"Testing!" ไนกี้ Phantom Venom Elite - ครบเครื่องเรื่องการเคลื่อนที่ ผิวสัมผัสช่วย
ควบคุมการเลี้ยงบอลที่แม่นยำ และประสิทธิภาพการยิงประตูที่ยังอันตรายเหมือนเดิม

  ไนกี้ประสบความสำเร็จอย่างมากกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Hypervenom ทั้ง 3 เจเนอเรชั่น
ที่ผ่านมา  จึงไม่แปลกเลยที่การปรับทัพใหม่ด้วยการเปิดตัว Phantom Venom ในครั้งนี้ 
ได้สร้างอิมแพคมากมายกับวงการรองเท้าฟุตบอลครั้งใหญ่  และนับเป็นอีกครั้งที่ทีมพัฒนา
รองเท้าฟุตบอลของไนกี้  ต้องเผชิญกับโจทย์สุดท้าทายในการพัฒนารองเท้าฟุตบอลที่สุดยอด
อยู่แล้วให้ดีกว่าเดิม



  รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Phantom Venom คือความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของไนกี้  ด้วย
ดีไซน์การออกแบบที่ชวนให้นึกถึงรองเท้าซีรี่ย์ระดับตำนานอย่าง T90 Laser  แต่สผาน
เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยกมาจาก Hypervenom มากพอสมควร  ยังรวมถึงการออกแบบ
จุดเด่นใหม่ๆเพิ่มเข้ามาอีก  จึงทำให้รองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจมรุ่นนี้  เป็นหนึ่งในรองเท้า
ฟุตบอลฮ็อตแห่งปี 2019  แล้วเป็นรองเท้าฟุตบอลที่บรรดาแนวรุกทั้งหลายต่างอยากสัมผัส
ประสิทธิภาพเสียเหลือเกิน



  ในบทความนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงของ
Phantom Venom Elite รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส  ที่ถูกเปรียบเป็นเครื่องจักร
สังหารประตูแห่งสังเวียนหญ้า  ไปดูกันเลยว่าอาวุธสังหารประตูรุ่นนี้  เมื่อต้องลงสนาม
ใช้งานจริงๆ แล้ว  จะมีความอันตรายสมกับการโปรโมทของไนกี้หรือไม่  แล้วมีจุดเด่นหรือ
จุดด้อยตรงไหนบ้าง  เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้คุณผู้อ่านทุกท่านเลือกว่าอาวุธสังหาร
ประตูรุ่นนี้ 

  หากพร้อมกันแล้ว...เราไปลุยกันได้เลย !!

  ข้อมูลรองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Phantom Venom Elite



  เมื่อครั้งที่เราได้รับการสนับสนุนรองเท้าฟุตบอล Phantom Venom Elite มาจากบริษัท
ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  เราได้ทำการรีวิวเปิดฝากล่อง "Hand On!" เพื่อนำเสนอรายละเอียด
และเทคโนโลยีทุกจุดบนตัวรองเท้าให้ทุกท่านได้สัมผัสกันไปแล้ว

  หากยังจำกันได้..รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีรายละเอียด เทคโนโลยีไฮไลท์
รวมถึงเรื่องของวัสดุที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีจุดขาย
ตามการโปรโมทเยอะที่สุดรุ่นหนึ่ง ณ ปัจจุบันนี้เลย



  ดังนั้นก่อนที่เราจะไปลงสนามทดสอบกันจริงๆ  หากคุณผู้อ่านท่านใดยังไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ หรืออาจจะลืมไปแล้ว  เพื่อเป็นการเติมเต็มอรรถรสของการรีวิวทดสอบ
การใช้งาน ผมอยากขออนุญาตแนะนำให้ท่านกลับไปอ่านบทความดังกล่าวอีกครั้ง  เพราะ
ในบางช่วงบางตอนของการทดสอบ  อาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงชื่อ หรือเทคโนโลยีบางอย่าง
ซึ่งมีความเฉพาะตัวของ Phantom Venom Elite  จะได้ง่ายต่อความเข้าใจ  สามารถคลิก
ลิงค์จากด้านล่างได้เลยครับ

  ลิงค์บทความ Hand On! ไนกี้ Phantom Venom Elite >>> www.siamboots
.com/handon-Nike-Phantom-Venom-Elite


  การเลือกไซส์



  ในครั้งนี้ผมเลือกสวมใส่ ไนกี้ Phantom Venom Elite แบบตรงไซส์  ได้แก่ 9.5 US
หรือ 27.5 cm ซึ่งเป็นไซส์มาตรฐานส่วนตัวที่ผมเลือกใช้มาโดยตลอด  ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า
รุ่น Phantom Vision Elite, Mercurial SuperFly VI รวมถึง Hypervenom
Phantom III 
ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น  ผมเลือกสวมใส่ตามไซส์เดียวกันทั้งหมด  จะมีก็แค่
ซีรี่ย์ Tiempo Legend ไม่ว่าจะเป็น Tiempo Legend VII, Tiempo Legend VI
หรือ Tiempo Legend V ที่ต้องเพิ่มไซส์ให้ใหญ่กว่าครึ่งไซส์ถึงจะสวมใส่ได้  ซึ่งหลายท่าน
น่าจะรับทราบกันดีอยู่แล้ว



  Phantom Venom Elite นั้นเป็นรองเท้าฟุตบอลที่สวมใส่ได้ง่าย  เพียงแค่คลายเชือกคู่บน
ออกเล็กน้อย  ก็จะสามารถขยายส่วมหุ้มข้อออกได้กว้างพอสมควร  ยังรวมถึงชิ้นส่วนลิ้นรองเท้า
ที่เป็นวัสดุฟลายนิต  จึงยืดขยายได้มากเวลาที่สอดปลายเท้าเข้าไป  ทำให้การสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้
ทำได้ง่ายดาย ไม่ต้องฝืนยัดเท้าเข้าไปให้เหนื่อยเหมือนกับรองเท้ารุ่นฝาแฝดอย่าง Phantom
Vision Elite




  ลองวัดระยะจริงตามความยาวโดยการวางนิ้วโป้งทาบลงไป  พบว่ามีระยะหัวเหลือประมาณ
0.3 เซนติเมตร  ซึ่งเป็นหัวเหลือตามปกติที่ได้พบเจอในการสวมใส่รองเท้าฟุตบอลของไนกี้
(ยกเว้น Tiempo Legend นะ) และเป็นระยะเหลือที่เหมาะสมมากๆ ต่อการใช้งานรองเท้า
ฟุตบอล  ถ้าจะให้วิเคราะห์เฉพาะระยะตามความยาว  เหลือเท่านี้แหละ..เลือกไซส์นี้ได้เลยครับ
แต่อย่างเพิ่งใจร้อน  เราลองไปดูองค์ประกอบของระยะจริงในมิติอื่นๆ กันก่อนดีกว่า



  ระยะตามแนวกว้างนั้นจะได้ฟีลลิ่งความกระชับด้านข้างที่กำลังดี  ทั้งข้างเท้าด้านในและ
ข้างเท้าด้านนอก  รวมถึงพื้นที่หลังเท้าก็เช่นกัน  ที่ดูจะแน่นหน่อยก็จะเป็นตำแหน่งที่ตรงกับ
กระดูกโคนนิ้วโป้งและนิ้วก้อย  ซึ่งเป็นจุดที่กว้างที่สุดของเท้า  แต่ก็เป็นฟีลลิ่งความกระชับ
ที่น่าจะปรับตัวให้ Break-in ตอนใช้งานได้ไม่ยาก  โดยรวมแล้วถือได้ว่า Phantom
Venom Elite
 มีรูปทรงในแนวกว้างที่รองรับกับสรีระเท้าที่กว้าง ฝ่าเท้าแบน และหลังเท้า
นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามรูปเท้ามาตรฐานคนเอเชียอย่างเราๆ ท่านๆ ได้ดีพอสมควร



  อย่างไรก็ตาม..ก็จะบริเวณส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย  ซึ่งรู้สึกว่าจะชนกับหุ้มส้นมากเป็นพิเศษ 
เนื่องจากลักษณะปลายส้นเท้าของรองเท้ามันงุ้มเข้ามากดทับ  แม้ว่าจุดนี้จะไม่มีผลต่อการเลือกไซส์
รองเท้า  แต่จะไปมีผลต่อความสบายในการสวมใส่  ซึ่งจะพูดถึงในรายละเอียดกันอีกครั้งในการ
ลงสนามทดสอบการใช้งานจริง

  ดังนั้นผมจึงขอแนะนำการเลือกไซส์ไนกี้ Phantom Venom Elite ว่าสามารถเลือกตรงไซส์
ได้เลยครับ  ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปเท้าเรียวหรือเท้าบาน  ไม่จำเป็นต้องเผื่อไซส์แต่อย่างใด  จะมีก็แค่
บริเวณส้นเท้าที่รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง  เดี๋ยวค่อยไปปรับตัวกันตอนใช้งานจริงอีกที  แต่ระยะหัวที่เหลือ
กับระยะด้านข้างนั้นมีความลงตัวแล้ว  ยิ่งใครที่คุ้นเคยกับการใช้งานรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาส
ของไนกี้อยู่แล้ว  สามารถเลือกตามไซส์เดิมได้เลย

  ทดสอบการใช้งาน



  เมื่อเลือกไซส์ Phantom Venom Elite ที่เหมาะสมกันได้แล้ว  ก็เตรียมผูกเชือกรองเท้า
ให้แน่น  แล้วไปลงสนามทดสอบการใช้งานจริงของอาวุธที่ถูกเปรียบว่าเป็นเครื่องจักรสังหาร
ประตูรุ่นนี้กันได้เลย  โดยอาวุธรุ่นนี้จะต้องผ่านบททดสอบต่างๆ ตามมาตรฐานของ SiamBoots 
แล้วผมจะนำฟีลลิ่ง ความรู้สึก รวมถึงประสิทธิภาพที่สัมผัสได้จริง  มาแตกประเด็นวิพากษ์วิจารณ์
ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีดีเพียงใด  มีจุดแข็งหรือจุดอ่อนตรงไหน  เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านนำไป
ประกอบการตัดสินใจว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ตอบโจทย์ความต้องการของท่านหรือไม่

  คู่เปรียบเทียบของ ไนกี้ Phantom Venom Elite สำหรับการรีวิวในครั้งนี้  ผมจะเน้น
ไปที่ Hypervenom Phantom III DF เป็นหลัก  ถือได้ว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากที่สุด
เพราะ Hypervenom Phantom III DF เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ทำมาตรฐานไว้สูงมาก
จนได้คะแนนระดับสูงสุดตลอดกาลสำหรับการรีวิวของเรา  และเป็นรองเท้าฟุตบอลยอดนิยม
ตลอดช่วงอายุของการทำตลาด  นอกจากนั้นอาจจะรีวิวเปรียบเทียบบางประเด็น  ระหว่าง
เพื่อนร่วมค่ายอย่าง Phantom Vision Elite และ Mercurial SuperFly VI 

  ส่วนคู่แข่งตรงๆ ในตลาดอย่าง อาดิดาส Predator 19.1 นั้น  ผมยังไม่มีโอกาสได้ลอง
รีวิวใช้งานมาก่อน  แต่จะขอยกเอา Predator 18.1 มาเป็นคู่เปรียบเทียบแทน  เนื่องจาก
รองเท้าราชานักล่าทั้งสองเจเนอเรชั้นนั้นมีความแตกต่างกันไม่มากนัก  เลยคิดว่าน่าจะเอามา
เปรียบเทียบแทนที่กันได้  แต่คงจะเน้นเพียงแค่บางประเด็นหลักๆ เท่านั้น

  ความสบายในการสวมใส่



  เรามาเริ่มกันที่เรื่องความสบายในการสวมใส่ ของ Phantom Venom Elite กันก่อน  
จากการสวมใส่ใช้งานตั้งแต่ครั้งแรก  พบว่าอัพเปอร์ตัวรองเท้าสามารถเข้ากับสรีระรูปเท้าได้ดี
ความกระชับที่รู้สึกนั้นไม่ได้แน่นมากจนรู้สึกอึดอัดหรือปวดหลังเท้า  แม้ตอนแรกจะมีความอึดอัด
ที่บริเวณหลังเท้าอยู่บ้าง  แต่เชื่อเถอะว่าเป็นความอึดอีดที่เบามากๆ หากเปรียบเทียบกับทั้ง ไนกี้
Phantom Vision Elite หรืออาดิดาส Predator 18.1  ดังนั้นถ้าจะบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้
แทบจะไม่ต้องใช้เวลา Break-in ก็คงจะไม่ผิดอะไร 

  ประสิทธิภาพการระบายความร้อนจากด้านในออกสู่ด้านนอกก็ทำได้ตามมาตรฐาน  แม้ว่า
ลักษณะวัสดุอัพเปอร์ชั้นนอกจะมีลักษณะทึบ  แต่ตัวรองเท้าก็ไม่ได้อมความร้อนเอาไว้จนรู้สึก
แตกต่างหรือรู้สึกว่าเป็นปัญหาต่อการใช้งานกลางแจ้งแต่อย่างใด  เนื่องจากตรงบริเวณหลังเท้า
นั้นมีช่องว่ามีเป็นวัสดุฟลายนิต  จึงสามารถช่วยระบายความร้อนออกได้บ้าง  รวมถึงลักษณะ
ของหุ้มข้อสั้น  ก็มีส่วนช่วยให้การถ่ายเทของอากาศนั้นทำได้ดีกว่ารองเท้าหุ้มข้อสูงนั่นเอง


  แต่ก็มีจุดที่พบปัญหาเกี่ยวกับความสบายในการสวมใส่ของ Phantom Venom Elite
อยู่เหมือนกัน  เนื่องจากปลายหุ้มส้นด้านบนจะมีลักษณะงุ้มเข้ามากดทับไปที่เอ็นร้อยหวาย
เป็นผลให้รู้สึกอึดอัดและมีอาการกัดเล็กน้อย  ต้องอาศัยระยะเวลาการใช้งานและปรับตัว
ให้ชิน  ผมต้องใช้รองเท้ารุ่นนี้ไปประมาณ 3-4 ครั้งได้  ถึงจะเริ่มปรับตัวและไม่รู้สึกเจ็บ
ที่บริเวณเอ็นร้อยหวายอีก

  คะแนนในหัวแรกของไนกี้ Phantom Venom Elite ผมขอลงให้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน 
จุดที่ชอบคือตัวรองเท้าสามารถเข้ารูปเท้าได้เร็วตั้งแต่ครั้งแรกที่สวมใส่ ไม่ต้อง Break-in กัน
นาน  แต่มาพบจุดอ่อนที่บริเวณปลายหุ้มส้นด้านบน  ที่กดเข้าไปที่เอ็นร้อยหวายจนมีอาการ
กัดๆ คันๆ อยู่บ้าง  น่าเสียดาย..ถ้าไม่มีประเด็นหลังนี้  ผมคงจะลงคะแนนให้ที่ 9 คะแนน
ไปแล้ว

  คะแนน : 8 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามของไนกี้ Phantom Venom Elite
นั้นยังทำได้ตามมาตรฐานของรองเท้าซีรี่ย์นี้  ผมได้ลองทั้งจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
โดยใช้ส้นเท้าเป็นจุดลงน้ำหนัก  และจังหวะการกระโดดแล้วลงพื้นให้เต็มฝ่าเท้า  รู้สึกได้ว่าแผ่น
รองพื้นด้านในซึ่งมีความหนาเท่ากันตลอดช่วง  สามารถรับน้ำหนักและแรงกระแทกได้ดี  เป็น
ความรู้สึกของโฟมหนาๆ ที่มีความนุ่ม  แอบหน่วงนิดหน่อย  และเด้งน้อยกว่าแผ่นรองพื้นที่มีวัสดุ
Poron อยู่เล็กน้อย



  ในขณะที่รูปแบบการวางปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้ที่กระจายตัวทั่วทั้งฝ่าเท้า  ก็มีส่วนช่วยทำให้
น้ำหนักตัวที่กดลงมา  สามารถกระจายเต็มฝ่าเท้า  ไม่รู้สึกว่ามีจุดใดจุดหนึ่ง หรือปุ่มใดปุ่มหนึ่ง 
ที่ต้องรับภาระแรงกดมากเป็นพิเศษ  แม้ปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ทั้งหมดจะเป็นปุ่มใบมีดทรงเชฟรอน
คล้ายๆ กับปุ่มของ Mercurial SuperFly VI  แต่ความรู้สึกอาการปุ่มทิ่มเท้าจะน้อยกว่า 
เนื่องจากการวางปุ่มที่กระจายทั่วเต็มฝ่าเท้า จึงช่วยกระจายแรงกดออกไปได้ดีกว่านั่นเอง

  จาก 2 ปัจจจัยข้างต้น  ทำให้ไนกี้ Phantom Venom Elite คู่นี้  ยังเป็นรองเท้าประเภท
จู่โจมปุ่มใบมีดทั้งแผง  ที่ยังสามารถสวมใส่ลงเล่นในพื้นสนามหญ้าเทียมทั่วๆ ไป  ได้ตามปกติ 
ไม่รู้สึกว่าแรงกระแทกนั้นเป็นปัญหาต่อการใช้งานแบบเต็มรูปแบบแต่อย่างใด  หรือแม้แต่ท่านใด
ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว การรับแรงกระแทกบริเวณข้อเข่า  ผมลงความเห็นว่าสามารถใช้งาน
รองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก  ตัวเลขคะแนนจึงลงให้ไว้ที่ 8 เต็ม 10
เท่ากันกับประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกของ Hypervenom Phantom III DF
และ Predator 18.1 รองเท้าประเภทจู่โจมด้วยกันเอง

  คะแนน : 8 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  ฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจยังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญสำหรับรองเท้า
ฟุตบอลที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อตอบสนองต่อสปีดของเกมส์การแข่งขัน  และพร้อมที่จะพลิก
สถานการณ์ให้เปลี่นยจากรับเป็นรุกได้ทันที

  วัสดุตัวรองเท้าของ Phantom Venom Elite สามารถสร้างฟีลลิ่งการสวมใส่ที่เข้า
กับสรีระรูปเท้าได้ดีตั้งแต่ครั้งแรก  โดยเฉพาะการบีบกระชีบบริเวณข้างเท้าด้านในและ
หลังเท้า  ได้ฟีลลิ่งการล็อคดาวน์ที่แน่นหนา  แทบจะไม่รู้สึกถึงช่องว่าง (Space) ระหว่าง
หน้าเท้ากับอัพเปอร์เล่น  จึงสร้างความมั่นใจในการสวมใส่  รู้สึกว่าตัวรองเท้าเป็นอันหนึ่ง
อันเดียวกันไปกับเท้าของผู้เล่นได้ดีไม่ต่างจาก Mercurial SuperFly VI เลย



  หน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นยังสามารถยึดเกาะกับฝ่าเท้าได้ตามปกติของแผ่นรองพื้นจากไนกี้
มันอาจจะไม่รู้สึกหนึบ หรือเกาะกันได้แน่นสนิทเหมือนกับแผ่นรองพื้นหน้าผ้ากำมะหยี  แต่ก็
เพียงพอที่จะไม่เกิดอาการฝ่าเท้าลื่นไป-มา (Slip) ระหว่างการใช้งาน

  ฟีลลิ่งซัพพอร์ตและความกระชับจากหน้าสัมผัสด้านในของหุ้มส้น  ถือว่ายังใช้เป็นจุดขาย
ให้กับรองเท้ารุ่นนี้ได้เช่นกัน  หุ้มส้นที่มีวัสดุบุนุ่มบุเอาไว้ในปริมาณที่ช่วยสร้างความกระชับ
ได้กำลังดี  หน้าผ้าวัสดุกำมะหยีสร้างความฝืดกับส้นเท้า  จึงทำให้ส้นเท้าของ Phantom
Venom Elite
สามารถเคลื่อนที่ไปกับส้นเท้าได้อย่างแนบสนิท

  แต่จะมีจุดที่ต้องหักคะแนนไปบ้าง  ด้วยความสูงของปลายหุ้นส้นและมีลักษณะที่งุ้มเข้ามา
กดทับกับเอ็นร้อยหวาย  แน่นอนว่ามันสร้างความไม่สบายในการสวมใส่ (ซึ่งผมวิจารณ์
ไปแล้วในหัวข้อแรก) แล้วยังรู้สึกเหมือนว่าค้ำกับส้นเท้า  ส่งผลให้ฟีลลิ่งที่หุ้มส้นกับข้อเท้า
ของผู้เล่นนั้นรู้สึกแยกออกจากกันพอประมาณ  ไม่เหมือนรองเท้าหุ้มข้อที่ผลิตจากวัสดุด้ายถัก
ที่รู้สึกได้ว่าหุ้มส้นของรองเท้า กับข้อเท้าของผู้เล่น  ถูกควบรวมไปด้วยกันนั่นเอง

  คะแนน : 9 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  เรามาต่อกันที่บททดสอบเกี่ยวกับประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะ
พื้นสนาม
กันบ้าง  ครั้งนี้ดูเหมือนว่าไนกี้ได้สร้างสรรค์ให้ Phantom Venom Elite มีความ
โดดเด่นในการเคลื่อนที่มากยิ่งกว่าเดิม  จนแทบจะใกล้เคียงกับ Mercurial SuperFly VI
ซึ่งเป็นที่สุดของรองเท้าฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพด้านการเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้

  เริ่มจากจังหวะการสปรินซ์ออกตัวทางตรงด้วยปลายเท้า  สิ่งแรกที่สมผัสได้คือปลายปุ่มคู่หน้า
สามารถจิกพื้นสนามได้ดี  รู้สึกถึงแรงดึงกระชากช่วยให้เราเคลื่อนที่ไปด้านหน้าได้ในทันที
ในขณะที่แรงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากการที่ชุดพื้นช่วงกลางงอตัว  สามารถช่วยส่งแรงดีดกลับ
ไปยังฝ่าเท้าได้ดีพอสมควร  แต่จะไม่ได้รุนแรงเหมือนกับแรงดีดจากชุดพื้นของ Hypervenom
Phantom III DF
และ Predator 18.1 เนื่องจากชุดพื้นของรองเท้าทั้ง 2 รุ่นดังกล่าว
นั้นมีความแข็งและหนากว่านั่นเอง



  การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของรองเท้ารุ่นนี้  จะเน้นไปที่การลงน้ำหนักแล้วเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่แบบแบบก้าวต่อก้าว  เนื่องจากปุ่มหันหน้าออกไปคนละทิศคนละทาง  ครอบคลุม
การส่งแรงสปรินซ์ออกตัวได้แทบจะ 180 องศาด้านหน้า  ยิ่งช่วยทำให้การโยก  เรียกได้ว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีความเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทความเร็วที่เน้นการเคลื่อนที่แบบแม่นยำ  

  ซึ่งจะแตกต่างจาก Hypervenom Phantom III DF ที่มีปุ่มรูปทรงหกเหลี่ยมที่ข้างเท้า
ด้านใน  จึงสามารถใช้ปุ่มดังกล่าวเป็นจุดหมุนในการหมุนตัวได้  จึงได้ความมั่นคงในการหมุนตัว
ได้ดีกว่า  แต่ถ้าจะเอาเรื่องการโยก กระชาก หรือเปลี่ยนทิศทางแบบหักมุมที่แม่นยำ  ต้องยกให้
Phantom Venom Elite ที่จะสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดีกว่า

  คะแนน : 10 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  ฟีลลิ่งการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล คืออีกหนึ่งบททดสอบที่ Phantom Venom
Elite
นั้นแตกต่างจาก Hypervenom Phantom III DF  ด้วยวัสดุหน้าผ้าอัพเปอร์ที่
แตกต่างกัน  จึงทำให้รองเท้าประเภทจู่โจมรุ่นใหม่คู่นี้  ให้อารมณ์การสัมผัสบอลที่แตกต่าง
จากเดิมอย่างชัดเจน



  เรามาเริ่มกันที่จังหวะการเดาะบอลด้วยพื้นที่หลังเท้าแบบง่ายๆ  เพื่อซึมซับฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ของวัสดุหลัก  พบว่าอัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้  ให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่รู้สึกถึงความบางเป็น
ธรรมชาติ  สัมผัสรู้สึกถึงเท้าด้านในได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ลูกฟุตบอลจะตอบสนองต่อการ
ส่งแรงได้อย่างทันที  ถือได้ว่ามีความใกล้เคียงกับ Phantom Vision Elite ซึ่งเป็นรองเท้า
ฟุตบอลประเภทคอนโทรลมากกว่า  แต่ Phantom Venom Elite จะมีความแข็งกว่า  และ
ลูกฟุตบอลจะตอบสนองออกจากเท้าได้เร็วกว่ากันเล็กน้อย

  จังหวะการจับบอลลงพื้นสนาม ก็มีฟีลลิ่งที่สอดคล้องกัน  การจับบอลจะไม่นุ่มเท้าเหมือนกับ
Hypervenom Phantom III DF และไม่ได้ฟีลลิ่งแน่นๆ เหมือนกับหนังสังเคราะห์ของ
Predator 18.1
 เท่านั้นยังไม่พอ..ถ้าเปรียบเทียบกับ Mercurial SuperFly VI ซึ่งเป็น
รองเท้าที่วัสดุอัพเปอร์มีลักษณะบางพอๆ กัน  ยังรู้สึกได้ว่าฟีลลิ่งวัสดุฟลายนิตของรองเท้า
สายความเร็วยอดนิยม  ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการสัมผัสดูดบอลลงสนามแบบนุ่มๆ แน่นๆ 
ดังนั้นในจังหวะการดูดบอลพื้นสนามให้นุ่มนวลติดเท้าด้วย Phantom Venom Elite 
มีความจำเป็นต้องพึ่งทักษะการจับบอลส่วนตัวของผู้เล่นมาช่วยอยู่เหมือนกัน  ถึงจะได้การ
ดูดบอลลงพื้นสนามที่นิ่งติดหลังเท้า



  อย่างไรก็ตาม..ประสิทธิภาพในการจับบอลแนวราบของ Phantom Venom Elite
นั้นสามารถแสดงออกมาได้อย่างน่าประทับใจเกินคาด  พื้นผิวสัมผัสบอลบริเวณหัวรองเท้า
ที่มีลักษณะเป็นเส้นรูปทรงหกเหลี่ยมนูนต่ำ  สามารถสร้างแรงเสียดทานกับผิวของลูกฟุตบอล
ได้ดีมาก  ดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอลได้อย่างอยู่หมัด 

  แม้ว่าลูกฟุตบอลจะถูกส่งมาด้วยความแรงหรือกระเด้งกระดอนมาในระดับหน้าแข้ง  ถ้าหาก
ผู้เล่นมีทักษะการควบคุมน้ำหนักบอลในการจับบอลแรกที่ดีอยู่แล้ว  จะรับรู้ได้ทันทีเลยว่า
Phantom Venom Elite จะสามารถเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอลให้ไปในทิศทาง
ที่เราต้องการได้ดั่งใจ  แม้จะเป็นการจับบอลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  แน่นอนว่าเป็นผลดีต่อ
ผู้เล่นกองกลาง  ให้สามารถพลิกบอลได้อย่างรวดเร็ว  และชิงความได้เปรียบในการเล่น
จังหวะต่อไปได้อย่างมั่นใจ



  พื้นที่ข้างเท้าด้านในก็สามารถใช้สอยเพื่อการรับบอลและแปส่งบอลได้ง่าย  เนื่องจากสัดส่วน
ความโค้งเว้าของข้างเท้าด้านในที่ค่อนข้างสอดรับกับความกลมของลูกฟุตบอล  ในขณะที่วัสดุ
อัพเปอร์บริเวณดังกล่าวก็มีผิวหน้าที่เรียบสม่ำเสมอ  จึงเป็นผลให้การแปส่งบอลด้วยรองเท้ารุ่นนี้
ได้สัมผัสที่เต็มข้างเท้าด้านใน  การแปบอลออกไปตรงๆ ให้แม่นยำทำได้ไม่ยากเลย

  แต่จุดอ่อนในการแปบอลด้วยรองเท้ารุ่นนี้  จะอยู่ที่น้ำหนักและโมเมนตัมที่ไม่ได้หนักหน่วง
มากนัก  เพราะน้ำหนักของรองเท้าที่เบา  ประกอบกับลักษณะวัสดุที่ค่อนข้างบาง  ดังนั้น
การแปบอลในระยะไกลให้มีน้ำหนัก  ต้องใช้กำลังขามาช่วยแปบอลกระแทกเข้าไป  จึงจะ
ทำให้ลูกฟุตบอลมีน้ำหนัก  ประเด็นนี้ถ้าเปรียบเทียบกับทั้ง Phantom Vision Elite,
Hypervenom Phantom III DF และ Predator 18.1
 แล้ว  ยังถือว่ารองเท้า
รุ่นนี้เป็นรองอยู่

  สรุปตัวเลขคะแนนในหัวข้อนี้ของ Phantom Venom Elite ผมขอให้ไว้ที่ 8 คะแนน
น้อยกว่า Hypervenom Phantom III DF อยู่ 1 คะแนน  เนื่องจากฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ที่แข็งขึ้น  และไม่มีชิ้นส่วนที่จะช่วยผ่อนแรงให้ลูกฟุตบอลนิ่งติดเท้า  ต้องพึ่งทักษะการจับบอล
ส่วนบุคคลมากกว่าเก่านั่นเอง  ในขณะที่การแปบอลแม้จะมีพื้นที่ข้างเท้าด้านในที่ใช้งานได้
เต็มหน้าสัมผัส  แต่โมเมนตัมหรือน้ำหนักในการแปส่งบอลนั้นจะน้อยกว่าบรรดาคู่เปรียบเทียบ
ทั้งหลายพอสมควร

  คะแนน : 8 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  จากการทดสอบการใช้งาน Phantom Venom Elite  ยังพบว่ารองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพ
ในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าที่ดีขึ้นกว่าเดิม (Hypervenom Phantom III DF)  ในจังหวะ
ที่หน้าสัมผัสของรองเท้าปะทะเข้ากับลูกฟุตบอล  เพื่อแตะบอลให้กลิ้งออกไปพร้อมกับการเคลื่อนที่ 
ผมรู้สึกได้ว่าฟีลลิ่งการแตะบอลของรองเท้ารุ่นนี้ให้สัมผัสบอลที่บางติดเท้า เป็นธรรมชาติ  และยัง
ตอบสนองต่อการส่งแรงได้ทันท่วงที  ขับเคลื่อนบอลได้รวดเร็วทันใจ

  โดยฟีลลิ่งหน้าสัมผัสจะแข็งกว่า Mercurial SuperFly VI เล็กน้อย  เนื่องจากรองเท้า
รุ่นดังกล่าวทำจากวัสดุหน้าผ้าฟลายนิตเป็นหลัก  และเหมือนจะมีชั้นวัสดุบุนุ่มเสริมเอาไว้ที่
ด้านในของตัวรองเท้าอีก  แต่เอาจริงๆ แล้วฟีลลิ่งการแตะบอลของ Phantom Venom Elite
มันก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไป  ลองปรับจูนน้ำหนักการแตะบอลสักหน่อยก็จะคุ้นเคยไปเอง
การแตะเลี้ยงบอลด้วยรองเท้ารุ่นนี้ให้เชื่องเท้าจึงทำได้ไม่ยากเกินไป



  จุดเด่นอีกอย่างนึงสำหรับการเลี้ยงบอลด้วย Phantom Venom Elite นั้นอยู่ที่ผิวสัมผัส
บริเวณหัวรองเท้าที่มีลักษณะเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมนูนต่ำ  แม้จะดูเหมือนว่าไม่ได้มีลักษณะ
เป็น 3 มิติมากนัก  แต่พอใช้งานจริงๆ แล้ว  สามารถดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดั่งใจมาก
ช่วยควบคุมการเปลี่ยนทิศทางของลูกบอลได้อย่างแม่นยำมาก  ประสิทธิภาพตรงจุดนี้ทำได้ดีว่า
Hypervenom Phantom III DF และ Mercurial SuperFly VI เสียด้วยซ้ำ

  สรุปได้ว่า Phantom Venom Elite ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจมที่ตอบโจทย์
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าได้อย่างสนุกมาก  ฟีลลิ่งสัมผัสบอลที่บาง  อาจจะรู้สึกแข็งกว่ารองเท้า
รุ่นอื่นๆ  แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไป  ในขณะที่ผิวสัมผัสก็ควบคุมการเปลี่ยนทิศทางบอลได้
แม่นยำ  สามารถเค้นประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลตะลุยเข้าจู่โจมคู่แข่งในที่แคบๆ ได้อย่าง
ยอดเยี่ยม  สรุปตัวเลขคะแนนในหัวข้อนี้ผมขอลงให้ที่ 10 เต็ม 10 คะแนน ไปเลย

  คะแนน : 10 / 10

  ประสิทธิภาพการยิงประตู



  เอาล่ะครับ..มาถึงไฮไลท์สำคัญที่เป็นจุดขายของไนกี้ Phantom Venom Elite  กับบท
ทดสอบประสิทธิภาพการยิงประตู  ไปดูกันว่าอาวุธรุ่นนี้จะมีความอันตรายมากน้อยเพียงใด

  เริ่มกันที่จังหวะการวางเท้าหลักลงไปบนพื้นสนามเพื่อง้างเท้ายิงลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  สิ่งแรก
ที่รู้สึกได้คือปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้  สามารถยึดเกาะพื้นสนามในจังหวะการวางเท้าหลักได้ดีกว่าปุ่ม
Hypervenom Phantom III DF  แม้จะไม่ได้แตกต่างชัดเจน  แต่ก็มากพอที่จะรู้สึกได้ว่า
ปลายปุ่มจิกพื้นได้ลึกลง  จึงล็อคกับพื้นสนามได้แน่นขึ้น  รูปทรงของปุ่มและการวางปุ่มที่เป็นรูป
แบบสมมาตร  ก็ช่วยทำให้จุดศูนย์รวมน้ำหนักกด  ไปตกอยู่ที่ตรงกลางฝ่าเท้า  เป็นผลทำให้
การวางเท้าหลักนั้นมีความสมดุลเป็นอย่างมาก 

  นอกจากการวางเท้าหลักที่มั่นคงแล้ว  ชุดพื้นช่วงกลางยังให้ความรู้สึกในการถ่ายเทน้ำหนัก
ตัวและโมเมนตัมในการส่งแรงเหวี่ยงได้เป็นอย่างดี  รู้สึกถึงแรงเหวี่ยงที่ตอบสนองรวดเร็วฉับไว
จึงเป็นรูปแบบการวางเท้าที่เหมาะต่อการยิงแบบเร็วๆ ไม่ต้องง้างเท้านาน  เพื่อชิงจังหวะการยิง
ไม่ให้ผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามตั้งตัวได้ทัน



  วินาทีที่อัพเปอร์หน้าเท้าปะทะเข้ากับลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า “ฟีลลิ่ง
สัมผัสบอลมีความแข็งขึ้น และบางลง”  ไม่นุ่มเท้าเหมือนกับ Hypervenom Phantom III
DF 
เพราะวัสดุอัพเปอร์ที่แข็งและบางกว่า  หากเปรียบเทียบกันแล้วต้องบอกว่าเป็นคนละอารมณ์
กันเลย  การยิงประตูด้วย Phantom Venom Elite จะตอบโจทย์ความต้องการของคนที่
อยากได้การตอบสนองของแรงปะทะที่รวดเร็ว  เรียกได้ว่าพอหน้าสัมผัสปะทะเข้ากับลูกฟุตบอลปุ๊บ 
ลูกฟุตบอลจะพุ่งออกไปแทบจะทันที 

  น้ำหนักลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไป..ต้องพึ่งพละกำลังขาของผู้เล่นพอสมควร  เพราะน้ำหนักตัว
รองเท้าก็ไม่ได้มาก  หากต้องการยิงลูกฟุตบอลให้ได้ฟีลลิ่งแรงกระทบ (Damping)  จะต้องยิง
ด้วยพื้นที่สันเท้าด้านในที่เป็นครีบยาง Precision Power Zone ความแข็งของชิ้นยาง พอที่
จะช่วยสร้างความแรงให้กับลูกยิงได้ดีกว่าการยิงด้วยหน้าสัมผัสส่วนอื่นๆ  แต่ถ้าวัดกับคู่เปรียบ
เทียบทั้งหลาย  ยังถือว่า Phantom Venom Elite ยังเป็นรองอยู่  จะเห็นภาพชัดเจนมาก
หากเปรียบเทียบกับราชานักล่า Predator 18.1

  อย่างไรก็ตาม..รองเท้ารุ่นนี้ยังมีความอันตรายในเรื่องของความแม่นยำ และการควบคุมวิถี
ทิศทางของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากเท้า  ไม่ว่าจะเป็นการยิงด้วยพื้นที่บริเวณหัวรองเท้า
ที่มีลักษณะเป็นพื้นผิวหกเหลี่ยม  ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเป็นเช่นเดียวกับตอนที่ทดสอบการจับบอล
และการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  พื้นผิวตรงนี้ช่วยควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำ  ไม่ว่าจะเป็น
การยิงไปตรงๆ หรือหยอดให้ลูกฟุตบอลติดไซร้โค้งก็สามารถทำได้ดีทั้งสิ้น

  หรือถ้าอยากยิงเต็มแรงด้วยพื้นที่บริเวณสันเท้า  ที่เรียกว่า Precision Power Zone  จะพบ
ว่าครีบแถบยางบริเวณดังกล่าว  แม้จะมีความแข็งและไม่ได้รู้สึกดึงดูดกับลูกฟุตบอลมากนัก
แต่ด้วยความยาวของแถบครีบยาง  มันมากพอที่จะช่วยกันสร้างแรงเฉือนกับผิวของลูกฟุตบอล
ให้มีอาการไซร้โค้งให้เห็นได้ไม่ยาก  และเป็นการยิงปั่นไซร้โค้งที่ลูกฟุตบอลพุ่งออกไปอย่าง
มีน้ำหนักพอสมควร  เพราะวัสดุครีบยางมีความแข็ง จึงช่วยสร้างฟีลลิ่ง Damping ดั่งที่ผม
ได้กล่าวถึงไปแล้วจากย่อหน้าด้านบน   

  สรุปประสิทธิภาพในการยิงประตูด้วยไนกี้ Phantom Venom Elite ได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้
เน้นบุคลิกการยิงประตูแบบรวดเร็ว  ชิงจังหวะความได้เปรียบด้วยความว่องไว  ฟีลลิ่งการยิง
จะรู้สึกบางขึ้น  ไม่หนานุ่มหรือหนักน่วงเหมือนกับคู่แข่ง  น้ำหนักบอลจะต้องอาศัยกำลังขา
ของผู้เล่นเป็นหลัก  จึงไม่เหมาะต่อผู้ที่ชื่นชอบการยิงประตูด้วยความหนักหน่วง  แต่รองเท้า
รุ่นนี้ยังมีจุดเด่นอยู่ที่การควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้ง  ด้วยประสิทธิภาพของพื้นผิว
หน้าสัมผัสดั่งที่ได้กล่าวไปแล้ว

  คะแนน : 9 / 10

  การปกป้องเท้า



  ประสิทธิภาพเชิงรับที่จะช่วยปกป้องเท้าจากแรงปะทะ หรือซัพพอร์ตเพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บ
ในระหว่างการใช้งานนั้น  ไนกี้ Phantom Venom Elite ก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนให้ได้
สัมผัส

  จุดแข็งที่ผมค่อนข้างชื่นชอบ ก็คือการซัพพอร์ตบริเวณข้อเท้าที่จับกระชับได้แน่นหนามาก
รู้สึกได้ว่าหุ้มข้อสามารถช่วยซัพพอร์ตและปกป้องอาการบาดเจ็บและข้อเท้าพลิกได้ดีเกินคาด
สามารถช่วยปกป้องได้พอๆ กับรองเท้าฟุตบอลประเภทหุ้มข้อสูงเลย

  เพราะในการทดสอบ..มีจังหวะที่ต้องลงน้ำหนักที่ส้นเท้า  หลังจากที่สปริงตัวขึ้น  ตามแรง
เหวี่ยงจากการยิงลูกฟุตบอลด้วยความแรง  ผมมีจังหวะที่ไม่ทันเกร็งข้อเท้าตอนที่ Landing
ลงพื้น  แต่พบว่าหุ้มข้อของ Phantom Venom Elite สามารถช่วยเซฟข้อเท้าเอาไว้
ไม่ให้พลิกได้ง่ายๆ  ถ้าเป็นรองเท้าฟุตบอลหุ้มข้อสั้นรุ่นอื่นๆ เชื่อว่าถ้าจะมีอาการเจ็บหรือช้ำ
บริเวณข้อเท้าได้ง่ายกว่านี้

  จุดอ่อนที่ต้องว่ากันตรงๆ ก็คือวัสดุอัพเปอร์ที่บางขึ้น แน่นอนว่าความสามารถในการปกป้อง
จากแรงปะทะก็จะน้อยลง  โดยเฉพาะจากการถูกคู่แข่งเปิดปุ่มเข้าใส่  รู้สึกถึงแรงปะทะที่ถูกใส่
เข้ามาเต็มๆ  อัพเปอร์ตัวรองเท้าไม่สามารถช่วยลงแรงปะทะได้ดีสักเท่าไหร่

  ในขณะที่การปกป้องของเกราะป้องกันส้นเท้านั้น  ก็ไม่ได้แน่นหนาหรือแข็งแรงมากเหมือน
กับเกราะส้นเท้าของ Hypervenom Phantom III DF และ Predator 18.1 ซึ่งทั้งคู่
สามารถให้การปกป้องส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายจากการถูกเตะด้านหลังได้ดีกว่านี้

  คะแนน : 7 / 10

  บทสรุปการทดสอบ



  บททดสอบภาคสนามที่ผ่านมาทั้งหมด  คงพอจะบอกได้ว่าไนกี้ Phantom Venom Elite
เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีความอันตราย  เน้นประสิทธิภาพในด้านการจู่โจมเข้าใส่คู่แข่งได้อย่าง
ต่อเนื่อง  แม้ว่าจะมีรายละเอียดบางประเด็นที่แตกต่างจากเดิน (Hypervenom Phantom III)
อยู่บ้างก็ตาม

  ในส่วนสุดท้ายนี้..ผมจะมาสรุปประสิทธิภาพทั้งหมดของ Phantom Venom Elite เพื่อให้
คุณผู้อ่านได้เห็นภาพรวมง่ายจึ้น  ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีตัวตนเป็นเช่นไร  เหมาะสมกับสไตล์การเล่น
ลักษณะไหน  มีจุดไหนบ้างที่ผมมองว่าเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อนของอาวุธรุ่นนี้  แล้วหากมองใน
ฐานะสรรพคุณที่รองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจมควรจะมี  นั้นจะได้คะแนนเท่าไหร่

  ส่วนถัดไปนั้นจะหยิบยกเอา Hypervenom Phantom III DF และ Predator 18.1
มารีวิวเปรียบเทียบว่ารองเท้าคู่เปรียบเทียบหลักทั้ง 2 รุ่นนั้น  มีจุดเด่นตรงไหนที่แตกต่างออกไป
แล้วก่อนจากกันก็จะลงคะแนนเดียวกับภาพลักษณ์และความคุ้มค่าน่าใช้งานเอาไว้ด้วย  เผื่อไว้
ให้เป็นข้อมูลความคิดเห็นเพิ่มเติม

  ไนกี้ Phantom Venom Elite


  Phantom Venom Elite คืออาวุธจู่โจมที่เน้นประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และความว่องไว
ในการพาบอล  หรือพูดง่ายๆ คือรองเท้ารุ่นนี้แอบมีบุคลิกการใช้งานเหมือนกับรองเท้าฟุตบอล
ประเภทความเร็ว ติดตัวมามากขึ้นกว่าเดิม

  จุดเด่นที่แสดงออกมาคือการยึดเกาะของชุดพื้นและปุ่ม  ที่สามารถจิกพื้นสนามได้ลึกและ
แม่นยำ  รูปแบบการวางปุ่มทรงเชฟรอนแบบรอบทิศทาง  พร้อมที่จะให้ผู้เล่นเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่ได้ตลอดเวลา  และเมื่อรวมกับประสิทธิภาพการส่งแรงดีดกลับ  ของชุดพื้น
ช่วงกลางที่รู้สึกถึงความว่องไว  ยิ่งความสนุกในการสปรินซ์ออกตัวด้วยรองเท้ารุ่นนี้
พร้อมให้กระชาก โยกหลอกล่อคู่แข่งได้ดั่งใจต้องการ

  ไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่เท่านั้น  Phantom Venom Elite ยังสามารถควบคุมลูกฟุตบอล
ที่เลี้ยงอยู่ที่เท้าได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ  ด้วยวัสดุอัพเปอร์ที่ค่อนข้างบาง  ทำให้สัมผัสรู้สึก
ถึงหน้าเท้าด้านใน  ได้ฟีลลิ่งในการเลี้ยงบอล..อนึ่งได้ว่าเป็นรองเท้าประเภทความเร็วเลยล่ะ

  แต่ที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้เลี้ยงบอลได้สนุกและมีประสิทธิภาพมากที่สุด  ก็คือพื้นผิวหน้าสัมผัส
บริเวณหัวรองเท้า  ซึ่งสามารถสัมผัส ดึงดูดและควบคุมการเปลี่ยนทิศทางของลูกฟุตบอล
ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นอย่างมาก



  และในฐานะรองเท้าฟุตบอลประเภทจู่โจม  แน่นอนว่า..ไนกี้ Phantom Venom Elite
ต้องมีคุณสมบัติในการยิงประตูติดตัวมาด้วย  เพียงแต่บุคลิกการยิงลูกฟุตบอลของรองเท้ารุ่นนี้
จะเน้นไปที่การชิงจังหวะยิงแบบรวดเร็ว  คือหน้าสัมผัสปะทะเข้ากับลูกฟุตบอลปุ๊บ  ลูกฟุตบอล
ก็พร้อมที่จะพุ่งออกไปทันที  เพียงแต่น้ำหนักของลูกยิงนั้นต้องพึ่งกำลังขาของผู้เล่นมาช่วย
เพราะน้ำหนักรองเท้าที่ไม่มากนัก  ประกอบกับวัสดุอัพเปอร์ที่ค่อนข้างบาง  ความหนักหน่วง
ในการยิงประตูที่จะได้เห็นลูกฟุตบอลพุ่งทะยานออกไปราวกับจรวด  จะไม่ใช่งานถนัดของ
รองเท้ารุ่นนี้

  การควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากเท้า  ก็ยังทำได้ตามมาตรฐานและมีความ
แม่นยำ  ไม่ว่าจะยิงด้วยพื้นที่สัมผัสบริเวณหัวรองเท้า  พื้นผิวตรงนั้นจะดึงดูดกับผิวของลูกบอล
ได้ดี  เพิ่มความแม่นยำในการยิงประตูได้จริง  หรือจะยิงด้วย Precision Strike Zone ที่เป็น
ครีบยางบริเวณสันเท้า  ก็จะได้ฟีลลิ่งแรงกระทบ (Damping) มาช่วยเพิ่มความแรงอยู่บ้าง
แต่ที่โดนใจคือการปั่นไซร้โค้งให้กับลูกฟุตบอล  พุ่งออกไปพร้อมกับความเร็วในการยิง  แตกต่าง
จากการปั่นไซร้โค้งด้วยวัสดุแถบยางหนึบๆ  เพราะถ้าเป็นวัสดุแถบยาง..ถึงแม้ว่าวัสดุแถบยาง
จะดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้หนึบกว่า  แต่ชิ้นวัสดุจะมีความนิ่ม  และจะเกิดการหน่วงระหว่าง
ผิวสัมผัส  เป็นผลให้ความแรงของลูกฟุตบอลนั้นลดลงไปบ้าง

  ในด้านฟีลลิ่งการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล  วัสดุอัพเปอร์ของ Phantom Venom Elite
จะให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่บาง รู้สึกเป็นธรรมชาติเหมือนใช้เท้าเปล่า  แต่ก็รู้สึกถึงความแข็ง
เพิ่มเข้ามา  ดังนั้นการจับบอลลงพื้นสนามให้เชื่องเท้า  ยังจำเป็นต้องอาศัยทักษะการจับบอล
เฉพาะตัวเข้ามาช่วยด้วย

  ส่วนการใช้พื้นที่ข้างเท้าด้านในทั้งการรับและแปส่งบอล  ถือว่าเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงการใช้งาน
ได้ง่าย  หน้าปะทะสัมผัสกับบอลได้เต็มไป  ช่วยทำให้การแปส่งบอลไปตรงๆ นั้นมีความแม่นยำ
ในทางตรงกันข้าม..น้ำหนักของลูกฟุตบอลที่ถูกแปออกไปนั้นจะไม่รุ่นแรงมากนัก  เนื่องจากวัสดุ
และน้ำหนักของตัวรองเท้า  ไม่ได้ช่วยสร้างแรงกระทบ (Damping) ได้ดีนัก



  จุดอ่อนมีให้เห็นบ้าง..แต่ไม่เยอะ  เริ่มจากความสบายและฟีลลิ่งในการสวมใส่  พบว่าอัพเปอร์
ด้านหน้าของ Phantom Venom Elite มีความยืดหยุ่นจนสามารถเข้ารูปกับสรีระเท้าได้ดี
แบบแนบสนิท  ไม่ต้องใช้เวลา Break-in มากนัก  แต่ปลายหุ้มส้นดันมีลักษณะงุ้งเข้ามา  จนกด
ทับกับบริเวณเอ็นร้อยหวายมากเกินไป  รู้สึกอึดอัดเบาๆ  โดยเฉพาะครั้งแรกที่สวมใส่  จะรู้สึกถึง
อาการ (ที่เกือบจะ) กัดส้นเท้าเหมือนกัน  เป็นปัญหาเดียวที่ผมรู้สึกว่าอยากให้ปรับปรุงในอนาคต

  เช่นเดียวกับการปกป้องเท้า  เชื่อว่าหลายคนสามารถคาดเดาได้ว่าอัพเปอร์บางๆ ของรองเท้ารุ่นนี้
ไม่สามารถช่วยปกป้องแรงปะทะในกรณีที่ถูกเปิดปุ่มเหยียบเข้าใส่ได้ดีสัก  ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
แรงปะทะจะถูกส่งทะลุผ่านเข้าไปที่หลังเท้าของเราได้เต็มๆ  แต่จุดนี้พอที่จะเข้าใจกันได้  เพราะ
ถ้าจะไปเพิ่มความหนา หรือเปลี่ยนวัสดุอัพเปอร์  ก็คงจะไปกระทบกับประสิทธิภาพในการสัมผัส
และควบคุมลูกฟุตบอลอย่างแน่นอน

  ประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่ได้พูดถึง ก็คือประสิทธิภาพการผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนาม และฟีลลิ่ง
การลงน้ำหนักของฝ่าเท้า  ประเด็นนี้โดยรวมถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน  แผ่นรองพื้นไม่ได้หนานุ่ม
แต่ก็ไม่ได้แข็งจนเกินไป  ปุ่มแบบ FG ช่วยทำให้การกระจายน้ำหนักรู้สึกได้เต็มฝ่าเท้า  สามารถ
ใช้งานรองเท้ารุ่นนี้บนพื้นสนามหญ้าเทียมทั่วๆ ไปได้โดยไม่ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับแรงกระแทก
มากนัก
  
  หากมองภาพรวมของคุณสมบัติ ประสิทธิภาพและสรรพคุณของการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภท
จู่โจม (Attacking) แล้ว  ผมมองว่าไนกี้ Phantom Venom Elite คู่นี้ ยังคงรักษามาตรฐาน
เอาไว้ได้ที่ระดับ 10 เต็ม 10 คะแนนนะครับ  รองเท้ารุ่นนี้บอกให้รู้ว่า..การเป็นรองเท้าประเภทนี้
ไม่จำเป็นต้องเน้นการยิงประตูที่หนักหน่วง  แต่จะดีกว่าถ้ามีประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่ และการ
เลี้ยงพาบอลไปกับเท้าที่ยอดเยี่ยมเข้ามาเป็นทางเลือก และเพิ่มมิติในการจู่โจมเข้าใส่คู่แข่ง  

  รองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้มีแค่ความบางของวัสดุอัพเปอร์  ซึ่งเป็นข้อดีในด้านการตอบสนองและการ
ขับเคลื่อนบอลไปด้านหน้าด้วยความเร็วเท่านั้น  แต่หน้าสัมผัสยังสามารถควบคุมลูกฟุตบอลได้
อย่างแม่นยำและเป็นดั่งใจ  สามารถตอบโจทย์ต่อรูปแบบการเล่นบอลที่รวดเร็ว ว่องไว แม่นยำ
ตามสไตล์การเล่นเกมส์รุกที่ต้องมีความเร็วในการขับเคลื่อนและชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
อยู่เสมอ

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประเภท จู่โจม : 10 / 10


  เปรียบเทียบกับไนกี้ Hypervenom Phantom III DF



  ยังขอยืนยันว่า Hypervenom Phantom III DF เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีความครบเครื่อง
ที่สุดเท่าที่ผมเคยรีวิวมา  และยังเป็นรองเท้าเพียงรุ่นเดียวที่มีคะแนนในการรีวิวที่ระดับ 90 ขึ้นไป 
รองเท้าสายจู่โจมรุ่นนี้มีฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ยอดเยี่ยม  เป็นรองเท้าที่มีความลงตัวระหว่างความสบาย
ฟีลลิ่งความกระชับ และความมั่นใจเมื่อสวมใส่ใช้งาน  ถือเป็นรองเท้าที่สามารถสวมใส่เข้ารูปเท้า
ได้ดีที่สุดรุ่นนึงเลยทีเดียว

  ประสิทธิภาพในการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล  มีความโดดเด่นด้วยพื้นผิวสัมผัสแบบ 3 มิติ 
โดยฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของ Hypervenom Phantom III DF นั้นจะมีความหนาและนุ่ม
กว่า Phantom Venom Elite  และวัสดุหน้าสัมผัสที่เป็นวัสดุโพรอนบรรจุเอาไว้  ก็เป็นตัวช่วย
ในการส่งแรงปะทะ (Damping) ไปยังลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี  มีความสนุกในการยิงลูกฟุตบอล
แบบเต็มแรง

  จึงทำให้ Hypervenom Phantom III DF เป็นรองเท้าที่ใช้งานในด้านการสัมผัสควบคุม
และยิงประตูได้ค่อนข้างง่าย  ไม่ว่าผู้เล่นจะมีสไตล์หรือทักษะในด้านนี้มากน้อยเพียงใด  ถนัดการ
ยิงประตูด้วยเทคนิคแบบไหน  ก็สามารถเข้าถึงการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้ได้ทั้งหมด  จึงเป็นเหตุผล
ว่าทำไมยังมีนักเตะหลายคนเลือกใช้งานรองเท้ารุ่นนี้อยู่นั่นเอง

  แต่ก็มีบางเรื่องที่ Hypervenom Phantom III DF ต้องยอมหลีกทางให้กับ Phantom
Venom Elite
  ก็คือประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับ  แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะมีพื้นผิวหน้าสัมผัส
แบบ 3 มิติ ที่มีความฝืดและควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีไม่แตกต่างกัน  แต่ด้วยความหนาของหน้าสัมผัส 
ทำให้ฟีลลิ่งและความว่องไวในการเลี้ยงบอลนั้นเป็นรอง  ความคล่องตัวในการไปกับบอลและความ
สนุกในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าก็น้อยกว่า

  ส่วนประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ที่ผมมองว่า Hypervenom Phantom III DF กับ Phantom
Venom Elite
นั้นกินกันไม่ลง  ก็คือประสิทธิภาพการลงน้ำหนักและการรองรับแรงกระแทก 
ทั้งฟีลลิ่งความนุ่มของแผ่นรองพื้น  แรงกดและการกระจายน้ำหนักบนฝ่าเท้า  ทั้งคู่ยังเป็นรองเท้า
ฟุตบอลที่สามารถใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียมได้ตามปกติเหมือนกัน 

  เปรียบเทียบกับอาดิดาส Predator 18.1



  อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรกแล้วว่าผมยังไม่มีโอกาสได้ลอง Predator 19.1 รองเท้ารุ่นท็อป
ของราชานักล่าโฉมปัจจุบัน  แต่ก็จะขอเอา Predator 18.1 มารีวิวเปรียบเทียบแทน  เพราะ
ในความคิดเห็นของผมนั้น Predator ทั้ง 2 รุ่นนี้  แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย  เสมือน
เป็นเพียง Minor change ที่อาดิดาสแต่งหน้าทาปากเพื่ออัพเดตตามปีการวางจำหน่ายเท่านั้น

  จุดแข็งของ Predator 18.1 คือความรุนแรงในการยิงลูกฟุตบอล  ด้วยลักษณะของวัสดุ
หน้าสัมผัสที่มีความหนาและแข็ง  ประกอบกับน้ำหนักตัวรองเท้าที่มากกว่า  เป็นปัจจัยสำคัญ
ที่ทำให้ลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากรองเท้ารุ่นนี้  พุ่งด้วยความแรงราวกับจรวด  ถือเป็น
อาวุธหนักที่เหมาะสมกับผู้เล่นที่เน้นความรุนแรงและความสนุกในการยิงประตูอย่างแท้จริง

  ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของอัพเปอร์จะได้ฟีลลิ่งสัมผัสบอลที่หนักแน่นกว่า  จึงช่วยทำให้การ
จับบอลแรกนั้นนิ่งติดเท้ากว่า Phantom Venom Elite เล็กน้อย  แต่ด้วยความหนาของ
อัพเปอร์  ส่งผลให้ความรู้สึกบางๆ เป็นธรรมชาติ และจังหวะการไปกับบอลของอาดิดาส
Predator 18.1 นั้นค่อนน้อยกว่าอย่างชัดเจน  จึงเป็นรองเท้าที่เหมาะต่อผู้เล่นที่คุ้นเคย
กับหน้าสัมผัสบอลที่หนาๆ ไม่ได้รู้สึกถึงฟีลลิ่งระหว่างเท้าด้านในกับลูกฟุตบอลมากนัก

  ในทางตรงกันข้าม...อาดิดาส Predator 18.1 มีจุดอ่อนหลักๆ อยู่ที่การสวมใส่ที่อึดอัด 
ไม่สบายหลังเท้า  ตัวรองเท้าบีบกระชับมากจนเกินไป  ต้องอดทนกว่าตัวรองเท้าจะ Break-in
ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็นอย่างมาก  จนกลายเป็นประเด็นหลักที่ทำให้หลายคนบ่นกันพอสมควร
โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีสรีระหน้าเท้ากว้างๆ บานๆ

  ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนามของรองเท้าทั้งสองรุ่นก็แตกต่างกัน  อาดิดาส
Predator 18.1 จะให้ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักที่หนักแน่นและเต็มฝ่าเท้ามากกว่า  เนื่องจาก
ลักษณะโครงสร้างฐานพื้นที่ค่อนข้างหนา  การสปรินซ์ออกตัวจะรู้สึกว่าต้องใช้แรงมากกว่า
และช้ากว่า Phantom Venom Elite พอประมาณ  เนื่องจากโครงสร้างฐานช่วงกลาง
ที่มีความแข็งมาก  แต่ถ้าออกแรงเคลื่อนที่ได้แล้ว  จะรู้สึกถึงแรงปฏิกิริยาดีดกลับของชุดพื้น
ที่รุนแรงเป็นอย่างมาก  อารมณ์เหมือนรถใหญ่...ถ้าออกตัวได้แล้วก็จะมีโมเมนตัมส่งต่อ  
ยากที่จะหยุดการเคลื่อนที่นั่นเอง

  ความคุ้มค่าและความน่าใช้
     
  เรามาวิเคราะห์ประเด็นของภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการโปรโมท พรีเซนเตอร์ และความคุ้มค่า
น่าใช้งานของไนกี้ Phantom Venom Elite กันเป็นหัวข้อสุดท้าย 



  แน่นอนว่า ณ ตอนนี้ Phantom Venom Elite คือซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลที่ไนกี้  เน้นการ
ทำตลาดมากที่สุด  มีบรรดานักฟุตบอลระดับซุปเปอร์สตาร์ระดับแม่เหล็กมากมาย  ที่มีภาพลักษณ์
ของการโปรโมทสินค้า  และยังคงรักษามาตรฐานของฟอร์มการล่าตาข่าย  สามารถบรรยาย
สรรพคุณของรองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน  ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้,
มาคัส แรชฟอร์ด, คัลค่อม, เมาร์โร อิคาดี้ และ เอดิสัน คาวานี่




  ยังรวมถึง อเล็กซ์ มอร์แกน ดาวยิงหญิงเบอร์หนึ่งของโลกคนปัจจุบัน  ก็เป็นพรีเซนเตอร์
หลักให้กับ Phantom Venom Elite ด้วยเช่นกัน  พร้อมพาทีมชาติสหรัฐอเมริกา
ลงป้องกันแชมป์โลกในรายการฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกในช่วงกลางปี 2019 นี้ด้วย

  นอกจากนั้นยังมีนักฟุตบอลรายอื่นๆ  ที่แม้จะไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์หลักอย่างเป็นทางการ 
แต่เราก็สามารถพบรองเท้ารุ่นนี้ถูกสวมใส่อยู่ที่เท้านักเตะตัวหลักของแต่ละทีมเสมอๆ  เรียก
ได้ว่าทุกการแข่งขันจะต้องมีรองเท้ารุ่นนี้ปรากฏอยู่ในสนาม  เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความ
นิยมให้ตัวรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ได้เป็นอย่างดี



  ดังนั้น..ถ้าใครเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์การโปรโมท  หรือนิยมซื้อรองเท้า
ฟุตบอลตามนักเตะดัง  คงต้องบอกว่าไนกี้ Phantom Venom Elite คือหนึ่งในตัวเลือก
ที่ดีที่สุดในตอนนี้  และด้วยไทม์ไลน์ของอายุการทำตลาด  ที่พอจะคาดเดาได้ว่าจะอยู่กันยาวๆ
ถึงปลายปี 2020  ดังนั้นซื้อตอนนี้ก็ยังไม่ตกรุ่นง่ายๆ แน่นอน

  ส่วนเรื่องของความคุ้มค่าสมราคากับเทคโนโลยีที่ไนกี้อัดแน่นมาในรองเท้ารุ่นนี้  หลายๆ อย่าง
ใช้งานได้จริง  ไม่ได้โปรโมทเกินความเป็นจริงมากนัก  ดูมีความคุ้มค่าตามราคาที่สมเหตุสมผล 
ตัวรองเท้ามีจุดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนรุ่นอื่นและไม่มีรุ่นอื่นเหมือน  เพียงแต่ความแข็งแรงทนทาน
และอายุการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้  ยังเป็นสิ่งที่ต้องหาคำตอบกันต่อไป  เพราะจากลักษณะของ
วัสดุและปัจจัยภาพนอกที่สัมผัสได้  ก็ไม่สามารถยืนยันถึงความทนทานได้สักเท่าไหร่นัก

  อีกหนึ่งประเด็นที่ผมมองว่าไนกี้ตัดสินใจได้ถูกต้อง  ก็คือการรวบไลน์การผลิตให้เหลือรองเท้า
ระดับท็อปคลาสเพียงรุ่นเดียว  มันทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องตัดสินใจยากมากว่าจะเลือกรุ่นท็อปปกติ
หรือรุ่นท็อปสูงสูด (หุ้มข้อสูง)  ดังนั้นเมื่อไม่มีรองเท้ารุ่นที่สูงและราคาแพงกว่า  การจ่ายค่าตัว
8,500 บาท เพื่อครอบครองไนกี้ Phantom Venom Elite จึงรู้สึกเต็มภาคภูมิว่าตอนนี้
เราใช้รองเท้ารุ่นท็อปสุดแล้วนะ  ประเด็นนี้เป็นเหตุผลทางความรู้สึกล้วนๆ  แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับความน่าใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้ไม่มากก็น้อย

  คะแนน : 9 / 10



  ทั้งหมดนี้คือประสิทธิภาพของไนกี้ Phantom Venom Elite ที่รีวิวจากการใช้งานจริง
ในสนามตามมาตรฐานของ SiamBoots  ไม่แน่ใจว่าหลายๆ ประเด็นที่ได้วิพากษ์วิจารณ์ไป 
จะตรงใจคุณผู้อ่านมากน้อยเพียงใด  แต่ทุกเนื้อหาที่ปรากฏลงในบทความนี้  เป็นสิ่งที่ผมสามารถ
สัมผัสได้จากการใช้งานจริงๆ 

  ตามจุดมุ่งหมายที่อยากรีวิวเป็นข้อมูลให้ทุกท่านได้นำไปใช้ประโยชน์  ประกอบการตัดสินใจ
ว่ารองเท้าฟุตบอลอาวุธสังหารประตูของไนกี้รุ่นนี้  ตรงตามความต้องการหรือเหมาะสมกับสไตล์
การเล่นของคุณมากน้อยเพียง  เพื่อให้ได้รองเท้าฟุตบอลที่จะมาช่วยเสริมประสิทธิภาพการเล่น
ขอตัวเองให้ได้มากที่สุด  แล้วเราจะได้สนุกไปกับการเล่นฟุตบอลเหมือนทุกครั้งที่ผมเน้นย้ำมา
โดยตลอด

  ถ้าไนกี้ Phantom Venom Elite คืออาวุธที่ท่านกำลังต้องการตัว อย่าช้าที่จะไปคว้ามา
ลงล่าตาขายทีมคู่แข่ง  เพราะตอนนี้ไนกี้ก็ได้ออกเฉดสีใหม่ๆ คอลเลคชั่นโดนๆ ออกมาให้ท่าน
ได้เลือกซื้อเลือกหากันแล้ว  โดยรองเท้ารุ่นนี้จำหน่ายในราคา 8,500 บาท  ที่ร้าน อาริ
ฟุตบอล คอนเซ็ปต์สโตร์ และร้านซูเปอร์สปอร์ต
  หรือถ้าจะเอาสะดวก  ยุคนี้สมัยนี้คง
ไม่พ้นการสั่งซื้อทางออนไลน์  สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่ www.nike.com ซึ่งเป็น Official
Store ของไนกี้เอง  ราคานี้ส่งฟรีถึงหน้าประตูบ้านแน่นอน

  ...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม          
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า          
ประสิทธิภาพการยิงประตู            
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "จู่โจม"          
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 13 มิถุนายน 2019 เวลา 12.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com




"Hand On!"มิซูโน่ Rebula 3 Japan


"Hand On!" แพน Balancer Touch X


"Hand On!" อาดิดาส Nemeziz 19.1