"Testing!"แพน Viper King Semi Kangaroo - ประสิทธิภาพโดยรวมทำได้อย่างน่าพอใจ
..ในราคาที่มีความคุ้มค่า


  บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปลงสนามทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน แพน Viper King
Semi Kangaroo
รองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้แท้ระดับพรีเมี่ยม  ที่กล้าพูดได้ว่าเป็นรองเท้าฟุตบอล
สัญชาติไทยรุ่นท็อปสุดที่ถูกผลิตออกมาทำตลาด  เราจะไปหาคำตอบพร้อมๆ กันว่ารองเท้ารุ่นนี้
มีดีพอที่จะไปสู้กับรองเท้ารุ่นใหญ่จากแบรนด์นอกได้หรือไม่

  นอกเหนือจากหน้าตาภายนอกที่ดูดีมีระดับ  ลายหนังและแนวตะเข็บเย็บที่ดูมีความพรีเมี่ยม
และน่าสนใจไม่น้อยแล้ว  เราต้องไม่ลืมว่าประสิทธิภาพการใช้งานจริงๆ ในสนามนั้น  เป็นเรื่องที่มี
ความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้  ในบทความนี้..ผมจะพาทุกท่านไปร่วมทดสอบการใช้งานในหัวข้อ
ต่างๆ  เพื่อที่จะรีวิว วิพากษ์ วิจารณ์ว่ารองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิคคอนโทรลรุ่นนี้  มีจุดเด่น
จุดด้อย หรือจุดแข็งและจุดอ่อนตรงไหนยังไงบ้าง  จะได้เป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้นำมา
ตอบตัวเองได้ว่า Viper King Semi Kangaroo เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ท่านมองหาอยู่หรือไม่

  เอาล่ะครับ...เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากมายนัก  เราไปเข้าสู่ส่วนบทความรีวิวทดสอบ
การใช้งาน แพน Viper King Semi Kangaroo ไปด้วยกันได้เลย

  ข้อมูลรองเท้าฟุตบอล แพน Viper King Semi Kangaroo



  เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ผมได้เคยนำเอา แพน Viper King Semi Kangaroo มาทำการ
รีวิว Hand On! เปิดฝากล่อง เพื่อแนะนำรายละเอียดส่วนต่างๆ ที่น่าสนใจ  ทั้งเรื่องของการออกแบบ
ทั้งเรื่องของวัสดุและเทคโนโลยีของรองเท้าสายพันธุ์คลาสสิคคอนโทรลรุ่นนี้เอาไว้ค่อนข้างละเอียด
ตามมาตรฐานของ SiamBoots.com  

  ดังนั้น..ก่อนที่จะไปลงสนามทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้  เชื่อว่าหากท่านผู้อ่านรู้จักกับรองเท้า
และข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วนแล้ว จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การอ่านบทรีวิวในส่วนต่างๆ จากการ
ใช้งานจริงในสนามนั้น  สามารถทำได้อย่างมีอรรถรสและมีเนื้อหาที่ครบถ้วน



  แต่ถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดยังไม่ได้อ่านบทความดังกล่าว  ยังไม่เคยได้รู้จักว่า แพน Viper King
Semi Kangaroo
 นั้นมีไฮไลท์ชิ้นส่วนไหน เป็นอย่างไรบ้าง  ท่านสามารถคลิกลิงค์กลับไปอ่าน
ในบทความดังกล่าวได้จากบรรทัดด้านล่างได้เลย  เพื่อที่จะทำให้เนื้อหาการทดสอบการใช้งาน
ของรองเท้ารุ่นนี้มีความครบถ้วน  จะได้รู้กันอะไรรายละเอียดตรงไหนที่แพนโฆษณาเอาไว้นั้น
เมื่อลงสนามแล้วจะสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ !?

  ลิงค์บทความ Hand On! แพน Viper King Semi Kangaroo >>> www.siamboots.com/
handon-Pan-Viper-King-Leather


  การเลือกไซส์



  ท่านใดที่เคยมีประสบการณ์กับการใช้งานรองเท้าฟุตบอลของแพนมาก่อนหน้านี้  จะทราบดีว่า
ขนาดไซส์ที่ถูกผลิตเพื่อวางจำหน่ายในตลาดนั้น  จะมีเฉพาะไซส์แบบ “ไซส์เต็ม”  เช่นไซส์  27.0
หรือ 28.0  เซนติเมตร เป็นต้น  โดยจะไม่มีการผลิตไซส์รองเท้าแบบไซส์ครึ่งแต่อย่างใด 
นอกจากนั้น..ลักษณะขนาดและรูปทรงของรองเท้าฟุตบอลแพนทั้งหมด  จะออกแบบตามลักษณะ
รูปเท้าของคนไทย  รองเท้าทุกรุ่นจะมีรูปทรงหน้าเท้าที่มีความกว้างพอสมควร  จึงมีผลต่อการ
เลือกไซส์รผงเท้า Viper King Semi Kangaroo  คู่ที่เรากำลังจะทดสอบในบทความนี้
เป็นอย่างมาก

  โดยปกติแล้ว..จะเลือกสวมใส่รองเท้าฟุตบอลไซส์ 27.5 เซนติเมตร  แต่หลังๆ พบว่ามีรองเท้า
ฟุตบอลบางรุ่น  ที่สามารถและจำเป็นต้องขยับเพิ่มไปใส่ไซส์ 28.0 เซนติเมตร หรือที่เรียกว่าเพิ่ม
ครึ่งไซส์  ถ้าดูจากตัวเลือกข้างต้นแล้ว..นั่นหมายความว่า ผมอาจจะต้องเลือกใส่ Viper King
Semi Kangaroo
 ไซส์ 28.0 เซนติเมตร หรือ 44 Fr ตามที่คนไทยเรานิยมเรียกกัน 

  แต่พอได้ลอง แพน Viper King Semi Kangaroo ไซส์ดังกล่าว  ซึ่งคาดว่าน่าจะหลวม
นิดๆ เหลือหัวหน่อยๆ  ให้พอที่จะสวมใส่ลงเล่นได้  กลับไม่เป็นเช่นนั้น !! พบว่ารองเท้าหลวม
เกินไป  เหลือพื้นที่บริเวณหัวรองเท้ามากเกินไป  ดังนั้นจึงตัดสินใจใหม่ว่าต้องลดไซส์มาที่
ไซส์ 27.0 เซนติเมตร หรือ 43 Fr  ซึ่งถ้ามองที่ตัวเลขความยาว 27.0 เซนติเมตรเช่นนี้ 
ในการเลือกใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นท็อปแบรนด์นอกต่างๆ ทั้ง ไนกี้ หรือ อาดิดาส  บอกเลย
ว่าผมไม่มีทางสวมใส่ลงเล่นได้เลย  แต่ครั้งนี้..กับแพนแบรนด์ไทย  จำเป็นต้องปรับลดไซส์ลงมา
เนื่องจากไม่มีไซส์ครึ่งอย่าง 27.5 เซนติเมตร  ผลจะเป็นเช่นไร..เราไปดูพร้อมๆ กัน



  ขนาดตามแนวยาวและพื้นที่หัวรองเท้า  ก็ยังเหลือพอที่จะให้วางนิ้วโป้งทาบลงไปตามขวาง
ได้ประมาณครึ่งหนึ่ง  กะระยะได้ราวๆ 0.3 – 0.5 เซนติเมตรโดยประมาณ  จริงๆ แล้วแอบรู้สึก
ว่าเหลือพื้นที่ตรงนี้เยอะกว่าตอนที่ใส่ ไนกี้ Hypervenom Phantom III DF ไซส์ 27.5
เซนติเมตร หรือ Tiempo Legend VII ไซส์ 28.0 เซนติเมตร อยู่เล็กน้อยเสียอีก 

  แต่ถ้าถามว่าระยะหัวรองเท้าที่เหลือตอนนี้ กับแพน Viper King Semi Kangaroo ไซส์นี้ 
ก็พอที่จะสวมใส่ลงสนามใช้งานได้ในฟีลลิ่งที่ค่อนข้างสบายเท้า  จะให้ลดไซส์ไปที่ 26.0 เซนติเมตร 
หัวรองเท้าก็คงจะชนในระดับที่ใส่ลงเล่นไม่ได้แน่นอน



  ส่วนขนาดในแนวกว้างพบว่ามีขนาดที่กำลังดีกับลักษณะหน้าเท้ากว้างๆ และหลังเท้านูนๆ
ตามรูปแบบเท้าของคนไทยส่วนใหญ่  ทั้งๆ ที่ปกติใส่รองเท้าแบรนด์นอกไซส์ 27.5 และ 28.0
เซนติเมตร  ซึ่งบางครั้งก็มีฟีลลิ่งแน่นๆ อึดอัดบ้าง (ในครั้งแรกที่สวมใส่)  แต่กับรองเท้าสายพันธุ์
คลาสสิคคอนโทรลรุ่นนี้ของแพน  ผมสามารถใส่ 27.0 เซนติเมตร ได้อย่างสบายช่วงข้างเท้า
ป็นอย่างมาก

  สัดส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงหลังเท้า แนวหุ้มส้น หรือแม้แต่ฝ่าเท้า  ก็พบว่าให้ฟีลลิ่งการสวมใส่
และขนาดจริงที่เหลือนิดๆ ให้รู้สึกสบายเท้าได้ในระดับเดียวกันทั้งหมด  การลดไซส์ลงลักษณะนี้
ไม่รู้สึกแน่น อึดอัด หรือบีบจนเกินไป  ดังนั้น..ผู้ที่มีลักษณะรูปร่างเท้าที่มีหน้าเท้ากว้าง ฝ่าเท้าแบน
แบบปกติของคนไทย  ไม่จำเป็นต้องเอามาคิดวิเคราะห์หรือเป็นปัจจัยในการเลือกไซส์รองเท้ารุ่นนี้
เลย 



  โดยผมขอแนะนำการเลือกไซส์ Viper King Semi Kangaroo ให้ลดไซส์ลงไป ครึ่งเซนติเมตร
หรือ 1 เซนติเมตรได้เลย  หมายความว่า  ถ้าปกติ..คุณสวมใส่รองเท้าฟุตบอลแบบไซส์เต็มเซนติเมตร
เช่น 27.0 ก็ให้ลดลงไปที่ไซส์ 26.0 เซนติเมตร (แต่กรณีนี้แนะนำให้ลองด้วยตัวเองก่อนจะดีที่สุด)
หรือ ถ้าคุณสวมใส่รองเท้าฟุตบอลแบบไซส์ครึ่งเซนติเมตร เช่น 27.5 เซนติเมตร  ให้ลดไซส์ไปที่
27.0 เซนติเมตร แบบที่ผมเลือกในครั้งนี้

  ทดสอบการใช้งาน



  ต่อไปนี้จะได้เวลาลงสนามทดสอบการใช้งานจริง รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คอนโทรลสุดคลาสสิค
แพน Viper King Semi Kangaroo กันแล้วนะครับ  โดยการทดสอบทั้งหมดต่อจากนี้จะรีวิว
จากประสบการณ์ และประสิทธิภาพที่สามารถสัมผัสได้จากการใช้งานจริงๆ  ผ่านระยะเวลาการ
ใช้งานระยะหนึ่ง  ซึ่งมากพอที่จะทำให้สามารถรู้สึกถึงประสิทธิภาพจริงๆ ของรองเท้ารุ่นนี้  แล้วนำ
ข้อมูลมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงจุดดี จุดด้อย จุดแข็งหรือจุดอ่อน  เพื่อให้คุณผู้อ่านได้นำข้อมูลไปใช้
ประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกรองเท้ารุ่นนี้เป็นอาวุธคู่เท้าหรือไม่

  ก่อนอื่นต้องขอกล่าวถึงระดับการทำตลาดของ Viper King Semi Kangaroo ในตำแหน่ง
ของตลาดสากลกันก่อน  แม้ว่าแพนจะตั้งค่าตัวและวางตำแหน่งการทำตลาดของรองเท้ารุ่นนี้ไว้เป็น
หนึ่งในรองเท้ารุ่นท็อป เป็นเรือธงของค่าย  ด้วยราคาค่าตัวที่ 5,990 บาท  ซึ่งถือเป็นเพดานราคา
รองเท้าสูงสุดของแพนในตอนนี้ (นับเฉพาะรุ่นที่วางจำหน่ายทั่วไป)  แต่ถ้าวิเคราะห์จากรองเท้า
ฟุตบอลในตลาดโลกแล้ว  ทั้งเรื่องของราคาและรายละเอียดของวัสดุต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยี
ในตัวรองเท้านั้น  จะถือได้ว่า แพน Viper King Semi Kangaroo มีระดับการทำตลาด
ในระดับกลาง ก้ำกึ่งไปแตะระดับสูงหน่อยๆ เท่านั้น

  อย่างไรก็ตาม..การรีวิวในครั้งนี้  ผมจะขอยกเอาไนกี้ Tiempo Legend VII ซึ่งเป็น
รองเท้าประเภทคลาสสิคคอนโทรลระดับท็อปคลาส และมิซูโน่ Rebula V1 Japan เป็นรองเท้า
ประเภทพาวเว่อร์คอนโทรลระดับท็อปคลาสเช่นกัน  ข้ามรุ่นมาเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพในหัวข้อ
ต่างๆ กับ แพน Viper King Semi Kangaroo ไปเลย

  มาดูกันว่ารองเท้าระดับเรือธงของแพนนั้นจะวัดมือกับรองเท้าระดับท็อปคลาสรุ่นยอดนิยมของตลาด
ในตอนนี้ได้มากน้อยเพียงใด  ในส่วนของความต่างของราคาค่าตัวนั้น  จะมีผลในการรีวิวความ
คิดเห็นเกี่ยวกับความคุ้มค่า/ความน่าใช้งาน  อีกครั้งในช่วงท้าย

  ความสบายในการสวมใส่



  มาเริ่มต้นการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน แพน Viper King Semi Kangaroo ที่เรื่อง
ของความสบายในการสวมใส่กันก่อน  โดยในส่วนนี้ผมจะจับฟีลลิ่งที่รู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรก
ที่สวมใส่  ไปจนถึงช่วงที่ตัวรองเท้าขยับขยายเข้ารูปกับเท้าได้ดีหรือที่เรียกว่า Break in โดยใช้
การเลือกไซส์รองเท้าแบบที่ผมได้แนะนำไปในหัวข้อก่อนหน้านี้

  ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้สวมใส่รองเท้าคู่นี้ลงสนามแบบจริงจัง  สามารถรู้สึกถึงความสบายได้ทันที 
โดยเฉพาะส่วนอัพเปอร์ตัวรองเท้าด้านหน้าที่มีความกว้างขวาง  ทำให้ลักษณะรูปเท้าบานๆ และ
หลังเท้าอูมๆ ของผม  สามารถสวมใส่ใช้งานรองเท้ารุ่นนี้ได้ทันที  โดยไม่จำเป็นต้องรอให้รองเท้า
ยืดขยายออกแต่อย่างใด  เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ไม่ต้องการการ Break in เลยก็ว่าได้  แน่นอน
ว่าเป็นสิ่งที่ Viper King Semi Kangaroo ทำได้ดีกว่า ไนกี้ Tiempo Legend VII และ
มิซูโน่ Rebula V1 Japan

  อย่างไรก็ตาม..ที่บริเวณหุ้มส้นด้านในและส่วนของปลายหุ้มส้นที่จะมาชนกับแนวเอ็นร้อยหวายนั้น 
ยังรู้สึกถึงความแข็งกระด้างไปนิด  สัมผัสบริเวณส้นเท้านั้น..เสียดสีกับชิ้นส่วนพลาสติกที่เป็น
เกราะป้องกันส้นเท้าอยู่บ้าง  ในขณะที่ปลายหุ้มส้นจะชนและค้ำกับบริเวณเอ็นร้อยหวายเช่นกัน 
แม้ว่าจะไม่มีอาการกัดส้นที่ชัดเจนแต่อย่างใด  แต่โดยภาพรวมก็ถือว่าทำให้ความสบายในการ
สวมใส่ของรองเท้ารุ่นนี้ถูกจำกัดเอาไว้

  ในส่วนของประสิทธิภาพการระบายความร้อนจากด้านในตัวรองเท้าในระหว่างการใช้งาน 
ประเด็นนี้ผมไม่ได้รู้สึกติดขัด หรืออึดอัดจากความร้อนที่เกิดขึ้นแต่อย่างใดกับการใช้งาน Viper
King Semi Kangaroo
รุ่นนี้  กล่าวคือ ตัวรองเท้าด้านในไม่ได้อมความร้อนเอาไว้  แต่อากาศ
ก็ไม่สามารถไหลผ่านได้ดีเหมือนกับรองเท้าฟุตบอลบางรุ่นที่ทำจากวัสดุด้ายถักบางๆ 

  สรุปโดยภาพรวม  ถือได้ว่า แพน Viper King Semi Kangaroo คู่นี้  เป็นรองเท้าฟุตบอล
ประเภทหนังแท้หนาๆ ที่มีฟีลลิ่งการสวมใส่ที่สบายเท้าเป็นอย่างมาก  ที่ชื่นชอบก็คือการสวมใส่
บริเวณหน้าเท้าที่มีรูปทรงกว้าง และเหมาะกับลักษณะรูปเท้ามาตรฐานคนไทยได้เป็นอย่างดี  โดย
ตัวเลขคะแนนในหัวข้อแรกที่  ผมขอลงไว้ที่ 9 เต็ม 10 คะแนน  เหนือว่ารองเท้ารุ่นเปรียบเทียบ
ทั้งสองรุ่น

  คะแนน : 9 / 10

  การรองรับแรงกระแทก



  อีกหนึ่งประสิทธิภาพที่แพน Viper King Semi Kangaroo คู่นี้  สามารถทำผลงานได้ดี
ไม่แพ้รองเท้ารุ่นท็อปแบรนด์นอก  ก็คือประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม 
ซึ่งมีผลโดยตรงมาจากวัสดุของแผ่นรองพื้นด้านในและรูปแบบการวางปุ่มที่มีความสมดุลพอสมควร

  จากการใช้งานอย่างหลากหลายรูปแบบ  พบว่าแผ่นรองพื้นมีความนุ่ม ช่วยรองรับและผ่อน
แรงกระแทกจากพื้นสนามได้ในระดับที่น่าพอใจ  โดยเฉพาะการลงน้ำหนักตรงบริเวณส้นเท้า
ซึ่งจะนุ่มกว่าการลงน้ำหนักบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้า  ถือได้ว่าชิ้นส่วนวัสดุโพรอนที่แปะอยู่ตรง
ช่วงส้นเท้านั้นสามารถใช้งานได้จริง  แต่ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักช่วงฝ่าเท้าด้านหน้ายังรู้สึกบาง
ไปหน่อย 

  ส่งผลให้ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักและการรองรับแรงกระแทกบริเวณฝ่าเท้าอยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลาง
เท่านั้น ในขณะที่ลักษณะและรูปแบบการกระจายปุ่มของรองเท้าคู่นี้ (รวมถึงความยาวของปุ่ม)
มีส่วนช่วยให้ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักโดยรวมสามารถทำได้อย่างสมดุล  ไม่รู้สึกว่าน้ำหนักและแรงกด
ไปตกที่จุดใดจุดหนึ่งมากจนเกินไป 

  เรียกได้ว่าแพนคำนึงถึงการออกแบบช่วงล่างมาเพื่อการลงเล่นในสนามหญ้าเทียมได้ค่อนข้างดี 
รู้สึกว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เหมาะสมต่อการลงบนพื้นสนามหญ้าเทียมมากกว่ารองเท้ารุ่นดังๆ
หลายๆ รุ่นเสียด้วยซ้ำ

  สรุปเกี่ยวกับประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนามของ แพน Viper King Semi
Kangaroo
นั้นถือได้ว่าทำผลงานได้ในระดับที่น่าประทับใจคือ 8 เต็ม 10 คะแนน  ถ้า
เปรียบเทียบประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกกับ ไนกี้ Tiempo Legend VII โดยภาพ
รวมแล้ว  ถือได้ว่าแพน Viper King Semi Kangaroo จะเป็นรองอยู่เล็กน้อย  เนื่องจาก
แผ่นรองพื้นของ Tiempo Legend VII นั้นมีความหนาตลอดช่วงกว่า และยังมีโพรอน
ที่ส่วนฝ่าเท้าด้านหน้าด้วย

  คะแนน : 8 / 10

  ฟีลลิ่งความกระชับ ความมั่นใจเมื่อใช้งาน



  มาต่อกันที่หัวข้อฟีลลิ่งความกระชับ และความมั่นใจเมื่อต้องสวมใส่รองเท้าคู่นี้ลงใช้งาน
ในสนาม  จากลักษณะของวัสดุและรูปทรงตัวรองเท้าที่ค่อนข้างกว้าง  แม้จะสามารถให้ความสบาย
ในการสวมใส่ได้ดี  แต่แน่นอนว่าจะมีผลกระทบต่อฟีลลิ่งความกระชับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
รายละเอียดในส่วนนี้จะเป็นเช่นไรผมมีคำตอบทั้งหมดที่ด้านล่าง

  จากการใช้งาน Viper King Semi Kangaroo ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สวมใส่  รู้สึกได้ว่า
ฟีลลิ่งตลอดช่วงที่อัพเปอร์จะบีบกระชับกับสรีระของรูปเท้านั้นทำได้ไม่ดีนัก  โดยเฉพาะช่วง
อัพเปอร์ครึ่งหน้าที่รู้สึกว่ามีช่องว่างระหว่างเท้าและอัพเปอร์   มีจังหวะที่รูปเท้าเกิดระยะฟรี
ในการเคลื่อนที่ออกในทิศทาง ซ้าย-ขวา ภายในของตัวรองเท้าเอง  ส่งผลให้ในจังหวะ
การเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  โดยเฉพาะการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่นั้นทำได้อย่างไม่ค่อย
มั่นใจนัก

  อีกหนึ่งจุดที่ส่งผลต่อความมั่นใจในการสวมใส่ Viper King Semi Kangaroo ก็คือบริเวณ
หุ้มส้นด้านในที่ไม่มีความกระชับเท่าที่ควร  เนื่องจากลักษณะการบุนุ่มหน้าสัมผัสของหุ้มส้นนั้น 
บาง  จนไม่สามารถมาสร้างความกระชับหรือจับล็อคกับแนวส้นเท้าด้านได้  รวมถึงผิวของวัสดุ
หน้าสัมผัสก็ยังเป็นหนังสังเคราะห์เรียบๆ  เวลาใช้งานรองเท้ารุ่นนี้จะรู้สึกได้ว่าส้นเท้าสามารถ
เคลื่อนขึ้น-ลง ไปมา  ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการเคลื่อนที่เลย



  ประเด็นข้างต้นสามารถเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน กับหุ้มส้นของ
Tiempo Legend VII ที่ไนกี้ออกแบบส่วนของหุ้มส้นให้มีการบุนุ่มที่ค่อนข้างหนา และดีไซน์
ให้มีจุดนูนเป็นสป็อตขึ้นมาสอดรับเข้ารูปกับร่องด้านข้างของเอ็นร้อยหวาย  รวมถึงการใช้วัสดุ
หน้าสัมผัสเป็นกำมะหยี่ที่มีความฝืดเป็นอย่างมาก  นี่คือสิ่งที่ทีมพัฒนาของแพนจำเป็นต้องอัพเกรด
เพื่อเรียกประสิทธิภาพในเรื่องนี้กลับมาให้ได้มากกว่านี้

  คงต้องวิเคราะห์กันตรงๆ ว่า Viper King Semi Kangarooมีจุดอ่อนในเรื่องฟีลลิ่งความ
กระชับและความมั่นใจโดยรวมมากที่สุดในบรรดารองเท้าฟุตบอลรุ่นเปรียบเทียบทั้งหมด  ตัวเลข
คะแนนที่ผมจะขอลงไว้ให้เพียงแค่ 6 เต็ม 10 คะแนน เท่านั้น

  คะแนน : 6 / 10

  การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม



  เรื่องประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม ของชุดพื้นและปุ่ม
แบบ FG ของแพน Viper King Semi Kangaroo คู่นี้  ถือว่ามีประเด็นที่ต้องให้พูดถึง
พอสมควรและยังมีบางประเด็นเป็นโจทย์ให้แพนนำไปต่อยอดพัฒนาต่อไป  จะมีรายละเอียด
อย่างไรบ้างนั้น..ผมจะรีวิวให้ฟัง

  รูปแบบการเคลื่อนที่โดยทั่วไปของรองเท้ารุ่นนี้  ค่อนข้างจะตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย 
มีความสมดุลทั้งในจังหวะการเคลื่อนที่ในทิศทางตรงๆ หรือการเปลี่ยนทิศทางในพิสัยกว้าง 
ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่รองเท้าประเภทคอนโทรลพึงมีตามมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้ 
โดยปุ่มกลมจะทำหน้าที่เป็นจุดหมุนในจังหวะการกลับตัว  ในขณะที่ปุ่มทรงรีในแนวยาวจะช่วย
ล็อคกับพื้นสนามเพื่อเสริมความมั่นคงในการเคลื่อนที่ได้อย่างน่าพอใจ



  อย่างไรก็ตาม..ผมยังรู้สึกว่าชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้บางและเบาไปหน่อย  ทำให้การลง
น้ำหนักเพื่อการเคลื่อนที่ในจังหวะต่างๆ  รู้สึกเหมือนชุดพื้นลอยขึ้นมาจากพื้นสนามเล็กน้อย 
ความหนักแน่นของปุ่มที่จะกดและจิกลงไปยังพื้นสนามทำได้ไม่เต็มแรง  ไม่แน่น  ซึ่งแน่นอนว่า
จะมีผลโดยตรงต่อจังหวะที่ต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงหรือจังหวะที่ต้องการความแม่นยำในการ
จิกพื้นสนามของปลายปุ่ม  โดยเฉพาะการเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วสูงหรือการสับขาหลอกล่อ
คู่แข่งที่ยังทำได้ไม่มั่นใจสักเท่าไหร่

  ประเด็นนี้ยังต้องยอมรับกว่า Viper King Semi Kangaroo นั้นเป็นรอง ไนกี้ Tiempo
Legend VII
และ มิซูโน่ Rebula V1 Japan ซึ่งมีลักษณะปุ่มที่หน้าตัดใหญ่กว่า  แต่กลับ
รู้สึกว่าปลายปุ่มของรองเท้ารุ่นดังจากเมืองปลาดิบ นั้นมีแรงกดที่ปลายปุ่มได้ดีและแม่นยำกว่า
จังหวะการสปรินซ์ด้วยปลายเท้าเพื่อทำความเร็วในทางตรง

  โดยภาพรวมถือว่าชุดพื้นช่วงกลางก็พอจะมีเรี่ยวมีแรงให้รู้สึกถึงแรงสปรินซ์  ซึ่งเกิดจากการดีด
ของชุดพื้นช่วงกลางอยู่บ้าง  ยังพอมีมาให้ได้เรียกใช้งานเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องวัดกับคู่แข่ง
ในทางตรง  แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับทั้ง ไนกี้ Tiempo Legend VII และ มิซูโน่ Rebula
V1 Japan
ยังต้องบอกกันตรงๆ ว่าฟีลลิ่งแรงสปรินซ์จากคู่แข่งรุ่นใหญ่ทั้งคู่นั้น ยังทำได้ดีกว่า
อยู่เล็กน้อย แต่ก็เพียงพอให้รู้สึกถึงความแตกต่างในเชิงประสิทธิภาพการสปรินซ์ออกตัว

  คะแนน : 7 / 10

  การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล



  เอาล่ะครับ..มาถึงหัวข้อการทดสอบที่หลายคนน่าจะอยากได้คำตอบ หรือได้การรีวิวมากที่สุด
นั่นคือฟีลลิ่งการสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ของ Viper King Semi Kangaroo ซึ่งมี
วัสดุอัพเปอร์ทำจากหนังจิงโจ้แท้  จากที่ได้ดูและสัมผัสภายนอกนั้นพบว่าหนังมีความหนานุ่ม
พอสมควร  จึงน่าสนใจไม่น้อยว่ารองเท้าสายคลาสสิคคอนโทรลรุ่นท็อปจากแพนคู่นี้  จะมีฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลเป็นเช่นไร

  เริ่มต้นด้วยการลองสัมผัสความนุ่มและการคอนโทรลบอล  จากการเดาะบอลบริเวณหัวรองเท้า 
ในครั้งแรกๆ รู้สึกได้ถึงฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่ค่อนข้างหนักแน่น แต่อาจจะไม่นุ่มเท้ามากนัก  แต่
พอรองเท้าผ่านการใช้งานไปเพียงแค่ 2-3 ครั้ง  กลับพบว่าหนังจิงโจ้ของรองเท้าคู่นี้มีลักษณะฟู
และนุ่มอย่างเห็นได้ชัด  ทำให้ได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่หนานุ่มเท้ามากขึ้นจนใกล้เคียงกับ ไนกี้
Tiempo Legend VII หรือ มิซูโน่ Rebula V1 Japan ซึ่งรองเท้าทั้งสองรุ่นนี้ มีโครงสร้าง
ช่วงกลางที่มาเสริมให้อัพเปอร์มีความหนา  แต่แพน Viper King Semi Kangaroo นั้นไม่มี 
ซึ่งหมายความว่าลักษณะหนังจิงโจ้ของรองเท้ารุ่นนี้มีการขยายตัวและมีความนุ่มจากชั้นหนังของ
มันเอง  หลังจากที่ผ่านการใช้งานไปเพียงไม่นาน



  อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจะถูกใจผู้เล่นสายคอนโทรลเป็นอย่างมาก  ก็คือพื้นที่สัมผัสบอลบริเวณ
หัวรองเท้าซึ่งมีระยะเข้ามาค่อนข้างลึก  ทำให้พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณนั้นมีเหลือเฟือ  การควบคุมบอล
ทั้งจังหวะการเดาะบอลและการจับบอลแรกด้วยพื้นที่บริเวณนี้สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ควบคุม
น้ำหนักได้ง่าย  เนื่องจากการสัมผัสบอลที่เต็มใบ  ถือเป็นอีกหนึ่งประสิทธิภาพการควบคุมบอล
ที่รองเท้ารุ่นนี้ทำได้ดีเป็นอย่างมาก

  อย่างไรก็ตาม..การจับบอลแรกหรือการแปส่งบอลด้วยพื้นที่ข้างเท้าด้านในของแพน  
Viper King Semi Kangaroo นั้นกลับให้ประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป  อย่างที่เราทราบ
ข้อมูลตัวรองเท้ารุ่นนี้กันมาแล้ว..ว่าวัสดุด้านข้างตัวรองเท้าที่เปลี่ยนมาเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ 
แม้ว่าลักษณะกายภาพภายนอกนั้นจะเป็นหนังสังเคราะห์ที่ถูกบุนุ่มมาอยู่บ้าง  แต่พอเวลาที่มา
ใช้งานจริง  มันมีความแตกต่างระหว่างน้ำหนักการสัมผัสและความนุ่มจากครึ่งหน้าพอสมควร 



  เช่น..บางครั้งการแปบอลด้วยข้างเท้าก็อาจจะสัมผัสกินพื้นที่ข้างเท้าด้านหน้าไปด้วย  ก็จะได้
ฟีลลิ่งความนุ่มอีกแบบ  แต่ในบางครั้งที่การแปบอลจะสัมผัสกินพื้นที่ข้างเท้าด้านหลังมากกว่า 
ก็จะสัมผัสกับส่วนวัสดุหนังสังเคราะห์เต็มๆ  ก็จะได้ฟีลลิ่งความนุ่มที่น้อยกว่า  รวมถึงแนวตะเข็บ
เย็บระหว่างวัสดุทั้งสองส่วนซึ่งมีลักษณะหนาและนูนเป็นแนวขึ้นมาค่อนข้างมาก  ส่งผลให้การ
ใช้งานพื้นที่ข้างเท้าด้านในจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับบอลหรือแปส่งบอล  เราต้องมาคอยปรับ
ฟีลลิ่งการสัมผัส ความนุ่ม หรือน้ำหนักบอลที่แตกต่างกันไปแล้วแต่จุดที่ลูกฟุตบอลจะถูกสัมผัส 
ดังนั้น..ในการใช้งานจริง  ผมมองว่าเป็นคะแนนประสิทธิภาพด้านลบในหัวข้อนี้ของ Viper King
Semi Kangaroo
อยากหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งเป็นเรื่องที่รองเท้ารุ่นนี้สู้ Tiempo Legend VII
และ Rebula V1 Japan ไม่ได้

  ประสิทธิภาพโดยภาพรวมในหัวข้อ การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล ของ แพน Viper King
Semi Kangaroo
ถือว่าทำได้ดีพอสมควร  ที่ถูกใจก็คือพื้นที่การสัมผัสบอลของชิ้นส่วนหนังจิงโจ้
ที่ให้ฟีลลิ่งการสัมผัสที่หนาและนุ่มเป็นอย่างมาก  เป็นหนังแท้ที่มีคุณสมบัติ “ยิ่งใช้ยิ่งนุ่ม”  มีพื้นที่
เพื่อใช้จับบอลได้กว้างขวาง สัมผัสบอลได้เต็มใบและควบคุมได้อย่างง่ายดาย  แต่ประเด็นเรื่องพื้นที่
ข้างเท้าด้านในยังเป็นสิ่งที่รองเท้ารุ่นนี้ยังทำได้ไม่ดีนัก (ในฐานะรองเท้าประเภทคอนโทรล) จาก
ตัวเลขคะแนนที่อยากจะให้ในระดับ 9 คะแนน  ขอปรับลดลงมาที่ 8 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน : 8 / 10

  การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า



  ประสิทธิภาพการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วยรองเท้าฟุตบอลคลาสสิคคอนโทรล Viper King
Semi Kangaroo 
คู่นี้ มีข้อดีในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักที่ค่อนข้างนุ่มนวลและมีความ
เชื่องเท้าเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะการใช้บริเวณอัพเปอร์ส่วนหัวรองเท้าที่เป็นวัสดุหนังจิงโจ้
เข้าปะทะและขับเคลื่อนลูกฟุตบอล  ได้ฟีลลิ่งการเลี้ยงบอลที่หนาเท้าพอสมควร  ส่งผลให้การแตะ
เคลื่อนบอลไปด้านหน้าตรงๆ นั้นทำได้ค่อนข้างมั่นใจ  น้ำหนักและความแรงในแต่ละจังหวะการ
แตะบอลนั้นมีความคงที่

  อย่างไรก็ตาม..รองเท้ารุ่นนี้  จะไม่ใช่รองเท้าฟุตบอลที่เอื้อประโยชน์ต่อการเลี้ยงพาบอลตะลุย
ไปในพื้นที่แคบๆ  หรือต้องเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของบอลด้วยความเร็ว  เนื่องจากฟีลลิ่ง
การสัมผัสบอลที่มีความหนา  ส่งผลให้การส่งแรงสัมผัสเพื่อเปลี่ยนทิศทางบอลการขับเคลื่อน
ของลูกบอลนั้นทำได้ไม่รวดเร็วสักเท่าไหร่นัก  ความรวดเร็ว หรือ Sensitive ในการควบคุม
บอลกับพื้นสนามทำได้แค่ระดับปานกลาง



  ในขณะที่ประสิทธิภาพการยึดเกาะหรือความหนึบระหว่างผิวสัมผัสของอัพเปอร์กับลูกฟุตบอล
ที่กระทำกันในแนวเฉือน  ก็ทำได้ในระดับที่พอใช้เท่านั้น  ยิ่งในสถานะการณ์ที่หน้าสัมผัส
เปียกน้ำ..จะยิ่งพบว่าประสิทธิภาพการเปลี่ยนทิศทางของลูกบอลที่เลี้ยงด้วยความเร็ว  นั้นมี
ความแม่นยำไม่มากพอที่จะให้เลี้ยงพาบอลตะลุยไปในพื้นที่แคบๆ รายละเอียดตรงนี้ แพน
Viper King Semi Kangaroo ยังสู้ไนกี้ Tiempo Legend VII ไม่ได้  ถ้าจะให้
เปรียบเป็นตัวเลขสัดส่วนความแตกต่างเพื่อให้เห็นภาพได้ชัด  ขอเปรียบเทียบให้ Viper
King Semi Kangaroo
 ทำได้ราวๆ 60% ของ Tiempo Legend VII เท่านั้น

  การใช้แพน Viper King Semi Kangaroo เพื่อเลี้ยงพาบอลไปกับเท้านั้น  ดูจะเหมาะสม
กับรูปแบบการเลี้ยงบอลไปในทางตรงหน้าแบบสั้นๆ  ด้วยการควบคุมน้ำหนักบอลได้นุ่มเท้า
และคงที่  แต่ถ้าจะต้องเอาไว้ตะลุยพาบอลไปในพื้นที่แคบๆ และต้องการประสิทธิภาพการเปลี่ยน
ทิศทางและควบคุมทิศทางที่แม่นยำ  ดูแล้วรองเท้ารุ่นนี้จะยังตอบโจทย์ดังกล่าวได้ไม่ดีมากนัก 

  คะแนน : 7 / 10

  ความสามารถในการยิงประตู



  มาทดสอบกันต่อที่ประสิทธิภาพการยิงประตูและความอันตรายในการจู่โจมของ แพน Viper
King Semi Kangaroo
กันบ้าง  ว่าจะมีหมัดเด็ดเทียบเคียงกับรองเท้าประเภทเดียวกันรุ่นใหญ่
ในตลาดหรือไม่  เพราะหลังๆ มานี้เราเริ่มเห็นการพัฒนาให้รองเท้าประเภทนี้มีความอันตราย
ในการยิงประตูมากยิ่งขึ้น  อย่างเช่นไนกี้ Tiempo Legend VII

  ผมเริ่มทดสอบตั้งแต่ในจังหวะการวางเท้าหลักเพื่อปักลงไปยังพื้นสนาม  ก่อนที่จะส่งแรงเหวี่ยง
เท้าอีกข้างเข้าไปปะทะยังลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  พบว่าปุ่มช่วงหน้าของรองเท้าคู่นี้พอที่จะยึดเกาะ
กับพื้นสนามได้ในระดับปานกลาง  แม้จะไม่ได้เกิดอาการลื่นไถล  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงการยึดเกาะ
ที่หนักแน่นรุนแรงเหมือนกับชุดปุ่มแบบใบมีด  ในขณะที่การส่งแรงจากชุดพื้นช่วงกลางก็ทำได้ดี
ในระดับหนึ่ง  โดยภาพรวมเกี่ยวกับจังหวะการวางเท้าและส่งแรงเหวี่ยงเพื่อยิงประตูของรองเท้ารุ่นนี้
ทำได้ในระดับที่น่าพอใจ

  แต่ไฮไลท์อยู่ตรงที่วินาทีของการปะทะระหว่างหน้าสัมผัสหนังจิงโจ้กับผิวของลูกฟุตบอล  พบว่า
หน้าสัมผัสนั้นให้ฟีลลิ่งการปะทะที่ค่อนข้างหนาและนุ่ม  แรงปะทะสะท้อนกลับมาน้อย  แต่สิ่งที่ต้อง
คำนึงถึง..คือฟีลลิ่งการสัมผัสของวัสดุชั้นกลางด้านในของอัพเปอร์นั้นรู้สึกโล่งๆ ไปหน่อย  แตกต่าง
จากฟีลลิ่งการส่งแรงของทั้ง Tiempo Legend VII และ Rebula V1 Japan ซึ่งโครงสร้าง
ชั้นกลางของอัพเปอร์ถูกออกแบบมาโครงที่มาช่วยส่งแรงปะทะได้ดี 



  ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาคือเรี่ยวแรงและความหนักหน่วงของลูกบอลที่พุ่งออกไปจากเท้าด้วยการยิง
ของ  Viper King Semi Kangaroo นั้นไม่ค่อยดุดันหรือรุนแรงมากนัก  เรียกได้ว่าถ้าต้องการ
ยิงให้ลูกบอลพุ่งทะยานออกไป  จำเป็นต้องใส่แรงขาเข้าไปช่วยมากขึ้นนั่นเอง

  ประสิทธิภาพการควบคุมทิศทางหรือการปั่นไซร้โค้งของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปอย่างเต็มแรงด้วย
แพน Viper King Semi Kangaroo โดยภาพรวมพบว่ารองเท้ารุ่นนี้สามารถควบคุมทิศทาง
การยิงไปแบบตรงๆ ได้ค่อนข้างง่าย เนื่องจากพื้นที่หน้าสัมผัสบอลที่เปิดกว้าง  ผิวสัมผัสโดยรวม
เป็นหน้าสัมผัสที่ราบเรียบ  มีสรีระสอดรับกับหน้าสัมผัสของลูกฟุตบอลได้ดี  เรียกได้ว่าถ้าวาง
หน้าปะทะเข้าสัมผัสกันเต็มๆ  ลูกฟุตบอลก็จะพุ่งไปทิศทางตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ

  ส่วนเรื่องการปั่นไซร้โค้งในจังหวะการยิงแบบปั่นไซร้ด้วยความแรง  พบว่าปฏิกิริยาการดึงดูด
ระหว่างหน้าสัมผัสนั้นยังทำได้ในระดับปานกลาง  กล่าวคือ..พอได้เห็นว่าลูกฟุตบอลมีอาการ
ไซร้โค้งอยู่บ้าง  แต่ถ้าเวลาที่หน้าสัมผัสมีการเปียกน้ำด้วย  ต้องยอมรับการตรงๆ ว่ารองเท้ารุ่นนี้
ควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลและการปั่นไซร้ได้ค่อนข้างยาก  ความแม่นยำในแบบที่เราเคยเจอ
ในการยิงลักษณะเดียวกันด้วยไนกี้ Tiempo Legend VII  นั้นหายไปพอสมควร

  คะแนนตัวเลข 7 เต็ม 10 คะแนน ในหัวข้อประสิทธิภาพการยิงประตูของ แพน Viper King
Semi Kangaroo
นั้นดูจะเป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่ก็ไม่ได้น้อยเกินไป  เอาเป็นว่ารองเท้า
รุ่นนี้พอจะตอบโจทย์การยิงประตูสำหรับคนที่ชอบฟีลลิ่งหน้าปะทะแบบหนาๆ นุ่มๆ แต่น้ำหนัก
บอลอาจจะไม่ได้พุ่งทะยานสักเท่าไหร่นัก  และจะเหมาะต่อการยิงประตูในทิศทางแบบตรงๆ
ที่หน้าสัมผัสเข้าปะทะหน้าลูกฟุตบอลเป็นหลัก

  คะแนน : 7 / 10

  การปกป้องเท้า



  เหมือนเช่นเคยที่จะมาปิดท้ายการทดสอบภาคสนามกันในเรื่องการปกป้องเท้าของผู้สวมใส่ 
จากการใช้งานทั้งหมดที่ผ่านมา  พบว่าปัญหาหลักในเชิงป้องกันของรองเท้ารุ่นนี้  อยู่ที่
ความกระชับและระดับการซัพพอร์ตส่วนหุ้มข้อและแนวป้องกันเอ็นร้อยหวายที่น้อยไปหน่อย 

  ในช่วงที่ทดสอบการยิงประตูแบบเต็มแรง..มีจังหวะที่เท้าหลักจะยกตัวขึ้นเพื่อสืบเท้าตาม
จากแรงเหวี่ยงหลังจากที่ยิงลูกฟุตบอลออกไปอย่างเต็มแรง  อาจจะเพราะผมเองที่ไม่ได้เกร็ง
หรือเตรียมรับกับจังหวะที่เท้าหลักจะต้องตกกลับลงมาที่พื้นสนามพร้อมกับน้ำหนักตัว 



  แต่เนื่องด้วยความกระชับหรือการจับล็อคแนวส้นเท้าที่ไม่ได้แน่นหนานัก  ทำให้มีอาการ
ส้นเท้าพลิกเล็กน้อย  อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่พบเจอกับตัวเองก็คือจังหวะการวอลเล่ย์เพื่อยิง
ลูกฟุตบอลอย่างเต็มแรง  แต่ไม่ได้เตรียมเกร็งข้อเท้าพร้อมรับแรงไว้มากนัก  ก็มีอาการ
บาดเจ็บจากอาการซ้นของช่วงแนวเอ็นร้อยหวายเกิดขึ้นเช่นกัน

  จากเหตุการณ์ข้างต้นทั้งสองเหตุการณ์นั้น  แม้จะมีส่วนจากปัจจัยของความพร้อมส่วนตัว
อยู่บ้าง  แต่เชื่อว่าถ้าหุ้มข้อที่มีความแน่นหนาหรือกระชับมากๆ  จะสามารถมาช่วยซัพพอร์ต
ป้องกันการเคลื่อนไหวของข้อเท้าที่ผิดจังหวะได้ดีกว่านี้  และจะช่วยลดโอกาสเกิดอาการ
บาดเจ็บได้มากขึ้นอย่างแน่นอน  ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ผมรู้สึกได้ว่า Tiempo Legend VII
นั้นทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน 

  อัพเปอร์ครึ่งหน้าที่มีความหนาและนุ่ม  ถือเป็นปัจจัยที่มาช่วยดึงให้คะแนนเชิงรับของรองเท้า
รุ่นนี้ได้บ้าง  เพราะความหนาของชั้นหนัง สามารถช่วยลดแรงปะทะจากการเข้าปะทะของคู่แข่ง
ได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่แตกต่างจากทั้งไนกี้ Tiempo Legend VII หรือ มิซูโน่ Rebula V1
Japan
เลย

  คะแนน : 7 / 10

  บทสรุปการทดสอบ



  เป็นอย่างไรการบ้างกับประสิทธิภาพการใช้งานจริงของ แพน Viper King Semi Kangaroo
ผ่านด่านทดสอบทั้งหมด  ซึ่งหากมองในภาพรวมของตัวเลขคะแนนในหัวข้อต่างๆ แล้ว  ยิ่งถ้ามอง
ไปยังคู่เปรียบเทียบระดับโลกที่ผมกล่าวถึงแล้ว  ถือได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้ทำผลงานได้ดีในระดับ
ที่น่าประทับใจเอาเรื่อง  แม้จะมีจุดเด่นหรือจุดด้อย แตกต่างกันออกไปในบางจุด  แต่ทั้งหมดนั้น
ก็คือประสบการณ์ที่ได้สัมผัสจากการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้โดยตรง

  ในส่วนสุดท้ายนี้  ผมจะมาสรุปให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้รวบรัดและเห็นภาพถึงประสิทธิภาพของ
รองเท้ารุ่นนี้อีกครั้ง  ก่อนที่จะมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องของความคุ้มค่า ความน่าใช้งาน 
แน่นอนว่าราคาค่าตัวของ Viper King Semi Kangaroo จะมามีส่วนเอี่ยวในหัวข้อนี้ด้วย 
ซึ่งผมจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง  ก็คงต้องตามอ่านกันต่อไปในหัวข้อด้านล่าง

  แพน Viper King Semi Kangaroo



  หากใครที่อยากได้รองเท้าฟุตบอลที่มีความสบายในการสวมใส่  ผมกล้าการันตีว่า แพน Viper King
Semi Kangaroo
จะสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดีมากที่สุดรุ่นหนึ่ง ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้  ลักษณะ
และสรีระของตัวรองเท้านั้นถูกออกแบบมาบนพื้นฐานของเท้าคนไทยอย่างชัดเจน  โดยเฉพาะกับ
การสวมใส่บนหน้าเท้าที่มีลักษณะแบน กว้างและหลังเท้านูนมากๆ  ก็ตาม

  นอกจากฟีลลิ่งการสวมใส่แล้ว  จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Viper King Semi Kangaroo สามารถ
แข่งขันกับรองเท้าระดับท็อปคลาสแบรนด์ชั้นนำของโลกได้  ก็คือประสิทธิภาพของวัสดุหนังจิงโจ้แท้ 
ที่มีเอกลักษณ์สามารถให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่หนาและนุ่มเท้ามากๆ  ที่ผมชอบ..ก็คือคุณสมบัติ
ของวัสดุหนังจิงโจ้ชิ้นนี้ที่ “ยิ่งใช้ยิ่งนุ่ม” ผนวกรวมกับพื้นที่สัมผัสบอลบริเวณหัวรองเท้าที่ค่อนข้างลึก 
ทำให้การสัมผัสบอลบริเวณดังกล่าวสามารถควบคุมลูกฟุตบอลได้อย่างง่ายดาย  ให้สัมผัสบอลที่เต็ม
พื้นที่สัมผัส

  แต่การใช้พื้นที่ข้างเท้าด้านใน  เพื่อการจับบอลหรือแปส่งบอลออกไปนั้นดูจะยังทำได้ไม่ลงตัวนัก 
เหตุผลเนื่องจากพื้นผิววัสดุที่แตกต่างกัน คือหนังจิ้งโจ้ครึ่งหน้าและหนังสังเคราะห์ครึ่งหลัง  ถูกคั่น
กลางด้วยแนวตะเข็บเย็บที่นูนขึ้นมา  ทำให้พื้นที่การสัมผัสบอลบริเวณข้างเท้าด้านในนั้นไม่ชัดเจน 
ฟีลลิ่งหรือน้ำหนักของลูกบอลที่ถูกแปออกไปแต่ละครั้งนั้น..เอาแน่เอานอนไม่ได้  ขึ้นอยู่กับว่าลูกฟุตบอล
สัมผัสเข้ากับพื้นผิวส่วนไหนมากกว่ากัน  จึงทำให้ประสิทธิภาพการควบคุมบอลบริเวณข้างเท้าด้านใน
นั้นยังไม่ตอบโจทย์การเป็นรองเท้าประเภทคอนโทรลได้อย่างเต็มรูปแบบนัก

  ประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ที่แพน Viper King Semi Kangaroo ทำได้ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น 
ก็คือการรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม  ซึ่งชุดแผ่นรองพื้นครึ่งหน้าอาจจะบางไปเสียหน่อย  แต่ตรง
บริเวณส้นเท้าก็หนาพอที่จะให้ความนุ่มในการลงน้ำหนักตรงส้นเท้าได้ดี  และเมื่อรวมกับบุคลิกของ
ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG แล้ว  โดยรวมทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถสวมใส่ลงเล่นในพื้นสนามหญ้าเทียม
ได้โดยไม่ต้องกังวลถึงแรงกระแทกหรือปัจจัยอื่นๆ แต่อย่างใด 

  รูปแบบการยิงประตูของรองเท้าสายคอนโทรลรุ่นนี้  มีพื้นที่สัมผัสของอัพเปอร์สามารถเข้าหาปะทะ
กับลูกฟุตบอลได้ดี  ส่งผลให้การควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปในแนวปะทะนั้น
สามารถทำได้ง่ายดั่งใจ  ฟีลลิ่งตอนที่หน้าผ้าสัมผัสกับกับลูกฟุตบอลนั้นมีความหนาและนุ่ม
เป็นอย่างมาก  แต่ด้วยลักษณะของชั้นหนังที่หนาและฟู  จึงเกิดการดูดซับแรงปะทะเอาไว้  ส่งผล
ให้ลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปนั้นไม่ค่อยพุ่งทะยานสักเท่าไหร่นัก  ในขณะที่การควบคุมทิศทาง
การปั่นไซร้โค้ง  ก็ดูจะไม่ใช่งานถนัดของรองเท้ารุ่นนี้

  ส่วนการขับเคลื่อนเลี้ยงพาบอลไปกับพื้นสนาม  ก็ได้อานิสงค์ของวัสดุหนังจิงโจ้มาทำให้การ
สัมผัสบอลมีความหนานุ่ม  การออกแรงแตะบอลไปด้านหน้าทำได้อย่างเชื่องเท้า ควบคุมน้ำหนัก
ได้ง่าย  เหมาะสมต่อรูปแบบการเลี้ยงพาบอลไปตรงๆ ในพื้นที่เปิดกว้าง แต่ถ้าจะต้องเลี้ยงตะลุย
หรือเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงบอลแบบฉับพลัน  พบว่าวัสดุอัพเปอร์ที่หนาและฟูมากเกินไปส่งผล
ให้ปฏิกิริยาในการขับเคลื่อนลูกบอลนั้นหายไป  ความรวดเร็วแม่นยำในการเปลี่ยนทิศทางของ
ลูกบอลจึงลดลง

  นอกจากนั้น..แพน Viper King Semi Kangaroo ยังมีจุดอ่อนสำคัญที่มาฉุดให้
ประสิทธิภาพด้านอื่นๆ นั้นถูกจำกัดเอาไว้  นั่นคือเรื่องของความกระชับและความมั่นใจในการ
ใช้งาน  พบว่าอัพเปอร์ของรองเท้ารุ่นนี้ไม่กระชับกับสรีระของเท้าสักเท่าได้  ด้านในอัพเปอร์
มีระยะห่างระหว่างหน้าเท้าจนรู้สึกได้ว่าเท้าสามารถขยับไปมาด้านในได้  จนเป็นผลให้ขาด
ความมั่นใจในการสวมใส่ลงไปพอสมควร

  รวมถึงการซัพพอร์ตบริเวณส้นเท้าและแนวหุ้มข้อซึ่งทำได้ไม่ดีมากนัก  ปัจจัยเหล่านั้นส่งผล
ต่อเนื่องมาถึงประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ที่ลดลง  ประสิทธิภาพเชิงรับที่จะมาช่วยปกป้องอาการ
บาดเจ็บก็ถูกจำกัดไว้เช่นกัน  จุดอ่อนตรงนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทีมพัฒนาของแพน
ต้องแก้ไขปรับปรุง  เพราะผมเชื่อว่าถ้าการซัพพอร์ตบริเวณหุ้มส้นดีกว่านี้  อัพเปอร์กระชับ
เข้ารูปเท้ามากกว่านี้  จะหนุนให้ประสิทธิภาพการใช้งานในหัวข้ออื่นๆ ทำได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

  โดยภาพรวมถือได้ว่า แพน Viper King Semi Kangaroo ทำผลงานได้ฐานะรองเท้า
ฟุตบอลประเภทคลาสสิคคอนโทรลได้ดีเกินคาด  ยิ่งถ้ามองในฐานะการเป็นรองเท้าระดับ
ปานกลาง ก้ำกึ่งไปในระดับท็อปคลาสหน่อยๆ  นอกจากความสบายในการสวมใส่ที่ตอบโจทย์
รูปเท้าของคนไทยได้ดีมากๆ แล้ว  วัสดุหนังจิงโจ้แท้ที่มีความหนานุ่มสามารถช่วยทำให้
รองเท้ารุ่นนี้โดนใจคนที่ชื่นชอบรองเท้าฟุตบอลแนวคลาสสิคเก๋าๆ ได้เป็นอย่างดี  ดังนั้น
ตัวเลขคะแนนในเรื่องของคุณสมบัติโดยภาพรวมของการเป็นรองเท้าประเภทนี้ ผมขอลงให้
ไว้ที่ 8 เต็ม 10 คะแนน

  คะแนน คุณสมบัติความเป็นรองเท้าประเภท คอนโทรล : 8 / 10


  เปรียบเทียบกับ ไนกี้ Tiempo Legend VII



  แน่นอนว่า Tiempo Legend VII จากไนกี้  ยังเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลซึ่งทำจาก
วัสดุหนังจิงโจ้แท้ ที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้  ประสิทธิภาพของ Tiempo Legend
VII
นั้นมีรอบด้าน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ดี  มีความกระชับและซัพพอร์ตกับรูปเท้า
ของผู้สวมใส่ได้อย่างยอดเยี่ยม  สามารถสร้างทั้งความมั่นใจและการปกป้องได้ดีไปพร้อมๆ กัน

  เมื่อโฟกัสไปที่ฟีลลิ่งและประสิทธิภาพการควบคุมบอล  อัพเปอร์ของ Tiempo Legend VII
นั้นจะให้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มเท้าพอสมควร  แต่ฟีลลิ่งที่ได้ยังรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติมากกว่า 
ทำให้การขับเคลื่อนบอลหรือการถ่ายเทแรงปะทะนั้นทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่าง
ชัดเจน  รวมถึงการสัมผัสในทิศทางเฉือน..แน่นอนว่าผิวหน้าสัมผัสของรองเท้ารุ่นนี้สามารถ
ส่งแรงกระทำกับผิวของลูกฟุตบอลได้ดีมาก  รวมถึงการมีเทคโนโลยี ACC ก็ยิ่งสร้างความ
แตกต่างของประสิทธิภาพในการควบคุมบอลเวลาที่ฝนตกหรือผิวสัมผัสเปียกชื้นให้กับไนกี้
Tiempo Legend VII
อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

  ในขณะที่รูปแบบการเคลื่อนที่จากปุ่ม FG ของ Tiempo Legend VII กับ Viper King
Semi Kangaroo
นั้นค่อนข้างจะตอบโจทย์ที่คล้ายคลึงกัน  กล่าวคือ..ปุ่มแบบ FG นั้นถูก
ออกแบบมาเพื่อเน้นการเคลื่อนที่แบบรอบตัว  การเปลี่ยนทิศทางได้อย่างหลากหลายเป็นอิสระ 
และการกระจายน้ำหนักที่สมดุล  แต่ถ้าจะวิเคราะห์เชิงลึกถึงความดุดัน การออกตัวและแรงสปรินซ์
ของชุดพื้นนั้น  ต้องยอมรับว่า Tiempo Legend VII ยังมีชุดพื้นที่ตอบโจทย์ความรวดเร็ว
ได้ดีกว่า  นอกจากนั้น..ประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทก การฟีลลิ่งบริเวณฝ่าเท้าระหว่าง
แผ่นรองพื้นนั้น Tiempo Legend VII ทำได้ดีกว่าทั้งสองประเด็น  

  แต่สิ่งเดียวที่ดูเหมือนว่าแพน Viper King Semi Kangaroo เหนือกว่า ก็คือความสบาย
ในการสวมใส่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรูปเท้าของคนไทยอย่างแท้จริง  ในขณะที่ ไนกี้ Tiempo
Legend VII
 ยังต้องอาศัยการเพิ่มครึ่งไซส์  แล้วใช้ระยะเวลาที่ตัวรองเท้าจะขยายตัว
และ Break-in เข้ารูปเท้าพอสมควร

  เปรียบเทียบกับ มิซูโน่ Rebula V1 Japan



  มิซูโน่ Rebula V1 Japan รองเท้ารุ่นสูงสุดในไลน์การผลิตของ Rebula ที่ผมได้เคยรีวิว
ไปเมื่อราวๆ ต้นปี  จุดเด่นของ Rebula V1 Japan นั้นอยู่ที่ความสมดุลของประสิทธิภาพที่มี
ความลงตัว  วัสดุหนังจิงโจ้มีความนุ่ม แต่ไม่หนาจนเกินไป  จึงได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่นุ่มนวล
ควบคุมน้ำหนักบอลได้ง่าย  มาพร้อมๆ กับประสิทธิภาพการขับเคลื่อนบอลที่รวดเร็วและเป็น
ธรรมชาติมากกว่า Viper King Semi Kangaroo เนื่องจากชั้นหนังจิงโจ้ของอัพเปอร์นั้น
ไม่ได้หนามาก จนมาหน่วงแรงกระทำระหว่างหน้าสัมผัสกับลูกฟุตบอล

  รวมถึงการควบคุมบอลแนวราบและการส่งแรงเฉือนของผิวหน้าสัมผัสในจังหวะการปั่นไซร้ 
ยังต้องบอกว่า Rebula V1 Japan ทำได้ดีกว่า Viper King Semi Kangaroo อยู่
ประมาณนึง  เนื่องจากผิวสัมผัสมีความหนึบมากกว่าและยังมีการออกแบบเส้นสาย 3 มิติ  เพื่อ
ช่วยสร้างแรงเฉือนให้ผิวของลูกฟุตบอลได้ดีกว่าอีกด้วย

  และแน่นอนว่า Rebula V1 Japan มีฟีลลิ่งความกระชับและความมั่นใจในการสวมใส่
ใช้งานได้ดีกว่า Viper King Semi Kangaroo พอสมควร  โดยเฉพาะบริเวณส่วนของ
หุ้มส้นเท้าด้านที่มีความแน่นหนากระชับกำลังดี  ช่วยเอื้อประโยชน์ให้การสวมใส่ของรองเท้ารุ่นนี้
สามารถทำประสิทธิภาพในทุกๆ ด้านได้อย่างเต็มที่

  ส่วนเรื่องของการลงน้ำหนัก  การรองรับแรงกระแทกจากพื้นสนาม  หรือการยึดเกาะของ
ชุดปุ่มแบบ FG ระหว่างรองเท้าทั้งสองรุ่นนี้  โดยรวมถือว่าทำได้ดีพอๆ กัน ไม่แตกต่างกัน
เท่าไหร่นัก  อาจจะมีอยู่นิดนึงในเรื่องของฟีลลิ่งการลงน้ำหนักของปุ่ม FG  พบว่า Rebula V1
Japan
จะมีปุ่มที่ใหญ่กว่า  รู้สึกว่าพื้นปุ่มลอยจากพื้นสนามมากกว่าปุ่มของ Viper King
Semi Kangaroo
อยู่เล็กน้อย

  แล้วถ้าจะถามว่า มิซูโน่ Rebula V1 Japan ด้อยกว่าแพน Viper King Semi Kangaroo
ในด้านไหนบ้าง !? คำตอบก็คือเรื่องของความสบายในการสวมใส่  ซึ่งลักษณะตัวรองเท้าของ
Viper King Semi Kangaroo นั้นมีหน้าเท้าที่กว้างทำให้สวมใส่ได้สบายกว่าตั้งแต่ครั้งแรก
รวมถึงฟีลลิ่งบริเวณส้นเท้าที่พบว่า Rebula V1 Japan มีอาการกัดส้นอยู่บ้างในครั้งแรกๆ
ที่สวมใส่  แต่ Viper King Semi Kangaroo นั้นไม่มีอาการกัดส้นเท้าเลย  แม้ว่าฟิลลิ่ง
ตรงหน้าสัมผัสส้นเท้าจะแข็งๆ ก็ตาม

  ความคุ้มค่าและความน่าใช้

    

  หากย้อนกลับไปเมื่อช่วง 3-5 ปี ก่อนหน้านี้  ต้องพูดกันแบบเปิดอกว่าแพนนั้นหายหน้าหายตา
ไปจากตลาดรองเท้าฟุตบอลระดับบนอย่างน่าใจหาย  ไปเน้นการทำตลาดในระดับล่างเป็นหลัก 
ไม่เห็นการโปรโมทที่ชัดเจน  แต่วันนี้แพนกลับมามีบทบาทในตลาดรองเท้าฟุตบอลระดับกลาง
ถึงระดับบนอย่างชัดเจนมากขึ้น  มีการโปรโมทและการเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลระดับอาชีพ
ในเวทีไทยลีกส์ในทิศทางทีดีขึ้น  ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ความน่าใช้
ของแพน กลับมาได้บ้างไม่มากก็น้อย

  อย่างไรก็ตาม..ถึงแม้ว่าแพนจะเริ่มเซ็นต์สัญญาพรีเซนเตอร์เข้ามาโปรโมทเสริมภาพลักษณ์
ของแบรนด์มากขึ้นเรื่อยๆ  แต่เท่าที่สังเกต  พบว่าไม่มีพรีเซนเตอร์หลักประจำรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
ใดๆ  กล่าวคือ..พอแพนออกรองเท้าซีรี่ย์ใหม่/รุ่นใหม่ออกมา  ก็จะยกเอาพรีเซนเตอร์ในสังกัด
พากันโยกมาโปรโมทรองเท้ารุ่นใหม่พร้อมกันทั้งหมด  เช่นตอนนี้..นักฟุตบอลที่เคยโปรโมท
Viper King Semi Kangaroo
นั้นได้ถูกโยกไปขึ้นปกเพื่อโปรโมท Balancer Touch X
พร้อมกันทั้งหมด  ถ้ามองในแง่ของการโปรโมทแล้ว..ผมมองว่าความเป็น “ไอคอน” ของรองเท้า
ฟุตบอลซีรี่ย์ใดๆ จะไม่มีโอกาสเกิดขึ้น  ก็คงต้องดูกันนระยะยาวต่อไปว่ารองเท้ารุ่น Viper King
Semi Kangaroo
จะยังมีภาพอยู่ในกระแสการโปรโมทอีกนานแค่ไหน

  ทีนี้เรามาเจาะถึงความคุ้มค่าของ Viper King Semi Kangaroo ราคาค่าตัวแบบเต็มๆ
ที่ 5,990 บาท  กับวัสดุหนังจิงโจ้แท้ระดับพรีเมี่ยมที่มีความหนานุ่ม คือสิ่งที่ดูจะเป็นปัจจัยหลัก
ที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้พอจะแข่งขันในตลาดระดับกลาง ค่อนไปทางระดับท็อปได้บ้าง  แล้วเมื่อได้
เปรียบเทียบกับประสิทธิภาพการใช้งานจริง  ที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลย ดังนั้น..ผมมีความคิดเห็น
ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีความคุ้มค่า ในแง่ของราคา เปรียบเทียบกับเทคโนโลยีและวัสดุที่ได้รับ  รวมถึง
ประสิทธิภาพการใช้งานจริงในบางประเด็นที่สามารถสัมผัสได้ 

  ส่วนเรื่องอายุการใช้งานและความแข็งแรงทนทานนั้น  รองเท้าฟุตบอลจากแพนเองก็มีประวัติ
เรื่องความทนทานที่ดีมาโดยตลอด    สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ถูก
ออกแบบมาเพื่อสภาพสนามและรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมในบ้านเรา  ทำให้รองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้จะตอบโจทย์ใครก็ตาม ที่ต้องการหารองเท้าฟุตบอลแบบคู่เดียวแล้วใช้กันได้ยาวๆ ได้เลย

  คะแนน : 8 / 10



  แพน Viper King Semi Kangaroo คือรองเท้าฟุตบอลรุ่นสำคัญที่มีความน่าสนใจ 
จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหลักในตลาดรองเท้าฟุตบอลเมืองไทยอย่างแน่นอน  จากการ
ทดสอบที่ผ่านมานั้น..คงบอกได้แล้วว่ารองเท้ารุ่นเรือธงรุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ
วงการรองเท้าฟุตบอลสัญชาติไทยให้สูงขึ้น 

  ในส่วนของเนื้อหาจากทุกตัวอักษรของการรีวิวทั้งหมดในบทความนี้  ผมหวังเป็นอย่างยิ่ง
ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านทุกท่าน  เอาข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจว่ารองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้  จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานและรูปแบบการเล่นที่เหมาะสมกับตัวเอง
ได้หรือไม่  เพื่อที่จะได้เลือกหาอาวุธคู่เท้าได้เหมาะสมมาใช้งานต่อไป  

  เราอาจจะติดหูกับคำว่า "คนไทยใส่แพน" แต่สำหรับ Siamboots.com แล้ว  
จะยังไงก็ตาม..เราจะใส่แพนหรือไม่ หรือจะไปเลือกใช้รองเท้าฟุตบอลรุ่นดังจากแบรนด์นอก  
ผมอยากให้คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ รวมถึงความเหมาะสม ที่จะตอบโจทย์ความต้องการ
หรือเข้ากับสไตล์การเล่นได้ดีที่สุด  เพื่อที่จะได้เรียกศักยภาพการเล่นฟุตบอลของเรา
ออกมาให้ได้มากที่สุด  แล้วเราจะสนุกกับการเล่นฟุตบอลได้อย่างเต็มที่

  ณ ตอนนี้ Viper King Semi Kangaroo ถูกเพิ่มเติมสีใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดรองเท้า
ฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ  สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่สนใจจะไปสัมผัส หรือเป็นเจ้าของ
รองเท้ารุ่นนี้  ขอแนะนำให้ไปลองสัมผัสที่ร้านตัวแทนจำหน่ายรองเท้าฟุตบอลแพน 
หรือสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ที่ pan-sportswear.com ได้อย่างสะดวก  โดยรองเท้า
รุ่นนี้มีราคาเต็มอยู่ที่ 5,990 บาท   แต่ตอนนี้จะมีโปรโมชั่นพิเศษเพิ่มเติมอะไรยังไง
ลองแวะเข้าไปดูด้วยตัวเองได้เลย

...แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปครับ... 

  SiamBoots Rating  

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก            
การเคลื่อนที่และยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ        
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า              
ประสิทธิภาพการยิงประตู              
การปกป้องเท้า            
ภาพรวมรองเท้า "คอนโทรล"          
ความคุ้มค่าและน่าใช้งาน            

   

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 24 กรกฏาคม 2018 เวลา 22.00 น. ***



   SiamBoots  ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาของ www.SiamBoots.com และ บริษัท บางกอก แอธเลติก จำกัด
เท่านั้น  "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ    
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
  e-mail : siamboots@hotmail.com






"Hand On!" อาดิดาส X 18.1


"Hand On!" เดียดอร์ร่า RB10


"Hand On!" ไนกี้ Mercurial SuperFly VI