที่มีลักษณะหนาๆ ฟูๆ นั่นเอง



  การจับบอลในแนวระนาบด้วยข้างเท้าด้านใน  ยิ่งเป็นงานถนัดของ Rebula 3 Japan
เพราะพื้นที่ข้างเท้าด้านในที่เปิดกว้าง  และเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้าง CT Frame บรรจุเอาไว้
ในปริมาณที่หนามากที่สุด  จึงทำให้การจับบอลแรกด้วยข้างเท้าด้านในนั้นได้ฟีลลิ่งการ
จับบอลที่หนานุ่มมากกว่าส่วนอื่นๆ

  สำหรับการจับบอลที่กระเด้งกระดอนมาด้วยความแรง  หรือจับบอลในทิศทางที่เกิดการสัมผัส
ระหว่างผิวของอัพเปอร์และผิวของลูกฟุตบอลในแนวเฉือน  ซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนเล็กๆ ของมิซูโน่
Rebula 1 Japan
มาก่อน  เพราะผิวสัมผัสที่มีความลื่น ไม่ได้เหนียวหนึบสักเท่าไหร่   

  แต่มาในโฉมนี้ Rebula 3 Japan ได้ถูกลบจุดอ่อนนั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยโครง
สร้าง CT Frame ที่มากขึ้น  ทำให้ผิวสัมผัสโดยรวมของรองเท้ารุ่นนี้มีลักษณะขรุขระเป็น
3 มิติ และมีพื้นที่สัมผัสบอลมากยิ่งขึ้น  รวมถึงผิวอัพเปอร์ยังถูกเคลือบสารบางอย่าง  ยิ่งช่วย
สร้างประสิทธิภาพในการดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นี่ยังรวมถึง
ในสภาวะที่ลูกฟุตบอลเปียกน้ำอีกด้วย



  Rebula 3 Japan ยังแสดงประสิทธิภาพการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในที่ยอดเยี่ยม  ด้วย
พื้นที่สัมผัสบอลที่มีความโค้งเว้าสอดรับกับความกลมของลูกฟุตบอล  ทำให้สัมผัสบอลได้เต็มใบ
แต่ด้วยลักษณะของหนังจิงโจ้และวัสดุ CT Frame ด้านใน  สามารถทำให้การแปส่งบอลนั้น
มีฟีลลิ่งการตอบสนองที่รวดเร็วแต่หนักแน่น  และลูกฟุตบอลที่แปบอลไปนั้นก็มีน้ำหนักในแบบ
ที่รองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลควรจะเป็น  จุดนี้ Rebula 3 Japan สอบผ่านในระดับ
ที่คะแนนเต็มเลยล่ะ

  ณ ตอนนี้ผมกล้าฟันธงว่า มิซูโน่ Rebula 3 Japan เป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรล
ที่มีคุณภาพหนังจิงโจ้ที่ดีสุดเหนือคู่แข่งทั้งหมด  ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่ต้องการหนังจิงโจ้ที่ช่วย
สร้างฟีลลิ่งในการสัมผัสและควบคุมบอล ที่ได้ทั้งความนุ่ม หนักแน่นและตอบสนองต่อแรงกระทำ
ได้อย่างทันใจ  ในขณะที่รองเท้ารุ่นอื่นๆ ยังมีจุดอ่อนเล็กๆ น้อยๆ ให้พบเจอ เช่น อาดิดาส
Copa 19.1 หนังนุ่มน้อยกว่าเล็กน้อย และผิวสัมผัสไม่หนึบมาก  ในขณะที่ไนกี้ Tiempo
Legend VII
ที่แม้จะมีชั้นหนังที่หนานุ่มและฟู  แต่การตอบสนองหรือการส่งแรงสัมผัสก็ยัง
ไม่หนักแน่นและรวดเร็วเช่นนี้

  ดังนั้นในหัวข้อการทดสอบการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอลหัวข้อนี้  ผมขอลงคะแนนให้
มิซูโน่ Rebula 3 Japan ที่เต็ม 10 คะแนน  ดีที่สุดในกลุ่มของรองเท้าประเภทคอนโทรล
ที่ใช้วัสดุอัพเปอร์หนังจิงโจ้

  คะแนน : 10 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  ต่อเนื่องมายังฐานทดสอบการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  ก็ยังพบว่า Rebula 3 Japan
มีประสิทธิภาพในการควบคุมหรือเปลี่ยนทิศทางบอลได้ดั่งใจ  รับรู้ได้ว่าผิวหน้าสัมผัสอัพเปอร์
มีแรงเสียดทานมากพอที่จะสัมผัสให้ลูกฟุตบอลเปลี่ยนทิศทางได้อย่างแม่นยำ  จนเรียกได้ว่า
ดีที่สุดในกลุ่มของรองเท้าประเภทหนังจิงโจ้เลยก็ว่าได้  จุดนี้คือสิ่งที่มิซูโน่พัฒนาขึ้นมาให้
Rebula 3 Japan
ดีขึ้นกว่า Rebula 1 Japan

  การควบคุมน้ำหนักบอลในจังหวะการแตะเพื่อขับเคลื่อนบอลไปด้านหน้า  มีทั้งฟีลลิ่งความนุ่ม
และหนักแน่นไปพร้อมๆ กัน กล่าวคือวัสดุโครงสร้าง CT-Frame นั้นจะทำหน้าที่ช่วยทั้งทำให้
การจับบอลนุ่มเท้า  และก็ยังช่วยส่งแรงปะทะเพื่อขับเคลื่อนลูกฟุตบอลไปด้านหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้ Rebula 3 Japan มีบุคลิกในการเลี้ยงบอลที่หลากหลายพอสมควร  พร้อมรองรับกับ
สไตล์หรือจังหวะการเลี้ยงบอลดั่งที่ผู้เล่นต้องการได้  ไม่ว่าจะเป็นการแตะบอลในระยะสั้นๆ
หรือแตะบอลไปยาวๆ ก็ตาม



  อย่างไรก็ตาม..อัพเปอร์ของ Rebula 3 Japan ที่มี CT-Frame เช่นนี้  เป็นผลให้ฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลนั้นรู้สึกหนากว่าอาดิดาส Copa 19.1 อยู่เล็กน้อย  จึงลดฟีลลิ่งการเลี้ยงบอล
ในแบบสัมผัสบางๆ รู้สึกเหมือนใช้เท้าเปล่าลงไปบ้าง  การเปลี่ยนทิศทางแบบฉับพลันหรือหักมุม
จึงอาจจะไม่รวดเร็วดั่งใจมากนัก  ซึ่งทาง Copa 19.1 ให้ฟีลลิ่งการเลี้ยงบอลที่รวดเร็วและ
ตอบโจทย์ได้ดีกว่า

  ถ้าถามว่า..แล้วต้องเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นไหน  ที่ให้ฟีลลิ่งความรู้สึกว่องไวในการเลี้ยงบอล
ตามสไตล์ของรองเท้าประเภทความเร็วที่ดีที่สุด  คำตอบส่วนตัวของผมก็คือ Morelia Neo II
Japan
ดังนั้นถ้าใครเคยใช้รองเท้ารุ่นดังกล่าวมาก่อน  ก็น่าจะเห็นภาพในแบบที่ผมพยายาม
จะอธิบายได้ง่ายขึ้น

  สรุปโดยภาพรวมได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้ก็มีประสิทธิภาพในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้ดีเอาเรื่อง
ทั้งน้ำหนักบอล การควบคุมและการเปลี่ยนทิศทางมีความแม่นยำที่สุดในกลุ่มของรองเท้าที่ทำ
จากวัสดุหนังจิงโจ้  แต่ด้วยความนุ่มของอัพเปอร์และมีโครงสร้าง CT-Frame จึงทำให้ฟีลลิ่ง
การเลี้ยงบอลแบบรู้สึกบางๆ เป็นธรรมชาติ และการสัมผัสบอลที่รวดเร็วนั้นหายไปบ้าง  จึงขอ
ลงคะแนนในหัวข้อนี้ของ Rebula 3 Japan ที่ 9 เต็ม 10 คะแนนครับ

  คะแนน : 9 / 10

  ประสิทธิภาพการยิงประตู



  ในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลแล้ว  แน่นอนว่าจะต้องมีประสิทธิภาพการยิงประตู
ติดตัวมาด้วย  บททดสอบนี้จะมาดูกันว่ามิซูโน่ Rebula 3 Japan นั้นจะเป็นอาวุธหนักที่แม่นยำ
ในแบบที่มิซูโน่ได้โปรโมทเอาไว้หรือไม่

  จังหวะการวางเท้าหลักพบว่าปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้สามารถปักหลักลงไปยังพื้นสนาม
ได้ดี  น้ำหนักกระจายทั่วถึงเต็มฝ่าเท้า  ประกอบกับโครงสร้างชุดพื้นช่วงกลางที่ค่อนข้างกว้าง
และมีเทคโนโลยี D-Flex Groove ทำให้ชุดพื้นมีความยืดหยุ่นในจังหวะการถ่ายเทน้ำหนัก
ลงไปที่เท้าหลักได้เป็นอย่างดี  เป็นผลทำให้จังหวะการวางเท้าหลักของรองเท้ารุ่นนี้  ค่อนข้าง
ที่จะมีความสมดุล ให้ฟีลลิ่งการยึดเกาะที่แม่นยำและมั่นคง  รู้สึกได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลอีก
รุ่นนึงที่จังหวะการวางเท้าหลักนั้นทำได้เน้นๆ เต็มฝ่าเท้าเหลือเกิน



  วินาทีที่หน้าสัมผัสหนังจิงโจ้ของ Rebula 3 Japan ปะทะเข้ากับลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง
นั้นเป็นฟีลลิ่งที่ผมรู้สึก "ว้าว" เป็นอย่างมาก  เพราะหนังจิงโจ้ของรองเท้าคู่นี้ให้ฟีลลิ่งการยิง
ที่มีความลงตัวระหว่างความนุ่มและแรงปะทะที่ส่งให้ลูกฟุตบอลพุ่งทะยานออกไป

  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลนั้นจะไม่ได้นุ่มมากเหมือนกับรองเท้าฟุตบอลที่ทำจากหนังจิงโจ้หนาๆ ฟูๆ
แต่มันเป็นความนุ่มแฝงไปด้วยความหนักแน่น  และรู้สึกละมุนหน้าเท้ากว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ทำ
จากหนังจิงโจ้เหมือนกันอย่างบอกไม่ถูก  ถ้าคุณเป็นคนที่อยากได้ฟีลลิ่งการยิงประตูแบบนุ่มเท้า
แต่ไม่หนามากเกินไป จนสูญเสียฟีลลิ่งการสัมผัสบอล  ขอบอกเลยว่า Rebula 3 Japan
จะตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

  อีกสิ่งที่รู้สึกได้ก็คือโมเมนตัมแรงเหวี่ยงของตัวรองเท้าที่มีความสมดุล  ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วง
กำลังดี  ทำให้การส่งแรงปะทะไปยังลูกฟุตบอลนั้นทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  โดยปกติแล้ว
รองเท้าหนังจิงโจ้ที่มีฟีลลิ่งความนุ่มประมาณนี้  จำเป็นต้องออกแรงยิงมากกว่านี้  ถึงจะได้เห็น
ลูกฟุตบอลพุ่งทะยานออกไป  แต่สำหรับ Rebula 3 Japan คู่นี้กลับไม่จำเป็นต้องออกแรง
หนักหน่วงขนาดนั้น  ก็สามารถทำให้ลูกฟุตบอลพุ่งออกไปด้วยความแรงแล้ว  ซึ่งจุดเด่นตรงนี้
แสดงถึงประสิทธิภาพของโครงสร้าง CT Frame ได้เป็นอย่างดี



  ประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางก็เป็นสิ่งที่รองเท้ารุ่นนี้ทำได้ดีเกินคาด  ด้วยพื้นที่หน้าสัมผัสบอล
นั้นมีลักษณะที่เปิดกว้างพื้นผิวโดยรวมมีความราบเรียบ  ส่งผลให้ Rebula 3 Japan สามารถ
ควบคุมทิศทางบอลที่ตั้งใจยิงออกไปตรงๆ ได้อย่างแม่นยำมากที่สุดในกลุ่มของรองเท้าฟุตบอล
ประเภทนี้  

  การยิงแบบปั่นไซร้โค้งก็เช่นกัน  Rebula 3 Japan ทำได้ดีกว่า Rebula 1 Japan
พอสมควร และก็ดีกว่าคู่ปรับต่างค่ายอย่าง Copa 19.1 และ Tiempo Legend VII
อยู่เล็กน้อย  จากการทดสอบการยิงแบบปั่นไซร้..พบว่าผิวสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้สามารถ
สร้างแรงเฉือนกับผิวของลูกฟุตบอล ให้ลูกฟุตบอลปั่นไซร้ได้ดีจนรู้สึกได้  ซึ่งมีผลมาจาก
โครงสร้าง CT Frame, ผิวหน้าสัมผัสที่เหมือนมีสารเคลือบให้หนึบ และความนุ่มอัพเปอร์
ที่กำลังดี  ทั้ง 3 ปัจจัยนี้ทำงานร่วมกันได้อย่างพอเหมาะลงตัว  ช่วยกันทำให้ประสิทธิภาพ
การปั่นไซร้โค้งทำได้อย่างน่าพอใจ

  ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าระดับความสามารถในการปั่นไซร้โค้งของ Rebula 3 Japan นั้น
ทำได้ดีในกลุ่มของรองเท้าฟุตบอลที่ทำจากหนังจิงโจ้  แต่ถ้ายกไปเปรียบเทียบกับรองเท้า
ที่มีวัสดุจำพวกแถบยางปั่นไซร้โค้งโดยตรง จะยังเป็นรองอยู่พอสมควร

  มิซูโน่ Rebula 3 Japan กลายมาเป็นอีกหนึ่งอาวุธการยิงประตูที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ในบรรดารองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้ ณ ขณะนี้  รองเท้ารุ่นนี้มีบุคลิก ฟีลลิ่งและประสิทธิภาพ
การยิ่งประตูที่ครบเครื่องเกินคาด  ทั้งการยึดเกาะในจังหวะการวางเท้าหลัก  ฟีลลิ่งการสัมผัส
ที่ความนุ่มกำลังดี และมีการส่งแรงปะทะที่หนักหน่วงเกินคาด  แถมปิดท้ายด้วยการควบคุม
ทิศทางที่ดีเกินกว่ารองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้รุ่นอื่นๆ จะทำได้  ดังนั้นในหัวข้อนี้จึงอยากจะขอ
ให้คะแนนประสิทธิภาพการยิงประตูที่ระดับ 10 เต็ม 10 คะแนน ไปเลย

  คะแนน : 10 / 10

  การปกป้องเท้า

  มาปิดฐานทดสอบภาคสนามกันที่คุณสมบัติเชิงรับ นั่นคือการปกป้องเท้าและแรงปะทะจาก
การเข้าปะทะของคู่แข่ง รวมถึงการซัพพอร์ตส่วนอื่นๆ ที่พอจะรับรู้ได้ว่า Rebula 3 Japan
สามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บได้



  การปกป้องแรงก็คืออัพเปอร์หนังจิงโจ้ที่มีความนุ่ม และโครงสร้าง CT Frame ก็เป็นเสมือน
กันชนอีกหนึ่งชั้น  ที่พอจะช่วยลดความรุนแรงจากการถูกคู่แข่งเปิดปุ่มได้อย่างน่าพอใจ  

  อีกจุดนึงที่ผมรู้สึกว่ารองเท้ารุ่นนี้ช่วยเซฟอาการบาดเจ็บได้ ก็คือการซัพพอร์ตบริเวณข้อเท้า
และหุ้มส้นเห็นร้อยหวาย  ที่สามารถจับกระชับกับข้อเท้าได้อย่างแน่นสนิท  ฟีลลิ่งการล็อค-
ดาว์นบริเวณข้อเท้าทำได้  ทำให้จังหวะที่ต้องลอยตัวแล้วลงกระแทกพื้นสนามด้วยส้นเท้า
เช่นการกระโดดโหม่งบอล หรือจังหวะฟอวโล่ตามการยิงประตูแบบสุดแรง  จะรู้สึกได้ว่า
หุ้มข้อของ Rebula 3 Japan ช่วยลดโอกาสข้อเท้าพลิกได้ดีเลยล่ะ

  คะแนน : 9 / 10

  บทสรุปการทดสอบ



  ภาพรวมและตัวเลขคะแนนที่แสดงออกมาในแต่ละฐานการทดสอบ  คงจะบอกได้ดีว่า Rebula 3
Japan
เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพรอบด้าน  ครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ  เป็นการพัฒนา
ที่สามารถลบจุดอ่อนที่เคยเจอในเจเนอเรชั่นเก่าๆ ออกไป  แล้วค่อยๆ ขยับเพิ่มเติมความสามารถ
ในแต่ละด้านให้มากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย  จนออกมาเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีความสมดุลและตอบ
โจทย์การใช้งานตามสไตล์โมเดิร์นคอนโทรลได้เป็นอย่างดี

  ส่วนสุดท้ายนี้..ผมจะทำการสรุปตัวตนของ Rebula 3 Japan แบบรวบยอดทั้งหมด  เป็น
รูปแบบการบรรยายในสิ่งที่ผมชื่นชอบ ประทับใจและมองว่าเป็นจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้ 

  หลังจากนั้นจะเปรียบเทียบกับ Rebula 1 Japan และอาดิดาส Copa 19.1 ว่ารองเท้า
ทั้ง 2 รุ่นนี้  มีอะไรที่ดีกว่า หรือด้อยกว่า Rebula 3 Japan อย่างไรบ้าง  เพื่อเป็นข้อมูล
ให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพการเปรียบเทียบทั้งหมดได้ง่ายขึ้น

  ก่อนจากกันในบทความนี้..ก็จะขอฝากความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์การตลาด ความคุ้มค่า
และความน่าใช้งานเมื่อเปรียบเทียบกับราคา 9,500 บาท  ในการคว้ามิซูโน่ Rebula 3 Japan
มาไว้ในครอบครอง

  มิซูโน่ Rebula 3 Japan



  "Strike with Control" คำนิยามสั้นๆ ที่มิซูโน่ใช้นิยามให้กับ Rebula 3 Japan นั้น
เป็นสิ่งที่ตอบทุกอย่างของรองเท้ารุ่นนี้อย่างแท้จริง  รองเท้ารุ่นนี้ก้าวขึ้นมาเป็นรองเท้าฟุตบอล
ที่ดีที่สุดของมิซูโน่  และก็อาจจะดีกว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ของค่ายคู่แข่งด้วย  

  จุดเด่นสำคัญของรองเท้ารุ่นนี้คือฟีลลิ่งการสัมผัส และประสิทธิภาพในการควบคุมบอล  ที่ทำได้
ดีในทุกรูปแบบ  โดยมีคีย์หลักคือวัสดุอัพเปอร์หนังจิงโจ้เกรดที่ดีที่สุด  ผสมผสานกับเทคโนโลยี
CT-Frame ที่ถูกปรับแต่งมาได้อย่างลงตัว

  สิ่งที่ผมชื่นชอบในตัว Rebula 3 Japan เป็นอย่างมาก  ก็คือฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่มีความนุ่ม
กำลังดี  มันเป็นความนุ่มที่ไม่ได้หนาหรือฟูจนเกินไป  จึงยังหลงเหลือสัมผัสบางๆ สามารถตอบสนอง
ของแรงกระทำที่รวดเร็วและเป็นธรรมชาติ  ในขณะที่โครงสร้าง CT-Frame ที่เป็นวัสดุชั้นกลาง 
ก็ทำหน้าที่ได้ดีทั้งจังหวะการซัพพอร์ตแรงปะทะ ทำให้การจับบอลแรกทำได้ง่าย ติดเท้า  แต่มันยัง
เป็นตัวสร้างแรงปะทะทำให้ลูกฟุตบอลที่ตั้งใจถูกยิงหรือส่งออกไปจากเท้านั้น  มีน้ำหนักรุนแรง
อย่างน่าประทับใจ

  นอกจากนั้น..ผิวสัมผัสของ Rebula 3 Japan ก็มีความฝืด มีความหนึบ จนสามารถดึงดูด
และส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม การยิงบอลแบบเล่นทิศทาง หรือจะยิง
แบบปั่นไซร้โค้ง  รองเท้ารุ่นนี้พร้อมทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำมากที่สุดในกลุ่มของ
รองเท้าฟุตบอลประเภทหนังจิงโจ้แท้เลยก็ว่าได้

  ทั้งสองย่อหน้าที่ผ่านมา  คือบทสรุปที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีคะแนนในเรื่องการสัมผัสควบคุมบอล
และยิงประตูที่ระดับ 10 เต็ม 10 ทั้งคู่



  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าก็ได้ประสิทธิภาพจากวัสดุอัพเปอร์  ที่มาช่วยให้การขับเคลื่อนบอล
ที่น้ำหนักที่กำลังดี  การควบคุมหรือเปลี่ยนทิศทางบอลก็พอที่จะทำได้แม่นยำ  เพียงแต่การเป็น
วัสดุหนังจิงโจ้แท้และมีโครงสร้าง CT-Frame อีกชั้น  ก็จะทำให้ฟีลลิ่งการเลี้ยงบอลนั้นหนาเท้า
ไปบ้างสำหรับคนที่เคยชินกับการใช้รองเท้าสายสปีดแท้ๆ ที่เน้นการสัมผัสบอลบางๆ  

  จุดเด่นของ Rebula 3 Japan ยังไม่หมด..เพราะยังมีประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่และการ
ยึดเกาะพื้นสนามของปุ่มแบบ FG นั้นพร้อมรองรับการเคลื่อนที่ทุกรูปแบบ  รองเท้ารุ่นนี้สามารถ
ตอบโจทย์ทั้งการสปรินซ์ทางตรงด้วยความเร็ว  เพราะโครงสร้างฐานพื้นช่วงกลางมีอาการ
ส่งแรงดีดกลับได้เป็นอย่างดี  หรือจะเปลี่ยนทิศทางกลับตัวแบบ 360 องศา  ก็ทำได้อย่าง
ราบลื่นและคล่องตัว  ด้วยลักษณะปุ่มกลมที่จิกพื้นสนามได้ดีและสามารถใช้เป็นจุดหมุนได้
และมีสมดุลการทรงตัวที่ดีด้วย  อย่างไรก็ตาม..การใช้งานรองเท้ารุ่นนี้บนพื้นสนามหญ้าเทียม
ที่ไม่ดี หรือพื้นหญ้าสั้นๆ อาจจะรู้สึกว่าปุ่ม FG นั้นยาวมากไปนิดนึง

  นอกจากนั้น มิซูโน่ Rebula 3 Japan ยังช่วยปกป้องอาการบาดเจ็บได้ด้วย  ทั้งความนุ่ม
ของอัพเปอร์ที่ช่วยลดแรงปะทะจากการถูกย่ำเข้าใส่หลังเท้า หรือเตะเข้าที่ข้างเท้าทั้งสองด้าน
รวมถึงหุ้มส้นที่ซัพพอร์ตกับข้อเท้า มีอาการล็อคดาว์นที่สร้างความกระชับได้อย่างมั่นคง



  ประเด็นอื่นๆ ที่แม้ว่า Rebula 3 Japan จะไม่ได้โดดเด่นกว่าเพื่อน  แต่ก็ถือว่าทำได้ดีตาม
มาตรฐานที่รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้ควรจะเป็น ก็คือฟีลลิ่งการสวมใส่ ความสบายและความ
กระชับที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี  ตอบโจทย์ได้ทั้งคนที่ต้องการฟีลลิ่งการสวมใส่ที่สมดุล กลางๆ ไม่
แน่นจนอึดอัด แต่ก็ไม่หลวมจนสูญเสียความมั่นใจ  รวมถึงแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการลง
น้ำหนักตัวบนพื้นสนาม  ที่ไม่ได้นุ่มนวลหรือซัพพอร์ตแรงกระแทกได้ดีนัก  เนื่องจากแผ่น
รองพื้นที่ค่อนข้างบ้าง  แต่ก็ได้ปุ่มแบบ FG ที่กระจายตัวเต็มฝ่าเท้า มาช่วยทำให้น้ำหนักถูก
ถ่ายเทได้ทั่วถึง  ไม่ได้ลงที่ปุ่มใดปุ่มหนึ่งมาจนเกินไป  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถสวมใส่
ใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียมได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก

  หากมองในฐานะการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลแล้ว  ถือได้ว่า Rebula 3 Japan
มีคุณสมบัติในด้านการคอนโทรลบอล และคุมเกมในสนาม ตามสไตล์ของผู้เล่นเพยล์เมกเกอร์
ได้อย่างยอดเยี่ยม ตีเป็นตัวเลขคะแนนก็ขอลงไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน  แต่ในอนาคต..สิ่งที่
อยากได้เพื่อมาเติมเต็มอีก 1 คะแนนที่หายไป ก็คือประสิทธิภาพการรับแรงกระแทกที่นุ่มกว่านี้
อีกนิด  เพราะการเป็นรองเท้าของนักเตะกองกลางที่ต้องมีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา  การรู้สึก
ถึงแรงกระแทกบ่อยๆ จะทำให้เกิดอาการล้าได้ในระยะยาว

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประเภทคอนโทรล : 9 / 10


  เปรียบเทียบกับมิซูโน่ Rebula 1 Japan



  มิซูโน่ Rebula 1 Japan ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นแรกของรองเท้าซีรี่ย์นี้  จัดได้ว่าเป็นรองเท้า
รุ่นนึงที่มีประสิทธิภาพ  มีรายละเอียดของวัสดุ  และมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของมิซูโน่อัดแน่นไว้
อย่างเต็มเปี่ยม  ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมรุ่นนึงในช่วงเวลาที่ทำตลาด

  จุดเด่นของ Rebula 1 Japan คือวัสดุหนังจิงโจ้ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของ Made in
Japan ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่า Rebula 3 Japan มากนัก  อัพเปอร์ชุดนี้ให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ที่นุ่มเท้า แต่ยังแฝงไปด้วยการสัมผัสบอลที่เป็นธรรมชาติ  และการตอบสนองของแรงปะทะ
ที่กำลังดี  ด้วยโครงสร้างชั้นกลาง CT-Frame ซึ่งถือได้ว่ามิซูโน่เป็นเจ้าแรกๆ ที่นำเสนอ
เทคโนโลยีเช่นนี้ในรองเท้าฟุตบอลประเภทหนังจิงโจ้  ดังนั้น..ถ้าเป็นคนที่มีทักษะการควบคุม
บอลหรือการปั่นไซร้โค้งที่ดีอยู่แล้ว  จะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างการสัมผัสบอลของ
Rebula 1 Japan และ Rebula 3 Japan อย่างเป็นรูปธรรมมากนัก 

  แต่ถ้าคำนึงถึงประสิทธิการควบคุมทิศทางด้วยตัวรองเท้าเอง  ต้องบอกว่า Rebula 1 Japan
นั้นยังมีจุดอ่อนอยู่ที่เรื่องการสัมผัส ดึงดูดและควบคุมระหว่างผิวสัมผัสกับลูกฟุตบอล  โดยเฉพาะ
จังหวะที่ผิวสัมผัสเปียกน้ำ  จะมีอาการหน้าสัมผัสลื่น ควบคุมบอลยาก ให้ได้พบเจอ

  ประสิทธิภาพเกี่ยวกับการเคลื่อนที่จากชุดพื้นและปุ่ม FG ของ Rebula 1 Japan ก็มีความ
ครอบคลุม สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนทิศทางแบบ 360 องศา และการยึดเกาะพื้นสนาม
ที่เพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบอยู่แล้ว  เพียงแต่สิ่งที่ Rebula 3 Japan ทำได้ดีกว่า 
ก็คือโครงสร้างชุดพื้นที่มีลักษณะแข็ง เป็นสันนูนขึ้นมา  จึงสามารถสร้างแรงสปริงให้กับฝ่าเท้า
ได้ดุดันมากขึ้น 

  ส่วนฟีลลิ่งการสวมใส่ของ Rebula 1 Japan ก็มีความกระชับและสบายเท้ากำลังดี  ตอบ
โจทย์ได้ดีทั้งคนที่อยากได้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่สบายๆ  และคนที่อยากได้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่
กระชับสัดส่วน  แต่จะมีเรื่องของอาการกัดส้นให้ได้พบเจอในช่วงแรกของการใช้งาน  บางคน
ก็ว่าหนักหน่วงจนทนไม่ไหว  แต่สำหรับผมเองนั้นไม่ถึงกับหนักหนาสาหัสอะไรนัก  ใช้ระยะ
เวลาการสวมใส่ประมาณ 3 ครั้ง  อาการกัดส้นก็จะหายไปแล้ว 

  อย่างไรก็ตาม..เปรียบเทียบกับ Rebula 3 Japan แล้ว  ก็ต้องยอมรับว่า Rebula 1 Japan
นั้นเป็นรองในทุกๆ ด้าน  ซึ่งมันก็คงไม่แปลกอะไร  เพราะรองเท้าที่ห่างกันถึง 2 เจเนอเรชั่น 
ในทางตรงกันข้าม..มันยังเป็นการแสดงให้เห็นว่ามิซูโน่ตั้งใจที่จะค่อยๆ กำจัดจุดอ่อนของ
Rebula 1 Japan ให้หมดไป  เพื่อสร้าง Rebula 3 Japan ให้สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม
เหมือนที่เราได้เห็นกันจากผลการทดสอบที่ผ่านมานั่นเอง

  เปรียบเทียบกับอาดิดาส Copa 19.1



  มาดูที่ Copa 19.1 กันบ้าง  รองเท้าระดับท็อปในตระกูลคลาสสิคจากอาดิดาสมีฟีลลิ่ง
การสวมใส่ที่ทำได้ดีไม่แพ้กัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสบายและฟีลลิ่งความกระชับ 
โดยรวมถือได้ว่าทั้งคู่ทำได้ดี  แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นไปทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ  เพียงแต่สิ่ง
ที่รองเท้า Copa 19.1 มีดีกว่า Rebula 3 Japan ก็คือชุดแผ่นรองพื้นที่มีความหนา
และนุ่ม  จึงช่วยรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามที่บริเวณส้นเท้าได้ดีกว่า  ผมจะแนะนำ
Copa 19.1 สำหรับคนที่มีปัญหาหรือคำนึงถึงเกี่ยวกับแรงกระแทกจากพื้นสนามเป็น
อันดับแรก

  ในเรื่องประสิทธิภาพและฟีลลิ่งการสัมผัสบอล  พบว่าวัสดุอัพเปอร์หนังจิงโจ้ของ Copa
19.1
จะมีฟีลลิ่งสัมผัสบอลที่บางกว่าเล็กน้อย  จึงทำให้ความนุ่มน้อยกว่า  ตอบโจทย์ต่อ
คนที่ชอบบุคลิกการสัมผัสบอลที่อยู่ตรงกลางระหว่างความนุ่มและความบางเป็นธรรมชาติ 
ตอบโจทย์การเล่นบอลที่รวดเร็ว  การไปกับบอลที่คล่องตัวมากกว่า

  แต่สิ่งที่ Copa 19.1 ยังทำได้ไม่ดีเท่ากับ Rebula 3 Japan  ก็คือการส่งแรงปะทะ
ระหว่างหน้าสัมผัส  รวมถึงจุดศูนย์ถ่วงของน้ำหนัก  ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบกัน  จากการ
สัมผัสบอลด้วยน้ำหนักเท้าที่เท่าๆ กัน  จะพบว่า Rebula 3 Japan สามารถทำให้ลูกบอล
พุ่งทะยานออกไปด้วยความแรงละมีน้ำหนักมากกว่า Copa 19.1

  เรื่องการควบคุมทิศทางบอลตามสไตล์รองเท้าประเภทคอนโทรล  พบว่า Copa 19.1
ทำได้ดีในการออกบอลในทิศทางตรงหน้า  เพราะลักษณะพื้นที่สัมผัสบอลบริเวณสันเท้า
และหลังเท้าที่เปิดกว้าง ทำให้การสัมผัสบอลนั้นทำได้เต็มใบ  แต่ผิวหน้าสัมผัสของรองเท้า
รุ่นนี้จะดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ไม่ดีนัก  ทำให้การส่งแรงเฉือนเพื่อปั่นไซร้โค้ง
หรือแม้แต่การจับบอลในแนวรับ  จะยังเป็นรองให้กับ Rebula 3 Japan อยู่

  รูปแบบการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนามของปุ่ม FG ระหว่าง Copa 19.1 และ
Rebula 3 Japan นั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก  รองเท้าทั้งสองรุ่นนี้สามารถยึดเกาะ
พื้นสนามได้ดีและมั่นคง  เพียงพอต่อการใช้งานในทุกรูปแบบ  โดยรูปแบบปุ่มจะเน้นการ
หมุนตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทางแบบ 360 องศา ได้ราบลื่นทั้งคู่  เพียงแต่ปุ่มของ Copa 19.1
จะให้ฟีลลิ่งการยึดเกาะที่ฝ่าเท้าติดพื้นสนามมากกว่า  เพราะปุ่มสั้นกว่า  ในขณะที่โครงสร้าง
ฐานพื้นช่วงกลางก็มีความแข็งและฐานพื้นกว้างพอๆ กัน  ทำให้การยืนพื้นสนามนั้นรู้สึก
ได้เต็มฝ่าเท้า

  จุดอ่อนเล็กๆ ของ Copa 19.1 จะมีตรงขอบหุ้มข้อและส้นเท้า  ที่มีลักษณะขอบแข็ง 
เวลาสวมใส่ใช้งานแล้วจะรู้สึกว่ามีขอบแข็งๆ มากดรอบข้อเท้า  ทำให้รู้สึกไม่สบายบริเวณ
รอบข้อเท้ามากนัก  แต่ส่วนซัพพอร์ตด้านในก็มีความนุ่มและกระชับกับส้นเท้าได้ดี 
ในทางตรงกันข้าม Rebula 3 Japan จะมีบุนุ่มด้านในส้นเท้าที่แข็งและบางกว่าเล็กน้อย 
รวมถึงปลายหุ้มส้นที่ยกขึ้นมากดทับกับเอ็นร้อยหวายด้วย  ดังนั้นต้องเลือกเอาว่า..คุณ
ยอมรับได้กับการกดของขอบหุ้มส้นในลักษณะไหนมากกว่ากัน  ส่วนอาการกัดส้นเท้า
ของทั้งคู่ก็ไม่มีให้ต้องกังวลแต่อย่างใด



  ความคุ้มค่าและความน่าใช้
     
  ถ้าจะบอกว่า Rebula 3 Japan เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีความน่าใช้มากที่สุดในตอนนี้
ของค่ายมิซูโน่ก็คงจะไม่ผิดนัก  ไม่ใช่เหตุผลเพียงแค่เป็นรองเท้ารุ่นใหม่ที่เพิ่งจะออกมา
อย่างสดๆ ร้อนๆ เท่านั้น  แต่ยังเป็น Rebula ในเจเนอเรชั่นที่ถูกโปรโมทมากที่สุดก็ว่าได้



  นักเตะชื่อดังมากมายถูกเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมมิซูโน่  มาเป็นพรีเซนเตอร์สวมใส่ Rebula 3
ลงสนามอย่างเป็นรูปธรรม  แน่นอนว่าแฟนๆ บอลชาวไทยก็จะมี เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์
เป็นไอคอนอันดับหนึ่งของรองเท้าซีรี่ย์นี้

  ไม่ใช่แค่เวทีฟุตบอลเอเชียเท่านั้น  เพราะในเวทีฟุตบอลยุโรป  เราก็จะได้เห็นนักเตะ ญี่ปุ่น
เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ Rebula 3 ด้วยเหมือนกัน  อาทิ มายะ โยชิดะ กองหลังตัวหลักของ
ทีมเซาแธมป์ตัน ในพรีเมียร์ลีกส์ อังกฤษ และ ชินจิ โอกาซากิ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งที่เคย
คว้าแชมป์ร่วมกับเลสเตอร์ ซิตี้  รวมถึงเจ้าตัวเองก็ได้บินตรงมาเมืองไทยเพื่อร่วมเปิดตัว
Rebula 3 ในบ้านเราอีกด้วย

  ดังนั้นถ้าใครให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และโปรโมท และการเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก
เป็นรองเท้าที่อยู่ในกระแสวงการฟุตบอล  ก็ถือได้ว่า Rebula 3 สอบผ่านในโจทย์นี้ได้
เป็นอย่างดี  



  ส่วนเรื่องความคุ้มค่าสมราคา กับค่าตัวในระดับสูงสุดของค่าย  ขอบอกว่าทุกอย่างที่มิซูโน่
ให้มานั้น  มีความคุ้มค่าสมราคาอย่างแท้จริง  โดยเฉพาะวัสดุอัพเปอร์หนังจิงโจ้ที่ถือได้ว่า
เป็นเกรดที่ดีที่สุดที่สามารถพบเจอได้ในรองเท้าฟุตบอล  รวมถึงการตัดเย็บ การประกอบ
ที่มีความพิถีพิถันตามมาตรฐานของ Made in Japan ก็สร้างความแตกต่างให้เห็นแล้ว

  อีกเหตุผลที่ผมมองว่า Rebula 3 Japan รองเท้ารุ่นท็อปสุดที่เรารีวิวกันไปนี้มีความน่าใช้
มากเป็นพิเศษ ก็คือการที่มิซูโน่ทำรองเท้ารุ่นนี้ให้มีความแตกต่างจาก Rebula 3 รุ่นท็อป
ที่เป็นเวอร์ชั่น Made in Indonesia อย่างเห็นได้ชัด  เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนราคา
ที่ต่างกันอยู่บ้าง แต่มันช่วยทำให้ดูคุ้มค่าที่จะเลือกเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดไปเลย  อารมณ์เหมือนว่า
จะซื้อทั้งทีก็ต้องซื้อ Made in Japan

  จากเหตุผลข้างต้น..ผมขอลงความคิดเห็นส่วนตัวว่า Rebula 3 Japan มีความน่าใช้
ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์ ที่ใส่ไปลงเล่นที่ไหนใครก็มอง รวมถึงแง่ของความคุ้มค่าสมราคา
เป็นอย่างมาก ที่ระดับคะแนน 9 เต็ม 10 คะแนน  หากถามว่าอีก 1 คะแนนถูกหักไปเพราะ
อะไร  คำตอบก็คือเรื่องของการเปลี่ยนรุ่นที่เร็วเกินไปหน่อย  เพราะมิซูโน่เล่นเปลี่ยนโฉม
Rebula กันแบบรายปี  ตรงกันข้ามกับรองเท้าซีรี่ย์ Morelia Neo ที่ทำตลาดมานาน
แนนนานแล้ว  จึงอาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบใส่รองเท้ารุ่นใหม่ตลอดเวลาอยู่บ้าง

  คะแนน : 9 / 10



  เป็นอย่างไรกันบ้างกับบทความรีวิวทดสอบการใช้งาน มิซูโน่ Rebula 3 Japan ที่ผ่านมา
หวังว่าทุกข้อมูลและเนื้อหา รวมถึงข้อคิดเห็นต่างๆ จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณผู้อ่านทุกท่าน
ที่กำลังให้ความสนใจ  และนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจว่ารองเท้ารุ่นนี้คือ
อาวุธที่จะมาตอบโจทย์กับรูปแบบ ความต้องการและสไลต์การเล่นของท่านหรือไม่

  หากใช่..ก็อย่าลังเลที่จะคว้า Rebula 3 Japan มาช่วยเพิ่มศักยภาพและยกระดับฟอร์ม
การเล่นของตัวเอง  แล้วเราจะได้สนุกไปกับการเล่นฟุตบอลที่เรารักไปด้วยกัน

  วันนี้มิซูโน่ยังเดินหน้าเปิดตัวคอลเลคชั่นสีใหม่ๆ ของ Rebula 3 Japan ออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง  โดยรองเท้ารุ่นนี้วางจำหน่ายในราคา 9,500 บาท ท่านสามารถไปลองสวมใส่
และเลือกซื้อเลือกหาได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ  หรือถ้าจะเอาสะดวก ยุคนี้
สมัยนี้ก็คงต้องช็อปปิ้งออนไลน์  ได้ที่เว็บไซด์อย่างเป็นทางการของมิซูโน่ www.mizuno.com
(คลิกลิงค์)
 ได้เลย  ถูกใจสีไหน..ก็จัดสีนั้น  รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

  ...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ        
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล          
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ประสิทธิภาพการยิงประตู          
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 23 สิงหาคม 2019 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท มิซูโน่ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 
 



"Hand On!" อาดิดาส X 19.1


"Hand On!" ไนกี้ Phantom Venom Elite
"Under the Radar"



"Hand On!" อัมโบร UX Accuro III Pro