"Running Test!" ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 - รองเท้าวิ่งยอดฮิต ครอบคลุม
ทุกรูปแบบการใช้งาน







ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าวิ่ง รุ่น Air Zoom Pegasus 31





   
   สำหรับคนที่นิยมการวิ่ง คงไม่มีใครไม่รู้จักรองเท้าวิ่งตระกูล Air Zoom จากไนกี้อย่างแน่นอน  และเมื่อไม่นาน
มานี้  ไนกี้ได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดของตระกูลนี้ ออกมาทำตลาดในชื่อว่า Air Zoom Pegasus 31 ซึ่ง
รองเท้ารุ่นนี้ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม  แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไร  แล้วประสิทธิภาพ
เมื่อได้ลองใช้งานจริงจะดีแค่ไหน  วันนี้ SiamBoots จะมารีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าวิ่งรุ่นนี้...

   รองเท้าวิ่งตระกูล Air Zoom ถือเป็นรองเท้าวิ่งตระกูลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลอดระยะเวลาการ
ทำตลาดที่ผ่านมา  โดยเฉพาะรองเท้าโฉมที่แล้วอย่าง Air Pegasus+ 30 ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในบ้านเรา
เนื่องจากเป็นรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้ง่าย  เข้าถึงได้หลายคน   และตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ใน
รองเท้าเพียงคู่เดียว

   
   แต่เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ไนกี้ได้เปิดตัวเจเนอเรชั่นใหม่ของรองเท้าวิ่งตระกูลนี้ ในชื่อว่า Air Zoom Pegasus 31
ซึ่งเปิดตัวตัวสีฟ้าสดใส แทรกด้วยชั้นในสีเขียว  โดยที่มาที่ไปของตัวเลข "31" ด้านหลังนั้น  มาจากการครบรอบ
31 ปี ของรองเท้าวิ่งตระกูลนี้  แค่ระยะเวลาก็สามารถการันตีได้หลายๆ อย่างแล้วล่ะ

   จากข้อมูลเบื้องต้นระบุเอาไว้ว่า ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาจาก Air Pegasus+ 30
โดยทีมพัฒนาออกแบบรองเท้าของไนกี้  ได้ใช้ข้อคิดเห็นจาก โม ฟาร่าห์ (Mo Farah) นักวิ่งเจ้าของเหรียญทอง
กีฬาโอลิมปิก 2 เหรียญและเจ้าของตำแหน่งแชมป์กรีฑาโลก 3 สมัย มาจุดประกายในการสร้างสรรค์รองเท้าวิ่ง
โดยเน้นการพัฒนาให้ตัวรองเท้ามีน้ำหนักเบามากขึ้น  ออกแบบโครงสร้างแบบโค้งเพื่อให้เข้ากับเท้าได้ดียิ่งขึ้น
ระยะห่างระหว่างพื้นถึงฝ่าเท้าที่ลดลงเหลือ 10 มิลลิเมตรเพื่อให้ผู้สวมใส่เคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ 
รวมไปถึงโครงสร้างบริเวณด้านข้างฝ่าเท้าแบบใหม่ที่ช่วยการยึดเกาะและมีร่องรองเท้าแบบใหม่เพื่อรองรับการ
ใช้งานทุกรูปแบบ 

   
   แต่ทั้งหมดนี้นคือคำโฆษณาที่ไนกี้ปล่อยออกมาเพื่อโปรโมทสรรพคุณรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ของพวกเขา  นอกจาก
ดีไซน์ภายนนอกที่สวนบาดตา  กับราคาค่าตัวที่ใครก็เข้าถึงได้แล้ว  รองเท้าวิ่งที่ดียังจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพที่
รองรับความต้องการของท่านได้  ซึ่งผมขอเป็นอีกคนหนึ่งที่ยืนยันว่า "นักวิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ
รองเท้าวิ่งให้มาก"
เพราะรองเท้าวิ่งที่ทำตลาดอยู่ในทุกวันนี้ มีมากมายหลากหลายรูปแบบ หลายประเภท 
หลายซีรี่ย์ เยอะยิ่งกว่ารองเท้าฟุตบอลเสียอีก  แต่เหตุผลที่สำคัญคือรองเท้าวิ่งที่เหมาะสม  จะช่วยป้องกัน
อาการบาดเจ็บจากการวิ่งที่ถูกประเภทได้  เพราะคุณต้องไม่ลืมว่า กีฬาวิ่ง..มีเพียงรองเท้าเท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์
ชิ้นหลัก  และมันยังสามารถช่วยรีดศักยภาพการวิ่งของคุณออกมาให้ได้มากที่สุด  อีกด้วย

   บทความนี้  ถือเป็นบทความที่ 2 อย่างเป็นทางการ ที่ผมมีโอกาสได้รีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าวิ่ง  แต่โดย
ส่วนตัวแล้ว  ผมก็นิยมใช้งานรองเท้าวิ่ง และผ่านเท้ามาแล้วหลากหลายคู่พอสมควร (แต่ไม่ได้เอามาเขียนรีวิว)  
ดังนั้น..ในบทความนี้  ผมจะขอนำรองเท้าวิ่ง Air Zoom Pegasus 31 ที่ได้รับการสนับสนุนมาจาก บริษัท
ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
มาทดสอบการใช้งาน  พร้อมทั้งวิเคราะห์วิจารณ์เชิงเปรียบเทียบ  เพื่อหาคำตอบ
และให้ข้อมูลกับคุณผู้อ่านทุกท่าน  ว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้มีคุณสมบัติยังไง  เทคโนโลยีหรือการพัฒนาที่โปรโมท
ออกมา  สามารถใช้งานได้จริงหรือไม่  และมีผลแค่ไหน  ทั้งหมด..จะถูกเปิดเผยในบทความนี้อย่างแน่นอน    

   Details & Hand On

   
   ก่อนที่จะไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน Air Zoom Pegasus 31 รองเท้าวิ่งสาย Stable รุ่นล่าสุดจากไนกี้
เรามาสำรวจตรวจตรา "Hand On!" กันก่อนดีกว่า  ว่าส่วนต่างๆ ของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้มีรายละเอียดตรงจุดไหน
ที่น่าสนใจและมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง

   เมื่อท่านผู้อ่านซื้อ Air Zoom Pegasus 31 มาจากช็อปไนกี้หรือร้านตัวแทนจำหน่าย ในราคา 4,200 บาท  ภายใน
กล่องกระดาษสีส้มซึ่งเป็นกล่องรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ของไนกี้  จะบรรจุมาให้เพียงแค่ตัวรองเท้า 1 คู่เท่านั้น
ไม่มีของแถมพิเศษอะไรแถมมาให้  ถือเป็นเรื่องปกติของรองเท้าวิ่งรุ่นทำตลาดที่ไม่ใช่รุ่นพิเศษแบบนี้  ไม่เหมือน
กับรองเท้าฟุตบอลที่จะมีแถมกระเป๋าเป้สะพายสำหรับใส่รองเท้ามาให้  กับรองเท้ารุ่นตลาดระดับท็อปคลาส

   
   หน้าตาของ ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ถือได้ว่าเป็นรองเท้าวิ่งที่มีดีไซน์ไม่หวือหวา  ตัวรองเท้าด้านนอก
เป็นแบบสีล้วน  แต่เนื่องจากสามารถมองทะลุเห็นวัสดุชั้นด้านในได้  จึงทำให้รองเท้ารุ่นนี้ใช้การเล่นสีทูโทน
ดั่งที่เห็นในภาพ  ซึ่งการเล่นสีลักษณะนี้สามารถพบเห็นได้บ่อยๆ กับรองเท้าวิ่งของไนกี้เอง

   รูปทรงของตัวรองเท้า โดยภาพรวมจะมีลักษณะหน้าเท้ากว้าง  ตัวรองเท้าใหญ่  หลังเท้าสูงพอประมาณ
และพื้นรองเท้ามีความหนาเป็นอย่างมาก  เป็นไปตามตำราของรองเท้าวิ่งประเภท Stable ตั้งแต่ภาพลักษณ์
ภายนอกแล้ว

   
   ส่วนด้านหน้าบริเวณหัวรองเท้าทำจากวัสดุผ้า มีลักษณะบางและสามารถยืดหยุ่นได้ดี  เพื่อให้ฟีลลิ่งของ
การสวมใส่ที่สบายเท้า ไม่อึดอัด  ในขณะที่บริเวณด้านบนนั้นถูกออกแบบ Pattern การถักทอให้มีช่องว่าง  ช่วย
ทำให้อากาศสามารถไหลผ่าน  ช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี  ไปพร้อมๆ กับความกระชับบริเวณหน้าเท้า
จากวัสดุผ้าที่มีความยืดหยุ่น กำลังดี

   
   วัสดุชั้นนอกบริเวณตรงกลางตัวรองเท้า ตลอดไปจนถึงด้านหลัง  เป็นวัสดุโครงตาข่าย (Mesh) ซึ่งถูกออกแบบ
มาเพื่อเป็นโครงสร้างชั้นนอกให้กับตัวรองเท้ามีความเป็นรูปทรง แข็งแรง  ในขณะที่แต่ละช่องว่างของโครงตาข่าย 
ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายอากาศ ช่วยลดความร้อนจากด้านในออกสู่ด้านนอกได้ดีขึ้น  เท่านั้นยังไม่พอ
เพราะไนกี้ยังให้ข้อมูลว่า  เป็นการออกแบบเพื่อลดน้ำหนักตัวของ Air Zoom Pegasus 31 ให้เบากว่า Air Pegasus+ 30
อีกด้วย

   วัสดุชั้นในที่เห็นในรองเท้าสีนี้ เป็นส่วนสีเขียว สร้างความโดดเด่นตัดออกมาจากสีฟ้าของตัวรองเท้าด้านนอก
นั้นทำจากวัสดุผ้าที่มีสามารถยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี  โดยไนกี้ให้ข้อมูลของการใส่วัสดุชิ้นนี้เอาไว้ว่า  มันสามารถ
ให้ทั้งความกระชับได้ในระดับที่กำลังดี ไม่อึดอัด  พร้อมกับสามารถขยายได้รูปเท้าได้ดี ช่วยสร้างความสบาย
ตอนสวมใส่ได้ในเวลาเดียวกัน

   
   พื้นที่บริเวณหลังเท้ามีลักษณะเปิดกว้างพอสมควร  เนื่องจากระยะห่างระหว่างแนวรูร้อยเชือกทั้ง 2 ฝั่ง ค่อยข้างเยอะ
เชือกรองเท้าที่ไนกี้ให้มากับรองเท้าวิ่ง Air Zoom Pegasus 31 คู่นี้  เป็นเชือกแบบทรงกลม เส้นหนา  เพื่อให้ผู้ใช้
สามารถดึงกระชับแนวร้อยเชือกได้แน่นหนามากยิ่งกว่าเชือกเส้นบาง  โดยหน้าสัมผัสของเส้นเชือกมีลักษณะ
เป็นลอนๆ  เพื่อทำให้หน้าสัมผัสของเชือกสามารถยึดเกาะกันตอนเวลาที่ผูก ได้อย่างแน่นหนา

   ลิ้นรองเท้าที่อยู่ใต้แนวร้อยเชือก  ทำจากวัสดุผ้าที่มีชั้นหน้าผ้าหนามาก  จึงทำให้ลิ้นมีความนุ่ม  เวลาเดึงกระชับ
แนวร้อยเชือกให้แน่นๆ  มันจะช่วยลดแรงกดไปที่หลังเท้าของผู้สวมใส่  และช่วยเพิ่มความกระชับบริเวณหลังเท้า
ได้เป็นอย่างดี

   
   รองเท้าวิ่ง ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ยังมีอ็อฟชั่นพิเศษ สำหรับคนที่อยากได้ความกระชับบริเวณหลังเท้า
เพื่อเพิ่มความมั่นใจไปอีกขั้น  ด้วยการเพิ่มรูร้อยเชือกที่ระยะปลายสุดอีก 2 รู  ถ้าร้อยเชือกผ่านรูทั้ง 2 รูนี้แล้ว
จะทำให้แนวร้อยเชือกขึ้นกดทับและช่วยสร้างความกระชับ ให้ถึงบริเวณข้อเท้าด้านในเลยทีเดียว 

   
   ลักษณะของหุ้มข้อและแนวเอ็นร้อยหวาย  เป็นแบบยกสูงพอประมาณ  ปลายหุ้มส้นมีลักษณะบีบเข้าหากัน  
และมีหน้าแคบ  ในขณะที่ด้านในของส้นเท้ามีโครงสร้างที่มีความแข็ง  เพื่อให้สามารถสร้างความกระชับส้นเท้า
และแนวเอ็นร้อยหวายของผู้สวมใส่ได้ดี  มีผลอย่างมากต่อการจับล็อคส้นเท้าให้มีความมั่นคงในทุกการเคลื่อนที่

   และจากภาพจะเห็นได้ว่า ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 มีพื้นผิวหน้าสัมผัสของหุ้มส้นด้านในเป็นหน้าผ้าไนล่อน
ลักษณะเป็นผ้าตาข่าย โปร่ง  ช่วยทั้งการระบายอากาศและลดการเสียดสีระหว่างส้นเท้า  โดยด้านในยังมีวัสดุ
บุนุ่มบุเอาไว้พอสมควร  ทำให้หุ้มส้นของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้สามารถรอบรับเข้ารูปกับส้นเท้าของผู้สวมใส่อย่าง
หลากหลายรูปแบบ

   
   ที่บริเวณส้นเท้าด้านนอกของ ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 นั้นถูกออกแบบให้เป็นวัสดุตาข่าย  มองเห็นทะลุ
ถึงขั้นวัสดุด้านใน  เช่นเดียวกับส่วนตรงกลางรองเท้า  มีดีไซน์การออกแบบด้วยรูปทรงเลขาคณิตและมีช่องว่าง
เพื่อช่วยระบายอากาศอีกด้วย  ทั้งนี้ยังมีแถบสะท้อนแสง  ซึ่งถือเป็นอ็อฟชั่นปกติที่ต้องอยู่บนพื้นที่ด้านหลังของ
รองเท้าวิ่ง  ช่วยเพิ่มความปลอดภัยตอนออกไปวิ่งในเวลากลางคืน

   
   เมื่อถอดแผ่นรองพื้นด้านในออก  จะพบว่าพื้นรองเท้าด้านในถูกปูรองพื้นด้วยววัสดุโฟม  เอาไว้อีกหนึ่งชั้น
โดยโฟมดังกล่าวจะทำหน้าที่ช่วยลดแรงกระแทกจากการวิ่งให้กับผู้สวมใส่  แต่ชิ้นโพสดังกล่าวจะไม่หนาและ
ไม่เด้งรับแรงกระแทกได้ดีเหมือนกับแผ่นรองพื้นชิ้นหลัก  แต่ก็ถือว่าเป็นไอเดียการใช้ประโยชน์จากทุกพื้นที่
ของตัวรองเท้า  เพื่อช่วยพัฒนาประสิทธิภาพให้กับ Zoom Pegasus 31

   
   
   แผ่นรองพื้นด้านที่ของ ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ผลิตจากวัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน  เหมือนกันกับ
แผ่นรองพื้นของรองเท้าอื่นๆ  ชิ้นโฟมมีความหนาในระดับปานกลาง  แต่เนื้อโฟมค่อนข้างนิ่มและยวบนิดๆ  ไม่ค่อย
เด้งรับกับแรงแทกที่ผมได้ลองเอานิ้วกดลงไป  ลักษณะคล้ายกับแผ่นรองพื้นของ พูม่า Moblium Elite  โดยแผ่น
รองพื้นชิ้นนี้  มีลักษณะเป็นแผ่นราบเรียบเท่ากันทั้งแผ่น  เพื่อให้สามารถรองรับการวางเท้าได้อย่างเต็มฝ่าเท้า

   ผิวหน้าสัมผัสด้านบนเป็นวัสดุหน้าผ้าไนล่อน เหมือนกันกับแผ่นรองพื้นรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ ของไนกี้  พร้อมทั้ง
ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูๆ เพื่อช่วยสร้างแรงเสียดทานระหว่างฝ่าเท้า  ลดปัญหาอาการลื่นไถลที่อาจเกิดขึ้น
ตอนใช้งาน

   
   มาปิดท้ายกันที่ชุดพื้นและช่วงล่างสุดหนา ของรองเท้าวิ่ง ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 คู่นี้  กันดีกว่า  
เพื่อเป็นการจบส่วนการแนะนำตัวรองเท้า  แล้วจะได้ไปลงลู่วิ่งเพื่อทดสอบกันเสียที

   
   ไฮไลท์สำคัญของชุดพื้นรองเท้าวิ่งรุ่นนี้  คือไนกี้ได้บรรจุเทคโนโลยี Air Zoom เอาไว้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นรองเท้า
ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว  ถือเป็นเทคโนโลยีในการรองรับแรงกระแทกอันเลื่องชื่อ  ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก 

   
   โดยเจ้าเทคโนโลยี Air Zoom ของรองเท้า Air Zoom Pegasus 31 นั้นจะอยู่ฝังตัวเอาไว้อยู่ด้านในบริเวณ
ส้นรองเท้า  หลายคนอาจจะสงสัยว่าแตกต่างหรือเหมือนกันกับพื้นของรองเท้าวิ่งซีรี่ย์ Air Max หรือไม่  ซึ่ง
จริงๆ แล้วมันเป็นกรรมวิธีการรองรับแรงกระแทกแบบเดียวกัน  แต่ของ Air Max นั้นจะเป็นแบบเต็มชุดพื้นสมชื่อ
เลย  ไม่มีส่วนวัสดุยางมาเป็นชุดพื้น  ทำให้ประสิทธิภาพและฟีลลิ่งการรองรับแรงกระแทกแตกต่างกัน

   อย่างที่บอกไปว่า Air Zoom ของรองเท้ารุ่นนี้จะฝังตัวอยู่ที่พื้นรองเท้าบริเวณส้น  มีลักษณะเป็นช่องว่างของ
อากาศ  เมื่อเวลามีแรงกระแทกแล้ว  มันจะทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับแรงกระแทกจากการยุบตัวลง  เนื่องจากอากาศ
สามารถถูกบีบอัดได้ตามแรงกด

   
   ชุดพื้นด้านในซึ่งต้องทำหน้าที่ในการดูดซับแรงกระแทก  ทำจาดวัสดุโฟม EVA  แต่เป็นโฟมที่มีลักษณะหนา
เนื้อโฟมมีความแข็งพอประมาณ   เพื่อทำให้รองเท้าวิ่งรุ่นนี้มีพฤติกรรมการลงน้ำหนักที่มั่นคง ไม่ยวบ  และพื้น
ที่ไม่นุ่มจนเกินไป  จะยังช่วยเพิ่มการตอบสนองของการส่งแรงสปรินซ์ได้เป็นอย่างดี  เป็นไปตามคุณสมบัติหลัก
ของรองเท้าวิ่งประเภท Stable แบบนี้

   
   พื้นรองเท้าด้านนอก ซึ่งต้องสัมผัสกับผิวของพื้นหรือลู่วิ่ง  ทำจากวัสดุยาง  เนื้อยางมีลักษณะแข็ง
เพื่อให้มีความทนทานต่อการสึกหรอ  และยังเพื่อประโยชน์ในการสร้างความมั่นคง  ให้กับชุดพื้นโฟม
ชั้นใน  ถูกออกแบบให้มีหน้าสัมผัสเป็นตุ่มๆ แยกกันออกมา  เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่การสัมผัสกับพื้นและ
เพิ่มมิติในการสร้างแรงเสียดทาน  ในขณะที่พื้นผิวของยางเอง  ก็มีความฝืดพอสมควร  จึงสามารถ
ช่วยสร้างแรงเสียดทานกับพื้นพื้นได้อีกแรง  เพื่อเรียกประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับพื้นของ รองเท้า
วิ่งไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ออกมาให้ได้มากที่สุด

   โดยชุดพื้นฝั่งข้างเท้าด้านนอก  จะมีรูปแบบเป็นโครงสร้างตามแนวยาวของเท้า  คอยประสานให้ชุดพื้น
ด้านหน้าและชุดพื้นด้านหลักมีความเป็นชิ้นเป็นอันเข้าด้วยกัน  จึงช่วยเพิ่มความมั่นคงของการลงน้ำหนัก
และช่วยลดแรงสั่นสะเทือนให้กับทุกการเคลื่อนที่

   ทั้งนี้ไนกี้ยังได้ให้ข้อมูลว่า  พวกเขาได้ออกแบบให้ระยะความสูงระหว่างส้นเท้าและหน้าเท้า (ระยะอ็อฟเช็ต)
มีระยะห่างลดลงจากเดิม 2 มิลลิเมตร ให้เหลือเพียง 10 มิลลิเมตร  เพื่อมอบความเป็นธรรมชาติในการวิ่ง
มากขึ้น  และยังมาพร้อมกับการขนาดพื้นที่ฝ่าเท้า  เพื่อมอบความสบายในการสวมใส่  ไม่เมื่อยเท้า สามารถ
วิ่งได้เต็มเท้ามากขึ้นกว่าเดิม
   
   Feeling & Sizing

   
   เมื่อพร้อมที่จะลงสนามทดสอบรองเท้าวิ่ง ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 กันแล้ว   ผมจะขอพาคุณผู้อ่านทุกท่าน
เข้าสู่ช่วง "การเลือกไซด์" รองเท้าวิ่งรุ่นนี้กันก่อน 

   หากดูจากภาพนอกแล้ว  จะเห็นได้ว่ารองเท้ามีลักษณะ "ตัวใหญ่" รูปทรงมีความกว้าง  และวัสดุทำให้ตัวรองเท้า
ดูโปร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก  แต่เมื่อได้ลองสวมใส่แบบตรงไซด์ดูแล้ว  พบว่าบริเวณหัวรองเท้าจะเหลือนิดหน่อย
ประมาณ 0.3-0.5 เซนติเมตร  ส่วนหัวรองเท้าทางด้านข้างที่ติดกับนิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วก้อยนั้น  กำลังพอดี  
ไม่อึดอัดเลย

   
   และยังพบว่าบริเวณช่วงกลางของตัวรองเท้า และบริเวณหลังเท้า  นั้นมีทั้งความสบายและความกระชับในระดับ
ที่กำลังดี  ทั้งๆ ที่คุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้  ปกติแล้วจะต้องอยู่ตรงกันข้าม  โดยบริเวณข้างเท้าจะให้ความสบาย
เป็นหลัก  เนื่องจากลักษณะของวัสดุที่มีความโปร่ง  ไม่บีบกระชับมากนัก  แต่บริเวณหลังเท้าจะเป็นส่วนที่ให้
ความกระชับเป็นอย่างดี  เนื่องจากลิ้นรองเท้าที่ทำจากวัสดุผ้านิ่มและหนา  ทำให้เวลาดึงกระชับแนวร้อยเชือกแล้ว
จะเกิดแรงกดบนหลังเท้าได้ดีมากๆ

   
   ส่วนบริเวณหุ้นส้นเท้าและแนวเอ็นร้อยหวายของ Air Zoom Pegasus 31 นั้นค่อนข้างที่จะมีความพอดีกับส้นเท้า
ให้สัมผัสที่ไม่นุ่มและไม่แข็งจนเกินไป  ซึ่งจุดไฮไลท์จะอยู่ที่ปลายของหุ้มส้นที่มีลักษณะบีบเข้ากับร่องเอ็นร้อยหวาย
ของเราได้กำลังดี  ดังนั้น..ตรงนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการเลือกไซด์รองเท้าวิ่งรุ่นนี้พอสมควร  

   จริงอยู่ที่ว่าบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของตัวรองเท้านั้น  อาจจะพอลดไซด์รองเท้าลงได้ครึ่งไซด์  เพราะ
ตัวรองเท้ายังมีที่ว่างพอ  และยังขยายออกตามรูปเท้าได้พอสมควร  แต่ถ้าคุณผู้อ่านไม่ชอบฟีลลิ่งตรงส้นเท้าและ
เอ็นร้อยหวายที่อึดอัดมากๆ  ผมไม่แนะนำให้ลดไซด์ลง  แต่ถ้าคุณอยากได้รองเท้าที่ส้นเท้าแน่นกระชับ  เพื่อเพิ่ม
ความมั่นใจให้กับการวิ่ง  คุณสามารถลดไซด์รองเท้ารุ่นนี้ลงได้ ครึ่งไซด์

   Running Test

   
   เอาล่ะครับ..เมื่อเลือกไซด์รองเท้า ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ที่เหมาะสมตรงความต้องการของท่านได้แล้ว
ผมจะขอพาไปลงสนามทดสอบ  โดยจะยึดการทดสอบในลู่วิ่งแบบมาตรฐานเป็นหลัก  เพื่อให้เป็นแนวทาง
ในการเปรียบเทียบ กับรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ หลังจากนี้ ในอนาคต

   โดยหัวข้อการทดสอบของรองเท้าวิ่งนั้น จะไม่มากมายเท่ากับตอนที่ทดสอบรองเท้าฟุตบอลนะครับ  ทั้งนี้
จะเป็นการทดสอบเชิงเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ ที่ผมได้เคยสวมใส่มาก่อน  แล้วจะมีการลงคะแนน
เป็นตัวเปรียบเทียบเอาไว้ให้  โดยแต่ละหัวข้อจะมีคะแนนเต็ม 5 คะแนน นะครับ  เมื่อพร้อมแล้ว..เราก็ไปทดสอบ
พร้อมๆ กันเลย

   ฟีลลิ่ง ความกระชับ และความมั่นใจเมื่อใช้งาน

   
   รองเท้าวิ่งไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ถือเป็นรองเท้าวิ่งประเภทที่เน้นการใส่สบาย ทุกคนสามารถเข้าถึง
การใช้งานได้ง่ายและกว้างขวาง  แต่ในความเป็นจริงแล้ว..จากฟีลลิ่งตอนที่สวมใส่ทดสอบการใช้งานพบว่า
รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ก็แอบให้ฟีลลิ่ง ความกระชับและสร้างความมั่นใจให้กับเท้าของผู้สวมใส่ได้ดีพอสมควร
เลยทีเดียว  

   โดยเฉพาะช่วงหลังเท้าที่ได้อิทธิพลมาจากลิ้นรองเท้าแบบผ้าหนาๆ  ทำให้สามารถผู้เชือกรัดได้อย่าง
แน่นอน  รวมถึงช่วงส้นเท้าและหุ้มแนวเอ็นร้อยหวาย  ที่ปกป้องได้อย่างมิดชิด  ช่วยล็อคกระชับกับข้อเท้า
ได้เป็นอย่างดี  เวลาใช้งานวิ่งเต็มความเร็วแล้ว  จะรู้สึกได้ว่าหุ้มส้นของรองเท้านั้นเกาะกับส้นเท้าของเรา
เป็นอย่างมาก  ฟีลลิ่งนี้ดีกว่า อาดิดาส Energy Boost เล็กน้อย  แต่ยังสู้ไนกี้ Lunarglide 5 และ
พูม่า Mobium Elite ไม่ได้

   อย่างไรก็ตาม  ช่วงด้านหน้าและหัวรองเท้าของ Air Zoom Pegasus 31 ดูจะไม่ได้มีจุดเด่นในเรื่องของ
ความกระชับสักเท่าไหร่  เพราะวัสดุหน้าผ้ามันยืดหยุ่นตามไปลักษณะการเคลื่อนไหวของเท้าพอสมควร
แม้ว่าตอนใช้งานปกติ แผ่นรองพื้นด้านในก็ไม่เจอปัญหาอาการฝ่าเท้าลื่นไถลมากนัก  แต่ถ้าใช้งานไปจน
ฝ่าเท้าเริ่มเปียก อาจจะเปียกเพราะเหงื่อหรือความชื้นจากน้ำ  จะทำให้เกิดจังหวะที่ฝ่าเท้าลื่นไปด้านหน้า
ได้ง่ายขึ้น  เนื่องจากวัสดุหน้าผ้าจะขยายออกตามรูปเท้าที่ไถลลื่นไปด้านหน้า  ซึ่งประเด็นตรงนี้พบว่า
Energy Boost จากอาการ  ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย

   คะแนน
   - ฟีลลิ่ง ความกระชับ และความมั่นใจเมื่อใช้งาน 3/5


   ประสิทธิภาพของการระบายความร้อน

   จากการทดสอบใช้งาน Air Zoom Pegasus 31 เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการระบายอากาศและความร้อน
จากภายในออกสู่ภายนอก  ปรากฏว่าอากาศสามารถไหลเปลี่ยนหมุนเวียน  เพื่อพาความร้อนจากด้านในออกมา
ได้ดีพอสมควร  ตามมาตรฐานของรองเท้าวิ่งที่มีลักษณะวัสดุแบบนี้นั่นแหละ  แต่บริเวณที่รองเท้ารุ่นนี้สามารถ
ระบายความร้อนได้ดีกว่าชาวบ้านเขา  ก็คือบริเวณหุ้มส้นเท้า  เพราะถึงแม้ว่าช่วงปลายหุ้มส้นจะหุ้มกระชับกับ
ข้อเท้าได้ดี  แต่ก็ยังพอมีช่องว่างให้เกิดการระบายความร้อนออกได้บ้าง  ความร้อนไม่ถูกสะสมจนอึดอัด
ตรงจุดนี้ถือว่า Air Zoom Pegasus 31 ทำได้ดีกว่าทั้ง อาดิดาส Energy Boost, ไนกี้ Lunarglide 5 และ
พูม่า Mobium Elite เลยทีเดียว

   นอกจากนั้น  ข้อดีของชุดพื้นที่หนา ของ Air Zoom Pegasus 31 ยังสามารถช่วยป้องกันความร้อนที่สะสม
อยู่บนพื้นสนามได้เป็นอย่างดี  ซึ่งผมมีโอกาสได้ไปทดสอบการใช้บ่ายแก่ๆ ที่แม้แสงแดดจะไม่แรง  แต่พื้นสนาม
นั้นอมความร้อนเอาไว้เต็มๆ  แต่พอใช้งานแล้ว..รู้สึกว่าความร้อนจากพื้นถูกถ่ายเทขึ้นมาถึงฝ่าเท้าไม่มากจนทำให้
รู้สึกร้อนระอุ  แตกต่างจากรองเท้าวิ่งพูม่า Mobium Elite ที่เคยเอาไว้วิ่งตอนค่ำๆ แล้ว  ยังรู้สึกถึงความร้อนที่
ถ่ายเทขึ้นมาจากพื้น  จนต้องถอดรองเท้าออกเลยทีเดียว

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการระบายความร้อน 4/5


   ประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทก

   
   แม้ว่าภายใต้ชุดพื้นของ รองเท้าวิ่ง Air Zoom Pegasus 31 คู่นี้  จะมีเทคโนโลยี Air Zoom เป็นตัวช่วยในการ
รองรับแรงกระแทก  แต่จากที่ได้ทดสอบการใช้งานมา  ยังต้องเรียนตามตรงว่าชุดพื้นของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้
ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคุณสมบัติของการเป็นรองเท้าประเภทรองรับแรงกระแทก (Cushioning) เป็นหลัก
เพียงแต่เจ้า Air Zoome Unit จะเข้ามาทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกให้กับชุดพื้นโฟม
ที่มีความหนาและไม่นุ่ม ให้ดียิ่งขึ้นอีกนิด  

   ดังนั้น..ถ้าเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งประเภทมั่งคง (Stable) รุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ  ก็พอจะถือได้ว่า Air Zoom
Pegasus 31
มีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกที่ดีกว่า  แต่ถ้าสำหรับนักวิ่ง ที่มองหารองเท้าวิ่งพื้นนุ่มๆ 
เพื่อลดภาระของข้อต่อเข่า หรือป้องกันอาการบาดเจ็บส่วนต่างๆ ของร่างกาย  ผมยังถือว่ารองเท้ารุ่นนี้
ทำได้ในระดับกลางๆ เท่านั้น  มันพอจะใช้เพื่อวิ่งบนทางเรียบ เช่นสนามหรือลู่วิ่งมาตรฐาน  แล้วใช้ความเร็ว
ในการวิ่งที่สม่ำเสมอ ไม่เร่งรีบลงน้ำหนักมากเกินไป  ได้ดีอยู่เหมือนกัน  

   แต่ถ้าต้องเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งประเภทรองรับแรงกระแทก อย่าง อาดิดาส Energy Boost และ
ไนกี้ Lunarglide 5 บอกเลยว่าเทียบกันไม่ได้ครับ  รองเท้าทั้งสองรุ่นที่กล่าวมานี้  มีพื้นรองเท้าที่นุ่มมาก
และช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า  จนจะเรียกว่าเป็นหนังคนละม้วนเลย ก็คงจะไม่ผิดนัก

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการรองรับและผ่อนแรงกระแทก 3/5


   ประสิทธิภาพการสปรินซ์ทำความเร็ว

   
   ประสิทธิภาพการสปรินซ์ทำความเร็วดูจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไนกี้พยายามนำเสนอและโปรโมทให้กับ
Air Zoom Pegasus 31  และหลังจากที่ผมได้ลองทดสอบการใช้งานพบว่า  ปัจจัยสำคัญมันอยู่ที่ชุดพื้น
ที่มีความแข็ง  ทำให้วินาทีที่เราสปรินซ์ออกตัวด้วยความเร็วแล้ว  ไม่เกิดอาการหน่วงจากการยุบตัวของ
ชุดพื้นรองเท้ามากนัก  ทำให้การตอบสนองและการส่งแรงทำได้เร็วกว่ารองพื้นวิ่งประเภทพื้นนิ่มทั้งหลาย

   อย่างไรก็ตาม..ชุดพื้นที่มีความหนาแบบนี้  จะไปลดอรรถรสของฟีลลิ่งการวิ่งแบบใช้เท้าเปล่าลงไป
พอสมควร  แตกต่างจากรองเท้าวิ่งประเภท Fast Running อย่างชัดเจน  เพราะรองเท้าประเภทนั้น
จะมีพื้นบาง  ทำให้เท้าของเราสามารถลงแรงไปยังพื้นสนามได้เต็มที่และเป็นธรรมชาติมากกว่านี้  ดังนั้น
นักวิ่งคนไหนที่ต้องการการวิ่งแบบเท้าติดพื้น  แน่นอนว่าไนกี้ Air Zoom Pegasus 31  จะไม่สามารถ
ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวของท่านได้  ถ้าท่านต้องการแบบนั้น พูม่า Mobium Elite จะเป็น
อะไรที่ใช่มากกว่านัเ

   และอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำความเร็วของ Air Zoom Pegasus 31 ก็คือน้ำหนักตัวและรูปทรง
ของตัวรองเท้า  ที่ดูจะหนักไปหน่อย  แถมมีรูปทรงที่ "ตัวใหญ่" ไม่ค่อยลู่เพียวกับรูปเท้าได้แบบ 100%
ซึ่งตรงจุดนี้อาจจะส่งผลต่อการวิ่งสปรินซ์ในระยะยาวพอสมควร

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการสปรินซ์ทำความเร็ว 4/5


   ความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน

   
   ประสิทธิภาพความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน คือคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของรองเท้าวิ่งคู่นี้
เป็นอย่างมาก  เพราะจากการทดสอบมา  ยอมรับว่าไนกี้ได้ออกแบบและใช้วัสดุที่ช่วยทำให้ชุดพื้นมีความมั่นคง
ไม่ว่าจะลงน้ำหนักที่ส้นเท้าหรือปลายเท้า  สามารถทำได้อย่างเต็มทีโดยไม่มีแรงสั่นสะเทือนมาทำให้เสียจังหวะ
ทั้งนี้ยังรวมถึงการเข้าโค้งหรือการวิ่งทางตรง  ที่ดูแล้วชุดพื้นและพื้นรองเท้าจะประสานงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

   จริงๆ แล้วผมมีโอกาสได้เอา Air Zoom Pegasus 31  ไปวิ่งบนพื้นถนนทั่วไป  บางจุดก็ไม่เรียบ บางจุดก็เรียบ  
หรือบางจังหวะก็ต้องเปลี่ยนระดับการวิ่ง จากพื้นถนนขึ้นไปบนฟุตบาตบ้าง  ซึ่งพบว่าชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้
มีความมั่นคง สมกับการเป็นรองเท้าประเภท Stable Running เป็นแท้จริง  ดังนั้น รองเท้าวิ่งรุ่นนี้จึงสามารถ
ตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งบนสนามลู่วิ่งแบบมาตรฐาน หรือจะไปวิ่งตามท้องถนน ได้อย่างครอบคลุม

   ในขณะที่พื้นรองเท้าด้านในที่มีลักษณะกว้าง  ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ทุกก้าวที่เราวิ่งออกไป  ไม่ว่า
จะด้วยความเร็ว หรือไม่เร็ว  พื้นจะเรียบหรือไม่เรียบ  นั้นมีความมั่นคงจากการลงน้ำหนักได้อย่างเต็มฝ่าเท้า  
ส่งระยะอ็อฟเช็ตที่ส้นรองเท้าไม่ยกสูงจากปลายเท้ามากเกินไป  ก็ยังช่วยทำให้การลงน้ำหนักตลอดฝ่าเท้า
มีความเท่ากัน สม่ำเสมอ และไม่เมื่อยเท้าอีกด้วย

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน 5/5


   ประสิทธฺิภาพการยึดเกาะกับพื้น

   อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ คือ ประสิทธิภาพการยึดเกาะกับพื้น ที่พบว่าพื้นรองเท้า
พอจะให้การยึดเกาะได้ดีพอสมควร  อาจจะไม่ใช่จุดเด่นสำคัญ  แต่พื้นรองเท้าก็สามารถให้การยึดเกาะ
ได้เป็นอย่างดีในหลากหลายพื้นสนาม  ไม่ว่าจะเป็นลู่วิ่งแบบมาตรฐาน  หรือวิ่งบนพื้นคอนกรีตและ
พื้นราดยาง  เพียงแต่จะยังเจอปัญหาการยึดเกาะอยู่บ้าง ในกรณีที่เอาไปวิ่งบนพื้นที่เปียกน้ำ หรือพื้นปูน
ขัดเงา  

   แต่โดยภาพรวมของหัวข้อทดสอบนี้นั้น  ผมถือว่า Air Zoom Pegasus 31 เกาะพื้นได้ดีกว่า ไนกี้
Lunarglide 5 เล็กน้อย  แต่ยังใกล้เคียงกับ อาดิดาส Energy Boost

   คะแนน
   - ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้น 4/5


   Conclusion

   
   โดยปกติแล้ว ผมเป็นคนที่เน้นการใช้งานรองเท้าวิ่งประเภทรองเท้าแรงกระแทบ (Cushioning) เป็นหลัก
เพราะรองเท้าวิ่งที่มีอยู่ในสังกัด และใช้งานสม่ำเสมอก็จะเป็นรองเท้าวิ่งประเภทนั้น  เนื่องจากกังวงเรื่อง
ของแรงกระแทกจากพื้น  เพราะมีปัญหาเรื่องข้อเข่าและอยากป้องกันอาการบาดเจ็บให้มากที่สุด

   แต่หลังจากผมได้มีโอกาทดสอบการใช้งานจริง รองเท้าวิ่ง ไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ในบทความนี้
ประสบการณ์ที่ได้สัมผัสนั้นทำให้ผมเปลี่ยนความคิดที่มีต่อรองเท้าวิ่งแนวพื้นหนาๆ โฟมแข็งๆ แบบนี้ใหม่
เพราะสิ่งที่ได้รับคือความสบายในการสวมใส่  มาพร้อมกับความมั่นคงในการลงน้ำหนัก  ยิ่งเราเป็นคน
ที่วิ่งในสนามวิ่งมาตรฐานเป็นสำคัญอยู่แล้ว  และเน้นการวิ่งออกกำลังกาย ใช้ความเร็วสม่ำเสมอ  
เรื่องของการรองรับแรงกระแทกของชุดพื้น Air Zoom Pegasus 31 นั้นเพียงพอ  ในขณะที่ความ
มั่นคงของการลงน้ำหนัก ก็ขจัดปัญหาอาการเมื่อยล้าของเข่า ซึ่งเกิดจากการที่ชุดพื้นโฟมนุ่มๆ
ยุบตัวมากเกินไป  ได้เป็นอย่างดี

   ส่วนข้อด้อยที่เกิดขึ้นกับรองเท้ารุ่นนี้  โดยรวมถือว่าไม่มีข้อไหนน่าผิดหวังจนถึงขั้นยอมรับไม่ได้
จะมีที่ดูจะด้อยกว่าชาวบ้านเขาก็คือเรื่องของฟีลลิ่ง ความกระชับ บริเวณหัวรองเท้าที่ยังทำได้ในระดับกลางๆ
ส่วนประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกนั้น  ก็คงต้องยอมรับกันไป  เพราะรองเท้าวิ่ง Air Zoom Pegasus 31
ไม่ได้เป็นรองเท้าวิ่งประเภทรองรับแรงกระแทกมาตั้งแต่กำเนิดอยู่แล้ว

   
   ณ ตอนนี้ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมรองเท้าวิ่งซีรี่ย์นี้ถึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนที่รักการวิ่งทั้งหลาย
ขนาดนี้  โดยเฉพาะ Air Zoom Pegasus 31 ซึ่งมันเป็นรองเท้าวิ่งที่มีคุณสมบัติการใช้งานได้ครอบคลุม ยืดหยุ่น
กับทุกสไตล์การวิ่ง  บรรดานักวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ชาย ผู้หญิง หรือผู้สูงอายุ ก็สามารถเข้าถึงการใช้งานได้ง่าย
สามารถใช้วิ่งได้หลากหลายสภาพสนาม  โดยมีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ที่ครอบคลุมการใช้งานได้อย่าง
ครบถ้วนอีกด้วย  พร้อมทั้งยังมีราคาค่าตัวที่ไนกี้ตั้งเอาไว้เพียงแค่ 4,200 บาท เท่านั้น  

   สำหรับคุณผู้อ่านท่านใด ที่กำลังมองว่ารองเท้าวิ่งที่ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ  โดยเฉพาะนักวิ่งที่เริ่มต้น
การวิ่ง เน้นการวิ่งออกกำลังกาย  รองเท้าวิ่งไนกี้ Air Zoom Pegasus 31 ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่น่าสนใจ
มากที่สุดในตลาดปัจจุบัน  โดยวันนี้ ไนกี้วางจำหน่ายในราคา 4,200 บาท ที่ร้าน ไนกี้สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
สาขาเทอมินอล 21 สาขาสยามดิสคอฟเวอรี่ สาขาเอสคิว 1 ไนกี้ คอนเนอร์ ซุปเปอร์สปอร์ต (สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
สาขาชิดลม สาขาปิ่นเกล้า) สาขาสยามพารากอน สาขาเอมโพเรี่ยม ร้านอาริ ฟุตบอลคอนเซ็ปต์สโตร์ (สาขา
เซ็นทรัลเวิลด์ สาขาบางกะปิตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  สามารถไปลองสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของกันได้เลย

   ... แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าวิ่ง รุ่นต่อไปนะครับ ...

   SiamBoots Testing Point & Rating

ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ              
ประสิทธิภาพการระบายความร้อน            
ประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทก          
การสปรินซ์ทำความเร็ว          
ความมั่นคงและการดูดซับแรงสะเทือน          
ประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้น            

   Special Thanks
   - บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 20 สิงหาคม 2014 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"  

   
   



ขอขอบพระคุณ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าวิ่ง รุ่น Air Zoom Pegasus 31

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com