"Testing!" ไนกี้ Mercurial SuperFly V : เมื่อจับเอาสุดยอดรองเท้าด้านความเร็ว มาอัพเกรด
ประสิทธิภาพการควบคุมและยิงประตูให้ดีขึ้นกว่าเก่า !!

  ในปีนี้ไนกี้มีแผนที่จะปล่อยไฮไลท์ออกสู่วงการรองเท้าฟุตบอลถึ 2 ไฮไลท์ใหญ่  ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ
การเปลี่ยนโฉมของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ความเร็วชื่อดัง อย่าง Mercurial XI ที่มีรองเท้ารุ่นสูงสุดคือ
Mercurial SuperFly V
ออกมาแข่งกันในสนามฟุตบอล  ที่ได้ฤกษ์เปิดผ้าคลุมกันไปเมื่อช่วงเดือน
พฤษภาคม ที่ผ่านมา  โดยในบทความนี้..SiamBoots จะนำพาทุกท่านไปทดสอบประสิทธิภาพ
การใช้งานของรองเท้าฟุตบอลที่ได้ชื่อว่าเป็นรถแข่งฟอร์มูล่า วัน ของวงการฟุตบอลรุ่นนี้กัน



  ไนกี้เอารถแข่งสูตร 1 หรือ ฟอร์มูล่า วัน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาเรซซิ่งทางเรียบ ที่มี
ความเร็วมากที่สุดในโลก  มาใช้เพื่อสื่อถึงศักยภาพของ Mercurial SuperFly V รองเท้าฟุตบอล
ระดับโครตท็อปของซีรี่ย์ Mercurial ซึ่งเป็นตระกูลรองเท้าฟุตบอลด้านความเร็วยอดนิยมตลอดกาล
ของไนกี้  ถือเป็นหนึ่งในการโปรโมทที่ดึงดูดสายตาบรรดานักฟุตบอลทั่วโลกได้ดีที่สุดครั้งนึงของ
ไนกี้เลยก็ว่าได้



  แน่นอนว่าในเจเนอเรชั่นนี้ ไนกี้ ยังคงมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นักเตะซุปเปอร์สตาร์ที่สามารถ
โชว์ศักยภาพของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ได้ดีที่สุด  มาทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์หลักเช่นเคย  โดย
หลังจากที่ตัวรองเท้าถูกเปิดตัวออกมาได้ไม่นานนัก  ไนกี้ได้ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาออกมาตอกย้ำ
อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Speed Room (คลิก) และ The Switch (คลิก) ที่มียอดวิวทะลุ
50 ล้าน ครั้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว





  นอกจากภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตัวรองเท้า  จึงไม่แปลกที่ทุกการเปลี่ยนโฉมใหม่จะส่งผลให้
คนทั้งโลกติดตามเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ของ Mercurial มาในทุกๆ การเปลี่ยนโฉมแล้ว  ในเจเนอเรชั่น
ล่าสุดนี้  ไนกี้ยังได้เปลี่ยนรายละเอียดของตัวรองเท้าในหลายๆ จุด  เพื่อพัฒนารองเท้าซีรี่ย์นี้ให้มี
ศักยภาพมากขึ้นกว่าเก่า  ไม่ว่าจะเป็นตัวรองเท้าที่พัฒนาให้มีความกระชับ และการควบคุมลูกฟุตบอล
ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น  แต่ที่ได้รับความฮือฮาไปมากกว่านั้น..ก็คือรูปแบบการวางปุ่มแบบใหม่
ที่เรียกได้ว่ายกเครื่องใหม่แทบทั้งหมด  ตามที่ไนกี้ให้ข้อมูลว่าจะทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีความเร็วยิ่งขึ้น



  แต่ทั้งหมดนั้นคือการโปรโมทออกมาจากทางผู้ผลิตเพียงทางเดียวเท่านั้น  ซึ่งในการใช้งานจริง
อาจจะเป็นไปตามคำโปรโมท หรืออาจจะไม่เป็นไปตามนั้น  ดังนั้น..ในบทความนี้ SiamBoots
จะนำเอารองเท้ารุ่น Mercurial SuperFly V ซึ่งเป็นรองเท้าฟุตบอลระดับโครตท็อปรุ่นโปรโมท
มาลงสนามทดสอบการใช้งานจริง  เพื่อรีวิว วิพากษ์วิจารณ์ถึงจุดเด่น จุดด้อย และประสิทธิภาพจริง
ที่สัมผัสได้จากการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้  

  เพื่อเป็นข้อมูลให้กับคุณผู้อ่านทุกท่านได้นำไปใช้ตัดสินใจว่า ไนกี้ Mercurial SuperFly V
จะสามารถตอบโจทย์การใช้งาน สไตล์และความต้องการในการเล่นฟุตบอลของท่านได้หรือไม่
โดยรองเท้าคู่ที่ผมได้รับมารีวิวในครั้งนี้  ได้รับการสนับสนุนมาจาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย)
จำกัด
เหมือนเช่นเคย  แต่การรีวิวทุกข้อความ  ยังคงยึดหลักแบบจัดเต็ม  รีวิวกันตรงๆ  ดีก็ว่าดี
ไม่ดีก็คือไม่ดี  แนะนำเป็นข้อมูลกันต่อไปเหมือนเช่นเคย

  ดังนั้น..คุณผู้อ่านทุกท่านมั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับข้อมูลการรีวิวที่ได้จากการใช้งานจริงๆ และ
ตรงไปตรงมาเช่นเคย  ตามวัตถุประสงค์การรีวิวรองเท้าฟุตบอลของ SiamBoots มาแต่ไหน
แต่ไร  หากพร้อมกันแล้ว...ก็ได้เวลาไปเข้าสู่ส่วนเนื้อหาหลักของบทความกันได้เลยครับ

ข้อมูลรองเท้า ไนกี้ รุ่น Mercurial SuperFly V

  ในส่วนแรกนี้..ผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักข้อมูลและรายละเอียดของ Mercurial SuperFly V
พระเอกหลักของบทความนี้ที่เราจะมารีวิวทดสอบการใช้งานกัน  โดยเนื้อหาในส่วนนี้ผมจะหยิบยก
เอามาจากบทความ "Hand On!" ที่เคยได้เขียนเอาไว้ตั้งแต่ที่รองเท้าถูกเปิดตัว  ดังนั้น..หากใครที่
เคยได้อ่านไปแล้ว  ท่านสามารถเลื่อนลงไปด้านล่างสุด  เพื่อคลิกไปยังส่วนรีวิวทดสอบการใช้งาน
ได้เลยจากลิงค์ด้านล่างสุดในหน้านี้

  แต่ถ้าใครที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับ ไนกี้ Mercurial SuperFly V ล่ะก็..ผมอยากให้คุณผู้อ่าน
ได้อ่านเนื้อหาส่วนนี้กันก่อน  ไปดูกันว่ารองเท้าสายสปีดระดับโครตท็อปคู่นี้  มีรายละเอียด เทคโนโลยี
และอ็อฟชั่นอะไรยังไงบ้าง  เพื่อเป็นการเติมเต็มการรีวิวแบบฟูลอ็อพชั่น  ซึ่งมีแต่ SiamBoots ที่นี่
ที่เดียวเท่านั้นที่ให้ได้



  Mercurial SuperFly V ถูกบรรจุมาในกล่องรองเท้าสีส้มแบบมาตรฐานของไนกี้เช่นเคย 
ภายในกล่องจะประกอบไปด้วยตัวรองเท้าซึ่งวางนอนตะแคงมาให้ตามปกติ  ด้านในตัวรองเท้า
มีดันทรงใส่เอาไว้ที่บริเวณตัวรองเท้าและบริเวณหุ้มข้อ  เพื่อรักษารูปทรงของตัวรองเท้าเอาไว้



  ด้านล่างยังมีถุงใส่รองเท้าแบบดีไซน์เป็นธีมของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้โดยเฉพาะ  แต่คราวนี้
ถุงรองเท้าใช้สีพื้นเป็นสีเขียวสะท้อนแสง  ไม่ได้อิงกับสีหลักของตัวรองเท้าเหมือนเจเนอเรชั่นที่แล้ว  
มีกราฟฟิกพิมพ์เอาไว้แค่ด้านเดียวอย่างที่เห็นตามภาพด้านบน  โดยมีสายสะพายด้านข้างและช่องซิป
ขนาดเล็กด้านในสำหรับใส่ของเล็กๆ น้อยๆ เวลาพกติดตัวไปเตะฟุตบอล  ซึ่งถุงใส่รองเท้าแบบนี้
แน่นอนว่าแฟนๆ ไนกี้น่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว



  หลังจากนั้น..ผมได้สัมผัสแรกกับรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Mercurial SuperFly V ทันที  เบื้องต้น
พบว่ารูปทรงของตัวรองเท้านั้นไม่แตกต่างจากเจเนอเรชั่นเก่ามากนัก  อาจจะดูมีรูปทรงที่ลู่เรียวกว่า
นิดหน่อย  มีลักษณะหลังเท้าที่เรียบกว่าบ้างเล็กน้อย  สังเกตด้วยตาอาจจะไม่เห็นความแตกต่าง
มากนัก

  ส่วนเรื่องของน้ำหนักตัวพบว่า Mercurial SuperFly V มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 188 กรัม/ข้าง
(ไซด์ 9.5 US, 8.5 UK, 43 Fr และ 27.5 cm) เท่านั้น  ถ้าดูจากตัวเลขน้ำหนักของรองเท้า
รุ่นนี้เพียงรุ่นเดียวแบบโดดๆ อาจจะไม่เห็นความแตกต่างมากนัก  เพราะปกติแล้วไนกี้ก็ทำให้รองเท้า
ซีรี่ย์นี้มีน้ำหนักราวๆ 100 ปลายๆ ได้อยู่เสมอๆ

   หากมองเปรียบเทียบน้ำหนักตัวกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ผมเคยรีวิวมาก่อน  จะเป็นดังนี้...

   - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม 
- อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม 
- อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม 
- อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
- อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
- อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
- อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
- ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
- ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
- ไนกี้ Magista Obra 205 กรัม
- ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
- ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม  
- ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
- ไนกี้ Tiempo Legend VI 250 กรัม  
- พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม 
- พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
- พูม่า King 2013 252 กรัม

  ทีนี้พอเอาข้อมูลเก่ามาเปรียบเทียบ  จะเห็นได้ว่า ไนกี้ Mercurial SuperFly V มีน้ำหนักเบา
กว่า Mercurial SuperFly IV ถึง 11 กรัม/ข้าง เลยทีเดียว !!



  สำหรับไนกี้ Mercurial SuperFly V คู่นี้  ถือเป็นสีเปิดตัวของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์สปีด
ในเจเนอเรชั่นใหม่นี้  มีรหัสเฉดสีว่า "Total Crimson/VLT-BLK-PNK BLST" ซึ่งมีดีไซน์
ที่เตะตาด้วยการลงสีแบบทูโทน  ครึ่งนึงเป็นสีแสดและครึ่งนึงเป็นสีชมพูเข้ม  ก่อนที่ส่วนหลัง
เฉดออกไปเป็นสีดำ  จากการเปรียบเทียบพบว่ามีเพียง Mercurial SuperFly V ซึ่งเป็นรองเท้า
ระดับสูงสุดในซีรี่ย์นี้เท่านั้นที่มีการลงสีตัวรองเท้าเป็นแบบทูโทนเช่นนี้  ช่วยให้ตัวรองเท้าดูมีความ
แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจนเลยดีเดียว

  ส่วนสีของโลโก้ไนกี้และตัวอักษรต่างๆ บนตัวรองเท้านั้น  ไนกี้เลือกใช้สีเขียวสะท้อนแสง (Volt)
มาสร้างความโดดเด่นท่ามกลางสีหลักของตัวรองเท้าซึ่งมีความโดดเด่นมากๆ อยู่แล้ว  เอาจริงๆ แล้ว
การเลือกใช้โทนสีเช่นนี้..คงจะทำให้หลายคนนึกถึงสีเปิดตัวของ Mercurial Vapor IX เลยล่ะ



  วัสดุหลักที่ไนกี้ใช้ผลิตเป็นหน้าผ้าและตัวของรองเท้าให้กับ Mercurial SuperFly V นั้นยังเป็น
วัสดุด้ายถักฟลายนิต (Flyknit) เป็นวัสดุชั้นหลัก  แต่ถูกออกแบบให้มีความบางกว่าเดิมเล็กน้อย
เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลเหมือนใช้เท้าเปล่ามากยิ่งขึ้น  โดยข้อดีของการใช้วัสดุชิ้นนี้
ก็คือการขึ้นรูปตัวรองเท้าได้เป็นชิ้นเดียวกัน  โดยไม่มีรอยต่อเลยแม้แต่รอยเดียว  ส่งผลให้ตัวรองเท้า
สามารถสร้างความกระชับและเข้ารูปตามรูปเท้าของผู้เล่นได้ดี  ไม่เกิดช่วงว่างหรือเกิดอาการระคาย
เคืองเท้าตรวบริเวณตะเข็บรอยต่อ(ถ้ามี)

  ก่อนที่ผิวหน้าสัมผัสด้านบนจะใช้วัสดุไนกี้สกิน (Nike SKIN) ปูทับเอาไว้ด้านบน  เพื่อช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพในการสัมผัสกับผิวลูกฟุตบอล และป้องกันน้ำซึมเข้าด้านใน

  ส่วนชั้นในที่จะสัมผัสโดนกับเท้าของผู้เล่นนั้น  จะมีวัสดุประเภทยางบุเอาไว้  ซึ่งมีผิวสัมผัสที่ฝืดมาก
ช่วยทำหน้าที่ลดการเคลื่อนตัวระหว่างตัวรองเท้ากับเท้าของผู้เล่น  มีผลในเรื่องของความกระชับและ
ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ทำให้ผู้เล่นมีความมั่นใจในทุกการเคลื่อนที่



  นอกจากนั้น ไนกี้ยังได้นำเสนอการพัฒนาเรื่องของการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอลให้กับ Mercurial
SuperFly V
 ด้วยการออกแบบให้ตัวรองเท้ามีมิติความนูน-ลึกมากขึ้น  จะเห็นได้จากส่วนที่เป็นเส้น
แนวขวางสีดำ  แนวเส้นดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นลอนนูนขึ้นมา  ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบเช่นนี้จะ
ทำให้ตัวรองเท้ากับลูกฟุตบอลสามารถเกิดแรงเสียดทานระหว่างกันและกันได้ดียิ่งขึ้น  ถือเป็นการเพิ่ม
ประสิทธิภาพให้กับการควบคุมการเลี้ยงบอลและการยิงประตูได้พร้อมๆ กัน  โดยไนกี้ได้เรียกพื้นผิว
ลักษณะเช่นนี้ว่า "Speedribs"



  และแม้ว่ารองเท้า Mercurial SuperFly V นั้นจะไม่เห็นเส้นใยเหล็กกล้าฟลายไวร์ (Flywire)
บนตัวรองเท้าได้ชัดเจนเหมือนกับ Mercurial SuperFly IV  แต่จากข้อมูล(และชื่อรุ่น) นั้นได้ระบุ
ว่าภายในตัวรองเท้ายังคงมีเทคโนโลยีฟลายไวร์  ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างให้ตัวรองเท้ามีรูปทรง  โดย
เส้นฟลายไวร์จะเชื่อมโยงไปยังตำแหน่งของรูร้อยเชือกรองเท้า  เมื่อผู้เล่นดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่น
จะส่งผลให้แรงดึงถูกส่งผ่านฟลายไวร์  และสร้างความกระชับให้ทั้งข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอก
ของผู้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม  และเป็นที่ยอมรับกันมาตลอดระยะเวลาทำตลาดของรองเท้าระดับสูงสุดรุ่นนี้
ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกแล้ว



  เทคโนโลยี All Conditions Control หรือ ACC ยังคงเป็นอีกหนึ่งอ็อฟชั่นสำคัญที่มีมาให้กับ
รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสขึ้นไป  โดยสัญลักษณ์ดังกล่าวจะถูกประทับเอาไว้ที่บริเวณข้างเท้า
ด้านในใกล้กับข้อเท้าดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  

  ณ ตอนนี้คงไม่มีใครสงสัยถึงประสิทธิภาพการใช้งานของเทคโนโลยีชิ้นนี้อีกต่อไป  ตลอดระยะเวลา
เกือบ 4 ปีถูกพิสูจน์โดยผู้ใช้งานทั่วโลกมาแล้ว  ว่า ACC มีประสิทธิภาพช่วยให้ผิวสัมผัสของตัวรองเท้า
ยังคงประสิทธิภาพในการควบคุมและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้อย่างเหนียวหนึบ  แม้ว่าผิวสัมผัส
ระหว่างหน้าผ้าและลูกฟุตบอลจะเปียกน้ำก็ตาม  ส่งผลให้ผู้เล่นที่ใช้งาน Mercurial SuperFly V
คู่นี้  จะยังควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีไม่ว่าสภาวะอากาศจะเป็นเช่นไร



  ส่วนหน้าผ้าบริเวณหลังเท้าก็จะเป็นวัสดุด้ายถักฟลายนิตเช่นเดียวกัน  เพียงแต่จะมีลักษณะนุ่มและ
สามารถดึงยืดขยายในทิศทางขวางได้มากกว่า  เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องขยายออกเมื่อผู้เล่นสวมใส่
รองเท้า  และต้องสร้างความกระชับตามแรงดึงของแนวร้อยเชือกนั่นเอง

  โดยส่วนดังกล่าวจะเป็นการถักทอด้ายฟลายนิตต่อเนื่องขึ้นมาเป็นชิ้นเดียวกับส่วนหน้าสัมผัสบอล
ของตัวรองเท้าเลย  ก่อนที่จะถักต่อเนื่องไปเป็นส่วนของหุ้มข้อ

  สำหรับเชือกรองเท้าแบบมาตรฐานของไนกี้ Mercurial SuperFly V นั้นยังคงเป็นเชือกรองเท้า
แบบหน้าเชือกไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป  เนื้อผ้ามีความนุ่มพอสมควร  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถดึง
กระชับได้แน่นอนและผูกปมเชือกได้อยู่ตัว



  อีกหนึ่งอ็อฟชั่นที่ไนกี้ใส่มาให้กับ Mercurial SuperFly V นั่นก็คือหุ้มข้อแบบสูง หรือที่เรียกว่า
ฟลายนิต ไดนามิก ฟิต คอลลาร์ (Flyknit dynamic fit collar) หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า
"หุ้มข้อ" นั่นเอง  โดยหุ้มข้อดังกล่าวทำจากวัสดุด้ายถักฟลายนิตที่มีความหนา  สามารถยืดหยุ่นได้ดี

  ซึ่งหุ้มข้อแบบนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการความกระชับบริเวณข้อเท้า  รู้สึกได้ว่าข้อเท้านั้น
ถูกจับล็อคไว้เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับหุ้มส้นรองเท้าตลอดเวลา  ข้อดีก็คือ..จะทำให้ทุกการเคลื่อนที่
ทำได้อย่างมั่นใจ  รวดเร็วและกระฉับกระเฉง  การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่สามารถทำได้อย่าง
คล่องตัว



  ส่วนการดีไซน์บริเวฯหุ้มส้นและเกราะป้องกันส้นเท้าของรองเท้ารุ่นนี้ยังเป็นแบบเกราะภายใน
(Internal Heel Counter) โดยการฝังวัสดุพลาสติกเอาไว้ด้านในของแนวส้นรองเท้า  ช่วย
ทำให้ดีไซน์ของส้นรองเท้าไม่ดูเทอะทะจนเกินไป  แต่การป้องกันจะทำได้ไม่แข็งแกร่งเหมือนกับ
หุ้มส้นแบบเกราะภายนอก

  ในขณะที่หุ้มส้นด้านในของไนกี้ Mercurial SuperFly V นั้นจะเป็นวัสดุหน้าสัมผัสบาง
เช่นเคย  ผิวสัมผัสมีความฝืดพอประมาณ  เพื่อให้เกิดการยึดเกาะระหว่างส้นเท้าของผู้เล่นกับด้านใน
ของส้นรองเท้าได้ดี  แต่ด้านในจะไม่มีการบุวัสดุบุนุ่มไว้มากนัก  ทำให้ผู้เล่นจะได้ฟีลลิ่งส้นเท้าแบบ
ดิบๆ อาจจะไม่นุ่มนวล  แต่จะได้การตอบสนองของการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วกว่าหุ้มส้นแบบหนานุ่ม



  แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาได้ตามปกติ  โดยแผ่นรองพื้นของ Mercurial
SuperFly V
นั้นทำจากวัสดุโฟม EVA  เป็นเนื้อโฟมแบบทึบเต็มแผ่นทั้งหมด  ไม่มีการเจาะรู
เอาไว้  และดูเหมือนจะมีความหนามากกว่าแผ่นรองพื้นของเจเนอเรชั่นที่แล้วเล็กน้อย  แต่จากที่
ได้ลองสัมผัสออกแล้วกดดู  รู้สึกได้ว่าเนื้อโฟมจะมีลักษณะนุ่มและกดลงได้ลึกกว่า (รู้สึกกดแล้ว
ยวบลงไปได้มากกว่า)  ซึ่งเนื้อโฟมจะไม่แน่นและไม่เด้งกลับรับแรงกระทำได้มากเหมือนกับรุ่นเก่า 

ส่วนพื้นผิวหน้าสัมผัสด้านบนที่จะสัมผัสกับฝ่าเท้าของผู้เล่นนั้นจะเป็นพื้นผิวเรียบ  มีสีพื้นเป็นสีเขียว
สะท้อนแสง (อีกแล้ว) ใช้วัสดุหน้าผ้าไนล่อนมาปูเป็นวัสดุผิวหน้าและสกรีนคำว่า Mercurial เอาไว้
ที่บริเวณส้นเท้าเหมือนเดิม 



  แต่ลักษณะของพื้นผิวใต้แผ่นรองพื้นนั้นได้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกลับลักษณะของชุดพื้นด้านนอก
โดยมีเส้นสายเป็นริ้วๆ นูนขึ้นมาดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  ดูแล้วนอกจากเรื่องของดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย 
น่าจะเอาไว้ช่วยป้องกันการลื่นระหว่างพื้นรองเท้าและแผ่นรองพื้นได้ดีอีกด้วย



  อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นกับ ไนกี้ Mercurial SuperFly V ในครั้งนี้  ก็คือการ
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชุดพื้นและปุ่มทั้งหมด  โดยไนกี้ได้เผยข้อมูลภายใต้การศึกษาค้นคว้าทาง
วิทยาศาสตร์ด้วยการทดสอบที่เรียกว่า Finite Element Analysis (FEA) ได้รับผลการผลลัพธ์
ออกมาว่า  รูปแบบแพ็ทเทิร์นการวางปุ่มรูปแบบใหม่นี้ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับผู้เล่น
ที่ต้องการความเร็ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการสปรินซ์ทางตรง  ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาลงรายละเอียด
ส่วนต่างๆ ของชุดพื้นและปุ่มแบบ FG กันต่อไป



  ชุดพื้นของไนกี้ Mercurial SuperFly V นั้นจะไม่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber)
เหมือนกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  แต่เปลี่ยนมาใช้วัสดุประเภทพลาสติกขั้นสูง (Engineering Plastic)
ถึงแม้จะยังไม่มีข้อมูลจากไนกี้บอกออกมาตรงๆ ว่าเป็นพลาสติกชนิดใด  แต่คาดว่าจะเป็นวัสดุพลาสติก
ชนิด Pebax ที่ถูกเสริมแรงด้วยเส้นใย Nylon แบบที่ใช้กับรองเท้ารุ่น Magista Obra

ซึ่งทางไนกี้ได้ยืนยันว่าวัสดุชนิดนี้มีน้ำหนักเบาลงถึง 40%  แต่มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น 
และมีความไวในการตอบสนองต่อแรงกระทำได้ดีกว่าวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อีกด้วย

  ทั้งนี้ยังพบว่าชุดพื้นนี้ได้ถูกออกแบบใหม่..ให้สามารถซัพพอร์ตกับรูปเท้าตามธรรมชาติของผู้เล่น
(ส่วนใหญ่) และลดระยะห่างระหว่างฝ่าเท้ากับพื้นรองเท้าให้น้อยลง  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่
ได้อย่างเต็มสปีด  ไนกี้จึงกล้าการันตีว่าชุดพื้นของ Mercurial SuperFly V นั้นจะช่วยให้ผู้เล่น
ทำความเร็วในการเคลื่อนที่ได้ดีกว่า Mercurial SuperFly IV อย่างแน่นอน



  ปุ่ม FG แบบใหม่มีลักษณะรูปร่างที่เรียกว่า “Chevron Blade” ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  วางตัว
ตามทิศทางและองศาที่แตกต่างกันบ้าง  โดยเฉพาะปุ่มคู่หลังสุดของชุดปุ่มส่วนหน้านั้นจะค่อนข้างจะมี
ทิศทางตรงกันข้ามกับปุ่มด้านหน้าพอสมควร  ซึ่งปุ่มคู่นี้จะเป็นคู่ปุ่มที่ลงสัมผัสกับพื้นสนามในจังหวะ
การลงน้ำหนักด้วยฝ่าเท้า  ซึ่งไนกี้ได้ยืนยันว่ามันสามารถช่วยสร้างแรงยึดเกาะและล็อคพื้นสนามได้ดี
กว่าเดิม 



  ส่วนไฮไลท์ของปุ่มส่วนหน้าจำนวน 5 ปุ่มนั้น  จะเห็นได้ว่าปุ่มทั้ง 5 มีทิศทางการวางปุ่มชี้ไป
ด้านหน้าในทิศทางเดียวกันทั้งหมด  ซึ่งปุ่มเหล่านี้จะช่วยกันส่งแรงกระทำกับพื้นสนามได้มากขึ้น  จึงช่วยสร้างแรงสปรินซ์ให้กับการเคลื่อนที่ทางตรงไปด้านหน้าได้ดีขึ้นกว่ารูปแบบปุ่มของเจเนอเรชั่น
ที่แล้ว  และหากผู้เล่นต้องการการยึดเกาะที่ดีในจังหวะสับขาหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่  จะเห็น
ได้ว่ามุมด้านข้างของปุ่มแต่ละปุ่มที่มีลักษณะเป็นปีกทางซ้ายและทางขวา  จะทำหน้าที่จิกพื้นสนาม
ให้ทุกการยึดเกาะทำได้อย่างมั่นใจ



  ปุ่มด้านหลังใช้เป็นปุ่มใบมีดแบบเดียวกัน  แต่จะวางตัวต่างกันระยะละ 90 องศา  เมื่อรวมกันแล้ว
จะได้ทิศทางการวางตัวครบ 360 องศาแบบรอบทิศ  ซึ่งเห็นได้จากภาพด้านบน  การวางปุ่มเช่นนี้
ช่วยรองรับกับการลงน้ำหนักที่บริเวณส้นเท้าในทุกทิศทาง  จึงหมดห่วงในเรื่องของการทรงตัวหรือ
จังหวะการยั้งตัวเพื่อเบรคการเคลื่อนที่  

  และหากเปรียบเทียบความยาวของปุ่มด้านหลัง ระหว่างรุ่น Mercurial SuperFly V กับรุ่นเก่า
อย่าง Mercurial SuperFly IV จะพบว่าปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้สั้นกว่า  จึงน่าจะให้ฟีลลิ่งการลง
น้ำหนักตัวที่กระจายได้ทั่วถึงและเต็มส้นเท้ามากกว่า ไม่มากก็น้อย



  เอาล่ะครับคุณผู้อ่านทุกท่าน..ในเมื่อเราได้ทำความรู้จักกับ ไนกี้Mercurial SuperFly V ที่จะ
มาเป็นพระเอกของเราในบทความนี้กันแล้ว  ทีนี้ก็ได้เวลาไปลงสนามทดสอบการใช้งานจริงกันเสียที
คลิกต่อไปยังหน้าถัดไปจากป้ายด้านล่างได้เลย

Boots testing



"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom Phinish
"SPARK BRILLIANCE"


"Hand On!" ไนกี้ Mercurial SuperFly V



"Boots Testing!" อาดิดาส Messi 15.1