"Running Test!" อาดิดาส Ultra Boost - อีกขั้น..ของรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดจาก
อาดิดาส







ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าวิ่ง รุ่น Ultra Boost





   
   วงการรองเท้าวิ่งในยุคปัจจุบันดูจะเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงมากทีเดียว  ล่าสุดเป็นอาดิดาส
ที่เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่น Ultra Boost ออกมาในฐานะรองเท้าวิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดของค่าย  พร้อมโปรโมท
ด้วยคุณสมบัติมากมาย  ต่อยอดความสำเร็จของวัสดุ Boost ไปอีกขั้น  ในบทความนี้..นักวิ่งต้องไม่พลาด
เพราะ SiamBoots จะมารีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ ว่าจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน
จะสมคำร่ำลือและคำโปรโมทของอาดิดาสหรือไม่  ไปร่วมหาคำตอบด้วยกันเลย...

   เมื่อปี 2013 อาดิดาสได้ปฏิวัติวงการรองเท้าวิ่งด้วยการคิดค้นวัสดุชนิดใหม่ที่เรียกว่า Boost ซึ่งมีสรรพคุณ
ในการรองเท้าแรงกระแทกที่ยอดเยี่ยม  ซึ่งยืนยันด้วยผลวิจัยจากห้องแลปที่ประเทศเยอรมันนี  ว่าวัสดุชิ้นนี้
สามารถคืนพลังงาน และรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่าวัสดุทุกประเภทที่มีการนำมาใช้ผลิตเป็นชุดพื้นของ
รองเท้าวิ่ง  จนเอามาสร้างเป็นรองเท้าวิ่งประเภทการรองรับแรงกระแทกที่ดีที่สุด  และได้รับความนิยมอย่าง
มากมาย  

   แต่แล้ว..ก็พัฒนาของอาดิดาสก็ยังไม่หยุดนิ่ง  จนกระทั่งต้นปี 2015 ที่ผ่านมาอาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่ง
รุ่นใหม่ล่าสุด  ออกมาเพื่อเพิ่มขีดจำกัดให้กับรองเท้าวิ่งรุ่นนำธงของค่าย  พร้อมตั้งชื่อด้วยการเติมคำง่ายๆ
ว่า Ultra Boost สื่ออย่างความหมายตรงไปตรงมา  ว่านี่คืออีกขั้นของรองเท้าวิ่งในซีรี่ย์ Boost นั่นเอง  
อ่อ..ลืมบอกไปว่า  รองเท้ารุ่นนี้มาพร้อมสโลแกนสุดพีค ว่า "Energy take over"

   
   รองเท้าวิ่งตระกูล Boost นั้นมีมากมายหลากหลายรุ่นในตลาด  จนบางครั้งอาจสร้างความสับสนให้กับ
ผู้ซื้อพอสมควร  เพราะอาดิดาสได้ผลิตออกมาเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการและระดับการทำตลาด
ที่แตกต่างกัน  แต่ถ้าพูดถึงรองเท้าที่เป็นรุ่นท็อปสุดของตระกูลนี้แล้ว  หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2013 ที่
อาดิดาสได้เปิดตัว  จะเป็นรองเท้ารุ่น Energy Boost ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม  เป็นหนึ่งในรองเท้า
วิ่งที่ดีที่สุดในเวลานั้น  และได้รับเสียงฟีดแบ็คจากผู้ซื้อในด้านบวก  ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น
รองเท้าวิ่งที่มีความนุ่ม รองรับแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม

   แต่สำหรับปี 2015 ซึ่งจะเรียกว่าเป็นเจเนอเรชั่นต่อมา ก็คงจะไม่ผิดมากนัก  อาดิดาสได้พัฒนาต่อยอด
จนได้รองเท้าวิ่งรุ่น Ultra Boost ออกมาสู่ตลาดอย่างภาคภูมิ  โดย Ultra Boost ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอัพเดต
หน้าตา จับรองเท้าโฉมเก่าแต่งหน้าทาปาก  แต่เป็นการอัพเกรดจุดต่างๆ เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่เคยเกิดขึ้น
กับ Energy Boost นั่นเอง  เพื่อให้สมกับคำว่า "Ultra" ที่ปรากฏอยู่ด้านหน้า  ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่านี่คือ
การพัฒนาไปอีกขั้น  เป็นขั้นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก  เพราะมันเกิดขึ้นกับรองเท้าวิ่งยอดฮิตติดกระแส
และหลังจากที่ผมได้สังเกตความเคลื่อนไหวในตลาดรองเท้าวิ่ง  ก็ไม่แปลกใจเลยที่มีผู้ซื้อมากมายหลายคน
ต่างจับจองเป็นเจ้าของ Ultra Boost อย่างรวดเร็ว  แม้จะต้องลงทุนซื้อในราคาเต็ม 6,990 บาท หรือพอจะ
มีส่วนลดนิดหน่อย ก็ตาม

   
   และหากถามว่า Ultra Boost มีการเปลี่ยนแปลงอะไรตรงไหนบ้าง  ในแง่ของการใช้งานจริง  รองเท้าวิ่ง
รุ่นนี้มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร  มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากน้อยแค่ไหน  วันนี้..บทความนี้  จะเป็นบทความรีวิว
รองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost ที่จะหาคำตอบทุกคำตอบมาให้กับท่านผู้อ่านทุกท่าน  ตามสไตล์การ
ทดสอบรองเท้าวิ่งของ SiamBoots แบบตรงไปตรงมา  

   แม้ว่า บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด จะให้การสนับสนุนรองเท้าวิ่งรุ่นฮ็อตคู่นี้  แต่ผมก็ยังยืน
ว่าผมจะรีวิวและวิพากษ์วิจารณ์ไปตรงๆ อย่างไม่เกรงอกเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น  เพื่อหาคำตอบว่าให้คุณผู้อ่าน
ได้ข้อมูลไปเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อรองเท้าวิ่งที่ตรงตามความต้องการของท่านให้มากที่สุด
ซึ่งผมขอเป็นอีกคนหนึ่งที่ยืนยันว่า "นักวิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับรองเท้าวิ่งให้มาก" เพราะ
รองเท้าวิ่งที่ทำตลาดอยู่ในทุกวันนี้ มีมากมายหลากหลายรูปแบบ หลายประเภท หลายซีรี่ย์  เยอะยิ่งกว่า
รองเท้าฟุตบอลเสียอีก  แต่เหตุผลที่สำคัญคือรองเท้าวิ่งที่เหมาะสม  จะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บจาก
การวิ่งที่ถูกประเภทได้  เพราะคุณต้องไม่ลืมว่า กีฬาวิ่ง..มีเพียงรองเท้าเท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์ชิ้นหลัก  และ
มันยังสามารถช่วยรีดศักยภาพการวิ่งของคุณออกมาให้ได้มากที่สุด  อีกด้วย

   Details & Hand On

   
   ก่อนที่จะไปเริ่มต้นทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานของ Ultra Boost  พาจะมาทุกท่านมาทำความรู้จักรองเท้า
วิ่งรุ่นนี้กันก่อน กับส่วนหัวข้อ "Hand On!" ที่จะมาเปิดฝากล่องเพื่อดูกันว่าถ้าคุณผู้อ่านเลือกซื้อรุ่นนี้มาแล้ว
จะได้อะไรมาบ้าง  แล้วตัวรองเท้ามีรายละเอียด ส่วนประกอบ และเทคโนโลยีอะไรยังไง  

   โดยอาดิดาสได้บรรจุ Ultra Boost มาในกล่องที่มีสีและดีไซน์ใหม่โดยเฉพาะ  แต่ยังคงมีคำว่า Boost พิมพ์
เอาไว้รอบตัวกล่อง  เสมือนเป็นบอกว่าภาพในกล่องใบนี้  ได้บรรจุรองเท้าวิ่งซีรี่ย์ Boost เอาไว้นั่นเอง  เมื่อเปิด
ฝากล่องขึ้นมา  จะพบกับรองเท้าวิ่งรุ่น Ultra Boost นอนตะแคงเอาไว้  พร้อมกับมีกระดาษมันสีดำห่อหุ้มเอาไว้
อีกชั้นหนึ่ง  แปลกตาเล็กน้อย  เพระาปกติแล้วเราจะคุ้มเคยกับการใช้กระดาษมันสีขาวมากกว่า  นอกเหนือจากนั้น
ไม่มีของแถมอื่นใดใส่มาให้  ก็ถือได้ว่าเป็นไปตามมาตรฐานของรองเท้าวิ่ง  แม้จะเป็นรองเท้าวิ่งระดับท็อปที่แพง
ที่สุดของค่าย  โดยปกติแล้วก็จะไม่มีอะไรแถมมาให้อยู่ดี

   
   Ultra Boost นั้นมีรูปร่างหน้าตาแบบเรียบง่าย  เป็นไปตามเอกลักษณ์การออกแบบรองเท้าของอาดิดาส
ผมเชื่อว่าใครที่คุ้นเคยกับรองเท้าวิ่งของอาดิดาส  จะสามารถรับรู้ได้ถึงเอกลักษณ์การออกแบบดังกล่าว
ได้ทันที  โดยรองเท้ารุ่นนี้มีจุดไฮไลท์ที่น่าสนใจอยู่ 3-4 ส่วนหลักๆ  ได้แก่  ตัวรองเท้าด้านหน้า  โครงสร้าง
ช่วงกลางบริเวณข้างเท้า  ส่วนหุ้มข้อ  และชุดพื้นรองเท้า  ซึ่งผมจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับส่วนต่างๆ ต่อไป

   
   เรามาเริ่มกันที่ตัวรองเท้าด้านหน้ากันก่อน  อย่างที่บอกไปว่านี่คือหนึ่งในไฮไลท์หลักของ Ultra Boost เพราะ
รองเท้ารุ่นนี้มีหน้าผ้าที่เป็นวัสดุด้ายถัก หรือที่อาดิดาสเรียกว่า "Primknit" ที่เอาเส้นด้ายมาถักทอจนได้
เป็นวัสดุตัวรองเท้าที่ไร้รอยต่อ  เป็นเทคโนโลยีที่ให้ความสบาย  ที่มาพร้อมกับความกระชับ  และช่วยป้องกัน
การบาดเจ็บ  เพราะขณะวิ่งเท้าของผู้วิ่งสามารถขยายได้มากกว่าสิบมิลลิเมตร  ซึ่งหน้าเท้าอาจถูกบีบจากการ
ขยาย เป็นสาเหตุของการเกิดแผลจากการเสียดสีระหว่างเท้าและรองเท้า  อันก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บขณะวิ่งได้ 
นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว  หน้าผ้าของรองเท้ารุ่นนี้ยังมีช่องว่าง  ซึ่งเป็นประโยชน์ในเรื่องของการระบาย
ความร้อนที่ดีอีกด้วย  

   ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้  แบรนด์รองเท้ากีฬาหลายแบรนด์  ไม่เพียงแต่เฉพาะอาดิดาสเท่านั้น  ได้แข่งขันกัน
โปรโมทวัสดุหน้าผ้าจำพวกด้ายถักแบบนี้  และเอาวัสดุจำพวกนี้มาใช้กับรองเท้าระดับท็อปคลาสของตัวเอง
เฉกเช่นเดียวกับ Ultra Boost  จึงยิ่งเสริมให้รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากอาดิดาสคู่นี้  แตกต่างจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ
ที่รองลงไปอย่างชัดเจน  เสริมทั้งความโดดเด่นน่าใช้ และสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร

   
   เพื่อความกระชับและการปกป้อง รวมถึงการสร้างความมั่นคงให้กับเท้าที่ยอดเยี่ยมขึ้น  เพราะลำพังวัสดุด้ายถัก
ที่แม้จะมีคุณสมบัติช่วยสร้างความกระชับและมีความยืดหยุ่นได้ดี  แต่มันก็สามารถที่จะขยายออกตามรูปเท้าได้
ดังนั้น อาดิดาส Ultra Boost จึงมีโครงสร้างพลาสติกคอยช่วยโอบกระชับบริเวณข้างเท้าทั้งสองฝั่ง  เสมือนเป็นจุด
ปกป้องไม่ให้ตัวรองเท้าขยายออกได้อิสระเกินไป  ซึ่งเป็นผลเสียต่อความมั่นคงของเท้า  โดยชิ้นพลาสติกดังกล่าว
ยังมีดีไซน์เป็นสัญลักษณ์แถบสามขีดไปพร้อมๆ กัน  

   
   จะเห็นได้ว่าโครงสร้างดังกล่าว  นั้นแยกชิ้นส่วนออกจากวัสดุหน้าผ้าด้ายถักอย่างชัดเจน  ซึ่งจะสามารถขยายออก
หรือกระชับเข้าได้ตามระดับการดึงกระชับแนวร้อยเชือกรองเท้าโดยตรง  เพียงเท่านี้ผู้ใช้งานก็สามารถกำหนดความ
กระชับได้ด้วยตัวคุณเอง

   
   เชือกรองเท้าของ Ultra Boost ที่อาดิดาสให้มานั้น  เป็นเชือกรองเท้าเส้นแบน  ขนาดปานกลาง  เพื่อให้มี
แรงพอที่จะดึงกระชับโครงสร้างพลาสติกได้ไม่ยากนัก  เนื้อผ้าของเส้นเชือกไม่นิ่มและไม่แข็งจนเกินไป  
และรูร้อยเชือกรองเท้าทั้งหมดจะอยู่บนแนวขอบโครงสร้างพลาสติกทั้งหมด  ไม่มีรูร้อยเชือกบริเวณข้อเท้า
ที่เป็นส่วนของวัสดุด้ายถักแต่อย่างใด  ดังนั้นการผูกเชือกรองเท้าให้แน่นจะมีผลต่อความกระชับบนหลังเท้า
และข้างเท้าโดยตรงเลยทีเดียว


   
  อย่างไรก็ตาม  พบว่าหุ้มส้นของรองเท้าวิ่ง Ultra Boost รุ่นนี้  อาดิดาสได้ประยุกต์เอาวัสดุแบบผ้ายืดมาใช้
เพื่อให้บริเวณหุ้มส้นมีคุณสมบัติในการล็อคกระชับเข้ากับข้อเท้าของผู้สวมใส่ได้ดีกว่าวัสดุแบบด้ายถัก  และ
ยังพบว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่มีลิ้นรองเท้าแต่อย่างใด  การออกแบบดังกล่าวเพื่อทำให้ความกระชับบริเวณข้อเท้า
มีลักษณะเป็นฟีลลิ่งแบบไร้รอยต่อ  แม้ว่าตอนสวมใส่อาจจะลำบากกว่ารองเท้าวิ่งที่มีลิ้นรองเท้าเล็กน้อย
เพราะต้องคอยดึง คอยยัดข้อเท้าเข้าไป  แต่สิ่งที่ผู้สวมใส่จะได้ก็คือความกระชับที่กระชับต่อข้อเท้าได้
โดยรอบ อย่างสม่ำเสมอ

   
   บริเวณส้นเท้าด้านล่างยังมีโครงสร้างพลาสติกแข็ง หรือที่เรียกว่า External Heel Counter เป็นชิ้นพลาสติก
ขนาดใหญ่  เพื่อช่วยโอบกระชับกับส้นเท้าของผู้สวมใส่  สร้างความมั่นคง กระชับ ป้องกันข้อเท้าพลิกในการวิ่ง
และมีตัวพิมพ์นูน เป็นชื่อรุ่น Ultra Boost พิมพ์เอาไว้ ช่วยเสริมให้ตัวรองเท้าดูดี  

   
   พื้นรองเท้าของรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost ได้รับการออกแบบภายใต้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Stretch Web
ซึ่งเป็นการออกแบบเหมือนตาข่าย  เสริมศักยภาพของช่วยพื้นรองเท้าให้สามารถกระจายแรงกระแทกได้สม่ำเสมอ
เพิ่มความนุ่มในการรองรับและผ่อนแรงกระแทกได้ดีขึ้น  

   นอกจากนั้นยังพบว่า รองพื้นด้านในที่เห็นเป็นสีม่วงนั้นเป็นวัสดุกำมะหยี่ถูกออกแบบให้มีช่องว่าง  เพื่อเพิ่มพื้นที่
สัมผัสระหว่างแผ่นรองพื้นอีกชั้น  ทำให้แผ่นรองพื้นสามรถยึดเกาะกับตัวรองเท้าได้ดียิ่งขึ้น

   
   
   แผ่นรองพื้นด้านในของ Ultra Boost สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้
ผลิตจากวัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูป ค่อนข้างบางไม่หนา  ใต้แผ่นรองพื้นถูกออกแบบให้มีพื้นผิวเป็นบล็อค
รูปสี่เหลี่ยมนูนขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัส  ทำให้แผ่นรองพื้นสามารถยึดเกาะกับชุดพื้นด้านใน
ได้เป็นอย่างดี  

   
   หน้าสัมผัสด้านบนของแผ่นรองพื้นเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่  เพื่อให้เกิดแรงเสียดทานกับฝ่าเท้าของผู้ส่วมใส่
ลดโอกาสลื่นไถลของฝ่าเท้า  เพื่อให้ทุกก้าวของการวิ่งทำได้อย่างมั่นใจ  บริเวณส้นเท้ามีสกรีนคำว่า
Ultra Boost และคำว่า Endless Energy ซึ่งเป็นสโลแกนของรองเท้าวิ่งในซีรี่ย์นี้ นั่นเอง

   
   มาปิดท้ายการทำความรู้จักกับรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost กันที่ชุดพื้นและช่วงล่าง ซึ่งถือเป็นไฮไลท์หลัก
ของรองเท้าวิ่งซีรี่ย์นี้กัน

   อาดิดาสได้พัฒนาและออกแบบชุดพื้นของ Ultra Boost ให้มีประสิทธิภาพยึดเกาะกับพื้นได้ดีขึ้นกว่าเก่า  ด้วยการ
ออกแบบให้หน้าสัมผัสของพื้นรองเท้ามีลักษณะเป็น 3 มิติ  สูง-ต่ำ ดั่งที่เห็นได้ชัดเจนดังภาพด้านบน  เพื่อให้พื้นที่
สัมผัสระหว่างรองเท้ากับพื้นมีมากขึ้น  โดยใช้วัสดุยางมาฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน  เนื้อยางมีลักษณะนุ่มพอสมควร
แต่มีผิวสัมผัสที่เหนียวพอประมาณ  ไม่ใช่เนื้อยางแข็งๆ เหมือนที่ใช้กับรองเท้าวิ่งประเภท Stable Running ที่พบเห็น
ได้ทั่วไป  จากการสัมผัสภายนอกก็รู้สึกได้ว่าพื้นรองเท้าของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้จะต้องยึดเกาะพื้นได้ดี อย่างแน่นอน

   
   และอาดิาดาสยังได้ใส่เทคโนโลยี Torsion System ซึ่งเทคโนโลยีที่บรรจุอยู่ใต้พื้นรองเท้าของ Ultra Boost
โดยข้อมูลจากอาดิดาสได้ระบุว่า  เจ้าเทคโนโลยีชิ้นนี้จะช่วยเพิ่มความอิสระในการเคลื่นไหวระหว่าง  ส้นเท้า
และหน้าเท้า เพิ่มความมั่นคง และการทรงตัวที่สมดุล ให้ทุกการวิ่งเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง  หรือพูดง่ายๆ ก็ถือ
เป็นเทคโนโลยีที่ยึดให้ช่วยพื้นด้านหน้าและด้านหลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นเอง

   
   นี่คือหน้าตาชัดๆ ของพื้นรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost ที่สามารถเห็นได้เลยว่า หน้าสัมผัสมีลักษณะเป็นพื้นยาง
มีมิติสูงต่ำ หรือเรียกกันภาษาบ้านๆ ว่า มีลักษณะตะปุ่มตะปั่ม  เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นผิว ดั่งที่ได้ให้ข้อมูลไปแล้ว
ข้างต้น


   
   และแน่นอนว่า พระเอกของรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost คือเจ้าวัสดุสีขาว  ที่แทรกตัวอยู่ระหว่างชั้น
ของตัวรองเท้าและชุดพื้นด้านล่าง  ทำหน้าที่เป็นวัสดุช่วยรองรับแรงกระแทกและผ่อนแรงกระแทก  แต่เท่านั้น
ยังไม่พอ  เพราะจากข้อมูลที่อาดิดาสวิจัยออกมา  ระบุว่าวัสดุชนิดนี้  สามารถรับแรงและคืนพลังงานกลับมา
ได้มากถึง 85% ในขณะที่วัสดุชนิดอื่นๆ จะต้องเสียพลังงานบางส่วนออกไปมากกว่านี้ เช่น ความร้อน เป็นต้น

   สำหรับชุดพื้นของ Ultra Boost นั้น จะเห็นได้ชัดเจนว่าชุดพื้นที่เป็นวัสดุ Boost นั้นมีความหนามากขึ้นกว่า
เจเนอเรชั่นเก่า (Energy Boost) และมี Boost เต็มพื้นที่ตลอดฝ่าเท้า  ไม่ใช่เน้นแค่บริเวณส้นเท้าเหมือนกับรุ่นเก่า
ทำให้อาดิดาสกล้าการันตีว่า รองเท้าวิ่งรุ่นนี้จะมีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกและคืนพลังการวิ่ง
ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างแน่นอน

   ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุ Boost จากอาดิดาส  ได้ระบุว่า วัสดุชิ้นนี้ไม่ใช่โฟม  แต่เป็นวัสดุชนิดใหม่ที่
อาดิดาสใช้เวลาคิดค้นขึ้นมาอย่างยาวนาน  ตอนแรกจะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ขนาดประมาณเม็ดข้าวโพด
ก่อนที่จะเอาไปขึ้นรูปผ่านการอัดด้วยความร้อน  เพื่อให้เม็ด Boost แต่ละเม็ดประสานเป็นชิ้นเดียวกันทั้งชิ้น
คุณสมบัติของวัสดุ Boost ก็คือความสามารถในการคืนพลังงานที่ดีเยี่ยม  ทั้งยังมีความยืดหยุ่น  ทำให้ช่วย
รองรับและผ่อนแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี  โดยอาดิดาสมีผลการทดสอบยืนยันว่าวัสดุชิ้นนี้สามารถคืน
พลังงานกลับมาได้ถึง 85% เลยทีเดียว  นอกจากนั้นมันยังเป็นวัสดุที่ทนทานต่ออากาศเย็น และอากาศร้อน
นั่นหมายความว่ารองเท้าวิ่ง Ultra Boost มีขีดจำกัดการใช้งานที่กว้างมาก ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุณหภูมิ
ของสภาพแวดล้อม

   และนี่คือข้อมูลทางเทคนิคของรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost ทั้งหมด  เป็นอย่างไรกันบ้างครับ  ผมเชื่อว่า
คุณผู้อ่านจะต้องอยากรู้คำตอบแล้วว่า  เมื่อเอา Ultra Boost มาใช้งานกันจริงๆ วิ่งกันจริงๆ  และวิจารณ์กันจริงๆ
ประสิทธิภาพของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร  เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้  เราไปสู่ส่วนทดสอบการ
ใช้งานจริงกันเลย  ในหัวข้อถัดไปครับ

   Feeling & Sizing

   
   สำหรับรองเท้าวิ่งอาดิดาส Ultra Boost ที่จะสวมใส่ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานคู่นี้ มีขนาดไซด์ตามป้าย
บอกไซด์บนตัวรองเท้า คือ 9.5 US , 9.0 UK , 43 1/3 Fr และ 27.5 cm ซึ่งเป็นรองเท้าไซด์ประจำตัวของผม
โดยก่อนอื่นผมจะขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่ช่วง "การเลือกไซด์" กันก่อนแล้วกัน  เพื่อเป็นไกด์แนะนำ
ในการเลือกไซด์รองเท้า มาวิเคราะห์กันว่า ขนาดจริงของอาดิดาส Ultra Boost จะตรงไซด์ จะอันเดอร์ไซด์
หรือจะโอเวอร์ไซด์หรือไม่ อย่างไร

   หากมองดูรูปทรงรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost จากภายนอกแล้ว  จะพบว่ารองเท้ารุ่นนี้มีรูปทรงที่ไม่กว้าง
และไม่เรียวจนเกินไป  จัดเป็นรองเท้าวิ่งที่มีหน้าเท้ากว้างในระดับกลางๆ  แต่จะมีโครงสร้างพลาสติกด้านข้าง
ตัวรองเท้า  จึงเสริมให้รองเท้ารุ่นนี้มีรูปทรงที่ค่อนข้างสูง และดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว

   
   
   หลังจากที่ได้ลองสวมใส่ Ultra Boost โดยผมเลือกใช้ถุงเท้าวิ่งรุ่นมาตรฐานของอาดิดาส  ซึ่งเนื้อผ้ามีความหนา
พอประมาณ  ตอนสวมเท้าของไปในรองเท้าจะค่อนข้างทุลักทุเลนิดหน่อย  เพราะจะติดตรงส่วนของข้อเท้าที่แน่น
จำเป็นต้องคลายเชือกรองเท้าให้หลวมมากๆ  ก่อนที่จะถ่างส่วนข้อเท้าออกให้กว้างที่สุด แล้วจึงจะสวมเท้าของไปได้
จากนั้นก็ดึงกระชับแนวร้อยเชือก  และผูกปมเชือกรองเท้าตามปกติ

   ฟีลลิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือความกระชับบริเวณข้างเท้าทั้งสองข้าง  ตัวรองเท้าที่ทำจากวัสดุด้ายถักสามารถกระชับ
เข้ารูปกับเท้าได้แบบพอดีเท้าจริงๆ
  จนไม่เหลือพื้นที่ว่างให้รู้สึกหลวม  แต่จะรู้สึกบีบแน่นบริเวณหลังเท้า
พอสมควร  ลองคลายเชือกรองเท้าออกเล็กน้อยก็พบว่าไม่ได้ช่วยให้หลังเท้าผ่อนคลายตามไปด้วย

   
   ส่วนเรื่องของความยาวตัวรองเท้า  พบว่าปลายรองเท้าจะเหลือพื้นที่ว่างเล็กน้อย  ประมาณ 0.2 - 0.3 เซนติเมตร
จนพอที่จะให้วางนิ้วหัวแม่มือลงไปตามขวางได้ประมาณครึ่งนึง  แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกหลวมจนเกินไป  เท้าไม่สามารถ
เคลื่อนที่ไปได้  เหลือประมาณนี้ผมว่ากำลังพอดีกับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ 

   จากที่ลองสวมใส่ อาดิดาส Ultra Boost เพื่อประเมินการเลือกไซด์รองเท้าวิ่งรุ่นชูโรงของอาดิดาสรุ่นนี้แล้ว
ผมขอแนะนำว่า  ใครที่ต้องการระดับการสวมใส่แบบกระชับ พอดีกับเท้าทุกจุด  (แม้จะบีบบริเวณหลังเท้าบ้าง)
ซื้อมาใช้เพื่อการวิ่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ  ผมขอแนะนำให้เลือกซื้อรองเท้ารุ่นนี้แบบ "ตรงไซด์" ครับ  แต่ถ้า
ใครอยากได้ความกระชับที่เบาลงกว่านี้  ได้ความสบายในการสวมใส่มากขึ้น  อาจจะใช้ทั้งการวิ่งหรือการสวมใส่
ในชีวิตประจำวัน  การเลือก Ultra Boost โดยเพิ่มไซด์อีกครึ่งไซด์  ถือเป็นตัวเลือกที่น่าลองเหมือนกัน

   Running Test

   
   ในที่สุดก็ได้เวลามาทดสอบการวิ่งด้วยรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost รองเท้าวิ่งประเภทรองรับแรงกระแทก
(Cushioning)
รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพในด้านการรองรับแรงกระแทก และคืนพลังการวิ่งให้กับ
ผู้สวมใส่ที่ดีที่สุดของอาดิดาส  โดยการทดสอบในครั้งนี้  ผมยังคงเลือกทดสอบบนลู่วิ่งแบบมาตรฐานเหมือนเดิม
เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ ได้อย่างแม่นยำที่สุด

   โดยการทดสอบ Ultra Boost ในบทความนี้  ผมจะขอวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่ง
รุ่น Energy Boost  เนื่องจากถือเป็นเจเนอเรชั่นต่อเนื่องของกันและกัน เป็นหลัก  จากรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดเมื่อปี
2013  สู่รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2015  มาดูกันว่าอาดิดาสได้พัฒนาให้ Ultra Boost แตกต่างและมีประสิทธิภาพ
ดีขึ้นจากเดิมมากน้อยแค่ไหน  ส่วนการเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ จะขอหยิบยกมาวิจารณ์เปรียบเทียบ
เป็นบางเรื่อง

   ฟีลลิ่ง ความกระชับ และความมั่นใจเมื่อใช้งาน

   
   จากที่ผมได้ทดสอบการใช้งาน อาดิดาส Ultra Boost ไปแล้ว  ต้องเรียนตามตรงเลยว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้
มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการสร้างฟีลลิ่ง ความกระชับและสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้สวมใส่ได้มากขึ้นกว่า
เดิมพอสมควร  จากรุ่นเดิม (Energy Boost) ซึ่งมีวัสดุตัวรองเท้าที่เป็นหน้าผ้า Techfit นั้น  เมื่อใช้งาน
ไปสักระยะจะรู้สึกได้ว่าหน้าผ้ามันจะยืดขยายออกตามการเคลื่อนที่ของเท้า  ความกระชับจะหายไป  
รู้สึกหลวมขึ้น  เมื่อวื่งเร็วๆ จะพบว่าตัวรองเท้าไม่สามารถล็อคเท้าให้อยู่กับที่  เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัว
รองเท้าได้

   แต่กับรองเท้ารุ่น Ultra Boost แล้ว  พบว่าวัสดุด้ายถัก Primeknit ที่จะแม้ยืดขยายตามรูปเท้าได้ดี  แต่ก็
ให้ความกระชับกับเท้าและสามารถดึงรั้งตามการเคลื่อนไหวของเท้าได้ดีกว่าพอสมควร  เนื่องจากหน้าผ้า
มีความหนากว่าและการถักทอเข้ากันและกัน  จึงทำให้หน้าผ้ามีลักษณะเป็นร่างแหนั่นเอง  แม้จะไม่ได้ล็อคเท้า
จนกระชับมากๆ แบบฟิตเปี๊ยะจนขยับนิ้วเท้าไม่ได้เลยก็ตาม

   นอกจากความกระชับบริเวณหน้าเท้าแล้ว  ฟีลลิ่งบริเวณส้นเท้าและหุ้มส้นก็ทำได้ดีขึ้น  หุ้มส้นของอาดิดาส
Ultra Boost สามารถสร้างความกระชับได้รอบข้อเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่รู้สึกถึงช่องว่างบริเวณรอยต่อ
ของลิ้นรองเท้า  ในขณะที่หุ้มส้นด้านหลังก็มีส่วนที่สูงขึ้นมาจนโอบกระชับกับแนวเอ็นร้อยหววาย  และล็อค
กระชับกับแนวเอ็นร้อยหวายได้อย่างแน่นสนิทเป็นอย่างมาก

   จากที่ผมเคยใช้งานรองเท้าวิ่งมาหลากหลายรุ่น  แม้จะไม่ได้นำมาเขียนรีวิวลง SiamBoots.com ทั้งหมด  
แต่ถ้าเอามาเปรียบเทียบกันตรงๆ แล้ว  ผมยกนิ้วให้เลยว่าอาดิดาส Ultra Boost เป็นรองเท้าวิ่งที่มีประสิทธิภาพ
ฟีลลิ่ง ความกระชับและสร้างความมั่นใจ ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดตอนนี้  ยิ่งเมื่อต้องเปรียบเทียบกับ
รองเท้าวิ่งซีรี่ย์ Energy Boost เจเนอเรชั่นเก่าทั้งหมดของอาดิดาส  ต้องบอกว่าการที่อาดิดาสเปลี่ยนมาใช้
วัสดุ Primeknit ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดเลยทีเดียว  โดยภาพรวมผมขอลงคะแนนไว้ที่ 4 เต็ม 5 คะแนน
ครับ

   คะแนน
   - ฟีลลิ่ง ความกระชับ และความมั่นใจเมื่อใช้งาน 4/5


   ประสิทธิภาพของการระบายความร้อน

   มาต่อกันที่การทดสอบประสิทธิภาพของการระบายอากาศและความร้อนของอาดิดาส Ultra Boost
หลังจากใช้งานกลางแดดร้อนๆ พบว่า หน้าผ้าตัวรองเท้าที่ทำจากวัสดุด้ายถัก Primeknit นั้นมีช่องว่างระหว่าง
รอยถักทอ ช่วยให้อากาศสามารถไหลผ่านได้ดีพอสมควร  แต่ถ้าเปรียบเทียบกันหน้าผ้าวัสดุผ้า Techfit
ของรองเท้ารุ่น Energy Boost ยังต้องบอกว่าหน้าผ้า Techfit มีความบางกว่า จะให้ความรู้สึกถึงการระบาย
อากาศของตัวรองเท้าได้ดีกว่า

   นอกจากนั้นยังพบว่า บริเวณหุ้มข้อของ Ultra Boost ก็เป็นจุดที่คอยกักความร้อนเอาไว้  เรื่องจากรองเท้า
รุ่นนี้เป็นหุ้มข้อแบบชิ้นเดียว  ไม่มีลิ้นรองเท้า  จึงไม่มีช่องว่าที่จะช่วยระบายความร้อนออกไป  ไม่เหมือนกับ
รองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่มีช่องว่างตรงลิ้นรองเท้า  

   แต่ยังดีที่ช่วงล่าง พื้นรองเท้าจากวัสดุ Boost ซึ่งมีความหนา และวัสดุชนิดนี้ไม่นำความร้อนสักเท่าไหร่
จึงทำให้การวิ่งบนพื้นสนามหรือลู่วิ่งที่อมความร้อนจากแสงแดด  นั้นถูกป้องกันได้เป็นอย่างดี  ความร้อน
จากพื้นที่ถูกส่งมาถึงเท้าจึงรู้สึกได้น้อยลง  ตรงจุดนี้..แอบดีกว่าชุดพื้นของไนกี้ Air Zoom Pegasus 31
เล็กน้อย

   หากมองโดยภาพรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพด้านนี้ ของอาดิดาส Ultra Boost แล้ว จุดเด่นของรองเท้าวิ่ง
รุ่นใหม่คู่นี้  อยู่ที่วัสดุหน้าผ้าด้ายถักที่มีช่องว่าง (แม้ว่าหน้าผ้าจะไม่บางเหมือนกับวัสดุ Techfit) ทำให้
เป็นช่องทางการไหลผ่านของอากาศ  ช่วยถ่ายเทความร้อนได้ดี  และพื้นรองเท้าที่ทำจากวัสดุ Boost
ซึ่งมีความหนาพอสมควร  และวัสดุชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติไม่นำความร้อนและทนต่อความร้อน  ถ้าต้อง
เปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นเก่า อย่าง Energy Boost  ก็ต้องยอมรับว่า Ultra Boost ยังเป็นรองอยู่เล็กน้อย
ดังนั้น คะแนนในข้อนี้ผมขอให้ไว้ที่ 4 เต็ม 5 คะแนน

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการระบายความร้อน 4/5


   ประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทก

   
   มาถึงการทดสอบประสิทธิภาพประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทก ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญ
ที่อาดิดาสใช้โปรโมทรองเท้าวิ่งรุ่น Ultra Boost ว่าเป็นรองเท้าวิ่งที่สามารถรองรับแรงกระแทกและคืนพลัง
ให้กับการวิ่งได้อีกขั้น  เพราะรองเท้าวิ่งโฉมเก่าอย่าง Energy Boost นั้นเคยแสดงประสิทธิภาพในด้านนี้ออกมา  
จนสร้างชื่อเสียงให้กับวัสดุ Boost และได้รับความนิยมจากนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งประเภทนี้เป็นอย่างมาก

   พอมาถึงคิวของ Ultra Boost รุ่นใหม่กันบ้าง  เมื่อผมได้ลองใช้งานไป  พบว่ารองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้มีชุดพื้น
มีความนุ่มเป็นอย่างมาก  ชุดพื้นจะให้ฟีลลิ่งที่เด้งรับตอบสนองต่อแรงกระแทกได้อย่างหนักแน่น  ยอดเยี่ยม
พร้อมทั้งดีดกลับเสมือนเป็นการส่งแรงถีบให้ผู้สวมใส่เคลื่อนที่ออกไปได้ในทันที  ตรงจุดนี้นี่เองที่เป็นจุดเด่น
ของวัสดุ Boost แต่สิ่งที่ผมรู้สึกได้มากกว่าเก่า  ว่าอาดิดาสพัฒนาเพิ่มเติมให้กับ Ultra Boost ได้เหนือกว่า
Energy Boost ก็คือชุดพื้นช่วงกลางและด้านหน้าที่มีความหนากว่าเดิม  และพื้นรองเท้ามีความกว้าง
มากขึ้น  ส่งผลให้การลงน้ำหนักทำได้อย่างเต็มฝ่าเท้าจนรู้สึกได้  

   ผู้สวมใส่จะสามารถสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกได้ทุกลักษณะการลงน้ำหนัก  ไม่ว่า
จะเป็นการสปรินซ์ด้วยปลายเท้าหรือการวิ่งลงน้ำหนักแบบเต็มเท้า  รวมถึงการเน้นลงน้ำหนักบริเวณส้นเท้า  
รองเท้ารุ่นนี้พร้อมรับการลงน้ำหนักได้อย่างสมบูรณ์แบบ  

   หากเปรียบเทียบประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทกของรองเท้าวิ่งในตลาดปัจจุบันนี้
ผมกล้าบอกได้เลยว่า Ultra Boost เป็นอันดับต้นๆ ของรองเท้าวิ่งประเภทนี้อย่างไม่ต้องสงสัย  และหาก
เปรียบเทียบวัสดุ Boost กับวัสดุ Lunarlon ของไนกี้  แม้ว่าวัสดุทั้งสองจะมีประสิทธิภาพความนุ่มในการ
ผ่อนแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนกัน  แต่ผมชอบฟีลลิ่งการดีดเด้ง และส่งแรงของวัสดุ Boost
มากกว่า  โดยเฉพาะที่สัมผัสได้กับรองเท้าวิ่ง Ultra Boost รุ่นนี้ พร้อมฟันธงให้คะแนนในหัวข้อทดสอบนี้
อยู่ที่ 5 เต็มไปเลย

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทก 5/5


   ประสิทธิภาพการสปรินซ์ทำความเร็ว

   
   โดยปกติของรองเท้าวิ่งประเภทรองรับแรงกระแทก  ซึ่งจะต้องมีพื้นรองเท้าหนาและนุ่มมากๆ เพื่อช่วย
ผ่อนแรงกระแทกตอนที่ลงน้ำหนัก  จนบางทีทำให้รู้สึกหน่วงๆ ในจังหวะที่ต้องการสปรินซ์ทำความเร็ว
เป็นผลให้ประสิทธิภาพการสปรินซ์ทำความเร็วของรองเท้าวิ่งประเภทนี้ ทำได้ไม่ค่อยดีนัก  ยิ่งถ้า
ต้องเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งพื้นบางๆ แข็งๆ ยิ่งไปกันใหญ่

   แต่สำหรับรองเท้าวิ่ง Ultra Boost จากอาดิดาสรุ่นใหม่คู่นี้ ไม่เป็นแบบนั้น  จริงๆ แล้วรองเท้าวิ่งตระกูลนี้
เคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว  ตั้งแต่เจเนอเรชั่นของ Energy Boost ซึ่งผมได้ทดสอบและลงความเห็นเอาไว้ว่า
วัสดุ Boost ที่จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือมันเป็นวัสดุที่ "เด้ง" มากๆ  เมื่อเราลงน้ำหนักตัวลงไป  พื้นรองเท้า
มันพร้อมที่จะเด้งรับเพื่อผ่อนแรงกระแทก  พร้อมทั้งคืนพลังกลับมาให้กับเท้าของเรา  พร้อมทั้งถีบให้เรา
สปรินซ์ออกไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วทันใจ  ไม่รู้สึกหน่วงหรือเสียเวลากับจังหวะที่พื้นรองเท้ายุบตัว
เพื่อช่วยผ่อนแรงกระแทก

   ถึงแม้ฟีลลิ่งการส่งแรงจะดีเยี่ยม  แต่น้ำหนักตัวของ Ultra Boost อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ให้รองเท้าวิ่ง
รุ่นนี้  ทำความเร็วได้ดีทัดเทียมกับรองเท้าวิ่งประเภท Race หรือ Barefoot ซึ่งมีน้ำหนักที่เบากว่านี้มาก  

   ดังนั้นถ้าต้องเอาอาดิดาส Ultra Boost ไปใช้ในการวิ่งทำความเร็ว  ก็ถือว่าพอจะเรียกประสิทธิภาพ
ตรงจุดนี้ได้ดีพอสมควร  ไม่แตกต่างจาก Energy Boost และแอบดีกว่า ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31
อยู่เล็กน้อย  แต่ถ้าต้องเอาไว้ใช้เป็นอาวุธคู่กาย ขาประจำ  สำหรับการสิ่งแข่งความเร็วระยะสั้น  ต้อง
ยอมรับกันตรงๆ ว่ามีรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นที่มอบประสิทธิภาพด้านนี้ได้ดีกว่า

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการสปรินซ์ทำความเร็ว 4/5


   ความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน

   
   อาดิดาส Ultra Boost ได้ถูกพัฒนาเกี่ยวกับประสิทธิภาพความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน
ให้ดีขึ้นกว่า Energy Boost จนรู้สึกได้  เนื่องจากพื้นด้านนอกถูกออกแบบให้ผสมผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียว
กันมากขึ้น  พร้อมทั้งมีหน้าสัมผัสพื้นเป็นพื้นยางที่เป็นปุ่มๆ นูนขึ้นมาทั่วสม่ำเสมอไปทั้งหน้าสัมผัส  ทำให้
การลงน้ำหนักของเท้า  ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งทางตรง หรือการเข้าโค้ง  เกิดการกระจายน้ำหนักได้ทั่วถึง
และเต็มฝ่าเท้ามากกว่า...นั่นเอง

   และหากยังจำกันได้  รองเท้ารุ่นเก่า Energy Boost มีชุดพื้นด้านนอกที่มีวัสดุพลาสติกเป็นส่วนประกอบ
จนผมนำมาวิจารณ์ว่าถ้าเอารองเท้าไปวิ่งบนถนนทั่วไป พื้นไม่เรียบ หรือมีก้อนหินก้อนกรวด  และบังเอิญ
ไปเหยียบเข้าที่ตรงส่วนที่เป็นพลาสติก  จะทำให้สะเทือนและเสียจังหวะการวิ่งเป็นอย่างแต่  แต่สำหรับ
เจ้า Ultra Boost นั้น  ได้ถูกแก้ปัญหาดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว  เพราะหน้าสัมผัสของพื้นด้านนอกไม่มี
วัสดุพลาสติก  จะมีก็เพียงแค่นิดเดียวตรงกลางฝ่าเท้า  แต่ถูกออกแบบให้อยู่ลึกเข้าไป  จึงไม่มีปัญหา
ต่อกรณีดังกล่าว

   อย่างไรก็ตาม  อาดิดาส Ultra Boost จะยังคงให้ฟีลลิ่งการลงน้ำหนักที่นุ่มนวลและเด้งเป็นหลัก  ตาม
คุณสมบัติของวัสดุ Boost  ไม่ได้ฟีลลิ่งความมั่นคงเหมือนกับรองเท้าพื้นแข็ง แบบประเภท Stable Running
อย่าง ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31  สิ่งที่แตกต่างกันคือจังหวะการลงน้ำหนักเท้า หรือจังหวะการเปลี่ยน
ระดับพื้น เช่นการวิ่งขึ้นลงฟุตบาต  จะยังไม่นิ่ง-หนักแน่น และมั่นคงเท่า

   สรุปการทดสอบในหัวข้อนี้  ผมลงความเห็นว่า อาดิดาส Ultra Boost ทำได้ดีกว่าเจเนอเรชั่นเก่าตรงที่
ชุดพื้นด้านนอกไม่มีส่วนของชิ้นพลาสติกที่จะปะทะกับพื้นหรือก้อนหิน  แต่โดยภาพรวมผมยังมองว่า
รองเท้ารุ่นนี้ยังดูดซับแรงสะเทือนได้ในระดับปานกลางทั่วไป เท่านั้น  แต่ก็คงจะว่าอะไรไม่ได้  เนื่องจาก
รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ไม่ได้เป็นรองเท้าวิ่งประเภท Stable Running

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน 3/5


   ประสิทธฺิภาพการยึดเกาะกับพื้น

   
   อีกหนึ่งเรื่องที่ผมประทับใจกับอาดิดาส Ultra Boost เป็นอย่างมาก  ก็คือประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้น
ของรองเท้ารุ่นนี้  แม้ว่าการทดสอบผมจะอิงการใช้งานบนสนามวิ่งที่เป็นลู่แบบมาตรฐานเป็นหลัก  แต่เวลา
ใช้งานจริงๆ ผมมีโอกาสได้เอารองเท้ารุ่นนี้ไปใช้งานบนพื้นหลากหลายรูปแบบ  ไม่ว่าจะเป็นพื้นคอนกรีต
พื้นลาดยาง  พื้นปูนขัดหรือปูนเปือย และยังรวมถึงพื้นที่เปียกน้ำด้วย

   ผลปรากฏว่าพื้นรองเท้าของ Ultra Boost สามารถยึดเกาะกับพื้นทุกประเภทได้เป็นอย่างดี  โดยเฉพาะ
ตอนที่ใช้งานกับพื้นปูนขัดเงา ซึ่งเคยเป็นจุดบอดให้ผมวิพากษ์วิจารณ์ไปตอนรีวิวทั้งอาดิดาส Energy Boost 
และไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ไปก่อนหน้านี้   สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะหน้าสัมผัสของพื้นรองเท้า
มีลักษณะเป็น 3 มิติ มากกว่า  ทำให้แรงเสียดทานมากขึ้น  เนื่องจากพื้นที่ของการสัมผัสระหว่างพื้นรองเท้า
กับพื้นสนามวิ่งนั้นมากขึ้น นั่นเอง   และในกรณีที่ใช้งานบนพื้นที่เปียกน้ำ  ยังพบว่าพื้นรองเท้าสามารถรีดน้ำ
ผ่านช่องว่างที่เป็น 3 มิติ ได้ดีกว่าพื้นรองเท้าแบบเรียบๆ จึงทำให้อาดิดาส Ultra Boost  ยังคงสามารถยึดเกาะ
กับพื้นได้เป็นอย่างดี

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้น 5/5


   Conclusion

   
   ผลการทดสอบที่ปรากฏออกมา  ทั้งเนื้อหาบทวิจารณ์ และตัวเลขคะแนนที่ได้ลงให้ไว้  คงพอจะสรุปไปในตัว
ได้แล้วว่า อาดิดาส สามารถทำให้ Ultra Boost เป็นรองเท้าวิ่งที่ไม่ได้ยอดเยี่ยมเฉพาะการรองรับแรงกระแทก
ตามแบบของรองเท้าวิ่งประเภท Cushioning Running เท่านั้น  แต่อาดิดาสยังพัฒนาให้รองเท้าวิ่งรุ่นนี้  ได้มี
ประสิทธิภาพในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมาจากเจเนเรชั่นเก่า (Energy Boost) ได้อีกต่างหาก

   ตามปกติที่ผมเองเป็นนักวิ่งที่นิยมการใช้รองเท้าวิ่งประเภท Cushioning Running เป็นประจำอยู่แล้ว  แต่พอ
ได้มาลองใช้งาน Ultra Boost กลับรู้สึกได้ทันทีว่า รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่จากอาดิดาสคู่นี้  คืออีกขั้นของรองเท้า
วิ่งประเภทนี้อย่างแท้จริง  จุดเด่นอยากแรงที่ใครได้ลองเป็นอันต้องยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า  นี่คือ
รองเท้าวิ่งที่มีชุดพื้นช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดีที่สุดในตลาดตอนนี้  โดยเฉพาะการเติมเต็ม
ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าที่เหนือกว่ารองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ 
อย่างเห็นได้ชัด  เท่านั้นยังไม่พอ..เพราะชุดพื้นชุดนี้ยังให้ความรู้สึกเด้ง รู้สึกได้ว่าวัสดุ Boost
สามารถช่วยคืนพลังกลับมาให้กับทุกก้าวของการวิ่งได้จริง  ตรงจุดนี้..ใครที่เคยใช้รองเท้าวิ่ง
ซีรี่ย์นี้มาก่อนจะรู้ซึ้งเป็นอย่างดี  เพราะถึงแม้ชุดพื้นจะหนา  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกหน่วงๆ ยวบๆ
เหมือนกับรองเท้าวิ่งหลายๆ รุ่น ที่ใช้พื้นโฟมหนาๆ นิ่มๆ มาช่วยรองรับแรงกระแทก  ซึ่งแน่นอน
ว่าจะขัดใจกับจังหวะการสปรินซ์ที่เหมือนมีจังหวะหน่วง  แต่ไม่ใช่กับ
Ultra Boost

   นอกเหนือจากประสิทธิภาพข้างต้นแล้ว  อาดิดาส Ultra Boost ด้านอื่นที่น่าสนใจ  เพราะรองเท้าวิ่งรุ่นนี้
ยังเป็นรองเท้าวิ่งที่ช่วยสร้างความกระชับให้กับเท้าของผู้สวมใส่  สร้างความมั่นใจในการวิ่ง
ได้เป็นอย่างดี  ทั้งนี้ยังรวมถึงการระบายอากาศที่ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป  แต่ที่ถูกใจผมเป็น
พิเศษ  ก็คือชุดพื้นที่สามารถยึดเกาะกับพื้นได้ดีขึ้นกว่าเดิม  รวมถึงพื้นรองเท้าที่แบนราบ
ทำให้สามารถลงน้ำหนักได้เต็มฝ่าเท้า  สม่ำเสมอ  จึงช่วยลดอาการเมื่อยล้าของฝ่าเท้าได้ดีขึ้น  
ทำให้ผู้ใช้งานวิ่งได้อย่างสบายเท้า ในระยะทางที่ใกล้ขึ้นกว่าเดิม
 สซึ่งประสิทธิภาพดังกล่าว จริงๆ
แล้ว  ไม่จำเป็นต้องมีในรองเท้าวิ่งประเภทนี้เลยด้วยซ้ำ  แต่อาดิดาสให้มาเป็นของแถม  เติมเต็มให้เจ้า
Ultra Boost มีความครบเครื่องเป็นอย่างมาก

   อย่างไรก็ตาม...รองเท้าวิ่ง อาดิดาส Ultra Boost ยังมีบางเรื่องที่แม้จะไม่ใช้ข้อด้อยโดยตรง  แต่ก็ไม่ได้
เป็นข้อบวกของรองเท้ารุ่นนี้  เรื่องแรกก็คือ ผู้ที่มีลักษณะเท้าบาน หลังเท้าอูมขึ้นมาพอสมควร  ครั้งแรกๆ
ที่สวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ (ในกรณีที่เลือกไซด์แบบตรงไซด์) จะต้องทนกับความรู้สึกอึดอัด และบีบตรงบริเวณ
หลังเท้าพอสมควร   ต้องอดทนใช้งาน ทำความคุ้นเคยสักระยะ ถึงจะรู้สึกสบายเท้าขึ้น

   
   ผมกล้าฟันธงเลยว่า Ultra Boost คืออีกขั้นของรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดจากอาดิดาส  รองเท้ารุ่นนี้มีความครบเครื่อง
ซึ่งไม่ได้จะตอบโจทย์เฉพาะกับนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งประเภท Cushioning Running เพียงเท่านั้น  เพราะมัน
สามารถแสดงประสิทธิภาพด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการรองรับแรงกระแทกที่ยอดเยี่ยม  ที่รองเท้าวิ่งประเภทนี้
ที่เป็นคู่แข่งในตลาดปัจจุบัน  พ่วงมาให้อย่างครบครัน  ดังนั้นอาดิดาส Ultra Boost จึงยังพร้อมที่จะตอบโจทย์
ให้กับนักวิ่งได้แทบทุกประเภทได้เป็นอย่างดี  และถือเป็นรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งทุกคนต้องมีไว้ใช้งาน  ไม่ว่า
จะเน้นการใช้งานวิ่งประเภทไหนก็ตาม


   และผมจะไม่แปลกใจเลยที่ในปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้นี้  อาดิดาส Ultra Boost จะเป็นหนึ่งในรองเท้าวิ่ง
ที่ได้รับความนิยม และมีคนใช้งาน พบเห็นได้ทั่วไป  แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 6,990 บาท ซึ่งถือ
เป็นราคาระดับท็อปๆ ของตลาดในปัจจุบันเลย  ในเมื่ออาดิดาสามารถพัฒนาให้ Ultra Boost มีประสิทธิภาพ
การใช้งานที่ยอดเยี่ยมได้ขนาดนี้  

   สำหรับคุณผู้อ่านท่านใดที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์กับประสิทธิภาพของรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน  
แน่นอนว่าท่านสามารถเป็นเจ้าของอาดิดาส Ultra Boost ได้แล้วที่ร้านอาดิดาสทุกสาขา และร้านตัวแทนจำหน่าย
ประเทศ  แล้วจะรู้ว่าการคืนพลังให้กับการวิ่ง มันยอดเยี่ยมแค่ไหน !!!


   ... แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าวิ่ง รุ่นต่อไปนะครับ ...

   SiamBoots Testing Point & Rating

ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ            
ประสิทธิภาพการระบายความร้อน            
ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทก          
การสปรินซ์ทำความเร็ว          
ความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน          
ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้น          

   Special Thanks
   - บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 23 พฤษภาคม 2015 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"  

   
   



ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าวิ่ง รุ่น Ultra Boost

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com