"Testing!" ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF - สุดยอดการพัฒนาที่ได้ผลลัพธ์เป็น
รองเท้าฟุตบอลที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา !!

  ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอย...กับบททดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงในสนามของรองเท้าฟุตบอล
ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จู่โจมรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับ
ความสนใจจากนักฟุตบอลทั่วโลกในตอนนี้  เพื่อจะหาคำตอบว่ารองเท้ารุ่นนี้สุดยอดแค่ไหน  มีข้อดี
ข้อด้อยอย่างไร  แล้วจะตอบโจทย์ต่อรูปแบบการเล่นประเภทไหนบ้าง  ในวันนี้ SiamBoots จะขอ
พาทุกท่านไปร่วมหาคำตอบทั้งหมด  จัดกันไปแบบเต็มๆ ตรงๆ เช่นเคย



  เรียกได้ว่าเป็นกระแสตอบรับที่ดีมากจนเกินความคาดหมาย สำหรับ Hypervenom III
รองเท้าฟุตบอลเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่ไนกี้เปิดตัวตั้งแต่ต้นปี 2017 โดยมีรองเท้ารุ่นท็อปสุด
ในชื่อ Hypervenom Phantom III DF เป็นพระเอก  เพราะหากย้อนไปในช่วงที่มีภาพ
หลุดออกมาให้เห็นกันในโลกโซเชี่ยล  นั้นค่อนข้างจะเป็นไปในด้านลบหรือมีคำถามมากมายที่
คาข้องในใจของหลายๆ คน



  แต่ ณ ตอนนี้คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารองเท้า Hypervenom Phantom III DF ได้เข้ามา
เขย่าวงการรองเท้าฟุตบอลอย่างแท้จริง  เพราะนับตั้งแต่ที่รองเท้ารุ่นนี้ถูกปล่อยลงสู่สนามฟุตบอล
ทั่วทุกมุมโลก..เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม 2017 ณ ประเทศเยอรมันนี  ทุกสายตาก็ได้จับจ้อง
มาที่รองเท้ารุ่นนี้อย่างเต็มที่  สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากรองเท้ารุ่นโปรโมทนั้นก็คือ..การพัฒนา แนวคิด
และการออกแบบ  ซึ่งฉีกตัวตนและภาพลักษณ์เดิมๆ ของเจเนอเรชั่นเก่าออกไปจนแทบจะไม่เหลือ
เคล้าโคลงเดิมให้ได้รู้สึกเลย  จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าทีมออกแบบของไนกี้นั้นไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนา
รองเท้าฟุตบอล  ให้ออกมาโลดแล่นในกระแสได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดผ้าคลุม



  โดยไนกี้คิดค้นสโลแกนคำ 3 ที่จะมาบรรยายสรรพคุณของรองเท้าตระกูลนี้ไว้ว่า “Cut Strike
Score” มาพร้อมกับการเปิดตัวนักเตะพรีเซนเตอร์ระดับโลกพร้อมกันถึง 5 คน  ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็น
นักเตะในตำแหน่งกองหน้าที่มีฟอร์มการเล่นและการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมมากในฤดูกาลที่ผ่านมา  ยิ่งมา
เสริมเติมภาพลักษณ์ให้รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จู่โจมรุ่นล่าสุดโฉมนี้อยู่ในความสนใจของคนทั่วโลก
ในทันที

  และนับตั้งแต่วันที่ผมได้รับการสนับสนุนรองเท้าฟุตบอล Hypervenom Phantom III DF
จาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด มาก่อนใคร  เพื่อนำมาทดสอบการใช้งานและเขียนรีวิว
ในบทความนี้   ปรากฏว่ามีคำถามมากมาย..ถูกยิงตรงมายังกล่องข้อความส่วนตัวของผม  หลายคน
ที่ผมรู้จักแสดงตัวชัดเจนว่า “สนใจและอยากลอง” จึงมาขอคำแนะนำและข้อมูลต่างๆ  ในช่วงระหว่าง
ที่กำลังทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้เพื่อเตรียมเขียนรีวิว  เรื่องนี้น่าจะพอยืนยันได้ถึงกระแสอันร้อนแรง
ของเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของ Hypervenom ได้เป็นอย่างดี

  และแล้วก็ถึงเวลาที่บทความรีวิวทดสอบการใช้งาน Hypervenom Phantom III DF เสร็จสมบูรณ์ 
พร้อมที่จะเผยแพร่ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้สามารถ
ตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้มากน้อยเพียงใด  ผมพร้อมจัดเต็มเนื้อหา บทวิเคราะห์วิจารณ์
กันแบบตรงไปตรงมาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา  เพื่อหวังให้คุณผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ตรงตามความเป็นจริง
ให้ได้มากที่สุด  หากพร้อมกันแล้ว...เราไปลงสนามทดสอบเจ้า Hypervenom Phantom III DF
ไปพิสูจน์กับว่า “Cut Strike Score” นั้นคือสโลแกนที่เหมาะสมกับรองเท้ารุ่นนี้จริงหรือไม่ !!

  หากพร้อมกันแล้ว...เราไปลุยกันได้เลย... !!!

สัมภาษพิเศษ



  แต่ก่อนที่จะไปเข้าสู่เนื้อหาหลักของบทความรีวิว ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF
ครั้งนี้  เรามีเนื้อหาส่วนพิเศษที่จะมาเติมเต็มให้การรีวิวครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น  เนื่องจาก
SiamBoots มีโอกาสได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษกับ คุณ ดีแลน ฟาน อัตตา หัวหน้าทีมผู้ออกแบบ
และพัฒนารองเท้ารุ่นนี้  เขาจะมาเล่าถึงแรงบันดาลใจ  ที่มาที่ไปจนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม
ครั้งใหญ่จนมาเป็น Hypervenom Phantom III DF ได้ในที่สุด  ถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษ
ที่มีให้เฉพาะ SiamBoots ของเราเท่านั้น

  ใครที่ยังไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ดังกล่าว..ผมบอกเลยว่าไม่อยากให้คุณผู้อ่านพลาดแม้แต่ประการ
ทั้งปวง  โดยท่านสามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ตามลงค์ต่อไปนี้ >>> www.siamboots.com/
interview-nike-hypervenom3-designer

ข้อมูลรองเท้า ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF



  อย่างไรก็ตาม..ก่อนที่เราจะไปลงสนามทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้ ผมอยาก
จะขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวรองเท้ารุ่นนี้กันก่อน  

  สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่ยังไม่ทำความรู้จักกับข้อมูลทางเทคนิคของ Hypervenom Phantom
III DF
มาก่อน  ข้อมูลทั้งหมดผมได้เคยเขียนรีวิวแบบ Hand On! ไปแล้วเมื่อตอนที่ได้รับการ
สนับสนุนรองเท้าคู่นี้มาไว้ในมือ  โดยบทความดังกล่าวจะนำเสนอตั้งแต่เปิดฝากล่องสีส้มของไนกี้ 
แล้วทำการสำรวจในรายละเอียดทุกจุด  ทำความรู้จักกับส่วนต่างๆ ที่เป็นไฮไลท์ของตัวรองเท้าคู่นี้
กันแบบจุใจ



  ดังนั้น..หากท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านบทความดังกล่าว  ผมขอแนะนำให้คลิกจากลิงค์ด้านล่างเพื่อไป
ทำความรู้จักข้อมูลของรองเท้าคู่นี้กันก่อนที่เราจะไปลงสนามทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงกัน 
อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเติมเต็มอรรถรสสำหรับการทดสอบในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

  ลิงค์บทความ Hand On! ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF >>> www.siamboots.com/
handon-Nike-Hypervenom-Phantom-3




การเลือกไซส์



  โดยพื้นฐานของรองเท้าฟุตบอลตระกูล Hypervenom นั้น ถือได้ว่าเป็นรองเท้าที่มีรูปทรงกลางๆ
ไม่เรียวและไม่ได้กว้างจนเกินไป  จากที่ผ่านๆ มาทั้งในเจเนอเรชั่นแรกและเจเนอเรชั่นที่สอง  พบว่า
น้อยคนที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกไซส์รองเท้าตามขนาดไซส์จริงของรองเท้าตระกูลนี้

  แต่ก็ไม่เสมอไปที่รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ จะยังสามารถใช้กฏเกณฑ์การเลือกไซส์รองเท้าแบบเดิมได้
ดังนั้น..ก่อนที่จะไปลงสงสนามทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน Hypervenom Phantom III DF
ในวันนี้  ผมจะพาทุกท่านไปรีวิวเกี่ยวกับการเลือกไซส์รองเท้ารุ่นนี้กันก่อน  เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับ
การเลือกไซส์รองเท้าที่เหมาะสมของคุณผู้อ่านทุกท่าน



  ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ที่ผมกำลังสวมใส่อยู่นี้  มีขนาดไซด์ 9.5 US, 10 UK,
43 EU และ 27.5 cm
 ซึ่งเป็นไซส์มาตรฐานส่วนตัวของเท้าผมเองมาโดยตลอด  เอาล่ะครับ..ไปดูกัน
ว่าไซส์ที่แท้จริงของรองเท้าอสรพิษสีหวานคู่นี้จะคลาดเคลื่อนออกไปจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ ของไนกี้หรือไม่
และอย่างไร

  เรามาเริ่มกันที่ขั้นตอนการสวมใส่ในครั้งแรก จากที่ผ่านๆ มาพบว่ารองเท้าที่มีหุ้มข้อนั้นจะสร้างความ
ยุ่งยากในการสวมใส่เป็นอย่างมาก  แต่สำหรับ Hypervenom Phantom III DF นั้นพบว่าหุ้มส้น
ของรองเท้าคู่นี้ซึ่งมีระดับไม่เท่ากัน  ช่วยทำให้การสวมใส่ในครั้งแรกนั้นง่ายดายขึ้น  เมื่อเปรียบเทียบกับ
หุ้มส้นของรองเท้ารุ่นเก่าที่มีระดับเท่ากันทั้งหมด  เนื่องจากผมสามารถสอดเท้าด้านไปได้โดยใช้หุ้มส้น
ฝั่งข้อเท้าด้านในซึ่งมีระดับสูงกว่า  เป็นตัวช่วยในการประคองไม่ให้เท้าเราเหยียบที่ขอบหุ้มส้น  แลเพื่อ
พอที่จะสวดปลายเท้าเข้าไปได้แล้ว  ส่วนหุ้มส้นส่วนเดิมที่สูงกว่า  จะสามารถใช้เป็นจุดดึงเพื่อให้ส้นเท้า
ถูกสอดตามเข้าไปได้ง่ายขึ้นนั่นเอง



  หลังจากนั้นก็ดึงกระชับแนวร้อยเชือกและผูกปมเชือกตามปกติ  ทีนี้เรามาเริ่มสำรวจสัดส่วนต่างๆ
ของรองเท้ารุ่นนี้กัน  เริ่มจากระยะตามความยาว พบว่าพื้นที่หัวรองเท้านั้นเหลือเพียงเล็กน้อย ประมาณ
0.2-0.3 เซนติเมตร
  พอให้วางนิ้วโป้งทาบลงไปตามขวางได้ราวๆ ครึ่งนึงเท่านั้น  ถือเป็นระยะเหลือ
ที่ใกล้เคียงกัน Hypervenom Phantom II รุ่นที่แล้วเลยทีเดียว

  แต่สาระสำคัญในส่วนนี้จะอยู่ที่..ระยะหัวรองเท้าบริเวณฝั่งนิ้วหัวแม่เท้าและฝั่งนิ้วก้อย  ที่ต้องบอกว่า
แทบจะไม่เหลือระยะมากนัก  แต่ก็ไม่ได้ชนจบอึดอัด เรียกได้ว่าเป็นระยะในแนวยาวที่พอดิบพอดีสำหรับ
การสวมใส่ใช้งานอย่างเต็มที่  สรุปได้ในส่วนระยะไซส์ตามความยาวนั้นถือได้ว่ารองเท้าฟุตบอลไนกี้
Hypervenom Phantom III DF มีความตรงไซส์ในด้านยาวและมีหัวรองเท้าที่กว้างกำลังดี



  มาต่อกันที่ระยะในด้านกว้าง  ปรากฏว่า Hypervenom Phantom III DF สามารถสวมใส่เข้ากับ
รูปเท้ากว้างๆ ฝ่าเท้าบานๆ ตามลักษณะรูปเท้าทั่วไปของคนไทยอย่างเท้าผม ได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย  ซึ่งเป็น
ผลมาจากการใช้วัสดุฟลายนิตทั้งตัว  ทำให้ตัวรองเท้าสามารถยืดขยายออกได้มากขึ้น  แตกต่างจาก
เจเนอเรชั่นที่แล้ว (วัสดุแบบเก่า) ซึ่งวัสดุชั้นนอกจะเป็นหนังสังเคราะห์แข็งๆ จึงทำให้การสวมใส่ครั้งแรก
นั้นอึดอัดพอสมควร

  ความกระชับในด้านกว้างนั้นจะเกิดขึ้นตรงบริเวณฐานของข้อนิ้วเท้า และบริเวณจุดเริ่มต้นส่วนเว้า
ของข้างเท้าด้านใน  ซึ่งเป็นบริเวณที่ต้องการความกระชับมากเป็นพิเศษในการเคลื่อนที่  จึงพอจะสรุป
ได้ว่าลักษณะหน้าเท้าและความกว้างของ Hypervenom Phantom III DF นั้นกว้างมากพอที่จะ
สวมใส่เข้ากับลักษณะเท้ากว้างแบบคนไทยได้เป็นอย่างดี  คนหน้าเท้ากว้างไม่จำเป็นตรงปรับเพิ่มไซส์
แต่อย่างใด



  ทีนี้ลองมาดูมุมมองด้านหน้าและบริเวณหลังเท้าของ Hypervenom Phantom III DF กันบ้าง
อย่างที่เห็นว่าลักษณะรูปเท้านั้นรองรับในแนวกว้างได้ดี  ส่วนพื้นที่ในแนวดิ่งหรือหลังเท้า  สำหรับใคร
ที่มีโครงสร้างหลังเท้าที่นูนหรืออูมขึ้นมามากๆ  ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป..เนื่องจากลักษณะวัสดุหลังเท้า
ที่เป็นด้ายถักฟลายนิตนั้นสามารถยืดขยายได้ดีขึ้น  จะเห็นได้ว่ารูปทรงรองเท้าไม่ได้ดูอวบหรือบวม
ผิดปกติอะไรเลย  

  สรุปคำแนะนำในการเลือกไซส์ของ ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ก่อนที่จะไปลงสนาม
ทดสอบการใช้งานกัน  ต้องบอกว่า "เลือกตรงไซส์" ได้เลยครับ ไม่ต้องห่วงว่ารูปเท้าของท่านจะเป็น
ลักษณะใด  โดยเฉพาะใครที่เคยใช้งาน Hypervenom Phantom II มาก่อน สามารถเลือกไซส์
เหมือนเดิมได้เลย  พอมาใส่รุ่นใหม่คู่นี้จะรู้สึกสบายเท้าขึ้นมาอีกหน่อย

  แต่อยากให้ระวังสำหรับคนที่เคยใส่ Mercurial SuperFly V แบบตรงไซส์และรู้สึกอึดอัดเนื่องจาก
รูปเท้าของท่านมีลักษณะกว้าง จนอาจต้องเพิ่มไซส์ในตอนนั้น  ถ้าจะเปลี่ยนมาลองรองเท้ารุ่นนี้  ทางทีดี
อยากให้ลองไซส์ด้วยตัวเองอีกทีน่าจะดีกว่าครับ  ว่าท่านจะสามารถกลับมาใส่ Hypervenom
Phantom III DF
แบบตรงไซส์ได้ไหม

  ส่วนรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ผมเพิ่งจะรีวิวไปก่อนหน้านี้  เช่น ไนกี้ Magista Obra II และอาดิดาส
ACE 16.1 ทั้งแบบหนังสังเคระห์และแบบหนังแท้  ใครมีรองเท้าทั้ง 2 รุ่นข้างต้น  ก็สามารถมาเลือก
ใช้งาน Hypervenom Phantom III DF ไซส์เดียวกันได้เลยเหมือนกัน



ทดสอบการใช้งาน



  เมื่อทุกท่านเลือกไซส์รองเท้าฟุตบอลไนกี้ Hypervenom Phantom III DF รุ่นใหม่ล่าสุดคู่นี้
ได้อย่างเหมาะสมแล้ว  ทีนี้ก็ได้เวลาที่จะไปสอบประสิทธิภาพการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้ในสนามจริง
กันแล้ว  ยังมีด่านทดสอบประสิทธิภาพด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นฟุตบอล..รอท้าท้ายความสามารถ
ของเจ้าอสรพิษคู่นี้อยู่อย่างเต็มที่  จากนั้นผมจะรีวิว วิเคราะห์วิจารณ์ทุกจุดเด่น จุดด้อยของรองเท้ารุ่นนี้
เพื่อเอาข้อมูลทั้งหมดมาให้คุณผู้อ่านได้ตัดสินใจเอาว่า Hypervenom Phantom III DF นั้นคือ
รองเท้าฟุตบอลที่ตรงกับความต้องการขอบคุณหรือไม่ !?

  แน่นอนว่าคุณชกที่จะเอามาเปรียบเทียบในระหว่างการทดสอบ Hypervenom Phantom III DF
ต่อจากนี้นั้น  จะประกอบไปด้วย Hypervenom Phantom II (อ้างอิงจากวัสดุแบบเก่า) เพื่อให้
เห็นการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงที่จากรุ่นเก่า  ส่วนคู่แข่งต่างค่าย..ข้อมูลการรีวิวตอนนี้ที่ผมมีในมือ
ก็คือ อาดิดาส ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ ซึ่งทำผลงานการรีวิวล่าสุดได้ดีมาก  แม้ว่าระดับการ
ทำตลาดอาจจะแตกต่างกัน  แต่ก็ทำตลาดในประเภทรองเท้าฟุตบอลที่เทียบเคียงกันพอสมควร  ทั้งนี้
อาจจะมีหยิบเอา Mercurial SuperFly V และ Magista Obra II ของไนกี้เอง มารีวิวเปรียบเทียบ
กันบ้างในบางประเด็น  

  เอาเป็นว่าถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว..เราไปเริ่มทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานในสนามจริงๆ ของไนกี้
Hypervenom Phantom III DF ไปด้วยกันเลยดีกว่าครับ  ไปหาคำตอบร่วมกันว่าโลแกน
"Cut.Strike.Score" คืออะไร? จะเป็นแค่คำคุย หรือคือของจริง !!

  ความสบายในการสวมใส่



  เรามาเริ่มกันที่คุณสมบัติพื้นฐานแรกที่ทุกคนจะต้องรู้สึกได้ นั่นคือความสบายในการสวมใส่ของ
Hypervenom Phantom III DF คู่นี้  โดยเฉพาะการสวมใส่ในครั้งแรกตอนที่ตัวรองเท้านั้น
ยังไม่ขยับขยายเข้ารูปกับเท้า หรือที่เราเรียกว่า Break In นั้นถือเป็นห้วงเวลาที่สำคัญเป็นอย่างมาก
เนื่องจากหลายๆ คนจะใช้เพื่อตัดสินใจว่ารองเท้ารุ่นนั้นๆ เหมาะกับรูปเท้าของตัวเองหรือไม่

  หลังจากที่ผมได้สวมใส่ Hypervenom Phantom III DF ในครั้งแรก  แล้วทำการลงสนาม
ทันที  พบว่าตัวรองเท้านั้นให้ความรู้สึกสบายมากกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วพอประมาณ  โดยเฉพาะฟีลลิ่ง
บริเวณหลังเท้าและด้านกว้างซึ่งมีแรงกดน้อยลง  เนื่องจากวัสดุเปลี่ยนมาใช้เป็นด้ายฟลายนิตทั้งหมด
แถมเป็นด้ายฟลายนิตซึ่งมีลักษณะนิ่มกว่า Magista Obra II และ Mercurial SuperFly V
อีกด้วย  จึงเป็นเหตุผลที่ตอบคำถามว่าตัวรองเท้าวัสดุประเภทเดียวกัน แต่ทำไม Hypervenom
Phantom III DF
ถึงสามารถยืดขยายออกตามแนวกว้างได้ดีกว่านั่นเอง

  ส่วนประเด็นที่ว่า Hypervenom Phantom III DF นั้นใช้เส้นฟลายไวร์ซึ่งยาวกว่า และมีความ
หนาแน่นมากกว่ารุ่นเก่า  พบว่าไม่ได้เพิ่มความอึดอัดหรือแรงบีบให้ข้างเท้าด้านในมากจนเป็นผลลบ
เนื่องจากผู้เล่นเองยังสามารถกำหนดความแน่นของแรงดึดได้จากการดึงกระชับแนวร้อยเชือกโดยตรง
เอาเป็นว่าถ้ารู้สึกว่าฟลายไวร์มันบีบข้างเท้ามากไป  ก็สามารถปรับผ่อนลงได้ด้วยตัวเองได้เลย

  ระยะเวลาในการ Break In ตัวรองเท้า(ในด้านกว้าง) เพื่อให้ขยายเข้ารูปกับรูปเท้าได้ดี  พบว่า
รองเท้ารุ่นนี้ใช้เวลาราวๆ 10-15 นาที เท่านั้น  ถ้าจะให้เปรียบเทียบเป็นตัวเลขให้เห็นได้ชัด
ต้องบอกว่า Magista Obra II ใช้เวลาราวๆ 20 นาที ส่วน Mercurial SuperFly V จะใช้เวลา
มากกว่านั้น คือราวๆ 30 นาที ในขณะที่อาดิดาส ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ ยังคงเป็นรองเท้า
ที่ใช้ระยะเวลา Break In น้อยกว่า เพียงแค่ราวๆ 10 นาที ก็เพียงพอแล้ว



  หุ้มข้อแบบใหม่ หรือ Dynamic Fit Collar ที่ถูกออกแบบให้มีระดับต่างกันนั้น  ถือว่าไม่ได้
ส่งผลกระทบหรือเปลี่ยนแปลงอะไรในเรื่องความสบายบริเวณข้อเท้ามากนัก  ฟีลลิ่งตอนสวมใส่
ยังรู้สึกกระชับๆ ตึงๆ ตามปกติที่เรารู้สึกกันมากับหุ้มข้อแบบเก่า หรือหุ้มข้อหนาๆ ของ Magista
Obra II
อยู่ดี

  ในขณะที่ฟีลลิ่งบริเวณส้นเท้านั้นยังพบอาการกัดส้นพอคันๆ เพียงครั้งแรกที่สวมใส่เท่านั้น  ระดับ
การกัดไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดเป็นแผลหรือสวมใส่ต่อไม่ได้  ซึ่งผมรู้สึกได้ว่าหุ้มส้นแบบนี้ของเจ้า
Hypervenom Phantom III DF นั้นเป็นมิตรกับส้นเท้ามากที่สุดแล้วในบรรดารองเท้าหุ้มส้นสูง
ของไนกี้ ที่ทำตลาดอยู่ในตอนนี้  แต่แน่นอนว่าจะสู้หุ้มส้นนุ่มๆ แบบหน้าผ้ากำมะหยี่ของอาดิดาส
ACE 16.1 ไม่ได้

  อีกประเด็นนึงที่พบว่า Hypervenom Phantom III DF ทำได้ดีกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ในสังกัดไนกี้
ก็คือประสิทธิภาพในการระบายความร้อน  ที่อากาศสามารถไหลผ่านเข้าไปถ่ายเทอากาศผ่านช่องว่าง
ของวัสดุตัวรองเท้าได้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก  ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  จะยิ่งเห็นความแตกต่าง
กันอย่างชัดเจน  เนื่องจาก Hypervenom Phantom II นั้นมีวัสดุตัวรองเท้าชั้นนอกมาเป็นตัวกัน
ไม่ให้อากาศไหลผ่านเข้าไปได้  ผมเองเคยมีประสบการณ์ในการณ์ใช้งานถึงขนาดที่เหงื่อเบื่อชุ่มจนท่วม
อยู่ด้านในรองเท้ามาแล้ว  

  ถือได้ว่าภาพรวมเรื่องความสบายในการสวมใส่ของไนกี้ Hypervenom Phantom III DF นั้น
ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมพอสมควร  ทั้งนี้ยังรวมถึงรองเท้าแบบหุ้มข้อสูงรุ่นอื่นๆ ของไนกี้เองด้วย  จุดเด่น
อยู่ที่ประสิทธิภาพในการระบายอากาศที่ยอดเยี่ยม  ส่วนโครงสร้างรองเท้าที่กว้างและขยายออกได้ดี
ก็ทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีความสบายในด้านกว้างและบริเวณหลังเท้ามากที่สุด ณ ตอนนี้ของไนกี้  ตัวเลข
คะแนนในหัวข้อแรกของ Hypervenom Phantom III DF ผมขอลงให้ไว้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน

  แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกับ อาดิดาส ตระกูล ACE ซึ่งผมเคยรีวิว ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์
ไปแล้วนั้น  ยังต้องบอกว่าผมถูกใจความสบายในการสวมใส่รองเท้าสายคอนโทรลของอาดิดาส
มากกว่า..เพราะถ้ายังจำกัดได้ รายนั้น..ได้คะแนนเต็มไปที่ 10 เต็ม 10 เลยทีเดียว

  คะแนน : 8 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกก็ถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญที่รองเท้าฟุตบอลสมัยใหม่
ให้ความสำคัญ  ถึงแม้ว่ารองเท้าประเภทความเร็วหรือจู่โจมแบบ Hypervenom Phantom III DF
รุ่นนี้  ที่ค่ายผู้ผลิตยังคงเน้นฟีลลิ่งการสัมผัสระหว่างฝ่าเท้าและพื้นสนามให้บางที่สุดเท่าที่จะทำได้ 
เพื่อให้ผู้เล่นสามารถส่งแรงการสปรินซ์ได้รวดเร็วเป็นธรรมชาติ  จึงทำให้การออกแบบหลายๆ ครั้ง
มีข้อจำกัดในเรื่องความหนาและวัสดุของแผ่นรองพื้น  แต่หลังจากที่ผมได้ทดสอบการใช้งานจนคุ้นเคย 
กลับพบว่าแรงกระแทกจากพื้นสนามที่เกิดขึ้นจากชุดพื้นของ Hypervenom Phantom III DF
นั้นดูจะเป็นมิตรกับผู้เล่นมากขึ้นกว่าเดิม

  แม้ว่าลักษณะและวัสดุแผ่นรองพื้นซึ่งทำจากโฟม EVA ของรองเท้ารุ่นนี้จะเหมือนเดิม (Hypervenom
Phantom II
) และเหมือนกับ Mercurial SuperFly V ทุกประการ  ทั้งความหนาและความนุ่ม
ที่ไม่ได้มีวัสดุเสริมอย่าง Poron มาช่วยรองรับแรงกระแทกเหมือนกับแผ่นรองพื้นของ Tiempo
Legend VI
และ Magista Obra II ก็ตาม



  แต่การออกแบบปุ่ม FG แบบใหม่ของรองเท้ารุ่นนี้  ก็ช่วยแบ่งเบาภาระของแรงกระแทกที่จะส่งตรง
มายังฝ่าเท้าของเราได้ดีขึ้น  ปุ่มแบบใหม่ช่วยทำให้ผมสามารถยืนพื้นสนามได้อย่างมั่นคงเต็มฝ่าเท้า
มากยิ่งขึ้น  รู้สึกได้ว่าแรงกระแทกนั้นถูกกระจายออกไปอย่าวทั่วถึงทั้งฝ่าเท้า  โดยเฉพาะการลง
น้ำหนักไปที่ปุ่มรูปทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ด้านข้างเท้าด้านใน  ซึ่งเป็นการลดภาระในการรับแรง
กระแทกตรงบริเวณใดบริเวณหนึ่งมากเป็นพิเศษ  หากเปรียบเทียบกับปุ่ม FG ของ Hypervenom
Phantom II
  แล้วล่ะก็..บางครั้งยังรู้สึกเสียวๆ พวกข้อเข่าหรือต้องคอยลงน้ำหนักอย่างระมัดระวัง 
เนื่องจากปุ่ม FG แบบเก่านั้นเป็นปุ่มกลมที่มีขนาดเล็ก และจำนวนปุ่มน้อยกว่านี้  ทำให้ความหนาแน่น
ของแรงกระแทกนั้นจะกระทำที่จุดใดจุดหนึ่งมากเป็นพิเศษ

  ถือได้ว่าไนกี้ได้พัฒนาให้ Hypervenom Phantom III DF เป็นรองเท้าที่เป็นมิตรกับผู้เล่น
ที่มีปัญหาเรื่องแรงกระแทก ข้อเข่า และนิยมลงเล่นในสนามหญ้าเทียมมากขึ้นกว่าเดิม  ตัวเลขคะแนน
ในหัวข้อการทดสอบนี้ผมขอลงให้ไว้ที่ 8 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10  โดยถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
พอสมควร  ตัวเลขนี้มากกว่า ACE 16.1 และ Hypervenom Phantom II อยู่ 1 คะแนน 
ในขณะที่ Magista Obra II นั้นผมเคยให้ไว้ที่ 9 คะแนน  เนื่องจากการกระจายแรงของชุดปุ่ม
FG นั้นทำได้เต็มฝ่าเท้าเหมือนกัน  แต่รองเท้าประเภทคอนโทรลนั้นจะได้ชุดพื้นแผ่นรองที่เสริมโฟม
Poron มาให้ด้วย  จึงให้ประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกที่ดีกว่า Hypervenom Phantom
III DF
นั่นเอง

  คะแนน : 8 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  เรามาต่อกันที่ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งานของ Hypervenom Phantom III
DF 
ซึ่งต้องบอกว่าเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้เป็นอย่างยิ่ง  จริงๆ แล้ว
รองเท้าฟุตบอลแบบหุ้มข้อของไนกี้เองก็แสดงประสิทธิภาพในด้านนี้มาโดยเฉพาะ  ด้วยจุดเด่นของ
ส่วนหุ้มข้อที่กระชับและให้การเคลื่อนที่ที่เป็นส่วนเดียวกันระหว่าข้อเท้าของผู้เล่นและข้อเท้าของ
ตัวรองเท้า  แต่พอมาในเจเนอเรชั่นนี้  พบว่ามีหลายปัจจัยที่เข้ามาเสริมเติมแต่งให้ประสิทธิภาพด้านนี้
สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

  เรื่องแรกเลยก็คือฟีลลิ่งและคุณสมบัติของวัสดุตัวรองเท้า  ที่สามารถสร้างความกระชับและเข้ารูปเท้า
ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น  จากการใช้งาน Hypervenom Phantom III DF  พบว่าวัสดุ
ฟลายนิตของรองเท้ารุ่นนี้มีความนุ่มและยืดหยุ่นได้ดี  แทบจะไม่เหลือช่องว่างที่เป็น Dead Space
ระหว่างเท้ากับตัวรองเท้าเลย  ในขณะที่ความนิ่มของเส้นด้ายฟลายนิตก็ส่งผลให้ทุกการเคลื่อนไหว
ของรูปเท้านั้นไม่ถูกบีบจนอึดอัดจนเกินไป  ตัวรองเท้าพร้อมที่จะขยับขยายไปพร้อมกับลักษณะสรีระ
การเคลื่อนที่ของรูปเท้าได้อย่างง่ายดาย

  ตรงจุดนี้..ผมอยากจะขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพเกี่ยวกับลักษณะวัสดุของรองเท้ารุ่นอื่นๆ มากยิ่งขึ้น 
เริ่มจาก Magista Obra II ที่แม้จะเป็นวัสดุด้ายถักฟลายนิตเช่นกัน  แต่หน้าผ้าวัสดุและตัวรองเท้า
ซึ่งถูกทำให้เป็นผิวขรุขระแบบ 3 มิติ  นั้นมีความแข็งและต้านการเคลื่อนที่ของรูปเท้า  จนบางครั้ง
ก็รู้สึกอึดอัดมากเกินไป  ในขณะที่ Mercurial SuperFly V ที่แม้จะมีวัสดุฟลายนิตเหมือนกัน
แต่ลักษณะผิวตัวรองเท้าที่เป็นลอนก็มีมาขัดและสร้างความอึดอัดอยู่บ้าง  ส่วนเจเนอเรชั่นเก่าอย่าง
Hypervenom Phantom II นั้นแทบจะไม่ต้องพูดถึงเลย  เพราะลักษณะตัวรองเท้าที่เป็นชั้นนอก
มีลักษณะแข็ง  จะเหมือนเป็นกรอบที่ทำให้ตัวรองเท้าไม่ค่อยจะเข้ารูปเท้าสักเท่าไหร่



  ส่วนหุ้มข้อสูงของ Hypervenom Phantom III DF ที่ถูกปรับปรุงใหม่  ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วย
สร้างความกระชับให้กับข้อเท้าได้เป็นอย่างดี  ทำให้รู้สึกเสมือนว่าข้อเท้าและหุ้มข้อของตัวรองเท้านั้น
ถูกควบรวมเป็นอวัยวะชิ้นเดียวกัน  แถมหุ้มข้อแบบใหม่ยังให้ความรู้สึกอึดอัดน้อยลงกว่าหุ้มข้อแบบเดิม
เล็กน้อยเสียด้วย  ในขณะที่ผิวสัมผัสด้านในหุ้มส้นที่แม้จะไม่ได้หนานุ่มแบบหน้าผ้ากำมะหยี่ของอาดิดาส
ACE 16.1  แต่ก็มีหน้าสัมผัสที่หนึบพอที่จะจับไม่ให้ส้นเท้าเคลื่อนไหวได้ง่าย  ส่วนอาการกัดส้นก็ไม่ได้
รุนแรงมากจนเป็นแผลเจ็บและรบกวนการเล่นแต่อย่างใด

  อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเทคโนโลยี Nike Grip ที่อยู่ในชุดแผ่นรองพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ ก็เป็น
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฝ่าเท้าของผู้เล่น ถูกจับยึดติดกับแผ่นรองพื้นได้ดี  แม้ว่าลักษณะผิวหน้าสัมผัส
ของแผ่นรองพื้นนั้นจะเป็นหน้าผ้าไนล่อน  ซึ่งปกติแล้วจะเจอปัญหาการลื่นไถลไปมาบ่อยๆ  แต่พอมี
Nike Grip เข้ามา  พบกว่าปัญหาการลื่นไถลของฝ่าเท้าลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด  ถือเป็นเทคโนโลยีที่
ใช้งานได้จริง  แต่ช่วยทำให้ผู้เล่นมีความมั่นใจในทุกการเคลื่อนที่ได้มากขึ้น



  อย่างไรก็ตาม..ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ก็ยังมีเรื่องให้ติอยู่เล็กน้อย  นั่นก็คือ
เชือกรองเท้าที่หลุดออกง่ายไปหน่อย  โดยทั้งนี้หมายถึงการดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้ดึง  แล้ว
ผูกปมเชือกแบบหูกระต่ายตามปกติ  พบว่าปมเชือกรองเท้านั้นคลายตัวออกง่าย  แล้วต้องคอยมา
ก้มๆ เงยๆ ผูกเชือกรองเท้าใหม่หลายครั้งเหมือนกัน  แต่ประเด็นนี้ถือว่าพบเจอในการใช้งานรองเท้า
ฟุตบอลแทบทุกรุ่น  และสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการผูกเชือกรองเท้าแบบ 2 ทบ

  สรุปถึงประสิทธิภาพในเรื่องความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งาน Hypervenom Phantom III
DF
 รุ่นนี้  ถือได้ว่าไนกี้ทำการบ้านและนำมาปรับปรุงได้อย่างเห็นผลลัพธ์  ไม่ว่าจะเป็นความกระชับ
ของตัวรองเท้าที่เข้ารูปเท้ามากขึ้น  แผ่นรองพื้นที่มี Nike Grip ซึ่งใช้งานได้จริง  และอีกเรื่องซึ่ง
เกี่ยวโยงมาจากหัวข้อความสบายในการสวมใส่ ก็คือประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ทำให้
ด้านในตัวรองเท้าไม่อับ ด้านในไม่อมเหงื่อจนชุ่มน้ำ  ซึ่งเป็นผลดีต่อการใช้งานในระยะยาวได้
อย่างเต็มที่

  ในหัวข้อนี้ผมจึงขอลงคะแนนให้กับ Hypervenom Phantom III DF อยู่ที่ระดับ 10 คะแนน
เต็ม ตามเหตุผลสนับสนุนดั่งที่ได้กล่าวไป  

  คะแนน : 10 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  หากย้อนกลับไปอ่านสโลแกนที่ไนกี้ตั้งให้กับ Hypervenom Phantom III DF เพื่อสำหรับ
โปรโมทคุณสมบัติเด่นที่ว่า “Cut.Strike.Score”  ผมคิดว่าน่าจะมีไม่น้อยที่สงสัยในความหมาย
ของคำว่า “Cut” เหมือนกันกับผม (ในตอนแรก)  โดยความหมายของคำว่า Cut นั้นหมายถึง
รูปแบบการเคลื่อนที่ที่เปลี่ยนทิศทางโดยฉับพลันแบบหักมุม 90 องศา  โดยเฉพาะกับผู้เล่นที่อยู่
ริมเส้น แล้วต้องการโยกหักเข้ากลางเพื่อจู่โจมหรือยิงประตูทีมคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่ง
สโลแกนดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับรูปแบบปุ่ม FG แบบใหม่ที่ไนกี้คิดค้นมาให้รองเท้ารุ่นนี้โดยเฉพาะ 
ดังนั้นในส่วนนี้เราจะไปทดสอบประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และพิสูจน์ถึงคุณสมบัติดังกล่าวกันครับ 
เพื่อหาคำตอบว่าตกลงแล้วรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เหมาะสมกับรูปแบบการเคลื่อนที่ของผู้เล่นแบบไหน
กันแน่ 

  ก่อนอื่นเลยจะพูดถึงประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนามในรูปแบบทั่วๆ ไปกันก่อน 
ไม่ว่าจะเป็นการสปิรนซ์ทางตรง  การเบรคหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ในแบบปกติ  พบว่าจังหวะ
การออกตัวเคลื่อนที่ด้วย Hypervenom Phantom III DF โดยเฉพาะการสปรินซ์ความเร็ว
ในทางตรง  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานดังกล่าวได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ไม่ว่า
จะเป็นน้ำหนักตัวรองเท้าที่เบากว่า  โครงสร้างของชุดพื้นช่วงกลางที่มีฐานกว้างและแข็งกว่า  จึงเกิด
แรงดีดกลับในจังหวะจากการงอของชุดพื้นที่ดีขึ้น  ในขณะที่ปุ่มแนวขวางตรงกลางฝ่าเท้าก็ให้
ความรู้สึกสัมผัสกับพื้นสนามได้เต็มหน้าสัมผัมมากขึ้น  ทำให้การส่งแรงนั้นทำได้เต็มที่

  ส่วนประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนาม การหมุนตัวหรือการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบทั่วๆ ไป 
ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติเด่นที่ชุดปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้ช่วยให้ผู้เล่นทำทุกอย่างได้ง่ายดั่งใจ
กว่าเดิม  ซึ่งปุ่มแบบหกเหลี่ยมฝั่งข้างเท้าด้านในมีเอกลักษณ์ในการใช้เป็นจุดหมุนได้ดีพอๆ กับปุ่มกลม
แต่มุมของปุ่มทั้ง 6 ด้าน  จะช่วยประคองให้การยึดเกาะหรือการลงหลักปักฐานในจังหวะเปลี่ยนทิศทาง
นั้นทำได้อย่างมั่นคงไปพร้อมๆ กัน  ถ้าเปรียบเทียบกับปุ่มกลมแบบเสี้ยวของ Magista Obra II นั้น
ถือว่าปุ่มหกเหลี่ยมของ Hypervenom Phantom III DF สามารถยึดเกาะพื้นสนามได้ดีกว่า ล็อค
พื้นได้แน่นกว่า  แต่ความอิสระในการหมุนตัวก็จะมีในองศาที่จำกัดมากขึ้น
  

  อีกประเด็นนึงที่ถือเป็นไฮไลท์ของชุดปุ่ม FG แบบใหม่ของ Hypervenom Phantom III DF
นั้น..ก็คือปุ่มตลอดแนวข้างเท้าด้านนอกที่เป็นรูปทรง “เชฟรอน”  ปุ่มแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่แบบ “Cut” หรือจังหวะสเต็ปการโยกตัวออกฝั่งข้างเท้าด้านนอก หรือการ
ตัดมุมเปลี่ยนทิศทางแบบฉับพลัน  จากการใช้งานพบว่าจังหวะการลงน้ำหนักเพื่อโยกตัวออกด้านข้างนั้น  
ปุ่มทั้งหมดสามารถจิกพื้นสนามได้ค่อนข้างลึก  ช่วยให้การเปลี่ยนทิศทางทำได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ 
และใช้งานได้จริง

  ประเด็นนี้บางคนอาจจะสงสัยว่าฟีลลี่งหรือความเหมาะสมต่อการใช้งานนั้นแตกต่างจากปุ่มเชฟรอน
ของ Mercurial SuperFly V อย่างไร  คำตอบก็คือองศาการวางปุ่มที่แตกต่างกัน  โดยปุ่มของ
Mercurial นั้นจะมีองศาแนววางปุ่มในช่วง 45 องศาโดยประมาณ  จะเหมาะต่อการสปรินซ์ออกตัว
ในแนวเฉียงหรือการสับขาหลอก ชอบโยกซ้ายทีขวาที  ในขณะที่ปุ่มเชฟรอนของ Hypervenom
Phantom III DF
ซึ่งมีองศาแบบ 90 องศา หรือพูดง่ายๆ ก็ตือมุมแหลมของปุ่มชี้ออกไปด้านข้าง
เต็มๆ  การส่งแรงของฐานปุ่มจึงเหมาะต่อการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ในพิสัย 90 องศา แบบทันที
ทันใด  เป็นลักษณะการเคลื่อนที่แบบหักมุมหรือตัดเข้ากลาง หรือที่ไนกี้เรียกว่า “Cut” นั่นเอง 
ซึ่งประเด็นนี้ผมขอไม่สรุปว่าปุ่มของรองเท้ารุ่นไหนดีกว่ากัน  ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นมีสไตล์การเคลื่อนที่
ส่วนตัวแบบไหน  ก็สามารถเลือกให้ตอบโจทย์ความต้องการของตัวท่านเองได้เลย


  
  ทีนี้ผมจะขอเปรียบเทียบเรื่องการยึดเกาะและการสปรินซ์เคลื่อนที่ด้วย Hypervenom Phantom
III DF
กับกับรองเท้าซีรี่ย์อื่นๆ  พบว่าชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพทั้งในการสปรินซ์
ทางตรงและการยึดเกาะพื้นสนามที่ดี  ถ้าเป็นการสปรินซ์ด้วยความเร็ว และการยึดเกาะพื้นสนาม..ถือว่า
เป็นรองแค่ Mercurial SuperFly V เนื่องจากรองเท้าจรวดทางเรียบรายนั้นใช้ชุดพื้นที่บางและมี
น้ำหนักตัวโดยรวมที่เบากว่า  รวมถึงการจิกเกาะพื้นสนามของปุ่มใบมีดทั้งหมดย่อยดีกว่าปุ่มแบบ
หกเหลี่ยม   แต่สิ่งที่ Hypervenom Phantom III DF มีเพิ่มเติมเข้ามาทดแทน  ก็คือการลงน้ำหนัก
ที่มั่นคง การเปลี่ยนทิศทางที่รอบด้าน  เหมาะต่อผู้เล่นที่อยากได้ทั้งความเร็ว แต่ไม่ได้ต้องการฟีลลิ่ง
การล็อคหรือจิกเกาะพื้นสนามมากจนเกินไป  และแน่นอนว่าประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามของปุ่ม
หกเหลี่ยมของรองเท้ารุ่นนี้ ทำได้ดีกว่าปุ่มกลมของทั้ง ACE 16.1 และ Magista Obra II เล็กน้อย

  สรุปโดยภาพรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนามของชุดปุ่ม FG ของไนกี้ 
Hypervenom Phantom III DF  นั้น..ต้องยอมรับว่าชุดปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพที่
ควบรวมเอาการยึดเกาะ การจิกพื้นสนาม และการลงน้ำหนักเพื่อหมุนตัวหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ 
มารวมเอาไว้ในรองเท้ารุ่นเดียว  เสมือนเอาจุดเด่นของชุดพื้นและปุ่มของ Mercurial SuperFly V
และ Magista Obra II มารวมเอาไว้ด้วยกันเลยก็ว่าได้  แล้วมาเสริมจุดขายด้วยรูปแบบการเคลื่อนที่
แบบ “Cut” ซึ่งผมรับรู้ได้ถึงความแตกต่างและใช้งานได้จริง  ถึงแม้จะไม่มีอะไรมาวัดเป็นรูปธรรมถึง
ประสิทธิภาพดังกล่าวก็ตาม  ในหัวข้อนี้ผมขอลงคะแนนให้กับชุดพื้นและปุ่ม FG ของ Hypervenom
Phantom III DF
ไว้ที่ 10 เต็มไปเลย

  คะแนน : 10 / 10


  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  มาเริ่มต้นการทดสอบแรกที่จะได้เล่นลูกฟุตบอลกันบ้าง..กับเรื่องการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล
ด้วยไนกี้ Hypervenom Phantom III DF  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่จุดขายของรองเท้าประเภท
จู่โจมเหมือนกับรองเท้าประเภทคอนโทรล  แต่ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีที่อยู่บนพื้นที่สัมผัสบอล
ของรองเท้ารุ่นนี้  ก็มีเอกลักษณ์และประสิทธิภาพที่มีผลต่อการสัมผัสบอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  "การสัมผัสบอลแรก" ของ Hypervenom Phantom III DF นั้นให้ฟีลลิ่งและประสิทธิภาพ
ที่แตกต่างจากเจเนอเรชั่นที่แล้วเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะการใช้พื้นที่บริเวณหลังเท้าในการดูดบอล
ลงพื้นสนาม  พบว่ามีสัมผัสที่เต็มหลังเท้าและมีความโล่ง เป็นธรรมชาติมากขึ้น  ไม่มีส่วนของขอบ
แนวร้อยเชือกแข็งๆ มารบกวนสัมผัสบอลบริเวณหลังเท้าเหมือนเก่าอีกต่อไป  ซึ่งฟีลลิ่งแบบนี้จะคล้ายๆ
กับการใช้งาน Magista Obra II ที่เป็นรองเท้าประเภทคอนโทรลแท้ๆ เลยทีเดียว



  อย่างไรก็ตาม..หากต้องสัมผัสบอลด้วยพื้นที่บริเวณสันเท้าด้านใน หรือส่วนที่เป็น Strike Pod ซึ่งมี
วัสดุ Poron นู่นๆ ขึ้นมา  จะรู้สึกถึงฟีลลิ่งที่ค่อนข้างหนาและมีสัมผัสที่นุ่ม  ในจังหวะการผ่อนแรง
เพื่อจับบอลแรกให้นุ่มเท้านั้นค่อนข้างจะนุ่มนวล  เพียงแต่ฟีลลิ่งแบบนี้อาจจะไม่ถูกใจผู้เล่นที่มีทักษะ
การผ่อนแรงในการจับบอลแรกที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะท่านจะรู้สึกถึงความหนาและฟีลลิ่งที่
ไม่ได้บางเป็นธรรมชาติ  มีผลต่อเนื่องความรู้สึกและความว่องไวของการเล่นในจังหวะต่อเนื่อง

  แตกต่างจากฟีลลิ่งการสัมผัสบอลด้วย ไนกี้ Magista Obra II และ อาดิดาส ACE 16.1
แบบหนังสังเคราะห์
อยู่พอสมควร กล่าวคือ..รองเท้าทั้ง 2 รุ่นนั้นซึ่งเป็นรองเท้าประเภทคอนโทรลแท้ๆ
จะให้ฟีลลิ่งของการสัมผัสบอลที่บางเท้า เป็นธรรมชาติ แต่จะรู้สึกมีสัมผัสที่แข็งกว่า  ซึ่งถ้าผู้เล่น
มีทักษะในการจับบอลแรกที่ดีและมีจังหวะที่ลงตัว  จะรู้สึกได้ชัดเจนว่าลูกฟุตบอลจะถูกทำให้หยุด
"นิ่ง" ได้เร็ว และสามารถเล่นลูกบอลในจังหวะต่อไปได้ในทันที  ดังนั้นถ้ามองในประเด็นนี้ ยังต้อง
บอกว่า Hypervenom Phantom III DF มีคุณลักษณะที่เฉพาะตัวในการสัมผัสบอลแรก
ซึ่งแตกต่างจากรองเท้าประเภทคอนโทรลพอสมควร



  ในจังหวะการจับบอลแรกด้วยพื้นที่ด้านข้างตัวรองเท้าของ Hypervenom Phantom III DF
ก็จะคล้ายๆ กับข้อวิจารณ์ในประเด็นที่แล้ว  แต่จะได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง
ความนุ่ม และฟีลลิ่งบางๆ  เนื่องจากพื้นที่สัมผัสบอลด้านข้าง หรือที่เรียกว่า Touch Pod นั้น
ด้านในจะมีอากาศบรรจุอยู่  มีความหนาน้อยกว่าส่วน Strike Pod  จึงทำให้ฟีลลิ่งการจับบอล
ด้วยข้างเท้าด้านใน (หรือข้างเท้าด้านนอก) มีประสิทธิภาพนุ่มนวล และควบคุมน้ำหนักบอลได้
อย่างเชื่องเท้า

  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลด้วยข้างเท้าด้านใน (หรือด้านนอก)  ผมมองว่าไนกี้ Hypervenom
Phantom III DF
 สามารถแสดงผลลัพธ์และให้ฟีลลิ่งที่ดีกว่า Magista Obra II หรือ
ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์
อยู่เล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ  เนื่องจากฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของ
รองเท้าสายคอนโทรลทั้ง 2 รุ่น หรือแม้แต่ Hypervenom Phantom II นั้นจะมีฟีลลิ่ง
ที่แข็งกว่า การควบคุมน้ำหนักบอลจึงทำได้ยากกว่านั่นเอง

  แต่เรื่องปฏิกิริยาในการดึงดูดและควบคุมระหว่างหน้าผ้ากับผิวของลูกฟุตบอล  ในจังหวะที่
ลูกฟุตบอลวิ่งเข้ามาให้หน้าเท้าในทิศทางเฉือน  พบว่าพื้นผิวแบบ 3 มิติ ขรุขระเต็มหน้าผ้าของ
รองเท้ารุ่นนี้  สามารถสร้างแรงเสียดทานและดึงดูดให้ลูกฟุตบอลหยุดติดเท้า ทุกสัมผัสจะรู้สึกถึง
ความฝืดของหน้าสัมผัสได้เป็นอย่างดี  ตรงจุดนี้ต้องบอกว่า Hypervenom Phantom III DF
ทำได้ยอดเยี่ยมพอๆ กับ Magista Obra II และ Mercurial SuperFly V เลยทีเดียว
ซึ่งดีกว่า อาดิดาส ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ ที่บางครั้งก็มีจังหวะลื่น ระหว่างผิว
รองเท้ากับลูกฟุตบอลให้ได้พบเจอกันพอสมควร



  อย่างไรก็ตาม..การแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในของ Hypervenom Phantom III DF
นั้น  จะยังไม่ตอบโจทย์ผู้เล่นที่อยากได้ฟีลลิ่งหรือประสิทธิภาพในการแปส่งบอลให้มีน้ำหนัก
บอลพุ่งด้วยความแรงและเร็ว เหมือนกับ Magista Obra II หรือ ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์
ไม่ได้  แต่ด้วยลักษณะพื้นที่ข้างเท้าด้านในที่ถูกออกแบบมาให้สามารถสัมผัสกับผิวของลูกฟุตบอล
ได้อย่างเต็มพื้นที่  ทำให้การควบคุมทิศทางของการแปไปในทางตรง..นั้นยังพอที่จะทำได้ง่าย
และแม่นยำ  จะขาดไปก็แต่เรื่องของน้ำหนักการส่งบอลนั่นเอง

  สรุปประสิทธิภาพในหัวข้อการทดสอบการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ด้วย Hypervenom
Phantom III DF
โดยภาพรวมถือว่าทำได้อย่างน่าประทับใจ  ถือเป็นรองเท้าประเภทจู่โจม
ที่มีคุณสมบัติด้านการคอนโทรลที่ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วจนรู้สึกได้

  แต่ยังมีเรื่องของส่วนสัมผัสบอลบางส่วนที่ค่อนข้างหนา(และนุ่ม) จึงยังไม่ตอบโจทย์การควบคุม
ที่รวดเร็วเป็นธรรมชาติเหมือนกับการใช้รองเท้าประเภทคอนโทรลแท้ๆ  ในขณะที่พื้นที่การแป
ส่งบอลด้านข้างนั้นแม้จะมีหน้าสัมผัสที่เต็มข้างเท้า ควบคุมทิศทางบอลได้ง่าย  แต่เรื่องของน้ำหนัก
หรือการแปบอลให้พุ่งด้วยความแรงนั้นก็ยังเป็นรองทั้ง Magista Obra II หรือ ACE 16.1
แบบหนังสังเคราะห์
อยู่ดี  

  คะแนน : 9 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการเลี้ยงพาบอลเข้ากดดันแนวรับของทีมคู่แข่งนั้น  ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง
ประสิทธิภาพที่รองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจมจำเป็นต้องมีไม่แพ้รองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็ว  เพื่อให้
ผู้เล่นสามารถเลี้ยงพาบอล บุกเข้าใส่กดดันแนวรับของทีมคู่แข่งได้อย่างต้องการ  ซึ่งพบว่าทีมออกแบบ
ของไนกี้ ก็ยังได้พัฒนาประสิทธิภาพดังกล่าวให้กับ Hypervenom Phantom III DF เช่นกัน

  จากการใช้งานตลอดกว่า 1 เดือนของผม  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้ถูกปรับจูนในเรื่องความนุ่มของ
หน้าสัมผัสตัวรองเท้า  ให้เหมาะสมต่อการควบคุมน้ำหนักการเลี้ยงบอล ให้มีความนุ่มนวลและเชื่องเท้า
แต่ยังมีความบางพอสมควร ให้ยังได้รู้สึกเหมือนใช้เท้าเปล่าเพื่อสัมผัสและเลี้ยงบอล  ไม่แข็งกระด้าง
เท่ากับวัสดุตัวรองเท้าของ ไนกี้ Hypervenom Phantom II (หน้าผ้าแบบเก่า) และอาดิดาส
ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์
 



  ฟีลลิ่งหรือประสิทธิภาพที่แตกต่างของการเลี้ยงบอลด้วย Hypervenom Phantom III DF
กับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ทั้ง Mercurial SuperFly V และ Magista Obra II รวมถึง ACE 16.1
แบบหนังสังเคราะห์
 ก็คือเรื่องฟีลลิ่งและการตอบสนองระหว่างหน้าสัมผัสของตัวรองเท้ากับผิว
ของลูกฟุตบอล กล่าวคือลักษณะวัสดุของรองเท้ารุ่นนี้มีความนุ่มกว่า  จึงทำให้ความรวดเร็ว หรือ
การตอบสนองในจังหวะการส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกฟุตบอลเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงบอลนั้น
ลดลง  เนื่องจากที่ว่างด้านในของ Strike pod หรือ Touch Pod มีระยะยุบตัวอยู่บ้าง  ฟีลลิ่ง
หรือการตอบสนองของการขับเคลื่อนลูกฟุตบอลนั้นจะลดลงนิดหน่อย

  แต่ด้วยความนุ่มและวัสดุแบบด้ายถักที่มีส่วนสัมผัสบอลที่สามารถยุบตัวได้ตามแรงสัมผัส  จึงทำให้
การควบคุมน้ำหนักของการแตะเพื่อขับเคลื่อนบอลไปแต่ละครั้งนั้นทำได้อย่างเชื่องเท้ามากกว่ารองเท้า
คู่เปรียบเทียบทั้งหมดที่ได้กล่าวไป  โดยเฉพาะใครที่เคยใช้ Hypervenom Phantom II แบบเก่า
แล้วอาจจะรู้สึกว่าการแตะเลี้ยงบอลไปแต่ละครั้งนั้น  บางทีหน้าสัมผัสที่แข็งก็ส่งแรงให้ลูกฟุตบอลแรง
จนเกินไป  แต่ถ้ามาเป็น Hypervenom Phantom III DF จะพบว่าปัญหาดังกล่าวได้ถูกพัฒนา
ให้ลดลงไปได้แล้ว



  อีกหนึ่งประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น ก็คือผิวสัมผัสระหว่างตัวรองเท้าของ Hypervenom Phantom
III DF
กับผิวของลูกฟุตบอล  สามารถสร้างแรงเสียดทานระหว่างกันและกัน  ทำให้รู้สึกถึงความฝืด  
ผู้เล่นจึงได้ประสิทธิภาพในการควบคุมหรือเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้าได้อย่าง
แม่นยำ  ลูกฟุตบอลจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เราต้องการได้ดั่งใจ  โดยเฉพาะการใช้ส่วนสัมผัส
ของข้างเท้าด้านนอกเพื่อเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอลออกไปในแบบ 90 องศา หรือที่ไนกี้เรียกว่า
"Cut" ได้อย่างแม่นยำ

  ประเด็นหลังนี้ผมกลับรู้สึกว่า Hypervenom Phantom III DF นั้นทำได้ดีกว่าทั้ง Mercurial
SuperFly V
อยู่เล็กน้อยเสียด้วย  ตัดเรื่องความแข็งความนุ่มของวัสดุหน้าสัมผัสของรองเท้า
ทั้ง 2 รุ่นออกไปนะครับ  แล้ววิเคราะห์ให้ลึก..จะพบว่าลักษณะตัวรองเท้าของรองเท้ารุ่นนี้  นั้น
ค่อนข้างจะมีพื้นที่หน้าสัมผัสที่เปิดกว้างกว่า  และตัวรองเท้าสามารถงอตามลักษณะสรีระศาสตร์
ของรูปเท้าได้ง่าย  ทำให้หน้าสัมผัสสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้เต็มใบและสบายเท้ากว่าตัวรองเท้าเป็น
ลอนๆ ของ Mercurial SuperFly V เพราะบางทีเวลาที่ตัวรองเท้างอ..มันจะมีส่วนที่นูนขึ้นมา
มากเกินไป  จนมารบกวนการสัมผัสบอลอยู่บ้าง..ไม่มากก็น้อย  

  อีกหนึ่งของแถมจากการใช้งาน Hypervenom Phantom III DF ก็คือการใช้ปุ่ม 6 เหลี่ยม
ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น (กว่าปุ่ม FG แบบเก่า) มาเพื่อช่วยในการหยุดบอล หรือคลึงบอลได้ง่ายขึ้น  เพราะ
ว่าปุ่มของรองเท้ามีผิวสัมผัสมากขึ้น  ทำให้เหยียบหรือสัมผัสเข้ากับลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มใบมากขึ้น
นั่นเอง

  สรุปโดยภาพรวมแล้ว ถือได้ว่า Hypervenom Phantom III DF ยังคงมีประสิทธิภาพในการ
เลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม  ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ที่หน้าสัมผัสและการควบคุม หรือเปลี่ยน
ทิศทางของลูกฟุตบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้าได้อย่างแม่นยำ  แต่ความรวดเร็วหรือปฏิกิริยาจะลดลงไปบ้าง
เนื่องจากระยะการสัมผัสและยืดหยุ่นของหน้าผ้า  ซึ่งผู้เล่นจะได้เรื่องของการคอนโทรลหรือควบคุม
น้ำหนักการขับเคลื่อนลูกฟุตบอลบนพื้นสนามที่เชื่องเท้า..มาทดแทน

  คะแนน : 10 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  อีกหนึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกพัฒนาเข้ามาใช้ใน Hypervenom Phantom III DF  ก็คือ
ส่วนของพื้นที่การสัมผัสบอล และ Strike Pod  ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการยิงประตู  ซึ่งเป็น
ประสิทธิภาพส่วนสำคัญที่รองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจมต้องมี  ด้วยความที่เป็นของใหม่และมีการ
ผสมผสานทั้งเรื่องของวัสดุและการออกแบบ  จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้
กลับมาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก (อีกครั้ง)



  เรามาเริ่มการทดสอบการยิงประตูด้วยรองเท้ารุ่นนี้  กันที่จังหวะการวางเท้าหลักเพื่อส่งแรงยิง
ไปยังลูกฟุตบอล  พบว่าปุ่มแบบ FG ของ Hypervenom Phantom III DF ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 
ทำให้จังหวะการวางเท้าหลักจะไม่รู้สึกว่าปุ่มจิกลงไปยังพื้นสนามได้ลึก และแม่นยำเหมือนกับปุ่ม
ขนาดเล็กแบบรุ่นเก่า หรือปุ่มใบมีดของ Mercurial SuperFly V มากนัก  แต่ในทางตรงกันข้าม
พบว่าปุ่มเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มความมั่นคงและการลงน้ำหนักได้เต็มฝ่าเท้ามากขึ้น  เหมาะต่อผู้เล่น
ที่นิยมใช้ปุ่ม FG ลงเล่นในพื้นสนามหญ้าเทียมในปัจจุบัน 

  ฐานของชุดพื้นช่วงกลางซึ่งมีลักษณะเป็นฐานกว้าง  และมีโครงสร้างนูนขึ้นมาที่ฝั่งข้างเท้าด้านนอก 
จะมาช่วยเสริมให้การลงน้ำหนักของเท้าหลักนั้นทำได้อย่างราบลื่นและมั่นคง  เนื่องจากในจังหวะ
การวางเท้าหลักนั้น..แรงกดจากน้ำหนักตัวจะถูกส่งไปยังฝั่งข้างเท้าด้านนอกมากกว่าข้างเท้าด้านนอก 
ด้วยการมีโครงสร้างฐานพื้นที่แข็งแรง  จึงทำหน้าที่เสมือนเป็นคานช่วยรับแรงกระทำได้อย่างมั่นคง 
รวมถึงแรงดีดกลับที่เกิดจากการโค้งของฐานพื้น  จึงช่วยให้การถ่ายเทแรงและโมเมนต์ตัมของการ
เหวี่ยงตัว ทำได้ดีกว่า Hypervenom Phantom II จนพอจะรู้สึกได้



  ในวินาทีที่หน้าสัมผัสของตัวรองเท้าปะทะเข้ากับผิวของลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  โดยเฉพาะส่วนที่เป็น
Strike Pod ซึ่งมีลักษณะนูนขึ้นมา และมีโฟม Poron บรรจุเอาไว้อยู่ด้านใน  ฟีลลิ่งแรกที่รู้สึกก็คือ
“ความนุ่ม” ของการสัมผัสบอล  ใครที่เคยบ่นอุบว่า Hypervenom Phantom II (วัสดุแบบเก่า)
นั้นให้ฟีลลิ่งที่แข็งจนเกินไป  หรือวัสดุแบบดั้งเดิมที่อาจจะบางเกินไป (จนหลายๆ ครั้งรู้สึกสะท้าน
จากแรงปะทะ) 

  ผมขอบอกว่า Hypervenom Phantom III DF จะเป็นคำตอบที่ลงตัวและจะถูกใจผู้เล่น
ที่ต้องการฟีลลิ่งการยิงลูกฟุตบอลที่อยู่ตรงกลางระหว่างความนุ่ม  และได้ฟีลลิ่งที่ไม่ได้รู้สึกบาง
จนเกินไป..จึงยังรู้สึกถึงการสัมผัสระหว่างเท้ากับลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี  โดยรวมแล้วการยิง
ลูกฟุตบอลแบบเต็มแรงในหลายๆ ครั้ง พบว่าแรงปะทะที่สะท้อนกลับมายังหน้าเท้า  นั้นไม่ได้สร้าง
ความระคายเคืองอะไรมากนัก  ดีไม่ดียังรู้สึกนุ่มนวลกว่า Magista Obra II เสียด้วยซ้ำ



  ความแรงของลูกยิงที่ถูกส่งออกไปจาก Strike Pod ของ Hypervenom Phantom III DF
นั้นอาจจะไม่ได้รุนแรงหรือหนักหน่วงเท่ากับไนกี้ Magista Obra II และอาดิดาส ACE 16.1
แบบหนังสังเคราะห์ 
เนื่องจากส่วน Strike Pod ที่แม้ว่าจะช่วยส่งแรงปะทะ (Damping)
ให้ลูกฟุตบอลได้ดีประมาณนึง  แต่ด้วยความนุ่มของวัสดุ Poron ซึ่งปกติจะมีคุณสมบัติช่วยผ่อน
แรงกระแทกได้ดี  ดังนั้นพอมาทำหน้าที่เป็นพื้นที่ในการยิงลูกฟุตบอล  จะรู้สึกถึงจังหวะหน่วงๆ
ที่เกิดจากการยุบตัวของ Poron อยู่บ้าง

  แต่ความลงตัวของการสัมผัสบอล กับแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากหน้าผ้าของรองเท้ารุ่นนี้  ทำให้
เกิดประสิทธิภาพของการควบคุมทิศทางให้กับลูกฟุตบอลที่พุ่งออกไปจากเท้าได้ดีขึ้นกว่าเดิม 
ไม่ว่าจะเป็นการยิงไปในทิศทางตรงหน้า  ที่ควบคุมทิศทางได้ง่าย  เนื่องจากพื้นที่สัมผัสบอล
เปิดโล่ง (แต่โดยรวมไม่ถือว่าโดดเด่นกว่ารองเท้ารุ่นเปลี่ยนเทียบอื่นๆ)  ในขณะที่การปั่นไซร้โค้ง
นั้นก็เป็นอะไรที่สามารถเรียกใช้งานได้ดั่งใจ  หน้าสัมผัสแบบ 3 มิติ และพื้นผิวที่ฝืดพอสมควร 
ช่วยทำให้การปั่นไซร้โค้งด้วย Hypervenom Phantom III DF นั้น  โดดเด่นกว่ารองเท้า
รุ่นเปรียบเทียบทั้งหมด  โดยเฉพาะกับ อาดิดาส ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์

  ประสิทธิภาพการยิงประตูโดยภาพรวมของ ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ถือเป็น
อีกหนึ่งความสามารถที่โดดเด่นกว่าเดิม  จุดเด่นหลักๆ คือฟีลลิ่งการสัมผัสที่มีทั้งความนุ่มของ
การสัมผัสบอล  หน้าสัมผัสไม่ได้บางจนสะท้านเท้าและก็ไม่ได้หนาจนเสียฟีลลิ่งการสัมผัส  (ซึ่งผม
ว่าเป็นระดับการสัมผัสที่กำลังดีและน่าจะถูกใจผู้เล่นส่วนใหญ่)  มาพร้อมกับความสามารถในการ
ควบคุมทิศทางของลูกยิงที่ทำได้ง่าย  โดยเฉพาะการปั่นไซร้โค้งที่ยอดเยี่ยมกว่ารองเท้ารุ่น
คู่เปรียบเทียบทั้งหมด  ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการลงน้ำหนักของเท้าหนัก  ก็ถือว่าชุดปุ่มแบบ FG
แบบใหม่ก็ทำหน้าที่ได้ดี เน้นประสิทธิภาพการลงน้ำหนักแบบสมดุลเป็นหลัก  ตัวเลขคะแนนระดับ
10 เต็มคงไม่หนีไปไหน

  คะแนน : 10 / 10

  การปกป้องเท้า

มาปิดท้ายในส่วนการทดสอบภาพสนามกันที่เรื่องคุณสมบัติเชิงรับ ในประเด็นการปกป้องเท้าให้กับ
ผู้สวมใส่ กันบ้าง  โดยตลอดระยะเวลาที่ผมได้ใช้งานไนกี้ Hypervenom Phantom III DF 
มาโดยตลอดนั้น  พบว่าจุดอ่อนในเรื่องการปกป้องเท้าของรองเท้ารุ่นนี้  คือการป้องกันการปะทะ
ที่บริเวณหน้าผ้าและตัวรองเท้า 

ซึ่งหากมองตามความเป็นจริงแล้ว..มันก็สมควรจะเป็นเช่นนั้นแหละครับ  เนื่องจากลักษณะและวัสดุ
ของตัวรองเท้านั้นบางกว่ารุ่นเก่าแบบคนละเรื่อง  โดยเฉพาะส่วนที่เป็นหน้าสัมผัสข้างเท้าด้านนอก
และบริเวณหลังเท้า  เรียกได้ว่าถ้าโดนคู่แข่งเปิดปุ่มเหยียบเข้าใส่ที่หลังเท้า  ก็แทบจะไม่มีอะไรมาช่วย
ลดแรงปะทะได้เลย  แต่ถ้าโดนเข้าปะทะใส่ส่วนสันเท้าที่มี Strike Pod ของโฟม Poron อยู่  ก็พอที่
จะช่วยทุ่นแรงปะทะให้เบาลงได้อยู่บ้าง  ซึ่งถ้านับเฉพาะพื้นที่บริเวณนี้  ถือได้ว่า Hypervenom
Phantom III DF
ให้การป้องกันส่วนสันเท้าได้ดีกว่าทั้ง Mercurial SuperFly V และ
Magista Obra II อยู่เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม..เราพบว่า Hypervenom Phantom III DF ก็ยังมีจุดเด่นเชิงป้องกัน  ในเรื่อง
ของความกระชับและการจับล็อคประคองส่วนของข้อเท้าและส้นเท้าได้ดีพอสมควร  ซึ่งน่าจะเป็นผล
มาจากการออกแบบส่วนฐานของเกราะป้องกันส้นเท้า  ให้มีลักษณะโอบขึ้นมากเล็กน้อยทั้งสองฝั่ง 
และเมื่อมาทำงานส่วนกับส่วนหุ้มข้อแบบสูง  จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพของการจับล็อค สร้างความ
กระชับและลดโอกาสข้อเท้าพลิกได้ดีขึ้นกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เป็นแบบหุ้มข้อสูงเหมือนกัน

สรุปประสิทธิภาพเชิงรับของไนกี้ Hypervenom Phantom III DF พบว่าตัวรองเท้ายังให้
การปกป้องแรงปะทะบนหน้าเท้าได้ตามมาตรฐานของรองเท้าวัสดุด้ายถัก  จะมีดีขึ้นมาหน่อยก็คือ
ส่วนบริเวณ Strike Pod ที่มีวัสดุ Poron หนาและนุ่มมาช่วยลดแรงปะทะ  รวมถึงส่วนฐานส้นเท้า
ที่มีชิ้นเกราะภายนอก  โอบขึ้นมาช่องให้ความกระชับและล็อคส้นเท้าได้มั่นคง  ลดอาการข้อเท้าพลิก
ได้ดีขึ้นกว่ารองเท้ารุ่นที่มีแต่หุ้มข้อสูง 

  คะแนน : 8 / 10

บทสรุปการทดสอบ



  หลังจากที่ได้สัมผัสใช้งานรองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF มาเป็น
ระยะเวลานานพอสมควร  ทุกประสิทธิภาพที่แสดงออกมาตามที่ได้กล่าวไปทั้งหมด  ผ่านการทดสอบ
ในหัวข้อและรูปแบบการเล่นต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติในการเล่นฟุตบอล  ต้องขอยอมรับเลยว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมกว่ารุ่นเก่าอย่างไม่อาจปฏิเสธได้  เทคโนโลยีต่างๆ ที่ไนกี้
นำเสนอออกมาเป็นจุดขาย  สามารถใช้งานได้จริง มีประสิทธิภาพและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เป็นอย่างมาก

  จากเนื้อหาบทความของการรีวิวในครั้งนี้  น่าจะตอบคำถามของคุณผู้อ่านหลายๆ ท่านได้แล้ว
ว่าไนกี้ Hypervenom Phantom III DF เจเนอเรชั่นใหม่ของรองเท้าสายพันธุ์อสรพิษ
นั้นมีจุดเด่น หรือจุดด้อยตรงไหนบ้าง  แล้วคุณสมบัติต่างๆ ของรองเท้ารุ่นนี้คือสิ่งที่ท่านต้องการ
ในการเล่นฟุตบอลหรือไม่ 

  ในหัวข้อส่วนสุดท้ายนี้..ผมจะมาสรุปคำนิยามและประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่นนี้โดยภาพรวม
พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ อีกครั้งนึง  เพื่อให้คุณผู้อ่านทุกท่านสามารถสรุปใจความ
ได้กระชับและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น ก่อนที่ในส่วนสุดท้าย "ความคุ้มค่าและความน่าใช้" ผมจะขอ
ให้ความคิดเห็นส่วนตัว  มาวิเคราะห์ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีความคุ้มค่าและความน่าใช้มากน้อยแค่ไหน
เมื่อมองในมุมมองของภาพลักษณ์ การโปรโมท และราคาค่าตัว



  ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF

  สำหรับไนกี้ Hypervenom Phantom III DF นั้นต้องยอมรับเลยว่าเป็นรองเท้าฟุตบอล
ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดของไนกี้ ณ ตอนนี้  ตัวรองเท้าถูกพัฒนาขึ้นจาก
เจเนอเรชั่นเดิมในหลายๆ ด้าน  ไม่ใช่เพียงแค่ประสิทธิภาพที่เน้นด้านการจู่โจม  แต่ยังรวมถึง
ประสิทธิภาพในเรื่องฟีลลิ่งและความสวมใส่  ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

  เรื่องแรกที่สร้างความประทับใจ..ก็คือฟีลลิ่งการสวมใส่ที่มีทั้งความสบายและความกระชับ
ถูกจับเอามารวมกันไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ความสบายที่ว่านั้นก็คือความนิ่มของวัสดุตัวรองเท้า
ที่สามารถยืดขยายตามลักษณะรูปเท้าได้ดีขึ้น  เคลื่อนไหวตามสรีระศาสตร์การเคลื่อนที่ของ
รูปเท้าผู้เล่นได้ดีกว่าเจเนอเรชั่นเก่าอย่างชัดเจน  แต่กลับมีความกระชับในตามแนวขวาง
ของรูปเท้า อันเนื่องจากการเพิ่มความยาวของเส้นฟลายไวร์  ซึ่งความกระชับตรงส่วนนี้
ผู้เล่นยังสามารถกำหนดเองได้ด้วยแรวตึงของแนวร้อยเชือก  ทั้งนี้ยังมีเรื่องของประสิทธิภาพ
การระบายความร้อนออกจากด้านในรองเท้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  แม้ว่าความสบายอาจจะไม่ใช่
ที่สุด  แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาที่เห็นได้ทันทีในเจเนอเรชั่นนี้



  เรื่องที่สองที่สร้างความประทับใจ และถือเป็นจุดเด่นสำคัญของ Hypervenom Phantom III
DF
นั้นคงหนีไม่พ้น ประสิทธิภาพการเล่นกับลูกฟุตบอล  โดยเฉพาะฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มเท้า
มากขึ้นกว่าเดิม  ไม่ว่าจะเป็นการจับบอลแรก หรือการยิงลูกฟุตบอลแบบเต็มแรง  แต่ยังคงได้ฟีลลิ่ง
ความบางและได้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติอยู่ด้วย  แม้ว่าจะไม่ใช่ฟีลลิ่งที่บางที่สุดเท่าที่รองเท้าฟุตบอลไนกี้
เคยทำมา  แต่สำหรับผมแล้ว..ผมคิดว่า ระดับความนุ่มและความบางของรองเท้ารุ่นนี้  เป็นจุดลงตัว
ที่น่าจะถูกใจใครหลายๆ คน

  อย่างไรก็ตาม..บุคลิกของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากหน้าสัมผัสของรองเท้า Hypervenom
Phantom III DF
นั้นอาจจะไม่ได้หนักหน่วงหรือพรุ่งทะยายอย่างหนักหน่วงนัก  เนื่องจาก
ลักษณะหน้าสัมผัสที่มีมิติและมีความนุ่ม  จึงมีการดูดซับแรงปะทะลงไปบางเมื่อเปรียบเทียบกับ
วัสดุหน้าผ้าที่แข็งหรือหนาแน่นกว่านี้  แต่สิ่งที่ผู้สวมใส่จะได้กลับมาก็คือการคอนโทรลทิศทาง
และแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาน้อยมาก

  โดยไฮไลท์ของพื้นที่สัมผัสที่ว่า..นั้นอยู่ที่ Strike Pod ที่ตอนนี้ทุกคนคนรู้แล้วว่ามันมีโฟม Poron
บรรจุเอาไว้อยู่  จึงยิ่งเสริมให้การสัมผัสบอลบริเวณนี้มีความนุ่ม  ช่วยผ่อนแรงปะทะของลูกฟุตบอล
ได้ดี  ส่งผลให้ทั้งการจจับบอลแรกหรือการยิงประตูนั้น  มีฟีลลิ่งที่นุ่มเท้ามากขึ้นไปอีก  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ต้องยอมรับว่าฟีลลิ่งการสัมผัสบอลแบบบางๆ ดิบๆ เหมือนใช้เท้าเปล่า  จะถูกลดลงไปอีกนิด แต่ก็ไม่ได้
มากมายจนเสียฟีลลิ่งแต่อย่างใด



  ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้  ถูกปรับแต่งให้มีความโดดเด่นในเรื่องของการลงน้ำหนัก
การสร้างความสมดุล  ผู้สวมใส่สามารถยืนพื้นสนามได้อย่างเต็มฝ่าเท้า  ปุ่มรองเท้าทั้ง 3 แนว
สามารถสร้างรูปแบบการเคลื่อนที่ที่แตกต่างได้ตามความเหมาะสมและความต้องการเรียกใช้งาน
ของผู้สวมใส่เอง  โดยปุ่มรูปแบบหกเหลี่ยมมีขนาดใหญ่ สามารถใช้เป็นจุดศูนย์กลางของการ
ลงน้ำหนัก ทรงตัวหรือหมุนตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ  ในขณะที่ปุ่มตรง
กลางฝ่าเท้า จะช่วยให้ผู้เล่นสปรินซ์เคลื่อนที่ในทางตรงได้ไม่แตกต่างจากรองเท้าสายสปีดเลย
ส่วนปุ่มรูปทรงเชฟรอบตามขอบรองเท้าด้านนอก  จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถหักมุมการเคลื่อนที่
แบบ 90 องศา ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ตามรูปแบบที่ไนกี้เรียกว่า "Cut"

  แต่ปุ่มทั้งหมดนั้นจะยังมาทำหน้าที่ร่วมกับโครงสร้างฐานชุดพื้นช่วงกลางแบบใหม่  ที่มีสันนูน
บริเวณข้างเท้าด้านนอก  และมีฐานพื้นที่กว้าง  ซึ่งสามารถช่วยสร้างแรงดีดในจังหวะการสปรินซ์
ของชุดพื้นได้ดีตามมาตรฐานที่ไนกี้เคยทำไว้  แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือความมั่นคงในจังหวะของ
การวางเท้าหลัก  ซึ่งโดยปกติแล้วแรงกดและน้ำหนักตัวจะถูกถ่ายเทไปลงที่ฝ่าเท้าด้านนอก  ซึ่ง
โครงสร้างฐานพื้นแบบดังกล่าวก็พร้อมจะรับมือเต็มที่อยู่แล้ว

  ส่วนประสิทธิภาพของการรองรับแรงกระแทกของชุดแผ่นรองพื้น  ยังถือว่าทำได้ตามมาตฐาน
แบบที่รองเท้าฟุตบอลประเภทนี้ควรจะเป็น  คือแผ่นรองพื้นไม่ได้หนาและไม่ได้นุ่มมากจนเกินไป
เพราะผู้สวมใส่ที่เน้นการจู่โจมยังจำเป็นต้องการฟีลลิ่งระหว่างฝ่าเท้าสัมผัสกับพื้นสนาม  แต่ทีเด่น
ก็คือเทคโนโลยี Nike Grip ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกกับ Hypervenom Phantom III DF และ
มันสามารถสร้างการยึดเกาะระหว่างฝ่าเท้ากับแผ่นรองพื้นได้ดีขึ้นกว่าเดิมจริงๆ

  อีกหนึ่งความลงตัวที่หาได้จาก Hypervenom Phantom III DF ก็คือ ความสบายของ
การสวมใส่  ที่วัสดุและตัวรองเท้ามีความยืดหยุ่น สามารถรองรับกับรูปเท้าได้ดี  แต่ยังมีความกระชับ
ในระดับที่พอเหมาะตั้งแต่ครั้งแรกที่สวมใส่  รวมถึงความสามารถในการระบายความร้อนออกจาก
ด้านในของตัวรองเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม (กว่ารุ่นเก่ามากๆ)

  สุดท้ายนี้คงต้องยอมรับกันตรงๆ แบบไม่มีทางโกหกได้เลยว่า Hypervenom Phantom III
DF
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จู่โจมรุ่นใหม่ล่าสุดจากไนกี้  คือสุดยอดรองเท้าฟุตบอลที่ไม่ใช่เพียง
แค่ฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจมเท่านั้น  แต่ยังเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพด้านอื่นๆ
อย่างครบถ้วน  จนแทบจะหาจุดด้อยไม่เจอเลยก็ว่าได้  ถือเป็นอีกครั้งที่ไนกี้สามารถพัฒนา
รองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้ สามารถลบจุดด้อยและเอาข้อเสียที่เคยเจอ  มาปรับปรุงจนเป็นรองเท้า
ฟุตบอลที่ดีที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประภท จู่โจม : 10 / 10



  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Hypervenom Phantom II



  ไนกี้ Hypervenom Phantom II รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จู่โจมเจเนอเรชั่นที่แล้ว  มีจุดเด่น
มากที่สุดคือเรื่องการยิงลูกฟุตบอลได้อย่างรุนแรง  วัสดุหน้าผ้าแบบเก่าจะสามารถส่งแรงปะทะ
ไปยังลูกฟุตบอลได้แทบจะเต็ม 100 %  เราจึงมีโอกาสได้เห็นลูกฟุตบอลพุ่งทะยานออกไปด้วย
ความเร็ว รุนแรงและหนักหน่วงเป็นอย่างมาก  เพียงแต่ฟีลลิ่งของการสัมผัสบอลนั้นจะแข็งมาก
เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุหน้าผ้าของ Hypervenom Phantom III DF  จนทำให้ในช่วง
กลางอายุการตลาดนั้นไนกี้ต้องเปลี่ยนวัสดุใหม้ย้อนกลับไปเป็นหน้าผ้าของ Hypervenom
Phantom
ในที่สุด

  เรื่องการควบคุมทิศทางด้วย Hypervenom Phantom II ไม่ว่าจะเป็นการยิงประตู หรือการ
แปส่งบอล  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้จะทำได้ดีเมื่อต้องการให้ลูกฟุตบอลพุ่งไปในทิศทางตรงๆ ตามที่เตะ
ออกไป เนื่องจากผิวสัมผัสของหน้าผ้าแบบเก่านั้น จะไม่สามารถสร้างแรงเสียดทานกับผิวของลูกบอล
ได้เท่ากับวัสดุแบบใหม่ของ Hypervenom Phantom III DF  รวมถึงลักษณะพื้นผิวโดยรวม
ค่อนข้างจะราบเรียบ  จึงทำให้ประสิทธิภาพของการส่งแรงเฉือนหรือควบคุมทิศทางการปั่นไซร้โค้ง
ของลูกฟุตบอลนั้น  ยังเป็นรอง Hypervenom Phantom III DF อยู่นั่นเอง

  สำหรับรูปแบบการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนามของปุ่ม FG แบบเก่า ที่เป็นแบบกลมแทบทั้งหมด
และปุ่มมีขนาดเล็กกว่า  ส่งผลให้ Hypervenom Phantom II สามารถจิกและยึดเกาะเข้ากับ
พื้นสนามได้ดีมาก  การเคลื่อนที่แบบรอบตัว 360 องศา ดูจะเป็นสิ่งที่ปุ่มแบบเก่าถนัด  แต่การยึดเกาะ
หรือฉีกตัวเปลี่ยนทิศทางแบบหักมุม  จะสู่ปุ่มแบบใหม่ไม่ได้

  ทั้งนี้ยังพบว่าความมั่นคงในการลงน้ำหนักหรือการทรงตัว ของชุดพื้นและปุ่มแบบเก่า  จะไม่มั่นคง
การลงน้ำหนักจะไม่ค่อยสบายฝ่าเท้าเท่ากับชุดพื้นแบบใหม่
  
  จุดด้อยหลักของเจเนอเรชั่นที่แล้ว ก็คือประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ไม่ดีเอาเสียเลย  
เนื่องจากวัสดุชั้นนอกที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นเกราะ  จนทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปเพื่อถ่ายเท
ความร้อน หรือระเหยความชื้นจากเหงื่อ ออกมาได้เลย  ส่วนเรื่องความสบายหรือฟีลลิ่งการสวมใส่
โดยทั่วไปนั้น  ผมถือว่า Hypervenom Phantom II ทำได้ดีในระดับนึง  แต่ยังสวมใส่สบาย
สู่ตอนที่ได้ลอง Hypervenom Phantom III DF ไม่ได้


  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Magista Obra II



  หากพูดถึงรองเท้าสายคอนโทรลแท้ๆ ของไนกี้ อย่าง Magista Obra II นั้น  ถือได้ว่าเป็น
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนึงที่มีความใกล้เคียงกับ Hypervenom Phantom III DF พอสมควร 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ เทคโนโลยี ลักษณะพื้นผิวสัมผัสบอลแบบ 3 มิติ  แต่จะแตกต่างกัน
ในรายละเอียดบางส่วน..ก็เท่านั้น

  สำหรับ Magista Obra II จะเน้นไปที่ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่มีความบางกว่า  เนื่องจากลักษณะ
พื้นผิวแบบ 3 มิติ นั้นเกิดขึ้นจากวัสดุชั้นหลักที่เป็นตัวรองเท้าเลย  ไม่ใช่การทำให้นูนขึ้นมา
เหมือนกับ Strike Pod ของ Hypervenom Phantom III DF  รวมถึงฟีลลิ่งโดยรวม
ของการสัมผัสบอลนั้นจะมีความแข็งและแน่นกว่าอีกด้วย  ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ต่อผู้เล่น
ที่เน้นการคอนโทรลบอล  ทั้งจังหวะการจับบอลแรกและจังหวะการออกบอลที่รวดเร็ว  รู้สึกถึง
การตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว  รวมถึงในจังหวะการแปส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  ของ Magista
Obra II
จะให้ประสิทธิภาพในแบบที่นักเตะจอมส่งทั้งหลายต้องการ  นั่นคือฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ที่หนักแน่นและส่งน้ำหนักบอลได้เร็วกว่า

  จังหวะการยิงลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  พบว่าฟีลลิ่งการสัมผัสบอลด้วย Magista Obra II 
นั้นค่อนข้างแข็ง  มีแรงปะทะให้รู้สึกสะท้านหน้าเท้าได้เหมือนกัน  แต่สิ่งที่ได้แลกกลับมา..ก็คือ
ลูกฟุตบอลที่ถูกยิงไปนั้นจะค่อนข้างพุ่งและมีความรุนแรงมากกว่า  อย่างไรก็ตาม..ประสิทธิภาพ
ในการสร้างแรงเสียดทาน หรือความฝืดระหว่างหน้าผ้ากับผิวของลูกฟุตบอล  โดยรวมแล้ว
ผมยังให้ลักษณะพื้นผิว Strike Pod ของ Hypervenom Phantom III DF ทำได้ดีกว่า
พอสมควร

  ฟีลลิ่งความสบายตอนสวมใส่ของ Magista Obra II นั้นยังรอง Hypervenom Phantom
III DF
อยู่เล็กน้อย  เนื่องจากวัสดุตัวรองเท้านั้นมีลักษณะเป็นแผ่นๆ จึงมีความแข็งในตัว  ทำให้
เกิดแรงต้านของตัวรองเท้ามากระทำกับเท้าของผู้สวมใส่และสร้างความอึดอัดอยู่บ้าง  ในขณะที่
ประสิทธิภาพของการระบายความร้อนและการไหลผ่านของอากาศ  ก็ยังทำได้น้อยกว่าเช่นกัน   

  ในเรื่องของความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งาน  โดยภาพรวมแล้วถือว่าไม่ได้แตกต่างกันมาก 
ผมชอบ Hypervenom Phantom III DF ที่มีเทคโนโลยี Nike Grip ที่หน้าสัมผัสของ
แผ่นรองพื้น  และชอบ Magista Obra II ที่แผ่นรองพื้นมีวัสดุ Poron ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ของการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม  เพียงแต่..จุดเด่นทั้ง 2 อย่างนี้  ไม่ได้อยู่ในรองเท้า
รุ่นเดียวกัน..แค่นั้นเอง

  ส่วนเรื่องของการลงน้ำหนักตัว และการยึดเกาะพื้นสนามของชุดพื้นและปุ่ม FG ของ Magista
Obra II
นั้นจะเน้นไปที่องศาของการเคลื่อนที่ที่เปิดกว้างรอบตัวตัวในแบบ 360 องศา  เหมาะต่อ
ผู้เล่นที่อยู่ตรงกลางสนาม  พร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางการวิ่งเพื่อเล่นเกมส์รุกและเกมส์รับอยู่บ่อยครั้ง 
แตกต่างจากปุ่ม FG ของ Hypervenom Phantom III DF ที่มีจุดเด่นในเรื่องการ “Cut”
หรือการโยกตัวเปลี่ยนทิศทางแบบ 90 องศานั่นเอง  แต่เรื่องของความมั่นคง การกระจายแรง
หรือแม้แต่แรงสปรินซ์จากชุดพื้นรองเท้า  ยังถือว่ารองเท้าทั้งสองรุ่นนี้ไม่ได้แตกต่างกันแต่อย่างใด

  เปรียบเทียบกับ อาดิดาส ACE 16.1 หนังสังเคราะห์



  อาดิดาส ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ ถือเป็นรอเท้ารุ่นที่สร้างเซอร์ไพรส์ในแง่ของ
ประสิทธิภาพการใช้งานให้กับเราเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา  จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้..คือ
ความสบายในการสวมใส่ตั้งแต่ครั้งแรกเลย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปทรง  ส่วนของหุ้มส้น
ด้านในที่บุกำมะหยี่ได้อย่างหนาและนุ่ม  หรือแม้แต่การไหลผ่านของอากาศที่สามารถระบาย
ความร้อนออกจากด้านในตัวรองเท้าได้อย่างยอดเยี่ยมก็มีมาให้ได้สัมผัส

  ในเรื่องของความกระชับโดยรวมนั้น  ยังถือว่า ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ ทำได้
ในระดับมาตรฐานค่อนไปทางดี  โดยเฉพาะกับผู้เล่นที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างและฝ่าเท้าแบน
เนื่องจากลักษณะตัวรองเท้าที่ค่อนข้างกว้าง  ตัวรองเท้าจะไม่กดไม่บีบมากเกินไปจนเจ็บหลังเท้า 
แต่ก็ยังมีความสามารถในการสร้างความกระชับให้ส่วนหลังเท้าได้พร้อมๆ กัน  รวมถึงส่วนหุ้มส้น
ที่จับล็อคและสร้างความกระชับในช่วงส้นเท้าได้กำลังดี  

  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของ ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ นั้นมีหน้าสัมผัสที่แข็งกว่า
Hypervenom Phantom III DF
อย่างชัดเจน  จังหวะการจับบอลแรกเพื่อเล่นในจังหวะ
ต่อไป  อาจไม่เหมาะต่อผู้เล่นที่มีทักษะการผ่อนแรงในการจังบอลไม่ดี  เพราะด้วยความแข็งของวัสดุ
จะทำให้มีโอกาสที่จะควบคุมน้ำหนักของลูกฟุตบอลได้ยาก

  แต่ในทางตรงกันข้าม..ฟีลลิ่งแบบนี้จะตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่มีทักษะการจับบอลแรกที่ดีเป็น
ทุนเดิมอยู่แล้ว  เพราะจะสามารถเล่นจังหวะต่อไปได้เร็ว  เนื่องจากตัวรองเท้าสามารถตอบสนอง
ในการส่งแรงไปยังลูกฟุตบอลได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

  ส่วนประสิทธิภาพการยิงประตู  ต้องบอกว่า ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์ เป็นรองเท้ารุ่นที่
“ยิงลูกฟุตบอลได้มันส์เท้ามาก”  ด้วยการส่งแรงปะทะให้ลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มแรงและเต็มหน้า
สัมผัส  ทำให้มีโอกาสเห็นลูกยิงพุ่งทะยาน มีอาการฮุบหรือส่าย ได้ง่ายกว่า Hypervenom
Phantom III DF
พอสมควร  แต่ผู้เล่นก็ต้องยอมแลกกับแรงปะทะที่ย้อนกลับมาให้ได้รู้สึก
สะท้านหน้าเท้าอยู่เหมือนกัน  อย่างไรก็ตาม..หน้าสัมผัสของ ACE 16.1 แบบหนังสังเคราะห์
นั้นจะสร้างปฏิกิริยาในการดึงดูด หรือปั่นไซร้โค้งให้ลูกฟุตบอลได้น้อยกว่าจนรู้สึกได้

  ในเรื่องของการเคลื่อนที่..ชุดพื้นแบบ Sprintframe ยังคงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ
ที่จะสร้างแรงสปรินซ์ให้กับผู้เล่น  ในขณะที่ปุ่มแบบกลมทั้งหมด  ก็สร้างสมดุลในการลงน้ำหนัก
และเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบรอบตัวได้ดีกว่าเล็กน้อย  แต่ถ้าเป็นความสามารถในการจิกพื้น
หรือการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบฉับพลัน  ยังยอมต้องหลีกทางให้ Hypervenom
Phantom III DF
 ส่วนเรื่องประสิทธิภาพในการลงน้ำหนักและรองรับแรงกระแทกของ
รองเท้าทั้ง 2 รุ่นนี้  โดยรวมแล้วไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไรกัน
 
  ความคุ้มค่าและความน่าใช้



  หัวข้อสุดท้ายที่อยู่นอกเหนือจากประสิทธิภาพการใช้งานจริงของตัวรองเท้า Hypervenom
Phantom III DF
นั้น  ก็คือเรื่องของความคุ้มค่าราคา ภาพลักษณ์และความน่าใช้ของรองเท้า
รุ่นใหม่แห่งปี 2017 จากไนกี้รุ่นนี้  ซึ่งผมจะขอให้ข้อมูลจากความคิดเห็นส่วนตัว  แล้วจะลงคะแนน
ในหัวข้อนี้ซึ่งถือเป็น 10 คะแนนเต็มสุดท้ายที่รองเท้ารุ่นนี้จะได้รับ

  ประเด็นแรกที่จะขอหยิบมาพูดถึงก่อนเลย ก็คือ "ภาพลักษณ์อันเนื่องมาจากพรีเซนเตอร์หลัก" ซึ่ง
ผมยอมรับว่าเรื่องนี้ไนกี้ตัดสินใจได้ถูกต้องครั้งนึง  และถือเป็นก้าวที่สำคัญที่มาเสริมภาพลักษณ์ให้กับ
รองเท้ารุ่นนี้มีความน่าใช้มากยิ่งขึ้น  การถอดเนย์มาร์ออกจากพรีเซนเตอร์หลักของรองเท้าตระกูลนี้
ถือเป็นลบข้อจำกัดในการโปรโมท Hypervenom Phantom III DF ออกจากพอสมควร

  จากเมื่อก่อนที่ไนกี้วางตัวให้เนย์มาร์เป็นพรีเซนเตอร์หลักที่โดดเด่นอยู่คนเดียว  ก็ไม่ได้การันตีว่า
จะสามารถดึงดูดแฟนบอลได้มากมายนัก  แต่พอมาในเจเนอเรชั่นนี้..ไนกี้เผยโฉมหน้าพรีเซนเตอร์
หลักของรองเท้าเจเนอเรชั่นนี้ออกมาถึง 5 คน  ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่า "ใครคือพรีเซนเตอร์หลัก"
กันแน่ !?  แต่พรีเซนเตอร์หลักทั้ง 5 คนนั้น ก็คือนักฟุตบอลดาวดังระดับโลกทุกคน  และล้วนแล้ว
แต่ประจำการรบในลีกส์ชั้นนำหลักๆ ของยุโรป  และเป็นขวัญใจของแฟนฟุตบอลทีมนั้นๆ  ซึ่ง
ทุกคนเองก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักฟุตบอลที่มีสไตล์และความสามารถเข้ากับรองเท้าประเภทจู่โจมรุ่นนี้
ได้อย่างลงตัว  เป็นมิอาจปฏิเสธได้ว่าถ้ามองในแง่ของการอ้างอิงจากพรีเซนเตอร์แล้ว  ไนกี้เดินหมาก
ครั้งนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม  สามารถเรียกยอดไลค์และความน่าใช้ของ Hypervenom Phantom III
DF
ได้เป็นอย่างดี



  ต่อมาคือเรื่องของประสิทธิภาพ เทคโนโลยีและการใช้งานได้จริงตามการโปรโมท  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้
มีปัจจัยต่างๆ ข้างต้นอย่างครบถ้วน  โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีและถูกเล่นที่ต้องยอมรับว่าไนกี้
ได้ "ยกเครื่องใหม่" โดยไม่เหลืออะไรเดิมๆ (โดยเฉพาะฟรีดแบคด้านลบ) จากเจเนอเรชั่นที่แล้วติดตัว
มาเลย  ดังนั้นค่อนข้างมั่นใจพอสมควรว่าไนกี้จะทำตลาด Hypervenom III ในระยะเวลาที่นาน
พอสมควร  และจะไม่มีการปรับเปลี่ยน minor change เหมือนที่เจเนอเรชั่นที่แล้วเคยทำมา

  ส่วนเรื่องอายุการใช้งานและความทนทานโดยภาพรวมนั้น  อาจจะยังติดอยู่ตรงที่วัสดุหน้าผ้าฟลายนิต
และส่วนหูร้อยเชือกรองเท้าที่เป็นเหมือนเชือกเส้นเดี่ยว  ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าถ้าเอา Hypervenom
Phantom III DF
ไปใช้งานแล้วโดยคู่แข่งเข้าปะทะ หรือเอาปลายปุ่มมาสะกิดโดน  ผลจะเป็น
เช่นไร  แต่สำหรับอายุการใช้งานของส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะ "หุ้มข้อ" นั้นน่าจะถูกพิสูจน์ได้แล้วจาก
อายุการใช้งานของรองเท้าหุ้มข้อสูงซีรี่ย์อื่นๆ ก่อนหน้านี้

  ทั้งนี้ยังมีเรื่องราคาค่าตัวของรองเท้ารุ่นนี้ซึ่งถูกลงจากเดิมถึง 1,500 บาท จาก 11,500 บาท ได้ถูก
ปรับลดลงมาเหลือ 10,000 บาท ที่จะมาหนุนให้ปัจจัยความคุ้มค่าของ Hypervenom Phantom
III DF
มีเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย

  สรุปเรื่องปัจจัยเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความน่าใช้ ของ Hypervenom Phantom III DF
นั้นถือว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่กระแสมาแรงมากสำหรับปี 2017  มีประสิทธิภาพากรใช้งานจริง
ที่น่าสนใจและแตกต่างจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เคยมีในตลาด  ประกอบกับปัจจัยของพรีเซนเตอร์หลัก
และภาพลักษณ์ของรองเท้าที่มีนักฟุตบอลชื่อดังสวมใส่ลงสนามมากมายนับตั้งแต่เปิดตัว  จึงทำให้
รองเท้ารุ่นนี้มีองค์ประกอบของความคุ้มค่าน่าใช้เป็นอย่างมาก  แต่ผมขอลงคะแนนไว้ให้ที่ 9 เต็ม
10 คะแนน  เหตุผลที่ตัดไว้ 1 คะแนน ก็คือปัจจัยของความทนทานของวัสดุตัวรองเท้าบริเวณหู
ของรูร้อยเชือกดั่งที่ได้กล่าวไป...

  คะแนน : 9 / 10



  เชื่อว่าบทสรุปจากการรีวิวทดสอบการใช้งานจริงของไนกี้ Hypervenom Phantom III DF
ในครั้งนี้  จะทำให้คุณผู้อ่านได้ข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มีประสิทธิภาพ
ความสามารถและสไตล์ที่ตรงกับความต้องการของท่านได้มากน้อยแค่ไหน  โดยเฉพาะผู้ที่มีความสนใจ 
แต่อาจจะยังมีความลังเลว่าถ้าซื้อมาใช้งานแล้วจะเป็นอย่างที่คิดไว้หรือไม่ 

  สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเลือกใช้บริการของไนกี้ Hypervenom
Phantom III DF
  วันนี้ท่านสามารถเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ได้แล้ว ในราคา 10,000 บาท 
โดยจะมีวางจำหน่ายที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซ็ปต์ สโตร์ สาขาสยามสแควร์ หรือถ้าสนใจรุ่น
Hypervenom Phantom III ซึ่งเป็นแบบไม่มีหุ้มข้อ  ทางไนกี้ได้ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่
8,500 บาท  วางจำหน่ายที่ร้าน ซุปเปอร์สปอร์ต สาขาเซ็นทรัลเวิล์ด และเซ็นทรัลชิดลม รวมถึง
ทางเว็บไซต์ NIKE.COM ด้วย

    ทั้งนี้เรายังมีเว็บไซด์พันธมิตร www.messisport.com (คลิก) ที่ให้ความสะดวกในการ
สั่งซื้อรองเท้าฟุตบอลทางเว็บไซด์  และดำเนินการจัดส่งให้ถึงมือของทุกท่านได้อย่างรวดเร็ว

...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่          
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม          
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ        
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า          
ประสิทธิภาพการยิงประตู          
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "จู่โจม"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   




ติดตามข้อมูลข่าวสารทางไลน์ของไนกี้ได้ที่
  > NIKE OFFICIAL LINE ACCOUNT: https://line.me/R/ti/p/%40nikethailand

Download Sticker ไลน์ของไนกี้ได้ที่  
  > NIKE OFFICIAL LINE STICKER: only for TH mobile numbers http://line.me/R/shop/detail/7779



ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom III DF


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 9 มีนาคม 2017 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 






"Testing!" อาดิดาส ACE 16.1


"Testing!" ไนกี้ Magista Obra 2



"Hand On!"อาดิดาส Gloro 16.1
"Speed of Light" - The Classic Touch