"Testing!" ไนกี้ Tiempo Legend VII - จุดแข็งยังคงอัดแน่นมาเหมือนเดิม  แต่เพิ่มเติม
ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลบจุดอ่อนเดิมทิ้งไป !!


  ได้เวลาที่เราจะมาทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานของ ไนกี้ Tiempo Legend VII รองเท้าซีรี่ย์เก๋า
รุ่นใหม่ล่าสุด  ที่ถูกเปิดตัวออกมาลุยตลาดในภาวะที่วงการรองเท้าฟุตบอลสมัยใหม่เข้ามาแทนที่เป็น
จำนวนมาก  จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยว่ารองเท้ารุ่นนี้จะเอาจุดเด่นด้านไหนมาสู้  บทความนี้ผมจะพา
ทุกท่านไปหาคำตอบกันว่า...ไนกี้ Tiempo Legend VII มีดีแค่ไหน !?



  ไนกี้ไม่ได้มีพิธีรีตรองอะไรมากมายในการเปิดผ้าคลุม ในวันเปิดตัว Tiempo Legend VII
เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 2017 ที่ผ่านมา  โดยเฉพาะเมื่อมองย้อนไปเปรียบเทียบกับรองเท้าซีรี่ย์
Hypervenom III ที่เปิดตัวไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2017 แล้วล่ะก็  จะยิ่งเห็นความ
แตกต่างกันอย่างชัดเจน  

  และจากวันนั้น..จนถึงวันนี้  การหาภาพโปรโมทของรองเท้าซีรี่ย์นี้  จากทางโลกโซเชี่ยลหรือแฟนเพจ
อย่างเป็นทางการของไนกี้  ก็แทบจะไม่มีอัพเดตออกมาเลย  ภาพที่คุ้นตาคงจะหนีไม่พ้น..ภาพที่
เซอร์คิโอ รามอส พรีเซนเตอร์หลักของ Tiempo Legend VII กำลังสวมรองเท้าสีเปิดตัว
ในคอลเลคชั่น Lock in Let Loose ซึ่งเป็นภาพแรกที่ไนกี้เผยออกมาก่อนที่รองเท้ารุ่นใหม่
จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ..แค่นั้นเลย จริงๆ !!

   

  การโปรโมทแบบเบาๆ เช่นนี้..คงจะเป็นปัญหาใหญ่ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาในตลาด
ปัจจุบันอย่างแน่นอน  แต่ประเด็นนี้..คงไม่ใช่สำหรับ Tiempo Legend VII ซึ่งเป็นรองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์ยอดนิยมที่มีอายุการทำตลาดและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนั้น  ทุกครั้งที่ไนกี้เปิดตัวรุ่นใหม่
ของรองเท้าประเภทคลาสสิคตระกูลนี้  มักจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทางด้านของรายละเอียด
และการออกแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิม  



  และทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  ผลตอบรับที่เกิดขึ้นแทบจะเป็นด้านบวก
แบบ 100% เลยก็ว่าได้  จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม Tiempo Legend VII สามารถได้รับ
ความนิยมและถูกหมายหัวว่าจะเป็นอาวุธคู่เท้าของใครหลายๆ คนนับตั้งแต่ที่เปิด

  อย่างไรก็ตาม..คำโปรโมทเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ออกมาจากผู้ผลิต ก็คงเป็นเรื่องปกติที่จะเน้นสรรพคุณ
ข้อดีทั้งหมดที่สามารถเข็นออกมาได้จากทั้งแนวคิด ไอเดีย และการทดสอบจากสนามทดสอบ  จึงไม่แปลก
ที่ทุกยอ่างจะเอนเอียงเข้าข้างตัวรองเท้าที่ต้องการโปรโมทจุดขาย  



  แต่ตามแนวทางของ SiamBoots เราอยากจะขอเป็นหนึ่งในผู้ให้คำตอบจากการรีวิวทดสอบ
การใช้งานจริง  เพื่อหาข้อมูลและประสิทธิภาพที่ได้รับ  รวมถึงข้อดีและข้อด้อย  เพื่อเป็นกระบอกเสียง
ให้คุณผู้อ่านทุกท่าน..สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจว่ารองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Tiempo
Legend VII
รุ่นใหม่คู่นี้  มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ตรงตามความต้องการและเหมาะสมต่อ
สไตล์การเล่นฟุตบอลของท่านหรือไม่  วันนี้..ผมจะพาทุกท่านไปหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน  ถึงแม้ว่า
รองเท้าฟุตบอลคู่ทดสอบนั้น  เราจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ จาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศ
ไทย) จำกัด
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา  แต่ยังข้อเน้นย้ำเหมือนเดิมนะครับว่า..ทุกการรีวิวทั้งหมด
ที่ปรากฏในนี้..ผมเขียนด้วยตัวเอง จัดเต็มแบบตรงๆ เพื่อเค้นเอาข้อมูลและประสิทธิภาพที่สัมผัสได้
เอามาบอกเล่ากันแบบตรงๆ เหมือนเดิม !!  

  หากพร้อมกันแล้ว...เราไปลุยกันได้เลย... !!!

ข้อมูลรองเท้า ไนกี้ Tiempo Legend VII



  ทุกครั้งที่ไนกี้ เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่  มักจะพบว่าตัวรองเท้านั้นได้ถูกอัพเกรดและพัฒนาจาก
รองเท้ารุ่นเดิมไปพอสมควร  ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการอัพเดตหน้าตาภาพนอกเท่านั้น  ซึ่งก่อนหน้านี้
ผมได้ปล่อยบทความ "Hand On!" เพื่อแนะนำถึงรายละเอียด ข้อมูลทางเทคนิค เทคโนโลยีและ
จุดเด่นของตัวรองเท้าทั้งหมดไว้



  หากท่านใดยังไม่ได้อ่าน หรือยังไม่รู้ว่า Tiempo Legend VII นั้นมีจุดเด่นตรงไหนบ้าง
ผมอยากให้ท่านกลับไปอ่านรายละเอียดจากบทความดังกล่าวก่อน  เพื่อจะได้อรรถรสในการทดสอบ
การใช้งานอย่างแท้จริง  เพราะในบางส่วนของการวิพากษ์วิจารณ์จากการทดสอบนั้น  เราจะพูดถึง
เทคโนโลยีต่างๆ บนตัวรองเท้า  เพื่อวิเคราะห์กันว่าสามารถใช้งานได้จริงดั่งที่ไนกี้ให้ข้อมูลมาหรือไม่  
ดังนั้นเพื่อไม่ให้พลาดทุกรายละเอียด..ผมอยากให้ท่านที่ยังไม่รู้จักรองเท้ารุ่นนี้ดีพอ  ได้อ่านข้อมูล
เหล่านั้นเสียก่อนที่เราจะไปลงสนามทดสอบรองเท้ารุ่นนี้กันในอีกไม่กี่อึดใจหลังจากนี้

  ลิงค์บทความ Hand On! ไนกี้ Tiempo Legend VII >>> www.siamboots.com/
handon-Nike-tiempo-legend-7



การเลือกไซส์



  โดยปกติพื้นฐานการเลือกไซส์รองเท้า ของไนกี้ Tiempo Legend นั้นเป็นอะไรที่ผิดเพี้ยนกันมา
ตั้งแต่เจเนอเรชั่นของ Tiempo Legend V แล้ว  ต่อเนื่องมาจนถึง Tiempo Legend VI ซึ่ง
ผู้สวมใส่จำเป็นต้องเพิ่มไซส์รองเท้าขึ้นไป ครึ่งไซส์ จากไซส์รองเท้าจริงของตัวเอง หรืออ้างอิงจาก
เจเนอเรชั่นที่ Tiempo Legend IV ที่เป็นรองเท้าที่ใส่ตรงไซส์แล้วสบายเท้ามาก

  ดังนั้น..ทุกครั้งที่ไนกี้มีการอัพเดตเจเนอเรชั่นใหม่ของรองเท้าตระกูลนี้ในปัจจุบัน  คำถามที่หลายคน
มักถามเข้ามาเป็นอันดับแรกคือ Tiempo Legend VII นั้นยังต้องเพิ่มไซส์ไหม? ใส่ตรงไซส์ได้
หรือยัง?  ในส่วนนี้ผมจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปหาคำตอบพร้อมๆ กันครับ...เลือกไซส์รองเท้ารุ่นนี้
ให้ชัวร์ก่อนที่จะลงสนาม ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้



  Tiempo Legend VII ยังคงเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ยังสวมใส่ยากพอสมควร  แม้จะเป็นรองเท้า
แบบหุ้มส้นต่ำตามปกติก็ตาม เนื่องจากส่วนของลิ้นรองเท้าที่เป็นวัสดุฟลายนิตที่ติดอยู่กับตัวรองเท้า
นั่นเอง  ถึงแม้วัสดุฟลายนิตจะยืดขยายออกได้บ้าง  แต่ก็ทำได้ไม่มากนัก  ในขั้นตอนการสวมใส่นี้
ยังจำเป็นต้องคลายแนวร้อยเชือกให้หลวมมากๆ ทุกครั้ง  โดยภาพรวมแล้วยังเป็นรองเท้าที่สวมใส่
ที่กินแรงพอสมควร..แม้จะน้อยกว่า Tiempo Legend VI ก็ตาม



  หลักจากสวมใส่ ไนกี้ Tiempo Legend VII เข้าไปเป็นที่เรียบร้อย  ถุงเท้าฟุตบอลที่เลือกใช้นั้น
ยังเป็นถุงเท้าฟุตบอลแบบมาตรฐานของไนกี้  ไม่บางจนเกินไป และก็ไม่ได้หนาเหมือนกับถุงเท้ากันลื่น
ซึ่งเป็นถุงเท้าฟุตบอลประเภทที่ผมเลือกสวมใส่เวลาทดสอบใช้งานรองเท้าฟุตบอลมาโดยตลอด

  การผูกปมเชือกรองเท้าเมื่อดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นๆ แล้ว  พบว่าปลายเชือกที่เหลือนั้นไม่ยาว
จนเกินไป..ซึ่งเป็นปกติแบบที่ไนกี้นิยมประมาณปลายเชือกให้เหลือมาเท่านี้อยู่แล้ว สำหรับรองเท้าฟุตบอล
ประเภทคลาสสิคตระกูลนี้



  วิเคราะห์ขนาดตามความยาว..พบว่าพื้นที่หัวรองเท้านั้นเหลือน้อยมาก  และจะเหลือเฉพาะตรงส่วน
ของปลายนิ้วกลางและนิ้วนาง  ซึ่งเป็นบริเวณที่ตรงกับส่วนยาวที่สุดของหัวรองเท้า  ผมสามารถวาง
นิ้วทาบระยะลงไปได้ประมาณครึ่งนึงของนิ้วโป้ง(มือ)เท่านั้น  ระยะที่เหลือค่อนข้างจำกัดแบบที่เห็น
ตามภาพด้านบน  พอจะกะระยะได้ราวๆ 0.2-0.3 เซนติเมตร

  โอเค..แม้ว่าระยะที่เหลือประมาณนี้จะเป็นระยะหัวเหลือตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลจากไนกี้
ในกรณีที่ผมเลือกสวมใส่แบบตรงไซส์เช่นนี้  ซึ่งก็มีรองเท้ารุ่น Hypervenom Phantom III DF
และ Magista Obra II ซึ่งสามารถสวมใส่ลงสนามได้พอดี



  แต่สำหรับไนกี้ Tiempo Legend VII คู่นี้ เป็นอะไรที่แตกต่างออกไป  เพราะฟีลลิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจน
ก็คือระยะที่ชนหัวรองเท้า ตรงบริเวณนิ้วก้อยและนิ้วโป้ง แบบที่ไม่มีระยะให้หายใจหายคอเลย  รวมถึง
แรงบีบเข้าหาบริเวณโคนนิ้วเท้าทั้งสองด้าน (ตามจุดที่ชี้ดั่งภาพด้านบน) ก็มีความแน่นจนรู้สึกได้ทันที
ว่าการสวมใส่ลงสนามด้วยการเลือกไซส์นี้คงจะไม่ไหวอย่างแน่นอน

  ทีนี้มาวิเคราะห์ขนาดตามความกว้างบ้าง  พบว่าฟีลลิ่งบริเวณข้อเท้านั้นจะรู้สึกแน่นพอสมควรเลย
สำหรับใครที่มีลักษณะรูปเท้ากว้างเหมือนกับเท้าของผมเช่นนี้  แต่ถ้าใครที่มีลักษณะรูปเท้าเรียวยาว
หรือใครที่สวมใส่ Mercurial แบบตรงไซส์ได้สบายๆ ล่ะก็  เชื่อว่าฟีลลิ่งในด้านกว้างเมื่อสวมใส่
Tiempo Legend VII แบบตรงไซส์เช่นนี้ จะเป็นอะไรที่ลงตัวกำลังดีเลยทีเดียว



  อย่างไรก็ตาม..ด้วยลักษณะการบุส่วนหุ้มส้นด้านในให้มีลักษณะหนามากที่สุดแล้วในบรรดารองเท้า
ฟุตบอลทุกรุ่นของไนกี้ ณ ตอนนี้  เมื่อผนวกรวมกับขนาดตามความยาวที่ "หัวชน" จึงส่งผลให้หุ้มส้น
นั้นค่อนข้างอึดอัดพอสมควร  ฟีลลิ่งที่รู้สึกได้บริเวณส่วนของหุ้มส้นนั้นแน่นกระชับ แต่มีความอึดอัด
แถมมาให้ด้วย 

  สรุปคำแนะนำสำหรับการเลือกไซส์ ไนกี้ Tiempo Legend VII ที่เรากำลังจะลงสนามทดสอบ
การใช้งานในวันนี้...ผมขอแนะนำให้ทุกท่านเลือกแบบ "เพิ่มครึ่งไซส์" ดีที่สุด  โดยปัจจุยหลักๆ
คือระยะตามความยาวที่เหลือน้อยจนหัวเท้าชน  และอาการบีบบริเวณด้านข้างตรงโคนนิ้วเท้าที่กล่าวไป
ซึ่งจะทำให้เวลาสวมใส่ลงเล่นในสนามจะถูกบีบจนมีอาการข้างเคียงแน่ๆ

  แต่ถ้าจะให้อ้างอิงกับรองเท้าฟุตบอลบางรุ่นที่สามารถเทียบไซส์ในหน่วยเซนติเมตร แล้วนำมาเลือก
ใช้กับไนกี้ Tiempo Legend VII ได้เลย (เผื่อคุณผู้อ่านท่านใดมีรองเท้ารุ่นดังกล่าวใช้งานอยู่แล้ว)
ก็จะมี ไนกี้ Tiempo Legend VI และ Tiempo Legend V รวมถึง อาดิดาส Ace 17+ Pure
Control
 ใครมีรองเท้ารุ่นข้างต้นนี้อยู่แล้ว..สามารถเลือกไซส์ตรงกันได้เลยครับ

ทดสอบการใช้งาน



  หลังจากการแนะนำไซส์รองเท้าที่เหมาะสม..ปรากฏว่าผมจำเป็นต้องหาเปลี่ยนรองเท้าเป็นไซส์ 28.0
เซนติเมตร หรือใหญ่กว่าใส่ปกติของตัวเองครึ่งไซส์  เพื่อที่จะได้ลงสนามทดสอบการใช้งาน
ได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด  และเมื่อทุกอย่างพร้อม..ก็ได้เวลาลงสนามทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน
ไนกี้ Tiempo Legend VII ในสนาม  ผ่านบททดสอบในหัวข้อต่างๆ ตามมาตรฐานของเรา  พร้อม
วิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยที่สามารถสัมผัสได้จากการใช้งานจริงกันแล้ว   ก่อนที่จะลงคะแนนเพื่อให้
สามารถเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

  แน่นอนว่าการรีวิว Tiempo Legend VII นั้นจะมีคู่มวยเปรียบเทียบหลักคือ Tiempo Legend
VI
ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้  เพื่อที่จะโฟกัสไปที่การพัฒนาของตัวรองเท้าตระกูลคลาสสิครุ่นนี้
(ในบทความรีวิวก่อนหน้านี้ อ้างอิงฯ ไนกี้ Tiempo Legend VI ไซส์ 27.5 เซนติเมตร  แต่ใน
เนื้อความวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่าง Tiempo Legend VII กับ Tiempo Legend VI
ทั้งหมดจะขออ้างอิงจากการเพิ่มครึ่งไซส์ เป็นรองเท้าไซส์ 28.0 เซนติเมตร เหมือนกันทั้งคู่)

  นอกจากนั้นอาจจะหยิบเอารองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่พอจะอ้างอิง  เอามาพูดเปรียบเทียบกับ Tiempo Legend
VII
บ้างในบางหัวข้อการทดสอบ  ไม่ว่าจะเป็น ไนกี้ Magista Obra II ซึ่งเป็นรองเท้าประเภท
คอนโทรลเหมือนกัน  รวมถึง Hypervenom Phantom III DF ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นล่าสุด
ก่อนหน้านี้ที่เราได้รีวิวทดสอบการใช้งานกันไป  นอกจากนี้ยังจะมีอาดิดาส Ace 16.1 แบบหนังแท้
ที่เป็นรองเท้าประเภทคอนโทรลแบบหนังแท้เหมือนกัน  ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้ผมมีโอกาสได้ใช้ แต่ไม่ได้รีวิว
ทดสอบการใช้งานอย่างเป็นทางการ  แต่เชื่อว่าข้อมูลน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านอย่างแน่นอน

  หากพร้อมกันแล้ว..ผูกเชือกรองเท้าให้แน่น แล้วไปลงสนามทดสอบหาประสิทธิภาพการใช้งาน ไนกี้
Tiempo Legend VII ไปด้วยกันได้เลยครับ

  ความสบายในการสวมใส่



  ความสบายในการสวมใส่ของรองเท้านั้นถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นต้องคำนึงถึงเป็นอันดับ
ต้นๆ  เพราะจะเป็นปัจจัยที่ช่วยช่วยให้ประสิทธิภาพด้านอื่นๆ นั้นแสดงออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ด้วย  จากข้อมูลทางเทคนิคและการออกแบบของ ไนกี้ Tiempo Legend VII ต้องบอกว่าลักษณะ
ตัวรองเท้ารุ่นนี้มีความแตกต่างจากเดิมพอสมควรเลยทีเดียว

  หลังจากที่ได้ลองสวมใส่ Tiempo Legend VII ลงสนามพร้อมการใช้งานแบบเต็มรูปแบบ  พบว่า
รองเท้ารุ่นนี้ยังคงมีความสบายในการสวมใส่โดยภาพรวมที่ดี  แต่อาจจะน้อยกว่า Tiempo Legend
VI
อยู่บ้างเล็กน้อย  เริ่มจากฟีลลิ่งบริเวณหน้าเท้า  พบว่า Tiempo Legend VII นั้นให้ฟีลลิ่ง
ความกระชับและเข้ารูปเท้ามากกว่าเดิม  เนื่องจากการเพิ่มส่วนของฟลายไวร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ
โครงสร้างตัวรองเท้านั่นเอง  ยิ่งหากเราดึงกระชับแนวร้อยเชือกให้แน่นหนามากๆ จะยิ่งส่งผลให้โครง
สร้างตัวรองเท้าบีบเข้ารูปกับเท้าของเรามากยิ่งขึ้น 


  ส่วนฟีลลิ่งความสบายบริเวณหลังเท้าของ Tiempo Legend VII นั้นดีกว่า Tiempo Legend VI
เล็กน้อย  เพราะลิ้นรองเท้าซึ่งเปลี่ยนมาใช้เป็นวัสดุฟลายนิตทั้งชิ้น  ก็พอจะช่วยให้ฟีลลิ่งบริเวณหลังเท้า
นั้นโล่งสบายมากกว่าชิ้นวัสดุหนังที่ไม่ได้ยืดหยุ่นมากนัก  แต่ฟีลลิ่งความสบายส่วนนี้ของ Tiempo
Legend VII
ก็ยังไม่เท่ากับ Hypervenom Phantom III DF หรือ Magista Obra II 
เนื่องจากลักษณะการถักทอที่แตกต่างกัน  เพราะลักษณะด้ายถักฟลายนิตของรองเท้าหุ้มข้อสูงทั้งสองรุ่น
นั้น  จะสามารถยืดขยายในแนวกว้างไปพร้อมๆ กับตัวรองเท้าซึ่งเป็นด้ายถักเหมือนกัน  แต่ส่วนด้ายถัก
ลิ้นของ Tiempo Legend VII นั้นจะถูกตีกรอบด้วยวัสดุหนังแท้ของตัวรองเท้าซึ่งไม่ได้ยืดขยาย
มากนัก..นั่นเอง

  อีกหนึ่งบริเวณสำคัญที่มีผลต่อความสบายในการสวมใส่ นั่นก็คือส่วนของหุ้มส้นรองเท้า  ซึ่งพบว่า
หุ้มส้นของ Tiempo Legend VII นั้นได้ถูกออกแบบให้มีสัดส่วนนูนขึ้นมา เพื่อรองรับและสร้าง
ความกระชับกับแนวข้อเท้าของผู้เล่นให้มากเป็นพิเศษ  ส่งผลให้ฟีลลิ่งส่วนนี้ค่อนข้างแน่นหนา  แต่
เนื่องจากวัสดุบุนุ่มด้านในของแนวหุ้มสั้นนั้นมีความหนาเป็นอย่างมาก  ตรงจุดนี้จึงไม่เป็นปัญหาหรือ
เป็นผลกระทบของความสบายในการสวมใส่โดยภาพรวมมากนัก

  สรุปได้ว่า ไนกี้ Tiempo Legend VII นั้นจะมีฟีลลิ่งความสบายในการสวมใส่ที่แอบอึดอัด
ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย  แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นเก่าแล้ว  คงไม่ถึงกับที่จะต้องตัดคะแนนตัวเลข
ลงไปแต่อย่างใด  องค์ประกอบและฟีลลิ่งเกี่ยวกับความสบายตอนสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้..โดยภาพรวม
ผมยังขอลงให้ที่ 7 คะแนน เท่าเดิม  และเท่ากันกับ Magista Obra II  แต่ตัวเลขคะแนนยังเป็น
รอง Hypervenom Phantom III DF ซึ่งผมให้ไว้ที่ 8 คะแนน  ส่วน อาดิดาส ACE 16.1
ทั้ง 2 เวอร์ชั่น ผมเคยรีวิวไว้ที่ 10 คะแนนเต็ม

  คะแนน : 8 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  คงไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรมากมายถึงประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสภาพ 
ของวัสดุแผ่นรองพื้นที่เสริมด้วยโพรอน (Poron) ซึ่งปัจจุบันนี้ไนกี้จำกัดเอาไว้ใช้งานเฉพาะรองเท้าฟุตบอล
ประเภทคอนโทรล ระดับท็อปคลาสของซีรี่ย์ Magista และ Tiempo เท่านั้น 

  ซึ่งเมื่อรวมกับลักษณะและรูปแบบการวางปุ่ม FG ของ Tiempo Legend VII ซึ่งยังคงเน้นรูปแบบ
ปุ่มรองเท้าทรงกลม + วงรี  วางตัวในตำแหน่งที่สามารถช่วยให้การลงน้ำหนักตัว  ในจังหวะการเปลี่ยน
ทิศทางในการเคลื่อนที่แบบฉับพลัน  นั้นสามารถกระจายแรงกระแทกได้ทั่วฝ่าเท้า  จึงทำให้ภาระของการ
รับน้ำหนักตัวหรือแรงกระแทกที่รู้สึกได้จากพื้นสนามนั้นไม่ได้กระทำต่อจุดใดจุดหนึ่งมาเป็นพิเศษ

  จึงต้องยอมรับกันแบบไม่มีทางปฏิเสธได้ว่า ไนกี้ Tiempo Legend VII เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มี
ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามได้ดีที่สุดรุ่นนึงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา  รองเท้ารุ่นนี้
เป็นมิตรต่อผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องแรงกระแทก สามารถใช้งานได้ทั้งสนามหญ้านุ่มๆ หรือแม้แต่สนามหญ้า
ที่ดินแข็งๆ รวมถึงสนามหญ้าเทียมที่เรานิยมเล่นกันเหมือนทุกวันนี้ได้อย่างเต็มที่

  ทั้งนี้..ผมยังรู้สึกได้ว่าการรองรับแรงกระแทก (วัสดุ Poron) ของรองเท้ารุ่นนี้  ทำได้ดีพอๆ กับตอนที่
ผมได้ลองใช้แผ่นรองพื้นที่ทำจากวัสดุ Boost ซึ่งเป็นวัสดุรองรับแรงกระแทกที่ดีที่สุดของอาดิดาส 
จากการใช้งานรองเท้ารุ่น Ace 17+ Pure Control มาก่อนหน้านี้  คะแนนในหัวข้อนี้ยังคงให้ไว้
ที่ตัวเลข 9 เต็ม 10 เหมือนเดิม (คะแนนเต็ม 10 คงจะได้เห็น..หากอาดิดาสเอาแผ่นรองพื้น Boost
มาเพิ่มความหนามากขึ้นกว่าที่ใช้กับ Ace 17+ Pure Control ในปัจจุบัน)

  คะแนน : 9 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  ฟีลลิ่งความกระชับเมื่อสวมใส่ Tiempo Legend VII คือเรื่องสำคัญที่ไนกี้ตั้งใจพัฒนาประสิทธิภาพ
ในเจเนอเรชั่นนี้อย่างชัดเจน  เพราะหากมองไปยังสมาชิกในค่าย ซีรี่ย์อื่นๆ รอบข้างของไนกี้ทั้งหมด  ล้วน
แล้วแต่มีสรรพคุณเรื่องความกระชับกันทั้งนั้น

  ฟีลลิ่งความกระชับที่รู้สึกยอดเยี่ยมจากเจเนอเรชั่นเดิมจนรู้สึกได้  ก็คือฟีลลิ่งความกระชับบริเวณช่วงส้นเท้า
และหุ้มข้อทั้งหมด  สิ่งที่ผมชอบมากเป็นพิเศษก็คือบริเวณหุ้มส้นเท้าด้านใน  ที่มีส่วนบุนุ่มค่อนข้างหนาและนุ่ม
แถมยังเพิ่มดีไซน์การออกแบบให้มีสัดส่วนนูนขึ้นมาจนเข้าร่องแนวเอ็นร้อยหวายได้มากขึ้น  รู้สึกได้ถึง
ความกระชับบริเวณแนวเอ็นร้อยหวายได้ดีขึ้น  ในขณะที่ความอึดอัดก็รู้สึกได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้



  การเพิ่มวัสดุด้ายถักฟลายนิตบริเวณครึ่งหลังของ Tiempo Legend VII ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไนกี้เอาวัสดุ
ประเภทนี้มาใช้งานในรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้  ในการใช้งานจริงนั้นอาจจะมาได้สร้างฟีลลิ่งความกระชับ
บริเวณด้านนอกได้ดีเหมือนกับรองเท้าหุ้มข้อสูงซีรี่ย์อื่นๆ  เนื่องจากวัสดุฟลายนิตที่ใช้ในรองเท้ารุ่นนี้..ยังเป็น
เพียงวัสดุชั้นนอก  ในขณะที่วัสดุหลักชั้นในที่สัมผัสกับข้อเท้าของผู้สวมใส่โดยตรงนั้น  ยังเป็นวัสดุสังเคราะ
ห์ที่มีชั้นบุนุ่มหนาๆ ตามปกติ  เหมือนกับ Tiempo Legend VI  ฟีลลิ่งความกระชับบริเวณข้างเท้าด้านใน
และข้างเท้าด้านนอกบริเวณด้านหลัง ที่เป็นวัสดุฟลายนิตนั้น  จึงไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากเดิมมากนัก 

  แต่ถ้าใครให้ความสำคัญกับฟีลลิ่งความกระชับบริเวณช่วงกลางของเท้ามากเป็นพิเศษ  ต้องยอมรับเลยว่า
Tiempo Legend VII คู่นี้  จะสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีขึ้นกว่าเดิม  การเพิ่มเส้นใยเหล็กฟลายไวร์
เอามาฝังตัวเอาไว้ด้านข้างรองเท้า  ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงแนวแรงดึงกระชับจากจุดผูกของเส้นเชือกรองเท้า 
จึงทำให้ผู้สวมใส่สามารถกำหนดความกระชับในแนวด้านข้างตัวรองเท้าได้จากการดึงกระชับแนวร้อยเชือก
ได้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่

  อย่างไรก็ตาม..แผ่นรองพื้นของ Tiempo Legend VII ที่มีเทคโนโลยี Nike Grip ที่แผ่นรองพื้น 
จะไม่สามารถช่วยสร้างแรงเสียดทานระหว่างฝ่าเท้าได้ดีเหมือนกับแผ่นรองพื้นของ Hypervenom
Phantom III DF
  เนื่องจากตำแหน่งของเทคโนโลยี Nike Grip ที่อยู่บนแผ่นรองพื้นนั้นแตกต่างกัน
นั่นเอง  ตรงจุดนี้จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ผมยังไม่ฟันธงตัวเลขคะแนนตัว 10 ให้กับรองเท้ารุ่นนี้ในหัวข้อนี้
ได้เหมือนกับ Hypervenom Phantom III DF (ไนกี้ Tiempo Legend VI - 8 คะแนน)

  คะแนน : 9 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  รองเท้าประเภทคลาสสิคในตลาดปัจจุบันนี้  มักจะถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการเคลื่อนที่
แบบกลางๆ  เน้นการเคลื่อนที่แบบสมดุล ช่วยให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่หรือหมุนตัว
ได้รอบด้าน  แต่ยังคงแฝงมาด้วยประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นสนามที่ดีพอตัว  ซึ่งไนกี้ Tiempo Legend
VII
ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

  รายละเอียดการเคลื่อนที่ของชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้  ไม่ได้แตกต่างจากเจเนอเรชั่นเดิม
สักเท่าไรนัก เนื่องจากลักษณะการวางปุ่ม FG โดยรวมๆ นั้นจะเป็นปุ่มกลม  และวางตัวในแนวขอบ
รองเท้าทั้งหมด  ทำให้สมดุลของการลงน้ำหนักในจังหวะตอนผู้เล่นเคลื่อนที่หรืออกตัวในทิศทางต่างๆ
นั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  อย่างไรก็ตาม..ชุดปุ่มของ Tiempo Legend VII นั้นจะช่วยให้การยึดเกาะกับพื้นสนามได้ดีขึ้น
กว่าปุ่มของ Tiempo Legend VI อยู่เล็กน้อย อาจจะไม่ได้ชัดเจนมากนัก  แต่ถ้าลองเทียบกันแบบ
จังหวะต่อจังหวะ  โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วแบบฉับพลัน  ปัจจัยดังกล่าว
น่าจะมาจากการเพิ่มรอยบากที่บริเวณผิวหน้าสัมผัสของปุ่มเข้ามา  จึงช่วยให้การยึดเกาะนั้นดีขึ้นกว่า
ปุ่มหน้ากลมแบบรุ่นเดิม
  

  ส่วนประสิทธิภาพในจังหวะการสปรินซ์ออกตัวเคลื่อนที่ในทางตรง  รองเท้ารุ่นนี้ก็ดูจะทำได้ดีขึ้น
กว่าเดิมเล็กน้อย  รู้สึกได้ว่าประสิทธิภาพการสปริงหรือส่งแรงดีดของชุดพื้นช่วงกลางนั้นดีขึ้น
มีมิติและมีความรุนแรงมากขึ้น  เนื่องจากไนกี้ได้เปลี่ยนโครงสร้างช่วงกลางให้มีลักษณะเป็นสันนูน
ขึ้นมา มีความแรงและสามารถส่งแรงดีดกลับได้ดีขึ้น  เป็นรูปทรงแบบ V-Shape คล้ายๆ กันกับ
โครงสร้างชุดพื้นของรองเท้าซีรี่ย์ Mercuria XIl และ Hypervenom III

  เรียกได้ว่า..รูปประสิทธิภาพการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนามของ Tiempo Legend VII
นั้นไนกี้ได้ผสานเอาฟีลลิ่งการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วที่นิยมใช้กับรองเท้าฟุตบอลที่เน้นสปีด  เอามาใส่ให้
กับรองเท้ารุ่นคลาสสิค  เมื่อมารวมเข้ากับลักษณะการเคลื่อนที่แบบรอบด้านของปุ่มกลมที่เน้นการ
พลิกตัวหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  จึงทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถตอบโจทย์
ต่อผู้เล่นที่ต้องการชุดพื้นและปุ่มที่รองรับในทุกรูปแบบการเคลื่อนที่มากที่สุดรุ่นนึงในตลาดตอนนี้เลย

  คะแนน : 9 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  ประสิทธิภาพในด้านการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคตระกูล
นี้  น่าจะเป็นที่ประจักษ์ต่อนักฟุตบอลหลายๆ คนมานานแล้ว  โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีชื่นชอบฟีลลิ่งการสัมผัส
บอลจากวัสดุหนังจิงโจ้แท้  มีความหนาและมีความนุ่ม  ซึ่งรองเท้าระดับท็อปในตระกูลนี้สามารถตอบ
โจทย์ดังกล่าวได้ดีที่สุดในวงการฟุตบอลมาโดยตลอด  โดยเฉพาะในเจเนอเรชั่นที่ IV ถึง เจเนอเรชั่น
ที่ VI

  สำหรับไนกี้ Tiempo Legend VII โฉมใหม่ล่าสุดที่เรากำลังทดสอบกันอยู่นี้  พบว่าฟีลลิ่งหน้า
สัมผัสของหนังจิงโจ้แท้สุดพรีเมี่ยม  ยังคงให้ฟีลลิ่งการสัมผัสที่หนาและนุ่มเฉกเช่นเหมือนเจเนอเรชั่น
ที่ผ่านมา  เพียงแต่ครั้งแรกที่สวมใส่ใช้งานนั้น..ความนุ่มของหนังอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก 
แต่พอใช้งานไปได้ประมาณ 3-4 ครั้ง  จะพบว่าลักษณะหนังมีความนุ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้



  เมื่อทุกอย่างลงตัว  จะพบว่า Tiempo Legend VII เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
ของวัสดุหนังแท้ที่ “นุ่มได้อีก” โดยเฉพาะหัวรองเท้าและแนวด้านข้างทั้งข้างเท้าด้านในและข้างเท้า
ด้านนอก  ที่เป็นบริเวณวัสดุหนังแท้แบบเต็มสัมผัส  โครงสร้างวัสดุชั้นกลางช่วยเสริมมิติให้องค์ประกอบ
โดยรวมของหน้าสัมผัสช่วยซับแรงได้ดียิ่งขึ้น  ยิ่งส่งผลให้รองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นที่เน้นความนุ่ม
ในการสัมผัสบอลเป็นหลัก 

  อย่างไรก็ตาม..ฟีลลิ่งความหนาและนุ่มที่รู้สึกได้ของรองเท้ารุ่นนี้  กลับไม่รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคต่อ
ความเร็วในการสัมผัสบอลและขับเคลื่อนบอล (Sensitive) เหมือนกับ อาดิดาส Ace 16.1 แบบ
หนังแท้ 
การสัมผัสบอลด้วย Tiempo Legend VII ยังคงรวดเร็วเป็นธรรมชาติ  เนื่องจากลักษณะ
หน้าสัมผัสโดยรวมของ Tiempo Legend VII ไม่บวมหรือฟูจนเกินไปเหมือนกับลักษณะหน้าสัมผัส
ของ Ace 16.1 แบบหนังแท้ นั่นเอง 



  การควบคุมบอลแรกด้วยพื้นที่หน้าสัมผัสของตัวรองเท้านั้น  เมื่อเปรียบเทียบกับ Tiempo Legend
VI
จะพบว่าความกว้างและเรียบของหน้าสัมผาจะลดลง  แต่เปลี่ยนเป็นการควบคุมจากแรงเสียดทาน
ที่ดีขึ้น  โดยเฉพาะจังหวะที่ลูกบอลสัมผัสกับหน้าผ้าในทิศทางที่ไม่ได้ตั้งฉากกันตรงๆ  เนื่องจากลักษณะ
หน้าสัมผัสโดยรวมของรองเท้ารุ่นนี้มีลักษณะเป็นลอน 3 มิติ มากขึ้นกว่าโฉมที่แล้ว 

  นอกจากนั้น..ยังพบว่าพื้นที่สัมผัสบอลบริเวณหลังเท้ามีรายละเอียดจากการใช้งานจริงที่แตกต่างกัน
เล็กน้อย  จากการใช้งาน..โดยเฉพาะจังหวะการจับลูกบอลด้วยหลังเท้าหรือเดาะลูกบอล  พื้นที่หลังเท้า
ของ Tiempo Legend VII นั้นจะแคบกว่า Tiempo Legend VI  แต่การสัมผัสบอลจะรู้สึก
หนากว่า  เนื่องจากลักษณะลิ้นรองเท้านั้นเปลี่ยนจากแผ่นวัสดุหนังสังเคราะห์ที่เย็บติดเป็นชิ้นเดียว
กับด้านข้างตัวรองเท้าจนเรียบไร้ขอบ  มาเป็นวัสดุด้ายถักฟลายนิตที่มีความหนาและนิ่มขึ้น  ซึ่งต้อง
แลกมาด้วยลักษณะขอบของแนวร้อยเชือกที่อาจจะมารบกวนการสัมผัสบอลอยู่บ้าง  แต่ไม่ได้เป็นปัญหา
ใหญ่เกินไปนักต่อการสัมผัสควบคุมลูกบอล



  การรับและแปบอลด้วยข้างเท้าด้านในของ Tiempo Legend VII ยังทำได้ดีตามมาตรฐานของ
รองเท้าตระกูลนี้  แม้ว่าวัสดุครึ่งหลังของตัวรองเท้านั้นจะเป็นด้ายถักฟลายนิต  แต่ไนกี้ก็ได้ออกแบบ
และจัดสรรค์ปันส่วนบริเวณข้างเท้าด้านในให้เป็นวัสดุหนังแท้ที่มีความหนานุ่มไม่แตกต่างจากส่วน
หน้าเท้าเลย  พื้นที่มีขนาดใหญ่มากพอที่จะให้การสัมผัสบอลทำได้อย่างเต็มข้างเท้าด้านในเหมือนเดิม 
ทำให้การจับบอลด้วยข้างเท้าด้านในนั้นยังได้ฟีลลิ่งที่นุ่มและควบคุมได้ง่าย  ในขณะที่การแปส่งบอล
ออกไปนั้นทำได้อย่างหนักแน่นมีน้ำหนัก  และควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำ  เต็มสัมผัสสุดๆ

  สรุปโดยภาพรวมแล้ว..ไนกี้ออกแบบให้ Tiempo Legend VII เปลี่ยนฟีลลิ่งการสัมผัสบอล
จากเดิมเล็กน้อย  คือเรื่องของพื้นที่สัมผัสบอลที่กว้างและหน้าผ้าโดยรวมที่ดูจะเรียบสม่ำเสมอกว่าของ
Tiempo Legend VI  มาเป็นพื้นผิสการสัมผัสบอลที่แคบลงหน่อย  เนื่องจากความกระชับของ
ตัวรองเท้าและการออกแบบของหน้าผ้าให้มีลักษณะเป็นลอน 3 มิติมากขึ้น  จึงได้ประสิทธิภาพ
ในเรื่องของแรงเสียดทานและการควบคุมมาแทนที่  แต่จุดเด่นสำคัญคือเรื่องของวัสดุหนังซึ่งให้ฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลที่นุ่มเท้า ควบคุมบอลได้ง่ายและมีน้ำหนัก ยังคงมีมาให้ใช้งานกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ
เช่นเคย

  คะแนน : 9 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  ประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วย ไนกี้ Tiempo Legend VII นั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่
รองเท้ารุ่นนี้มีมาให้ได้เรียกใช้งานได้เป็นอย่างดี  เพียงแต่ฟีลลิ่งการสัมผัสหรือจังหวะการพาบอล
ไปกับเท้า  จะไม่ได้รู้สึกรวดเร็วฉับไวหรือการเปลี่ยนทิศทางบอลได้ทันใจเหมือนกับรองเท้าที่ใช้วัสดุ
แบบด้ายถักฟลายนิตที่บริเวณส่วนหน้าสัมผัสบอล แบบ Mercurial SuperFly V หรือแม้แต่ Magista
Obra II


  แน่นอนว่าวัสดุหนังจิงโจแท้ที่มีความนุ่มของ Tiempo Legend VII จะเน้นไปที่การควบคุมลูกบอล
ที่เลี้ยงอยู่ที่เท้าให้ทำได้นุ่มนวลและติดเท้ามากกว่า  การเลี้ยงบอลสลับไปมาด้วยข้างเท้าด้านในของเท้า
ข้างขวาและข้างซ้ายนั้นจะควบคุมน้ำหนักและทิศทางบอลได้ง่าย  ซึ่งเป็นเรื่องที่แฟนๆ รองเท้ารุ่นนี้น่าจะ
คุ้นเคยกันดี



  แต่รายละเอียดที่ Tiempo Legend VII สามารถทำได้ดีกว่า Tiempo Legend VI หรือ
แม้แต่อาดิดาส ACE 16.1 แบบหนังแท้ อยู่บ้าง ก็คือประสิทธิภาพการเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงบอล
ที่ง่ายและแม่นยำขึ้นกว่าเดิม  เหตุผลดังกล่าวมาจากลักษณะของผิวหน้าสัมผัสที่มีมากขึ้นนั่นเอง

  อย่างไรก็ตาม..ประสิทธิภาพในด้านการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของ ไนกี้ Tiempo Legend VII
นั้นอาจจะไม่ได้โดดเด่นขึ้นกว่าเดิมจนเทียบเคียงรองเท้าด้านความเร็วหรือจู่โจมซี่รี่ย์อื่นๆ ร่วมค่ายได้
รองเท้ารุ่นนี้ยังถือเป็นรองเท้าที่เน้นการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าแบบนุ่มนวล และควบคุมน้ำหนักได้ง่าย
แอบเพิ่มเติมจากรุ่นเดิมก็คือการเปลี่ยนทิศทางที่แม่นยำ ติดเท้ามากขึ้นเล็กน้อย

  แต่การเปลี่ยนทิศทางหรือการตอบสนอง (Sensitive) ของการขับเคลื่อนบอลนั้น  หากคุณผู้อ่าน
ต้องการความเร็วตรงจุดนั้น  เพื่อเลี้ยงพ่บอลตะลุยเข้าไปในพื้นที่แคบๆ แบบ 50:50 แล้วล่ะก็..คง
ต้องไปมองหารองเท้าฟุตบอลที่มีหน้าสัมผัสที่บางกว่านี้  ดังนั้น..ตัวเลขคะแนนในหัวข้อการทดสอบนี้
ผมขอลงไว้ที่ 8 เต็ม 10 เช่นเคย  อาจจะไม่ได้ดีที่สุด  แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพให้ได้ใช้งานภายใต้
รายละเอียดที่แตกต่างจากรองเท้าซีรี่ย์อื่นๆ ในตลาด

  คะแนน : 8 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  มาต่อกันที่การทดสอบความสามารถในการยิงประตูของรองเท้ารุ่นเก๋าประเภทคอนโทรล Tiempo
Legend VII
คู่นี้กันบ้าง  เริ่มจากเรื่องของการลงน้ำหนักและการวางเท้าหลักของชุดพื้นและปุ่มแบบ
FG ที่ถูกจูนใหม่เล็กน้อย  แต่ฟีลลิ่งที่รู้สึกได้คือชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ยังคงมีสมดุลทั้งการ
กระจายแรงได้สม่ำเสมอทั้งฝ่าเท้า และการยึดเกาะพื้นสนามที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ 

  กล่าวคือ..การยึดเกาะของชุดปุ่มอาจจะไม่ลึกหรือจิกพื้นได้เทียบเท่ากับปุ่มทรงเชฟรอนของ
Hypervenom Phantom III หรือ Mercurial SuperFly V  แต่เนื่องจากตรงกลางฝ่าเท้า
มีปุ่มแนวขวาง  จึงเพียงพอที่จะช่วยทำให้การวางเท้านั้นถูกล็อคกับพื้นสนามได้แบบไม่ต้องกังวล
เรื่องการลื่นไถล  ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับปุ่มกลมทั้งหมดของรองเท้าตระกูล ACE จากอาดิดาส  จะพบ
ว่าชุดปุ่มของ Tiempo Legend VII นั้นทำหน้าที่ในการยึดเกาะได้ดีกว่า



  ในขณะที่การกระจายน้ำหนักของฝ่าเท้าก็ทำได้สมดุล  ช่วยให้การทรงตัวทำเป็นอย่างดี  เนื่องจาก
ตำแหน่งการวางปุ่มที่สมดุลและช่วงของชุดพื้นที่ค่อนข้างกว้าง  ช่วยให้การส่งแรงเหวี่ยงของเท้าหลัก
นั้นทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  อย่างไรก็ตาม..ยังต้องแอบเปรียบเทียบกันนิดนึงว่า  ชุดพื้นของอาดิดาส
ACE แอบให้การลงน้ำหนักและส่งแรงเหวี่ยงได้ดีกว่าเล็กน้อย  ซึ่งน่าจะเป็นผลจากชุดพื้น Sprintframe
ที่ช่วยเพิ่มแรงดีดกลับของฝ่าเท้านั้นทำได้ดีกว่าชุดพื้นช่วงกลางของ Tiempo Legend VII

  จุดเด่นสำคัญของรองเท้าซีรี่ย์ในจังหวะการยิงประตู  คงหนีไม่พ้นฟีลลิ่งตอนที่หน้าผ้าปะทะเข้ากับ
ลูกบอลอย่างเต็มแรง  นั่นคือความนุ่มเต็มหน้าเท้าในแบบที่รองเท้าฟุตบอลตระกูลอื่นๆ ให้ไม่ได้  โดย
เฉพาะกับ Tiempo Legend VII ที่เรากำลังทดสอบอยู่นี้  ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกันในหมู่รองเท้า
ฟุตบอลประเภทหนังจิงโจ้แท้หนานุ่ม  ยอมรับเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้อาจจะไม่ได้มีหน้าผ้าที่หนานุ่ม
มากที่สุดเหมือนกับ Tiempo Legend VI และ/หรือ ACE 16.1 แบบหนังแท้  แต่ก็นุ่มมากพอ
ที่จะให้ฟีลลิ่งการยิงที่หนักแน่นเต็มหน้าเท้า  แถมยังรู้สึกได้ว่าฟีลลิ่งการสัมผัสบอลบางเท้าเป็น
ธรรมชาติขึ้นมาอีกนิดนึงด้วย



  ทั้งนี้..ต้องยอมรับว่า  การยิงลูกบอลด้วยรองเท้ารุ่นนี้จะได้ประสิทธิภาพในเรื่องของการสัมผัสบอล
ที่ดีขึ้นกว่าเดิม  มาช่วยเติมเต็มความอันตรายของลูกบอลที่พุ่งออกไปจากเท้า  ด้วยลักษณะหน้าผ้า
ที่สามารถสร้างแรงเสียดทานกับผิวของลูกบอลได้เหนียวแน่นมากขึ้น  ไม่ใช่เพียงแค่ลักษณะพื้นผิว
แบบ 3 มิติเป็นลอนที่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น  แต่ยังรู้สึกได้ว่าหน้าสัมผัสของหนังจิงโจ้เองก็สามารถตอบสนอง
ต่อการส่งแรงเฉือนไปยังผิวของลูกบอลมากยิ่งขึ้น  จึงทำให้การควบคุมทิศทางหรือการปั่นไซร้โค้ง
ของลูกบอลที่ถูกยิงออกไปจาก Tiempo Legend VII นั้นทำได้ดั่งใจมากที่สุดในบรรดารองเท้า
ประเภทหนังแท้ด้วยกัน

  อย่างไรก็ตาม..ถ้าเปรียบเทียบข้ามไปยังรองเท้าฟุตบอลที่เน้นประสิทธิภาพการยิงประตูและการ
คอนโทรลบอลโดยตรง อย่าง Hypervenom Phantom III และ Magista Obra II
ตามลำดับ  จะต้องบอกว่าไนกี้ Tiempo Legend VII นั้นยังเป็นรองในเรื่องของฟีลลิ่ง อารมณ์
การยิงลูกบอล  รวมถึงประสิทธิภาพในการปั่นไซร้โค้งซึ่งรองเท้าทั้งสองข้างต้นนั้นมีมากกว่า 
แต่สำหรับผู้เล่นที่ต้องการการตอบโจทย์ในเรื่องของความนุ่ม และการยิงบอลเต็มแรงโดยไม่รู้สึก
สะเทือนหน้าเท้ามากนัก  และยังพอมีประสิทธิภาพในเรื่องการควบคุมทิศทางของลูกบอลมาให้ได้
ใช้งานตามเหตุตามผล  บอกเลยว่า Tiempo Legend VII จะสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้
อย่างแน่นอน

  คะแนน : 9 / 10

  การปกป้องเท้า

  เรามาปิดท้ายกันที่เรื่องประสิทธิภาพเชิงรับของ Tiempo Legend VII  ซึ่งถือได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้
ทำได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วอย่างน่าสนใจ  เริ่มจากวัสดุหน้าผ้าของตัวรองเท้าซึ่งยังมีความนุ่ม และ
ช่วยซับแรงปะทะบริเวณหน้าเท้าได้เป็นอย่างดีเหมือนเดิมตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลที่มีลักษณะ
วัสดุหนังหนาและนุ่มเช่นนี้



  แต่ถึงแม้ว่า Tiempo Legend VII จะไม่มีส่วนหุ้มข้อสูงแบบรองเท้าระดับสูงสุดของซี่รี่ยอื่นๆ
ในค่ายไนกี้  แต่สิ่งที่ผมกลับรู้สึกประทับใจก็คือความกระชับและความหนาของหุ้มส้นด้านใน  จึง
สามารถช่วยจับล็อคข้อเท้าให้แน่นหนา  ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บจากแรงปะทะได้ดีพอๆ กับรองเท้า
ฟุตบอลประเภทที่มีเกราะหุ้มส้นด้านนอก (ซึ่งปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีแล้ว)  รวมถึงการช่วยป้องกัน
อาการข้อเท้าพลิกได้ดีไม่แพ้กับรองเท้าฟุตบอลหุ้มส้นสูงเลยก็ว่าได้

  โดยภาพรวมถือได้ว่า ไนกี้ Tiempo Legend VIIสามารให้การป้องกันและลดอาการบาดเจ็บ
ให้กับเท้าของผู้สวมใส่ได้ดีทั้งส่วนหน้าเท้าและส่วนหุ้มข้อพอสมควรเลยทีเดียว

  คะแนน : 8 / 10

บทสรุปการทดสอบ



  ผ่านมาถึง ณ ตอนนี้แล้ว..โดยภาพรวมผมถือได้ว่า ไนกี้ Tiempo Legend VII ได้ถูกอัพเกรด
ประสิทธิภาพการใช้งานในหลายๆ ด้านให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม  จนกล้าพูดอย่างเต็มปากว่ารองเท้ารุ่นนี้
ยังคงเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในตลาดรองเท้าฟุตบอล
ปัจุบันนี้

  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Tiempo Legend VII ถึงได้รับความนิยมนำหน้ารองเท้าฟุตบอล
ประเภทเดียวกันจากค่ายอื่นๆ  ทั้งๆ ที่ไนกี้เองก็แทบไม่ได้เน้นการโปรโมทอะไรมากนักดั่งที่เราๆ
ท่านๆ ได้รับทราบกัน

  ในหัวข้อส่วนสุดท้ายนี้..ผมจะมาสรุปคำนิยามและประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่นนี้โดยภาพรวม
พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ อีกครั้งนึง  เพื่อให้คุณผู้อ่านทุกท่านสามารถสรุปใจความ
ได้กระชับและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น ก่อนที่ในส่วนสุดท้าย "ความคุ้มค่าและความน่าใช้" ผมจะขอ
ให้ความคิดเห็นส่วนตัว  มาวิเคราะห์ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีความคุ้มค่าและความน่าใช้มากน้อยแค่ไหน
เมื่อมองในมุมมองของภาพลักษณ์ การโปรโมท และราคาค่าตัว

  ไนกี้ Tiempo Legend VII



  หากจะให้คำนิยามสรุปถึงประสิทธิภาพของ ไนกี้ Tiempo Legend VII เป็นนิยามไม่ยาวนัก
เท่าที่พอจะคิดได้ตอนนี้ ก็คงต้องบอกว่า "จุดแข็งที่สำคัญของรองเท้าซีรี่ย์นี้ยังคงเดิม  แต่เพิ่มเติม
ด้วยเทคโนโลยีของรองเท้าสมัยใหม่  จนมาช่วยลบจุดอ่อนบางเรื่อง  เปลี่ยนมาเป็นจุดแข็ง
ที่ใช้งานได้จริง"


  จากการใช้งานด้วยกับมาตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน นับตั้งแต่ที่รองเท้ารุ่นนี้ถูกเปิดตัววางจำหน่าย
อย่างเป็นทางการ ผมเองมีประสบการณ์ที่ดีกับโฉมเก่าอย่าง Tiempo Legend VI ผ่านการใช้งาน
ร่วมกันมาอย่างยาวนาน  จนเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นนึงที่ผมใช้เป็นประจำ

  แต่เมื่อได้มาลองสัมผัสใช้งาน Tiempo Legend VII ก็ยังได้สัมผัสถึงประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่า
เดิมในหลายๆ ด้าน  เริ่มจากเรื่องของจุดแข็งสำคัญที่กล่าวว่ารองเท้ารุ่นนี้ยังคงเดิมก่อน  ได้แก่
เรื่องของฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่ยังคงเน้นไปที่ความนุ่ม การควบคุมและคอนโทรลบอลที่เชื่องเท้า
ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการรับบอลแรก จับบอลแรก หรือแม้แต่จังหวะการส่งบอลออกจากเท้า  ที่รองเท้า
รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ทั้งความนุ่ม และการควบคุมบอลได้อย่างง่ายดาย

  ทั้งนี้ยังรวมถึง..การยิงประตูหรือการออกบอลด้วยความแรง  ความนุ่มของตัวรองเท้ายังคงสามารถ
ช่วยลดแรงสะท้อนกลับได้ดี  ไม่รู้สึกกระด้างเท้าเลย  เพียงแต่ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลด้วยหน้าผ้าหนัง
ของ Tiempo Legend VII นั้นอาจจะไม่ได้หนานุ่มหรือนิ่มมากที่สุดในตลาด  ก็เพื่อให้ผู้เล่น
ยังคงได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่เป็นธรรมชาติ  แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือหน้าสัมผัสบอลที่มีมิติ  ยิ่งช่วย
ให้การควบคุมทิศทางของลูกบอลที่พุ่งออกไปจากเท้านั้นทำได้ดั่งใจมากยิ่งขึ้น



  ในส่วนของสิ่งที่ไนกี้ สามารถเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานจนสามารถลบจุดอ่อนจาก
รุ่นเดิม  เพื่อเปลี่ยนมาเป็นจุดแข็ง..ก็คือฟีลลิ่งความกระชับที่บริเวณส้นเท้า  ที่ได้ทั้งการออกแบบ
หุ้มส้นด้านในแบบใหม่  ซึ่งสามารถใช้งานและจับล็อคส้นเท้าได้จริง  ความสบายอาจจะหายไปบ้าง
แต่ความกระชับที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่ากว่า  เพียงแต่ในมุมนี้คงต้องมองว่าเป็นข้อดีที่สามารถตอบโจทย์
การเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ที่ต้องการความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม  แต่ถ้ามองในมุมมองของรองเท้าคลาสสิค
เก่าๆ หน่อย  อาจจะชอบความสบายโล่งๆ บริเวณข้อเท้ามากกว่านี้

  ทั้งนี้ยังรวมถึงเรื่องของลิ้นรองเท้า ที่ไนกี้เปลี่ยนเอาวัสดุด้ายฟลายนิตมาใช้กับ Tiempo Legend
VII
แทนที่วัสดุแบบเก่า  ก็ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการสวมใส่ที่ยุ่งยาก และเพิ่มความสามารถในการ
ยืดขยายเข้ารูปบริเวณหลังเท้า  และยังมีเสริมความกระชับได้ดีกว่าเจเนอเรชั่นเดิมอีกด้วย  

  ประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ถือได้ว่า Tiempo Legend VII ทำได้คงเส้นคงวาตามมาตรฐานเดิม
ที่เคยเป็นมาตั้งแต่หลายๆ เจเนอเรชั่นก่อนแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทก
จากพื้นสนาม  ซึ่งปัจจัยหลักอยู่ที่แผ่นรองพื้นแบบ Poron และรูปแบบการวางปุ่มที่กระจายน้ำหนักตัว
ได้ทั่วถึง  รวมถึงรูปแบบการเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม  เพียงแต่รองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้ได้ถูก
เพิ่มเติมประสิทธิภาพในแบบการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วและดุดันขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

  สรุปโดยภาพรวมจากการทดสอบการใช้งาน ไนกี้ Tiempo Legend VII มาทั้งหมดทั้งมวล
ผมคงต้องบอกว่า รองเท้ารุ่นนี้มีความครบเครื่องมากขึ้น  จุดแข็งเรื่องการสัมผัสควบคุมบอลยังเป็น
ตัวชูโรงให้รองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์ต่อผู้เล่นประเภทคลาสสิคคอนโทรลเช่นเดิม  แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามา
คือประสิทธิภาพเกี่ยวกับความกระชับ ซึ่งมีกลิ่นอายของรองเท้าประเภทความเร็วและจู่โจม แฝงตัว
เข้ามากลายๆ  ซึ่งจุดนี้..ถ้ามองเป็นเรื่องประสิทธิภาพและรูปแบบการเล่นที่ครบเครื่อง  ถือว่ารองเท้า
รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด

  แต่ถ้ามองในแง่ภาพรวมของการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรล ดั่งที่ผมได้จำแนก
ให้รองเท้าตระกูลนี้อยู่ในหมวดนี้มาโดยตลอด  ก็ต้องยอมรับกันตามตรงว่า..ยังผมยังคิดถึงฟีลลิ่ง
ความสบายเท้า และลุคการสวมใส่ใช้งานแบบดูแล้ว "เก๋า" ของ Tiempo Legend IV และ/หรือ
Tiempo Legend V มากกว่านะ...

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประภท คลาสสิคคอนโทรล : 8 / 10

  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Tiempo Legend VI



  เมื่อมาลองเปรียบเทียบกับไนกี้ Tiempo Legend VI ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่น้อยตอนช่วงที่
ทำตลาดมาราวๆ เกือบ 2 ปี  จริงๆ แล้วรองเท้ารุ่นนี้เสมือนเป็นต้นแบบที่ไนกี้เอามาพัฒนาต่อยอด
จนกลายมาเป็น Tiempo Legend VII  ดังนั้นจุดแข็งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในรองเท้ารุ่นดังกล่าว
ได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นรุ่นปัจจุบัน

  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าผ้าวัสดุหนังจิงโจ้ที่มีความนุ่ม  ฟีลลิ่งและประสิทธิภาพในการสัมผัสควบคุมบอล
อาจจะใกล้เคียงกัน  แต่พบว่า Tiempo Legend VI นั้นมีพื้นที่หน้าสัมผัสบอลที่กว้างกว่าเล็กน้อย
หน้าสัมผัสโดยภาพรวมมีลักษณะเป็นพื้นที่เรียบและเปิดกว้างกว่า  จึงน่าจะตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการ
การสัมผัสบอลแบบเต็มหน้าเท้ามากเป็นพิเศษ

  ฟีลลิ่งการสวมใส่และประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ใกล้เคียงกับ Tiempo Legend VII ดั่งที่ได้กล่าว
ไปแล้ว จะมีจุดบอดบางจุดที่หลายคนน่าจะพบเจอ  ก็คือลิ้นรองเท้าแบบ Fix ติดขอบแนวร้อยเชือก
ซึ่งทำให้การสวมใส่ยากลำบากและไม่ยืดหยุ่นเลย  รวมถึงฟีลลิ่งหน้าสัมผัสส้นเท้าด้านที่เรียบๆ
แอบกระด้างเล็กน้อยและไม่นุ่มกระชับส้นเท้าสักเท่าไหร่

  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Magista Obra II



  แฝดคนละฝา แต่มักจะเป็นรองเท้าที่นักฟุตบอลต้องการเน้นการคอนโทรลเลือกใช้ นั่นคือรองเท้า
ซีรี่ย์ Magista II ซึ่งผมได้เคยรีวิวทดสอบการใช้งาน Magista Obra II ไปแล้ว  โดยรองเท้า
รุ่นนี้ถูกจัดอยู่ในรองเท้าประเภทโมเดิร์นคอนโทรล

  Magista Obra II จะตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการหน้าสัมผัสบอลแบบบางๆ ติดเท้า ด้วยวัสดุ
ด้านฟลายนิตล้วนๆ ทำให้การตอบสนอง (Sensitive) ในการขับเคลื่อนบอล ทั้งจังหวะการจับ
การเปลี่ยนทิศทาง หรือการส่งบอลนั้นทำได้รวดเร็วกว่า  ลักษณะผิวหน้าสัมผัสถูกออกแบบมา
จนทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถควบคุมลูกฟุตบอลในเรื่องของแรงเฉือนหรือแรงเสียดทานได้ดีที่สุดแล้ว
ในหมวดรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้

  อีกจุดเด่นที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ แตกต่างออกไปจาก Tiempo Legend VII อย่างชัดเจน
ก็คือการส่งแรงของหน้าสัมผัสที่มีมิติเป็นพื้นผิวขรุขระ  ลูกฟุตบอลที่พุ่งออกไปจากเท้าจึงมีความแรง
มากกว่า เพราะโครงสร้างรองเท้าสามารถส่งแรงแบบ Damping ออกไปได้  แต่แรงปะทะที่สะท้อน
กลับมายังหน้าเท้าของผู้เล่นก็จะมีมากกว่าการสวมใส่ Tiempo Legend VII นั่นเอง

  นอกจากประเด็นของการสัมผัสบอลแล้ว..ไนกี้ Magista Obra II ยังเหมาะต่อรูปแบบการ
เคลื่อนที่แบบรอบตัวมากกว่าเล็กน้อย ด้วยลักษณะปุ่มแนววงกลม  แต่ถ้าจะวิเคราะห์ถึงจังหวะของ
การสปรินซ์ออกตัวทำความเร็ว กลับพบว่าชุดพื้นและปุ่มของ Tiempo Legend VII จะตอบโจทย์
ดังกล่าวได้ดีกว่า สลับกันไป

  ส่วนประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพในการรองรับและผ่อนแรงจากพื้นสนาม
ระหว่าง Magista Obra II กับ Tiempo Legend VII นั้นคงกินกันไม่ลง เพราะรองเท้า
ทั้งสองรุ่นนี้ใช้วัสดุแผ่นรองพื้นด้านในเหมือนกัน  รวมถึงรูปแบบการวางปุ่มที่สามารถกระจายน้ำหนัก
ตัวของผู้เล่นได้ดีพอๆ กัน  

  ส่วนเรื่องความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งาน  ต้องบอกว่ารองเท้าทั้งสองรุ่นมีรายละเอียดที่
แตกต่างกันบ้าง โดย Magista Obra II นั้นมีหุ้มข้อสูง จึงให้ความกระชับตอนมูฟเม้นของข้อเท้า
ที่ยอดเยี่ม  แต่หน้าสัมผัสของส้นเท้าด้านในจะยังสู้หุ้มส้นของ Tiempo Legend VII โดยภาพรวม
ผมให้ประสิทธิภาพด้านนี้เท่าๆ กัน  แต่แตกต่างในเรื่องของรายละเอียดดั่งที่กล่าวไป

  เปรียบเทียบกับ อาดิดาส Ace 16.1 แบบหนังแท้
  
  แม้ว่าผมจะไม่ได้มีโอกาสได้เขียนรีวิวฉบับเต็มของ Ace 16.1 แบบหนังแท้ ลงหน้าเว็บ  แต่ก็มี
โอกาสได้ใช้งานรองเท้ารุ่นนี้พอสมควร  จึงอยากจะขอสรุปประเด็นสั้นๆ ที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีความ
แตกต่างจาก Tiempo Legend VII

  จุดเด่นของอาดิดาส Ace 16.1 แบบหนังแท้ นั้นคือวัสดุหนังจิงโจ้แท้ที่มีลักษณะหนานุ่ม และฟู
มากที่สุดแล้วในตลาดตอนนี้  ส่งผลให้ผู้เล่นที่ต้องการฟีลลิ่งการสัมผัสบอลแบบนุ่มมากๆ จะสามารถ
เรียกใช้บริการได้จากรองเท้ารุ่นนี้  แต่เมื่อลักษณะหน้ารองเท้าฟูออกมาพอสมควร  จะส่งผลให้
การตอบสนองหรือการขับเคลื่อนบอลนั้นใช้เวลามากขึ้น การสัมผัสบอลอาจจะไม่รวดเร็วเป็นธรรมชาติ
มากนัก

  รวมถึงการควบคุมทิศทาง โดยเฉพาะการปั่นไซร้โค้ง ยังพบว่าผิวหน้าสัมผัสนั้นมีแรงเสียดทานเพื่อที่
จะส่งแรงเฉือนให้ผิวของลูกบอลได้ไม่โดดเด่นมากนัก  เมื่อเปรียบเทียบกับ ไนกี้ Tiempo Legend
VII


  อย่างไรก็ตาม..รองเท้าสไตล์โมเดิร์นคอนโทรลเวอร์ชั่นหนังแท้โฉมเก่าของอาดิดาส  กลับเป็นรองเท้า
ฟุตบอลที่ให้การสวมใส่ที่สบายเท้าพอ  ช่วงหน้าเท้ากว้าง  หุ้มส้นด้านในมีวัสดุบุนุ่มเอาไว้หนาและ
ช่วยเสริมความกระชับได้ดีมาก  แต่อาจจะมาโดนบ่นในเรื่องของหน้าสัมผัสแผ่นรองพื้นด้านในที่ลื่น
เล็กน้อย  รวมถึงแผ่นรองพื้นที่บาง  ทำให้ประสิทธิภาพในการช่วยรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม
นั้นหายไปบ้างตามเหตุตามผล

  ความคุ้มค่าและความน่าใช้



  ประเด็นเรื่องความคุ้มค่าราคาและความน่าใช้ ของรองเท้าตระกูลนี้จากไนกี้  ดูจะอยู่ในระดับทรงๆ
คงที่มาตั้งแต่เจเนอเรชั่นก่อนๆ แล้ว  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพวัสดุ อายุการใช้งานและความคุ้มค่า
ราคาในแง่ของเทคโนโลยีที่โปรโมทกับการใช้งานได้จริง  ประเด็นนี้ถือได้ว่า Tiempo Legend VII ยังคงเป็นรองเท้าที่ตีโจทย์ประเด็นนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมในระดับแนวหน้าของวงการรองเท้าฟุตบอลปัจจุบัน 

  ถึงแม้ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ซีรี่ย์อื่นๆ ทั้งร่วมค่ายและต่างค่าย  เริ่มหาจุดเด่นใหม่ๆ มาโปรโมท
เรื่อยๆ  แต่ถ้ามองกันให้ลึก  ว่ากันตรงไปตรงมาแล้ว  จุดเด่นต่างๆ ที่รองเท้ารุ่นอื่นโปรโมทออกมาเป็น
จุดขาย  แถมบวกราคาค่าตัวขึ้นไปพอสมควร  ก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานได้จริงจังทั้งหมด
หรือแม้บางอย่างก็เป็นเรื่องที่ Tiempo Legend VII สามารถให้ได้เช่นกัน

  อีกหลักฐานนึงที่สามารถหนุนหลังได้ชัดเจนว่า Tiempo Legend VII เป็นรองเท้าที่คงเส้นคงวา
ทั้งในเรื่องของความคุ้มค่าและความน่าใช้ ก็คือ “การไม่เน้นโปรโมท” !?!?  พูดง่ายๆ ก็คือ..ตัวรองเท้า
ตระกูลนี้สามารถขายได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเน้นการโปรโมทอะไรมากนัก  ถ้าไม่เชื่อ..อยาก
ให้คุณผู้อ่านลองย้อนกลับไปดูตอนที่ไนกี้ประกาศเปิดตัวรองเท้ารุ่นนี้  มีพรีเซนเตอร์ระดับซุปเปอร์สตาร์
กี่คนเชียวที่ได้ขึ้นหน้าปกโปรโมทในระดับโลก  แต่สิ่งที่พบเห็นคือ..ไนกี้ Tiempo Legend VII
กลับถูกสวมใส่ลงสนามแข่งขันในระดับอาชีพโดยนักฟุตบอลชื่อดังหลายๆ คน 



  จุดนี้สามารถมองได้สองด้าน  ด้านแรกคือ..ถ้าใครนิยมชมชอบและคาดหวังความน่าใช้รองเท้า
ฟุตบอลจากนักเตะระดับบิ๊กเนมมากๆ  คงต้องบอกว่าTiempo Legend VII ไม่น่าใช้สักเท่าไหร่ 
ด้านกลับกันคือ..ถ้าใครคาดหวังความน่าใช้ของรองเท้าฟุตบอลจากประสิทธิภาพที่คุ้มค่าราคา..ซึ่งน่า
จะเกี่ยวข้องด้านการจ่ายค่าจ้างพรีเซนเตอร์ที่น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ในตลาด  ก็คง
ต้องบอกว่า Tiempo Legend VII จะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

  เอาเป็นว่า..รายละเอียด การวิเคราะห์วิจารณ์ในหัวข้อสุดท้ายของการรีวิว ไนกี้ Tiempo Legend
VII
ในช่วงนี้  ก็คงต้องลง * ตัวใหญ่ๆ เอาไว้ว่าเป็นเรื่องของมุมมองความคิดเห็นส่วนตัวต่อเรื่องของ
ความคุ้มค่า ภาพลักษณ์ และความน่าใช้  แต่สำหรับตัวผมเองแล้วนั้น..ส่วนตัวแล้วขอยอมรับแบบ
เต็มอก ว่าไนกี้ Tiempo Legend VII เป็นรองเท้าฟุตบอลที่น่าใช้มากที่สุดรุ่นนึงในปัจจุบันนี้ 
โดยขอเอาเหตุผลเรื่องของประสิทธิภาพ ความทนทานและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง 
ร่วมกับภาพลักษณ์ของตัวรองเท้าที่อาจจะไม่ได้โดดเด่นทันสมัย แต่ก็ไม่ได้ตกยุคอะไรกันได้ง่ายๆ 
เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่เหมาะต่อการใช้ไปนานๆ นั่นเอง...

  คะแนน : 9 / 10



  ก่อนจะจากกันไปในบทความนี้..ผมหวังว่า ข้อมูล การวิเคราะห์วิจารณ์ และการรีวิวทั้งหมดของไนกี้
Tiempo Legend VII ฉบับนี้  น่าเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านทุกท่าน  โดยเฉพาะท่านที่กำลัง
ให้ความสนใจในรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์คลาสสิครุ่นท็อปยอดนิยมรุ่นนี้  เอาไปใช้ประกอบการตัดสินใจ
ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการ หรือเหมาะสมกับสไตล์การเล่นของท่าน
ได้มากน้อยแค่ไหน 

  เนื่องจากผมเชื่อเหลือเกินว่า..การเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอลที่มีจุดเด่นในแบบที่เราต้องการ  จะสามารถ
ช่วยเรียกประสิทธิภาพการเล่นฟุตบอลของเราออกมาได้มากที่สุด  แล้วเราจะสนุกกับการเล่นฟุตบอล
ได้อย่างเต็มที่  ประกอบกับราคาค่าตัวของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสสมัยนี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ  ดังนั้น
การจะเลือกซื้ออาวุธคู่เท่าที่รู้ใจกันสักรุ่น  ก็จำเป็นต้องใช้รีวิวการเปรียบเทียบซึ่งได้มาจากการทดสอบ
ในสนามฟุตบอลจริงๆ แบบนี้

  และสำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่มั่นใจแล้วว่า ไนกี้ Tiempo Legend VII นั้นเหมาะสมที่จะมาเป็น
อาวุธคู่เท้าของท่าน  วันนี้ท่านสามารถไปเลือกซื้อเลือกหา พร้อมทั้งลองสวมใส่ได้แล้วที่ร้าน 
Ari Football Concept Store หรือถ้าต้องการความสะดวกสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซด์  สามารถเข้า
ไปใช้บริการได้ที่ www.nike.com โดยไนกี้ (ประเทศไทย) ปักป้ายราคาจำหน่ายรองเท้าฟุตบอล
ระดับท็อปคลาสสายพันธุ์คลาสสิคคอนโทรลรุ่นนี้เอาไว้ที่ 7,900 บาท เท่านั้น


    ทั้งนี้เรายังมีเว็บไซด์พันธมิตร www.messisport.com (คลิก) ที่ให้ความสะดวกในการ
สั่งซื้อรองเท้าฟุตบอลทางเว็บไซด์  และดำเนินการจัดส่งให้ถึงมือของทุกท่านได้อย่างรวดเร็ว

...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่          
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า          
ประสิทธิภาพการยิงประตู            
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"            
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   



ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Legend VII


   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 9 ตุลาคม 2017 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com

 






"Hand On!" มิซูโน่ Rebula V1 Japan



"Hand On!" ไนกี้ Tiempo Legend VI
Totti X Roma



"Hand On!" อาดิดาส
ACE 17+ Pure Control