"Testing!" ไนกี้ Tiempo Legend VI : รองเท้าประเภทคอนโทรล  ที่ถูกยกเครื่องให้มี
ความเร้าใจในการใช้งานมากที่สุดเท่าที่รองเท้าประเภทนี้เคยมีมา

  เอาล่ะครับ..วันนี้ SiamBoots จะพาทุกท่านไปทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิค
ซีรี่ย์ยอดนิยมตลอดกาลจากไนกี้ ที่จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากรองเท้ารุ่น Tiempo Legend VI
รองเท้าซีรี่ย์เก๋าเจเนอเรชั่นล่าสุดที่ปรับโฉมให้มีความทันสมัย ผสานกับเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย  
ซึ่งในบทความนี้เราจะมาทดสอบการใช้งานจริง  เพื่อหาคำตอบว่ารองเท้ารุ่นนี้มีดีตรงไหนบ้าง !?

  ไนกี้เปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 6 ในชื่อซีรี่ย์ Tiempo Legend อย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายปี 2015
ที่ผ่านมา  ท่ามกลางกระแสการตอบรับที่จะเรียกว่าคึกคักก็คงไม่ใช่ หรือจะเงียบเหงาก็คงไม่เชิงนัก
อาจจะเป็นเพราะว่ารองเท้าในซีรี่ย์นี้ ได้ทำตลาดมาอย่างยาว มีชื่อชั้นและความนิยมที่ผ่านมา  นั้นมี
มาตรฐานคงเส้นคงวามาโดยตลอด  จนอาจจะทำให้ใครหลายๆ คนรู้ถึงสรรพคุณเป็นอย่างดีแล้ว
รวมถึงการโปรโมทเปิดตัวในระดับโกลบอลที่ไม่ค่อยกระหึ่มเหมือนกับซีรี่ย์อื่นๆ เช่น Magista และ
Hypervenom II นั่นเอง



  แต่สำหรับสาวกตัวยงของรองเท้าประเภทคลาสสิค  โดยเฉพาะซีรี่ย์ Tiempo Legend จากไนกี้
ซีรี่ย์นี้  ผมเชื่อว่าทุกคนต่างจับตามองว่า Tiempo Legend VI นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไป
จากเจเนอเรชั่นเดิมมากน้อยแค่ไหน  และถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้น..โจทย์ที่สุดแสนจะท้าทายสำหรับ
ทีมพัฒนารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  นั้นอยู่ที่คำถามง่ายๆ ที่ยากจะหาคำตอบว่า "จะทำรองเท้าฟุตบอลที่ดี
มีความครบเครื่องอยู่แล้ว  ให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร ?"

  แน่นอนว่า..คุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามข่าวสารในวงการรองเท้าฟุตบอลจาก SiamBoots จะรู้ถึง
การพัฒนา แนวคิดและการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏอยู่ในตัวของ Tiempo Legend VI ไปแล้ว  แต่
สิ่งสำคัญที่อยู่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งาน "Boots Testing!" บทความนี้  คือคำตอบว่า
เทคโนโลยี แนวคิดหรือการออกแบบทั้งหมดที่ไนกี้นำเสนอออกมานั้น  เมื่อเอาลงไปใช้งานจริงในสนาม
แล้วจะใช้งานได้ดีมากน้อยเพียงใด  หรือว่ามีจุดเด่นจุดด้อย  เมื่อเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นเก่าตรงไหน
บ้าง  



  ในบทความนี้..จะหาคำตอบทั้งหมดมาให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้รู้ว่า ไนกี้ Tiempo Legend VI
จะตอบโจทย์ความต้องการและสามารถเข้ากับสไตล์การเล่นของท่านได้มากน้อยเพียงใด  โดยรองเท้า
ที่ผมได้รับมาทดสอบในครั้งนี้  ได้รับการสนับสนุนมาจาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เช่น
เคย  

  เมื่อพร้อมกันแล้ว...ผมจะพาทุกท่านไปเข้าสู่การทดสอบการใช้งาน รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์คลาสสิค
ยอดนิยม ไนกี้ Tiempo Legend VI กันได้เลยครับ

ข้อมูลรองเท้า ไนกี้ รุ่น Tiempo Legend VI

  ก่อนที่จะลงสนามทดสอบการใช้งานผ่านบททดสอบหัวข้อต่างๆ  ผมจะเขาพาทุกท่านไปรู้จักกับรองเท้า
รุ่น Tiempo Legend VI ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นท็อปสุดในไลน์การผลิตของซีรี่ย์นี้กันก่อน  ไปดูกันว่า
รองเท้ารุ่นนี้มีรายละเอียด เทคโนโลยีหรืออ็อฟชั่นอะไรบรรจุมาให้บ้าง  โดยผมจะขอยกเอาเนื้อหาจาก
บทความ "Hand On!" ที่เคยเผยแพร่ไปเมื่อราวๆ เดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ยกเอามาแปะอีกครั้งนึง

  แต่ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดที่ได้อ่านเนื้อหาในส่วนนี้แล้ว..สามารถเลื่อนลงไปด้านล่างสุด  เพื่อคลิกลิงค์
ไปยังหน้าถัดไป  ที่จะเริ่มทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้ กันได้เลยครับ



  สำหรับไนกี้ Tiempo Legend VI คู่ที่จะมารีวิวกันในบทความนี้  เป็นสีแดงเพลิง ประจำคอลเลคชั่น
"Metal Flash" ที่เปิดตัววางจำหน่ายประจำเดือนกุมภาพันธ์  ผมจะพาทุกท่านไปดูกันว่าถ้าท่านซื้อ
รองเท้ารุ่นนี้มาจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  ภายในกล่องรองเท้าสีส้มกล่องนี้..จะมีอะไรใส่มา
ไว้ให้บ้าง

  ทันทีที่เปิดฝากล่องขึ้นมา  เราก็จะได้ยลโฉมกับรองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Tiempo Legend VI สีแดงเพลิง
มีรหัสสีอย่างเป็นทางการว่า Lt Crimson/Metallic Silver-Total Crimson-Black
   

  ด้านในมีถุงใส่รองเท้าตามสไตล์ของไนกี้แถมมาให้  โดยถุงดังกล่าวมีสายสะพายด้านข้างทั้งสองด้าน  
ด้านใน มีช่องซิปขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้เล่นสามารถใส่รองเท้าและของเล็กน้อยๆ ได้  ถึงแม้ว่าสีรองเท้าจะเป็น
สีแดงแทบทั้งหมด  แต่สีหลักของถุงใส่รองเท้านั้นเป็นสีดำ  แต่ใช้สีของโลโก้ไนกี้ และชื่อซีรี่ย์เป็นสีแดงแทน



  เมื่อได้ลองสัมผัสกับ ไนกี้ Tiempo Legend VI เป็นครั้งแรก  รู้สึกได้ว่ารูปทรงของตัวรองเท้าแอบ
กว้างขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นเก่าเล็กน้อย  หัวรองเท้ามีลักษณะแหลมกว่านิดหน่อย  แต่ในเรื่องของน้ำหนักเมื่อ
ลองยกเปรียบเทียบกันดูระหว่าง Tiempo Legend VI และ Tiempo Legend V แล้วไม่รู้สึกแตกต่าง
กันมากนัก  แม้ว่าสัมผัสที่ได้รับจาก Tiempo Legend VI จะรู้สึกโปร่งๆ กว่านิดหน่อย

  เพื่อให้รู้ข้อเท็จจริง  ผมได้ลองเอา Tiempo Legend VI สีแดงคู่นี้ มีขนาดไซด์ 9.5 US, 8.5 UK,
43 Fr และ 27.5 cm ขึ้นชั่งน้ำหนัก ปรากฏตัวเลขออกมาที่ 250 กรัม/ข้าง  หากลองเปรียบเทียบกับ
ข้อมูลน้ำหนักตัวรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เราได้เคยรีวิวไปแล้ว เป็นดังนี้

   - อาดิดาส Messi 15.1 235 กรัม
   - อาดิดาส ACE 15.1 หนังสังเคราะห์ 257.1 กรัม
   - อาดิดาส X 15.1 หนังสังเคราะห์ 215.1 กรัม
   - อาดิดาส X 15.1 หนังแท้ 230.2 กรัม
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม
   - อาดิดาส Predator® Instinct 285 กรัม
   - อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 233 กรัม
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม 
   - ไนกี้ Mercurial Vapor V 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom II 215 กรัม 
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม 
   - พูม่า evoSpeed 1.4 205 กรัม
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

 ไฮไลท์นั้นอยู่ที่การเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นเก่า  ปรากฏว่า Tiempo Legend VI นั้นกลับมีน้ำหนัก
มากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
   

  อย่างที่บอกไปแล้วว่ารูปทรงรองเท้าของ ไนกี้ Tiempo Legend VI นั้นดุจะมีหน้าเท้าที่กว้างขึ้น
กว่าเดิมเล็กน้อย  แต่หัวรองเท้าก็มีลักษณะแหลมขึ้น  นี่จึงอาจจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้น้ำหนักรวมของ
รองเท้ามากขึ้นตามข้อมูลข้างต้น

  ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Tiempo Legend VI นั้น  ทีมออกแบบไนกี้ได้ให้ข้อมูลทางเทคนิค
ออกมาว่า  พวกเขาต้องการจะลดรอยด้ายเย็บบนตัวรองเท้ารุ่นนี้ให้มากที่สุด  เนื่องจากการที่มีรอยด้าย
เย็บบนตัวรองเท้า  แม้จะทำให้ความนุ่มและพื้นที่สัมผัสบอลเพิ่มขึ้น  แต่เมื่อใช้งานไปนานๆ แล้วด้ายเย็บ
มักจะขาด  รวมถึงยังเป็นจุดบอดที่ทำให้น้ำหรือความชื้นแทรกซึมเข้าไปด้านในชั้นหนังได้ง่าย  ส่งผลให้
หนังรองเท้าแข็งกระด้างหรือเสียสภาพได้ก่อนระยะเวลาอันควร  นั่นจึงทำให้หน้าตาของรองเท้ารุ่นนี้ที่ปรากฏ
ออกมานั้นแทบจะไม่มีรอยด้ายเย็บนั่นเอง
   

  อย่างไรก็ตาม..การลดรอยด้ายเย็บลงไป  จะส่งผลให้หนังรองเท้ามีความเรียบหรือทำให้พื้นผิวสัมผัสบอล
น้อยลงดังนั้น..ไนกี้ได้คิดค้นโครงสร้างแบบใหม่ให้กับตัวรองเท้า  โดยการทำให้ตัวรองเท้ามีโครงสร้าง
แบบร่างแห 3 มิติหรือเมซ (Engineered Mesh)
อยู่ที่ด้านในตัวรองเท้าไปเลย  หรือพูดให้เข้าใจ
กันง่ายๆ ก็คือรูปร่างตะปุ่มตะปั่มของตัวรองเท้านั่นแหละ  โดยการใช้เทคนิคการสร้างโฟม 3 มิติขึ้นมา
แล้วฝังไว้ด้านใน  เพื่อให้ลักษณะหน้าสัมผัสหรือพื้นที่ผิวสัมผัสบอลของตัวรองเท้านั้นมีมากขึ้น  ทำให้
ประสิทธิภาพการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอลยังคงอยู่ 



  กลับมาที่เรื่องของวัสดุหลักของ Tiempo Legend VI กันก่อน  แน่นอนว่ารองเท้ารุ่นนี้ตัดเย็บขึ้นมา
จากวัสดุหนังจิงโจ้แท้ (Kangaroo Leather) แต่จากข้อมูลได้ระบุว่าเป็นหนังจิงโจ้แบบบางแต่นุ่ม
(Thin super soft)
จากที่ลองสัมผัสด้วยมือ  รู้สึกได้ถึงความนุ่มของหนังรองเท้าเช่นเคย  แต่ฟีลลิ่ง
ที่เปลี่ยนไปเมื่อเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นเก่า  ก็คือลักษณะความหนาของหนังรองเท้าที่ลดลงไปพอประมาณ

  โดยไนกี้ Tiempo Legend VI นั้นจะชั้นหนังจิงโจ้แท้แบบครึ่งหน้าเหมือนกับโฉมเก่า  โดยส่วนครึ่ง
หลังนั้นจะเป็นการผสมวัสดุหนังสังเคราะห์เข้ามา  รวมถึงการออกแบบโครงสร้างข้างเท้าด้านในแบบใหม่  
ซึ่งผมจะพูดถึงต่อไปอีกครั้งในส่วนถัดไป  โดยจุดประสงค์ของการใช้วัสดุสังเคราะห์เข้ามาในส่วนที่ไม่จำเป็น
ต้องสัมผัสกับลูกบอล  ก็เพื่อทำให้ตัวรองเท้ามีคุณสมบัติในการสร้างความกระชับกับเท้าของผู้เล่นได้ดียิ่งขึ้น



  นอกเหนือจากประสิทธิภาพการควบคุมที่ได้จากโครงสร้างรองเท้าแบบใหม่แล้ว  เทคโนโลยี ACC หรือ
All Conditions Control
ที่หลายคนรู้จักและรู้ซึ้งถึงประสิทธิภาพการใช้งานมาเป็นอย่างดีแล้ว  ก็เป็นอีก
หนึ่งจุดขายของรองเท้าระดับท็อปคลาสรุ่นนี้โดยเฉพาะ  โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้หน้าสัมผัสของ
ตัวรองเท้ายังมีประสิทธิภาพในการควบคุมและดึงดูดกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีเหมือนเดิม  แม้ว่าหน้าสัมผัส
จะเปียกน้ำก็ตาม

  ในแง่ของการดีไซน์ออกแบบ  จะเห็นได้ว่าโลโก้ไนกี้จะปรากฏอยู่ที่บริเวณช่วงครึ่งหลังของข้างเท้าทั้งสองฝั่ง   โดยโลโก้ไนกี้ของ Tiempo Legend VI จะเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ที่มีลักษณะสะท้อนแสง  ดูมีมิติและ
มีราคามากยิ่งขึ้นด้วยการทำให้พื้นผิวมีลักษณะเป็นสัดส่วนนูน-ต่ำ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโลโก้สีเงินแบบ
เมทัลลิค (Silver metallic) ของ Tiempo Legend VI สีแดง ประจำคอลเลคชั่น "Metal Flash" คู่นี้
   

  หนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับไนกี้ Tiempo Legend VI ที่เห็นได้ชัดก็คือ "ลิ้นของรองเท้าเป็น
แบบเย็บติดเป็นชิ้นเดียวกับตัวรองเท้า"
 ซึ่งใครที่เคยใช้ Mercurial Vapor X หรือ Hypervenom
Phinish มาก่อนจะเข้าใจเป็นอย่างดี  โดยลิ้นรองเท้าลักษณะดังกล่าวนั้น  ไนกี้จะเย็บชิ้นส่วนครึ่งล่างของ
ลิ้นเข้ากับแนวขอบรูร้อยเชือก  ข้อดีของการใช้ลิ้นแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้ลิ้นรองเท้าเคลื่อนที่ไป-มาจนเกิดความ
รำคาญในระหว่างการใช้งาน  ในทางตรงกันข้าม..มันยังช่วยสร้างความกระชับกับหลังเท้าของผู้เล่นได้
อย่างสม่ำเสมออีกด้วย  แต่ขอเสียก็คือการสวมใส่และการทำความสะอาดที่ยากลำบากเสียหน่อย
   

  ส่วนครึ่งบนของลิ้นรองเท้านั้นจะไม่ถูกเย็บติดกับตัวรองเท้าแบบครึ่งล่าง  แต่ครึ่งบนจะมีลักษณะขยายออกดั่ง
ที่เห็นตามภาพด้านบน  ซึ่งยังมีการบุวัสดุบุนุ่มเอาไว้ด้วย  เพื่อช่วยสร้างความกระชับและลดแรงปะทะในจังหวะ
สัมผัสบอลให้กับบริเวณข้อพับของข้อเท้า
   
  เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัว ไนกี้ Tiempo Legend VI มีลักษณะเป็นเชือกรองเท้าแบบปกติทั่วไป
กล่าวคือ..เป็นเชือกรองเท้าแบบเส้นแบบ  เส้นเชือกมีหน้ากว้างเท่ากันตลอดทั้งเส้น  เส้นเชือกพอจะมีความนุ่ม
อยู่บ้าง  เพื่อให้เวลาผูกปมเชือกแล้วจะไม่คลายออกได้ง่ายนัก



  สัญลักษณ์ All Conditions Control (ACC) จากที่ปกติจะพิมพ์เอาไว้บนลิ้นรองเท้า  ได้ถูกย้ายมา
ไว้ที่บริเวณข้างเท้าด้านในดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  แต่บริเวณนี้ยังมีรายละเอียดการออกแบบที่น่าสนใจ
ไม่น้อย  เนื่องจากไนกี้ได้ออกแบบส่วนเพิ่มความกระชับที่เห็นเป็นวัสดุสีส้มชิ้นใหญ่  ให้มีลักษณะโครงสร้าง
แบบร่างแหหรือเมซ (Mesh)
ทำจากวัสดุสังเคราะห์  ต่อเนื่องยาวไปเชื่อมกับตำแหน่งรูร้อยเชือก 2 ระดับ
บนสุด  

   เมื่อผู้เล่นดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นๆ แรงดึงของเชือกรองเท้าจะส่งผ่านมาจากโครงสร้างดังกล่าว  
เพื่อทำให้ตัวรองเท้ากระชับเข้ากับอุ้งเท้าหรือข้างเท้าด้านในได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ถือเป็นอีกหนึ่ง
การออกแบบที่น่าสนใจไม่น้อย  



   เปลี่ยนมาดูที่บริเวณส้นเท้าและฝั่งข้างเท้าด้านนอกกันบ้าง  เรื่องแรกที่จะพูดถึงคือรองเท้ารุ่นนี้ใช้เกราะ
ป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายใน (Internal Heel Counter) โดยเป็นชิ้นพลาสติกแข็ง
ฝังอยู่ด้านในของส้นเท้า  มีระดับความสูงประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงส้นเท้ารองเท้า  หรือที่เห็นตามแนว
ของโครงสร้างเมซ (Mesh) นั่นเอง  ข้อดีของการใช้เกราะป้องกันส้นเท้าแบบภายในก็คือความไม่เทอะทะ  
และทำให้ดีไซน์เนอร์สามารถอออกแบบดีไซน์บริเวณส้นเท้าได้อย่างเต็มที่

   นอกจากตราไนกี้สีเงิน (Silver metalic) ขนาดใหญ่ที่ข้างเท้าด้านนอก  ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวรองเท้า
ดูมีความโมเดิร์นและมีราคามากขึ้นแล้ว  ในเรื่องของวัสดุนั้นยังพบว่าไนกี้เลือกใช้หนังสังเคราะห์มา
ตัดเย็บเป็นชิ้นส่วนรองเท้า  ทำให้สร้างความกระชับกับบริเวณข้อเท้าด้านนอกได้ดี
   

   บริเวณหุ้มส้นด้านในของเจ้า Tiempo Legend VI นั้น  เปลี่ยนมาใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ผิวเรียบ
มาเป็นวัสดุหน้าสัมผัส  มีรอยบุเพื่อให้เป็นจุดสป็อตเล็กๆในระดับนึงดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  ด้านในมีการ
บรรจุวัสดุจำพวกโฟมหรือฟองน้ำเอาไว้เพื่อช่วยรองรับกับส้นเท้าของผู้สวมใส่  แต่พบว่าความนุ่มของหุ้มส้น
นั้นลดลงจาก Tiempo Legend V พอสมควรโดยส่วนที่บรรจุวัสดุบุนุ่มนั้นจะมีเฉพาะบริเวณครึ่งบนเท่านั้น  
ส่วนครึ่งหลังนั้นไม่มี  จะเป็นสัมผัสแข็งๆ จากชิ้นส่วนของเกราะป้องกันส้นเท้าแทบทั้งหมด
   

   แผ่นรองพื้นด้านในของ Tiempo Legend VI สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้
มีลักษณะเป็นแผ่นทึบ เนื้อโฟมตันทั้งแผ่น  ไม่มีรูเหมือนกับแผ่นรองพื้นของเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ผิวหน้าสัมผัสด้านบน
เปลี่ยนจากหน้าผ้าไนล่อน  มาเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่  ทดลองสัมผัสดูแล้วมีความฝืดในระดับปานกลาง  ที่บริเวณส้น
มีสกรีนโลโก้ไนกี้และชื่อซีรี่ย์เอาไว้

   
   จุดเด่นสำคัญของแผ่นรองพื้นชุดนี้  คือการใช้วัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูป  เนื้อโฟมมีความหนาพอสมควร  
และมีความยืดหยุ่นสูง  เด้งรับและตอบสนองต่อแรงกระทำได้เป็นอย่างดี  แต่ไฮไลท์อยู่ที่การเสริมวัสดุ
PORON
ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถรับและผ่อนแรงกระทำได้ดีกว่า  เอามาเสริมที่บริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้า
ด้านหน้า  ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้เล่นต้องลงน้ำหนักตัวอยู่เสมอ  ไม่ว่าจะเป็นการยืนพื้นสนาม หรือการสปรินซ์ออกตัว
ด้วยความเร็ว  แน่นอนว่าเทคโนโลยีส่วนนี้  เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากบรรดาผู้ใช้งานรองเท้า
ฟุตบอลระดับท็อปคลาสของไนกี้มาอย่างยาวนาน
   

   หน้าตาชุดพื้นของไนกี้ Tiempo Legend VI มีความสวยงามด้วยการออกแบบลายพิมพ์กราฟฟิก
เอาไว้ที่ใต้ชุดพื้นซึ่งเป็นวัสดุพลาสติก TPU ใส  โดยฝั่งข้างขวาเป็นคำว่า "Tiempo" ส่วนฝั่งข้างซ้าย
เป็นตรา "โลโก้ไนกี้" ซึ่งลายพิมพ์ดังกล่าวจะมีเฉพาะบนชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ซึ่งเป็นรองเท้าระดับ
ท็อปคลาสเท่านั้น

   กลับมาที่รายละเอียดของชุดพื้นกันอีกครั้ง พบว่ารูปแบบชุดพื้นปุ่มแบบ FG ของ Tiempo Legend
VI
นั้นเป็นแบบเดียวกันกับชุดพื้นของเจเนอเรชั่นที่แลกทุกประการ  เรียกได้ว่ายกชุดมาใส่กันเลย  โดย
จุดเด่นของชุดพื้นชุดพื้น  อยู่ที่ฐานพื้นช่วงกลางมีความกว้าง  สามารถรองรับการลงน้ำหนักได้เต็มเท้า  
จึงให้ประสิทธิภาพในด้านสมดุลการทรงตัวและความสบายเท้า  ในขณะที่มีแนวสันนูนขึ้นมาเล็กน้อย  
คอยเชื่อมระหว่างปุ่มรองเท้าด้านหลังมายังปุ่มรองเท้าด้านหน้า  จึงพอจะมีฟีลลิ่งจากแรงดีดของชุดพื้น
เมื่อตอนที่มันงอตามจังหวะการเคลื่อนที่ของผู้เล่นให้ได้เรียกใช้งานบ้าง
   

   ปุ่มรองเท้าด้านหน้า ใช้ปุ่มแบบกลมที่บริเวณขอบรองเท้าทั้งสองฝั่ง  นับจำนวนปุ่มรวมได้ทั้งสิ้น 8 ปุ่ม
แบ่งออกเป็นฝั่งละ 4 ปุ่ม  สาเหตุที่ไนกี้ยังคงเลือกใช้ปุ่มแบบกลมให้กับ Tiempo Legend VI นั้น  
เพราะไนกี้เล็งเห็นว่าปุ่มกลมจะช่วยสร้างสมดุลในการลงน้ำหนัก  ทั้งจังหวะการเปลี่ยนทิศทางการ
เคลื่อนที่ หรือการหมุนตัว  รวมถึงจังหวะการหยุดการลื่อนที่หรือลงน้ำหนักในจังหวะการวางเท้าหลัก
เพื่อเตะลูกฟุตบอล  ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นของผู้เล่นประเภทจอมทัพโดยเฉพาะ  แตกต่างจากปุ่มใบมีดที่จะ
เน้นการเกาะพื้นสนามเพื่อการสปรินซ์ด้วยความเร็ว หรือการสับขาหลอกเป็นหลัก

   อย่างไรก็ตาม..บริเวณตรงกลางฝ่าเท้ายังมีปุ่มแนวยาวตามขวาง  ที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มพื้นที่
หน้าตัดในการส่งแรงไปยังพื้นสนามในการออกตัว  จึงช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ทางตรงได้
เร็วขึ้นกว่าการใช้ปุ่มกลมทั้งหมด 
   

   ปุ่มรองเท้าด้านหลังยังคงยึดเอกลักษณ์ปุ่มใบมีดทรงสี่เหลี่ยมแบบลบมุมขนาดใหญ่  ฐานปุ่ม
มีความหนาและแข็งแรง  เพื่อให้การลงน้ำหนักบริเวณส้นเท้าทำได้อย่างเต็มที่  มีความมั่นคงแข็งแรง
   

  เอาล่ะครับคุณผู้อ่านทุกท่าน..ในเมื่อเราได้ทำความรู้จักกับ ไนกี้ Tiempo Legend VI ที่จะมา
เป็นพระเอกของเราในบทความนี้กันแล้ว  ทีนี้ก็ได้เวลาไปลงสนามทดสอบการใช้งานจริงกันเสียที
คลิกต่อไปยังหน้าถัดไปได้เลยครับ

Boots testing



"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom Phinish
"SPARK BRILLIANCE"


"Hand On!" ไนกี้ Mercurial SuperFly V



"Boots Testing!" อาดิดาส Messi 15.1